Beauty Buffet : The Bakery Born to be Baby Collection


สวัสดีค่ะ วันนี้มีผลิตภัณฑ์หลายชิ้นจากร้าน Beauty Buffet มาอัพเดทกัน
ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาให้ลองใช้ตลอดเลย
ตัวไหนลองแล้วชอบ อยากบอกต่อ ก็จะหยิบมาอัพเดทลงบล็อกให้เพื่อนๆอ่านกันแบบนี้ค่ะ

เซ็ตนี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในไลน์ The Bakery ราคาไม่สูงมากนัก หลักร้อยต้นๆเท่านั้นค่ะ
แต่ละชิ้นนุ่นไม่ทราบราคาที่แน่นอน ลองแวะไปดูที่ร้านกันอีกทีนะคะว่าประมาณเท่าไหร่
ทุกชิ้นนุ่นได้ลองใช้ครบหมดแล้ว เลยขอหยิบมาเล่าสู่กันฟังนะคะ ว่าใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง

The Bakery Born to be Baby BB Powder Foundation SPF 30 PA++
ชิ้นแรกเป็นแป้งอัดแข็งที่เค้าบอกว่าเป็น BB และ Foundation ในตัว
มาในตลับแบบแมท น้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด ไม่หนา พกพาสะดวกดีค่ะ
แป้งรุ่นนี้เค้าทำออกมา 2 สีนะคะ แต่เป็นโทนที่เหมาะกับสาวผิวขาว เพราะสีค่อนข้างสว่างทั้งคู่
ทาแล้วหน้าดูขาวขึ้น ผ่องขึ้น เนื้อแป้งคุมมันได้ดี ไม่หมองระหว่างวัน ปกปิดปานกลาง ให้ลุคใสๆ
เหมาะกับน้องๆนักศึกษามากเลย เพราะราคาไม่แพงและดูไม่หนาหนักมาก แพคเกจก็น่ารักด้วย

The Bakery Born to be baby Tint Essence It’s Girl
ลิปทินต์ที่ให้การบำรุง พร้อมกับสีสันที่สดใส มาในรูปแบบหลอดบีบ ปลายตัดรับริมฝีปาก
หลอดเล็กๆแบบนี้แต่ใช้ได้นานเลยค่ะ เพราะครั้งนึงใช้แค่นิดเดียวก็ให้สีสวยชัดแล้ว

ตัวนี้เป็นลิปแบบหลอดบีบที่ให้สีชัดติดทนนานมาก เนื้อเป็นเจลนิ่มๆหนึบๆ เกาะริมฝีปากได้
ทาระหว่างวันให้สีสันสดใสได้ยาวนานทั้งวันเลย เวลาทานอาหารหรือเครื่องดื่มอาจมีเลือนบ้า
แต่โดยรวมติดทน ให้สีชัดสุดๆ สีอ่อนสุดอย่างสีชมพูก็ยังสดชัดมว๊ากกกกกก
ถ้าสาวๆใช้ควรลงทีละนิดพอ เพราะสีเค้าชัดจริงๆ มีสามโทนสีน่ารักๆแบบนี้เลย

The Bakery Cupcake Buddy Shadow [ราคาประมาณ 159 บาท]
ไฮไลท์เด็ดของบล็อกในวันนี้เลยค่ะ เป็น duo eyeshadow ที่จับคู่สีมาให้ใช้คู่กันในตลับเดียว
บรรจุมาในตลับพลาสติกน้ำหนักเบา แข็งแรงทนทานดี พิมพ์ลายมาได้กุ๊กกิ้กน่ารักด้วย

The Bakery Cupcake Buddy Shadow มีจำหน่าย 5 คู่สีอย่างที่เห็นนี้เลยค่ะ
ดูผ่านๆบางสีอาจดูใกล้เคียงกัน แต่นุ่นลองสวอชดูแล้ว ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียวนะคะ

แต่ละสีสวยใจละลายมากค่า มีแบบเนื้อแมทท์ 1 คู่สี ที่เหลือก็เป็นคล้ายๆเนื้อซาตินหมดเลย

ชื่อของแต่ละสีก็คงคอนเซปต์ของ The Bakery คือน่ารักและชวนหิวมากๆ
ไปดูแต่ละสีที่นุ่นสวอชไว้ดีกว่าค่ะ 😀

สีแรกเป็นสีที่ค่อนข้างชอบเลย ไม่เคนเจอสีแมตท์ขาวดำคู่กันแบบนี้มาก่อน
เบอร์นี้สีค่อนข้างเป็นฝุ่นผงมากทีเดียว ตอนใช้ต้องระวัง ควรลงสีตาก่อนลงรองพื้นนะคะ
สีดำให้ความเข้มเรียกว่าเกือบดำสนิทเลย ส่วนสีขาวเหมือนแป้งเด็ก คือสีเบาจนกลืนไปกับผิว
ใครชอบสโมกกี้ตาดำๆ อยากหาสีดำเข้มๆพกติดกระเป๋าไปไหนมาไหน สีนี้ใช้ได้เลยค่ะ

