KATE TOKYO Autumn / Winter 2017


ปีนี้ 2018 แล้ว แต่เพิ่งเอาคอลเลคชั่นส่งท้ายปลายปีของ KATE มาอัพเดทกัน(ไม่เป็นไรเนอะ)
ช่วงนี้มัวแต่ไปอัพลงเพจ ไม่ได้เอามาลงในบล็อกเลย จะทยอยเอามาอัพเดทกันค่า
เค้ามีทั้ง Base Makeup และ Point Makeup เลย ไปดูแต่ละชิ้นกันค่ะ ว่าใช้แล้วได้ผลเป็นยังไงบ้าง
….
KATE SECRET SKIN MAKER ZERO (Powder) [640-]
แป้งผสมรองพื้น ที่มอบการปกปิดได้เพียงคาทาบางๆก็ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ด้วยอนุภาคของทรงกลมของเนื้อแป้งยึดเกาะผิวได้ดี ให้ความรู้สึกสบายผิว ควบคุมความมัน ทำให้ผิวสวยทนนานตลอดทั้งวัน ตกเย็นเค้าจะทำให้ผิวดูฉ่ำวาว แต่สีไม่ดรอป หรือทำให้หน้าดูหมอง คนที่มีผิวผสมเค้าจะคุมมันได้ราวๆครึ่งวันค่ะ
มาพร้อมพัฟและกระจกในตลับ มีให้เลือกถึง 6 สี
– สี 00 (BR-C) เหมาะสำหรับคนผิวขาวมาก
– สี 01 (OC-B) เหมาะสำหรับคนผิวขาว
– สี 02 (OC-C) เหมาะสำหรับคนผิวขาว – ปานกลาง
– สี 03 (BE-C) เหมาะสำหรับคนผิวขาวเหลือง – ปานกลาง
– สี 04 (OC-D) เหมาะสำหรับคนผิวปานกลาง – ผิวสองสี
– สี 05 (OC-G) เหมาะสำหรับคนผิวสีเข้ม
 
 

 
KATE SECRET SKIN MAKER ZERO (LIQUID) [640-]
รองพื้นเนื้อลิคควิดที่ปกปิดได้ดี แต่ให้ความเบาสบายผิว ตัวนี้จะให้ฟินิชลุคแบบกึ่งแมท และคุมมันได้ดีค่ะ
ไม่มีปัญหาสีหมอง หรือดรอประหว่างวัน ผิวไม่ดูเค้กกี้เมื่อผ่านไปหลายชั่วโมง เนื้อลื่น เกลี่ยง่ายมากๆ
 
KATE SECRET SKIN CC BASE ZERO [375-]
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ ผิวกระจ่างใส ดูสุขภาพดี และยังช่วยอำพรางรูขุมขนได้อีกด้วย
ตัวนี้เค้าจะปรับผิวให้ดูสว่างขึ้นเล็กน้อย ไม่ดูวอก เหมือนลงครีมบำรุง เพราะผิวมีความชุ่มชื่นค่ะ
 
 
 

 
ผลการใช้ KATE SECRET SKIN MAKER ZERO (LIQUID) No.03 เค้าช่วยปรับสีผิวให้ดูนวลเนียน
ได้งานผิวที่โบ๊ะ เนื้อรองพื้นเซ็ทตัวไว แต่สามารถเกลี่ยด้วยนิ้วมือหรือแปรงได้โดยไม่เป็นคราบ
ให้ฟินิชลุคแบบแมทที่ความวาวบนผิว
 
 

 
ระหว่างวันจะให้ผิวดูฉ่ำกำลังดี ไม่เยิ่ม ไม่ไหล สำหรับคนที่มีผิวผสมเหมือนกัน เค้าจะคุมมันได้กลางๆ
แต่หน้าไม่หมอง ซับด้วยทิชชู่แผ่นบางเบาๆระหว่างวันก็ได้ผิวสดใสเหมือนหลังแต่งหน้าใหม่ๆแล้ว
 
 

 
KATE The Base Zero Face Powder [475-]
แป้งฝุ่นเนื้อละเอียด บางเบา ช่วยอำพรางรูขุมขนและสีผิวที่ไม่เท่ากัน เซ็ทเมคอัพให้ติดทนตลอดวัน
ช่วยทำให้ผิวดูนวลเนียน และผิวดูกระจ่างสดใสไม่โทรม
 
 


