Creepy Halloween Makeup Tutorial


สวัสดีค่า ฮาโลวีนทั้งที ไม่แต่งผีเหมือนจะขาดอะไรไป
วันนี้เลยครีเอทลุคหลอนๆ สยองขวัญมาต้อนรับวันปล่อยผีกันสักหน่อย
หลอน ไม่หลอนยังไง ไปชมกันค่า

https://youtu.be/txAgtuZ3yIc
หากอยากชมในรูปแบบ VDO สามารถดูจากตรงนี้ได้เลยค่า

ภาพก่อนแต่งตามธรรมเนียม หน้าสด..ยังไม่ศพ 😀

เครื่องสำอางค์ทั้งหมดที่ใช้ในลุคผีๆวันนี้

ใช้กาวติดขนตาปลอม สร้างผิวหนังนูนๆ เพื่อทำเป็นรอยแผล และรอให้แห้งก่อนทำขั้นตอนต่อไป

ใช้รองพิ้นสีสว่างสุดที่เรามีผสมกับเบสสีเขียว เพื่อให้ได้สีผิวที่ดูขาวซีด
แต่เนื่องจากไม่มีเบสเขียวเลยใช้โลชั่นปรับสีผิวที่่เป็นสีเขียว สูครปรับผิวให้ดูสว่างแทน
ใช้ฟองน้ำกดรองพื้นให้ทั่วหน้า และริมฝีปาก เน้นบริเวณรอยแผลที่ทำไว้ให้ดูกลมกลืนที่สุด

ตกแต่งรอยแผลที่ทากวาไว้ ให้ดูมีมิติด้วยกรรไกรขนาดเล็ก ขั้นตอนนี้ต้องระวังด้วยนะคะ

ใช้อายแชโดว์เนื้อครีมสีน้ำเงินและเขียว มาเบลนด์ทับด้วยฟองน้ำในจุดที่ต้องการให้ผิวดูฟกช้ำ

ใช้อายแชโดว์แบบฝุ่น หรือบลัชออนสีแดงปัทับ ให้สีดูมีมิติเพิ่มขึ้นไปอีก
ตามด้วยใช้สีคอนทัวร์มาปัดตามกรอบหน้าให้ดูตอบมากขึ้น

ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลและดำเพิ่มความลึกให้ดวงตาดูโทรม และดูลึก

ใช้อายแชโดว์โทนน้ำตาลที่เข้มขึ้นเก็บรายละเอียดในจุดต่างๆให้ดูมีมิติเพิ่มขึ้นจนพอใจ

ใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอสีดำเข้ม เขียนอินเนอร์ไลน์ทั้งบนและล่าง ไล้ตามมุมให้ดูมีมิติ
และระบายด้านในของริมฝีปาก และฟัน แล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้ดูซอฟท์ ดูฟุ้ง

ใช้ลิปสติกเนื้อครีม, เนื้อลิคควิด หรือหากใครมีเลือดปลอม นำมาทำการตกแต่งแผลให้ดูสมจริงขึ้น

เพิ่มความหม่นหมองของผิวมายังบริเวณคอด้วย เพื่อความกลมกลืนมากยิ่งขึ้น

Finish Look ได้ออกมาประมาณนี้

หากอยากได้ภาพที่ดูน่ากลัวและสมจริงมากขึ้น นำไปรีทัชเพิ่มเติมในโฟโต้ช้อปโลดค่า
หวังว่าลุค Creepy Halloween ในวันนี้จะถูกใจ และไม่ยากเกินไปนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามชมด้วยค่า 😀

How to : เปลี่ยนสาวหน้าจืดให้สวยปิ้ง


สวัสดีค่า บล็อกนี้เปลี่ยนจากรีวิว อัพเดทผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาทำฮาวทูกันบ้าง
เนื่องจากทิ้งร้างจากการทำฮาวทูไปค่อนข้างนาน วันนี้ขอปัดฝุ่นในรูปแบบ VDO สักหน่อย
สำหรับใครที่ไม่ชอบดูแบบคลิป มีแบบรูปภาพด้านล่างด้วย
แต่ภาพอาจไม่คมชัดเท่าไหร่นะคะ เพราะแคปจากหน้าจอมาอีกทีค่ะ

….

