Color Swatches L’OREAL PARIS : LE STYLO SMOKY SHADOW STICK


สวัสดีค่า บล็อกวันนี้จะมาสวอชสีอายแชโดว์สติ้กจากแบรนด์ L’OREAL PARIS ให้ชมกันค่า
LE STYLO SMOKY SHADOW STICK จาก L’OREAL ตัวนี้ออกวางจำหน่ายนานพอสมควรแล้วนะ
แต่ช่วงนี้เค้าเอามาโปรโมทใหม่เพราะจัดเป็นไอเท็มแนะนำที่สาวชมใช้แต่งในงานเดินพรมแดงด้วย
ซึ่งก็มีวางขายทั้งหมด 6 เฉดสี ทั้งแบบเนื้อเมทัลลิก และเนื้อแมทค่ะ
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ตัวนี้นอกจากเป็นแบบสติ้กที่ใช้งานได้สะดวกแล้ว ยังมีแปรงในตัวด้วย
แต่โดยส่วนตัวคิดว่าตัวแปรงยังเบลนด์ได้ไม่ดีเท่านิ้วมือเรานะคะ อันนี้เบลนด์แล้วไม่เนียนเท่าไหร่
สีที่สวอชออกมาสวยมากเลยค่ะ สีชัดสวยในการปาดรอบแรกเลย
ตัวสีติดทนกลางๆ ถ้าหนังตามันมากๆก็ไม่รอดนะคะ เลือนหายไปตามกาลเวลา
คนที่ไม่มีปัญหาหนังตามัน สีอาจติดทนนานกว่า จะมีสี 114 สีดำเข้มที่ติดทนดีมากๆ
ลองแต่งบนตาให้ดูความชัดของสีกันค่ะ โดยส่วนตัวชอบนะคะ สีชัดสวยทุกสีเลย
แต่เนื่องจากเป็นคนหนังตาค่อนข้างมันไว เลยชอบใช้ตัวนี้เป็นเบสมากกว่าใช้เดี่ยวๆ
ราคาแท่งละ 399 บาท ก็ถือว่าไม่ถูกไม่แพง แต่เค้าก็มีจัดโปรฯบ่อยๆ ลองเช็คโปรก่อนซื้อกันนะคะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแค่นี้ หวังว่ารีวิวนี้จะมีประโยชน์กับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้กันเนอะ
แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าค่า ขอบคุณที่แวะมาทักทายพูดคุยกันด้วยค่ะ Smiley

Review เครื่องสำอางค์จากร้านไดโซะ + ฮาวทู


สวัสดีค่ะ มีของใหม่ๆมาอัพเดทกันอีกแล้ว จะว่าไปก็ไม่ได้ใหม่แล้วเนอะ
หลายๆคนน่าจะคุ้นเคย หรือผ่านตากันมาบ้างแล้วกับเครื่องสำอางในร้าน Daiso
แต่เชื่อว่าอีกหลายคนยังหวั่นๆ ไม่กล้าใช้ หรือมั่นใจในประสิทธิภาพ เพราะราคาแค่ชิ้นละ 60- เท่านั้น

