Review : Fasio Easy Mascara Remover



สวัสดีค่า วันนี้มีไอเท็มเด็ดๆมาแนะนำให้ไปหามาลองกันอีกแล้ว
ซึ่งชิ้นที่จัดว่าเด็ดที่จะมาแนะนำในวันนี้ก็คือ Fasio Easy Mascar Remover
ตัวช่วยในการล้างมาสคาร่าออกจากดวงตาเราได้อย่างง่ายดายและสะอาดหมดจด
แบรนด์ฟาสิโอเค้าดังเรื่องมาสคาร่ามากๆ ถ้าย้อนกลับไปสัก 5-6 ปีที่แล้ว
ตระกูลมาสคาร่่า รีมูฟเวอร์ ของเค้าจัดเป็นไปเอท็มขายดี ใช้ดี คุณภาพเริ่ดแบรนด์หนึ่งเลยล่ะค่ะ

หน้าตาของ Fasio Easy Mascar Remover  แพคเกจจะดูสีขาวเรียบๆ แต่ดีไซน์เก๋มากๆ
ซึ่งแต่ก่อนผลิตภัณฑ์เค้าก็จะดูธรรมดามากๆ เหมือนๆแบรนด์ คสอ.ทั่วๆไป
ตอนนี้เค้าปรับเปลี่ยนยกไลน์ให้ดูสวยคลาสสิกแบบนี้คล้ายกันหมด
แต่ข้อเสียคือ มันแยกออกยากมากว่าอะไรเป็นอะไร เพราะตะไม่มีดีเทลบนตัวผลิตภัณฑ์เลย
ข้อมูลผลิตภัณฑ์จะอยู่บนซองที่เค้าใส่มาตอนแรก พอทิ้งซองไปนี่คืออาจงงได้

มาดูหน้าตาของแปรงเค้าบ้าง จะมีลักษณะเป็นหวีซี่ถี่ๆแบบนี้เลยค่ะ
ด้านนึงจะเป็นซี่ยาวๆ ด้านนึงจะเป็นซี่สั้นๆ และมีปลายแหลมด้านบน
เรียกว่าออกแบบมาให้เข้าไปทุกซอกทุกมุมของแนวเส้นขนตาเราเลย
สามารถปัดได้ทั้งขนตาบนและล่างได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ

สำหรับการทดสอบในวันนี้เราเลือกใช้มาสคาร่าที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน คือ
L’Oreal 4D และ CLIO Twistup เป็นสูตรกันน้ำทั้งสองยี่ห้อ ช่วยให้ขนตางอนและยาวขึ้นทั้งคู่

วิธีการปัดก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เหมือนเราปัดมาสคาร่าตามปกติเลยค่ะ
พอปัดไปจนน้ำยาที่มีลักษณะเป็นน้ำมันทั่วขนตาเราแล้ว สักพักขนตาจะเริ่มอ่อนตัวลง
เราสามารถใช้คัตตอนบัด หรือสำลีค่อยๆเช็ดออกได้เลย คราบมาสคาร่าก็หลุดออกเกือบหมดแล้ว

เปรียบเทียบให้ดูว่าคราบมาสคาร่าไม่หลงเหลืออยู่เลย แทบไม่ต้องใช้อายรีมูฟเวอร์ตาม
แค่ทำความสะอาดด้วยการล้างหน้าปกติก็เป็นอันเรียบร้อย
ที่สำคัญคือ เค้าไม่ทำให้เรารู้สึกระคายเคืองระหว่างใช้ หรือหลังใช้เลย ไม่แสบตาด้วยค่ะ

สำหรับสาวๆที่ไม่ได้แต่งตาหนักหน่วง หรือไม่อยากให้การล้างมาสคาร่าเป็นการรบกวนผิวรอบดวงตา
แนะนำให้ลองเลยค่ะ โดยส่วนตัวชอบมากๆ รู้สึกว่าสะดวกดี วันไหนปัดแค่มาสคาร่าก็จบที่ตัวนี้เลย
ราคาเค้าอยู่ที่ประมาณ 300-400 หรืออาจถูกกว่านั้นแล้วแต่โปรโมชั่นค่ะ

หวังว่าบล็อกวันนี้คงพอจะเป็นข้อมูลให้สาวๆที่สนใจอยู่ ตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้นนะคะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายและเยี่ยมเยียนกันที่บล็อกด้วยค่า Smiley

Bisous Bisous Call Me a Crystal Collection


สวัสดีค่ะ ออกใหม่กันอีกแล้วกับแบรนด์ Bisous Bisous [บีซู บีซู]
จริงๆเค้าออกมาได้สักเดือนสองเดือนแล้ว หลังจากที่ลองหยิบใช้สักพัก ก็ถึงเวลามาอัพเดทกันค่ะ

สิ่งที่โดดเด่นของแบรนด์นี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของแพคเกจ ทั้งกล่องบรรจุภัณฑ์ หรือตัวสินค้าเอง
ที่ไม่ว่าจะกี่คอลเลคชั่นก็ทำให้เรากรี้ดกร้าดได้เสมอ เพราะเค้าทำออกมาได้น่ารักถูกใจสาวๆตลอด
กล่องบรรจุภัณฑ์รุ่นนี้จะเป็นสีขาวมุก งานพิมพ์สวยงามน่าเก็บ เสียดายลืมถ่ายมาฝากกันค่ะ
คอลเลคชั่นใหม่นี้คือ Call Me a Crystal วันเปิดตัวนุ่นติดธุระไม่ได้ไปเลยไม่ทราบคอนเซ็ปท์ของเค้า
แต่เข้าใจว่าเค้าต้องการเน้นถึงผิวที่ดูเปล่งประกาย มีออร่า สวยงาม ดูสุขภาพดีนะ