สำหรับลุคนี้ เป็นการแต่งหน้าที่ดูเปลี่ยนลุคไปจากปกติ ด้วยการเลือกใช้ลิปสติกสีเข้มๆเป็นหลัก
การแต่งในลุคนี้ไม่ยากเลยค่ะ ลองไปชมกันว่าแต่งยังไงบ้าง

อุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมดในลุคนี้ค่ะ
– Oguma Young Spray Q Series
– Maybelline Super Mineral 24 Foundation
– Garnier Light BB Eye Roll-On
– THREE [Loose setting powder]
– Bobbi Brown Long Wear Eye Base
– Wet’n Wild E738 Comfort Zone
– Brow Lash EX Eye Brow
– Lunasol Shiny Gold EX02
– Phu Pretty Big Eye Magic Eye Liner
– Essence Matte Effet 22 Blockbuster
– L’oreal Architech 4D Mascara
– M.A.C. Matte Salon Rouge [Heirloom Mix Collection]
– THREE Color Veil for Cheek 19 Love Kick
– Collection Bronze Glow – Matte 01 Terracotta
– M.A.C. Play It Proper Beauty Powder
– Utip Tattoo Liner
– Koji Glue
– Maybelline False Eyelash

https://youtu.be/E61yzQjZDXQ

สำหรับรูปแบบภาพขอเริ่มต้นที่หน้าสดก่อนแต่งค่ะ

เริ่มด้วยการใช้รองพื้นจาก Maybelline Super Mineral 24 Foundation คู่กับฟองน้ำ Chou
ปิดแพนด้าใต้ตาด้วย Garnier Light BB Eye Roll-On และเซ็ทด้วยแป้งฝุ่นจาก THREE

มาต่อกันที่งานคิ้วโดยใช้ Brow Lash EX Eye Brow ด้านดินสอวาดโครงคิ้วและถมคร่าวๆ
ใช้แปรงปลายตัดเกลี่ยให้ดูเป็นธรรมชาติ และใช้ด้านลิควิดเพิ่มหางคิ้ว และเกลี่ยวด้วยแปรงอีกครั้ง

งานตาวันนี้ใช้ Wet’n Wild E738 Comfort Zone และ Lunasol Shiny Gold EX02

โดยจะใช้สีจากพาเลต Wet’n Wild E738 Comfort Zone ตามลำดับนี้เลยนะคะ

โดยใช้สีเลข 1 ทาวทั่วเปลือกตา โดยไม่ถึงเปลือกตาด้านบน
ใช้เบอร์ 2 สร้างมิติที่หางตา และหัวตา โดยหางตาสร้างเป็น V shape แล้วค่อยเกลี่ยให้ฟุ้ง
เพิ่มมิติให้เบ้าตาดูลึกขึ้นด้วยสีเบอร์ 3 แล้วเบลนด์ให้ฟุ้ง และลากมาที่ขอบตาล่างจนถึงกึ่งกลางตา
ปิดท้ายด้วยสีทองวิ้งละเอียดจาก Lunasol Shiny Gold EX02 แตะที่กึ่งกลางดวงตา และหัวตา

เขียน Inner Liner ทั้งขอบตาบนและล่างเพิ่มความคมชัด

ดัดขนตา ปัดมาสคาร่า และติดขนตาปลอม เป็นอันเสร็จงานตาฟุ้งๆนัวๆ

สร้างมิติที่ใบหน้าด้วยการใช้ Collection Bronze Glow – Matte 01 Terracotta คอนทัวร์กรอบหน้า
รวมไปถึงการแรเงาที่ดั้งจมูกให้ดูเป็นสัน สร้างดั้งให้จมูกดูโด่งขึ้น
และสร้างไฮไลท์บนใบหน้าตามจุดที่แสงตกกระทบด้วย M.A.C. Play It Proper Beauty Powder

ปัดแก้มให้ดูแดงระเรื่อๆด้วย THREE Color Veil for Cheek 19 Love Kick
และปิดท้ายด้วยไอไลท์ของลุคนี้คือปากสีสดเข้มด้วย M.A.C. Matte Salon Rouge

เสร็จเรียบร้อยครบขั้นตอน หน้าจืดๆก็ดูสวยปิ้งในทันตา !!

ปิดท้ายด้วยภาพ Finish Look ที่ดูเป็นคนละคนกับหน้าสดในตอนแรกๆ
หวังว่า How to ลุคนี้พอจะมีประโยชน์กับสาวๆนะคะ ขอบคุณที่แวะมาชมกันด้วยค่ะ 🙂

Color Swatch : Bisous Bisous Beaute Classique Collection


….