 
KATE BROWN SHADE EYES N [490-]
อายแชโดว์โทนสีน้ำตาลเบสิคที่ดูหรูหราที่มีถึง 5 สีในพาเลตเดียว
และยังเพิ่มสี Bronzer ที่เป็นกลิตเตอร์สุดระยิบระยับ และ Fake Shade Powder
ที่เป็นเนื้อแมทช่องเล็กๆ ใช้คอนทัวร์บริเวณใต้โหนกคิวจรดหัวตา เพื่อให้เบ้าตาดูลึกแลดูมีมิติ
จึงเหมาะแก่การพกพาไปทำสวยในโอกาสต่างๆด้วย เค้ามีเฉดน้ำตาให้เลือกมากถึง 6 เฉดสีเลย
ในรูปนุ่นใช้ BR-5 [Terra Cotta] สีโทนน้ำตาลอมแดง
KATE 3D CHEEKS [490-] สี RD-1
บลัชออนสีสันสดใสที่มาพร้อมแปรงขนนุ่มไม่บาดผิวในตลับ สีในตลับดูเข้ม แต่ปัดออกมานัวสวยมากค่ะ
บลัชออนที่ออกแบบมาให้พวงแก้มของคุณสดใสและเปล่งประกายไปพร้อมๆกัน
มาพร้อมแปรงปัดที่สามารถกางออกและพับเก็บได้ โดยวิธีใช้สไตล์สาว KATE คือ
ขั้นตอนแรก กางแปรงออกให้มีขนาดที่กว้างขึ้นเพื่อใช้สีอ่อนปัดบริเวณขมับมาจนถึงส่วนกลางของแก้ม
ขั้นตอนที่สอง คือพับแปรงลงแล้วปัดสีเข้มทับเป็นแนวยาวไปตามโหนกแก้ม
แค่สองขั้นตอนก็ช่วยให้แก้มดูมีสีสันและเปล่งประกายดูสุขภาพดี
KATE QUICK LOCK LIQUID LINER WP (Matte black) [300-]
อายไลเนอร์ที่มีเส้นเรียวเล็ก ให้สีดำสนิทและแห้งทันทีที่วาดเส้นไลเนอร์
KATE COLOR HIGHVISION ROUGE [300-] สี OR-2
ลิปสติกที่ทาแล้วให้ริมฝีปากดูฉ่ำสวย เนื้อเนียนลื่น ทาง่าย
ถ้าไม่ชอบที่ดูวาวไป ก็สามารถเม้มด้วยทิชชู่เพื่อได้ลุคที่ดูแมทขึ้น แต่ยังคงให้สีสันที่ชัดสวย
เค้าทำออกมาถึง 10 เฉดสีเลย ทั้งโทนแดง ชมพูอมม่วง ชมพู ส้ม และนู้ด
ชอบสีไหนต้องไปลองด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์กันดูค่ะ
KATE CC LIP OIL [290-]
ลิปออยที่มีถึง 5 คุณสมบัติในหนึ่งเดียว คือ ช่วยบำรุง , แก้ปัญหาริมฝีปากคล้ำ, ทำให้ปากดูอวบอิ่ม,
ให้ความเงาใส และเป็นเบสก่อนลงลิปสติกได้
ใครสนใจชิ้นไหนลองดูที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ น่าจะหาซื้อไม่ยาก
และเป็นแบรนด์ที่เรียกว่า คุณภาพดี คุมราคาแบรนด์นึงเลย
ขอบคุณที่แวะมาทักทายและพูดคุยในบล็อกกันด้วยค่า

Gabriella Salvete Cosmetics


สวัสดีค่า บล็อกใหม่วันนี้ มีแบรนด์นำเข้าจากอิตาลี แต่ราคาไม่แพงอย่างที่คิดมาแนะนำกันค่ะ

Gabriella Salvete (กาเบรียลลา ซาเวเต้) เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งมีเคานท์เตอร์ในบ้านเรานะคะ

จัดเป็นแบรนด์ยอดนิยมในอิตาลีเหมือนกัน มีสินค้าหลากหลาย และราคาไม่แพงเกินไปด้วย

ทางแบรนด์เค้าส่งมาให้นุ่นลองหลายชิ้นเลย มาดูกันค่ะว่าแต่ละชิ้นใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง

เริ่มที่ Gabriella Salvete 3 IN 1 Long Lasting Foundation [30ml/350-]

หลอดนี้เป็นรองพื้นแบบ 3 in 1 ที่รวมเอาเบสไพร์เมอร์ รองพื้น และคอนซีลเลอร์เข้าไว้ด้วยกัน

โดยมีส่วนผสมของสารกันแดดที่มีค่า SPF15 ไว้ด้วย แบบนี้เรียก 4 in 1 ได้เลยนะคะ

คุณสมบัติเค้าคือ ติดทนยาวนาน 12 ชม. มีวิตามินซีช่วยเรื่องความกระจ่างใส

นอกจากนั้นยังสารสกัดจากดอกคาโมไมล์ที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวอีกด้วย

ผลการใช้ สำหรับตัวนี้เป็นเนื้อครีมที่ไม่หนาข้นมากนัก เกลี่ยง่าย ปกปิดน้อย ถึงปานกลาง

หากอยากได้การปกปิดที่มากขึ้น ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยในจุดที่ต้องการปกปิดเป็นพิเศษ

ตัวนี้จึงไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวมีร่องรอยเยอะๆ เหมาะกับคนที่ผิวดีอยู่แล้วมากกว่า

