Color Swatch : GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Diamond Forever Sheer Lipstick


สวัสดีค่า ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปซะนาน
วันนี้ขอหยิบไอเท็มใหม่ล่าสุดที่เพิ่งได้รับมาจากทางแบรนด์มาสวอชสีให้ดูกันค่ะ


นี่คือ GINO McCRAY Pink Passion Diamond Forever Shiny Lip Color ชื่อยาวมากๆ
ขอเรียกสั้นๆว่ารุ่น GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Color ละกันนะคะ

สำหรับลิปรุ่นนี้แพคเกจจะยังเป็นสีโรสโกลด์คล้ายกับรุ่นก่อนๆนะคะ
แต่แอบเก๋ตรงที่มีเพชรเม็ดเป้งส่งประกายวิบวับอยู่บนปลอกลิป และมีขนาดที่บางลงมาจากรุ่นก่อนค่ะ

เค้าจะมีทั้งหมด 9 สีนะคะ โดยเราสามารถดูได้ง่ายๆว่าจะมีหลักๆอยู่สามกลุ่มสี คือ แดง ชมพู และส้ม
บางสีจะมีความใกล้เคียงกันมากที่เดียว และในบางสีก็จะมีเม็ดสีที่ชัดกว่าสีอื่น
เนื้อลิปสติกจะมีความครีมมี่มาก ทำให้การทาจะเรียบลื่นไปกับริมฝีปาก แต่สีจะบางใส
บางสีอาจต้องปาดซ้ำๆ จึงจะเห็นสีที่สวยชัดเจน แต่บางสีก็ปาดทีเดียวอยู่เหมือนกัน

สีนี้เป็นสีที่ทาออกมาให้เม็ดสีที่ค่อนข้างชัดเจน ปาดแค่รอบสองรอบก็พอแล้ว เป็นสีที่ชอบที่สุดค่ะ

สีนี้จะออกส้มอมแดง เนื้อสีค่อนข้างบาง ต้องปาดสักสองสามรอบจะให้ปากที่ดูอวบอิ่มมากขึ้น

สีนี้เป็นอีกหนึ่งสีที่สวยทีเดียวนะคะ เม็ดสีชัดรองลงมาจากสีแรก ทาได้ในทุกๆโอกาสเลยล่ะค่ะ

มาถึงกลุ่มสีชมพูบ้าง ทั้งสามสีนี้จะเป็นสีที่ค่อนข้างทายาก และโอกาสเป็นคราบสูง
สีโทนนี้เหมาะกับคนที่มีพื้นสีปากอมชมพูดูธรรมชาติ คนริมฝีปากคล้ำ สีกลบไม่อยู่ค่ะ
และเหมาะกับคนผิวขาวๆจะทาสวยกว่า คนผิวคล้ำทาสีโทนนี้จะดูโดด ดูลอยกับผิวไปนะคะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ความพอใจของแต่ละท่านนะคะ ถ้าทาแล้วมั่นใจก็ไม่ใช่อุปสรรคค่ะ 🙂

กลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มโทนสีคอรัล เนื้อสีและเม็ดสีจะคล้ายๆกับโทนชมพูด้านบนนะคะ
คือมีความบางใส เม็ดสีไม่ชัด โอกาสทาแล้วสีเป็นคราบดูไม่สม่ำเสมอกันสูง
จึงเหมาะกับคนที่ริมฝีปางอมชมพูดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

โดยสรุปคือเป็นลิปสติกที่เน้นให้ความชุ่มฉ่ำกับริมฝีปาก ให้สีสันเรื่อๆกับริมฝีปากแค่พอดูสวยงาม
ลิปรุ่นนี้แน่นอนว่าติดไม่ทนนะคะ อาจต้องพกเพื่อเติมระหว่างวัน หากใครชอบลิปที่ไม่จัดจ้านมาก
GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Color ก็ถือว่าใช้ได้เลย ราคาก็ไม่แรง อยู่ที่ 245 บาท
ถ้าให้แนะนำ นุ่นเชียร์เบอร์ 01 และ 03 ค่ะ สีสวยชัดเจน เป็นธรรมชาติ ทาแล้วปากดูบอิ่มสวยค่ะ
สิ่งที่ไม่ชอบอย่างนึงคือ ลิปสติกมีกลิ่นแบบลิปสติกสมัยก่อนนิดนึง บอกไม่ถูกอ่ะค่ะ ไม่ชอบเท่าไหร่
แต่กลิ่นก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมาก ตอนทาอาจได้กลิ่นนิดนึง แต่ทาสักพักก็จางหายไป