วันนี้เลยขอนำบางส่วนที่ซื้อมาลองมาอัพเดทผลการใช้ให้ทราบกันค่ะ
เลือกตัวที่สนใจมาทั้งหมด 7 ชิ้น ไปดูว่าแต่ละชิ้นผลการใช้งานเป็นยังไงบ้างนะคะ
ตัวแรกเป็นแป้งผสมรองพื้นอัดแข็ง ในร้านเค้าจะมีประมาณ 2 เบอร์ สีค่อนค้างใกล้เคียงกัน
ตัวตลับจะแบ่งเป็นสองชั้น คือด้านนึงเป็นแป้ง ด้านล่างเป็นที่เก็บพัฟ แต่ไม่มีพัฟมาให้ด้วยนะคะ
เนื้อแป้งค่อนข้างร่วน ใช้แปรงหรือพัฟจะเกิดเป็นฝุ่นผง ค่อนข้างเลอะเทอะทีเดียว
ตัวแป้งไม่ปกปิด ไม่คุมมัน แต่ภาพรวมของผิวดูนวลเนียน ดูผิวสว่างขึ้น
อาจไม่เหมาะกับสาวผิวเข้มนะคะ เพราะทั้งสองเบอร์ให้สีที่สว่างทั้งคู่
ชิ้นต่อมาคือ Complete BB ที่มาในรูปแบบหลอดบีบ ใช้งานง่าย
เนื้อผลิตภัณฑ์เมื่อบีบออกมาเป็นเนื้อครีมที่ดูเหมือนจะเนื้อแน่น
แต่พอปาดไปบนผิวจะรู้สึกว่าเหลวมาก ไม่ปกปิดเลย เหมือนให้ความชุ่มชื่นเพียงอย่างเดียว
เค้าจะมีเฉดสีสำหรับผิวโทนเหลือง และขาวอมชมพูให้เลือก
ชิ้นต่อมาที่ใช้แล้วชื่นชอบมาก คือดินสอเขียนคิ้วของเค้า
รุ่นนีจะเป็นรุ่นดินสอที่หมุนไส้ขึ้นมา มีปลายอีกด้านเป็นแปรงเกลียวสำหรับเกลี่ยคิ้วให้ดูซอฟท์ลง
เนื้อดินสอนิ่มกำลังดี ไม่แข็งหรือเละเกินไป ไส้เขียนติดผิวเราง่ายด้วย ใช้แล้วชอบมากๆ
มีให้เลือกประมาณสามสี คือ Brown, Dark Brown (สีในรูป) และสีเข้มสุด Brown Gray
อายแชโดว์ในร้าน Daiso มีให้เลือกหลายแบบเหมือนกัน
แต่รุ่นนนี้มีสีหลายช่อง น่าจะนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบ
สำหรับรุ่นนี้ สีเข้มสุดเค้าใช้สำหรับเขียนคิ้ว แต่โดยส่วนตัวคิดว่า ใช้เป็นสีในการคัดเบ้าเหมาะกว่า
สีของเค้าจะอ่อนมาก เป็นสีใสๆสไตล์ญี่ปุ่น อาจต้องใช้ไพรม์เมอร์ช่วยให้เห็นสีสันชัดขึ้น
สีสว่างสุดเป็นสีแบบชิมเมอร์ ให้ความแววได้กำลังดี ใช้แทนไฮไลทืได้อยู่ค่ะ
สำหนับมาสคาร่ารุ่นนี้ต้องบอกว่าไม่เหมาะกับคนขนตาสั้นเอาซะเลย เพราะปัดแล้วขนตาตกทันที
ไม่แนะนำสำหรับคนที่มองหามาสคาร่าที่ให้ขนตางอนเด้งอยู่ทนทั้งวัน ข้ามตัวนี้ไปได้เลยค่ะ
อีกหนึ่งไอเท็มสีสันคือบลัชออนที่ในร้านก็มีหลายรุ่นให้เลือกทั้งเนื้อฝุ่นและเนื้อครีม
เราเลือกรุ่นนี้เพราะเห็นว่าสีสันน่ารักดี ภาพรวมก็ดูน่ารักเกินราคาด้วย
สีด้านนึงเจะเป็นแบบแมท ส่วนอีกด้านจะเป็นประกายชิมเมอร์
ด้านที่เป็นเนื้อด้านต้องขยี้แปรงแรงนิดนึง สีถึงจะติดแปรง แต่เม็ดสีชััดสวยกำลังดีเลย
ด้านที่เนื้ออกชิมเมอร์หน่อยไม่ออกสีนัก จะออกเป็นประกายเบาๆ สามารถบิวท์เพิ่มให้ดูวาวชัดขึ้นได้
ปิดท้ายด้วยลิปสติกเนื้อบางเบา ให้สีสันอ่อนๆ เม็ดสีแน่นกลางๆ
สำหรับสีนี้ซึ่งออกไปทางโทนนู้ดมีชื่อสีว่า Mocha จะมีอีกสองสีที่ออกโทนชมพูและแดง
เป็นลิปสติกราคา 60- ที่คิดว่าโอเคเลย สีสวย ให้ปากชุ่มชื่น แต่อย่าคาดหวังเรื่องการติดทน
นำทั้งหมดมาแต่งหน้าได้ลุคออกมาประมาณนี้เลยค่ะ โดยใช้แค่ 7 ชิ้นข้างบนเท่านั้น
ก็สิริรวมราคาอยู่ที่ 420 บาท โดยส่วนตัวมองว่าค่อนข้างคุ้มค่า แม้บางชิ้นจะไม่โดนเท่าไหร่
แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ ประหยัดเงินด้วยสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางทุกวัน
สามารถชมการใช้แต่ละชิ้นได้ในรูปแบบวีดีโอได้ด้วยนะคะ หากใครสนใจ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกใหม่กันด้วยค่า 🙂