หลังใช้ผิวดูชุ่มชื่นเล็กน้อย ไม่ดูแมทหรือดูมันวาว และไม่ได้ควบคุมความมันระหว่างวัน

แต่เนื่องจากทางแบรนด์ส่งสีที่เข้มกว่าผิวมาให้ จึงตอบไม่ได้ว่าหมองหรือดรอปลงบ้างรึเปล่าค่ะ

มาดูที่แป้ง Gabriella Salvete Face Mineral Powder [13g./390-] กันบ้าง

แป้งอัดแข็งเนื้อละเอียดที่มีส่วนผสมของสารบำรุงนานาชนิดใส่มาด้วย

ให้ฟินิชลุคแบบแมตต์ และควบคุมความมัน ไม่อุดตัน ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิว

ผลการใช้ แป้งตัวนี้นุ่นใช้คู่กับแปรง โดยไล้ไปเบาๆบนผิว ช่วยคุมมันได้ราวๆครึ่งวันนะคะ

พอครึ่งวันหลังผิวจะฉ่ำๆขึ้นเล็กน้อย คนผิวแห้งอาจจะคุมมันได้ตลอด

สีแป้งจะออกโปร่งแสง ไม่เห็นสีสันชัดเจน ให้ผิวดูนวลเนียน ไม่หนา ไม่หนักหน้าค่ะ

 Gabriella Salvete Fiorello Rouge [4.5g./390-] กันบ้าง

บลัชออนเนื้อนุ่มละเอียด พิ้กเมนต์สีชัดเจน อุดมไปด้วยสารบำรุงจากวิตามินเอและอี

ผลการใช้ เนื้อบลัชออนค่อนข้างเป็นผงร่วน ให้สีสันสวยชัด และติดทนดีค่ะ

Gabriella Salvete Autometic Eyeliner Contour [4.6g./290-] 

อายไลน์เนอร์ในรูปแบบดินสอ สีดำสนิท เนื้อเนียนลื่น เขียนง่าย

เป็นดินสอแบบหมุนที่ใช้งานได้สะดวกโดยไม่ต้องเหลา อุดมด้วยคุณค่าสกัดจากวิตามินอี

ผลการใช้ เนื่องจากเป็นคนที่หนังตามันไวมาก รวมไปถึงใต้ตาด้วย จึงไม่ค่อยไลน์เนอร์แบบดินสอ

แต่หากใช้งานจะใช้ในการเขียนแนวเส้นขนตาบน ตัวนี้จะมีเลอะบ้างเล็กน้อยระหว่างวัน

หากใครมีปัญหาเดียวกัน ตัวนี้ไม่เหมาะใช้เผชิญอากาศร้อน หรือกิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อ

เพราะอาจเลอะหรือไหลเยิ้มได้ ในห้องแอร์จะเหมาะกว่า ไม่เลอะไม่เลือน

 Gabriella Salvete Dimete Volume & Lenght Mascara [11ml./590-] กันบ้าง

มาสคาร่าเนื้อดำสนิท มาพร้อมขนแปรงที่ช่วยให้ขนตาหนาและเรียงเส้น

ทนความชื้นและเหงื่อได้เป็นอย่างดี ไม่เลอะ ไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน

ผลการใช้ ตัวนี้ไม่เหมาะกับคนขนตาสั้นนะคะ เพราะปัดปุ๊ป ขนตาตกปั๊ปเลย

แต่เค้าช่วยให้ขนตาดูหนา ดูมีวอลลุ่มขึ้น และเรียงเส้นสวยงามเลย

หัวแปรงขนาดปานกลาง ปัดได้ง่าย ไม่เลอะเปลือกตา คนที่ไม่มีปัญหาขนตาตกน่าจะชอบ

ปิดท้ายด้วย Gabriella Salvete Dolcezza Lipstick [4.2g./390-] กันค่ะ

ลิปสติกเนื้อสัมผัสนุ่ม พิกเมนต์แน่น กลบริมฝีปากได้แนบสนิท เนื้อลื่น เกลี่ยง่าย ติดทนนาน

ผลการใช้ เนื้อลิปค่อนข้างนิ่มและเนียนลื่น ทาได้เรียบลื่นดี ให้สีสันสวยชัดเจน

แต่ความที่เนื้อลิปนิ่มมากต้องใช้ระวังนิดนึง เพราะอาจหักได้ง่าย โดยเฉพาะอากาศร้อนๆตอนนี้

Smiley  Smiley  Smiley  Smiley

ก็ครบถ้วนหมดแล้วนะคะ สำหรับผลการใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Gabriella Salvete

เค้ายังมีอีกหลายชิ้นที่น่าสนใจ ลองเข้าไปดูกันเพิ่มเติมได้ที่ gabriellasalveteth

น่าจะมีสักชิ้นที่ถูกใจสาวๆกันนะคะ บล็อกนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาอัพเดทกันด้วย

พบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ ขอบคุณค่ะ 🙂

Summer Makeup Look


สวัสดีค่าาาา หน้าร้อนก็มาถึงอย่างเป็นทางการแล้วเนอะ
เอาจริงๆบ้านเราก็ร้อนเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ แทบจะไม่มีวันไหนไม่ร้อนเลย
ร้อนๆแบบนี้เลยขอครีเอทลุคที่ดูสดใสเพื่อต้อนรับซัมเมอร์กันค่า
สำหรับเครื่องสำอางค์ที่หยิบใช้ในลุคนี้ประกอบด้วย
Fresh Drop Pure Mineral Spray

– GINO McCray Pro Skin Skin Healthy Glow Foundation No.01
GINO McCray Pro Skin Skin Healthy Glow Powder Foundation No.01
– GINO McCray Pro Skin Skin Healthy Eye Shadow Primer
Bisous Bisous Face Countour No.01
– Utip Eyebrow Pencil – Natural Brown
The Bakery Cupcake Buddy Eyeshadow No.05 Orange Mocha Buttercup
– ZA Cheeky Glow สี Apricot Pink
Collection Intense Colour Supersoft Kohl Eyeliner
– Cosluxe Trust Me Wink Eye Liner Pencill
Bourjois Contour Clubbing – Brown
– Maybelline Hypercurl Volum’ Express Waterproof Cat Eyes Black Mascara
NYX Soft Matte Lip Cream สี Milan


1.เริ่มต้นด้วยการฉีดสเปรย์น้ำแร่เพื่อให้ผิวดูชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งจนเครื่องสำอางเอาไม่อยู่ค่ะ

2.ต่อด้วยการลงรองพื้นให้ทั่วใบหน้า ใช้ฟองน้ำค่อยๆกดลงพื้นให้แนบสนิทไปกับผิว

3.เซ็ทลงพื้นให้อยู่ทนด้วยแป้งผสมรองพื้นเบาๆโดยใช้แปรงในตลับปัดให้ทั่วหน้า

4. ลงอายแชโดว์ไพร์เมอร์ที่ตาเตรียมพร้อมการลงสีอายแชโดว์ในขั้นตอนต่อไป

5.เขียนคิ้วด้วยดินสอเขียนคิ้ว แล้วใช้แปรงเกลี่ยให้ได้รูปทรง และเบลนด์หัวคิ้วให้ดูเป็นธรรมชติ

6.คอนทัวร์กรอบหน้า และสันจมูก ให้หน้าดูมีมิติ ไม่ขาวโพลนไปหมดค่ะ

7.แต่งตาเริ่มด้วยสีส้มจากพาเลท แท๊ปสีให้ทั่วชั้นพับตาแล้วใช้แปรงสะอาดเบลนด์ให้ดูไม่มีเส้นขอบ

8.ใช้สีปัดแก้มสีส้มลงเพิ่มสีสันที่เปลือกตาอีกรอบ ให้เห็นสีสันที่ชัดเจนขึ้น

9.ใช้ดินสอเขียนขอบตาสีเขียวเขียนจากหางตา ลากมาจนถึงกึ่งกลางตา

10.เซ็ทด้วยอายแชโดว์แบบฝุ่นลงไปบนไลน์เนอร์สีเขียวที่ขอบตาล่างไม่ให้ไหลเยิ้มระหว่างวัน

11.เพิ่มความสว่างที่หัวตาด้วยไลน์เนอร์แบบเนื้อมุกวาวๆ วิธีนี้ช่วยให้ความคล้ำใต้ตาดูลดลงด้วย

12.อากาศร้อนแบบนี้อย่าลืมหามาสคาร่าแบบกันน้ำมาใช้ เพื่อไม่ให้เกิดการเลอะใต้ตาในระหว่างวัน

13.ปัดแก้มด้วยโทนสีส้มอ่อนๆ ให้ได้แก้มแบบบ่มแดดเบาๆ ดูผิวสุขภาพดี

14.สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดด้วยลงไฮไลท์เพิ่มมิติบนใบหน้าให้ดูฉ่ำวาวเล็กน้อย ดูผิวมีความฉ่ำน้ำ

15.ปิดท้ายลุคนี้ด้วยลิปสติกสีชมพูหวานสดใสเนื้อแมท เหมาะกับหน้าร้อน จะได้ติดทนนานตลอดวัน

ได้ฟินิชลุคที่สีสันสดใสทั้งตาและปาก เหมาะกับช่วงซัมเมอร์นี้สุดๆ

เปลี่ยนหน้าจืดๆของเราให้ดูสวยสดใสขึ้นมาทันตาเห็นเลยค่ะ

หากอยากเปลี่ยนลุคให้ดูสวยแซ่บขึ้นมาอีก ลือกคอนแทคเลนส์สีอ่อนๆมาใส่ดูก็สวยไปอีกแบบค่ะ

