KATE TOKYO Autumn / Winter 2017


ปีนี้ 2018 แล้ว แต่เพิ่งเอาคอลเลคชั่นส่งท้ายปลายปีของ KATE มาอัพเดทกัน(ไม่เป็นไรเนอะ)
ช่วงนี้มัวแต่ไปอัพลงเพจ ไม่ได้เอามาลงในบล็อกเลย จะทยอยเอามาอัพเดทกันค่า
เค้ามีทั้ง Base Makeup และ Point Makeup เลย ไปดูแต่ละชิ้นกันค่ะ ว่าใช้แล้วได้ผลเป็นยังไงบ้าง
….
KATE SECRET SKIN MAKER ZERO (Powder) [640-]
แป้งผสมรองพื้น ที่มอบการปกปิดได้เพียงคาทาบางๆก็ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ด้วยอนุภาคของทรงกลมของเนื้อแป้งยึดเกาะผิวได้ดี ให้ความรู้สึกสบายผิว ควบคุมความมัน ทำให้ผิวสวยทนนานตลอดทั้งวัน ตกเย็นเค้าจะทำให้ผิวดูฉ่ำวาว แต่สีไม่ดรอป หรือทำให้หน้าดูหมอง คนที่มีผิวผสมเค้าจะคุมมันได้ราวๆครึ่งวันค่ะ
มาพร้อมพัฟและกระจกในตลับ มีให้เลือกถึง 6 สี
– สี 00 (BR-C) เหมาะสำหรับคนผิวขาวมาก
– สี 01 (OC-B) เหมาะสำหรับคนผิวขาว
– สี 02 (OC-C) เหมาะสำหรับคนผิวขาว – ปานกลาง
– สี 03 (BE-C) เหมาะสำหรับคนผิวขาวเหลือง – ปานกลาง
– สี 04 (OC-D) เหมาะสำหรับคนผิวปานกลาง – ผิวสองสี
– สี 05 (OC-G) เหมาะสำหรับคนผิวสีเข้ม
 
 

 
KATE SECRET SKIN MAKER ZERO (LIQUID) [640-]
รองพื้นเนื้อลิคควิดที่ปกปิดได้ดี แต่ให้ความเบาสบายผิว ตัวนี้จะให้ฟินิชลุคแบบกึ่งแมท และคุมมันได้ดีค่ะ
ไม่มีปัญหาสีหมอง หรือดรอประหว่างวัน ผิวไม่ดูเค้กกี้เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมง เนื้อลื่น เกลี่ยง่ายมากๆ
 
KATE SECRET SKIN CC BASE ZERO [375-]
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ ผิวกระจ่างใส ดูสุขภาพดี และยังช่วยอำพรางรูขุมขนได้อีกด้วย
ตัวนี้เค้าจะปรับผิวให้ดูสว่างขึ้นเล็กน้อย ไม่ดูวอก เหมือนลงครีมบำรุง เพราะผิวมีความชุ่มชื่นค่ะ
 
 
 

 
ผลการใช้ KATE SECRET SKIN MAKER ZERO (LIQUID) No.03 เค้าช่วยปรับสีผิวให้ดูนวลเนียน
ได้งานผิวที่โบ๊ะ เนื้อรองพื้นเซ็ทตัวไว แต่สามารถเกลี่ยด้วยนิ้วมือหรือแปรงได้โดยไม่เป็นคราบ
ให้ฟินิชลุคแบบแมทที่ความวาวบนผิว
 
 

 
ระหว่างวันจะให้ผิวดูฉ่ำกำลังดี ไม่เยิ่ม ไม่ไหล สำหรับคนที่มีผิวผสมเหมือนกัน เค้าจะคุมมันได้กลางๆ
แต่หน้าไม่หมอง ซับด้วยทิชชู่แผ่นบางเบาๆระหว่างวันก็ได้ผิวสดใสเหมือนหลังแต่งหน้าใหม่ๆแล้ว
 
 

 
KATE The Base Zero Face Powder [475-]
แป้งฝุ่นเนื้อละเอียด บางเบา ช่วยอำพรางรูขุมขนและสีผิวที่ไม่เท่ากัน เซ็ทเมคอัพให้ติดทนตลอดวัน
ช่วยทำให้ผิวดูนวลเนียน และผิวดูกระจ่างสดใสไม่โทรม
 
 