Creepy Halloween Makeup Tutorial


สวัสดีค่า ฮาโลวีนทั้งที ไม่แต่งผีเหมือนจะขาดอะไรไป
วันนี้เลยครีเอทลุคหลอนๆ สยองขวัญมาต้อนรับวันปล่อยผีกันสักหน่อย
หลอน ไม่หลอนยังไง ไปชมกันค่า

https://youtu.be/txAgtuZ3yIc
หากอยากชมในรูปแบบ VDO สามารถดูจากตรงนี้ได้เลยค่า

ภาพก่อนแต่งตามธรรมเนียม หน้าสด..ยังไม่ศพ 😀

เครื่องสำอางค์ทั้งหมดที่ใช้ในลุคผีๆวันนี้

ใช้กาวติดขนตาปลอม สร้างผิวหนังนูนๆ เพื่อทำเป็นรอยแผล และรอให้แห้งก่อนทำขั้นตอนต่อไป

ใช้รองพิ้นสีสว่างสุดที่เรามีผสมกับเบสสีเขียว เพื่อให้ได้สีผิวที่ดูขาวซีด
แต่เนื่องจากไม่มีเบสเขียวเลยใช้โลชั่นปรับสีผิวที่่เป็นสีเขียว สูครปรับผิวให้ดูสว่างแทน
ใช้ฟองน้ำกดรองพื้นให้ทั่วหน้า และริมฝีปาก เน้นบริเวณรอยแผลที่ทำไว้ให้ดูกลมกลืนที่สุด

ตกแต่งรอยแผลที่ทากวาไว้ ให้ดูมีมิติด้วยกรรไกรขนาดเล็ก ขั้นตอนนี้ต้องระวังด้วยนะคะ

ใช้อายแชโดว์เนื้อครีมสีน้ำเงินและเขียว มาเบลนด์ทับด้วยฟองน้ำในจุดที่ต้องการให้ผิวดูฟกช้ำ

ใช้อายแชโดว์แบบฝุ่น หรือบลัชออนสีแดงปัทับ ให้สีดูมีมิติเพิ่มขึ้นไปอีก
ตามด้วยใช้สีคอนทัวร์มาปัดตามกรอบหน้าให้ดูตอบมากขึ้น

ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลและดำเพิ่มความลึกให้ดวงตาดูโทรม และดูลึก

ใช้อายแชโดว์โทนน้ำตาลที่เข้มขึ้นเก็บรายละเอียดในจุดต่างๆให้ดูมีมิติเพิ่มขึ้นจนพอใจ

ใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอสีดำเข้ม เขียนอินเนอร์ไลน์ทั้งบนและล่าง ไล้ตามมุมให้ดูมีมิติ
และระบายด้านในของริมฝีปาก และฟัน แล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้ดูซอฟท์ ดูฟุ้ง

ใช้ลิปสติกเนื้อครีม, เนื้อลิคควิด หรือหากใครมีเลือดปลอม นำมาทำการตกแต่งแผลให้ดูสมจริงขึ้น

เพิ่มความหม่นหมองของผิวมายังบริเวณคอด้วย เพื่อความกลมกลืนมากยิ่งขึ้น

Finish Look ได้ออกมาประมาณนี้

หากอยากได้ภาพที่ดูน่ากลัวและสมจริงมากขึ้น นำไปรีทัชเพิ่มเติมในโฟโต้ช้อปโลดค่า
หวังว่าลุค Creepy Halloween ในวันนี้จะถูกใจ และไม่ยากเกินไปนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามชมด้วยค่า 😀

สวยแบบสาวปารีเซียงกับ Bisous Bisous เครื่องสำอางค์น้องใหม่จากเกาหลี


สวัสดีปีใหม่ค่า ก้าวเข้าสู่ปีใหม่กันหลายวันแล้วเพื่อนๆเป็นยังไงกันบ้างเอ่ย
ประเดิมบล็อกแรกของปีนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อปลายปีที่แล้วนะคะ
เป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่จากเกาหลีที่มีชื่อน่ารักว่า Bisous Bisous หรือ บีซูบีซูค่ะ