หวังว่าฮาวทูนี้จะถูกใจสาวๆกันนะคะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายและอัพเดทบล็อกด้วยกันน่ะ 🙂

VDO Tutorial

Review เครื่องสำอางค์จากร้านไดโซะ + ฮาวทู


สวัสดีค่ะ มีของใหม่ๆมาอัพเดทกันอีกแล้ว จะว่าไปก็ไม่ได้ใหม่แล้วเนอะ
หลายๆคนน่าจะคุ้นเคย หรือผ่านตากันมาบ้างแล้วกับเครื่องสำอางในร้าน Daiso
แต่เชื่อว่าอีกหลายคนยังหวั่นๆ ไม่กล้าใช้ หรือมั่นใจในประสิทธิภาพ เพราะราคาแค่ชิ้นละ 60- เท่านั้น

วันนี้เลยขอนำบางส่วนที่ซื้อมาลองมาอัพเดทผลการใช้ให้ทราบกันค่ะ
เลือกตัวที่สนใจมาทั้งหมด 7 ชิ้น ไปดูว่าแต่ละชิ้นผลการใช้งานเป็นยังไงบ้างนะคะ
ตัวแรกเป็นแป้งผสมรองพื้นอัดแข็ง ในร้านเค้าจะมีประมาณ 2 เบอร์ สีค่อนค้างใกล้เคียงกัน
ตัวตลับจะแบ่งเป็นสองชั้น คือด้านนึงเป็นแป้ง ด้านล่างเป็นที่เก็บพัฟ แต่ไม่มีพัฟมาให้ด้วยนะคะ
เนื้อแป้งค่อนข้างร่วน ใช้แปรงหรือพัฟจะเกิดเป็นฝุ่นผง ค่อนข้างเลอะเทอะทีเดียว
ตัวแป้งไม่ปกปิด ไม่คุมมัน แต่ภาพรวมของผิวดูนวลเนียน ดูผิวสว่างขึ้น
อาจไม่เหมาะกับสาวผิวเข้มนะคะ เพราะทั้งสองเบอร์ให้สีที่สว่างทั้งคู่
ชิ้นต่อมาคือ Complete BB ที่มาในรูปแบบหลอดบีบ ใช้งานง่าย
เนื้อผลิตภัณฑ์เมื่อบีบออกมาเป็นเนื้อครีมที่ดูเหมือนจะเนื้อแน่น
แต่พอปาดไปบนผิวจะรู้สึกว่าเหลวมาก ไม่ปกปิดเลย เหมือนให้ความชุ่มชื่นเพียงอย่างเดียว
เค้าจะมีเฉดสีสำหรับผิวโทนเหลือง และขาวอมชมพูให้เลือก
ชิ้นต่อมาที่ใช้แล้วชื่นชอบมาก คือดินสอเขียนคิ้วของเค้า
รุ่นนีจะเป็นรุ่นดินสอที่หมุนไส้ขึ้นมา มีปลายอีกด้านเป็นแปรงเกลียวสำหรับเกลี่ยคิ้วให้ดูซอฟท์ลง
เนื้อดินสอนิ่มกำลังดี ไม่แข็งหรือเละเกินไป ไส้เขียนติดผิวเราง่ายด้วย ใช้แล้วชอบมากๆ
มีให้เลือกประมาณสามสี คือ Brown, Dark Brown (สีในรูป) และสีเข้มสุด Brown Gray
อายแชโดว์ในร้าน Daiso มีให้เลือกหลายแบบเหมือนกัน
แต่รุ่นนนี้มีสีหลายช่อง น่าจะนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบ
สำหรับรุ่นนี้ สีเข้มสุดเค้าใช้สำหรับเขียนคิ้ว แต่โดยส่วนตัวคิดว่า ใช้เป็นสีในการคัดเบ้าเหมาะกว่า
สีของเค้าจะอ่อนมาก เป็นสีใสๆสไตล์ญี่ปุ่น อาจต้องใช้ไพรม์เมอร์ช่วยให้เห็นสีสันชัดขึ้น
สีสว่างสุดเป็นสีแบบชิมเมอร์ ให้ความแววได้กำลังดี ใช้แทนไฮไลทืได้อยู่ค่ะ
สำหนับมาสคาร่ารุ่นนี้ต้องบอกว่าไม่เหมาะกับคนขนตาสั้นเอาซะเลย เพราะปัดแล้วขนตาตกทันที
ไม่แนะนำสำหรับคนที่มองหามาสคาร่าที่ให้ขนตางอนเด้งอยู่ทนทั้งวัน ข้ามตัวนี้ไปได้เลยค่ะ
อีกหนึ่งไอเท็มสีสันคือบลัชออนที่ในร้านก็มีหลายรุ่นให้เลือกทั้งเนื้อฝุ่นและเนื้อครีม
เราเลือกรุ่นนี้เพราะเห็นว่าสีสันน่ารักดี ภาพรวมก็ดูน่ารักเกินราคาด้วย
สีด้านนึงเจะเป็นแบบแมท ส่วนอีกด้านจะเป็นประกายชิมเมอร์
ด้านที่เป็นเนื้อด้านต้องขยี้แปรงแรงนิดนึง สีถึงจะติดแปรง แต่เม็ดสีชััดสวยกำลังดีเลย
ด้านที่เนื้ออกชิมเมอร์หน่อยไม่ออกสีนัก จะออกเป็นประกายเบาๆ สามารถบิวท์เพิ่มให้ดูวาวชัดขึ้นได้
ปิดท้ายด้วยลิปสติกเนื้อบางเบา ให้สีสันอ่อนๆ เม็ดสีแน่นกลางๆ
สำหรับสีนี้ซึ่งออกไปทางโทนนู้ดมีชื่อสีว่า Mocha จะมีอีกสองสีที่ออกโทนชมพูและแดง
เป็นลิปสติกราคา 60- ที่คิดว่าโอเคเลย สีสวย ให้ปากชุ่มชื่น แต่อย่าคาดหวังเรื่องการติดทน
นำทั้งหมดมาแต่งหน้าได้ลุคออกมาประมาณนี้เลยค่ะ โดยใช้แค่ 7 ชิ้นข้างบนเท่านั้น
ก็สิริรวมราคาอยู่ที่ 420 บาท โดยส่วนตัวมองว่าค่อนข้างคุ้มค่า แม้บางชิ้นจะไม่โดนเท่าไหร่
แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ ประหยัดเงินด้วยสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางทุกวัน
สามารถชมการใช้แต่ละชิ้นได้ในรูปแบบวีดีโอได้ด้วยนะคะ หากใครสนใจ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกใหม่กันด้วยค่า 🙂

