Shiseido Perfect Rouge Perfect Parfait BE310



สวัสดีค่า วันนี้หยิบลิปสติกสีนู้ดมากๆมาปาดสีให้ดูกันค่ะ
ใครที่ชอบลิปสีโทนประมาณนี้ ลองดูนะคะว่าถูกใจกันรึเปล่า

สำหรับแท่งนี้เป็นของแบรนด์ Shiseido ค่ะ สีน้ำตาลนู้ด BE310
มีรูปลักษณ์สวยหรูตามสไตล์ชิเซโด้เค้าเลยค่ะ แท่งนี้มีขนาด 4 กรัม
ปริมาณพอเหมาะกับอายุใช้งาน 24 เดือนเลย ใครใช้บ่อยๆก็ถือว่าคุ้มค่าค่ะ

เนื้อลิปทาแล้วเรียบลื่นสมูทดีค่ะ เม็ดสีค่อนข้างชัดเจน เนื้อลิปมีความเป็นเนื้อครีมมากๆ
จากแท่งดูเนื้อลิปแห้ง แต่ทาแล้วปากชุ่มชื่นขึ้นทันทีเลย สีก็ไม่เพี้ยนจากแท่งเท่าไหร่นะ

ทาลงบนริมฝีปากแล้วได้สีนู้ดแบบนี้เลยค่ะ จะเห็นว่าสีจะดูเหมือนสีปากที่ยังไม่ได้ทาลิปเลยเนอะ
แต่ด้วยความที่ลิปมีความชุ่มชื่น ริมฝีปากเราเลยดูช่ำน้ำมากๆ ลิปไม่ตกร่องริมฝีปากจนเยิ้มด้วย
ถ้าสังเกตุดีๆจะเห็นว่าปากนุ่นก็ลอกอยู่ด้วยนะคะ แต่เนื้อลิปช่วยกลบความแห้งแตกได้เนียนสนิทเลย

ทาออกมาดูป่วยมากเลยใช่ไม๊คะ ถ้าทาสีนี้อาจต้องจัด smoky หนักๆหน่อย
หรือ อาจใช้ทาทับสีเข้มๆ หรือผสมกับลิปที่มีอยู่ให้เกิดสีใหม่ก็ได้ค่ะ
ก็ถือว่าเป็นลิปที่ถูกใจทีเดียวค่ะ คราวหน้าจะหยิบลิปแท่งไหนมารีวิวกันอีก
อย่าลืมแวะมาอัพเดทกันนะคะ

สวยแบบสาวปารีเซียงกับ Bisous Bisous เครื่องสำอางค์น้องใหม่จากเกาหลี


สวัสดีปีใหม่ค่า ก้าวเข้าสู่ปีใหม่กันหลายวันแล้วเพื่อนๆเป็นยังไงกันบ้างเอ่ย
ประเดิมบล็อกแรกของปีนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อปลายปีที่แล้วนะคะ
เป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่จากเกาหลีที่มีชื่อน่ารักว่า Bisous Bisous หรือ บีซูบีซูค่ะ

คำว่า Bisous Bisous (บีซูบีซู) เป็นคำในภาษาฝรั่งเศสที่มีแปลว่า จุ๊บ-จุ๊บ (kiss-kiss)
แต่ไม่ได้เป็นแบรนด์ของฝรั่งเศสแต่อย่างใดนะคะ
เพราะ Bisous Bisous (บีซูบีซู) เป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่สัญชาติเกาหลีเค้าค่ะ
ซึ่งทางแบรนด์เค้าก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามตามแบบฉบับของสาวปารีเซียงนั่นเอง

สำหรับคอลเลคชั่นแรกของ Bisous Bisous นั้น มีชื่อหวานๆว่า Love Blossom
ที่สื่อถึงความสวยหวานของหมู่มวลดอกไม้ที่สาวๆหลายคนต้องชื่นชอบแน่ๆ