เริ่มต้นที่ชิ้นแรกของเค้าคือ Call Me a Crystal Brilliant Twist Mascara Extreme Mascara
มาสคาร่าที่สามารถหมุนเพื่อปัดขนตาให้เราได้แบบอัตโนมัติ ที่ก่อนหน้านี้เค้าก็มีแบบนี้มาแล้ว
ความสะดวกคือแค่คลิ้กปุ่นที่ปลายแท่ง ด้านขนแปรงมาสค่าร่าก็สามารถหมุนได้ถึง 360 องศา
ช่วยปัดให้ขนตาเรียงเส้น  ขนตาดูหนาฟู และสีเข้มขึ้น แต่ก็ใช้ยากสำหรับมือใหม่นะคะ

มาสคาร่ารุ่นนี้คนขนตาสั้นปัดแล้วตกค่ะ ถ้าจะงอนขึ้นต้องปัดซ้ำหลายรอบมากถึงจะงอนอยู่ตัว
แต่ช่วยให้ขนตาดูและดำขึ้นมากทีเดียว ด้วยความที่เป็นระบบสั่นในตัว การปัดอาจควมคุมยากสักนิด
บางจังหวะอาจมีเลอะที่เปลือกตาได้ ใครไม่ถนัดปัดแบบไม่ใช้ระบบสั่นจะดีกว่า
หัวแปรงใหญ่อาจปัดขนตล่างได้ลำบากสักนิด ต้องใช้เวลาในการใช้ให้ชินมือพอสมควร
รุ่นนี้ทนน้ำทนเหงื่อได้ค่อนข้างดี ไม่เลอะเป็นแพนด้าใต้ตามาก อาจมีบ้างแต่น้อยมากๆค่ะ

Call Me a Crystal Signature BB Cream Spf 27 PA++
ในแทบทุกคอลเลคชั่นของบีซูบีซู เค้ามักจะพัฒนาสูตรของ BB Cream ออกมาให้เราได้ใช้เสมอๆ
รุ่นนี้จะให้ความฉ่ำวาว ผิวดูอิ่มน้ำ มีให้เลือกใช้สำหรับสาวผิวขาวอมชมพูและสาวผิวโทนเหลือง
บีบีจะไม่ปกปิดปานกลาง และช่วยกระจายแสงให้ผิวดูสว่างสดใส ผิวดูฉ่ำระหว่างวันค่ะ
ขวดเค้าจะเป็นแบบหัวปั๊ม ใช้งานง่าย และเนื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องสัมผัสกับอากาศภายนอก
ทำให้ทุกครั้งที่เราใช้งาน จะได้เนื่อผลิตภัณฑ์ที่ใหม่อยู่เสมอ

Call Me a Crystal Universal Concealer และ Call Me a Crystal Face Bright
ชิ้นนี้หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ต่างกันที่ชิ้นนึงคือคอนซีเลอร์และอีกชิ้นคือไฮไลท์
ผลการใช้งานคือใช้แทนกันได้เลยค่ะ หัวแปรงดีมาก ใช้งานง่าย
เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อครีมที่เกลี่ยได้ง่ายมาก และไม่ตกร่องมากนัก
แต่คอนซีลเลอร์สีจะค่อนข้างเข้มและออกโทนเหลือง สาวผิวขาวมากๆทาแล้วอาจดูเข้มไป
ส่วนตัวไฮไลท์กลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคอนซีลเลอร์สำหรับสาวผิวขาวมากกว่า
ไม่ได้สว่างหรือเกิดความวาวขนาดเป็นไฮไลท์ได้ขนาดนั้น เลยคิดว่าใช้เป็นคอนซีลเลอร์ได้สบายมาก
แต่อาจไม่ให้การปกปิดมากนัก แต่ช่วยกระจายแสงให้ใต้ตาดูสว่างได้

และท้ายสุดคือ Call Me a Crystal Lipstick
เห็นแพคเกจเจ้าหญิงแสนหวานไม๊เอ่ย น่ารักมากๆ รุ่นนี้มีกระจกมากับปลอกลิปสติกด้วย
เราสามารถหยิบทาโดยไม่ต้องควานหากระจกจากที่อื่นแล้ว และทะลวดลายออกมาน่ารักมากๆ

สำหรับลิปสติกรุ่นนี้จะเป็นเนื้อ Cream Matte ที่เป็นสูตร Long Lasting
ถึงจะเป็นเนื้อแมต แต่ทาแล้วปากไม่แห้ง เพราะเค้ามี Shear Butter และ Vitamin E ด้วย
ทำให้ริมฝีปากไม่แห้งกร้าน และให้ความชุ่มชื้นในตัว ทาง่ายและไม่เป็นคราบ
พิ้กเมนท์ของสีสดชัดมาก ชอบที่สุดคือ สีสันไม่สดจนทายากเกินไป ทาได้ง่ายๆในทุกๆวัน

สีนี้จะเป็นสีที่ออกโทนส้มนู้ดๆหน่อย แต่สีไม่ป่วยมาก ทาสีเดียวยังได้อยู่ค่ะ

สำหรับสีนี้จะให้ความรู้สึกสดใส เพราะเป็นสีชมพูหวานๆ ที่เหมาะกับการใช้ในทุกโอกาส

แน่นอนว่าจะขาดลิปสติกสีโทนแดงไม่ได้เลย ต้องมีนะ!! เป็นแดงที่ไม่สดมาก ทาได้ทุกวัยค่ะ

และปิดท้ายกับสีชมพูอมม่วงนิดๆ สีนี้เหมาะกับทุกสีผิวนะ ผิวขาวหรือผิวเข้มทาแล้วสวยแน่นอนค่ะ

BSBSlip

เอาล่ะ..สาวๆชอบสีไหน ก็ต้องไปลองที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ ว่าถูกใจกันรึเปล่า
สุดท้ายต้องขอบคุณผลิตภัณฑ์จาก Bisous Bisous ที่ส่งมาให้ลองให้อัพเดทกันค่ะ
พบกันใหม่บล็อกหน้านะคะ สวัสดีค่า 😉