สีนี้เป็นสีน้ำตาลทองแดงจับคู่กับสีน้ำตาลเข้ม สีค่อนข้างมีความใกล้เคียงกันมาก
แต่เนื้อสีเข้าเนียนสนิทกับผิวเราดีมาก แต่เบลนด์ได้ง่าย
จะเลือกทาคู่กัน หรือใช้สีใดสีหนึ่งสำหรับทาในวันสบายๆ ก็ให้ลุคที่เป็นธรรมชาติดีค่ะ

คู่สีชมพู-น้ำตาล ก็เป็นอีกคู่สีเพลย์เซพที่แต่งได้ไม่อยาก ใช้ได้ทุกโอกาส
ให้ลุคดูหวานๆ สุภาพ นึกอะไรไม่ออกงานไหนงานนั้น ทาคู่สีนี้ได้สบายๆค่ะ

คู่สีแบบส้ม-น้ำตาลก็เป็นอีกคู่สีที่สาวๆส่วนใหญ่เลือกทาเวลาคิดไม่ออกเนอะ
นุ่นว่าคู่สีนี้ก็ง่ายดี จะลงสีส้มเป็นสีพื้นก่อนแล้วคัดเบ้าด้วยสีน้ำตาล
หรือจะลงสีน้ำตาลเข้มทั่วเปลือกตา แล้วท้อปด้วยสีส้มตรงกลางตาให้ดูมีมิติขึ้นก็ได้ค่ะ

มาถึงสีสุดท้ายที่จับคู่สีมาให้คอนทราสต์กัน ถึงจะเป็นสีคู่คตรงข้าม แต่เราก็สนุกกับสีสันได้
นุ่นชอบสีเขียวของคู่สีนี้มาก เพราะเค้าเป็นสีเขียวที่เหลือบสีฟ้าๆไว้ดูสวยดี
ทาสีใดสีหนึ่งๆเดี่ยวๆก็สวยแล้วล่ะค่ะ 😀

ใครสนใจชิ้นไหนลองไปดูที่ร้าน Beauty Buffet กันดูนะคะ มีสินค้าหลายชิ้นที่น่าสนใจมากเลยค่ะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว พบกันใหม่บล็อกหน้านะคะ ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายด้วยค่า ^^

Unboxing : Beauty Cottage : Victoria Lettre d’amour


สวัสดีค่ะ วันนี้หยิบเอาผลิตถัณฑ์ที่มีแพคเกจน่ารักน่าใช้ในราคาไม่แพงมาอัพเดทกันค่ะ
ก่อนอื่นต้องบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองใช้ ไม่ได้ซื้อเองนะคะ
เปิดกล่องมาเห็นว่าเป็นไลน์เมคอัพ ไม่ต้องลองใช้กันนาน เลยหยิบมาสวอชสีให้ชมกันซะเลย
มีทั้งหมด 3 ผลิตภัณฑ์นะคะ คือแป้งผสมรองพื้น บรอนเซอร์เนื้อแมต และบลัชออน
เป็นผลิตภัณฑ์ของ Beauty Cottage ในไลน์ Victoria Lettre d’amour ค่ะ

สำหรับสองชิ้นแรกจะมาในไซส์เท่ากันเลย อาจทำให้สับสนเล็กน้อยว่าชิ้นไหนคืออะไร
ต้องอ่านฉลากด้านหลังแทนนะคะ ตลับวงรีที่ปั้มลายวินเทจมาสวยงาม

ด้านในก็ค่อนข้างคล้ายกันคือมีฝากัั้นรัหว่างตัวเครื่องมือกับผลิตภัณฑ์
ถ้าเป็นแป้งก็จะเปิดมาเจอพัฟเนื้อแน่น ส่วนแปรงจะมาคู่กับบรอนเซอร์ค่ะ
ตลับสองชั้นแบบนี้ ทำให้มีความหนาพอประมาณเลย อาจใหญ่เทอะทะไปนิดสำหรับการพกพา
แต่มีน้ำหนักเบา เพราะตัวตลับเป็นพลาสติก แต่ก็แข็งแรงทนทานทีเดียวค่ะ
บริเวณฝาจะมีกระจกเต็มบานมาให้ด้วย สะดวกในการใช้งานในตลับเดียวเลย