 
KATE BROWN SHADE EYES N [490-]
อายแชโดว์โทนสีน้ำตาลเบสิคที่ดูหรูหราที่มีถึง 5 สีในพาเลตเดียว
และยังเพิ่มสี Bronzer ที่เป็นกลิตเตอร์สุดระยิบระยับ และ Fake Shade Powder
ที่เป็นเนื้อแมทช่องเล็กๆ ใช้คอนทัวร์บริเวณใต้โหนกคิวจรดหัวตา เพื่อให้เบ้าตาดูลึกแลดูมีมิติ
จึงเหมาะแก่การพกพาไปทำสวยในโอกาสต่างๆด้วย เค้ามีเฉดน้ำตาให้เลือกมากถึง 6 เฉดสีเลย
ในรูปนุ่นใช้ BR-5 [Terra Cotta] สีโทนน้ำตาลอมแดง
KATE 3D CHEEKS [490-] สี RD-1
บลัชออนสีสันสดใสที่มาพร้อมแปรงขนนุ่มไม่บาดผิวในตลับ สีในตลับดูเข้ม แต่ปัดออกมานัวสวยมากค่ะ
บลัชออนที่ออกแบบมาให้พวงแก้มของคุณสดใสและเปล่งประกายไปพร้อมๆกัน
มาพร้อมแปรงปัดที่สามารถกางออกและพับเก็บได้ โดยวิธีใช้สไตล์สาว KATE คือ
ขั้นตอนแรก กางแปรงออกให้มีขนาดที่กว้างขึ้นเพื่อใช้สีอ่อนปัดบริเวณขมับมาจนถึงส่วนกลางของแก้ม
ขั้นตอนที่สอง คือพับแปรงลงแล้วปัดสีเข้มทับเป็นแนวยาวไปตามโหนกแก้ม
แค่สองขั้นตอนก็ช่วยให้แก้มดูมีสีสันและเปล่งประกายดูสุขภาพดี
KATE QUICK LOCK LIQUID LINER WP (Matte black) [300-]
อายไลเนอร์ที่มีเส้นเรียวเล็ก ให้สีดำสนิทและแห้งทันทีที่วาดเส้นไลเนอร์
KATE COLOR HIGHVISION ROUGE [300-] สี OR-2
ลิปสติกที่ทาแล้วให้ริมฝีปากดูฉ่ำสวย เนื้อเนียนลื่น ทาง่าย
ถ้าไม่ชอบที่ดูวาวไป ก็สามารถเม้มด้วยทิชชู่เพื่อได้ลุคที่ดูแมทขึ้น แต่ยังคงให้สีสันที่ชัดสวย
เค้าทำออกมาถึง 10 เฉดสีเลย ทั้งโทนแดง ชมพูอมม่วง ชมพู ส้ม และนู้ด
ชอบสีไหนต้องไปลองด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์กันดูค่ะ
KATE CC LIP OIL [290-]
ลิปออยที่มีถึง 5 คุณสมบัติในหนึ่งเดียว คือ ช่วยบำรุง , แก้ปัญหาริมฝีปากคล้ำ, ทำให้ปากดูอวบอิ่ม,
ให้ความเงาใส และเป็นเบสก่อนลงลิปสติกได้
ใครสนใจชิ้นไหนลองดูที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ น่าจะหาซื้อไม่ยาก
และเป็นแบรนด์ที่เรียกว่า คุณภาพดี คุมราคาแบรนด์นึงเลย
ขอบคุณที่แวะมาทักทายและพูดคุยในบล็อกกันด้วยค่า

Bisous Bisous Allure of Baccarat


วันนี้มีคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดจากบีซู บีซู (Bisous Bisous) มาอัพเดทกันอีกแล้วค่ะ
สิ่งที่แอบลุ้นทุกครั้งสำหรับแบรนด์นี้คือ เค้าจะทำแพจเกจของผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นแบบไหนกัน
เพราะทุกคอลเลคชั่นต้องบอกว่า แค่เห็นหีบห่อก็ชอบแล้ว

Bisous Bisous Allure of Baccarat คอลเลคชั่นนี้ ได้แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของสีสันในลาส เวกัส
ความระยิบระยับของอาคารน้อยใหญ่ เกมต่างๆภายในคาสิโน ที่สนุกและเพลิดเพลิน
ดูจากแพคเกจจะเห็นว่าลวดลายและสัญลักษณ์บนไพ่ กลายมาเป็นลูกเ่นบนบรรจุภัณฑ์
ไปดูกันค่ะว่า มีอะไรน่าสนใจในคอลเลคชั่นนี้กันบ้าง

Allure of Baccarat  Trio Blusher ขนาด 10g ราคา 795 บาท
บลัชออนเนื้อฝุ่นที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่มราวกำมะหยี่
เนื้อบลัชให้เม็ดสีชัดแน่น ปัดแค่เบาๆก็ให้สีสันที่ติดทนได้ตลอดทั้งวัน
พิมพ์ลายสวยงาม และมาพร้อมกันสามสีในตลับเดียว จะปัดแยกสี หรือปัดรวมก็สวยทุกแบบ
ข้อเสียอย่างเดียวที่รู้สึกหลังจากที่ได้ลองใช้คือ เนื้อบลัชเป็นฝุ่นค่อนข้างมาก
เพราะฉนั้น แตะแค่เบาๆ แล้วค่อยปัดเพิ่ม สีจะได้ไม่ไปกองบนแก้มเรามากไปค่ะ