สาวๆท่านไหนสนใจ สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน Beauty Buffet นะคะ ถ้ารอช่วงโปรก็จะถูกลงไปอีก
สุดท้ายต้องขอบคุณสาวๆทุกคนที่แวะมาทักทายด้วยนะคะ

Review : ลิปล็อคสี Mistine DNA



สวัสดีค่ะ

วันนี้หยิบสินค้าฮอตฮิตที่เห็นแล้วต้องซื้อมาลองกะเค้าด้วยมาอัพเดทผลการใช้ให้ชมกันค่ะ

Mistine DNA Lip Color & Top Coat ตัวนี้ เดินเจอในเซเว่น ราคา 79 บาท
เห็นว่าไม่แพง และก็ดูน่าสนใจดี เลยซื้อมาลองซะหน่อย แต่เหมือนจะมีสีนี้สีเดียวนะคะ
เคยลองตัว Mistine Joop ก็โอเคดี สีชัดแน่น ทาแล้วไม่มีอาการแพ้ ตัวนี้เคลมว่าติดทนนานด้วย
เผลอทิ้งแพคเกจไปแล้ว เลยไม่มีมาให้ดูกัน แต่ใครเข้าเซเว่นบ่อยๆน่าจะเคยเห็นกันนะคะ

สำหรับด้ามเค้าค่อนข้างเล็กจุ๋มจิ๋มมาก ปริมาณ 2 กรัมนิดๆเห็นจะได้
โดยส่วนตัวไม่ซีเรียส เพราะลิปสติกใช้นานเกินไปก็เบื่อ ปริมาณขนาดนี้น่าจะใช้ทันหมดอายุ

ด้านนึงจะเป็นลิปแบบลิควิด ส่วนอีกด้านจะเป็นตัวเคลือบริมฝีปาก (เล็กเท่าปลายก้อยค่ะฝั่งนี้)

ด้านที่เป็นลิปคัลเลอร์สีสันค่อนข้างชัดแน่นดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ส่วนฝั่งที่เป็นตัวเคลือบ จะเป็นแบบใสๆ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นค่ะ

มาดูผลการใช้งานกันบ้าง การทาลิปรุ่นนี้ต้องทาในปริมาณที่พอดี ไม่หนาหรือบางไป
และด้วยความเป็นลิปที่ติดทนนาน หากทาแล้วเม้มปากทันทีจะเป็นคราบได้
เพราะหากยังไม่ลง Top Coat สีจะแห้งและให้ความรู้สึกหนาที่ริมฝีปากมาก
แนะนำให้ทาแล้วรอจนแห้งดีก่อนลงตัว Top Coat และระวังการสัมผัสกันของริมฝีปากด้วย
หลังจากที่ลิปแห้งดีแล้ว ลงด้าน Top Coat ทับ ริมฝีปากจะดูชุ่มชื่นขึ้น อาการแห้งหนักปากจะหายไป
และลิปจะติดทนทั้งวันจริงๆค่ะ ระหว่างวันถ้าปากแห้งก็ทาตัวเคลือบทับได้ค่ะ

สำหรับการเช็ดสีออกก้ไม่ยากนะคะ ใช้ Remover แปะทิ้งไว้ก็เป็นอันเรียบร้อย ไม่ต้องออกแรงมาก
แต่ Cleansing Water ทั่วๆไปเช็ดไม่ออกนะคะ ใช้รีมูฟเวอร์เฉพาะจะออกง่ายกว่าค่ะ

หากอยากดูรีวิวที่ละเอียดขึ้น สามารถคลิ้กดู vdo นี้ได้เลยนะคะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่ะ 🙂

L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor


L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor ไอเท็มเด็ดดวงใหม่น่าสนใจมากๆ
วันนี้จะมาเปิดกล่องสวอชสีให้ชมกันค่ะ

