COFFRET D’OR Spring 2013


มาใหม่อีกแล้วนะคะ สำหรับอีกหนึ่งแบรนด์ที่สาวๆหลายคนชื่นชอบ COFFRET D’OR
แบรนด์จากญี่ปุ่นในเครือของ Kanebo นี่เอง มีหลายชิ้นที่น่าใช้ น่าสนใจ
นุ่นได้รับข่าวสารทางอีเมล์มาหลายวันละ วันนี้เลยมาอัพเดทให้สาวๆดูกันดีกว่า

COFFRET D’OR Beauty Face Shadow [1,230-]

อายแชโดว์สีสันพิเศษ limited edition มาพร้อมกับเบสสำหรับเปลือกตาและไฮไลท์
มอบความสว่างใสอย่างเป็นธรรมชาติแก่ดวงตา พร้อมขับสีผิวให้ดูงดงามยิ่งขึ้น

COFFRET D’OR Rouge Essence [950-]

ลิปสติกชนิดติดทนนานที่คงความฉ่ำวาวของสีสัน
และมอบความชุ่มชื้นอย่างเต็มเปี่ยมได้ยาวนานตลอดวัน สีสันที่ติดทนนานด้วย Essence Color Veil
และ Water-Soluble Collagen มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยป้องกันความแห้งกร้าน
และปกปิดเส้นบาง ๆ บนริมฝีกปากให้เรียบเนียน มีให้เลือกันทั้งหมด 12 สี

COFFRET D’OR Smile Up Cheeks [800-]

บลัชออนสีสันพิเศษ limited edition ที่มาพร้อมกับ Cheek Color 2 สี และ Blending Powder
เพื่อมอบความกลมกลืนในตลับเดียว ใช้ง่ายด้วยการปัดวน Cheek Color 2 สีผสมกันบนแก้ม
แล้วใช้ Blending Powder ปัดวนรอบๆ อีกครั้ง รังสรรค์ผิวดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

Smiley Smiley

สนใจชิ้นไหนลองไปทดลองเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ
ขอบคุณภาพและรายละเอียดบางส่วนจาก Kanebo ด้วยค่ะ

Review : Coffret D’or New Collection


สวัสดีค่ะ กลับมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ๆกันอีกแล้วค่ะ
เมื่อสัปดาห์ก่อนทาง Coffret D’or ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้หลายชิ้น
พอลองแล้วรู้สึกติดใจ เลยจัดการเก็บข้อมูลแล้วมาแชร์ให้สาวๆได้อ่านกันค่ะ

สำหรับคอลเลคชั่นนี้เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่เน้นสร้างลุคให้ผิวดูสว่างใส
นุ่นได้มาลองทั้งหมดสี่ชิ้นค่ะ ไปดูกันดีกว่าว่ามีชิ้นไหนน่าสนใจบ้าง

มาดูที่ชิ้นแรกกันเลยกับ Coffret D’or BU Rouge สี BE-206
สีนี้เป็นสีโทนนู้ดน้ำตาลนะคะ สีใกล้เคียงสีปากธรรมชาติของนุ่นพอดี
ทาออกมาแล้วดูเป็นธรรมชาติมากก เนื้อลิปมีความชุ่มชื้นดีทีเดียว
ทาง่ายด้วย เพราะเนื้อลิปค่อนข้างเนียนลื่น ปาดจากแท่งก็เอาอยู่แล้วค่ะ

ตัวนี้เป็นรุ่น Long Keep ที่ติดทนนานหลาย ชม.
นุ่นทาตั้งแต่เช้า จนถึงก่อนเที่ยง สีมีเลือนไปบ้าง แต่ยังติดดีค่ะ
แต่ตามปกติของลิปที่พอทานข้าวก็หายหมด ต้องเติมต่อในช่วงบ่ายนะคะ

