Flawless Me by Onnbaby


วันนี้มีผลิตภัณฑ์จาก Flawless Me by Onnbaby มาแนะนำค่ะ
จริงๆแบรนด์ Flawless Me นี้มีวางจำหน่ายมาได้สักพักแล้วนะคะ น่าจะเกินครึ่งปีได้แล้ว
เจ้าของแบรนด์คือน้องออน น้องสาวที่คุ้นเคยกันมานาน รู้จักกันผ่านการเล่นบล็อกแก๊งค์มาหลายปี

พอรู้ว่าน้องจะทำแบรนด์ของตัวเอง ก็แอบลุ้นว่าจะทำอะไรออกมาหนอ
แอบติดตามตั้งแต่ออกแบบโลโก้ แพคแกจจิ้งต่างๆเลย
เชื่อไม๊คะว่า น้องยังทำไม่เท่าไหร่ โลโก้ก็แอบโดนก้อปปี้ไปใช้ก่อนซะแล้ว
แต่น้องก็แก้ปัญหานี้ผ่านไปได้ คนขโมยสิทธิทางปัญญาคนอื้นก็ต้องจัดการกันไป
หลังจากหลายๆอย่างดำเนินต่อไป ก็ทราบว่าน้องเค้าทำสกินแคร์
ซึ่งก็รู้สึกตื่นเต้นแทนนะคะ เพราะน้องออนเป็นคนผิวสวยและผิวดีมาก
ถ้าทำสกินแคร์ออกมา คงน่าสนใจไม่น้อย

น้องออนทำออกมา 2 รุ่นคือ ครีมกันแดด และเจลเติมน้ำให้ผิว
และเมื่อหลายเดือนก่อน น้องก็ได้ส่งมาให้นุ่นลองใช้ด้วย
หลังจากใช้มาจนใกล้จะหมดหลอดแล้ว ก็เลยมาอัพเดทผลการใช้กันค่ะ

Flawless Me Vanilla Mousse Sunscreen Spf50 PA+++ (30g/490-)
ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดด้วยค่ากันแดด  Spf50 PA+++
ที่ป้องกันได้ทั้งรังสี UVA ที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย และ UVB ที่ทำให้ผิวไหม้แดงจากแสงแดด
และยังมีสารบำรุงจากว่านหางจรเข้ (Aloe Vera) และใบบัวบก (Centella)
ที่ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้กับผิว และปลอบประโลมผิวจากความร้อน และความระคายเคืองผิว

เนื้อสัมผัสที่เป็นเนื้อมูสสีเบจช่วยให้รู้สึกเบาสบายผิว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะ
และช่วยควบคุมความมันด้วย นอกจากนั้นยังให้การปกปิด และปรับสีผิวให้ดูสว่างขึ้น
ระหว่างวันไม่เกิดอาการเป็นคราบหากมีเหงื่อไหล่ แต่ไม่กันน้ำนะคะ
กันแดดตัวนี้สามารถใช้แทนเมคอัพเบสได้เลย หรือถ้าใครที่มีผิวดีมากๆ
ลงกันแดด ตามด้วยคอนซีลเลอร์ช่วยปกปิด และตบแป้งปิดท้ายเป็นอันจบขั้นตอน
คือนุ่นไม่ได้ผิวดีมากก็ใช้แค่นี้เหมือนกัน เพราะกันแดดช่วยปรับผิวให้ดูสม่ำเสมอและสว่างขึ้นแล้ว

โดยส่วนตัวใช้แล้วก็ประทับใจนะคะ เพราะแค่เป็นกันแดดที่ทาแล้วไม่วอก ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะ
และมีค่า SPF และค่า PA ที่ได้มาตราฐาน แค่นี้ก็ให้ผ่านแล้วค่ะ

ส่วนอีกหนึ่งชิ้นคือ Flawless Me Aqua Splash Aloe Vera Moisturizing Gel (30g/699-)
มอยส์เจอร์ไรเซอร์ในรูปแบบเนื้อเจลที่ช่วยบำรุงและช่วยเติมน้ำให้กับผิว
ช่วยเก็บกักความชุ่มชื่นให้ผิว และลดอาการระคายเคืองของผิว พร้อมทั้งยังอ่อนโยนกับผิวด้วย
ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แบบครีมเนื้อเจลทั่วไปจึงปลอดภัยและไม่ต้องกังวลว่าจะแพ้

เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อเจลสีฟ้าขุ่นๆ เมื่อทาไปบนผิวจะคล้ายๆน้ำที่โอบอุ้มผิวเราไว้
รู้สึกสดชื่นและไม่รู้สึกแห้งตึงทันทีแบบเจลทั่วไป
สักพักเมื่อเจลซึมสู่ผิว ก็จะไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้
ตัวนี้สามารภใช้ได้ทั้งช่วงเช้าและก่อนนอน ลงหลังจากเซรั่มที่ใช้ประจำวันได้เลย
และบางวันที่โดดแดดแรงๆกลับบ้าน ก็จะเอามาทาหนาๆ โบกแทนมาส์กไปในตัวด้วยเลย
เป็นการช่วยลดอาการแสบร้อนของผิวหลังออกแดดได้เป็นอย่างดีค่ะ

สำหรับตัวนี้ใช้ช่วงแรกๆอาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก
แต่ใช้ไปเรื่อยๆจะเริ่มรู้สึกว่าผิวมันน้อยลง และรูขุมขนเหมือนจะกระชับขึ้นเล็กน้อย
ผิวแห้งลอกบางส่วนที่เคยเป็นบ่อยๆก็ดีขึ้น
และเพคเกจที่เป็นหัวปั๊มแบบสุญญากาศแบบนี้ก็ทำให้ใช้งานง่ายมากๆ
ไม่ต้องใช้นิ้วจิ้มไปที่เนื้อผลิตภัณฑ์ให้เชื้อโรคต่างๆโดนเนื้อเจลอีกด้วย
ทำให้การใช้งานสะดวกรวดเร็ว และเนื้อผลิตภัณฑ์ก็ใช้ได้หมดแบบไม่เหลือเลย

สรุปรวมคือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจทีเดียวค่ะ
ไม่ผิดหวังกับทั้งสองชิ้นนี้เลย ใครสนใจลองเข้าไปดูที่ www.flawlessmethailand.com
และต้องขอบคุณน้องออนที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้ด้วยน๊า 🙂

Kinesys Sunscreen


สวัสดีค่ะ วันนี้หยิบกันแดดใหม่ล่าสุด (ของเรา) มาอัพเดทผลการใช้งานกัน
จริงๆตัวนี้หลายๆคนน่าจะเคยผ่านตากันมาบ้างแล้วนะคะ เพราะมีบล็อกเกอร์หลายๆคนเค้าใช้กัน
โดยส่วนตัวเพิ่งเคยได้ลองใช้ เพราะทางแบรนด์เค้าติดต่อว่า ถ้าสนใจก็อยากให้ลอง
จริงๆก็สนใจตั้งแต่ดูรีวิวของสาวๆท่านอื่นแล้ว แต่เนื่องจากกันแดดในกรุเรายังมีอีกเหลือเฟือ เลยไม่ได้หามาลอง
ลากมาซะยาว ยังไม่ได้บอกเลยว่ากันแดดที่ว่านี่คือ Kinesys กันแดดสูตรน้ำ ในรูปแบบขวดสเปรย์ค่ะ
ผลิตภัณฑ์นำเข้าจากประเทศแคนนาดา และมีตัวแทนจำหน่ายในบ้านเราด้วย

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Kinesys น่าสนใจมากๆ เลย
เพราะเป็นกันแดดที่ได้รับรางวัลเรื่องความปลอดภัยต่อผิวพรรณมากมายในสหรัฐฯ
ใช้ระหว่างวันได้อย่างสะดวกสบาย เพราะเป็นหัวเสปรย์ที่ให้ละอองบางเบา
ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ น้ำมัน และสารกันเสียที่ทำให้ระคายเคืองเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือแม้กระทั่งผิวของเด็กๆ
สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB จึงช่วยในเรื่องของริ้วรอย และผิวไหม้แดดได้
นอกจากนั้นยังกันน้ำ และใส่สารบำรุงอย่างวิตามิน E ที่เป็นสารป้องกันอนุมูลอิสระเพิ่มไปด้วย
สรุปว่า ขวดเดียว ทั้งป้องกัน ทั้งบำรุงเลย

ส่วนผสมของเค้าก็ประกอบด้วย
Octinoxate 7.5%, Octocrylene 7%, Octisalate 4%, Avobenzone (Parsol®1789) 2%

หัวสเปรย์แบบฉีดของเค้าสะดวกต่อการใช้งานดีมาก และละอองที่อองมาก็เป็นฟอยละเอียดบางเบา
ได้ปริมาณกันแดดที่พอดีๆ ไม่เยอะเกินไป หรือน้อยเกินไป สเปรย์ได้ทั่วพื้นที่ต้องการ

ลักษณะของผลิตภัณฑ์จะคล้ายน้ำมัน แต่สักพักก็ซึมลงสู่ผิวค่ะ
ไม่เหมือนครีมที่จะเหนียวเหนอะหนะผิวเราจนทำให้ไม่สบายผิว