นุ่นมีโอกาสได้ไปร่วมงานแนะนำและเปิดตัวผลิตภัณฑ์มาเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานี่เอง
และก็ได้รับผลิตภัณฑ์จาก Bisous Bisous มาทดลองใช้หลายชิ้นเลยค่ะ
ไปดูกันดีกว่าเนอะว่าแต่ละชิ้นมีอะไรน่าสนใจ น่าใช้กันบ้าง

ถ้าเป็นเครื่องสำอางสัญชาติเกาหลี คงขาดตัวเด็ดเด่นดังอย่างบีบีครีมไปไม่ได้แน่นอน
เลยขอเริ่มที่ตัวแรก Love Blossom BB Brightening Cream (895 บาท)

บีบีครีมรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ส่วนผสมที่มีคอลลาเจนและวิตามินซี
ที่จะช่วยปกป้องและบำรุงให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส มีส่วนผสมของสารกันแดด SPF25 PA++

บีบีตัวนี้ช่วยในเรื่องควบคุมความมันและปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ และกระชับผิวด้วยคอลลาเจน
มีสีให้เลือก 2 สีค่ะ คือเบอร์ 1 สำหรับสาวผิวขาว และเบอร์ 2 สำหรับสาวผิวเข้ม

มาดูผลการใช้งานกันบ้างค่ะ บีบีตัวนี้เค้าจะแถมแปรงมาในกล่องด้วย
ซึ่งหลังจากที่ได้ลองทั้งการใช้นิ้วเกลี่ย กับการใช้แปรงที่แถมมาให้
แนะนำว่าใช้แปรงจะได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติกว่าการใช้นิ้วมือ
เนื่องจากเนื้อบีบีจะมีความหนืดค่อนข้างมาก การใช้นิ้วจะทำให้ดูหนา และดูโบ๊ะมากไป
ในขณะที่ใช้แปรงจะให้ความบางเบา เนียนเรียบ ดูกลมกลืนไปกับผิวได้ดีกว่า

ระดับการปกปิดปานกลางนะคะ คนผิวดีอยู่แล้วก็จะดูเนียนกริ้บไปเลย
ส่วนคนที่ผิวมีปัญหาจากสิวและรอยดำต่างๆ อาจต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยในการปกปิดเพิ่ม
คนผิวผสมแบบนุ่นการคุมมันทำได้ในระดับกลางๆ ตกบ่านหน้าก็เริ่มมีน้ำมันออกปกติ

สีของบีบีจะอมชมพูนะคะ ใครกลัวหน้าวอก หน้าลอย ไม่ควรลงทั้งหน้า
ลงเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด หรือช่วงกลางหน้าก็จะได้ลุคใสๆเป็นธรรมชาติแล้วค่ะ
(นุ่นใช้ BB Brightening Cream เบอร์ 1 สำหรับสาวผิวขาวค่ะ )

ชิ้นต่อมาคือ Love Blossom Brightening Foundation Powder (985 บาท)
แป้งผสมรองพื้นที่ตลับน่ารักกระชากใจมากๆ มีตุ้งติ้งหัวใจน่ารักๆแถมมาด้วย
แค่เห็นตลับก็หลงรักแล้วอ่ะ พกพาไปไหนก็อยากหยิบมาอวดกันตลอดเวลา

แป้งตัวนี้มีส่วนผสมของคอลลาเจนและวิตามินซีอีกเช่นเคยค่ะ
ซึ่งส่วนผสมทั้งสองตัวนี้จะช่วยเรื่องความเรียบเนียนและแลดูกระจ่างใสด้วย

นุ่นทดลองปาดแป้งลงบนผิวโดยไม่ได้ใช้รองพื้น หรือบีบีครีมนะคะ ใช้แค่ครีมบำรุงตัวเดียว
เนื่องจากตัวแป้งผสมรองพื้นมาอยู่แล้ว เลยขอฉายเดี่ยวกันเลยดีกว่า
ก็จะได้ลุคบางๆเบาๆ ไม่หนักหน้า สบายผิวดี หน้าดูสว่างขึ้น และปกปิกกระที่มีอยู่ได้เล็กน้อย
หน้าดูเนียนเรียบดี สีหน้าไม่เปลี่ยนหรือหมองระหว่างวัน สำหรับนุ่นตัวนี้ไม่ได้ช่วยในเรื่องคุมมันนะคะ