ทั้งสามสีให้ความสวยกันไปคนละแบบเลย ชอบสีไหนลองไปเทสกันดูนะคะ
อ้อ..ลืมบอกไปว่า ตลับเค้าทำเป็นสีโรสโกลด์สวยหรู พกแล้วอยากจะหยิบมาใช้กันทั้งวันค่ะ

นอกจากนี้ยังแปรงที่ทำแยกขายออกมาต่างหาก จะใช้ปัดแก้ม หรือปัดแป้งก็ได้หมดค่ะ
Allure of Baccarat Kabuki Brush  ราคา 695 บาท
แปรงคาบูกิที่มาพร้อมแสตนด์สำหรับเก็บแปรงโดยเฉพาะ
ผลิตจากขนสังเคราะห์คุณภาพดี ทำให้ขนแปรงสปริงตัวได้อย่างพอเหมาะพอดี
ดีไซน์ด้ามจับสวยหรูเป็นสีโรสโกลด์ ตกแต่งหัวแปรงเป็นรูปเพชรเม็ดโตดูเลอค่า
ที่แขวนแปรงช่วยรักษารูปทรงของขนหลังการซักล้างได้ดี เพื่อขนแปรงที่คงทนใช้ได้นาน

ต่อกันด้วยสองผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ คือ
Allure of Baccarat  Under Eye Lush ขนาด 0.35g ราคา 325 บาท
อายไลน์เนอร์แบบดินสอที่มีเนื้อกลิตเตอร์ให้ความวิ้งระยับที่สวยงาม
เนื้อดินสอนุ่มลื่น ทำให้การเขียนบริเวณรอบดวงตาได้ง่ายและไม่ระคายเคือง
สามารถติดทนทั้งวัน เพราะเป็นสูตร waterprooft fitting polymer แม้ว่าดวงตาจะมันง่าย
มีด้วยกันสามสีคือ 1white south sea (ขาว), 2pink champagne (เนื้อ) และ 3stardust (ทอง)
อันนี้ลองแล้ว คอนเฟิร์มว่าติดทนมากๆ ชอบสีทองเป็นพิเศษ ทาแล้วเกลี่ยให้วิ้งสวยมาก
แต่ต้องรีบเกลี่ยนิดนึงนะคะ เพราะเค้าเซ็ทตัวไวมาก ถ้าแห้งแล้วติดทนไม่ต้องเกลี่ยให้ตาเหี่ยวเลยค่ะ

ต่อที่ Allure of Baccarat  12/7 Ink Eyeliner  ราคา 595 บาท
อายไลน์เนอร์แบบปากกาที่มาในรูปแบบหัวฟองน้ำ ให้สีดำสนิท เขียนลื่นง่าย
สามารถกันน้ำ กันเหงื่อ และติดทนยาวนานตลอดทั้งวันด้วยสูตร waterprooft
หัวแปรงแบบฟองน้ำให้ความนุ่น อ่อนโยน ไม่ทำให้เจ็บหรือระคายเคือง
สามารถเขียนได้ทั้งเส้นเรียวเล็กและเส้นหนาใหญ่ แต่ต้องฝึกให้ชินมือสักนิดก่อนนะคะ

มาถึงไอเท็มชิ้นสุดท้ายแล้ว อยากบอกว่าสวอชสีกันปากเบิร์นเลยทีเดียวค่ะ
Allure of Baccarat  Lipstick ขนาด 3.8g ราคา 595 บาท
ลิปสติกเนื้อครีมที่ให้ผลลัพธ์เหมือนลิปสติกเนื้อแมท แต่ไม่แห้งตึงจนเกินไป
เม็ดสีแน่นชัด กลบสีริมฝีปากเดิมได้ดี ทาง่ายและเรียบเนียน
นอกจากนั้นยังมีสารบำรุงอย่าง jojoba seed oil, rose hip oil และ hydrogenated coconut oil
ทั้งช่วยให้ริมฝีปากนุ่มชุ่มชื้น และฟื้นฟูความแห้งกร้าน และลดความหมองคล้ำของริมฝีปากด้วย
มาด้วยกันทั้งหมดถึง 8 เฉดสี ให้สาวๆเลือกสีที่ถูกใจกันได้เลย ไปดูแต่ละสีกันค่ะ