มาดูผลการใช้กันบ้างค่ะ
วิธีใช้ของนุ่นคือ สเปรย์ลงบนผิว แล้วค่อยๆตบให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมลงสู่ผิว
แรกๆ จะให้ความรู้สึกมันผิวเล็กน้อย แต่สักพักก็จะค่อยซึมลงผิวจนความรู้สึกมันหายไป
เนื้อผลิตภัณฑ์เบามากๆ ไม่ให้ความรู้สึกเหนอะหนะเหมือนครีมกันแดดทั่วๆไป
ในกรณีที่เราสเปรย์ลงบนหน้าก็เช่นเดียวกัน บางคนอาจปล่อยให้ซึมลงผิวเลย
แต่เนื่องจากตัวเองเป็นคนผิวผสมเลยขอตบๆให้ผลิตภัณฑืไม่ดูมันเยิ้มไป

หลังจากสเปรย์แล้ว สักพักก็ซึมสู่ผิว พร้อมออกแดดได้แล้วค่ะ
แต่จะให้ดี ควรใช้ครีมกันแดดก่อนออกแดดสัก 15-20 นาทีจะดีกว่านะคะ

Smiley Smiley Smiley

หลังจากที่ทดลองใช้มาสักระยะแล้ว รู้สึกชอบนะ เพราะใช้สะดวกมากๆ
โดยเฉพาะสาวๆออฟฟิศทั้งหลาย มันเหมาะมากที่จะสเปรย์ก่อนที่จะออกไปทานข้าวเที่ยง
ผลลัพธ์อีกอย่างที่ชอบคือ ไม่ระคายเคืองผิว ไม่แพ้ ไม่ระคายเคืองเลย
และไม่มีกลิ่นใดๆมารบกวนใจเราด้วย
สำหรับไซส์ที่ได้มาเป็นไซส์ทดลอง ถ้าใช้ทุกวันก็ถือว่าหมดเร็วเหมือนกัน
แต่เห็นว่ามีไซส์ใหญ่ด้วย ใครสนใจลองไปดูรายละเอียดกันที่ http://www.kinesys.in.th
เค้ามีรายละเอียดต่างๆครบถ้วนกันเลยค่ะ

ทิ้งท้ายด้วยข้อมูลเพิ่มเติมที่ไปค้นมาฝากกันค่ะ


ค่า SPF กับ PA+++ คืออะไร???

อาจมีสาวๆ หลายท่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดมาใช้กัน
พอหยิบๆ ผลิตภัณฑ์ขึ้นมาดู หลายๆ คนอาจงงว่า
เอ๊ะ! SPF คืออะไร แล้ว PA+++ ล่ะ มีความหายว่าอย่างไร??
แล้วตัวเลขที่ต่อท้าย SPF ไม่ว่าจะเป็น15 30 50 ล่ะ กำลังบอกข้อมูลอะไรกับเราอยู่
จะเดินไปถามพนักงานก็เขิน สรุปก็เลยไม่รู้อยู่ดี… งั้นวันนี้เรามารู้จักค่าเหล่านี้กันนะคะ

ครีมกันแดด ทำงานอย่างไร
ส่วนผสมในครีมกันแดดจะทำหน้าที่ในการปกป้องผิวจากรังสี UV
ด้วยการดูดซับรังสี ,ป้องกันแสง UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว
หรือทำให้รังสี UV แตกกระจายออกไปเพื่อไม่ให้เข้าทำร้ายผิวโดยตรง
สำหรับคำแนะนำในการใช้ครีมกันแดด ครีมกันแดด ที่ดีที่สุด
คือครีมกันแดดที่สามารถที่จะป้องกันแสง UV ได้เพียงพอ (ซึ่งอาจจะขึ้นกับความแรงของแสง)
เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปสู่ที่มีแสงแดด 30 นาที

แล้ว SPF คืออะไร
ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นตัวระบุระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB
หรือก็คือจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตนี้ได้หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว
ซึ่งโดยปกติผิวของเราจะรับมือกับแสงแดดโดยปราศจากครีมกันแดดได้ประมาณ 20-30 นาที
ถ้าครีมกันแดดหรือผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง
เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30×30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง
แต่การคำนวณอาจคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากครีมกันแดดที่ทาบนผิวอาจลบเลือนไปเมื่อเหงื่อออก
หรือโดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดควรทาครีมซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแดดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ทำไม SPF สูง ก็ไม่ได้ดีกว่าเสมอไป
โดยทั่วไป ครีมกันแดด SPF ประมาณ 15 ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนทั่วๆไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในแถบเอเชียอย่างเรา
แต่สำหรับคนที่ผิวไวต่อแดดหรือถูกผิวถูแผดเผาให้หมองคล้ำได้ง่ายนั้น ใช้ SPF 30 ก็ถือว่าเพียงพอ
แต่ถ้าอยากใช้ที่มีค่า SPF เยอะกว่านี้ ก็ไม่ว่ากันค่ะ