กล่องนี้ทาง L’oreal ส่งมาให้ลองใช้นะคะ ที่วางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์จะไม่มีเซ็ทแบบนี้ค่ะ
ซึ่งในกล่องนี้ก็ประกอบไปด้วย L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation
และ Super Liner V Sculptor

ซ้ายมือด้ามสีดำคือ Super Liner V Sculptor อายแชโดว์รูปแบบคุชชั่น
ขวามือคือ L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation  ลิปเนื้อแมทในแบบคุชชั่นค่ะ

เปิดฝามาจะเห็นหัวฟองน้ำแบบนี้ ซึ่งด้านที่เป็นตัวเนื้อสี จะอยู่ฝั่งที่เป็นฝานั่นเอง
โดยตัวด้ามจะมีสปริงอยู่ด้านใน เพื่อช่วยในการกดเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ติดขึ้นมา
ซึ่งการใช้งานก็ถือว่าค่อนข้างใช้งานง่ายและสะดวกทีเดียวค่ะ

L’oreal Paris Super Liner V Sculptor อายแชโดว์แบบฝุ่นเนื้อซาติน
เนื้ออายแชโดว์ค่อนข้างเนียนลื่นติดผิว แต่ก็มีส่วนที่เป็นฝุ่นร่วงลงมาบ้าง
(จากรูปสีน้ำตาล V01 แก้ไขเป็น V03 นะคะ)

อายแชโดว์รุ่นนี้ให้สีสวยชัดทีเดยว เกลี่ยง่าย และสามารถเบลนด์ด้วยแปรงได้ไม่ยาก
แต่ด้วยหัวฟองน้ำที่กลมและใหญ่ จึงอาจเข้าในจุดหัวตาลำบาก และเขียนหางตาล่างเลอะง่ายนะคะ
จากรูปคือปาดทับ 2-3 ครั้ง จะได้สีที่คมชัดประมาณนี้ หากอยากได้สีเข้มขึ้นก็ปัดทับเพิ่มเลเยอร์ได้
สีทนน้ำ ทนเหงื่อได้ค่อนข้างดีพอใช้ ส่วนความมันที่หนังตาอาจทำให้เลือนระหว่างวันได้เป็นปกติค่ะ

L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation ลิปเนื้อแมตแบบคุชชั่น
ก็มาในรูปแบบหัวฟองน้ำเช่นเดียวกับอายแชโดว์ สามารถทาโดยตรงที่ปากได้ง่ายๆและออกมาสวย

สีที่ได้จะให้ฟินิชลุคแบบแมทนะคะ เพราะฉนั้นคนที่ปากแห้งหนักๆ จะดูเป็นคราบชัดเจน
ทั้ง 4 สี เค้าคิดค้นให้ใช้ร่วมกันได้อย่างสวยงาม
สามารถทาแบบไล่โทนสีสไตล์สาวเกาหลี หรือทาแบบเต็มริมฝีปากสีเดียวเลยก็สวยได้

จากรูปคือการทาแบบไล่สี หรือที่เรียกว่า Ombre [ออมเบร]
โดยเลือกจับคู่แต่ละสีมาลองทาให้ดูกันค่ะ ก็จะให้ความสวยของสีที่ต่างกันไป

แต่หากทาสีเดียวเลยก็จะได้ตามรูปที่เห็น ซึ่งก็สวยไปอีกแบบนึงนะคะ
ใครสนใจทั้งอายแชโดว์และลิปสติก ราคาอยู่ที่แท่งละ 399 บาท
ซึ่งช่วงนี้ตามร้านค้าต่างๆเค้าก็มีโปรลดราคากันอยู่นะคะ ลองไปดูกันค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะพอมีประโยชน์กับคนที่สนใจสองสิ่งนี้กันอยู่นะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาพูดคุยที่บล็อกกันด้วยค่า 🙂