สวัสดีค่ะ วันนี้หยิบผลิตภัณฑ์จาก Bisous Bisous ที่ออกมาได้หลายเดือนแล้วมาสวอชสีให้ชมกันค่า

คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดนี้มีชื่อว่า Bisous Bisous Beaute Classique Collection
ซึ่งในคอลเลคชั่นก็มีแต่ผลิตภัณฑ์น่าใช้ทั้งนั้นเลยล่ะค่ะ ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

เริ่มกันที่ชิ้นแรกคือ Bisous Bisous 3D Eyebrow Sculpture ที่เขียนคิ้วแบบเมจิก
ซึ่งมีดีไซน์เหมือนปากกามาร์กเกอร์ที่เราใช้เขียนตัวหนังสือสมัยเรียนยังไงยังงั้น
ปลายปากกาแบบหัวตัดช่วยให้การเขียนคิ้วได้คมและได้องศามากขึ้น
เนื้อแบบเมจิกแบบนี้ก็ช่วยให้สีคิ้วติดทนนานมากขึ้นอีกด้วย
แต่จากที่ลองนุ่นรู้สึกว่าหากใช้ตัวนี้เดี่ยวๆ คิ้วจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ดูเหมือนสักคิ้วมา
จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์แบบฝุ่นทับอีกครั้ง เพื่อให้ได้คิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ
อีกข้อหนึ่งคือการควบคุมองศาในการเขียนอาจยากสำหรับมือใหม่พอสมคใรเลยนะคะ
ถ้าใครไม่คุ้นอาจทำให้การเขียนคิ้วดูหนาไปและจะแก้ค่อนข้างยากค่ะ

ชิ้นต่อมาคือ Bisous Bisous Beaute Classique Face Contour
แค่เห็นแพคเกจก็กรี้ดแล้วนะคะ ตลับลายหัวใจไขว้เรียงร้อยจนกลายเป็นดอกไม้หวานๆแบบนี้
ชิ้นนี้ก็อย่างที่เห็นเลย คือใช้สำหรับการคอนทัวร์หน้าให้มีมิติ มีทั้งใช้สำหรับเฉดดิ้งและไฮไลท์
เค้าทำสีมาค่อนข้างลงตัว คือไฮไลท์นัวสวยกำลังดี เนื้อชิมเมอร์ให้ความเงา มีวิ้งละเอียดสวย
ส่วนฝั่งเฉดดิ้งก็เป็นสีโทนน้ำตาลกลางๆ ไม่อมแดงหรือส้มไป ไม่มีวิ้งวาว ให้สีแมทดูเป็นธรรมชาติ
สีไม่หนัก ปัดเพิ่มได้ ไม่ต้องห่วงว่าจะหนักมือจนหน้าดำเป็นปื้ดไป เหมาะสำหรับมือใหม่มากๆค่ะ

อายแชโดว์พาเลตเค้าทำออกมาน่าใช้มากกับ Bisous Bisous Beaute Classique Palettes
มีมาด้วยกันสองโทนสีคือ #1 Touch on the Night และ #2 Put the Nude
ซึ่งในพาเลตเค้าจะเพิ่มสีบลัชออนในโทนเดียวกับสีของอายแชโดว์มาด้วย
ตลับดีไซน์ออกมาดูหรูหราด้วยสีเงินเงาวับ น้ำหนักเบา ขนาดประมาณ iPhone 5
กระจกในตลีบใหญ่ส่องเห็นชัด กระจกไม่หลอกตาด้วยค่ะ



สำหรับสีแรกเป็นสีโทนม่วง โดยส่วนตัวนุ่นไม่ชอบโทนสีในตลับเท่าไหร่ สีม่วงสวยดี
แต่สีเข้มสุดสองสีมันค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก ทาแล้วไม่ค่อยเดิดมิติมากนัก
ทาเป็นสีม่วงเดี่ยวๆสวยกว่า ส่วนบลัชออนทำสีออกมาน่ารักดีค่ะ



สีที่สองเป็นสีโทนน้ำตาลที่เหมาะแก่การพกพามากๆ ใช้ได้ทุกโอกาส ทุกงาน
ชอบตลับนี้เพราะใช้งานง่ายมาก ทาสีเดี่ยวๆก็สวย คิดอะไรไม่ออกใช้โทนนี้จบปิ้ง ไม่ต้องคิดเยอะ

ลองใช้สีจากทั้งสองตลับมาเบลนด์ๆรวมกันก็ได้ลุคที่ดูสมบูรณ์ขึ้น


สำหรับใครที่สนใจก็ลองไปเทสต์ ไปลองที่เคาน์เตอร์ Bisous Bisous กันดูนะคะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกกันด้วยค่ะ 🙂

