KATE TOKYO Autumn / Winter 2017


ปีนี้ 2018 แล้ว แต่เพิ่งเอาคอลเลคชั่นส่งท้ายปลายปีของ KATE มาอัพเดทกัน(ไม่เป็นไรเนอะ)
ช่วงนี้มัวแต่ไปอัพลงเพจ ไม่ได้เอามาลงในบล็อกเลย จะทยอยเอามาอัพเดทกันค่า
เค้ามีทั้ง Base Makeup และ Point Makeup เลย ไปดูแต่ละชิ้นกันค่ะ ว่าใช้แล้วได้ผลเป็นยังไงบ้าง
….
KATE SECRET SKIN MAKER ZERO (Powder) [640-]
แป้งผสมรองพื้น ที่มอบการปกปิดได้เพียงคาทาบางๆก็ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ด้วยอนุภาคของทรงกลมของเนื้อแป้งยึดเกาะผิวได้ดี ให้ความรู้สึกสบายผิว ควบคุมความมัน ทำให้ผิวสวยทนนานตลอดทั้งวัน ตกเย็นเค้าจะทำให้ผิวดูฉ่ำวาว แต่สีไม่ดรอป หรือทำให้หน้าดูหมอง คนที่มีผิวผสมเค้าจะคุมมันได้ราวๆครึ่งวันค่ะ
มาพร้อมพัฟและกระจกในตลับ มีให้เลือกถึง 6 สี
– สี 00 (BR-C) เหมาะสำหรับคนผิวขาวมาก
– สี 01 (OC-B) เหมาะสำหรับคนผิวขาว
– สี 02 (OC-C) เหมาะสำหรับคนผิวขาว – ปานกลาง
– สี 03 (BE-C) เหมาะสำหรับคนผิวขาวเหลือง – ปานกลาง
– สี 04 (OC-D) เหมาะสำหรับคนผิวปานกลาง – ผิวสองสี
– สี 05 (OC-G) เหมาะสำหรับคนผิวสีเข้ม
 
 

 
KATE SECRET SKIN MAKER ZERO (LIQUID) [640-]
รองพื้นเนื้อลิคควิดที่ปกปิดได้ดี แต่ให้ความเบาสบายผิว ตัวนี้จะให้ฟินิชลุคแบบกึ่งแมท และคุมมันได้ดีค่ะ
ไม่มีปัญหาสีหมอง หรือดรอประหว่างวัน ผิวไม่ดูเค้กกี้เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมง เนื้อลื่น เกลี่ยง่ายมากๆ
 
KATE SECRET SKIN CC BASE ZERO [375-]
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ ผิวกระจ่างใส ดูสุขภาพดี และยังช่วยอำพรางรูขุมขนได้อีกด้วย
ตัวนี้เค้าจะปรับผิวให้ดูสว่างขึ้นเล็กน้อย ไม่ดูวอก เหมือนลงครีมบำรุง เพราะผิวมีความชุ่มชื่นค่ะ
 
 
 

 
ผลการใช้ KATE SECRET SKIN MAKER ZERO (LIQUID) No.03 เค้าช่วยปรับสีผิวให้ดูนวลเนียน
ได้งานผิวที่โบ๊ะ เนื้อรองพื้นเซ็ทตัวไว แต่สามารถเกลี่ยด้วยนิ้วมือหรือแปรงได้โดยไม่เป็นคราบ
ให้ฟินิชลุคแบบแมทที่ความวาวบนผิว
 
 

 
ระหว่างวันจะให้ผิวดูฉ่ำกำลังดี ไม่เยิ่ม ไม่ไหล สำหรับคนที่มีผิวผสมเหมือนกัน เค้าจะคุมมันได้กลางๆ
แต่หน้าไม่หมอง ซับด้วยทิชชู่แผ่นบางเบาๆระหว่างวันก็ได้ผิวสดใสเหมือนหลังแต่งหน้าใหม่ๆแล้ว
 
 

 
KATE The Base Zero Face Powder [475-]
แป้งฝุ่นเนื้อละเอียด บางเบา ช่วยอำพรางรูขุมขนและสีผิวที่ไม่เท่ากัน เซ็ทเมคอัพให้ติดทนตลอดวัน
ช่วยทำให้ผิวดูนวลเนียน และผิวดูกระจ่างสดใสไม่โทรม
 
 