Color Swatch : Beauty Buffet The Bakery Gelato Lip Crayon


สวัสดีค่ะ บล็อกนี้ยังอยู่กันที่แบรนด์ Beauty Buffet กันอีกเช่นเคย
เนื่องจากทางแบรนด์เค้าส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาให้อัพเดทตลอด
ชิ้นไหนดูน่าสนใจ อดหยิบจับมาสวอชสีเขียนลงบล็อกไม่ได้จริงๆค่ะ
งานนี้ทางแบรนด์ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์นะเออ…เค้าส่งมาให้ ชิ้นไหนน่าสนใจ ก็หยิบจับมาทำรีววค่ะ

ที่เห็นอยู่นี้คือ The Bakery Gelato Lip Crayon ลิปสติกแบบแท่ง หมุนไส้ขึ้นทางปลาย ไม่ต้องเหลา
ที่ได้ชื่อว่า Lip Crayon ก็เพราะรูปร่างหน้าตาเหมือนสีเทียนที่เราใช้กันตอนเด็กๆนั่นเอง
ทุกวันนี้หลายแบรนด์นิยมทำกันเยอะเลย เพราะใช้งานสะดวก พกพาไปไหนก็ไม่หนักกระเป๋าด้วย

ทางแบรนด์เค้าทำออกมาทั้งหมด 6 สีตามรูปนี้เลยค่ะ ราคาแท่งละ 115 บาท
เนื้อผลิตภัณฑ์มีความครีมมี่ ทาแล้วเนียนลื่นดี เนื้อไม่เละ มีกลิ่นหอมแบบขนม ลูกอมทำนองนั้น
สีติดทนพอประมาณ หากเราทาแล้วเม้มปากด้วยทิชชู่และแตะสีซ้ำเบาๆ ก็จะช่วยให้ลิปติดทนนานขึ้น
ไปดูสีที่สวอชไว้ทั้งหมดค่ะว่ามีสีไหนควรค่าแก่การเสียทรัพย์กันกันบ้าง

….

สี 01 Vanilla Strawberry ชื่อสีน่าจะออกโทนแดงๆ แตะกลับเป็นโทนนู้ด ซึ่งทาแล้วป่วยมาก
สีนี้ทาเดี่ยวๆก็อย่างที่เห็นเลยค่ะ รอดยากกกกก เอาไปผสมกับสีอื่นน่าจะเวิร์คกว่า
อาจตัดขอบปากด้วยสีโทนน้ำตาลหรือเบอร์รี่เข้มๆ เบลนด์ให้สวยงาม พอถูไถเป็นเคนดัล เจนเนอร์ได้

ต่อมาคือสี 02 Strawberry Yogurt สีโทนชมพูอมส้มสว่างๆ ทาแล้วปากลอดเด่นมาตั้งแต่ไกล
สีนี้น่าจะเหมาะกับคนที่มีผิวขาวมากๆ คนผิวคล้ำทาแล้วไม่สวยนะคะ แต่ถ้าใครชอบก็ทาได้ ไม่ผิด
คนที่ริมฝีปากคล้ำ ทาสีนี้ควรใช้คอนซีลกลบขอบปากก่อนเพื่อความสวยงามและดูเนี้ยบขึ้น

สี 03 Bubble Gum สีชมพูนมๆ ทาแล้วดุซอฟท์ ดูหวาน เป็นสีที่ค่อนข้างสว่าง ซึ่งอาจเป็นคราบได้
เป็นสีที่หลายๆคนน่าจะชอบ เพราะแต่งหน้าอ่อนๆก็ให้ลุคสวยหวาน แต่งหน้าแน่ๆก็เปรี้ยวได้ทันที

มาถึงสีสดใสอย่างสี 04 Orange Jelly เป็นสีโทนส้มสว่างสดใส ทาแล้วเด่นไปแปดบ้านสิบบ้านเลย
ใครชอบโทนส้มลองดูกันค่ะ ว่าส้มประมาณนี้โดนใจกันรึเปล่า เห็นแล้วเปรี้ยวปากกันไม๊ ^^

มีสีส้มแล้วก็ต้องมีสีโทนชมพูคลาสสิกแบบนี้ 05 Raspberry Sorbet สีชมพูเข้มหวานๆ
เหมาะกับสาวทุกวัย จะทาไปทำงานก็ได้ ทาไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนสาวก็ดี
เม็ดสีชัดแน่น ทาแล้วกลบริมฝีปากได้ดี สีเข้ม ทาง่าย ไม่เป็นคราบค่ะ