คำว่า Bisous Bisous (บีซูบีซู) เป็นคำในภาษาฝรั่งเศสที่มีแปลว่า จุ๊บ-จุ๊บ (kiss-kiss)
แต่ไม่ได้เป็นแบรนด์ของฝรั่งเศสแต่อย่างใดนะคะ
เพราะ Bisous Bisous (บีซูบีซู) เป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่สัญชาติเกาหลีเค้าค่ะ
ซึ่งทางแบรนด์เค้าก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามตามแบบฉบับของสาวปารีเซียงนั่นเอง

สำหรับคอลเลคชั่นแรกของ Bisous Bisous นั้น มีชื่อหวานๆว่า Love Blossom
ที่สื่อถึงความสวยหวานของหมู่มวลดอกไม้ที่สาวๆหลายคนต้องชื่นชอบแน่ๆ

นุ่นมีโอกาสได้ไปร่วมงานแนะนำและเปิดตัวผลิตภัณฑ์มาเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานี่เอง
และก็ได้รับผลิตภัณฑ์จาก Bisous Bisous มาทดลองใช้หลายชิ้นเลยค่ะ
ไปดูกันดีกว่าเนอะว่าแต่ละชิ้นมีอะไรน่าสนใจ น่าใช้กันบ้าง

ถ้าเป็นเครื่องสำอางสัญชาติเกาหลี คงขาดตัวเด็ดเด่นดังอย่างบีบีครีมไปไม่ได้แน่นอน
เลยขอเริ่มที่ตัวแรก Love Blossom BB Brightening Cream (895 บาท)

บีบีครีมรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ส่วนผสมที่มีคอลลาเจนและวิตามินซี
ที่จะช่วยปกป้องและบำรุงให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส มีส่วนผสมของสารกันแดด SPF25 PA++

บีบีตัวนี้ช่วยในเรื่องควบคุมความมันและปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ และกระชับผิวด้วยคอลลาเจน
มีสีให้เลือก 2 สีค่ะ คือเบอร์ 1 สำหรับสาวผิวขาว และเบอร์ 2 สำหรับสาวผิวเข้ม

มาดูผลการใช้งานกันบ้างค่ะ บีบีตัวนี้เค้าจะแถมแปรงมาในกล่องด้วย
ซึ่งหลังจากที่ได้ลองทั้งการใช้นิ้วเกลี่ย กับการใช้แปรงที่แถมมาให้
แนะนำว่าใช้แปรงจะได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติกว่าการใช้นิ้วมือ
เนื่องจากเนื้อบีบีจะมีความหนืดค่อนข้างมาก การใช้นิ้วจะทำให้ดูหนา และดูโบ๊ะมากไป
ในขณะที่ใช้แปรงจะให้ความบางเบา เนียนเรียบ ดูกลมกลืนไปกับผิวได้ดีกว่า

ระดับการปกปิดปานกลางนะคะ คนผิวดีอยู่แล้วก็จะดูเนียนกริ้บไปเลย
ส่วนคนที่ผิวมีปัญหาจากสิวและรอยดำต่างๆ อาจต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยในการปกปิดเพิ่ม
คนผิวผสมแบบนุ่นการคุมมันทำได้ในระดับกลางๆ ตกบ่านหน้าก็เริ่มมีน้ำมันออกปกติ

สีของบีบีจะอมชมพูนะคะ ใครกลัวหน้าวอก หน้าลอย ไม่ควรลงทั้งหน้า
ลงเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด หรือช่วงกลางหน้าก็จะได้ลุคใสๆเป็นธรรมชาติแล้วค่ะ
(นุ่นใช้ BB Brightening Cream เบอร์ 1 สำหรับสาวผิวขาวค่ะ )

ชิ้นต่อมาคือ Love Blossom Brightening Foundation Powder (985 บาท)
แป้งผสมรองพื้นที่ตลับน่ารักกระชากใจมากๆ มีตุ้งติ้งหัวใจน่ารักๆแถมมาด้วย
แค่เห็นตลับก็หลงรักแล้วอ่ะ พกพาไปไหนก็อยากหยิบมาอวดกันตลอดเวลา