Creepy Halloween Makeup Tutorial


สวัสดีค่า ฮาโลวีนทั้งที ไม่แต่งผีเหมือนจะขาดอะไรไป
วันนี้เลยครีเอทลุคหลอนๆ สยองขวัญมาต้อนรับวันปล่อยผีกันสักหน่อย
หลอน ไม่หลอนยังไง ไปชมกันค่า

https://youtu.be/txAgtuZ3yIc
หากอยากชมในรูปแบบ VDO สามารถดูจากตรงนี้ได้เลยค่า

ภาพก่อนแต่งตามธรรมเนียม หน้าสด..ยังไม่ศพ 😀

เครื่องสำอางค์ทั้งหมดที่ใช้ในลุคผีๆวันนี้

ใช้กาวติดขนตาปลอม สร้างผิวหนังนูนๆ เพื่อทำเป็นรอยแผล และรอให้แห้งก่อนทำขั้นตอนต่อไป

ใช้รองพิ้นสีสว่างสุดที่เรามีผสมกับเบสสีเขียว เพื่อให้ได้สีผิวที่ดูขาวซีด
แต่เนื่องจากไม่มีเบสเขียวเลยใช้โลชั่นปรับสีผิวที่่เป็นสีเขียว สูครปรับผิวให้ดูสว่างแทน
ใช้ฟองน้ำกดรองพื้นให้ทั่วหน้า และริมฝีปาก เน้นบริเวณรอยแผลที่ทำไว้ให้ดูกลมกลืนที่สุด

ตกแต่งรอยแผลที่ทากวาไว้ ให้ดูมีมิติด้วยกรรไกรขนาดเล็ก ขั้นตอนนี้ต้องระวังด้วยนะคะ

ใช้อายแชโดว์เนื้อครีมสีน้ำเงินและเขียว มาเบลนด์ทับด้วยฟองน้ำในจุดที่ต้องการให้ผิวดูฟกช้ำ

ใช้อายแชโดว์แบบฝุ่น หรือบลัชออนสีแดงปัทับ ให้สีดูมีมิติเพิ่มขึ้นไปอีก
ตามด้วยใช้สีคอนทัวร์มาปัดตามกรอบหน้าให้ดูตอบมากขึ้น

ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลและดำเพิ่มความลึกให้ดวงตาดูโทรม และดูลึก

ใช้อายแชโดว์โทนน้ำตาลที่เข้มขึ้นเก็บรายละเอียดในจุดต่างๆให้ดูมีมิติเพิ่มขึ้นจนพอใจ

ใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอสีดำเข้ม เขียนอินเนอร์ไลน์ทั้งบนและล่าง ไล้ตามมุมให้ดูมีมิติ
และระบายด้านในของริมฝีปาก และฟัน แล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้ดูซอฟท์ ดูฟุ้ง

ใช้ลิปสติกเนื้อครีม, เนื้อลิคควิด หรือหากใครมีเลือดปลอม นำมาทำการตกแต่งแผลให้ดูสมจริงขึ้น