เริ่มที่ Beauty Cottage Victoria Lettre d’amour Matte Bronzer [415-]
เป็นบรอนเซอร์เนื้อแมต 3 โทนสีในตลับเดียว สีออกโทนน้ำตาลอมเหลือง เหมาะกับทุกสีผิวเลย
เม็ดสีค่อนข้างชัดแน่น ในการใช้งานต้องเบามือนิดนึงนะคะ แตะทีละน้อย ค่อยๆเพิ่มตามสะดวก
เพราะถ้าลงแบบจัดหนักในตอนแรกจะแก้ยาก หน้าจะดำไปเลยค่ะ ค่อยๆเพิ่มเอาจะดีกว่า
การแยกใช้สีนั้นอาจจะยากนิดนึงถ้าใช้แปรงที่มาในตลับ อาจต้องใช้แปรงแยกนะคะ
ส่วนแปรงที่มาในตลับมีขนาดใหญ่ ขนแปรงนิ่มไม่บาดผิว เหมาะกับการใช้เฉดในจุดต่างๆได้ดีค่ะ

Beauty Cottage Victoria Lettre d’amour Powder Foundation [525-]
แป้งผสมรองพื้นที่ผสมสารกันแดด Spf25 พร้อมสารสกัดจากธรรมชาติและวิตามินอีช่วยบำรุงผิว
เนื้อแป้งจะพิมพ์ลายด้วยสีทอง ทำให้ช่วงแรกของการใช้แป้งตัวนี้ปัดไปหน้าจะทองมากนะคะ ><
รู้สึกว่าแป้งกลายเป็นไฮไลท์สีทองไปเลย คือต้องปีดจนกว่าสีทองจะหมดถึงจะได้เนื้อแป้งของเค้า
นุ่นเลยยังไม่ได้ใช้จริงจังว่าแป้งใช้แล้วเป็นยังไงนะคะ เพราะปัดทีไรหน้าทองทุกที T T
พัฟที่มาในตลับเนื้อแน่นและมีความนุ่ม ยืดหยุ่นได้ดี ใช้งานได้สะดวกมากๆค่ะ

และสองชิ้นสุดท้าย Beauty Cottage Victoria Lettre d’amour Ambient Lighting Blush [375-]
บลัชออนสำหรับปัดแก้มที่มีตลับขนาดเล็กกว่าแป้งลงมาอีกเล็กน้อยค่ะ

ด้านในจะเป็นลักษณะที่ใกล้เคียงกันกันนะคะ แต่จะเปิดมาเจอบลัชก่อน และแปรงอยู่อีกชั้นด้านล่าง

บลัชออนจะมาในสองโทนสีในตลับเดียว คือมีสีไฮไลท์ตรงกลางและสีหลักรอบนอก
สามารถปัดแยกสีหรือปัดรวมกันได้ แต่การปัดแยกสีก็จะลำบากตรงสีหลักพื้นที่มันจะมีขนาดเล็ก
การปัดแบบสองสีรวมกันจึงทำได้ง่ายกว่ามาก ให้สีที่สวยคนละแบบ
บลัชเค้าเม็ดสีกลางๆ แต่ปัดย้ำๆสองสามทีก็ให้สีที่ชัดสวยแล้วค่ะ
เนื้อไม่ร่วนร่วง ปัดแล้วติดผิวได้ดีทีเดียว ความเงาของสีชัด ปัดแล้วผิวจะดูฉ่ำๆโกลว์ๆค่ะ

ก็นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจทีเดียวกับไลน์ Victoria Lettre d’amour จาก Beauty Cottage
สาวๆคนไหนชอบผลิคภัณฑืที่มีแพคเกจน่ารักแบบนี้ และราคาไม่สูงมากนัก
ลองแวะไปดูที่ช้อปของเค้ากันน๊า มีสินค้าอื่นๆที่น่าสนใจอีกเยอะแยะเลย
บล็อกนี้คงต้องลาไปแล้วล่ะค่ะ พบกนใหม่บล็อกหน้า มีสรรพสิ่งน่าสนใจมาฝากกันอีกเช่นเคยค่ะ
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายพูดคุยกันด้วยนะคะ 🙂

Review : Za Perfect Fit Concealer + Perfect Fit Two-way Foundation


ZA ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดมาให้ทดลองใช้ค่ะ

วันนี้เลยหยิบเอามารีวิวให้เพื่อนๆเก็บไว้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจซื้อละกันนะคะ

ทั้งสองชิ้นก็คือ Za Perfect Fit Concealer และ  Za Perfect Fit Two-way Foundation ค่ะ

ปดูรายละเอียดของทั้งสองชิ้นกันค่ะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

 

 Za Perfect Fit Two-way Foundation SPF20 PA++

แป้งผสมรองพื้นเนื้อเนียน สูตรบางเบาเป็นธรรมชาติ มอบการปกปิดริ้วรอยหมองคล้ำ

อำพรางริ้วรอยแห่งวัย พร้อมทั้งอำพรางรูขุมขนที่เห็นเด่นชัด ให้ดูเนียนเรียบ

เนื้อแป้งบางเบาเป็นธรรมชาติ ดุจผิวใหม่ที่สรรค์สร้างได้ด้วยตัวเอง

ด้วยประสิทธิภาพการบำรุงที่ช่วยให้ผิวกระชับ ชุ่มชื้น และเนียนสวย จากส่วนผสมสำคัญคือ