แป้งตัวนี้มีส่วนผสมของคอลลาเจนและวิตามินซีอีกเช่นเคยค่ะ
ซึ่งส่วนผสมทั้งสองตัวนี้จะช่วยเรื่องความเรียบเนียนและแลดูกระจ่างใสด้วย

นุ่นทดลองปาดแป้งลงบนผิวโดยไม่ได้ใช้รองพื้น หรือบีบีครีมนะคะ ใช้แค่ครีมบำรุงตัวเดียว
เนื่องจากตัวแป้งผสมรองพื้นมาอยู่แล้ว เลยขอฉายเดี่ยวกันเลยดีกว่า
ก็จะได้ลุคบางๆเบาๆ ไม่หนักหน้า สบายผิวดี หน้าดูสว่างขึ้น และปกปิกกระที่มีอยู่ได้เล็กน้อย
หน้าดูเนียนเรียบดี สีหน้าไม่เปลี่ยนหรือหมองระหว่างวัน สำหรับนุ่นตัวนี้ไม่ได้ช่วยในเรื่องคุมมันนะคะ

สำหรับแป้งก็มีให้เลือก 2 สี เช่นกันค่ะ เสียดายนะคะมีสีให้เลือกน้อยไปหน่อย
ถ้ามีโทนสีให้เลือกเพิ่มขึ้น หลายๆคนจะได้เลือกแป้งที่ได้ใกล้เคียงกับสีผิวมากขึ้นเนอะ

มาถึงริมฝีปากกันบ้าง กับ Love Blossom Lip Kit (595 บาท)
ตลับสวยโดนใจอีกแล้วค่ะ ขนาดบางกำลังดี ไม่หนัก พกพาสะดวกมาก
มีสองเบอร์นะคะ ตลับนี้เป็นเบอร์ 1 ค่ะ ไปดู swatch สีกันดีกว่า

สีจากตลับดูสวยมากกก พอปาดลงบนผิวสีก็ดูสวยทุกสีเลยค่ะ
ไปดูว่าปาดที่ปากสีจะออกมาสวยแบบนี้รึเปล่า

ปากก่อนลงลิปใดๆของนุ่นค่อนแห้งและลอกนะคะ สีปากก็ไม่สม่ำเสมอด้วย
สีปากตามธรรมชาติค่อนข้างเข้ม ไม่อมชมพูใสๆ ไม่เรียบเนียนเลยด้วย T T

หลังจากที่ทาลิปลงบนปากจะเห็นว่าสีจะค่อนข้างอ่อนมาก
ให้ความรู้สึกเหมือนกลอสใสๆเคลือบที่ปากนะคะ แต่ก็ออกสีอยู่เหมือนกันนะ
สีเบอร์สามจะอ่อนสุดเลยค่ะ ส่วนสีที่สวยที่สุดสำหรับนุ่นคือสีเบอร์ 4 ชอบมาก
เนื้อลิปจะเบาๆนะคะ ทาแล้วจะรู้สึกหนึบปากเล็กน้อย
ลิปลักษณะแบบนี้ติดไม่ทนนะคะ ทานอะไรลิปก็หายไปเรียบร้อยแล้ว ใช้พกทาระหว่างวันจะเหมาะกว่า
และยังเหมาะกับการทาทับลิปให้ดูปากอวบอิ่มขึ้น หรือทาเดี่ยวๆให้ความรู้สึกวาวๆใสๆก็ได้ค่ะ
แต่แปรงที่มากับตลับเล็กมาก ใช้ไม่ค่อยถนัดเลย คงต้องพกแปรงลิบที่มีอยู่ติดตัวไปใช้แทนจะดีกว่า

มาถึงลิปกลอสกันบ้างค่ะ นุ่นได้มาลองสามแบบแตกต่างกันไป
มีทั้งทินต์ กลอสสีชมพูนมๆ และกลอสที่มีวิ้งระยิบระยับ
เพคเกจก็ยังคงความน่ารักทั้งแท่งลิปกลอสและบรรจุภัณฑ์เลยล่ะค่ะ