Smiley  Smiley  Smiley  Smiley

The Bakery : Pandora Box by Beauty Buffet


สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้หยิบเอาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจากทาง Beauty Buffet มาสักพักแล้วมาอัพเดทกันค่ะ

The Bakery Pandora Box  เป็นกล่อง Boxet แบบ All in one ขนาดใหญ่ ด้านในจะมีสองชั้น
ซึ่งจะแยกผลิตภัณฑ์บางส่วนให้นำไปพกพาใช้งานนอกกล่องได้ค่ะ บางส่วนติดกล่องเลย

เปิดกล่องออกมาจะเห็นด้านในเ็นแบบนี้ค่ะ
แบ่งเป็นชั้นของอายแชโดว์อยู่ชั้นแรก และชั้นที่สองเป็นลิ้นชักดึงออกมาได้เป็นผลิตภัณฑ์พกพา

มาเริ่มที่ส่วนของลิ้นชักชั้นสองกันค่ะ ความเก๋ของ The Bakery Pandora Box อยู่ที่ชื่อผลิตภัณฑ์
เค้าตั้งออกมาได้น่ารักแฟนตาซีเหมือนคอนเซ็ปท์ของผลิตภัณฑ์กล่องนี้เลย

เริ่มต้นที่ Eye Shadow Primer ขนาดพกพาที่แม้หลอดจะเล็กก็ใช้ได้นาน
ตัวนี้จะช่วยให้สีอายแชโดว์ชัดสวยขึ้น และสีสันอยู่ติดทนนานขึ้น

สองชิ้นที่มาแบบ 2 in 1 ใช้ได้อย่างในแท่งเดียว ซึ่งสะดวกมากๆที่เราจะพกไปทริปต่างได้

ทินต์และกลอสในแท่งเดียวแท่งนี้ ทินต์จะออกสีชมพูใสๆและสีค่อนข้างติดทนนาน (มีขมปากนิดๆ)
ส่วนกลอสแม้จะเป็นสีฟ้า แต่ทาแล้วจะเป็นเนื้อใสๆมีวิ้งละเอียด ให้ความหอมเย็นที่ริมฝีปาก

อันที่สองจะเป็นไลน์เนอร์และมาสคาร่าในแท่งเดียว
มาสคาร่าเป็นสีน้ำตาล ปัดขนตาให้ดูเรียงเส้นและยาวขึ้น แต่คนขนตาสั้นแบบนุ่นปัดแล้วขนตาตกค่ะ
และไลน์เนอร์จะเป็นสีทองคอปเปอร์ เส้นเรียวเล็ก เขียนง่าย แต่จะแห้งช้าสักหน่อย ต้องรอนิดนึงค่ะ

กลับมาที่ชั้นแรกที่ประกอบด้วยอายแชโดว์ 15 สี พร้อมชิฟทาตา และบรัชออน 1 สีพร้อมแปรง
สีอายแชโดว์มีทั้งโทนสีสุภาพและสีสันสดใส เรียกว่าใช้ได้ในทุกโอกาสเลยล่ะค่ะ

บลัชออนจะเป็นโทนสีพีชที่เข้าได้กับทุกสีผิว ไม่ว่าจะสาวผิวขาวหรือสาวผิวเข้ม ปัดแล้วรอดค่ะ
เนื้อบลัชออนจะมีความเนียนละเอียด ใชช่วงแรกๆอาจมีฝุ่นผงบ้างแต่เล็กน้อย เม็ดสีชัดเจนสุดๆ



มาถึงสีสัน 15 สีที่ตั้งชื่อมาราวกับทุกสิ่งในเทพนิยายมารวมกันอยู่ในพาเลตนี้เลย
สำหรับอายแชโดว์รุ่นนี้ เนื้ออายแชโดว์จะติดแนบกับผิวดีมากๆ ซึ่งจะเบลนด์ยากนิดนึงสำหรับมือใหม่
สีสันแน่นชัด ทาสีเดียวเดี่ยวๆสีใดสีนึงก็สวยแล้ว จับคู่สีใช้ด้วยกันก็สวยดูมีมิติ
เนื้อสีจะ fall out น้อยมาก อาจเป็นในสีที่เข้มจัดและมีกลิตเตอร์ แต่ก็ไม่มากจนเลอะเทอะ
บางสีจะเป็นสีชิมเมอร์ที่มีสีอื่นเหลือบซ่อนอยู่ อย่างสี wonderland ที่เป็นม่วงเหลือบชมพู
หรือสี Queen ที่เป็นสีชมพูหวานๆ แต่มีสีทองเหลือบซ่อนอยู่ สีนี้เป็นสีที่ชอบมากค่ะ

ลองครีเอทลุคมาให้ดูกันค่ะ สีโทนฟ้าด้านบนใช้หลายๆสีมายำรวมกันแล้วกรีดด้วยไลน์เนอร์สีทอง
โทนชมพูล่างเป็นสีที่ใช้แต่งเวลาออกนอกบ้านเวลาไปงานต่างๆโดยใช้สีควีนและคัดเบ้าด้วยสีเข้ม

โดยส่วนตัวชอบอายแชโดว์ในพาเลตนี้มากๆ เพราะสีสวยทุกสีเลย ใช้ได้ในหลายๆโอกาสมาก
ข้อเสียอาจอยู่ที่ขนาดที่มหญ่เทอะทะ อาจไม่เหมาะกับการพกพาไปใช้นอกบ้าน
แต่ความคุ้มค่านี่ครบเลย ตลับนี้ 1,450- แต่ทางร้านเค้าจัดโปรบ่อยๆ ลองเช็คโปรกันดูค่ะ
สุดท้ายต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทาย และจะมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ๆกันอีกบล็อกหน้าค่ะ
บล็อกนี้หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์กับสาวๆที่สนใจพาเลตนี้อยู่นะคะ ไปแล้วค่าาาา 🙂

