Review : HEME Silk Second Skin CC Cream


สวัสดีค่ะ วันนี้มาพบกันในโหมดรีวิวกันบ้าง หลังจากสวอชสี คสอ.มาหลายแบรนด์แล้ว
วันนี้ขอแนะนำแบรนด์น้องใหม่จากประเทศไต้หวันที่เพิ่งนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรามารีวิวกันค่ะ
นั่นก็คือแบรนด์ HEME (เฮเม่) แบรนด์ที่โด่งดังในประเทศไต้หวัน
และบ้านเราก็มีตัวแทนจำหน่ายนำมาขายทางออนไลน์เรียบร้อย

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จำนำมารีวิวตัวนี้ นุ่นลองใช้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาสองสัปดาห์แล้ว
ค้นพบว่าการใช้งานสะดวกมาก และค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้พอสมควรเลยค่ะ
นั่นก็คือ HEME Silk Second Skin CC Cream
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการแต่งหน้านั่นเอง
ไปดูคุณสมบัติหลักๆของเค้ากันก่อนเลยนะคะ

คำเคลมจากทางแบรนด์

HEME Silk Second Skin CC Cream  (สีนู้ด) 

ซีซีครีมที่จะมอบสัมผัสบางเบาดุจแพรไหมผสานความชุ่มชื่นที่ลงตัว
พร้อมปรับสีผิว
ให้เนียนสม่ำเสมอประหนึ่งเป็นผิวที่ 2 ของคุณ
กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ลงตัวแบบ
CLEAN & SLEEK DESIGN
ไม่เหมือนใครด้วย High Density Sponge Puff Head

ฟองน้ำที่มีความหนาแน่นและให้สัมผัสนุ่มบนตัวหลอดซีซีครีม
ที่สามารถใช้แทนนิ้วมือ
ในการเกลี่ย ทำให้มือของคุณไม่เลอะเปรอะเปื้อน
ไม่ทำให้ผิวหน้ามันระหว่างวัน

อีกทั้งยังมาพร้อมกับสารกันแดด SPF 50+ **** ปกป้องคุณจากรังสี UVA/UVB 
ให้ผิวคุณดูสวยเป็นธรรมชาติติดทนนานตลอดวัน

ผสาน 8 คุณสมบัติเด่นในขั้นตอนเดียว

1. Whitening ช่วยปรับผิวของคุณให้ขาวกระจ่างใสขึ้น ไม่ทำให้ผิวดูขาวและวอกเกินไป

2. Moisturizing ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งระหว่างวัน

3. Repairing ซ่อมแซมผิวที่มีปัญหาหมองคล้ำไม่สดใส ให้ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

4. Brightening  ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น

5. Foundation Base ทำหน้าที่เป็นเบสและรองพื้นในตัว

6. UV Protection มีสารกันแดด SPF 50+**** ปกป้องผิวจากรังสียูวี

7. Smoothing ปรับผิวให้มีความนุ่มนวลและเนียนสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น

8. Pore Invisible  อำพรางรูขุมขนให้แลดูเล็กลง

ผลิตภัณฑ์เค้าจะฟน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ คือมีส่วนที่เป็นหลอดบรรจุเนื้อครีมและซีลที่ไว้เรียบร้อย
อีกส่วนคือหัวฟองน้ำ ที่ทำหน้าที่เกลี่ยผลิตภัณฑ์ไปบนผิวแทนนิ้วมือของเรา
แยกส่วนชัดเจน ทำให้เราสามารถนำไปล้างทำความสะอาดได้ไม่ยุ่งยาก

ตอนใช้ครั้งแรกๆ ฝาที่ปิดส่วนฟองน้ำไว้จะดึงยากนิดนึง ใช้ไปเรื่อยๆก็จะดึงง่ายขึ้น
ฟองน้ำมีความแน่นพอดี ไม่นุ่มพรุนจนกินเนื้อผลิตภัณฑ์มากเกินไป
และไม่แน่นจนทำให้การปาดลงผิวต้องออกแรงมากจะทำร้ายผิวหน้าของเราค่ะ