 
KATE BROWN SHADE EYES N [490-]
อายแชโดว์โทนสีน้ำตาลเบสิคที่ดูหรูหราที่มีถึง 5 สีในพาเลตเดียว
และยังเพิ่มสี Bronzer ที่เป็นกลิตเตอร์สุดระยิบระยับ และ Fake Shade Powder
ที่เป็นเนื้อแมทช่องเล็กๆ ใช้คอนทัวร์บริเวณใต้โหนกคิวจรดหัวตา เพื่อให้เบ้าตาดูลึกแลดูมีมิติ
จึงเหมาะแก่การพกพาไปทำสวยในโอกาสต่างๆด้วย เค้ามีเฉดน้ำตาให้เลือกมากถึง 6 เฉดสีเลย
ในรูปนุ่นใช้ BR-5 [Terra Cotta] สีโทนน้ำตาลอมแดง
KATE 3D CHEEKS [490-] สี RD-1
บลัชออนสีสันสดใสที่มาพร้อมแปรงขนนุ่มไม่บาดผิวในตลับ สีในตลับดูเข้ม แต่ปัดออกมานัวสวยมากค่ะ
บลัชออนที่ออกแบบมาให้พวงแก้มของคุณสดใสและเปล่งประกายไปพร้อมๆกัน
มาพร้อมแปรงปัดที่สามารถกางออกและพับเก็บได้ โดยวิธีใช้สไตล์สาว KATE คือ
ขั้นตอนแรก กางแปรงออกให้มีขนาดที่กว้างขึ้นเพื่อใช้สีอ่อนปัดบริเวณขมับมาจนถึงส่วนกลางของแก้ม
ขั้นตอนที่สอง คือพับแปรงลงแล้วปัดสีเข้มทับเป็นแนวยาวไปตามโหนกแก้ม
แค่สองขั้นตอนก็ช่วยให้แก้มดูมีสีสันและเปล่งประกายดูสุขภาพดี
KATE QUICK LOCK LIQUID LINER WP (Matte black) [300-]
อายไลเนอร์ที่มีเส้นเรียวเล็ก ให้สีดำสนิทและแห้งทันทีที่วาดเส้นไลเนอร์
KATE COLOR HIGHVISION ROUGE [300-] สี OR-2
ลิปสติกที่ทาแล้วให้ริมฝีปากดูฉ่ำสวย เนื้อเนียนลื่น ทาง่าย
ถ้าไม่ชอบที่ดูวาวไป ก็สามารถเม้มด้วยทิชชู่เพื่อได้ลุคที่ดูแมทขึ้น แต่ยังคงให้สีสันที่ชัดสวย
เค้าทำออกมาถึง 10 เฉดสีเลย ทั้งโทนแดง ชมพูอมม่วง ชมพู ส้ม และนู้ด
ชอบสีไหนต้องไปลองด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์กันดูค่ะ
KATE CC LIP OIL [290-]
ลิปออยที่มีถึง 5 คุณสมบัติในหนึ่งเดียว คือ ช่วยบำรุง , แก้ปัญหาริมฝีปากคล้ำ, ทำให้ปากดูอวบอิ่ม,
ให้ความเงาใส และเป็นเบสก่อนลงลิปสติกได้
ใครสนใจชิ้นไหนลองดูที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ น่าจะหาซื้อไม่ยาก
และเป็นแบรนด์ที่เรียกว่า คุณภาพดี คุมราคาแบรนด์นึงเลย
ขอบคุณที่แวะมาทักทายและพูดคุยในบล็อกกันด้วยค่า

L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor


L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor ไอเท็มเด็ดดวงใหม่น่าสนใจมากๆ
วันนี้จะมาเปิดกล่องสวอชสีให้ชมกันค่ะ

กล่องนี้ทาง L’oreal ส่งมาให้ลองใช้นะคะ ที่วางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์จะไม่มีเซ็ทแบบนี้ค่ะ
ซึ่งในกล่องนี้ก็ประกอบไปด้วย L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation
และ Super Liner V Sculptor

ซ้ายมือด้ามสีดำคือ Super Liner V Sculptor อายแชโดว์รูปแบบคุชชั่น
ขวามือคือ L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation  ลิปเนื้อแมทในแบบคุชชั่นค่ะ

เปิดฝามาจะเห็นหัวฟองน้ำแบบนี้ ซึ่งด้านที่เป็นตัวเนื้อสี จะอยู่ฝั่งที่เป็นฝานั่นเอง
โดยตัวด้ามจะมีสปริงอยู่ด้านใน เพื่อช่วยในการกดเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ติดขึ้นมา
ซึ่งการใช้งานก็ถือว่าค่อนข้างใช้งานง่ายและสะดวกทีเดียวค่ะ

L’oreal Paris Super Liner V Sculptor อายแชโดว์แบบฝุ่นเนื้อซาติน
เนื้ออายแชโดว์ค่อนข้างเนียนลื่นติดผิว แต่ก็มีส่วนที่เป็นฝุ่นร่วงลงมาบ้าง
(จากรูปสีน้ำตาล V01 แก้ไขเป็น V03 นะคะ)

