Color Swatches Golden Rose Velvet Matte, Matte Crayon & Vitamin E Lipsticks


สวัสดีค่ะ บล็อกนี้หยิบเอาลิปสติกที่เพิ่งซื้อมา มาสวอชสีให้สาวๆชมกันค่ะ

Golden Rose เป็นแบรนด์เครื่องสำอางค์จากประเทศตุรกี มีขายในบ้านเรามานานแล้วเหมือนกัน
แต่เห็นมาบูมขึ้นในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา และสินค้าขายดีก็คือลิปสติกที่จะมาให้ดูกันในบล็อกนี้ค่ะ
โดยในบล็อกนี้จะมีที่นุ่นซื้อมาเอง 3 แท่ง และได้มาจาก Goodie Bag ของงานจีบันเมื่อปลายปีที่แล้ว

เริ่มต้นที่แท่งแรก คือ Matte Lipstick Crayon No.18 [199-]

05

เนื้อดินสอเขียนง่าย  ถึงชื่อรุ่นจะเป็นแบบแมท แต่ทาแล้วไม่แห้งจนเกินไป
เนื้อลิปกลบสีปากได้ดี ติดทนพอประมาณ ระหว่างวันอาจต้องเติมบ้างค่ะ
ข้อที่ไม่ชอบคือ ดินสอมีขนาดใหญ่และต้องใช้การเหลา เราจำเป็นต้องหากบเหลาเฉพาะมาใช้เพิ่ม
ถ้าทางแบรนด์ทำเป็นแบบออโต้ หมุนไส้ขึ้นมาใช้โดยไม่ต้องเหลาจะดีงามมากๆ
แต่หลังจากที่ได้ลองใช้แล้วรู้สึกชอบทีเดียว คิดว่าคงไปดูสีอื่นๆเพิ่มอีกแน่นอน

รุ่นต่อมาเป็นรุ่นขายดีของเค้าเลย กับรุ่น Velvet Matte Lipstick [259-]
รุ่นนี้เลือกมาลองสองเบอร์ และถ้าลองแล้วโดน ลดราคาอีกเมื่อไหร่มีสอยเพิ่มอีกตามเคยค่ะ

สีแรกที่เลือกมาคือสี No.31 ซึ่งสีใกล้เคียงกับรุ่น Matte Crayon ด้านบนมากกกก
จริงๆก็ต่างกันนิดนึง คือด้านบนจะดูอมส้มกว่า แต่ก็ต่างกันนิดเดียวจนดูไม่ออก
แอบเสียดายที่สีมันใกล้กันมาก อยากให้ต่างกันอีกสักนิด จะได้เหมือนมีสีใหม่เพิ่มขึ้น >,<
รุ่นนี้ถึงจะเป็นแบบแมท แต่เนื้อก็มีความครีมมี่อยู่พอสมควร
ทาง่าย เนียนสมูธไปกับริมฝีปากเราเลย ทินต์ของสีก็ชัดเจน ติดทานปานกลางค่ะ

อีกเบอร์ที่สอยมาเป็นโทนเข้มสุดๆ คือ No.23 สีแดงก่ำๆแบบที่ชอบ

สีโทนเข้มๆแบบนี้ ควรสครับปากให้เรียบเนียนก่อนใช้
เพราะถ้าปากแห้งลอก สีจะตกร่องทาแล้วเนื้อสีจะไม่ดูสม่ำเสมอ ไม่สวยงามค่า
แต่สีโทนเข้มเบอร์อื่นๆของเค้าก็สวยจริงๆ เลือกยากมากๆค่ะ

อีกหนึ่งรุ่นที่นำมาแนะนำกันคือรุ่น Vitamin E [199-] เป็นรุ่นที่ทาแล้วช่วยบำรุงริมฝีปากในตัวด้วย
รุ่นนี้สีเค้าจะเป็นเนื้อเพิร์ล คือเนื้อแบบมุกๆ ทาแล้วให้ปากดูเงาๆเหลื่อมๆ
เนื้อสีแบบนี้อาจไม่ได้เป็นที่นิยมมาก แต่ทาแล้วก็ให้สีที่ดูสวยแปลกตาไปอีกแบบค่ะ
รุ่นนี้นุ่นได้มาจาก Goodie Bag ในงานครบรอบ 8 ปี ของเวบจีบันเมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ

สีแรก สี No.102 เป็นสีที่สวยแปลกดีค่ะ สีออกม่วงตุ่นๆ แต่ทาแล้วสวยไปอีกแบบ
วันไหนอยากได้สีปากเก๋ๆไม่ซ้ำใคร ฟาดสีนี้ไปเลยค่ะ

สี No.64 เป็นสีชมพูบาร์บี้มากๆ ทาแล้วนึกถึงสีบนปากตุ๊กตาบาร์บี้ได้เลย
สีนี้เหมาะกับสาวที่ชอบแต่งหน้าสไตล์หวานๆ หรือไม่ก็เปรี้ยวปรี้ดไปเลยค่ะ

ก็ครบหมดแล้วทั้ง 5 สี 3 รุ่นที่หยิบมาแนะนำกันในวันนี้นะคะ
ใครชอบรุ่นไหน สนใจสีอะไร ลองแวะไปลองสีกันที่เคาน์เตอร์เค้าดูนะคะ
นอกจากลิปสติกที่ขายดี ยังมีอายแชโดว์ แป้ง บลัชออน และอื่นๆให้เลือกลองอีกเพียบ
ราคาไม่สูงเกินไป เรียกว่าราคาเอื้อมถึง และให้คุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ดีด้วย
ถ้ามีโอกาสไปสอยอย่างอื่นมาเพิ่ม จะหยิบมารีวิวกันอีกนะคะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่า Smiley

GINO McCRAY Heritage Collection


สวัสดีค่า สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙ ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขสดใสตลอดปีนะคะ Smiley

บล็อกใหม่วันนี้มีเครื่องสำอางค์ยกเซ็ทมาอัพเดทให้เกิดกิเลสกันค่าาา
มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรชวนเสียตังค์กันบ้างงง ^^

ทั้งหมดนี้มาจาก GINO McCRAY Heritage Collection ซึ่งแต่ละชิ้นน่าสนใจมากๆเลยค่ะ
บล็อกนี้จะสวอชสีให้ดูเป็นหลักนะคะ ผลการใช้ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะยังไม่ได้ใช้จริงจังเลยค่ะ
ไปดูกันว่าแต่ละชิ้น มีชิ้นไหนจะถูกใจเพื่อนๆกันบ้างนะคะ 🙂

ชิ้นแรกเป็นแป้ง CC Color Control Powder SPF30 PA++
แป้งเนื้อเนียนบาง ที่ช่วยปรับภาพรวมของผิวให้ดูนวลเนียน
ตัวนี้จากที่ลองจะไม่ได้ปกปิดมากนะคะ ควบคุมความมันได้ปานกลาง แค่ทำให้ผิวดูเนียนใสดี
ตลับเค้าจะค่อนข้างนิดนึง แต่น้ำหนักเบา วัสดุ มีชั้นเก็บพัฟแยกกับตัวแป้ง ป้องกันการเลอะได้ดีมากๆ
กระจกด้านในเต็มบาน ไม่หลอกตา แพคเกจโดยรวมดูสวยงาม เหมาะแก่การพกพาทีเดียวค่ะ

ชิ้นต่อมาคือ CC Collection Complete Cream SPF30 PA++
CC Cream เนื้อฟลูอิดที่เหลวมากๆ ทาแล้วปรับผิวให้ดูสว่างขึ้นเล็กน้อย
เหมาะกับคนที่ผิวดีอยู่แล้วนะคะ เพราะไม่ปกปิดอะไร
แต่ข้อเสียที่เจอคือเค้าไม่ทนน้ำ ทนเหงื่อเลย ไม่เหมาะกับการใช้ในวันที่มีกิจกรรมกลางแจ้งนะคะ

ในคอลเลคชั่นนี้ก็มี Blusher มาด้วยกันสองสี คือ สีโทนพีชและโทนชมพู
ซึ่งสีน่ารักมากๆทั้งสองสีเลย เม็ดสีไม่จัดมาก มีความเป็นฝุ่นเล็กน้อย
แต่ทั้งสองสีปัดออกมาได้ลุคหวานๆ ใสๆ น่ารัก ดูอ่อนกว่าวัยมากๆค่ะ