มาดูภาพรวมของสีทั้งหมดกันค่ะ

ชอบสีไหนกันบ้างเอ่ย สีสวยแต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะคะ ต้องดูอันเดอร์โทนสีผิวเราเป็นหลักด้วย
แต่จะให้ดีสุด ต้องไปลองที่เคาน์เตอร์กันดูด้วยตนเองนะคะ

สำหรับล็อกนี้ต้องขอบคุณแบรนด์ Bisous Bisous ที่ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาให้ลองด้วยค่ะ
หวังว่าจะเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้สาวๆที่กำลังสนใจคอลเลคชั่นนี้กันนะคะ
ท้ายที่สุดต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แะมาทักทายและเยี่ยมเยียนที่บล็อกกันด้วยค่า

Review : L’oreal Super Liner Gelmatic Pen


“แม่นยำดั่งปลายปากกา พลังคมเข้มดุจเนื้อเจล ที่สุดแห่งเส้นสวยสมบูรณ์แบบ”
คำอธิบาย ขยายความของ L’oreal Super Liner Gelmatic Pen ที่หยิบมารีวิวในวันนี้ค่ะ
ต้องขอบคุณลอรีอัลด้วยที่เห็นว่าเราสนใจตัวนี้เลยส่งมาให้ลองครบทุกสีเลย

จริงๆก่อนหน้านี้ลอรีอัลเคยทำไลน์เนอร์แบบสีสันอย่างนี้ออกมาแล้วนะคะ
แต่ความแตกต่างของรุ่นเดิมกับรุ่นนี้คือ เนื้อดินสอและรูปแบบการใช้งานนี่ล่ะค่ะ

L’oreal Super Liner Gelmatic Pen [349-] เป็นอายไลน์เนอร์เนื้อเจลในรูปแบบปากกา
ที่การใช้งานสะดวกมาก คือแค่หมุนด้านปลายให้ไส้เลื่อนขึ้นมา ไม่ต้องเหลากันอีกต่อไป
และเป็นเนื้อเจลที่ช่วยให้ติดกับผิวเรามากขึ้น ติดทนนานหลาย ชม. เค้าเคลมว่านานถึง 12 ชม.เลย
ให้เม็ดสีที่ชัดเจน ไม่เลือนง่าย และเลอะน้อยกว่าเนื้อดินสอแบบเดิมๆ

นี่คือทั้ง 6 สี ของรุ่นนี้ จะเห็นว่าเม็ดสีชัดเจน แน่น สีสวยมาก แต่ล้างออกไม่ยากเลยนะ
สีเงินสีแรกเหมาะมากกับมาทาบริเวณหัวตาให้ดวงตาดูสดใสขึ้น เป็นสีที่ชอบมาก แนะนำค่ะ

ลองใช้สีทั้งหมดมากรีดให้ดูแบบง่ายๆ โดยใช้แค่ L’oreal Super Liner Gelmatic Pen อย่างเดียวค่ะ
ข้อดี – สีสวย สะดวกในการพกพาและใช้งาน ใช้ง่ายไม่ต้องเหลา สีสวย ติดทน เลอะบ้างเล็กน้อย
ข้อเสีย – ต้องระมัดระวังหมุนไส้ใช้แต่พอดี หมุนมาเยอะจะทำให้ไส้หักได้ง่าย

สำหรับใครที่มองหาไลน์เนอร์สีสัน รุ่นนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนะคะ
ลองไปทดสอบผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์กันดูว่าถูกใจรึเปล่า ซื้อมาจะได้ใช้ให้คุ้มกับเงินที่เสียไปค่ะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายพูดคุยกันที่บล็อกด้วยนะคะ

THREE : New Brand From Japan


สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาแกะกล่องแบรนด์น้องใหม่ที่กำลังจะมาจำหน่ายในบ้านเราเร็วนี้แล้วล่ะค่ะ

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นุ่นมีโอกาสได้ไปร่วมงานเปิดตัวของ THREE
ไฮแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่นที่จะมาเปิดช้อปในบ้านเราช่วงเมษานี้ เรียกว่าเป็นแบรนด์ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

แนวคิดของ THREE ก็คือ Natural-Honest-Creative
Natural คือ เน้นการฟื้นฟูและบำรุงผิวด้วยส่วนผสมที่ดีที่สุดจากธรรมชาติ
Honest คือ การให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างตรงไปตรงมาต่อผู้บริโภค
และ Creative คือ การนำส่วนผสมที่ดีที่สุดจากธรรมชาติมาผสานเข้ากับนวตกรรมใหม่ๆ
เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ความงามที่ตอบโจทย์ปัญหาของผู้หญิงอย่างไม่หยุดยั้ง

เป็นที่มาของสโลแกนหลักของแบรนด์ THREE ที่ว่า
“ความงามจากธรรมชาติ เพื่อผิวสวยมุมมองใหม่”