ตัวอย่าง ค่า SPF และ % การปกป้องแสง UV

• ค่า SPF เท่ากับ 2 จะดูดซับ UVB ได้ 50%
• ค่า SPF เท่ากับ 4 จะดูดซับ UVB ได้ 75%
• ค่า SPF เท่ากับ 8 จะดูดซับ UVB ได้ 87.5%
• ค่า SPF เท่ากับ 15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3%
• ค่า SPF เท่ากับ 20 จะดูดซับ UVB ได้ 95%
• ค่า SPF เท่ากับ 30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7%
• ค่า SPF เท่ากับ 45 จะดูดซับ UVB ได้ 97.8%
• ค่า SPF เท่ากับ 50 จะดูดซับ UVB ได้ 98%

ค่า SPF สูงๆ นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะปกป้องแสดงแดดได้ดีไปกว่า ค่า SPF ที่ต่ำกว่า
ในความเป็นจริงแล้ว ค่า SPF สูงๆ นั้นจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย
และยังเป็นไปไปได้ว่าอาจจะมีผลข้างเคียงที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้
เช่นอาจจะเกิดผดผื่นคันได้ นอกจากนี้ยังอาจจะทำให้สีผิวของเราไม่สม่ำเสมอ
เกิดรอยด่างขึ้นได้ และยังอาจจะทำให้เสื้อผ้าเป็นคราบสีเหลืองติดเสื้อผ้าอีกด้วย

PA คืออะไร
ครีมกันแดดใหม่ๆที่วางขายกันในตลาดมักประกอบไปด้วย UVA Filter
และค่าที่วัดการป้องกันรังสี UVA เรียกว่า PA

PA ย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA
ในขณะนี้ยังไม่มีหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานในการวัดค่าการดูดซึมของรังสี UVA
ดังนั้นจึงถือเอาคำว่า PA เป็นหน่วยวัดรังสี UVA อย่างไม่เป็นทางการ

ค่า PA นั้นจะมี 3 ระดับคือ

PA+       หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA
PA++     หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง
PA+++   หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูงสุด

คงเข้าใจกันแล้วว่า SPF กับ PA+++ คืออะไร
จะเห็นได้ว่าสัญลักษณ์เหล่านี้มีความสำคัญมากในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดด
เพราะทำให้เรารู้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆมีประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA และ UVB ได้มากเท่าใด
ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้แค่ค่า SPFอย่างเดียว หรือค่า PA อย่างเดียว
ก็หมายความว่า ผลิตภัณฑ์นั้นไม่สามารถปกป้องผิวจากทั้ง 2 รังสีได้พร้อมๆกัน
นั่นก็คือ ป้องกันได้แค่รังสีชนิดเดียวเท่านั้น
ทางที่ดี ไหนๆก็จะยอมลงทุนเสียเงินเพื่อปกป้องผิวของเราแล้ว
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการระบุทั้งสองค่าไปเลยดีกว่า
เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องผิวสวยๆของเราจากแสงแดดค่ะ………

ขอบคุณบทความด้านบนจาก http://www.loxtrade.com

ท้ายสุดๆ ต้องขอบคุณสาวๆที่แวะมาทักทายพูดคุยกันที่บล็อกด้วยนะคะ 🙂

Maybelline Clear Smooth BB Stick


สวัสดีค่า กลับมาเจอกันที่เรื่องความสวยความงานกันอีกแล้ว
วันนี้หยิบเอาผลิตภํณฑ์ใหม่ล่าสุด Maybelline Clear Smooth BB Stick มารีวิวกันค่ะ
ก่อนหน้านี้เค้ามีแคมเปญให้สาวๆ 100 คนแรก ได้มีโอกาสทดลองประสิทธิภาพกันไปฟรีๆเลย
ด้วยการร่วมสนุกกันในหน้า Fanpage ของ Maybelline ได้เลย

แต่ในส่วนของนุ่นนี่ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองก่อนอีกเหมือนกัน ก็ต้องขอบคุณทางแบรนด์มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ


มาดูที่รายละเอียดผลิตภัณฑ์ของ Clear Smooth BB Stick SPF21 PA+++
กันค่ะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