สาวที่รักงานปากฉ่ำอวบอิ่มต้องไม่พลาด Luxury Gloss ในคอลเลคชั่นนี้นะคะ
เค้าทำสีออกมาสวยฉ่ำถึง 7 สีเลย มีทั้งแบบกลิตเตอร์ และเป็นเป็นกึ่งทินต์ค่ะ
ไปดูกันค่ะว่าแต่ละสีสวยชวนหยิบมาทาวันหลายๆรอบแค่ะไหน
**ต้องขออภัยตกหล่นสวอชสี 07 ไปค่ะ >.<

ด้านบนคือการทากลอสแบบเดี่ยวๆ ทั้งหมดนะคะ

ส่วนรูปด้านบนคือการใช้กลอสสี 01 ทาทับบนลิปสติกสีแดง บริเวณกึ่งกลางริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม
และใช้ลิปสติกสีชมพู ทับด้วยกลอสโทนชมพูเหลือบทอง เบอร์ 02 ค่ะ
การใช้กลอสร่วมกับลิปสติกสีต่างๆช่วยทำให้สีสันดูมีมิติชวนมองมากขึ้นเลยล่ะค่ะ

มาถึงเซ็ทสุดท้าย คือ Charming Lipstick ที่มีให้เลือกมากถึง 10 สีเลยค่ะ
ซึ่งทั้งหมดก็จะคุมโทนอยู่ที่ โทนส้ม โทนชมพู และโทนแดง
ภาพรวมดูใกล้เคียงกัน แต่สวอชแล้วก็มีความต่างของสีอยู่พอสมควร
เนื้อลิปสติกมีความเนียนลื่น และเนื้อสีไม่ได้เป็นพิ้กเมนท์ที่จัดจ้านมาก แต่ก็ให้สีที่ชัดสวยดี
ข้อเสียอย่างเดียวที่รู้สึกคือ กลิ่นน้ำหอมเค้าเยอะไปนิด ทาแล้วรู้สึกกลิ่นน้ำหอมเตะจมูกมา
ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นฉุนๆอาจต้องทำใจนิดนึงนะคะ ไปดูสีทั้งหมดกันดีกว่าค่ะ

หมดไปเรียบร้อยกับทั้ง 10 สี และทั้งหมดในคอลเลคชั่นนี้ ชอบชิ้นไหนกันบ้าง
หวังว่าพอจะเป็นแนวทางในการเลือกซื้อ หรือตัดสินใจในเบื้องต้นให้เพื่อนๆกันได้นะคะ
ส่วนเรื่องราคาค้องไปสอบถามที่ร้านกันดูนะคะ แต่แบรนด์นี้ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
จัดเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ไม่สูงมาก และมีผลิตภัณฑ์หลากหลายให้เลือกซื้อนะคะ
ชอบชิ้นไหน ถูกใจอะไร ต้องไปลองผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองกันอีกทีนะคะ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้นเนอะ


ท้ายสุดต้องขอขอบคุณแบรนด์ GINO McCRAY ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ได้ลองใช้แบบยกเซ็ตเลยนะคะ
รวมถึงเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาทักทายและพูดคุยกันที่บล็อกนี้ด้วยค่า 🙂

Color Swatch : GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Diamond Forever Sheer Lipstick


สวัสดีค่า ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปซะนาน
วันนี้ขอหยิบไอเท็มใหม่ล่าสุดที่เพิ่งได้รับมาจากทางแบรนด์มาสวอชสีให้ดูกันค่ะ


นี่คือ GINO McCRAY Pink Passion Diamond Forever Shiny Lip Color ชื่อยาวมากๆ
ขอเรียกสั้นๆว่ารุ่น GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Color ละกันนะคะ

สำหรับลิปรุ่นนี้แพคเกจจะยังเป็นสีโรสโกลด์คล้ายกับรุ่นก่อนๆนะคะ
แต่แอบเก๋ตรงที่มีเพชรเม็ดเป้งส่งประกายวิบวับอยู่บนปลอกลิป และมีขนาดที่บางลงมาจากรุ่นก่อนค่ะ

เค้าจะมีทั้งหมด 9 สีนะคะ โดยเราสามารถดูได้ง่ายๆว่าจะมีหลักๆอยู่สามกลุ่มสี คือ แดง ชมพู และส้ม
บางสีจะมีความใกล้เคียงกันมากที่เดียว และในบางสีก็จะมีเม็ดสีที่ชัดกว่าสีอื่น
เนื้อลิปสติกจะมีความครีมมี่มาก ทำให้การทาจะเรียบลื่นไปกับริมฝีปาก แต่สีจะบางใส
บางสีอาจต้องปาดซ้ำๆ จึงจะเห็นสีที่สวยชัดเจน แต่บางสีก็ปาดทีเดียวอยู่เหมือนกัน