Color Swatch Maybelline The NUDES


บล็อกนี้ขอมาแบบมาเร็วเคลมเคลมเร็วกับการสวอชสี Maybelline The NUDES พาเลตนี้ค่ะ

สำหรับ Maybelline The NUDES พาเลตนี้เป็น Limited Edition
ฉลองครบรอบ 100 ปี ของ Maybelline มีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย
ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีขายกันอยู่รึเปล่านะคะ แต่ก็ไม่ค่อยเห็นแล้วนะ

ราคาเค้าอยู่ที่ 699- ซึ่งตอนจำหน่ายใหม่ๆก็มีราคาโปรโมชั่นแค่ 599-
นับว่าไม่เท่าไหร่แพงนักสำหรับอายแชโดว์ 12 สีใน 1 ตลับ
แต่พาเลตที่มีสีสันประมาณนี้ก็ออกมาค่อนข้างเยอะ ใครมีแล้วก็ไม่แนะนำนะคะ
แต่ถ้าใครที่ชอบโทนสีสุภาพ ใช้ได้ตลอด และยังไม่เคยมี ก็น่าซื้อเก็บไว้นะคะ

สีของ Maybelline The NUDES จะมีทั้งแบบเนื้อแมทและชิมเมอร์
เม็ดสีค่อนข้างชัดเจนที่เดียว มีความเป็นฝุ่นผงบ้างแต่ไม่มาก
ตลับขนาดเล็ก น้ำหนักเบา บาง พกพาสะดวก พกออกทริปต่างๆได้สบายมากๆ
และที่สำคัญคือ สีในตลับสามารถประยุกต์ใช้เป็นไฮไลท์ หรือเฉดดิ้งได้ครบเลย
เรียกว่าพกตลับเดียวก็เอาอยู่นะคะ ไม่ต้องพกไฮไลท์ หรือตัวคอนทัวร์เพิ่มก็ได้

ลองครีเอทลุค Smoky จากพาเลตนี้ให้ดูกัน โดยใช้สีตามหมายเลขด้านบน ได้ออกมาประมาณี้
สีเบอร์ 3 สามารถใช้แทนดินสอเขียนคิ้ว และการคอนทัวร์เพิ่มมิติบนใบหน้าได้
ส่วนสีสว่างสุดและมีประกายชิมเมอร์อย่างสีเบอร์ 6 ก็สามารถนำมาไฮไลท์หรือแต้มที่หัวตาได้ด้วย

แต่งหน้าโทนนู้ดของนุ่นก็มาประมาณนี้ เลือกลิปสติกโทนนู้ดมาใช้ให้ดวงตาดูโดดเด่น
ถ้าไม่อยากให้ดูซอฟท์เกินไป ก็เปลี่ยนสีลิปสติกให้สดขึ้น จะช่วยคอมพลีทลุคให้ดูหน้าแน่นขึ้นได้
โดยรวมชอบพาเลตนี้มากทีเดียว เพราะสีแน่นสวย เลือกใช้ไม่กี่สีก็สวยได้
และยังประยุกต์ใช้สีอื่นๆให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วย
หวังว่าบล็อกนี้พอจะมีประโยชน์สำหรับคนที่สนใจพาเลตนี้กันอยู่นะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายที่บล็อกกันด้วยค่า 🙂

Ingrid Cosmetics


สวัสดีค่ะ ช่วงนี้มีเครื่องสำอางค์แบรนด์ใหม่ๆเรียงแถวเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราเยอะเลย
สาวๆที่เป็นคนคลั่งเครื่องสำอางค์เหมือนกันคงถูกใจ เพราะมีอะไรใหม่ๆมาให้ลองกันตลอดเวลา
วันนี้เลยขอแนะนำ Ingrid Cosmetics เครื่องสำอางค์น้องใหม่ นำเข้าจากประเทศโปแลนด์ค่ะ
[ ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ที่ส่งมาให้ลองด้วยนะคะ ]

Ingrid Cosmetics จะมีเอกลักษณ์เด่นคือเค้าจะพิมพ์ลายบนผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นรูปกุหลาบแบบนี้
เรียกว่าเดินเข้าร้านเครื่องสำอางค์ใหญ่ๆ เราก็สามารถมองหาได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ
นอกจากผลิตภัณฑ์ดานบนที่เห็นทั้งหมดนี้ เค้าก็ยังมีอายแชโดว์ แป้งอัดแข็ง และไฮไลท์อีกด้วย
จุดเด่นอีกอย่างคือ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะมีกลิ่นกุหลาบหอมอ่อนๆอยู่ด้วย
สำหรับใครที่แพ้น้ำหอมในเครื่องสำอางค์อาจต้องทดลองให้แน่ใจก่อนซื้อนะคะ
[ สามารถหาอ่านรีวิวชิ้นอื่นๆได้จากบล็อกเกอร์ที่ได้ลองผลิตภัณฑ์นี้เหมือนกันได้เลยนะคะ ]