ปิดท้ายด้วยสีแดงสด 06 Cherry Mellow สีแดงก่ำๆแสนสวยอีกหนึ่งสี
ถ้าใครอยากลองใช้ลิปสติกโทนสีแดง แต่ยังไม่พร้อมลงทุนกับลิปสีแดงในราคาที่สูงไป
ลิปรุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์มากๆ เพราะราคาแค่ร้อยนิดๆ เนื้อลิปก็คุณภาพดี ทาแล้วช่วยขับผิวมากๆ

ปิดท้ายด้วยภาพรวมของแต่ละสี ใครชอบใครโดนสีไหน ลองไปเล่นที่ร้าน Beauty Buffet กันดูค่ะ
ถูกใจไม่ถูกใจยังไงก็ถือว่าได้ลองด้วยตัวเองนะคะ บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมค่า

Color Swatch 4U2 Lipsticks


สวัสดีค่า วันนี้เลือกเอาลิปสติกราคาย่อมเยาจากแบรนด์ 4U2 มาปาดสีให้ชมกันค่ะ
สองรุ่นนี้ราคาไม่แพงมาก น้องๆนักศึกษา หรือสาวๆเริ่มต้นวัยทำงานสามารถซื้อได้สบายๆ

รุ่นแรกคือ 4U2 Lipaholic ลิปรุ่นนี้จัดว่าเป็นลิปสติกเนื้อดีคุ้มราคามากๆ ราคาปกติ 154  บาท
แต่มีราคาโปรลดบ่อยๆอยู่ที่ประมาณ 100 บาท และลดราคาบ่อยมากเลย ต้องรอซื้อช่วงโปรกันนะ

แต่ลิปราคาเบาๆแบบนี้ วัสดุอาจก๊องแก๊งไม่ค่อยแข็งแรงสักหน่อยนะคะ
รุ่นนี้มีวางจำหน่ายถึง 9 สีเลยนะคะ แต่นุ่นมีมาให้ชมกันสามสี สามโทนยอดนิยม
คือแดง ชมพู และนู้ดน้ำตาล และสีโทนอื่นๆก็จะเป็นสีที่ใกล้เคียงกับสามสีหลักนี้ค่ะ

หยิบมาปาดให้ดูสีสันกันตามนี้เลย เนื้อจะออกครีมมี่แต่ไม่มันเยิ้ม ให้ความเป็นเนื้อกำมะหยี่เล็กน้อย
หลังทาแล้วปากไม่แห้งมากนัก ให้ความชุ่มชื้นได้ดีและติดทนทีเดียว ไม่มีกลิ่นหืนหรือกลิ่นเคมีใดๆ
สำหรับคนที่ปากแห้งมากๆอาจทาแล้วเกิดคราบได้นะคะ ควรบำรุงก็ลงลิปด้วย
แต่ข้อเสียคือ สู้อากาศร้อนๆบ้านเราไม่ค่อยอยู่นะคะ ทิ้งไว้ในที่ร้อนนานลิปจะนิ่ม เนื้อเละเลย
ต้องเก็บกันดีๆนิดนึงนะคะ เสียดายอ่า >w<

สำหรับรุ่นต่อมาคือ 4U2 sexXYme Lusty Matt LipStick ลิปสติกเนื้อแมทที่ติดทนมว๊ากก

ใครสนใจรุ่นนี้ มองหากล่องหน้าตาแบบนี้เลยค่ะ สนนราคาอยู่ที่แท่งละ 194 บาทเท่านั้น
หากอยากได้ในราคาที่ถูกกว่านี้ต้องรอดูโปรลดราคากันอีกทีนะคะ ซึ่งเค้าก็ลดอยู่บ่อยๆนะ

แกะกล่องออกมาจะเห็นความน่ารักของการดีไซนืแท่งลิปสติกให้ดูไม่ธรรมดา
ด้วยการทำรูปแบบแมทที่ตัวแท่ง และเคลือบมันตรงสัญลักษณ์รูปปากค่ะ