Review : Maybelline The Rocket Volume Express Mascara


ช่วงนี้ทางเมย์เบลลีนส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาให้ลองหลายชิ้นเลยค่ะ
ถ้าเพื่อนๆคนไหน follow ใน IG กันอยู่ก็คงจะพอเห็นเนอะว่านุ่นอัพรูปของแบรนด์นี้เยอะเลย
กำลังทดลองใช้อยู่หลายชิ้นเลยค่ะ ไว้จะทยอยมาอัพบล็อกผลการใช้งานให้ทราบกันเนอะ
วันนี้หยิบมาหนึ่งชิ้นที่ฮอตฮิตมากในแวดวงบล็อกเกอร์ต่างประเทศ หลายคนปลาบปลื้มกันมาก
ไปดูผลการใช้งานของนุ่นบ้างนะว่าจะปลื้มปริ่มเหมือนสาวๆคนอื่นรึเปล่า Smiley

นี่เลยค่ะ Maybelline The Rocket Volume Express Mascara มาสคาร่ารูปทรงจรวดสีสันสดใส
รุ่นนี้เค้าเคลมว่าช่วยให้ขนตาดูหนาขึ้นและเรียงเส้นสวย ไม่จับเป็นก้อน
เนื้อมาสคาร่าเป็นแบบเนื้อเจล ช่วยให้ปัดได้ง่ายขึ้น และปัดซ้ำได้บ่อยตามที่ต้องการ

หัวแปรงรุ่นนี้จะค่อนข้างอ้วนกลมและใหญ่มาก ซึ่งนุ่นว่ามันใหญ่ไป เข้ามุมซอกซอนลำบากทีเดียว
ตัวขนแปรงเป็นยางเล็กๆแหลมๆ เหมาะกัับเนื้อมาสคาร่าแบบเจลที่จะช่วยให้ปัดได้ง่ายขึ้น

นุ่นเป็นคนที่ขนตาสั้นมากกกกกกกค่ะ นอกจากนั้นยังเป็นคนที่ขนตาตกด้วย
สิ่งที่อยากได้จากกการใช้มาสคาร่าคือ อยากให้ขนตางอนเด้งและดูยาวขึ้น
หลังจากที่ลองใช้เจ้า Rocket แล้ว ขนตาดูยาวขึ้นเยอะเลยค่ะ
ความหนานี่นุ่นไม่เน้นเท่าไหร่ เพราะขนตาเราสั้น ปัดหนามากๆ ขนตาจะตกทันที
ความเด้งของรุ่นนี้ไม่เหมาะกับคนขนตาสั้นนะคะ เพราะเอาไม่อยู่ค่ะ ปัดแล้วสักพักขนตาก็ตกเลย
คนที่ขนตายาวๆน่าจะใช้แล้วเวิร์คกว่า เพราะน่าจะงอนเด้งคงตัวได้นานกว่า

รุ่นนี้ถืิอว่าโอเคทีเดียว แต่โดยรวมยังชอบรุ่น Falsie มากกว่า เพราะรุ่นนั้น เด้งทนทั้งวันจริงๆ

ส่วนข้อดีของรุ่นนี้ที่เห็นได้ชัดเลยคือล้างออกง่ายมาก ใช้รีมูฟเวอร์แปะไว้แป๊ปเดียว หลุดเกือบหมด
เนื้อมาสคาร่าแบบเจลล้างออกง่ายและไม่แพนด้าเลยค่ะ ใครอยากได้ไม่เลอะระหว่างวัน รุ่นนี้ผ่านค่ะ

เนื่องจากรุ่นนี้ทางเมย์เบลลีนส่งมาให้ลองใช้ เรืองราคาที่แน่นอนนุ่นไม่ทราบนะคะ
ลองแวะไปสำรวจราคาที่เคาน์เตอร์กันดูอีกทีน๊า คราวหน้ามีอะไรน่าสนใจจะนำมาอัพเดทกันอีกค่า
ขอบคุณเมย์เบลลีนที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองด้วยค่ะ

Maybelline Lashionista Mascara


ได้มาสคาร่ารุ่นใหม่จาก Maybelline Newyork มาลองค่ะ เลยเก็บข้อมูลมาแชร์ให้เพื่อนๆซะเลย

ซึ่งรุ่นนี้เค้ามีคำโปรยสินค้าไว้น่าสนใจดังนี้
1. ขนตายาวไร้ขีดจำกัด ต่อขนตาด้วยไฟเบอร์ยาว 4 มม.
เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น กับไฟเบอร์ สูตรพิเศษยาวกว่าไฟเบอร์ทั่วไปถึง 2 เท่า

2. งอนเด้งไม่มีตก ฟิล์มสูตรเบาเฉพาะ ต้านแรงโน้มถ่วง
ปัดขนตาให้ยาวขึ้นได้เรื่อยๆ ไม่มียั้ง โดยไม่ทำให้ขนตาตก
ด้วยส่วนผสมของมาสคาร่าที่เบาพิเศษปัดเท่าไรก็ไม่จับตัวเป็นก้อน

3. สวยนาน 24 ชั่วโมง ไม่เลอะเปื้อน แต่ล้างออกง่ายด้วยน้ำเปล่า ไม่ต้องใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์
เคลือบขนตาด้วยเนื้อฟิล์มแบบต่อขนตายาว สีดำขลับ เงางามเป็นประกาย ให้ขนตาสวยยาวนาน

4. ปัดเรียบไร้ที่ติ แปรงปัดพิเศษ เข้าถึงขนตาเส้นต่อเส้น
ออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับรูปดวงตา และลักษณะขนตาของผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะ

สำหรับขนแปรงมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ปัดได้ง่ายและทั่วทั้งขนตาดี
แต่ถ้าใครชอบปัดขนตาล่างอาจจะลำบากนิดหนึ่งค่ะ เพราะจะเลอะง่ายมาก
เส้นใยไฟเบอร์นี่นานๆไปก็มีเริ่มจับเป็นก้อนบ้าง ต้องคอยเช็ดด้วยทิชชู่อยู่บ่อยๆ

มาดูขนตาก่อนปัดมาสคาร่ากันซะก่อน
นุ่นเป็นคนขนตาบางและสั้นมากกกก สั้นไม่พอยังทิ่มลงอีกด้วย ไม่งอนเด้งแม้แต่นิดเดียว
เพราะฉนั้น สิ่งที่ต้องการจากมาสคาร่าคือ เพิ่มขนตาให้ยาวขึ้น หนาขึ้น และงอนได้ทั้งวัน

และเมื่อปัดด้วย Maybelline Lashionista Mascara แล้ว ผลที่ได้คือ
ขนตายาวขึ้นจากเดิมเล็กน้อย ไม่จับเป็นก้อนในการปัดครั้งแรกและครั้งที่สอง
ขนตาไม่งอน แถมยังตกทันทีเลย (คนที่ขนตายาวๆไม่แน่ใจว่างอนเด้งกว่านี้รึเปล่านะคะ)

ความคงทนนี่ถือว่าสอบผ่านอยู่ค่ะ เพราะนุ่นเป็นคนหนังตาค่อนข้างมัน
แต่ก็ไม่ประสบปัญหาแพนด้า หรือเลอะเปื้อนระหว่างวัน

สรุปโดยส่วนตัวคิดว่า คนขนตาสั้นน่าจะไม่เหมาะกับรุ่นนี้ เพราะไม่เด้ง ไม่ยาว ไม่งอนเอาซะเลย
แต่ถ้าใครที่ชอบความติดทน ไม่เลอะ ไม่แพนด้า ก็ได้อยู่คะ

อีกวันลองหยิบ Maybelline Falsies ตัวโปรดมาปัดเป็นเบสก่อนลงตัว Lashionista ดูบ้าง
เพราะรุ่น Falsies เป็นรุ่นที่ปลื้มมาก เนื่องจากปัดแล้วขนตาเด้งทั้งวันไม่มีตก ชอบมากๆ

ผลคือพอได้เจ้า Falsies มาช่วย ขนตาก็เด้งอยู่ได้ทั้งวันจริงๆ ขนตาแลดูหนาและยาวขึ้น
ถ้าจะใช้ตัว Lashionista นุ่นคงต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ค่ะ

แต่จุดเด่นของ Lashionista คือ ล้างออกง่ายมากกก แปะรีมูฟเวอร์แป๊ปเดียวก็หลุดแล้ว
จะเห็นว่าใยไฟเบอร์ของเค้ารุ่นออกมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเลย

ต้องขอบอกอีกนิดว่าผลการใช้งานเป็นผลเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ทุกคน
ถ้าใครแอบสนใจตัวนี้อยู่ ลองอ่านรีวิวจากหลายๆ user จะได้เห็นความแตกต่างจากผลการใช้เนอะ
คนขนตาสั้น ตก กุด อาจจะไม่เหมาะ แต่อาจจะเวิร์คกับคนที่ขนตายาว งอนเด้งก็ได้ค่ะ

คราวหน้าจะมีอะไรใหม่ๆอัพเดทกันอีก แวะมาเยี่ยมเยียนที่บล็อกกันดูนะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายค่า

L’oreal Lash Architech 4D


สวัสดีค่ะ วันนี้หยิบไอเท็มใหม่สำหรับสาวๆที่ชอบการปัดขนตามาฝากกันค่ะ

Lash Architect 4D มาสคาร่ากันน้ำสูตรใหม่ที่ช่วนเพิ่มความโค้งงอน ยาว หนา เรียงเส้นสวย
เนื้อมาสคาร่าเป็นไฟเบอร์ที่อ่อนนุ่ม ติดทนแต่ล้างออกง่าย
มาสคาร่ารุ่นนี้เป็นที่นิยมในต่างประเทศเหมือนกันนะคะ แต่สีสันของแพคเกจจะคนละสีกันค่ะ

แปรงปัดรุ่นนนี้มีลักษณะกลม ขนแปรงสั้น และเรียวแหลมในช่วงปลาย ด้ามแปรงเอียงขึ้นเล็กน้อย
ซึ่งเค้าออกแบบมาก็เพื่อที่จะสามารถปัดเข้าไปได้ทุกซอกทุกมุมของดวงตานั่นเอง
และเจ้าตัวไฟเบอร์เคลือบก็ขนตาทุกเส้นทำให้ขนตาดูหนาเป็นแพ ยาวขึ้น เรียงเส้นและโค้งงอน
เรียกว่าครบทุกความต้องการสำหรับขนที่อยากได้ขนตาที่เพิ่มความน่ามองให้กับดวงตาเลย

เปรียบเทียบระหว่างขนตาก่อนและหลังปัดมาสคาร่ารุ่นนี้จะเห็นว่าต่างกันมาก
จากรูปนุ่นปัดซ้ำ 2 ครั้ง เห็นเลยว่าช่วยเพิ่มความหนาและยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขนตาไม่จับเป็นก้อน เรียงเส้นสวย และขนตางอนอยู่ทรงไม่ตกทั้งวัน
ลองปัดเกินสองรอบดู ขนตาก็จะดูหนาขึ้นไปอีก แต่ก็ยังเด้งไม่มีตกเหมือนเดิม

สำหรับคนขนตาสั้นและตกแบบนุ่น พอใจมากค่ะ ถูกใจเลยทีเดียว
อ้อ…ไม่มีปัญหาเรื่องแพนด้าระหว่างวันด้วยค่ะ สภาพอากาศร้อนแบบบ้านเราไม่เป็นปัญหา