สำหรับแป้งก็มีให้เลือก 2 สี เช่นกันค่ะ เสียดายนะคะมีสีให้เลือกน้อยไปหน่อย
ถ้ามีโทนสีให้เลือกเพิ่มขึ้น หลายๆคนจะได้เลือกแป้งที่ได้ใกล้เคียงกับสีผิวมากขึ้นเนอะ

มาถึงริมฝีปากกันบ้าง กับ Love Blossom Lip Kit (595 บาท)
ตลับสวยโดนใจอีกแล้วค่ะ ขนาดบางกำลังดี ไม่หนัก พกพาสะดวกมาก
มีสองเบอร์นะคะ ตลับนี้เป็นเบอร์ 1 ค่ะ ไปดู swatch สีกันดีกว่า

สีจากตลับดูสวยมากกก พอปาดลงบนผิวสีก็ดูสวยทุกสีเลยค่ะ
ไปดูว่าปาดที่ปากสีจะออกมาสวยแบบนี้รึเปล่า

ปากก่อนลงลิปใดๆของนุ่นค่อนแห้งและลอกนะคะ สีปากก็ไม่สม่ำเสมอด้วย
สีปากตามธรรมชาติค่อนข้างเข้ม ไม่อมชมพูใสๆ ไม่เรียบเนียนเลยด้วย T T

หลังจากที่ทาลิปลงบนปากจะเห็นว่าสีจะค่อนข้างอ่อนมาก
ให้ความรู้สึกเหมือนกลอสใสๆเคลือบที่ปากนะคะ แต่ก็ออกสีอยู่เหมือนกันนะ
สีเบอร์สามจะอ่อนสุดเลยค่ะ ส่วนสีที่สวยที่สุดสำหรับนุ่นคือสีเบอร์ 4 ชอบมาก
เนื้อลิปจะเบาๆนะคะ ทาแล้วจะรู้สึกหนึบปากเล็กน้อย
ลิปลักษณะแบบนี้ติดไม่ทนนะคะ ทานอะไรลิปก็หายไปเรียบร้อยแล้ว ใช้พกทาระหว่างวันจะเหมาะกว่า
และยังเหมาะกับการทาทับลิปให้ดูปากอวบอิ่มขึ้น หรือทาเดี่ยวๆให้ความรู้สึกวาวๆใสๆก็ได้ค่ะ
แต่แปรงที่มากับตลับเล็กมาก ใช้ไม่ค่อยถนัดเลย คงต้องพกแปรงลิบที่มีอยู่ติดตัวไปใช้แทนจะดีกว่า

มาถึงลิปกลอสกันบ้างค่ะ นุ่นได้มาลองสามแบบแตกต่างกันไป
มีทั้งทินต์ กลอสสีชมพูนมๆ และกลอสที่มีวิ้งระยิบระยับ
เพคเกจก็ยังคงความน่ารักทั้งแท่งลิปกลอสและบรรจุภัณฑ์เลยล่ะค่ะ

มาดูคุณสมบัติแต่ละตัวเรียงจากบนลงล่างเลยนะคะ
Love Blossom Tint (495 บาท)
เป็นทินต์สีแดงสดสูตรพิเศษ มีฟองอากาศบั๊บเบิ้ลช่วยให้ติดทนมากขึ้น มีรสขมนิดๆ
ใครที่ชอบใช้ทินต์เป็นประจำน่าจะไม่พลาดที่จะหามาลองกันดูนะ
ทินต์ตัวนี้สามารถใช้ได้ทั้งแก้ม และปากเลยค่ะ ใช้กับแก้มก็เกลี่ยง่ายดีด้วย