อายแชโดว์รุ่นนี้ให้สีสวยชัดทีเดยว เกลี่ยง่าย และสามารถเบลนด์ด้วยแปรงได้ไม่ยาก
แต่ด้วยหัวฟองน้ำที่กลมและใหญ่ จึงอาจเข้าในจุดหัวตาลำบาก และเขียนหางตาล่างเลอะง่ายนะคะ
จากรูปคือปาดทับ 2-3 ครั้ง จะได้สีที่คมชัดประมาณนี้ หากอยากได้สีเข้มขึ้นก็ปัดทับเพิ่มเลเยอร์ได้
สีทนน้ำ ทนเหงื่อได้ค่อนข้างดีพอใช้ ส่วนความมันที่หนังตาอาจทำให้เลือนระหว่างวันได้เป็นปกติค่ะ

L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation ลิปเนื้อแมตแบบคุชชั่น
ก็มาในรูปแบบหัวฟองน้ำเช่นเดียวกับอายแชโดว์ สามารถทาโดยตรงที่ปากได้ง่ายๆและออกมาสวย

สีที่ได้จะให้ฟินิชลุคแบบแมทนะคะ เพราะฉนั้นคนที่ปากแห้งหนักๆ จะดูเป็นคราบชัดเจน
ทั้ง 4 สี เค้าคิดค้นให้ใช้ร่วมกันได้อย่างสวยงาม
สามารถทาแบบไล่โทนสีสไตล์สาวเกาหลี หรือทาแบบเต็มริมฝีปากสีเดียวเลยก็สวยได้

จากรูปคือการทาแบบไล่สี หรือที่เรียกว่า Ombre [ออมเบร]
โดยเลือกจับคู่แต่ละสีมาลองทาให้ดูกันค่ะ ก็จะให้ความสวยของสีที่ต่างกันไป

แต่หากทาสีเดียวเลยก็จะได้ตามรูปที่เห็น ซึ่งก็สวยไปอีกแบบนึงนะคะ
ใครสนใจทั้งอายแชโดว์และลิปสติก ราคาอยู่ที่แท่งละ 399 บาท
ซึ่งช่วงนี้ตามร้านค้าต่างๆเค้าก็มีโปรลดราคากันอยู่นะคะ ลองไปดูกันค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะพอมีประโยชน์กับคนที่สนใจสองสิ่งนี้กันอยู่นะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาพูดคุยที่บล็อกกันด้วยค่า 🙂

Color Swatch : CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure


….

….
….

สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้หยิบเอาลิปสติกที่ได้มาเนิ่นนานมาสวอชสีให้ชมกันค่ะ
นี่คือ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure ลิปสติกที่มีทั้งเนื้อแมทและเนื้อกลอสให้เลือกใช้

สำหรับ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure รุ่นเนื้อแมทกบเนื้อกลอสตอนซื้ออาจหยิบผิดได้
เพราะดูผิวเผินก็เหมือนกันนะคะ ให้สังเกตคำว่า Glass ที่กล่องและที่ขวดเป็นตัวแยกประเภทค่ะ
ราคาก็อยู่ในเรทกลางๆ จนเกือบราคาสูงนะคะ คือ 579 บาท
ราคาอาจสูงไปสักนิดสำหรับน้องๆนักศึกษานะคะ ลองเลือกสีที่ชอบมาสักสีก็พอค่ะ


แพคเกจของ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure จะดูเหมือนขวดยาทาเล็บแบบนี้ล่ะค่ะ
ระวังจะหยิบผิดกันด้วยนะคะ แต่ก็ใช้งานสะดวกมาก หมุนฝาขึ้นมาแล้วทาได้เลย
แต่ขนาดอาจจะอ้วนกลมเทอะทะไปสักนิด ทำให้การพกพาอาจจะไม่สะดวกนักค่ะ
ข้อสังเกตุอีกนิดคือ ถ้าเป็นรุ่นเนื้อแมท ฝาผลิตภัณฑ์เค้าก็จะเป็นแบบแมทไปด้วยนะคะ
ถ้าเรามีหลายๆแท่งและวางรวมๆกันไว้ ก็ทำให้เราหยิบใช้ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าจะหยิบผิดเลยค่ะ

สีสันของเนื้อแมทเมื่อทาไปตอนแรกจะยังดูชุ่มชื่นอยู่ แต่ทิ้งระยะเวลาสักพักก็แห้งแมทค่ะ
ส่วนเนื่อกลอสก็จะให้ความฉ่ำวาวของสีสันชัดเจน ปากดูเนียนสวยอวบอิ่มมากๆ


แปรงของ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure จะออกแบบมาให้ด้านฟองน้ำ
มีความโค้งมนรับกับรูปปากของเราพอดิบพอดีเลยนะคะ ช่วยให้ทาได้ง่ายและเนียนลื่นมากๆ