Microfine Powder มอบสีผิวให้เนียนเสมอ มอบผิวดูกระจ่างใส

Poreless Powder ช่วยอำพรางรูขุมขนที่เห็นเด่นชัด ให้ดูเนียนเรียบ แลผิวหน้าดูเนียนนุ่ม

Collagen ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูยืดหยุ่น ดูกระชับ เปล่งปลั่ง

และ Hyaluronic Acid มอบความชุ่มชื้นทุกครั้งที่ทา เพื่อผิวดูสดใส

 


การลงแป้งก็ควรจะใช้พัฟค่อยๆกดไปเบาๆบนใบหน้าของนะคะ

แล้วจึงเกลี่ยแป้งออกตามแนวของกรอบหน้าไปตามทิศทางของรูขุมขน

ลงแป้งเรียงตามลำดับตัวเลขแบบนี้ จะได้ผิวหน้าที่แลดูเรียบเนียนขึ้นค่ะ

(ภาพประกอบจากผลิตภัณฑ์ค่ะ)

มาดูผลการใช้งานของนุ่นบ้างค่ะ ปกตินุ่นจะลงแป้ง 2วิธีค่ะ

คือจะเริ่มปัดแป้งด้วยแปรงขนฟูๆทั่วใบหน้าเพื่อเป็นการดูดซับความมันส่วนเกินก่อน

ในขั้นตอนที่สองจึงจะค่อยๆใช้พัฟกดเบาๆ เติมในจุดที่ต้องการปกปิดอีกครั้ง

ทำแบบนี้จะได้ผิวหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติและปกปิดรอยต่างๆได้ปานกลางค่ะ

แต่ถ้าใครต้องการระดับการปกปิดที่มากขึ้น อาจจะลงแป้งเน้นจุดที่ต้องการปกปิดเป็นพิเศษ

ก็จะได้ผิวที่เรียบเนียน ปกปิดรอยกระ รอยสิวได้ดี ผิวดูไม่โบ๊ะมาก ดูเป็นธรรมชาติ

**ก่อนลงแป้งนุ่นลงเซรั่มและเบสเพื่อเตรียมผิวก่อนลงแป้งไว้ก่อนค่ะ**

แป้งรุ่นนี้การันตีว่าแป้งจะไม่หมอง สีไม่ดรอประหว่างวัน

จากรูปคือผ่านไปราวๆครึ่งวันนะคะ สีแป้งไม่ดรอปลงไปมาก

แต่เนื่องจากนุ่นเป็นคนที่หน้ามันหนักหน่วงในช่วงบ่ายๆ หน้าจะดูหมองลงไป

แต่พอใช้ซับมันช่วยผิวก็จะกลับมาดูสดใสกว่าเดิม

แป้งอาจจะมีหลุดไปบ้างในกรณีที่สาวๆต้อใช้งซับมันบ่อยๆนะคะ

ส่วนที่แป้งจะหลุดง่ายที่สุดก็คือบริเวณจมูกและปีกจมูก

วิธีแก้ของนุ่นคือจะใช้แปรงปัดแป้งทับไปเบาๆ จะไม่ใช้พัฟกด เพราะอาจจะเป็นคราบได้ค่ะ

สรุปผลการใช้ Za Perfect Fit Two-way Foundation SPF20 PA++

โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจนะคะ แป้งติดผิวหน้าดี ใช้แล้วผิวดูเป็นธรรมชาติ

เนื้อแป้งไม่หนาแต่ปกปิดได้ดีค่ะ

มาถึงชิ้นสอง Za Perfect Fit Concealer

มอบการปกปิดความหมองคล้ำใต้ตา ฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิวได้อย่างเรียบเนียน

สวยเป็นธรรมชาติ พร้อมบำรุงผิวด้วย Collagen และ Hyaluronic Acid ช่วยให้ผิวดูกระชับ 

ชุ่มชื้น เนียนสวย มอบประสิทธิภาพปกปิดยาวนานตลอดวัน

เกลี่ยง่าย และไม่เลอะเลือน และไม่เปลี่ยนสีระหว่างวัน ด้วยส่วนผสมที่สำคัญ

Perfect Cover Powder มอบประสิทธิภาพปกปิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ และความหมองคล้ำ

Skin Fit Prescription มอบการปกปิดดีเยี่ยมเนียนเรียบ ไม่ทำให้บริเวณที่ปกปิดเป็นรอย

 


Za Perfect Fit Concealer  มีให้เลือกทั้งหมด 3 เฉดสี (01, 02, 03)

นอกจากจะช่วยกลบรอยคล้ำใต้ตาได้แล้ว

เราสามารถใช้คอนซีลเลอร์สีสว่างทาบริเวณโหนกคิ้วเพื่อเสริมให้ใบหน้ามีมิติ มีโหนกคิ้ว 