Love Blossom Perfect Lip Gloss เบอร์ 6 และ เบอร์ 8 (495 บาท)
เบอร์ 6 จะเป็นกลอสที่มีกลิตเตอร์ระยิบระยับ 3D มากๆค่ะ
ใช้แล้วปากจะดูอวบอิ่มขึ้น เหมือนพวกลิป Plum ประมาณนั้นเลย
ทาเดี่ยวๆ หรือทาทับลิปสติกธรรมดาก็สวยทั้งสองแบบเลยค่ะ
เนื้อกลอสจะเหนียวหนึบเล็กน้อยและมีกลิ่นหอมหวานด้วย ชอบแท่งนี้มากค่ะ

ส่วนอีกเบอร์คือเบอร์ 8 จะให้สีออกชมพูนมๆ คนที่ปากอมพูจะทาสวยมากๆ
เพราะจะได้สีที่ตรงกับแท่งค่อนข้างชัดเจนเลย ปากสีเข้มจะดูหม่นๆไม่สวยเท่าไหร่
คนขาวทาเดี่ยวๆได้เลยนะคะ ปากจะดูอวบอิ่ม อมชมพูสวยเลย

ลองจับทั้งสามสีมามิกซ์กันซะเลย
เริ่มจากลงทินต์ด้านในปาก ทาทับด้วยสีชมพูนมเบอร์ 8
และเติมกลอสเนื้อกลิตเตอร์เบอร์ 6 ที่กลางริมฝีปาก
ได้ออกมาแบบนี้ ปากดูอวบอิ่ม อมชมพูเรื่อๆ และดูสุขภาพดี

*** ลิปทุกชนิด ทุกสีจะให้สีสันที่ต่างกันไปตามสีปากธรรมชาติของแต่ละคนนะคะ
จงอย่าตกใจถ้าซื้อมาเหมือนๆกันเด๊ะๆ แต่ทำไมทาแล้วไปกันคนละเรื่องเลยก็มี
เพราะฉนั้นลิปสีเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน ทาอออกมาอาจให้ความชัดเจนสวยงามต่างกันไปค่ะ

มาถึงไอเท็มสำหรับดวงตากันบ้างนะคะ Bisous Bisous ก็มีนวัตกรรมใหม่ๆมาให้เล่นกัน
Love Blossom Nano Sonic Mascara (595 บาท) มาสคาร่าที่หัวแปรงสั่นได้
ช่วยต่อขนตาให้ยาวขึ้น และขนตาเรียงเส้น งอนงาม

หัวแปรงจะเป็นทรงกลมเรียวยาว มีขนแปรงเป็นเส้นหนาสั้นๆ ปัดซอกซอนได้ดี
ด้านท้ายมีปุ่มกดสั่นสะเทือนทำให้ปัดขนตาได้ทั่วถึงทุกเส้น
แรกๆอาจใช้แบบนี้ยากนิดนึงนะคะ ปัดไปสักสามสี่ครั้งก็จะเริ่มชินและใช้ถนัดมือมากขึ้น

ผลการใช้มาสคาร่าแบบระบบสั่นตัวนี้ช่วยให้ขนตาสั้นกุดของนุ่นดูยาวและเรียงเส้นดีขึ้น
ขนตาไม่ตกระหว่างวัน ไม่เลอะ ไม่แพนด้าล้างออกง่ายด้วย ครบถ้วนทุกสิ่งเลย

*** ทริกเล็กๆในการปัดขนตาให้งอนเด้งได้ทั้งวันคือ
ก่อนจะปัดขนตารอบต่อไป อย่าลืมรอให้รอบแรกแห้งสนิทก่อนนะคะ
ขนตาจะได้ไม่จับเป็นก้อน และทรงตัวโค้งงอนตั้งแต่เช้ายันเย็น