สำหรับชิ้นที่มีเพคเกจน่ารักๆอันนี้คือ Coffret D’or Shine Fit Eyes
เป็นอายแชโดว์เนื้อครีมที่มอบประกายวิ้งวับให้กับดวงตา
สามารถใช้ทาเดี่ยวๆ หรือใช้เป็นอายแชโดว์เบสก็ได้นะคะ
หรือว่าเราจะใช้ทาแทนไฮไลท์ก็ยังได้ค่ะ
จากรูปเป็นสีชมพู เบอร์ 01 และสีน้ำตาล เบอร์ 03

เนื้ออายแชโโว์ที่เป็นครีมแบบนี้ถ้าปาดบางๆจะออกประกายวาวๆ
แต่ถ้าเราปาดเบาๆแล้วค่อยๆทาทับเพิ่มไปทีละนิดก็จะเห็นสีที่ชัดเจนขึ้นค่ะ
จากที่ลองใช้เป็นอายแชโดว์เบสช่วยให้สีอายแชโดว์ชัดและติดทนขึ้นนะคะ

สำหรับแท่งที่หน้าตาคล้ายปากกาแท่งนี้คือ Coffret D’or Black Keep Liner
อายไลน์เนอร์ลิคควิดชนิดมีรีฟิลที่ให้เส้นคมชัด ทนเหงื่อและน้ำมันจากผิวค่ะ

มาดูกันชัดๆอีกนิดนะคะ ภายในกล่องก็จะมีวิธีการใช้มาให้เรียบร้อยเลย
ประกอบไม่ยากค่ะ แต่ต้องออกแรงกดนิดนึงนะคะ
ปริมาณหลอดของหมึกไลน์เนอร์เล็กๆแบบนี้ แต่ดูแล้วน่าจะใช้ได้นานเลยล่ะค่ะ
หมดแล้วก็ซื้อเติมได้ สะดวกดีนะคะ

สำหรับหัวพู่กันจะมี 2 รุ่นค่ะ หัวใหญ่ๆแบบนี้เป็นรุ่น standard ขนาดมาตราฐานทั่วไป
แต่ถ้าต้องการหัวเรียวเล็กเป็นพิเศษจะเป็นรุ่น Super Sharp ซึ่งจะเล็กเรียวทีเดียว
คุณสมบัติที่น่าสนใจอีกอย่างคือหัวแปรงสามารถก็ตั้งฉากได้แบบนี้
โดยที่หัวแปรงไม่พัง หมึกไม่ไหลเยิ้มด้วยค่ะ

ลองกรีดให้ดูกันว่าเส้นจะได้ขนาดปานกลาง แต่จากรูปนุ่นเขียนเป็นเส้นใหญ่เลย
สีเข้มดีค่ะ แต่ต้องย้ำๆนิดนึง ไม่ได้เข้มจัดซะทีเดียวนะคะ
คุณสมบัติที่ปลื้มใจมากคือ ใช้ผ่านไปหลาย ชม.ก็ไม่แพนด้าเลยยย
ปกติเป็นคนหนังตามันไวมากๆ จากที่ลองใช้ถือว่าสอบผ่านเรื่องคุมมันเลยค่ะ

ปิดท้ายด้วยรูปที่ลองใช้ Coffret D’or Shine Fit Eyes เบอร์ 01 สีชมพู เป็นอายเบส
แล้วลงต่อด้วยอายแชโดว์สีชมพูและคัดเบ้าด้วยสีน้ำตาลเบาๆ
เขียนขอบตาล่างด้วย pencill Liner ทั่วๆไป ถึงแค่กึ่งกลงตา
และปิดท้ายด้วยการกรีดทับด้วย Coffret D’or Black Keep Liner ค่ะ
แค่นี้ก็ได้ลุดใสๆ ดูเป็นธรรมชาติที่แต่งได้ในวันสบายๆหรือวันทำงานเลย

ใครสนใจลองแวะไปดูที่เคาน์เตอร์ของ Coffret D’or กันนะคะ
รุ่นนี้เป็น Limited Edition ด้วย ชอบชิ้นไหนต้องรีบตัดสินใจกันด่วนๆค่ะ