และคอนซีลเลอร์สีเข้มก็ยังสามารถนำมาใช้เป็น Shading อีกด้วย

ถ้าใครที่เคยใช้รุ่นเดิม คือหลอดสีฟ้า รุ่นหลอดสีชมพูนี้ก็จะใกล้เคียงกันค่ะ

อาจแตกต่างตรงที่ส่วนผสมและตัวบำรุงต่างๆที่เพิ่มเข้ามา

 


จากรูปนุ่นใช้สีเบอร์ 01 ช่วยกลบแพนด้าใต้ตา

จะเห็นว่าสามารถกลบรอยคล้ำจากการนอนดึกได้ดีทีเดียว และใต้ตาก็ดูสว่างขึึ้นด้วย

ทำให้หน้าเราดูไม่โทรม ดูสดชื่นขึ้นได้ทันที

ในการลงคอนซีลเลอร์ที่เป็นเนื้อครีมแบบนี้ ต้องเริ่มจากปริมาณน้อยๆ และเกลี่ยอย่างเบามือนะคะ

หรือใครถนัดที่จะใช้แปรงเบลนด์เนื้อคอนซีลเลอร์ก็จะได้ความกลมลืนมากขึ้นเป็นพิเศษค่ะ

และควรใช้แปรงป้ดแป้งฝุ่นเพื่อเซ็ทเนื่อคอนซีลเลอร์ไว้ก่อนลงแป้งอัดแข็งด้วย

การลงคอนซีลเลอร์มาก หรือหนาเกินไปจะยิ่งเป็นการเน้นริ้วรอยใต้ตาได้นะคะ

นอกจากนั้นใต้ตาเราอาจสว่างเกินไปจนกลายร่างเป็นแรคคูนได้อีกต่างหาก

เพราะฉนั้นควรลงอย่างเบามือที่สุด และลงแต่พอดีค่ะ

 


 

สำหรับสาวๆที่สนใจผลิตภัณฑ์ทั้งสองชิ้นก็ลงแวะไปที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ

มีสินค้าอีกหลายชิ้นที่น่าสนใจรอให้ไปทดลองความพึงพอใจกันค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายพูดคุยด้วยน๊า Smiley

……

….

สวยแบบสาวปารีเซียงกับ Bisous Bisous เครื่องสำอางค์น้องใหม่จากเกาหลี


สวัสดีปีใหม่ค่า ก้าวเข้าสู่ปีใหม่กันหลายวันแล้วเพื่อนๆเป็นยังไงกันบ้างเอ่ย
ประเดิมบล็อกแรกของปีนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อปลายปีที่แล้วนะคะ
เป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่จากเกาหลีที่มีชื่อน่ารักว่า Bisous Bisous หรือ บีซูบีซูค่ะ

คำว่า Bisous Bisous (บีซูบีซู) เป็นคำในภาษาฝรั่งเศสที่มีแปลว่า จุ๊บ-จุ๊บ (kiss-kiss)
แต่ไม่ได้เป็นแบรนด์ของฝรั่งเศสแต่อย่างใดนะคะ
เพราะ Bisous Bisous (บีซูบีซู) เป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่สัญชาติเกาหลีเค้าค่ะ
ซึ่งทางแบรนด์เค้าก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามตามแบบฉบับของสาวปารีเซียงนั่นเอง

สำหรับคอลเลคชั่นแรกของ Bisous Bisous นั้น มีชื่อหวานๆว่า Love Blossom
ที่สื่อถึงความสวยหวานของหมู่มวลดอกไม้ที่สาวๆหลายคนต้องชื่นชอบแน่ๆ

นุ่นมีโอกาสได้ไปร่วมงานแนะนำและเปิดตัวผลิตภัณฑ์มาเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานี่เอง
และก็ได้รับผลิตภัณฑ์จาก Bisous Bisous มาทดลองใช้หลายชิ้นเลยค่ะ
ไปดูกันดีกว่าเนอะว่าแต่ละชิ้นมีอะไรน่าสนใจ น่าใช้กันบ้าง

ถ้าเป็นเครื่องสำอางสัญชาติเกาหลี คงขาดตัวเด็ดเด่นดังอย่างบีบีครีมไปไม่ได้แน่นอน
เลยขอเริ่มที่ตัวแรก Love Blossom BB Brightening Cream (895 บาท)

บีบีครีมรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ส่วนผสมที่มีคอลลาเจนและวิตามินซี
ที่จะช่วยปกป้องและบำรุงให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส มีส่วนผสมของสารกันแดด SPF25 PA++

บีบีตัวนี้ช่วยในเรื่องควบคุมความมันและปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ และกระชับผิวด้วยคอลลาเจน
มีสีให้เลือก 2 สีค่ะ คือเบอร์ 1 สำหรับสาวผิวขาว และเบอร์ 2 สำหรับสาวผิวเข้ม