มาดูคุณสมบัติแต่ละตัวเรียงจากบนลงล่างเลยนะคะ
Love Blossom Tint (495 บาท)
เป็นทินต์สีแดงสดสูตรพิเศษ มีฟองอากาศบั๊บเบิ้ลช่วยให้ติดทนมากขึ้น มีรสขมนิดๆ
ใครที่ชอบใช้ทินต์เป็นประจำน่าจะไม่พลาดที่จะหามาลองกันดูนะ
ทินต์ตัวนี้สามารถใช้ได้ทั้งแก้ม และปากเลยค่ะ ใช้กับแก้มก็เกลี่ยง่ายดีด้วย

Love Blossom Perfect Lip Gloss เบอร์ 6 และ เบอร์ 8 (495 บาท)
เบอร์ 6 จะเป็นกลอสที่มีกลิตเตอร์ระยิบระยับ 3D มากๆค่ะ
ใช้แล้วปากจะดูอวบอิ่มขึ้น เหมือนพวกลิป Plum ประมาณนั้นเลย
ทาเดี่ยวๆ หรือทาทับลิปสติกธรรมดาก็สวยทั้งสองแบบเลยค่ะ
เนื้อกลอสจะเหนียวหนึบเล็กน้อยและมีกลิ่นหอมหวานด้วย ชอบแท่งนี้มากค่ะ

ส่วนอีกเบอร์คือเบอร์ 8 จะให้สีออกชมพูนมๆ คนที่ปากอมพูจะทาสวยมากๆ
เพราะจะได้สีที่ตรงกับแท่งค่อนข้างชัดเจนเลย ปากสีเข้มจะดูหม่นๆไม่สวยเท่าไหร่
คนขาวทาเดี่ยวๆได้เลยนะคะ ปากจะดูอวบอิ่ม อมชมพูสวยเลย

ลองจับทั้งสามสีมามิกซ์กันซะเลย
เริ่มจากลงทินต์ด้านในปาก ทาทับด้วยสีชมพูนมเบอร์ 8
และเติมกลอสเนื้อกลิตเตอร์เบอร์ 6 ที่กลางริมฝีปาก
ได้ออกมาแบบนี้ ปากดูอวบอิ่ม อมชมพูเรื่อๆ และดูสุขภาพดี

*** ลิปทุกชนิด ทุกสีจะให้สีสันที่ต่างกันไปตามสีปากธรรมชาติของแต่ละคนนะคะ
จงอย่าตกใจถ้าซื้อมาเหมือนๆกันเด๊ะๆ แต่ทำไมทาแล้วไปกันคนละเรื่องเลยก็มี
เพราะฉนั้นลิปสีเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน ทาอออกมาอาจให้ความชัดเจนสวยงามต่างกันไปค่ะ

มาถึงไอเท็มสำหรับดวงตากันบ้างนะคะ Bisous Bisous ก็มีนวัตกรรมใหม่ๆมาให้เล่นกัน
Love Blossom Nano Sonic Mascara (595 บาท) มาสคาร่าที่หัวแปรงสั่นได้
ช่วยต่อขนตาให้ยาวขึ้น และขนตาเรียงเส้น งอนงาม

หัวแปรงจะเป็นทรงกลมเรียวยาว มีขนแปรงเป็นเส้นหนาสั้นๆ ปัดซอกซอนได้ดี
ด้านท้ายมีปุ่มกดสั่นสะเทือนทำให้ปัดขนตาได้ทั่วถึงทุกเส้น
แรกๆอาจใช้แบบนี้ยากนิดนึงนะคะ ปัดไปสักสามสี่ครั้งก็จะเริ่มชินและใช้ถนัดมือมากขึ้น

ผลการใช้มาสคาร่าแบบระบบสั่นตัวนี้ช่วยให้ขนตาสั้นกุดของนุ่นดูยาวและเรียงเส้นดีขึ้น
ขนตาไม่ตกระหว่างวัน ไม่เลอะ ไม่แพนด้าล้างออกง่ายด้วย ครบถ้วนทุกสิ่งเลย

*** ทริกเล็กๆในการปัดขนตาให้งอนเด้งได้ทั้งวันคือ
ก่อนจะปัดขนตารอบต่อไป อย่าลืมรอให้รอบแรกแห้งสนิทก่อนนะคะ
ขนตาจะได้ไม่จับเป็นก้อน และทรงตัวโค้งงอนตั้งแต่เช้ายันเย็น