สีนี้เป็นสีที่ทาออกมาให้เม็ดสีที่ค่อนข้างชัดเจน ปาดแค่รอบสองรอบก็พอแล้ว เป็นสีที่ชอบที่สุดค่ะ

สีนี้จะออกส้มอมแดง เนื้อสีค่อนข้างบาง ต้องปาดสักสองสามรอบจะให้ปากที่ดูอวบอิ่มมากขึ้น

สีนี้เป็นอีกหนึ่งสีที่สวยทีเดียวนะคะ เม็ดสีชัดรองลงมาจากสีแรก ทาได้ในทุกๆโอกาสเลยล่ะค่ะ

มาถึงกลุ่มสีชมพูบ้าง ทั้งสามสีนี้จะเป็นสีที่ค่อนข้างทายาก และโอกาสเป็นคราบสูง
สีโทนนี้เหมาะกับคนที่มีพื้นสีปากอมชมพูดูธรรมชาติ คนริมฝีปากคล้ำ สีกลบไม่อยู่ค่ะ
และเหมาะกับคนผิวขาวๆจะทาสวยกว่า คนผิวคล้ำทาสีโทนนี้จะดูโดด ดูลอยกับผิวไปนะคะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ความพอใจของแต่ละท่านนะคะ ถ้าทาแล้วมั่นใจก็ไม่ใช่อุปสรรคค่ะ 🙂

กลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มโทนสีคอรัล เนื้อสีและเม็ดสีจะคล้ายๆกับโทนชมพูด้านบนนะคะ
คือมีความบางใส เม็ดสีไม่ชัด โอกาสทาแล้วสีเป็นคราบดูไม่สม่ำเสมอกันสูง
จึงเหมาะกับคนที่ริมฝีปางอมชมพูดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

โดยสรุปคือเป็นลิปสติกที่เน้นให้ความชุ่มฉ่ำกับริมฝีปาก ให้สีสันเรื่อๆกับริมฝีปากแค่พอดูสวยงาม
ลิปรุ่นนี้แน่นอนว่าติดไม่ทนนะคะ อาจต้องพกเพื่อเติมระหว่างวัน หากใครชอบลิปที่ไม่จัดจ้านมาก
GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Color ก็ถือว่าใช้ได้เลย ราคาก็ไม่แรง อยู่ที่ 245 บาท
ถ้าให้แนะนำ นุ่นเชียร์เบอร์ 01 และ 03 ค่ะ สีสวยชัดเจน เป็นธรรมชาติ ทาแล้วปากดูบอิ่มสวยค่ะ
สิ่งที่ไม่ชอบอย่างนึงคือ ลิปสติกมีกลิ่นแบบลิปสติกสมัยก่อนนิดนึง บอกไม่ถูกอ่ะค่ะ ไม่ชอบเท่าไหร่
แต่กลิ่นก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมาก ตอนทาอาจได้กลิ่นนิดนึง แต่ทาสักพักก็จางหายไป


สาวๆท่านไหนสนใจ สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน Beauty Buffet นะคะ ถ้ารอช่วงโปรก็จะถูกลงไปอีก
สุดท้ายต้องขอบคุณสาวๆทุกคนที่แวะมาทักทายด้วยนะคะ

Creepy Halloween Makeup Tutorial


สวัสดีค่า ฮาโลวีนทั้งที ไม่แต่งผีเหมือนจะขาดอะไรไป
วันนี้เลยครีเอทลุคหลอนๆ สยองขวัญมาต้อนรับวันปล่อยผีกันสักหน่อย
หลอน ไม่หลอนยังไง ไปชมกันค่า

https://youtu.be/txAgtuZ3yIc
หากอยากชมในรูปแบบ VDO สามารถดูจากตรงนี้ได้เลยค่า

ภาพก่อนแต่งตามธรรมเนียม หน้าสด..ยังไม่ศพ 😀

เครื่องสำอางค์ทั้งหมดที่ใช้ในลุคผีๆวันนี้

ใช้กาวติดขนตาปลอม สร้างผิวหนังนูนๆ เพื่อทำเป็นรอยแผล และรอให้แห้งก่อนทำขั้นตอนต่อไป