มาดูผลการใช้งานกันบ้างค่ะ บีบีตัวนี้เค้าจะแถมแปรงมาในกล่องด้วย
ซึ่งหลังจากที่ได้ลองทั้งการใช้นิ้วเกลี่ย กับการใช้แปรงที่แถมมาให้
แนะนำว่าใช้แปรงจะได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติกว่าการใช้นิ้วมือ
เนื่องจากเนื้อบีบีจะมีความหนืดค่อนข้างมาก การใช้นิ้วจะทำให้ดูหนา และดูโบ๊ะมากไป
ในขณะที่ใช้แปรงจะให้ความบางเบา เนียนเรียบ ดูกลมกลืนไปกับผิวได้ดีกว่า

ระดับการปกปิดปานกลางนะคะ คนผิวดีอยู่แล้วก็จะดูเนียนกริ้บไปเลย
ส่วนคนที่ผิวมีปัญหาจากสิวและรอยดำต่างๆ อาจต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยในการปกปิดเพิ่ม
คนผิวผสมแบบนุ่นการคุมมันทำได้ในระดับกลางๆ ตกบ่านหน้าก็เริ่มมีน้ำมันออกปกติ

สีของบีบีจะอมชมพูนะคะ ใครกลัวหน้าวอก หน้าลอย ไม่ควรลงทั้งหน้า
ลงเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิด หรือช่วงกลางหน้าก็จะได้ลุคใสๆเป็นธรรมชาติแล้วค่ะ
(นุ่นใช้ BB Brightening Cream เบอร์ 1 สำหรับสาวผิวขาวค่ะ )

ชิ้นต่อมาคือ Love Blossom Brightening Foundation Powder (985 บาท)
แป้งผสมรองพื้นที่ตลับน่ารักกระชากใจมากๆ มีตุ้งติ้งหัวใจน่ารักๆแถมมาด้วย
แค่เห็นตลับก็หลงรักแล้วอ่ะ พกพาไปไหนก็อยากหยิบมาอวดกันตลอดเวลา

แป้งตัวนี้มีส่วนผสมของคอลลาเจนและวิตามินซีอีกเช่นเคยค่ะ
ซึ่งส่วนผสมทั้งสองตัวนี้จะช่วยเรื่องความเรียบเนียนและแลดูกระจ่างใสด้วย

นุ่นทดลองปาดแป้งลงบนผิวโดยไม่ได้ใช้รองพื้น หรือบีบีครีมนะคะ ใช้แค่ครีมบำรุงตัวเดียว
เนื่องจากตัวแป้งผสมรองพื้นมาอยู่แล้ว เลยขอฉายเดี่ยวกันเลยดีกว่า
ก็จะได้ลุคบางๆเบาๆ ไม่หนักหน้า สบายผิวดี หน้าดูสว่างขึ้น และปกปิกกระที่มีอยู่ได้เล็กน้อย
หน้าดูเนียนเรียบดี สีหน้าไม่เปลี่ยนหรือหมองระหว่างวัน สำหรับนุ่นตัวนี้ไม่ได้ช่วยในเรื่องคุมมันนะคะ

สำหรับแป้งก็มีให้เลือก 2 สี เช่นกันค่ะ เสียดายนะคะมีสีให้เลือกน้อยไปหน่อย
ถ้ามีโทนสีให้เลือกเพิ่มขึ้น หลายๆคนจะได้เลือกแป้งที่ได้ใกล้เคียงกับสีผิวมากขึ้นเนอะ

มาถึงริมฝีปากกันบ้าง กับ Love Blossom Lip Kit (595 บาท)
ตลับสวยโดนใจอีกแล้วค่ะ ขนาดบางกำลังดี ไม่หนัก พกพาสะดวกมาก
มีสองเบอร์นะคะ ตลับนี้เป็นเบอร์ 1 ค่ะ ไปดู swatch สีกันดีกว่า

สีจากตลับดูสวยมากกก พอปาดลงบนผิวสีก็ดูสวยทุกสีเลยค่ะ
ไปดูว่าปาดที่ปากสีจะออกมาสวยแบบนี้รึเปล่า

ปากก่อนลงลิปใดๆของนุ่นค่อนแห้งและลอกนะคะ สีปากก็ไม่สม่ำเสมอด้วย
สีปากตามธรรมชาติค่อนข้างเข้ม ไม่อมชมพูใสๆ ไม่เรียบเนียนเลยด้วย T T