ก่อนใช้แนะนำให้บีบเนื้อผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เราต้องการ
แต้มเป็นจุดต่างๆทั่วหน้าแล้วเกลี่ยด้วยฟองน้ำ หรือจะเกลี่ยไปที่ละจุดก็แล้วแต่ความถนัดเลยค่ะ
แต่อย่าเผลอบีบหลอดขณะเกลี่ยนะคะ เนื้อผลิตภัณฑ์จะออกมามากเกินความจำเป็น
ใช้ครั้งแรกๆอาจจะยังไม่ชิน ใช้ไปสักพักเราจะเริ่มจับทางถูกแล้วค่ะ
แล้วจะพบว่าใช้งานสะดวกมาก ไม่เลอะมือ ไม่ต้องล้างฟองน้ำทุกวัน

มาดูผลการใช้งานกันบ้าง
เนื่องจาก HEME Silk Second Skin CC Cream
หน้าที่หลักๆของเค้าคือการปรับสีผิวและให้การบำรุง
เพราะฉนั้นเรื่องการปกปิดอาจไม่ตอบโจทย์กับคนที่มีสภาพผิวที่มีรอยสิว หรือจุดด่างดำที่เห็นชัด
แต่ในเคสของนุ่นคือเป็นคนที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ
ถือว่าเค้าช่วยปรับผิวโดยรวมให้ดูเท่ากันทั้งหน้าเลย
และสามารถปิดรอยแดงบริเวณปีกจมูกของนุ่นได้ค่อนข้างดี รอยกระบางๆก็พอปิดได้
จะเหลือรอยกระสีเข้มๆอยู่บ้าง แต่พอเราตบแป้งก็จะดูเบลอและจางลงจนมองเกือบไม่เห็นแล้ว

สำหรับเรื่องการความคุมความมันเค้าก็ทำได้ดีทีเดียว
เพราะฟินิชลุคหลังลงเรียบร้อยคือจะให้ผิวค่อนข้างแมทเลย อาจไม่เหมาะกับคนผิวแห้งมากๆค่ะ
แต่คนผิวผสมค่อนไปทางมันแบบนุ่นถือว่าพอใจมาก เพราะระหว่างวันหน้าไม่มันเยิ้ม
และสีผิวก็ไม่หมอง ไม่ดรอป ตอนที่ความมันเริ่มมาเยือนด้วย
คนที่มีผิวมันมากๆ และไม่มีปัญหาเรื่องจุดด่างดำ น่าจะหามาลองกันดูนะคะ

รูปนี้คือลง HEME แล้วนุ่นก็แต่งหน้าตามปกติเลย ไม่ได้ลงรองพื้นเพิ่ม
ใช้แป้งแบบ Tranlucent หรือแป้งโปร่งแสงปัดด้วยแปรงเพื่อเซ็ทผลิตภัณฑ์ไว้เท่านั้น
จะเห็นว่ารอยกระ รอยแดงต่างๆก็มองไม่เห็นแล้ว
ปัดไฮไลท์เล็กน้อยเพื่อไม่ให้ผิวดูแห้งหรือแมทเกินไป  ช่วยให้ผิวเราดูอ่อนวัยลงด้วยค่ะ

หลังจากผ่านไปราวๆสิบชั่วโมงโดยไม่ได้ซับมันออก
จะเห็นว่าผิวดูฉ่ำๆ แต่ไม่ได้ดูหน้าหมอง หรือดูมันเยิ้มเลยนะคะ
อาจมีเป็นคราบบ้างในจุดที่เราลงหนาเกินไป บวกกับผิวส่วนนั้นามีปัญหาเรื่องเป็นขุยอยู่ก่อนด้วย
แต่ก็ไม่ได้เห็นชัดจนหน้าเกลียด ต้องมองแบบใกล้มากๆจึงจะเห็นค่ะ

สรุปรวมค่อนข้างพอใจมากๆกับผลลัพธ์ที่ได้
แต่อาจใช้ยากไปนิดในช่วงแรกๆ เพราะเรายังไม่คุ้นชิน ไม่ถนัดมือนะคะ
ส่วนเรื่องสีของเค้า ด้วยความที่เป็น CC Cream ก็ไม่ต้องกังวล
เพราะเค้าจะปรับสีให้เข้ากับโทนสีผิวของเราเอง ไม่ต้องกลัวเรื่องวอก หรือดรอปเลยค่ะ