สาวๆคนไหนที่อยากลอง ตอนนี้เค้าก็มีวางขายกันแล้วนะคะ
สามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องฝากเพื่อนซื้อจากต่างประเทศกันแล้วล่ะค่ะ

สวยแบบสาวปารีเซียงกับ Bisous Bisous เครื่องสำอางค์น้องใหม่จากเกาหลี


สวัสดีปีใหม่ค่า ก้าวเข้าสู่ปีใหม่กันหลายวันแล้วเพื่อนๆเป็นยังไงกันบ้างเอ่ย
ประเดิมบล็อกแรกของปีนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อปลายปีที่แล้วนะคะ
เป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่จากเกาหลีที่มีชื่อน่ารักว่า Bisous Bisous หรือ บีซูบีซูค่ะ

คำว่า Bisous Bisous (บีซูบีซู) เป็นคำในภาษาฝรั่งเศสที่มีแปลว่า จุ๊บ-จุ๊บ (kiss-kiss)
แต่ไม่ได้เป็นแบรนด์ของฝรั่งเศสแต่อย่างใดนะคะ
เพราะ Bisous Bisous (บีซูบีซู) เป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่สัญชาติเกาหลีเค้าค่ะ
ซึ่งทางแบรนด์เค้าก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามตามแบบฉบับของสาวปารีเซียงนั่นเอง

สำหรับคอลเลคชั่นแรกของ Bisous Bisous นั้น มีชื่อหวานๆว่า Love Blossom
ที่สื่อถึงความสวยหวานของหมู่มวลดอกไม้ที่สาวๆหลายคนต้องชื่นชอบแน่ๆ

นุ่นมีโอกาสได้ไปร่วมงานแนะนำและเปิดตัวผลิตภัณฑ์มาเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานี่เอง
และก็ได้รับผลิตภัณฑ์จาก Bisous Bisous มาทดลองใช้หลายชิ้นเลยค่ะ
ไปดูกันดีกว่าเนอะว่าแต่ละชิ้นมีอะไรน่าสนใจ น่าใช้กันบ้าง

ถ้าเป็นเครื่องสำอางสัญชาติเกาหลี คงขาดตัวเด็ดเด่นดังอย่างบีบีครีมไปไม่ได้แน่นอน
เลยขอเริ่มที่ตัวแรก Love Blossom BB Brightening Cream (895 บาท)

บีบีครีมรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ส่วนผสมที่มีคอลลาเจนและวิตามินซี
ที่จะช่วยปกป้องและบำรุงให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส มีส่วนผสมของสารกันแดด SPF25 PA++

บีบีตัวนี้ช่วยในเรื่องควบคุมความมันและปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ และกระชับผิวด้วยคอลลาเจน
มีสีให้เลือก 2 สีค่ะ คือเบอร์ 1 สำหรับสาวผิวขาว และเบอร์ 2 สำหรับสาวผิวเข้ม

มาดูผลการใช้งานกันบ้างค่ะ บีบีตัวนี้เค้าจะแถมแปรงมาในกล่องด้วย
ซึ่งหลังจากที่ได้ลองทั้งการใช้นิ้วเกลี่ย กับการใช้แปรงที่แถมมาให้
แนะนำว่าใช้แปรงจะได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติกว่าการใช้นิ้วมือ
เนื่องจากเนื้อบีบีจะมีความหนืดค่อนข้างมาก การใช้นิ้วจะทำให้ดูหนา และดูโบ๊ะมากไป
ในขณะที่ใช้แปรงจะให้ความบางเบา เนียนเรียบ ดูกลมกลืนไปกับผิวได้ดีกว่า

ระดับการปกปิดปานกลางนะคะ คนผิวดีอยู่แล้วก็จะดูเนียนกริ้บไปเลย
ส่วนคนที่ผิวมีปัญหาจากสิวและรอยดำต่างๆ อาจต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยในการปกปิดเพิ่ม
คนผิวผสมแบบนุ่นการคุมมันทำได้ในระดับกลางๆ ตกบ่านหน้าก็เริ่มมีน้ำมันออกปกติ

สีของบีบีจะอมชมพูนะคะ ใครกลัวหน้าวอก หน้าลอย ไม่ควรลงทั้งหน้า
ลงเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด หรือช่วงกลางหน้าก็จะได้ลุคใสๆเป็นธรรมชาติแล้วค่ะ
(นุ่นใช้ BB Brightening Cream เบอร์ 1 สำหรับสาวผิวขาวค่ะ )

ชิ้นต่อมาคือ Love Blossom Brightening Foundation Powder (985 บาท)
แป้งผสมรองพื้นที่ตลับน่ารักกระชากใจมากๆ มีตุ้งติ้งหัวใจน่ารักๆแถมมาด้วย
แค่เห็นตลับก็หลงรักแล้วอ่ะ พกพาไปไหนก็อยากหยิบมาอวดกันตลอดเวลา

แป้งตัวนี้มีส่วนผสมของคอลลาเจนและวิตามินซีอีกเช่นเคยค่ะ
ซึ่งส่วนผสมทั้งสองตัวนี้จะช่วยเรื่องความเรียบเนียนและแลดูกระจ่างใสด้วย

นุ่นทดลองปาดแป้งลงบนผิวโดยไม่ได้ใช้รองพื้น หรือบีบีครีมนะคะ ใช้แค่ครีมบำรุงตัวเดียว
เนื่องจากตัวแป้งผสมรองพื้นมาอยู่แล้ว เลยขอฉายเดี่ยวกันเลยดีกว่า
ก็จะได้ลุคบางๆเบาๆ ไม่หนักหน้า สบายผิวดี หน้าดูสว่างขึ้น และปกปิกกระที่มีอยู่ได้เล็กน้อย
หน้าดูเนียนเรียบดี สีหน้าไม่เปลี่ยนหรือหมองระหว่างวัน สำหรับนุ่นตัวนี้ไม่ได้ช่วยในเรื่องคุมมันนะคะ