Love Blossom 72 Hrs. Pen Liner (495 บาท) ไลนเนอร์ติดทนนาน 72 ชม.
ไลน์เนอร์แบบเมจิกที่เริ่ดมาก ติดทนมากเมื่อแห้งแล้ว ถูยังไงก็ไม่ออก
แต่สามารถล้างออกอย่างง่ายดายด้วย remover เขียนลื่นมมือมาก
ไม่แพนด้าด้วยอ่ะ รักตรงนี้ ขอเสียอย่างเดียวคือสีไม่เข้มสะใจเท่าไหร่
ต้องปาดทับๆหลายทีหน่อย สีจึงจะเข้มและชัดขึ้น
อาจเป็นไปได้ว่าหนังตาของนุ่นน้ำมันจากผิวเยอะจนสีติดไม่ดีเท่าที่ควร อันนี้ต้องโทษตัวเอง อิอิ

Love Super Tattoo Pencill Eyeliner (495 บาท)
ไลนเนอร์แบบดินสอ ที่ช่วงด้านปลายมีที่เหลาให้พร้อมเสร็จสรรพ เหมาะแก่การพกพา
เขียนง่าย ไม่สะดุด เนื้อดินสอไม่ร่วงหล่น ไม่แพนด้า ไม่ไหลย้อยยามหน้ามัน
เหมาะกับการทำ Inner ที่สุด ใครมองหาดินสอทำ Inner แท่งนี้ช่วยได้

รูปนี้นุ่นใช้ไลน์เนอร์แบบดินสอวาดเส้นไลน์เนอร์และทำอินเนอร์
จากนั้นใช้แบบปากปาเมจิเขียนทับเส้นไลน์เนอร์อีกที
ผลการใช้หลังเวลาผ่านไปราวๆ 6-7 ชม.ในสภาพอากาศที่ทำให้หน้ามันมากกกก
ปรากฏว่าไม่แพนด้าอย่างที่คิด มีเพียงแพนด้าน้อยๆที่มุมหางตา ซึ่งน้อยมากกกก
ซึ่งคนที่ไม่มีปัญหาหนังตามันเยิ้ม น่าจะไปรอดกับการหลบหนีแพนด้า
ปลื้มทั้งสองชิ้นนี้แบบไม่ต้องคิดเลย ไม่แพนด้าเลอะเทอะแบบนี้ล่ะที่ต้องการ

ปิดท้ายกันด้วยยาทาเล็บที่น่ารักมากๆ Love Blossom Nail Polish B231 (155 บาท)
เค้าทำให้เก๋ไก๋ตรงที่มีแหวนแบบน่ารักๆแถมมาให้ในทุกๆขวดด้วย
ขวดนี้เป็นแหวนดอกกุหลาบที่สามารถปรับขนาดได้ตามขนาดของนิ้วเลย
เค้ามีสีให้เลือกเยอะเลยนะคะ ประมาณ 20 สีได้ และหลังจากที่ลองที่เคาน์เตอร์มา
หลายๆสีก็สวยมากๆ เห็นแล้วอยากจะเหมามาทั้งเคาน์เตอร์เลย สีสวยมากจริงๆ

สำหรับสีที่นุ่นได้มาลองคือ สีชมพูที่อลังการไปด้วยกลิตเตอร์เล็กและใหญ่
ทาทับสองครั้งได้สีที่เหมือนจากขวดเลยค่ะ แต่เป็นกลิตเตอร์แบบนี้จะแห้งช้าพอสมควร
ทาเสร็จแล้วทับด้วย Top Coat เรียบร้อย จะสวยงามมากๆ

ก็หมดแล้วกับทุกสิ่งที่ได้มาลอง จาก Bisous Bisous
อยากบอกว่าเป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่ที่คุณภาพคุ้มราคาทีเดียวค่ะ
น้องๆนักศึกษาสามารถซื้อมาใช้ได้โดยที่ราคาไม่แพงจนเกินไป สีสันก็น่ารักมาก
ใครสนใจลองแวะไปดูที่เคาน์เตอร์กันได้นะคะ น่าจะได้ของถูกใจติดมือกันกลับมาสักชิ้นแน่ๆ

คราวหน้ามีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจ จะแวะมาอัพเดทให้ทราบกันอีกนะคะ
พบปะกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายด้วยค่า