ใช้รองพิ้นสีสว่างสุดที่เรามีผสมกับเบสสีเขียว เพื่อให้ได้สีผิวที่ดูขาวซีด
แต่เนื่องจากไม่มีเบสเขียวเลยใช้โลชั่นปรับสีผิวที่่เป็นสีเขียว สูครปรับผิวให้ดูสว่างแทน
ใช้ฟองน้ำกดรองพื้นให้ทั่วหน้า และริมฝีปาก เน้นบริเวณรอยแผลที่ทำไว้ให้ดูกลมกลืนที่สุด

ตกแต่งรอยแผลที่ทากวาไว้ ให้ดูมีมิติด้วยกรรไกรขนาดเล็ก ขั้นตอนนี้ต้องระวังด้วยนะคะ

ใช้อายแชโดว์เนื้อครีมสีน้ำเงินและเขียว มาเบลนด์ทับด้วยฟองน้ำในจุดที่ต้องการให้ผิวดูฟกช้ำ

ใช้อายแชโดว์แบบฝุ่น หรือบลัชออนสีแดงปัทับ ให้สีดูมีมิติเพิ่มขึ้นไปอีก
ตามด้วยใช้สีคอนทัวร์มาปัดตามกรอบหน้าให้ดูตอบมากขึ้น

ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลและดำเพิ่มความลึกให้ดวงตาดูโทรม และดูลึก

ใช้อายแชโดว์โทนน้ำตาลที่เข้มขึ้นเก็บรายละเอียดในจุดต่างๆให้ดูมีมิติเพิ่มขึ้นจนพอใจ

ใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอสีดำเข้ม เขียนอินเนอร์ไลน์ทั้งบนและล่าง ไล้ตามมุมให้ดูมีมิติ
และระบายด้านในของริมฝีปาก และฟัน แล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้ดูซอฟท์ ดูฟุ้ง

ใช้ลิปสติกเนื้อครีม, เนื้อลิคควิด หรือหากใครมีเลือดปลอม นำมาทำการตกแต่งแผลให้ดูสมจริงขึ้น

เพิ่มความหม่นหมองของผิวมายังบริเวณคอด้วย เพื่อความกลมกลืนมากยิ่งขึ้น

Finish Look ได้ออกมาประมาณนี้

หากอยากได้ภาพที่ดูน่ากลัวและสมจริงมากขึ้น นำไปรีทัชเพิ่มเติมในโฟโต้ช้อปโลดค่า
หวังว่าลุค Creepy Halloween ในวันนี้จะถูกใจ และไม่ยากเกินไปนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามชมด้วยค่า 😀

Color Swatch : Beauty Buffet The Bakery Gelato Lip Crayon


สวัสดีค่ะ บล็อกนี้ยังอยู่กันที่แบรนด์ Beauty Buffet กันอีกเช่นเคย
เนื่องจากทางแบรนด์เค้าส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาให้อัพเดทตลอด
ชิ้นไหนดูน่าสนใจ อดหยิบจับมาสวอชสีเขียนลงบล็อกไม่ได้จริงๆค่ะ
งานนี้ทางแบรนด์ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์นะเออ…เค้าส่งมาให้ ชิ้นไหนน่าสนใจ ก็หยิบจับมาทำรีววค่ะ

ที่เห็นอยู่นี้คือ The Bakery Gelato Lip Crayon ลิปสติกแบบแท่ง หมุนไส้ขึ้นทางปลาย ไม่ต้องเหลา
ที่ได้ชื่อว่า Lip Crayon ก็เพราะรูปร่างหน้าตาเหมือนสีเทียนที่เราใช้กันตอนเด็กๆนั่นเอง
ทุกวันนี้หลายแบรนด์นิยมทำกันเยอะเลย เพราะใช้งานสะดวก พกพาไปไหนก็ไม่หนักกระเป๋าด้วย

ทางแบรนด์เค้าทำออกมาทั้งหมด 6 สีตามรูปนี้เลยค่ะ ราคาแท่งละ 115 บาท
เนื้อผลิตภัณฑ์มีความครีมมี่ ทาแล้วเนียนลื่นดี เนื้อไม่เละ มีกลิ่นหอมแบบขนม ลูกอมทำนองนั้น
สีติดทนพอประมาณ หากเราทาแล้วเม้มปากด้วยทิชชู่และแตะสีซ้ำเบาๆ ก็จะช่วยให้ลิปติดทนนานขึ้น
ไปดูสีที่สวอชไว้ทั้งหมดค่ะว่ามีสีไหนควรค่าแก่การเสียทรัพย์กันกันบ้าง

….