Brand Say :
แป้งผสมบีบีในรูปแบบแท่ง นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่รวม บีบีครีม + แป้งควบคุมความมัน + ครีมกันแดด ในแท่งเดียว!
เนียนสวยเป๊ะใน 1 นาที อวดผิวเนียนใส แบบไม่โบ๊ะ กล้าท้าแดด ไร้ความมันตลอด 24 ชม.เต็ม

ด้วยคุณค่าแร่ธาตุ + Salicylic acid : บำรุงให้ผิวเนียนใส รูขุมขนดูเล็กลง
บีบีครีม + แป้งควบคุมความมัน : เนื้อครีมแปลงเป็นแป้งควบคุมความมันทันที
สีผิวดูสม่ำเสมอ ควบคุมความมัน ยิ่งกว่าเคย!

สู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อผิวสุขภาพดี 8 ประการในแท่งเดียว
1. ควบคุมความมันวาวตลอด 24ชม
2. ลดความมันส่วนเกิน
3. ผิวดูกระจ่างใสขึ้น
4. รูขุมขนดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
5. รอยสิว รอยแดง จุดด่างดำดูลดลง
6. ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
7. สีผิวดูสม่ำเสมอ
8. ผิวใสเปล่งประกายดูสุขภาพดี

ราคา 249-

เค้าทำออกมาทั้งหมด 3 เฉดสีที่พัฒนาเพื่อสาวเอเชียโดยเฉพาะเลยนะคะ คือสี
01/Fresh สำหรับสาวผิวขาว
02/Natural สำหรับสาวผิวขาวเหลือง
03/Radiance สำหรับสาวผิวสองสี
และสีที่นุ่นได้มาลองคือสี 01/Fresh สำหรับสาวผิวขาว

ลองปาดเนื้อครีมลงบนผิว เนื้อครีมจะยังคงสถาพเนื้อครีมบางเบาอยู่นะคะ
แต่พอเราเกลี่ยเนื้อครีมปุ๊ป จากเนื้อครีมก็จะกลายสภาพเป็นเนื้อแป้งที่เนียนเรียบไปกับผิวทันที

เมื่อลองปาดไปบนผิวก็รู้สึกประทับใจมากกกกกกก
เนื่องจากเราปาดแล้วเกลี่ย แป๊ปเดียวก็ทั่วหน้าในระยะเวลาอันสั้น
และผลลัพธ์ก็ได้หน้าที่เนียนและไม่เป็นคราบอีกด้วย
ระดับการปกปิดปานกลางนะคะ แต่สามารถปาดและเกลี่ยซ้ำในจุดที่ต้องการปกปิดเพิ่มได้
สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น ผิวดูเนียนใสและดูเป็นธรรมชาติ
คนที่ไม่มีปัญหาเรื่องผิวมัน สามารถข้ามขั้นตอนการลงแป้งไปได้เลย

มาดูผลการใช้แต่ละขั้นตอนของนุ่นกันบ้าง

Nude – เริ่มจากสภาพผิวก่อนลง BBStick มีรองแดงตามร่องจมูก รอยกระ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
BBStick – ปาดเนื้อครีมแล้วเกลี่ยโดยยังไม่ลงแป้ง
BBStick+Powder – ลงแป้งแบบโปร่งแสงบนผิวที่ลง BB เรียบร้อย เขียนคิ้วและปัดแก้ม
8 Hr Later – ผ่านไป 8 ชม. ใบหน้าเริ่มมีความมัน บริเวณหน้าผาก จมูก หนังตา

**ภาพภ่ายจากริมหน้าต่างแสงธรรมชาติ เวลาประมาณ 8 โมงเช้า

สรุปผลการใช้งาน
โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจมาก เพราะใช้สะดวกดีและประหยัดเวลาไปได้มาก
เนื้อบีบีเกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ สีไม่ลอย ดูเป็นธรรมชาติ
ระดับการปกปิดปานกลาง แต่สามารถเติมได้โดยไม่เป็นคราบและไม่ทำให้ดูหนาเกินไป

ในเรื่องคุมมันสำหรับคนผิวมันแล้วเต็มที่อยู่ได้แค่ครึ่งวัน หน้าก็เริ่มมันเป็นปกติ
แต่เมื่อซับหน้าเรียบร้อย หน้าแลดูไม่หมอง แต่อาจไม่ดูใสเด้งเหมือนตอนเช้า

ใครที่สนใจลองไปทดสอบเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ
เพราะถ้าได้ลองด้วยตัวเอง การตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วล่ะค่ะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายด้วยนะคะ