เพิ่มความหม่นหมองของผิวมายังบริเวณคอด้วย เพื่อความกลมกลืนมากยิ่งขึ้น

Finish Look ได้ออกมาประมาณนี้

หากอยากได้ภาพที่ดูน่ากลัวและสมจริงมากขึ้น นำไปรีทัชเพิ่มเติมในโฟโต้ช้อปโลดค่า
หวังว่าลุค Creepy Halloween ในวันนี้จะถูกใจ และไม่ยากเกินไปนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามชมด้วยค่า 😀

How to : เปลี่ยนสาวหน้าจืดให้สวยปิ้ง


สวัสดีค่า บล็อกนี้เปลี่ยนจากรีวิว อัพเดทผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาทำฮาวทูกันบ้าง
เนื่องจากทิ้งร้างจากการทำฮาวทูไปค่อนข้างนาน วันนี้ขอปัดฝุ่นในรูปแบบ VDO สักหน่อย
สำหรับใครที่ไม่ชอบดูแบบคลิป มีแบบรูปภาพด้านล่างด้วย
แต่ภาพอาจไม่คมชัดเท่าไหร่นะคะ เพราะแคปจากหน้าจอมาอีกทีค่ะ

….

สำหรับลุคนี้ เป็นการแต่งหน้าที่ดูเปลี่ยนลุคไปจากปกติ ด้วยการเลือกใช้ลิปสติกสีเข้มๆเป็นหลัก
การแต่งในลุคนี้ไม่ยากเลยค่ะ ลองไปชมกันว่าแต่งยังไงบ้าง

อุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมดในลุคนี้ค่ะ
– Oguma Young Spray Q Series
– Maybelline Super Mineral 24 Foundation
– Garnier Light BB Eye Roll-On
– THREE [Loose setting powder]
– Bobbi Brown Long Wear Eye Base
– Wet’n Wild E738 Comfort Zone
– Brow Lash EX Eye Brow
– Lunasol Shiny Gold EX02
– Phu Pretty Big Eye Magic Eye Liner
– Essence Matte Effet 22 Blockbuster
– L’oreal Architech 4D Mascara
– M.A.C. Matte Salon Rouge [Heirloom Mix Collection]
– THREE Color Veil for Cheek 19 Love Kick
– Collection Bronze Glow – Matte 01 Terracotta
– M.A.C. Play It Proper Beauty Powder
– Utip Tattoo Liner
– Koji Glue
– Maybelline False Eyelash

https://youtu.be/E61yzQjZDXQ

สำหรับรูปแบบภาพขอเริ่มต้นที่หน้าสดก่อนแต่งค่ะ

เริ่มด้วยการใช้รองพื้นจาก Maybelline Super Mineral 24 Foundation คู่กับฟองน้ำ Chou
ปิดแพนด้าใต้ตาด้วย Garnier Light BB Eye Roll-On และเซ็ทด้วยแป้งฝุ่นจาก THREE

มาต่อกันที่งานคิ้วโดยใช้ Brow Lash EX Eye Brow ด้านดินสอวาดโครงคิ้วและถมคร่าวๆ
ใช้แปรงปลายตัดเกลี่ยให้ดูเป็นธรรมชาติ และใช้ด้านลิควิดเพิ่มหางคิ้ว และเกลี่ยวด้วยแปรงอีกครั้ง

งานตาวันนี้ใช้ Wet’n Wild E738 Comfort Zone และ Lunasol Shiny Gold EX02

โดยจะใช้สีจากพาเลต Wet’n Wild E738 Comfort Zone ตามลำดับนี้เลยนะคะ

โดยใช้สีเลข 1 ทาวทั่วเปลือกตา โดยไม่ถึงเปลือกตาด้านบน
ใช้เบอร์ 2 สร้างมิติที่หางตา และหัวตา โดยหางตาสร้างเป็น V shape แล้วค่อยเกลี่ยให้ฟุ้ง
เพิ่มมิติให้เบ้าตาดูลึกขึ้นด้วยสีเบอร์ 3 แล้วเบลนด์ให้ฟุ้ง และลากมาที่ขอบตาล่างจนถึงกึ่งกลางตา
ปิดท้ายด้วยสีทองวิ้งละเอียดจาก Lunasol Shiny Gold EX02 แตะที่กึ่งกลางดวงตา และหัวตา

เขียน Inner Liner ทั้งขอบตาบนและล่างเพิ่มความคมชัด

ดัดขนตา ปัดมาสคาร่า และติดขนตาปลอม เป็นอันเสร็จงานตาฟุ้งๆนัวๆ

สร้างมิติที่ใบหน้าด้วยการใช้ Collection Bronze Glow – Matte 01 Terracotta คอนทัวร์กรอบหน้า
รวมไปถึงการแรเงาที่ดั้งจมูกให้ดูเป็นสัน สร้างดั้งให้จมูกดูโด่งขึ้น
และสร้างไฮไลท์บนใบหน้าตามจุดที่แสงตกกระทบด้วย M.A.C. Play It Proper Beauty Powder

ปัดแก้มให้ดูแดงระเรื่อๆด้วย THREE Color Veil for Cheek 19 Love Kick
และปิดท้ายด้วยไอไลท์ของลุคนี้คือปากสีสดเข้มด้วย M.A.C. Matte Salon Rouge

เสร็จเรียบร้อยครบขั้นตอน หน้าจืดๆก็ดูสวยปิ้งในทันตา !!