ซึ่งภายในงาน Mr. Yasuchi Ichibashi CEO ของ THREE  ก็ให้เกียรติมาเปิดงานด้วยตนเองเลยค่ะ
นอกจากนั้นยังมี Mr. Yuta Sato Makeup Artist รูปหล่อมากสาธิตการแต่งหน้าสวยๆให้ชมกันอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจของ THREE ก็มีทั้งเมคอัพและสกินแคร์ให้เราได้ลองใช้กันหลายอย่างเลยค่ะ
วันนี้ก็ขอมาเปิดกล่องทั้งสองไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ชมกันค่ะว่ามีชิ้นไหนน่าสนใจกันบ้าง

มาเริ่มที่ Skincare Line ที่มีหลากหลายผลิตภัณฑ์มาก โดยที่ส่วนผสมหลักคือ เอสเซนเชียลออย
ทุกชิ้นจะให้กลิ่นที่ให้ความผ่อนคลายมากๆ เรียกว่าตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาดจนถึงบำรุงเลย
ซึ่งคุณค่าการบำรุงผิวจากเอสเซนเชียลออยจะช่วยปรับสมดุลผิว และปรับสมดุลจิตใจเราด้วย

ทั้งหมดนี้ถ้าใช้ต่อเนื่องแล้วจะนำมาอัพเดทกันอีกรอบนะคะ

มาถึงไลน์ Make Up ที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นที่โปรดปรานของสาวๆทุกคนนะคะ
รูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์เรียบง่ายแบบนี้ ดึงดูดเงินในกระเป๋าเราได้ไม่ยากเลยเนอะ

คู่นี้คือ Pristine Primer สี Tranlucent (ซ้าย) และ Flawless Fluid Foundation (ขวา)
ไพร์เมอร์ช่วยปรับผิวให้ดูสดใส และร้องพื้นแบบน้ำเนื้อบางเบาให้ผิวดูเนียนสวยเป็นธรรมชาติ

จากรูปขวามือนุ่นใช้ Primer และ Foundation เตรียมผิวก่อนลงแป้ง จะได้ลุคผิวที่ฉ่ำๆแบบนี้
การปกปิดไม่มากนะคะ เพราะเน้นเผยผิวให้ดูเป็นธรรมชาติ เลยจะเห็นรอยกระอยู่
แต่ภาพรวมของผิวดูดี ไม่หมอง ไม่โทรม ไม่แห้ง ดูสุขภาพผิวดีค่ะ
แต่สิ่งที่ไม่ชอบคือ ขวดแบบนี้ไม่มีฝาปั้ม ทำให้กะลำบากมาก รองพื้นมักจะไหลออกมาเยอะเกินไป
และปากขวดก็จะเลอะเทอะง่ายมาก ต้องคอยเช็ดทุกครั้งที่ใช้เลยล่ะค่ะ

THREE Renewing Powder Foundation
ชิ้นต่อมาเป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสงที่มีเนื้อสัมผัสเบามาก สบายผิวสุดๆ ไม่รู้สึกว่าเรามีแป้งหนาๆบนผิเลย
และด้วยความที่เป็นแบบโปร่งแสงก็ช่วยให้สีรองพื้น และสีผิวเราไม่เปลี่ยนสีและดูหมองระหว่างวัน
ตัวพัฟยึดเกาะแป้งได้ดี นุ่ม ไม่บาดผิว ช่วยให้แป้งติดหน้าเราได้ดีค่ะ
แป้งตัวนี้สามารถดูซับความมันได้ดีเหมือนกันนะคะ อาจจะไม่ได้คุมมัน แต่ผิวก็จะไม่เหนอะหนะเลย

THREE Pressed eye color palette duo [1,550-]
มาถึงคิวของอายแชโดว์กันบ้าง สีนี้มาจากคอลเลคชั่น Love is in the answer
จับคู่สีเข้มและอ่อนออกมาได้ลงตัวและสวยมากๆ สีนี้เบอร์ 05 Love Evolution
เนื้อสีเนียนลื่นมากๆ ไม่เป็นผงฝุ่นหล่นมาใต้ตาเลยค่ะ เบลนด์สีได้ง่ายและได้ผลลัพธ์ที่สวยด้วย

ลองเบลนด์สีแบบง่ายๆ คือลงสีเข้มชิดขอบตา แล้วใช้สีอ่อนลงทับเหนือสีเข้มเบาๆ
ได้สีสวยๆ ไม่เยอะไปสำหรับวันสบายๆ แต่ถ้าชอบหนักๆก็ลงโทนเข้มเดี่ยวๆได้เลยค่ะ