นอกจาก HEME Silk Second Skin CC Cream แล้ว เค้าก็ยังมีมาส์กชีทด้วย
ซึ่งก็มีด้วยกันทั้งหมด  2 สูตรค่ะ ไปดูคุณสมบัติของแต่ละสูตรกัน

  HEME Firming Clear Complexion Mask (สูตรเฟิร์มมิ่ง กระชับผิว)
ด้วยลักษณะเฉพาะด้วย Far Infrared Spot มากถึง 2,600 จุด พร้อมทั้งเอสเซนส์ซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยให้แผ่นมาสก์แนบกับผิวหน้าได้อย่างทั่วถึง และเอสเซนส์สามารถซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้เร็วและลึกเข้าสู่ผิวได้ดีมากยิ่ง ขึ้น ด้วยส่วนผสมที่สำคัญต่างๆไม่ว่าจะเป็น เอสเซ้นส์จากสารสกัดโปรตีนในงู, สารสกัดจากแพลงตอน, คอลลาเจน, โปรตีนจากนมผึ้ง สารสกัดจากลูกเดือย ที่จะช่วยทำให้ผิวหน้ากระชับขึ้น ลดเลือนริ้วรอย กระชับรูขุมขนให้แลดูเล็กลง
พร้อมทั้งปรับสภาพผิวให้หน้าให้กระจ่างใสและเนียนขึ้นราวกับใช้ CC Cream

  HEME Hydrating Clear Complexion Mask (สูตรไฮเดรทติ้ง เพื่อผิวนุ่มชุ่มชื้น)
แผ่นมาสก์หน้า เฮเม่ ไฮเดรทติ้ง เคลียร์คอมเพล็กซ์ชั่นมาสก์ สูตรเพิ่มความนุ่มชุ่มชื้นผิว ด้วยลักษณะเฉพาะด้วย Far Infrared Spot มากถึง 2,600 จุด พร้อมทั้งเอสเซนส์ซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยให้แผ่นมาสก์แนบกับผิวหน้าได้อย่างทั่วถึง และเอสเซนส์สามารถซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้เร็วและลึกเข้าสู่ผิวได้ดีมากยิ่ง ขึ้น ด้วยส่วนผสมที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น
anti-aging essence- SYN®-AKE 3% , Sodium Ascorbyl Phosphate, Ceramide 1/3/6Ⅱ, SYN®-HYCAN , Saccharide Isomerate
และ Taiwan oriented Luffa Cylindrica Fruit Extract
ช่วยให้ผิวรู้สึกชุ่มชื้นและสดชื่นอย่างมีออร่า

ที่เก๋ก็คือ เค้ามีนวัตกรรมที่น่าสนใจมากๆ คือ
“Far Infrared Spots” ซึ่งในแผ่นมาสก์หน้าของ HEME ทั้ง 2 สูตร
จะมีจุดแดงๆบนแผ่นมาสก์มากกว่า 2,600 จุด ซึ่งจะสามารถแผ่รังสี Far Infrared
ซึ่งมีความยาวคลื่น 4-14 ไมครอน รังสีที่มีความยาวคลื่นดังกล่าวนี้ได้ถูก เรียกว่า แสงแห่งชีวิต
เนื่องจากสามารถทำให้โมเลกุลของน้ำในร่างกายมนุษย์เกิดการสั่นสะเทือน
และเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน อุณหภูมิของเนื้อเยื่อผิวหนังจึงสูงขึ้น
เส้นเลือดฝอยขยายตัว ความเร็วในการไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้น
และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เป็นผลให้สภาพของผิวหนังดีขึ้น
อีกทั้งยังเร่งความสามารถในการรับสารอาหารของเซลล์ผิวหนังอีกด้วย

นอกจากนั้นยังช่วยให้แผ่นมาสก์แนบกับผิวหน้าได้อย่างทั่วถึง
และเอสเซนส์สามารถซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้เร็วและลึกเข้าสู่ผิวได้ดีมากยิ่ง ขึ้นเรียกได้ว่าเป็นนวตกรรมที่ล้ำมากๆที่ยังไม่เคยเจอในมาส์กชีทของยี่ห้อ อื่นๆที่เราเคยใช้มาเลย