สี 01 Vanilla Strawberry ชื่อสีน่าจะออกโทนแดงๆ แตะกลับเป็นโทนนู้ด ซึ่งทาแล้วป่วยมาก
สีนี้ทาเดี่ยวๆก็อย่างที่เห็นเลยค่ะ รอดยากกกกก เอาไปผสมกับสีอื่นน่าจะเวิร์คกว่า
อาจตัดขอบปากด้วยสีโทนน้ำตาลหรือเบอร์รี่เข้มๆ เบลนด์ให้สวยงาม พอถูไถเป็นเคนดัล เจนเนอร์ได้

ต่อมาคือสี 02 Strawberry Yogurt สีโทนชมพูอมส้มสว่างๆ ทาแล้วปากลอดเด่นมาตั้งแต่ไกล
สีนี้น่าจะเหมาะกับคนที่มีผิวขาวมากๆ คนผิวคล้ำทาแล้วไม่สวยนะคะ แต่ถ้าใครชอบก็ทาได้ ไม่ผิด
คนที่ริมฝีปากคล้ำ ทาสีนี้ควรใช้คอนซีลกลบขอบปากก่อนเพื่อความสวยงามและดูเนี้ยบขึ้น

สี 03 Bubble Gum สีชมพูนมๆ ทาแล้วดุซอฟท์ ดูหวาน เป็นสีที่ค่อนข้างสว่าง ซึ่งอาจเป็นคราบได้
เป็นสีที่หลายๆคนน่าจะชอบ เพราะแต่งหน้าอ่อนๆก็ให้ลุคสวยหวาน แต่งหน้าแน่ๆก็เปรี้ยวได้ทันที

มาถึงสีสดใสอย่างสี 04 Orange Jelly เป็นสีโทนส้มสว่างสดใส ทาแล้วเด่นไปแปดบ้านสิบบ้านเลย
ใครชอบโทนส้มลองดูกันค่ะ ว่าส้มประมาณนี้โดนใจกันรึเปล่า เห็นแล้วเปรี้ยวปากกันไม๊ ^^

มีสีส้มแล้วก็ต้องมีสีโทนชมพูคลาสสิกแบบนี้ 05 Raspberry Sorbet สีชมพูเข้มหวานๆ
เหมาะกับสาวทุกวัย จะทาไปทำงานก็ได้ ทาไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนสาวก็ดี
เม็ดสีชัดแน่น ทาแล้วกลบริมฝีปากได้ดี สีเข้ม ทาง่าย ไม่เป็นคราบค่ะ

ปิดท้ายด้วยสีแดงสด 06 Cherry Mellow สีแดงก่ำๆแสนสวยอีกหนึ่งสี
ถ้าใครอยากลองใช้ลิปสติกโทนสีแดง แต่ยังไม่พร้อมลงทุนกับลิปสีแดงในราคาที่สูงไป
ลิปรุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์มากๆ เพราะราคาแค่ร้อยนิดๆ เนื้อลิปก็คุณภาพดี ทาแล้วช่วยขับผิวมากๆ

ปิดท้ายด้วยภาพรวมของแต่ละสี ใครชอบใครโดนสีไหน ลองไปเล่นที่ร้าน Beauty Buffet กันดูค่ะ
ถูกใจไม่ถูกใจยังไงก็ถือว่าได้ลองด้วยตัวเองนะคะ บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมค่า

Beauty Buffet : The Bakery Born to be Baby Collection


สวัสดีค่ะ วันนี้มีผลิตภัณฑ์หลายชิ้นจากร้าน Beauty Buffet มาอัพเดทกัน
ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาให้ลองใช้ตลอดเลย
ตัวไหนลองแล้วชอบ อยากบอกต่อ ก็จะหยิบมาอัพเดทลงบล็อกให้เพื่อนๆอ่านกันแบบนี้ค่ะ