หลังจากที่ทาลิปลงบนปากจะเห็นว่าสีจะค่อนข้างอ่อนมาก
ให้ความรู้สึกเหมือนกลอสใสๆเคลือบที่ปากนะคะ แต่ก็ออกสีอยู่เหมือนกันนะ
สีเบอร์สามจะอ่อนสุดเลยค่ะ ส่วนสีที่สวยที่สุดสำหรับนุ่นคือสีเบอร์ 4 ชอบมาก
เนื้อลิปจะเบาๆนะคะ ทาแล้วจะรู้สึกหนึบปากเล็กน้อย
ลิปลักษณะแบบนี้ติดไม่ทนนะคะ ทานอะไรลิปก็หายไปเรียบร้อยแล้ว ใช้พกทาระหว่างวันจะเหมาะกว่า
และยังเหมาะกับการทาทับลิปให้ดูปากอวบอิ่มขึ้น หรือทาเดี่ยวๆให้ความรู้สึกวาวๆใสๆก็ได้ค่ะ
แต่แปรงที่มากับตลับเล็กมาก ใช้ไม่ค่อยถนัดเลย คงต้องพกแปรงลิบที่มีอยู่ติดตัวไปใช้แทนจะดีกว่า

มาถึงลิปกลอสกันบ้างค่ะ นุ่นได้มาลองสามแบบแตกต่างกันไป
มีทั้งทินต์ กลอสสีชมพูนมๆ และกลอสที่มีวิ้งระยิบระยับ
เพคเกจก็ยังคงความน่ารักทั้งแท่งลิปกลอสและบรรจุภัณฑ์เลยล่ะค่ะ

มาดูคุณสมบัติแต่ละตัวเรียงจากบนลงล่างเลยนะคะ
Love Blossom Tint (495 บาท)
เป็นทินต์สีแดงสดสูตรพิเศษ มีฟองอากาศบั๊บเบิ้ลช่วยให้ติดทนมากขึ้น มีรสขมนิดๆ
ใครที่ชอบใช้ทินต์เป็นประจำน่าจะไม่พลาดที่จะหามาลองกันดูนะ
ทินต์ตัวนี้สามารถใช้ได้ทั้งแก้ม และปากเลยค่ะ ใช้กับแก้มก็เกลี่ยง่ายดีด้วย

Love Blossom Perfect Lip Gloss เบอร์ 6 และ เบอร์ 8 (495 บาท)
เบอร์ 6 จะเป็นกลอสที่มีกลิตเตอร์ระยิบระยับ 3D มากๆค่ะ
ใช้แล้วปากจะดูอวบอิ่มขึ้น เหมือนพวกลิป Plum ประมาณนั้นเลย
ทาเดี่ยวๆ หรือทาทับลิปสติกธรรมดาก็สวยทั้งสองแบบเลยค่ะ
เนื้อกลอสจะเหนียวหนึบเล็กน้อยและมีกลิ่นหอมหวานด้วย ชอบแท่งนี้มากค่ะ

ส่วนอีกเบอร์คือเบอร์ 8 จะให้สีออกชมพูนมๆ คนที่ปากอมพูจะทาสวยมากๆ
เพราะจะได้สีที่ตรงกับแท่งค่อนข้างชัดเจนเลย ปากสีเข้มจะดูหม่นๆไม่สวยเท่าไหร่
คนขาวทาเดี่ยวๆได้เลยนะคะ ปากจะดูอวบอิ่ม อมชมพูสวยเลย

ลองจับทั้งสามสีมามิกซ์กันซะเลย
เริ่มจากลงทินต์ด้านในปาก ทาทับด้วยสีชมพูนมเบอร์ 8
และเติมกลอสเนื้อกลิตเตอร์เบอร์ 6 ที่กลางริมฝีปาก
ได้ออกมาแบบนี้ ปากดูอวบอิ่ม อมชมพูเรื่อๆ และดูสุขภาพดี

*** ลิปทุกชนิด ทุกสีจะให้สีสันที่ต่างกันไปตามสีปากธรรมชาติของแต่ละคนนะคะ
จงอย่าตกใจถ้าซื้อมาเหมือนๆกันเด๊ะๆ แต่ทำไมทาแล้วไปกันคนละเรื่องเลยก็มี
เพราะฉนั้นลิปสีเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน ทาอออกมาอาจให้ความชัดเจนสวยงามต่างกันไปค่ะ

มาถึงไอเท็มสำหรับดวงตากันบ้างนะคะ Bisous Bisous ก็มีนวัตกรรมใหม่ๆมาให้เล่นกัน
Love Blossom Nano Sonic Mascara (595 บาท) มาสคาร่าที่หัวแปรงสั่นได้
ช่วยต่อขนตาให้ยาวขึ้น และขนตาเรียงเส้น งอนงาม

หัวแปรงจะเป็นทรงกลมเรียวยาว มีขนแปรงเป็นเส้นหนาสั้นๆ ปัดซอกซอนได้ดี
ด้านท้ายมีปุ่มกดสั่นสะเทือนทำให้ปัดขนตาได้ทั่วถึงทุกเส้น
แรกๆอาจใช้แบบนี้ยากนิดนึงนะคะ ปัดไปสักสามสี่ครั้งก็จะเริ่มชินและใช้ถนัดมือมากขึ้น

ผลการใช้มาสคาร่าแบบระบบสั่นตัวนี้ช่วยให้ขนตาสั้นกุดของนุ่นดูยาวและเรียงเส้นดีขึ้น
ขนตาไม่ตกระหว่างวัน ไม่เลอะ ไม่แพนด้าล้างออกง่ายด้วย ครบถ้วนทุกสิ่งเลย