สำหรับแป้งก็มีให้เลือก 2 สี เช่นกันค่ะ เสียดายนะคะมีสีให้เลือกน้อยไปหน่อย
ถ้ามีโทนสีให้เลือกเพิ่มขึ้น หลายๆคนจะได้เลือกแป้งที่ได้ใกล้เคียงกับสีผิวมากขึ้นเนอะ

มาถึงริมฝีปากกันบ้าง กับ Love Blossom Lip Kit (595 บาท)
ตลับสวยโดนใจอีกแล้วค่ะ ขนาดบางกำลังดี ไม่หนัก พกพาสะดวกมาก
มีสองเบอร์นะคะ ตลับนี้เป็นเบอร์ 1 ค่ะ ไปดู swatch สีกันดีกว่า

สีจากตลับดูสวยมากกก พอปาดลงบนผิวสีก็ดูสวยทุกสีเลยค่ะ
ไปดูว่าปาดที่ปากสีจะออกมาสวยแบบนี้รึเปล่า

ปากก่อนลงลิปใดๆของนุ่นค่อนแห้งและลอกนะคะ สีปากก็ไม่สม่ำเสมอด้วย
สีปากตามธรรมชาติค่อนข้างเข้ม ไม่อมชมพูใสๆ ไม่เรียบเนียนเลยด้วย T T

หลังจากที่ทาลิปลงบนปากจะเห็นว่าสีจะค่อนข้างอ่อนมาก
ให้ความรู้สึกเหมือนกลอสใสๆเคลือบที่ปากนะคะ แต่ก็ออกสีอยู่เหมือนกันนะ
สีเบอร์สามจะอ่อนสุดเลยค่ะ ส่วนสีที่สวยที่สุดสำหรับนุ่นคือสีเบอร์ 4 ชอบมาก
เนื้อลิปจะเบาๆนะคะ ทาแล้วจะรู้สึกหนึบปากเล็กน้อย
ลิปลักษณะแบบนี้ติดไม่ทนนะคะ ทานอะไรลิปก็หายไปเรียบร้อยแล้ว ใช้พกทาระหว่างวันจะเหมาะกว่า
และยังเหมาะกับการทาทับลิปให้ดูปากอวบอิ่มขึ้น หรือทาเดี่ยวๆให้ความรู้สึกวาวๆใสๆก็ได้ค่ะ
แต่แปรงที่มากับตลับเล็กมาก ใช้ไม่ค่อยถนัดเลย คงต้องพกแปรงลิบที่มีอยู่ติดตัวไปใช้แทนจะดีกว่า

มาถึงลิปกลอสกันบ้างค่ะ นุ่นได้มาลองสามแบบแตกต่างกันไป
มีทั้งทินต์ กลอสสีชมพูนมๆ และกลอสที่มีวิ้งระยิบระยับ
เพคเกจก็ยังคงความน่ารักทั้งแท่งลิปกลอสและบรรจุภัณฑ์เลยล่ะค่ะ

มาดูคุณสมบัติแต่ละตัวเรียงจากบนลงล่างเลยนะคะ
Love Blossom Tint (495 บาท)
เป็นทินต์สีแดงสดสูตรพิเศษ มีฟองอากาศบั๊บเบิ้ลช่วยให้ติดทนมากขึ้น มีรสขมนิดๆ
ใครที่ชอบใช้ทินต์เป็นประจำน่าจะไม่พลาดที่จะหามาลองกันดูนะ
ทินต์ตัวนี้สามารถใช้ได้ทั้งแก้ม และปากเลยค่ะ ใช้กับแก้มก็เกลี่ยง่ายดีด้วย

Love Blossom Perfect Lip Gloss เบอร์ 6 และ เบอร์ 8 (495 บาท)
เบอร์ 6 จะเป็นกลอสที่มีกลิตเตอร์ระยิบระยับ 3D มากๆค่ะ
ใช้แล้วปากจะดูอวบอิ่มขึ้น เหมือนพวกลิป Plum ประมาณนั้นเลย
ทาเดี่ยวๆ หรือทาทับลิปสติกธรรมดาก็สวยทั้งสองแบบเลยค่ะ
เนื้อกลอสจะเหนียวหนึบเล็กน้อยและมีกลิ่นหอมหวานด้วย ชอบแท่งนี้มากค่ะ

ส่วนอีกเบอร์คือเบอร์ 8 จะให้สีออกชมพูนมๆ คนที่ปากอมพูจะทาสวยมากๆ
เพราะจะได้สีที่ตรงกับแท่งค่อนข้างชัดเจนเลย ปากสีเข้มจะดูหม่นๆไม่สวยเท่าไหร่
คนขาวทาเดี่ยวๆได้เลยนะคะ ปากจะดูอวบอิ่ม อมชมพูสวยเลย

ลองจับทั้งสามสีมามิกซ์กันซะเลย
เริ่มจากลงทินต์ด้านในปาก ทาทับด้วยสีชมพูนมเบอร์ 8
และเติมกลอสเนื้อกลิตเตอร์เบอร์ 6 ที่กลางริมฝีปาก
ได้ออกมาแบบนี้ ปากดูอวบอิ่ม อมชมพูเรื่อๆ และดูสุขภาพดี

*** ลิปทุกชนิด ทุกสีจะให้สีสันที่ต่างกันไปตามสีปากธรรมชาติของแต่ละคนนะคะ
จงอย่าตกใจถ้าซื้อมาเหมือนๆกันเด๊ะๆ แต่ทำไมทาแล้วไปกันคนละเรื่องเลยก็มี
เพราะฉนั้นลิปสีเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน ทาอออกมาอาจให้ความชัดเจนสวยงามต่างกันไปค่ะ