หลังใช้พบว่าผิวคงความชุ่มชื่นได้ยาวนาน และสัมผัสผิวที่นุ่มและดูกระจ่างใสขึ้นด้วย
ยิ่งนำไปแช่เย็นก่อนนำมาใช้ก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นระหว่างมาส์กหน้าได้ดีมากๆ

เพื่อนๆคนไหนสนใจก็เข้าไปเช็คราคากันดูที่แฟนเพจของ HEME ดูนะคะ
เค้ามีโปรลดราคาอยู่ตอนนี้ ไม่รู้ว่าลดถึงช่วงไหน ลองแวะไปดูกันค่ะ
สุดท้ายต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายที่บล็อกกันด้วยนะคะ 🙂

มาส์กหน้าขายดีอันดับ 1 จากไต้หวันและฮ่องกง My Beauty Diary



….
เห็นหัวข้อด้านบนกันแล้ว อย่าเพิ่งบ่นอุบว่า…เวอร์ไปป่าว 
อันนี้เป็นกระแสในอินเตอร์เน็ตที่เค้าว่ากันมาแบบนั้นล่ะค่า

สวัสดีค่ะกลับมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ความสวยความงามกันอีกแล้ว
คราวนี้จัดมาชุดใหญ่เลย เพราะหอบเอามาส์กหน้า 7 สูตรของ 
My Beauty Diary มารีวิวกัน



สำหรับผลิตภัณฑ์เซ็ทนี้ได้รับมากจากการเข้าร่วมเวิร์คช้อปนะคะ
แต่เนื่องจากติดธุระไม่สามารถไปร่วมกิจกรรมได้ 
เลยไม่มีภาพบรรยากาศของการเวิร์คช้อปในวันนั้นมาฝากกันด้วยค่ะ


หลายคนคงเคยได้ยินชื่อหรือผ่านตากับมาส์กยี่ห้อนี้กันนะคะ
ไม่แน่ใจว่ามีวางขายที่ไหนบ้าง แต่หาได้แน่ๆที่ร้านวัตสันเลย 
ราคาอยู่ที่ประมาณ 100 กว่าบาทค่ะ ถ้าช่วงไหนมีโปรก็จะถูกลงมาอีก
แต่ไม่แน่ใจว่าบ้านเรานำเข้ามาขายกี่สูตรนะคะ
เพราะที่นู่นเค้ามีกันเป็นสิบๆสูตรเลยล่ะค่ะ…เยอะมากๆอ่ะ

 

ที่น่าสนใจคือมาส์กตัวนี้โด่งดังมากๆในไต้หวันในเรื่องของประสิทธิภาพต่างๆ
ซึ่งในบรรดาสูตรที่มากมายของเค้าก็มีตัวที่ขายดิบขายดีอยู่หลายตัวเลย
เช่น สูตรไข่มุกดำ สูตรกุหลาบบัลแกเรียล สูตรไวน์แดง เป็นต้นค่ะ

นุ่นเองได้ทดลองใช้บางสูตรมาเรียบร้อยแล้ว
วันนี้เลยขอบอกเล่าถึงผลลัพธ์ของแต่ละสูตรให้ฟังกันดูว่าเป็นยังไงบ้างค่ะ




สำหรับมาส์กเค้าจะมาในกล่องหน้าตาน่ารักๆแบบนี้
ภายในกล่องก็จะมีแผ่นมาส์ก 2 แผ่น อยู่ในซองพลาสติกซีลมาเรียบร้อยดี



ด้านหลังก็มีคำอธิบายผลิตภัณฑ์และรายละเอียดต่างๆครบถ้วนเลย




ตัวแผ่นมาส์กจะแนบมาพร้อมแผ่นพลาสติกสีขาวไม่ให้เสียรูปทรงด้วย
สำหรับสารบำรุงที่อยู่ในซองจะไม่เยิ้มไหลออกมา แต่ก็จะชุ่มเต็มแผ่นทีเดียว

กลิ่นหอมของแต่ละสูตรนี่ ฉีกซองออกมาก็หอมเตะจมูกเลย
ถ้าใครไม่ชอบผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมอาจต้องทนหน่อยนะคะ
แต่ปกติมาส์กหลายๆยี่ห้อก็จะมีกลิ่นของข้างชัดเจนแบบนี้เหมือนกันค่ะ