SmileySmileySmileySmiley

ทีนี้มาดูสีสันแต่ละสีแบบใกล้ๆชัดๆกันดีกว่าค่ะ

เริ่มที่รุ่น [Glass] สี 5 Romantic สีนี้จะค่อนข้างอ่อนไปทางนู้ดชมพู การทาทำให้ดูสีไม่สม่ำเสมอนัก
ทาแล้วปากจะดูลอยกับผิวค่อนข้างมาก เม็ดสีค่อนข้างแน่น กลบสีปากได้ดี เหมาะกับคนผิวขาวค่ะ


สีต่อมาคือ  [Glass] 4  Born to kill สีแดงสดมาก ทาแล้วขับผิวสุดๆ ปากดูอิ่มสวยมากๆค่ะ


และสีสุดท้ายของรุ่น [Glass] 1 Jealousy สีชมพูบานเย็นที่มีอันเดอร์โทนของสีน้ำเงินเจืออยู่
ช่วงนี้สีโทนประมาณนี้กำลังมาแรงเลย ทาแล้วดูสดใสมากๆ ใครชอบโทนนี้ควรมีนะคะ


มาถึงรุ่นเนื่อแมทกันบ้าง ในโทนสีเดียวกับสีชมพูด้านบน กับสี  8 Guilty Pink
ทาแล้วให้เนื่อแมทที่แห้งสนิทมากๆ ตกร่องริมฝีปากชัดเจน ติดทนนานทีเดียวค่ะ สีนี้ชอบมากๆ


จากโทนชมพูมาเป็นโทนส้มกันบ้างกับสี  4 Cynical Orange สีส้มสว่างวาบเลยทีเดียว
สีนี้นอกจากจะช่วยขับผิวแล้ว ผิวพรรณที่หมองโทรมจะดูสดใสขึ้นด้วยค่ะ


รุ่นกลอสมีนู้ด รุ่นแมทก็ไม่พลาด สี 3 Crime Pink สีชมพูนมๆเนื้อแมท สีนี้จะเกลี่ยค่อนข้างยาก
เพราะสีอ่อนมาก ทาแล้วดูเป็นคราบง่ายมากๆด้วย ใครไม่ชำนาญทาแล้วเป็นตามรูปเลยค่ะ Smiley


สีสุดท้ายของเนื้อแมทคือสี  2 Nasty Pink สีชมพูนีออน เป็นสีโทนสว่างที่ทาค่อนข้างยากอีกสี
รูปนี้ลืมถ่ายขวดมาให้ดู ต้องขอโทษด้วยค่ะ (คราบแบบนี้เกิดจากการทาสียังไม่แห้งดีแล้วเม้มปาก)

SmileySmileySmileySmiley

มาถึงบทสรุปการทดลองใช้ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure กันบ้างนะคะ
โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับลิปสติกรุ่นนี้มากๆ เพราะให้สีที่ชัดสวย
รุ่นเนื้อกลอสทำได้ดีมากๆ ทาออกมาริมฝีปากดูสวยอวบอิ่ม และเม็ดสีแน่นสุดๆ

ข้อเสีย
ทั้งสองรุ่น สีอ่อนๆจะทายาก โดยเฉพาะคนที่ริมฝีปากตามธรรมชาติมีสีเข้มทาแล้วดูไม่สวย
รุ่นเนื้อแมทข้อควรระวังคือ ทาแล้วห้ามเม้มปากทันที ต้องรอให้ลิปสติกแห้งสนิทและเซ็ตตัวซะก่อน
มิฉะนั้นจะเป็นคราบแบบน่าเกลียดมากๆ (รูปสุดท้าย)
ลิปสติกมีกลิ่นและรสที่เป็นเคมีทิ้งอยู่บนริมฝีปาก ทำให้รู้สึกไม่สบายริมฝีปากเท่าไหร่นัก
และแบบเนื้อแมทจะต้องออกแรงเช็ดพอสมควรจนกว่าลิปจะหลุดหมด

SmileySmileySmileySmiley

นี่เป็นความเห็นส่วนตัวหลังการทดลองใช้ของเรานะคะ ท่านอื่นอาจมีความเห็นต่างๆกันไปเนอะ
ใครสนใจลิปสติกรุ่นนี้จาก CLIO ลองไปทดลองเนื้อผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองกันดูนะคะ
จะได้เลือกสิ่งที่ถูกใจจริงๆกลับบ้าน ไม่ชอบก็จะได้ไม่เปลืองสะตุ้งสตางค์เนอะ
ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกนะคะ คราวหน้ามีอะไรน่าสนใจจะมาอัพเดทกันอีกค่า Smiley

….
….
….