ขอเริ่มตัวแรกด้วย Ingrid Wonder Shine Full Color Lipstick No.300 [349-]
ลิปสติกเนื้อเนียนเบา ให้ประกายฉ่ำวาว และช่วยกระจายแสงให้ริมฝีปากดูสุขภาพดี
สำหรับลิปสติกรุ่นนี้ มีสีให้เลือกมากถึง 20 สีเลยค่ะ ครอบคลุมทุกเฉดสีที่สาวๆชอบกันเลย
สำหรับสี 300 นี้เป็นสีที่ค่อนข้างซีดและใช้ยากมากๆ นุ่นเลยไม่ได้ทาบนปากให้ดูนะคะ
แต่ตัวนี้จะให้ลุคแมทนิดๆ หากไม่ชอบๆแมทๆ ก็สามารถทากลอสทับให้ดูวาว และให้สีที่สวยขึ้น

ชิ้นถัดมาคือ Ingrid Love Story Liquid Lipastick No.304 [359-]
ลิปสติกสูตรน้ำ เนื้อเข้มข้นแบบลิคควิด ให้การปกปิดสูง และช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม
มีสารบำรุงริมฝีปากจากวิตามินอีและสารสกัดจากเม็ดองุ่น ช่วยป้องกันปากแตกแห้งด้วย
ตัวนี้ได้ลองครั้งแรกแล้วชอบมาก เพราะสีชัดสวย ทาแล้วปากอิ่มดูชวนมองมากๆ
เค้ามีทั้งหมด 7 สี โดยสีหลักๆจะเป็นโทนชมพู-ส้ม-แดงที่สีสดชัดมากๆ

Ingrid HD Blush No.10 [389-] บลัชออนพิมพ์ลายกุหลาบแสนสวย
บลัชออนที่มีคุณสมบัติพิเศษแบบ HD ช่วยกระจายแสง อำพรางริ้วรอยและจุดบกพร่องบนใบหน้า
นอกจากนั้นยังมีสารสกัดจากดอกกุหลาบตุรกี ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นราชากุหลาบพันปี
ช่วยให้พวงแก้มดูเปล่งปลัง สุขภาพดี ดึงดูดดสายตา มี 3 โทนสี คือ ชมพู ส้มอมชมพู และส้มค่ะ
บลัชตัวนี้จะให้สีอ่อนสวยกำลังดี ปัดเพิ่มน้ำหนักสีได้ทีละนิดโดยสีไม่ดูชัดเวอร์ไป
และด้วยความที่เป็นคุณสมบัติแบบ HD บลัชตอนนี้ช่วยกระจายแสงให้ผิวดูเบลอ ริ้วรอยดูจางลงด้วย
บลัชติดทนปานกลางนะคะ ไม่ได้ติดทนทั้งวัน แต่ความเงาแบบไฮไลท์บางๆจะยังคงอยู่ค่ะ
ข้อเสียคือเนื้อบลัชมีความเป็นฝุ่นผงอยู่บ้าง ค่วรปัดอย่างเบามือจะได้ไม่มีฝุ่นผงเลอะเทอะ
แต่อย่างที่บอกคือเล็กน้อยนะคะ ไม่ได้มากมายอะไร

มาถึงชิ้นเด็ดดวงชิ้นสุดท้าย Ingrid Bronzing Powder [690-] ที่มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเราเลย
แป้งเนื้อแมทสีน้ำตาลที่เข้ากับสีผิวคนไทยมาก สามารถใช้คอนทัวร์หน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติมากๆ
สีไม่เข้มจนหน้าดำ หรือมีชิมเมอร์จนหน้าเงา สร้างโครงหน้าให้ดูมีมิติได้ ตัวนี้หยิบใช้ทุกวันเลยค่ะ


ปิดท้ายด้วยฟินิชลุคที่ใช้ไอเท็มทุกชิ้นจากด้านบน จะได้ลุคประมาณนี้ค่ะ
CheekIngrid HD Blush No.10
LipsIngrid Wonder Shine Full Color Lipstick No.300
และ Ingrid Love Story Liquid Lipastick No.304
ContourIngrid Bronzing Powder

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจลองเสิรชคำว่า Ingrid Thailand ก็จะเจอตัวแทนจำหน่ายต่างๆมากมาย
หรืออย่างร้าน Eve and Boy และร้าน Lashes ก็มีนะคะ ราคาตามโปรฯของแต่ละร้านด้วย
ท้ายสุดต้องขอขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันได้ค่า 🙂