มาถึงไอเท็มสำหรับดวงตากันบ้างนะคะ Bisous Bisous ก็มีนวัตกรรมใหม่ๆมาให้เล่นกัน
Love Blossom Nano Sonic Mascara (595 บาท) มาสคาร่าที่หัวแปรงสั่นได้
ช่วยต่อขนตาให้ยาวขึ้น และขนตาเรียงเส้น งอนงาม

หัวแปรงจะเป็นทรงกลมเรียวยาว มีขนแปรงเป็นเส้นหนาสั้นๆ ปัดซอกซอนได้ดี
ด้านท้ายมีปุ่มกดสั่นสะเทือนทำให้ปัดขนตาได้ทั่วถึงทุกเส้น
แรกๆอาจใช้แบบนี้ยากนิดนึงนะคะ ปัดไปสักสามสี่ครั้งก็จะเริ่มชินและใช้ถนัดมือมากขึ้น

ผลการใช้มาสคาร่าแบบระบบสั่นตัวนี้ช่วยให้ขนตาสั้นกุดของนุ่นดูยาวและเรียงเส้นดีขึ้น
ขนตาไม่ตกระหว่างวัน ไม่เลอะ ไม่แพนด้าล้างออกง่ายด้วย ครบถ้วนทุกสิ่งเลย

*** ทริกเล็กๆในการปัดขนตาให้งอนเด้งได้ทั้งวันคือ
ก่อนจะปัดขนตารอบต่อไป อย่าลืมรอให้รอบแรกแห้งสนิทก่อนนะคะ
ขนตาจะได้ไม่จับเป็นก้อน และทรงตัวโค้งงอนตั้งแต่เช้ายันเย็น

Love Blossom 72 Hrs. Pen Liner (495 บาท) ไลนเนอร์ติดทนนาน 72 ชม.
ไลน์เนอร์แบบเมจิกที่เริ่ดมาก ติดทนมากเมื่อแห้งแล้ว ถูยังไงก็ไม่ออก
แต่สามารถล้างออกอย่างง่ายดายด้วย remover เขียนลื่นมมือมาก
ไม่แพนด้าด้วยอ่ะ รักตรงนี้ ขอเสียอย่างเดียวคือสีไม่เข้มสะใจเท่าไหร่
ต้องปาดทับๆหลายทีหน่อย สีจึงจะเข้มและชัดขึ้น
อาจเป็นไปได้ว่าหนังตาของนุ่นน้ำมันจากผิวเยอะจนสีติดไม่ดีเท่าที่ควร อันนี้ต้องโทษตัวเอง อิอิ

Love Super Tattoo Pencill Eyeliner (495 บาท)
ไลนเนอร์แบบดินสอ ที่ช่วงด้านปลายมีที่เหลาให้พร้อมเสร็จสรรพ เหมาะแก่การพกพา
เขียนง่าย ไม่สะดุด เนื้อดินสอไม่ร่วงหล่น ไม่แพนด้า ไม่ไหลย้อยยามหน้ามัน
เหมาะกับการทำ Inner ที่สุด ใครมองหาดินสอทำ Inner แท่งนี้ช่วยได้

รูปนี้นุ่นใช้ไลน์เนอร์แบบดินสอวาดเส้นไลน์เนอร์และทำอินเนอร์
จากนั้นใช้แบบปากปาเมจิเขียนทับเส้นไลน์เนอร์อีกที
ผลการใช้หลังเวลาผ่านไปราวๆ 6-7 ชม.ในสภาพอากาศที่ทำให้หน้ามันมากกกก
ปรากฏว่าไม่แพนด้าอย่างที่คิด มีเพียงแพนด้าน้อยๆที่มุมหางตา ซึ่งน้อยมากกกก
ซึ่งคนที่ไม่มีปัญหาหนังตามันเยิ้ม น่าจะไปรอดกับการหลบหนีแพนด้า
ปลื้มทั้งสองชิ้นนี้แบบไม่ต้องคิดเลย ไม่แพนด้าเลอะเทอะแบบนี้ล่ะที่ต้องการ

ปิดท้ายกันด้วยยาทาเล็บที่น่ารักมากๆ Love Blossom Nail Polish B231 (155 บาท)
เค้าทำให้เก๋ไก๋ตรงที่มีแหวนแบบน่ารักๆแถมมาให้ในทุกๆขวดด้วย
ขวดนี้เป็นแหวนดอกกุหลาบที่สามารถปรับขนาดได้ตามขนาดของนิ้วเลย
เค้ามีสีให้เลือกเยอะเลยนะคะ ประมาณ 20 สีได้ และหลังจากที่ลองที่เคาน์เตอร์มา
หลายๆสีก็สวยมากๆ เห็นแล้วอยากจะเหมามาทั้งเคาน์เตอร์เลย สีสวยมากจริงๆ

สำหรับสีที่นุ่นได้มาลองคือ สีชมพูที่อลังการไปด้วยกลิตเตอร์เล็กและใหญ่
ทาทับสองครั้งได้สีที่เหมือนจากขวดเลยค่ะ แต่เป็นกลิตเตอร์แบบนี้จะแห้งช้าพอสมควร
ทาเสร็จแล้วทับด้วย Top Coat เรียบร้อย จะสวยงามมากๆ

ก็หมดแล้วกับทุกสิ่งที่ได้มาลอง จาก Bisous Bisous
อยากบอกว่าเป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่ที่คุณภาพคุ้มราคาทีเดียวค่ะ
น้องๆนักศึกษาสามารถซื้อมาใช้ได้โดยที่ราคาไม่แพงจนเกินไป สีสันก็น่ารักมาก
ใครสนใจลองแวะไปดูที่เคาน์เตอร์กันได้นะคะ น่าจะได้ของถูกใจติดมือกันกลับมาสักชิ้นแน่ๆ

คราวหน้ามีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจ จะแวะมาอัพเดทให้ทราบกันอีกนะคะ
พบปะกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายด้วยค่า