แผ่นมาส์กจะมีความบางแนบไปกับผิว ไม่รู้สึกรำคาญหรือเกะกะหนักหน้าเลย
แต่ข้อเสียของแผ่นมาส์กหน้าที่บางๆแบบนี้ก็คือ ขาดง่ายค่ะ
ขยับไปขยับมา อาจจะขาดได้ แต่โดยส่วนตัวจะชอบมาส์กที่บางๆแบบนี้เลย
รู้สึกว่ากระชับกับผิวเราดี สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้โดยไม่กังวลว่าจะเลื่อนหลุด
คราวก่อนมาส์กแล้วเดินออกไปตากผ้า ข้างบ้านไม่ตกใจด้วย ^^


ขอสรุปภาพรวมของมาส์ก My Beauty Diaryกันตรงนี้ว่า

เนื่องด้วยนุ่นเป็นคนผิวขาดน้ำ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน
ใช้แล้วรู้สึกว่าทุกสูตรช่วยในเรื่องความชุ่มชื้นของผิวได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ผิวก็นุ่มนิ่มขึ้นกว่าตอนไม่ได้มาส์กด้วย

แต่ในเรื่องของความกระจ่างใสของผิว รู้สึกว่าสูตรซากุระญี่ปุ่น
สูตรบัลกาเรียไวท์โรส และสูตรไข่มุกดำ จะเห็นได้ชัดกว่าสูตรอื่นๆ

แต่ไม่ได้หมายความว่าขาววิ้งขึ้นมาเลยนะคะรู้สึกผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้น
ถ้าใช้ต่อเนื่องเป็นประจำผิวหน้าจะดูขาวขึ้นได้

เรื่องความระคายเคืองหรืออาการแพ้อื่นๆยังไม่มีปรากฎ
แต่เนื่องจากแต่ละสูตรมีส่วนผสมที่แตกต่างกันไป

และเนื่องจากมีสูตรให้เลือกมาขนาดนี้ เลยนำรายละเอียดของสูตรต่างๆมาแบบย่อๆมาฝากด้วยค่ะ



1.สูตรไข่มุก ช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื่น เปล่งประกายความขาวใส

2.สูตรดอกซากุระญี่ปุ่น ช่วยให้ผิวหมองคล้ำคืนความสดใส ผิวหน้าดูขาวอมชมพู

3.สูตรแอปเปิ้ลโพลีฟีนอล ช่วยผลัดเซลล์ผิวและกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้า




4.สูตรไวน์แดง ช่วยให้ผิวขาวใส ลดรอยด่างดำจากสิว ต่อต้านริ้วรอยและคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว

5.สูตรบัลกาเรียไวท์โรส ให้ผิวชุ่มชื่นอ่อนนุ่ม ลดความหมองคล้ำและเพิ่มความขาวใส

6.สูตรอาร์บูติน ช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำดูขาวขึ้น คงสภาพผิวสว่างใส

7.สูตรไฮยาลูโรนิค ช่วยให้ผิวที่แห้งกลับมาชุ่มชื่น ลดความแห้งหยาบหมองคล้ำของผิว

….

ใครสนใจสูตรไหนอาจต้องอ่านฉลากให้ละเอียด

ว่ามีส่วนผสมที่อาจจะก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวคุณรึเปล่านะคะ


ก็ถือว่าเป็นมาส์กที่น่าใจมากๆที่มีสูตรต่างๆมาให้เลือกลองใช้มากมาย

และราคาก็อยู่ในเกณฑ์ที่หาซื้อได้ไม่ลำบากเงินในกระเป๋าด้วย

ใครสนใจลองเลือกสูตรที่เหมาะกับตัวเองมาลองกันดูนะคะ


เพราะแต่ละคนมีผิวที่ต่างกันผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่เหมือนกัน 100%

รีวิวนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นในการช่วยตัดสินใจ


ทดลองด้วยตัวเองก่อนจะฟันธงว่าดีหรือไม่ดีกับผิวคุณๆนะคะ

บล็อกนี้ก็ขอจบเรื่องมาส์กไว้แค่นี้ค่า


พบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาอัพเดทและทักทายกันด้วยนะคะ…สวัสดี