*** ทริกเล็กๆในการปัดขนตาให้งอนเด้งได้ทั้งวันคือ
ก่อนจะปัดขนตารอบต่อไป อย่าลืมรอให้รอบแรกแห้งสนิทก่อนนะคะ
ขนตาจะได้ไม่จับเป็นก้อน และทรงตัวโค้งงอนตั้งแต่เช้ายันเย็น

Love Blossom 72 Hrs. Pen Liner (495 บาท) ไลนเนอร์ติดทนนาน 72 ชม.
ไลน์เนอร์แบบเมจิกที่เริ่ดมาก ติดทนมากเมื่อแห้งแล้ว ถูยังไงก็ไม่ออก
แต่สามารถล้างออกอย่างง่ายดายด้วย remover เขียนลื่นมมือมาก
ไม่แพนด้าด้วยอ่ะ รักตรงนี้ ขอเสียอย่างเดียวคือสีไม่เข้มสะใจเท่าไหร่
ต้องปาดทับๆหลายทีหน่อย สีจึงจะเข้มและชัดขึ้น
อาจเป็นไปได้ว่าหนังตาของนุ่นน้ำมันจากผิวเยอะจนสีติดไม่ดีเท่าที่ควร อันนี้ต้องโทษตัวเอง อิอิ

Love Super Tattoo Pencill Eyeliner (495 บาท)
ไลนเนอร์แบบดินสอ ที่ช่วงด้านปลายมีที่เหลาให้พร้อมเสร็จสรรพ เหมาะแก่การพกพา
เขียนง่าย ไม่สะดุด เนื้อดินสอไม่ร่วงหล่น ไม่แพนด้า ไม่ไหลย้อยยามหน้ามัน
เหมาะกับการทำ Inner ที่สุด ใครมองหาดินสอทำ Inner แท่งนี้ช่วยได้

รูปนี้นุ่นใช้ไลน์เนอร์แบบดินสอวาดเส้นไลน์เนอร์และทำอินเนอร์
จากนั้นใช้แบบปากปาเมจิเขียนทับเส้นไลน์เนอร์อีกที
ผลการใช้หลังเวลาผ่านไปราวๆ 6-7 ชม.ในสภาพอากาศที่ทำให้หน้ามันมากกกก
ปรากฏว่าไม่แพนด้าอย่างที่คิด มีเพียงแพนด้าน้อยๆที่มุมหางตา ซึ่งน้อยมากกกก
ซึ่งคนที่ไม่มีปัญหาหนังตามันเยิ้ม น่าจะไปรอดกับการหลบหนีแพนด้า
ปลื้มทั้งสองชิ้นนี้แบบไม่ต้องคิดเลย ไม่แพนด้าเลอะเทอะแบบนี้ล่ะที่ต้องการ

ปิดท้ายกันด้วยยาทาเล็บที่น่ารักมากๆ Love Blossom Nail Polish B231 (155 บาท)
เค้าทำให้เก๋ไก๋ตรงที่มีแหวนแบบน่ารักๆแถมมาให้ในทุกๆขวดด้วย
ขวดนี้เป็นแหวนดอกกุหลาบที่สามารถปรับขนาดได้ตามขนาดของนิ้วเลย
เค้ามีสีให้เลือกเยอะเลยนะคะ ประมาณ 20 สีได้ และหลังจากที่ลองที่เคาน์เตอร์มา
หลายๆสีก็สวยมากๆ เห็นแล้วอยากจะเหมามาทั้งเคาน์เตอร์เลย สีสวยมากจริงๆ

สำหรับสีที่นุ่นได้มาลองคือ สีชมพูที่อลังการไปด้วยกลิตเตอร์เล็กและใหญ่
ทาทับสองครั้งได้สีที่เหมือนจากขวดเลยค่ะ แต่เป็นกลิตเตอร์แบบนี้จะแห้งช้าพอสมควร
ทาเสร็จแล้วทับด้วย Top Coat เรียบร้อย จะสวยงามมากๆ

ก็หมดแล้วกับทุกสิ่งที่ได้มาลอง จาก Bisous Bisous
อยากบอกว่าเป็นเครื่องสำอางค์น้องใหม่ที่คุณภาพคุ้มราคาทีเดียวค่ะ
น้องๆนักศึกษาสามารถซื้อมาใช้ได้โดยที่ราคาไม่แพงจนเกินไป สีสันก็น่ารักมาก
ใครสนใจลองแวะไปดูที่เคาน์เตอร์กันได้นะคะ น่าจะได้ของถูกใจติดมือกันกลับมาสักชิ้นแน่ๆ

คราวหน้ามีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจ จะแวะมาอัพเดทให้ทราบกันอีกนะคะ
พบปะกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายด้วยค่า