THREE Color veil for cheek [1,250-]
ชิ้นต่อมาเป็นบลัชออนที่สวยมากกก 19 Love Kick สีแดงเรื่อๆ ทำให้พวงแก้มดูสุขภาพดี
สีจากตลับดูเข้ม แต่พอแตะลงบนผิวไม่ได้เข้มมากนะคะ แต่ก็ต้องเบามือกันนิดนึงเดี๋ยวจะแดงไป
ชอบมากตรงที่เนื้อไม่ชิมเมอร์ ไม่มีประกายวิ้ง มันทำให้แก้มเราดูเป็นเลือดฝาดธรรมชาติดีค่ะ

THREE Flash performance eyeliner pencill [1,150-]
ดินสอเขียนขอบตา สี 05 EYE ROCK สีดำเข้มที่มีเนื้อกลิตเตอร์ประกายวิบวับเจืออยู่
เป็นดินสอสองหัวที่ปลายด้านนึงเป็นยางสำหรับเบลนด์เนื้อดินสอได้ด้วย
สามารถกันน้ำได้นะคะ แต่ถ้าเจอน้ำมันบนผิวก็จะมีเลอะบ้าง มีแพนด้าเล็กน้อยค่ะ

THREE Glam touch lipstick colour [1,150-]
ลิปสติกเนื้อนุ่มตามสไตล์ลิปของแบรนด์ญี่ปุ่นเลยค่ะ มีสารบำรุงให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปากด้วย
เม็ดสีค่อนข้างแน่น กลบสีปากได้ดีทีเดียว สำหรับสีนี้คือสี 13 Love cat สีชมพูหวานมากๆค่ะ

ทิ้งท้ายอีกนิดว่าแบรนด์นี้ ไม่ทดลองกับสัตว์ ไม่ใช้กลิ่นและสีสังเคราะห์
และมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า 88% เลย มั่นใจได้ว่าอ่อนโยนต่อผิวเราแน่นอน

เพื่อนๆคนไหนสนใจลองแวะไปดูข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ threecosmeticsthailand
ใน Instagram เสิรชคำว่า threecosmeticsthailand
หรือรอเคาน์เตอร์แรกที่จะมาเปิดตัวในบ้านเราช่วงเดือนเมษายนนี้นะคะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยนะคะ

Collection แบรนด์น้องใหม่จากอังกฤษ ราคาย่อมเยา


สวัสดีค่ะ…บล็อกนี้ยังมีของใหม่ๆมาอัพเดทกันเหมือนเคยนะคะ
คราวนี้เป็นแบรนด์น้องใหม่จากประเทศอังกฤษ ที่มาพร้อมกับราคาน่ารักน่าคบมากๆ
นั่นก็คือแบรนด์ COLLECTION นั่นเอง

ทั้งหมดนี้นุ่นได้มาตอนไปร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เมื่อประมาณปลายเดือนที่แล้วค่ะ
มีภาพบรรยากาศวันเปิดตัวของ Collection ด้วย ใครสนใจคลิ้กดูได้ ที่นี่ เลย
แต่ละชิ้นต้องขอบอกว่าน่าสนใจมากๆ หลายชิ้นได้ลองแล้วก็ถูกใจทีเดียวค่ะ
ไปดูกันเลยดีกว่าเนอะ ว่าทั้งหมดนี่ อะไร ยังไง กันบ้าง

เริ่มกันที่คู่แรก Extreme Coloured Lengthening Mascara [269-]
มาสคาร่าที่เน้นสีสันที่สดใส ช่วยให้ขนตายาวขึ้น 2 สีที่เห็นคือสี Teal และสี Purple
ลองปัดกับขนตาสั้นของนุ่นดูรู้สึกว่ามันทำให้ขนตาตกค่ะ อาจต้องหามาสคาร่าเบสมาช่วยก่อน
แต่ใครที่ขนตายาวอยู่แล้วน่าจะเห็นสีที่เด่นชัดและสวยเปรี้ยวทีเดียวนะคะ

ต่อมาเป็น Metallic Cream Eyeshadow [269-] สี Copper Pot
อายแชโดว์เนื้อครีมสีสันแนวเมทัาลิคที่เนื้อละเอียด สัมผัสนุ่มละมุน และเนื้อเบามากๆ
สามารถทาได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดคราบเลยล่ะค่ะ แถมยังช่วยให้ตาดูมีมิติเมื่อทาเดี่ยวๆด้วย
นอกจากสีนี้ก็ยังมีอีก 3 สีที่สวยไม่แพ้กันนะคะ คือ สี Gold Rush, Rock n Rose และ Rockpool ค่ะ

ส่วนสาวๆคนไหนที่ชอบไลน์เนอร์ดินสอแบบสีสันสดใส คู่นี้ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ
Intense Colour Supersoft Kohl Eyeliner [139-] สูตรมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อนุ่ม เขียนง่าย
สีสันสดใสมากๆเลยค่ะคู่นี้ เขียนลื่นมือมากๆด้วย แค่เขียนขอบตาด้วยแท่งนี้ก็สวยได้แล้วนะคะ