จะเห็นว่าเนื้อผลิตภัณฑ์เค้าไม่ได้ดูแห้งแมทเลยเนอะ คิดว่าน่าจะมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงริมฝีปากด้วย

ทาออกมาแล้วเป็นแบบนี้เลยค่ะ คือให้ลุคที่แมท แต่ก็ยังมีความชุ่มชื้นอยู่บ้าง
เม็ดสีแน่นและติดทนมากๆ ทาแล้วสามารถกลบสีปากเดิมได้ดีเลย
การทำความอาจต้องใช้ Lip Remover ช่วยนะคะ สีจะได้ไม่ตกค้างตามร่องริมฝีปาก
หากใครชอบลิปสติกเนื้อแมทราคาเบาๆก็ลองรุ่นนี้เลย ซึ่งเค้ามีถึง 11 สีที่สวยๆทั้งนั้นเลยล่ะค่ะ

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจลิปสติกของ 4U2 ทั้งสองรุ่นนี้กันอยู่นะคะ
บล็อกหน้ามีอะไรน่าสนใจ อย่าลืมแวะมาเยี่ยมเยียนเพื่ออัพเดทที่บล็อกนี้กันอีกน๊าาา
สำหรับวันนี้ ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายกันด้วยค่า ขอบคุณค่ะ

Color Swatch : CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure


….

….
….

สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้หยิบเอาลิปสติกที่ได้มาเนิ่นนานมาสวอชสีให้ชมกันค่ะ
นี่คือ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure ลิปสติกที่มีทั้งเนื้อแมทและเนื้อกลอสให้เลือกใช้

สำหรับ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure รุ่นเนื้อแมทกบเนื้อกลอสตอนซื้ออาจหยิบผิดได้
เพราะดูผิวเผินก็เหมือนกันนะคะ ให้สังเกตคำว่า Glass ที่กล่องและที่ขวดเป็นตัวแยกประเภทค่ะ
ราคาก็อยู่ในเรทกลางๆ จนเกือบราคาสูงนะคะ คือ 579 บาท
ราคาอาจสูงไปสักนิดสำหรับน้องๆนักศึกษานะคะ ลองเลือกสีที่ชอบมาสักสีก็พอค่ะ


แพคเกจของ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure จะดูเหมือนขวดยาทาเล็บแบบนี้ล่ะค่ะ
ระวังจะหยิบผิดกันด้วยนะคะ แต่ก็ใช้งานสะดวกมาก หมุนฝาขึ้นมาแล้วทาได้เลย
แต่ขนาดอาจจะอ้วนกลมเทอะทะไปสักนิด ทำให้การพกพาอาจจะไม่สะดวกนักค่ะ
ข้อสังเกตุอีกนิดคือ ถ้าเป็นรุ่นเนื้อแมท ฝาผลิตภัณฑ์เค้าก็จะเป็นแบบแมทไปด้วยนะคะ
ถ้าเรามีหลายๆแท่งและวางรวมๆกันไว้ ก็ทำให้เราหยิบใช้ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าจะหยิบผิดเลยค่ะ

สีสันของเนื้อแมทเมื่อทาไปตอนแรกจะยังดูชุ่มชื่นอยู่ แต่ทิ้งระยะเวลาสักพักก็แห้งแมทค่ะ
ส่วนเนื่อกลอสก็จะให้ความฉ่ำวาวของสีสันชัดเจน ปากดูเนียนสวยอวบอิ่มมากๆ


แปรงของ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure จะออกแบบมาให้ด้านฟองน้ำ
มีความโค้งมนรับกับรูปปากของเราพอดิบพอดีเลยนะคะ ช่วยให้ทาได้ง่ายและเนียนลื่นมากๆ

SmileySmileySmileySmiley

ทีนี้มาดูสีสันแต่ละสีแบบใกล้ๆชัดๆกันดีกว่าค่ะ

เริ่มที่รุ่น [Glass] สี 5 Romantic สีนี้จะค่อนข้างอ่อนไปทางนู้ดชมพู การทาทำให้ดูสีไม่สม่ำเสมอนัก
ทาแล้วปากจะดูลอยกับผิวค่อนข้างมาก เม็ดสีค่อนข้างแน่น กลบสีปากได้ดี เหมาะกับคนผิวขาวค่ะ