ปิดท้ายด้วยภาพ Finish Look ที่ดูเป็นคนละคนกับหน้าสดในตอนแรกๆ
หวังว่า How to ลุคนี้พอจะมีประโยชน์กับสาวๆนะคะ ขอบคุณที่แวะมาชมกันด้วยค่ะ 🙂

Color Swatch : wet’n wild Color Icon Eyeshadow


สวัสดีค่ะ วันนี้มีกองทัพอายแชโดว์จาก wet’n wild Color Icon หลายพาเลตจะมาสวอชสีให้ชมกัน

หลายปีก่อนจะซื้อแบรนด์นี้ต้องพรีออเดอร์กันอย่างเดียว เดี๋ยวนี้หาซื้อง่ายมากๆ
และราคาก็ถูกกว่าพรีออเดอร์ด้วย สามารถหาซื้อได้ใน Tops, Lotus และ Watson แล้วนะคะ
หรือจะหาซื้ออนไลน์ตามเวบต่างๆก็สะดวกสบายมากๆ ค่ะ
นุ่นเลยหยิบพาเลตที่มีอยู่มาปาดสีให้ชมกัน จะได้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการซื้อกันได้เนอะ
โดยจะใช้อายแชโดว์ในตำแหน่งที่ระบุตามพาเลตเลยค่ะ


เริ่มที่พาเลตที่มาแบบ Trio สามโทนสี ราคาประมาณ 199 บาท

 Silent Treatment สีโทนม่วงพลัมที่โทนสีจะดูกลมกลืนกันไปหน่อย ไม่ค่อยเกิดมิติเท่าไหร่

I’m Feeling Retro สีสันให้อารมณ์แบบย้อนยุค สีฟ้าและชมพูที่สดมาก
สีนี้เบลนด์ยากนิดนึงนะคะ เบลนด์สีไม่ดี ตาเราอาจดูเหมือนโดนต่อยมาได้ค่ะ 😀

Don’t Steel My Thunder ชื่อสีเก๋มาก เป็นสีที่ชอบค่ะ แต่งลุคสโมคกี้ได้นัวสวยมาก
สีเข้มที่ใช้คัดเบ้า (crease) จะเป็นผงร่วงง่ายนิดนึงนะคะ ต้องค่อยๆลงทีละนิดนะคะ

Walking on Eggshell โทนสีธรรมชาติที่ทาง่าย เหมาะแก่การพกพาติดกระเป๋าไว้ใช้ยามฉุกเฉิน


ต่อด้วยพาเลตแบบ 6 สีในหนึ่งตลับ ที่แบ่งออกเป็นสองกลุ่มสี ราคา 299 บาท

Poster Child เป็นโทนสีที่สดใสมากๆ แบ่งเป็น Cool Tone และ Worm Tone ให้ใช้งานได้ง่ายๆ
หรือจะจับทุกสีมาใช้แต่งให้ดูสนุกสนาน ไม่ยึดติดกับตำแหน่งที่เค้ากำหนดมาก็ได้ค่ะ

Comfort Zone เป็นพาเลตที่ได้รับความนิยมจาก Youtuber และ Blogger ในต่างประเทศมากๆ
เพราะเป็นสีในโทน Nutral โทนที่ใช้งานได้ง่าย ฝั่งนึงเป็นโทน Copper และอีกฝั่งเป็น Khaki
สามารถทาออกมาได้ลุคที่สวยงามทั้งสองโทนสีเลยค่ะ เป็นอีกหนึ่งพาเลตที่ควรมีมากๆค่ะ

ปิดท้ายด้วบลัชออนที่นุ่นมีอยู่หนึ่งตลับนะคะ เม็ดสีเค้าแน่นจริงๆ คือปัดนิดเดียวสีก็ติดแล้ว
จากในรูปคือปัดเยอะไปนิิดนึง ดรอปสีลงมาอีกนิด จะได้พวงแก้มที่ดูสดใสเป็นธรรมชาติ
สีโทนอื่นๆของเค้าก็สวย ต้องลองไปเลือกกันดูค่ะ


อ้อ…นุ่นเคยสวอชสีลิปสติกของเค้าไว้ด้วย ใครอยากดูรีวิว คลิ้กที่นี่ ได้เลยค่า
หวังว่าบล็อกนี้จะพอเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจอายแชโดว์นี้ยี่ห้อนี้กันอยู่นะคะ
ชอบสีไหน ถูกใจอะไร ลองไปทดลองด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์กันดูอีกครั้งค่า
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอ่านกันด้วยค่ะ 🙂