มาถึงชิ้นที่กรี้ดมากกกตั้งแต่แรกเห็นชิ้น Glam Crystala Gel Eyeliner [269-]
กลิตเตอร์ไลน์เนอร์ที่ให้ประกายวิบวับวับสุดๆ ช่วยทำให้ดวงตาดูระยิบระยับเป็นประกายเล่นแสงมาก
จะทาเดี่ยวๆ หรือทาทับอายไลน์เนอร์ ก็สวยไปคนละแบบค่ะ

มาถึงชิ้นที่หลายคนได้ลองใช้ปลื้มปริ่มกันนะคะ Cream Puff Moisturizing Lipcream [229-]
ลิปครีมเนื้อแมท เนื้อนุ่มเนียน ทาง่าย ตกร่องเล็กน้อยสำหรับคนที่ปากแห้งมากๆ
สามารถปกปิดสีปากธรรมชาติได้ดี กลิ่นหอม ปากไม่แห้งหลังใช้
ซ้ายมือสี Powder Puff สีนู้ดป่วยมากๆ เหมาะกับคนที่ปากธรรมชาติอมแดงอมชมพูจะทาออกมาสวย
ส่วนขวามือคือสี Fairy Cake สีชมพูอมส้มที่สวยถูกใจมาก ทาแล้วปากดูสวยเรื่อๆเป็นธรรมชาติ

ชิ้นนี้กิ้บเก๋ไม่แพ้ชิ้นอื่นๆนะคะ Hotlights Lipgloss [349-]
ลิปกลอสใสแพรวพราวไปด้วยชิมเมอร์ที่ช่วยให้ปากดูอวบอิ่ม
เด่นตรงมีไฟ LED และกระจกในตัว อยู่ในมุมมืดตรงไหนก็สวยได้ค่ะงานนี้

มาถึงชิ้นสุดท้าย อย่าเพิ่งคิดว่านุ่นหยิบเอาปากกาเมจิกมาทาปากนะคะ
เพราะนี่คือ Colour Pout Lipstain [349-] ลิปน้ำเนื้อใสเบาแต่ให้สีชัดติดทนมาก
ใครที่อยากให้ลิปสวยๆติดริมฝีปากแน่นทนนาน ลองใช้ตัวนี้เป็นเบส แล้วทาลิปสติกสีทับ
สามารถให้ลิปสวยติดทนนานยิ่งขึ้นได้ค่ะ อย่าลืมล้างด้วยรีมูฟเวอร์ด้วยนะคะจะได้ไม่มีสีตกค้างค่ะ

สำหรับ Collection ในไลน์ของ Point Makeup ที่เน้นสีสันสวยๆแบบนี้
ยังมีชิ้นอื่นๆที่น่าสนใจอย่าง รองพื้น บีบีครีม ไพร์มเมอร์ คอนซีเลอร์ที่ติดอันดับขายดี
และสินค้าอื่นๆที่น่าสนใจอีกหลายชิ้นเลย ใครสนใจตอนนี้เค้ามีจำหน่ายที่ร้าน Boots และ Watson ค่ะ

ลองไปสำรวจกันดูนะคะ เพราะไม่ได้มีทุกสาขา อาจต้องดูสาขาที่มีโซนเครื่องสำอางค์ใหญ่สักหน่อย
ไปลองเทสต์ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง จะได้เจอชิ้นที่ถูกใจ และเหมาะกับคุณนะคะ

ขอบคุณที่แวะมาทักทายเยี่ยมกันด้วยค่ะ

Review : Coffret D’or New Collection


สวัสดีค่ะ กลับมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ๆกันอีกแล้วค่ะ
เมื่อสัปดาห์ก่อนทาง Coffret D’or ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้หลายชิ้น
พอลองแล้วรู้สึกติดใจ เลยจัดการเก็บข้อมูลแล้วมาแชร์ให้สาวๆได้อ่านกันค่ะ

สำหรับคอลเลคชั่นนี้เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่เน้นสร้างลุคให้ผิวดูสว่างใส
นุ่นได้มาลองทั้งหมดสี่ชิ้นค่ะ ไปดูกันดีกว่าว่ามีชิ้นไหนน่าสนใจบ้าง

มาดูที่ชิ้นแรกกันเลยกับ Coffret D’or BU Rouge สี BE-206
สีนี้เป็นสีโทนนู้ดน้ำตาลนะคะ สีใกล้เคียงสีปากธรรมชาติของนุ่นพอดี
ทาออกมาแล้วดูเป็นธรรมชาติมากก เนื้อลิปมีความชุ่มชื้นดีทีเดียว
ทาง่ายด้วย เพราะเนื้อลิปค่อนข้างเนียนลื่น ปาดจากแท่งก็เอาอยู่แล้วค่ะ