สีต่อมาคือ  [Glass] 4  Born to kill สีแดงสดมาก ทาแล้วขับผิวสุดๆ ปากดูอิ่มสวยมากๆค่ะ


และสีสุดท้ายของรุ่น [Glass] 1 Jealousy สีชมพูบานเย็นที่มีอันเดอร์โทนของสีน้ำเงินเจืออยู่
ช่วงนี้สีโทนประมาณนี้กำลังมาแรงเลย ทาแล้วดูสดใสมากๆ ใครชอบโทนนี้ควรมีนะคะ


มาถึงรุ่นเนื่อแมทกันบ้าง ในโทนสีเดียวกับสีชมพูด้านบน กับสี  8 Guilty Pink
ทาแล้วให้เนื่อแมทที่แห้งสนิทมากๆ ตกร่องริมฝีปากชัดเจน ติดทนนานทีเดียวค่ะ สีนี้ชอบมากๆ


จากโทนชมพูมาเป็นโทนส้มกันบ้างกับสี  4 Cynical Orange สีส้มสว่างวาบเลยทีเดียว
สีนี้นอกจากจะช่วยขับผิวแล้ว ผิวพรรณที่หมองโทรมจะดูสดใสขึ้นด้วยค่ะ


รุ่นกลอสมีนู้ด รุ่นแมทก็ไม่พลาด สี 3 Crime Pink สีชมพูนมๆเนื้อแมท สีนี้จะเกลี่ยค่อนข้างยาก
เพราะสีอ่อนมาก ทาแล้วดูเป็นคราบง่ายมากๆด้วย ใครไม่ชำนาญทาแล้วเป็นตามรูปเลยค่ะ Smiley


สีสุดท้ายของเนื้อแมทคือสี  2 Nasty Pink สีชมพูนีออน เป็นสีโทนสว่างที่ทาค่อนข้างยากอีกสี
รูปนี้ลืมถ่ายขวดมาให้ดู ต้องขอโทษด้วยค่ะ (คราบแบบนี้เกิดจากการทาสียังไม่แห้งดีแล้วเม้มปาก)

SmileySmileySmileySmiley

มาถึงบทสรุปการทดลองใช้ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure กันบ้างนะคะ
โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับลิปสติกรุ่นนี้มากๆ เพราะให้สีที่ชัดสวย
รุ่นเนื้อกลอสทำได้ดีมากๆ ทาออกมาริมฝีปากดูสวยอวบอิ่ม และเม็ดสีแน่นสุดๆ

ข้อเสีย
ทั้งสองรุ่น สีอ่อนๆจะทายาก โดยเฉพาะคนที่ริมฝีปากตามธรรมชาติมีสีเข้มทาแล้วดูไม่สวย
รุ่นเนื้อแมทข้อควรระวังคือ ทาแล้วห้ามเม้มปากทันที ต้องรอให้ลิปสติกแห้งสนิทและเซ็ตตัวซะก่อน
มิฉะนั้นจะเป็นคราบแบบน่าเกลียดมากๆ (รูปสุดท้าย)
ลิปสติกมีกลิ่นและรสที่เป็นเคมีทิ้งอยู่บนริมฝีปาก ทำให้รู้สึกไม่สบายริมฝีปากเท่าไหร่นัก
และแบบเนื้อแมทจะต้องออกแรงเช็ดพอสมควรจนกว่าลิปจะหลุดหมด

SmileySmileySmileySmiley

นี่เป็นความเห็นส่วนตัวหลังการทดลองใช้ของเรานะคะ ท่านอื่นอาจมีความเห็นต่างๆกันไปเนอะ
ใครสนใจลิปสติกรุ่นนี้จาก CLIO ลองไปทดลองเนื้อผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองกันดูนะคะ
จะได้เลือกสิ่งที่ถูกใจจริงๆกลับบ้าน ไม่ชอบก็จะได้ไม่เปลืองสะตุ้งสตางค์เนอะ
ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกนะคะ คราวหน้ามีอะไรน่าสนใจจะมาอัพเดทกันอีกค่า Smiley

….
….
….