Love Blossom 72 Hrs. Pen Liner (495 บาท) ไลนเนอร์ติดทนนาน 72 ชม.
ไลน์เนอร์แบบเมจิกที่เริ่ดมาก ติดทนมากเมื่อแห้งแล้ว ถูยังไงก็ไม่ออก
แต่สามารถล้างออกอย่างง่ายดายด้วย remover เขียนลื่นมมือมาก
ไม่แพนด้าด้วยอ่ะ รักตรงนี้ ขอเสียอย่างเดียวคือสีไม่เข้มสะใจเท่าไหร่
ต้องปาดทับๆหลายทีหน่อย สีจึงจะเข้มและชัดขึ้น
อาจเป็นไปได้ว่าหนังตาของนุ่นน้ำมันจากผิวเยอะจนสีติดไม่ดีเท่าที่ควร อันนี้ต้องโทษตัวเอง อิอิ

Love Super Tattoo Pencill Eyeliner (495 บาท)
ไลนเนอร์แบบดินสอ ที่ช่วงด้านปลายมีที่เหลาให้พร้อมเสร็จสรรพ เหมาะแก่การพกพา
เขียนง่าย ไม่สะดุด เนื้อดินสอไม่ร่วงหล่น ไม่แพนด้า ไม่ไหลย้อยยามหน้ามัน
เหมาะกับการทำ Inner ที่สุด ใครมองหาดินสอทำ Inner แท่งนี้ช่วยได้

รูปนี้นุ่นใช้ไลน์เนอร์แบบดินสอวาดเส้นไลน์เนอร์และทำอินเนอร์
จากนั้นใช้แบบปากปาเมจิเขียนทับเส้นไลน์เนอร์อีกที
ผลการใช้หลังเวลาผ่านไปราวๆ 6-7 ชม.ในสภาพอากาศที่ทำให้หน้ามันมากกกก
ปรากฏว่าไม่แพนด้าอย่างที่คิด มีเพียงแพนด้าน้อยๆที่มุมหางตา ซึ่งน้อยมากกกก
ซึ่งคนที่ไม่มีปัญหาหนังตามันเยิ้ม น่าจะไปรอดกับการหลบหนีแพนด้า
ปลื้มทั้งสองชิ้นนี้แบบไม่ต้องคิดเลย ไม่แพนด้าเลอะเทอะแบบนี้ล่ะที่ต้องการ

ปิดท้ายกันด้วยยาทาเล็บที่น่ารักมากๆ Love Blossom Nail Polish B231 (155 บาท)
เค้าทำให้เก๋ไก๋ตรงที่มีแหวนแบบน่ารักๆแถมมาให้ในทุกๆขวดด้วย
ขวดนี้เป็นแหวนดอกกุหลาบที่สามารถปรับขนาดได้ตามขนาดของนิ้วเลย
เค้ามีสีให้เลือกเยอะเลยนะคะ ประมาณ 20 สีได้ และหลังจากที่ลองที่เคาน์เตอร์มา
หลายๆสีก็สวยมากๆ เห็นแล้วอยากจะเหมามาทั้งเคาน์เตอร์เลย สีสวยมากจริงๆ

สำหรับสีที่นุ่นได้มาลองคือ สีชมพูที่อลังการไปด้วยกลิตเตอร์เล็กและใหญ่
ทาทับสองครั้งได้สีที่เหมือนจากขวดเลยค่ะ แต่เป็นกลิตเตอร์แบบนี้จะแห้งช้าพอสมควร
ทาเสร็จแล้วทับด้วย Top Coat เรียบร้อย จะสวยงามมากๆ

ก็หมดแล้วกับทุกสิ่งที่ได้มาลอง จาก Bisous Bisous
อยากบอกว่าเป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่ที่คุณภาพคุ้มราคาทีเดียวค่ะ
น้องๆนักศึกษาสามารถซื้อมาใช้ได้โดยที่ราคาไม่แพงจนเกินไป สีสันก็น่ารักมาก
ใครสนใจลองแวะไปดูที่เคาน์เตอร์กันได้นะคะ น่าจะได้ของถูกใจติดมือกันกลับมาสักชิ้นแน่ๆ

คราวหน้ามีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจ จะแวะมาอัพเดทให้ทราบกันอีกนะคะ
พบปะกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายด้วยค่า