ตัวนี้เป็นรุ่น Long Keep ที่ติดทนนานหลาย ชม.
นุ่นทาตั้งแต่เช้า จนถึงก่อนเที่ยง สีมีเลือนไปบ้าง แต่ยังติดดีค่ะ
แต่ตามปกติของลิปที่พอทานข้าวก็หายหมด ต้องเติมต่อในช่วงบ่ายนะคะ

สำหรับชิ้นที่มีเพคเกจน่ารักๆอันนี้คือ Coffret D’or Shine Fit Eyes
เป็นอายแชโดว์เนื้อครีมที่มอบประกายวิ้งวับให้กับดวงตา
สามารถใช้ทาเดี่ยวๆ หรือใช้เป็นอายแชโดว์เบสก็ได้นะคะ
หรือว่าเราจะใช้ทาแทนไฮไลท์ก็ยังได้ค่ะ
จากรูปเป็นสีชมพู เบอร์ 01 และสีน้ำตาล เบอร์ 03

เนื้ออายแชโโว์ที่เป็นครีมแบบนี้ถ้าปาดบางๆจะออกประกายวาวๆ
แต่ถ้าเราปาดเบาๆแล้วค่อยๆทาทับเพิ่มไปทีละนิดก็จะเห็นสีที่ชัดเจนขึ้นค่ะ
จากที่ลองใช้เป็นอายแชโดว์เบสช่วยให้สีอายแชโดว์ชัดและติดทนขึ้นนะคะ

สำหรับแท่งที่หน้าตาคล้ายปากกาแท่งนี้คือ Coffret D’or Black Keep Liner
อายไลน์เนอร์ลิคควิดชนิดมีรีฟิลที่ให้เส้นคมชัด ทนเหงื่อและน้ำมันจากผิวค่ะ

มาดูกันชัดๆอีกนิดนะคะ ภายในกล่องก็จะมีวิธีการใช้มาให้เรียบร้อยเลย
ประกอบไม่ยากค่ะ แต่ต้องออกแรงกดนิดนึงนะคะ
ปริมาณหลอดของหมึกไลน์เนอร์เล็กๆแบบนี้ แต่ดูแล้วน่าจะใช้ได้นานเลยล่ะค่ะ
หมดแล้วก็ซื้อเติมได้ สะดวกดีนะคะ

สำหรับหัวพู่กันจะมี 2 รุ่นค่ะ หัวใหญ่ๆแบบนี้เป็นรุ่น standard ขนาดมาตราฐานทั่วไป
แต่ถ้าต้องการหัวเรียวเล็กเป็นพิเศษจะเป็นรุ่น Super Sharp ซึ่งจะเล็กเรียวทีเดียว
คุณสมบัติที่น่าสนใจอีกอย่างคือหัวแปรงสามารถก็ตั้งฉากได้แบบนี้
โดยที่หัวแปรงไม่พัง หมึกไม่ไหลเยิ้มด้วยค่ะ

ลองกรีดให้ดูกันว่าเส้นจะได้ขนาดปานกลาง แต่จากรูปนุ่นเขียนเป็นเส้นใหญ่เลย
สีเข้มดีค่ะ แต่ต้องย้ำๆนิดนึง ไม่ได้เข้มจัดซะทีเดียวนะคะ
คุณสมบัติที่ปลื้มใจมากคือ ใช้ผ่านไปหลาย ชม.ก็ไม่แพนด้าเลยยย
ปกติเป็นคนหนังตามันไวมากๆ จากที่ลองใช้ถือว่าสอบผ่านเรื่องคุมมันเลยค่ะ

ปิดท้ายด้วยรูปที่ลองใช้ Coffret D’or Shine Fit Eyes เบอร์ 01 สีชมพู เป็นอายเบส
แล้วลงต่อด้วยอายแชโดว์สีชมพูและคัดเบ้าด้วยสีน้ำตาลเบาๆ
เขียนขอบตาล่างด้วย pencill Liner ทั่วๆไป ถึงแค่กึ่งกลงตา
และปิดท้ายด้วยการกรีดทับด้วย Coffret D’or Black Keep Liner ค่ะ
แค่นี้ก็ได้ลุดใสๆ ดูเป็นธรรมชาติที่แต่งได้ในวันสบายๆหรือวันทำงานเลย

ใครสนใจลองแวะไปดูที่เคาน์เตอร์ของ Coffret D’or กันนะคะ
รุ่นนี้เป็น Limited Edition ด้วย ชอบชิ้นไหนต้องรีบตัดสินใจกันด่วนๆค่ะ