เซ็ตนี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในไลน์ The Bakery ราคาไม่สูงมากนัก หลักร้อยต้นๆเท่านั้นค่ะ
แต่ละชิ้นนุ่นไม่ทราบราคาที่แน่นอน ลองแวะไปดูที่ร้านกันอีกทีนะคะว่าประมาณเท่าไหร่
ทุกชิ้นนุ่นได้ลองใช้ครบหมดแล้ว เลยขอหยิบมาเล่าสู่กันฟังนะคะ ว่าใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง

The Bakery Born to be Baby BB Powder Foundation SPF 30 PA++
ชิ้นแรกเป็นแป้งอัดแข็งที่เค้าบอกว่าเป็น BB และ Foundation ในตัว
มาในตลับแบบแมท น้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด ไม่หนา พกพาสะดวกดีค่ะ
แป้งรุ่นนี้เค้าทำออกมา 2 สีนะคะ แต่เป็นโทนที่เหมาะกับสาวผิวขาว เพราะสีค่อนข้างสว่างทั้งคู่
ทาแล้วหน้าดูขาวขึ้น ผ่องขึ้น เนื้อแป้งคุมมันได้ดี ไม่หมองระหว่างวัน ปกปิดปานกลาง ให้ลุคใสๆ
เหมาะกับน้องๆนักศึกษามากเลย เพราะราคาไม่แพงและดูไม่หนาหนักมาก แพคเกจก็น่ารักด้วย

The Bakery Born to be baby Tint Essence It’s Girl
ลิปทินต์ที่ให้การบำรุง พร้อมกับสีสันที่สดใส มาในรูปแบบหลอดบีบ ปลายตัดรับริมฝีปาก
หลอดเล็กๆแบบนี้แต่ใช้ได้นานเลยค่ะ เพราะครั้งนึงใช้แค่นิดเดียวก็ให้สีสวยชัดแล้ว

ตัวนี้เป็นลิปแบบหลอดบีบที่ให้สีชัดติดทนนานมาก เนื้อเป็นเจลนิ่มๆหนึบๆ เกาะริมฝีปากได้
ทาระหว่างวันให้สีสันสดใสได้ยาวนานทั้งวันเลย เวลาทานอาหารหรือเครื่องดื่มอาจมีเลือนบ้า
แต่โดยรวมติดทน ให้สีชัดสุดๆ สีอ่อนสุดอย่างสีชมพูก็ยังสดชัดมว๊ากกกกกก
ถ้าสาวๆใช้ควรลงทีละนิดพอ เพราะสีเค้าชัดจริงๆ มีสามโทนสีน่ารักๆแบบนี้เลย

The Bakery Cupcake Buddy Shadow [ราคาประมาณ 159 บาท]
ไฮไลท์เด็ดของบล็อกในวันนี้เลยค่ะ เป็น duo eyeshadow ที่จับคู่สีมาให้ใช้คู่กันในตลับเดียว
บรรจุมาในตลับพลาสติกน้ำหนักเบา แข็งแรงทนทานดี พิมพ์ลายมาได้กุ๊กกิ้กน่ารักด้วย

The Bakery Cupcake Buddy Shadow มีจำหน่าย 5 คู่สีอย่างที่เห็นนี้เลยค่ะ
ดูผ่านๆบางสีอาจดูใกล้เคียงกัน แต่นุ่นลองสวอชดูแล้ว ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียวนะคะ

แต่ละสีสวยใจละลายมากค่า มีแบบเนื้อแมทท์ 1 คู่สี ที่เหลือก็เป็นคล้ายๆเนื้อซาตินหมดเลย

ชื่อของแต่ละสีก็คงคอนเซปต์ของ The Bakery คือน่ารักและชวนหิวมากๆ
ไปดูแต่ละสีที่นุ่นสวอชไว้ดีกว่าค่ะ 😀

สีแรกเป็นสีที่ค่อนข้างชอบเลย ไม่เคนเจอสีแมตท์ขาวดำคู่กันแบบนี้มาก่อน
เบอร์นี้สีค่อนข้างเป็นฝุ่นผงมากทีเดียว ตอนใช้ต้องระวัง ควรลงสีตาก่อนลงรองพื้นนะคะ
สีดำให้ความเข้มเรียกว่าเกือบดำสนิทเลย ส่วนสีขาวเหมือนแป้งเด็ก คือสีเบาจนกลืนไปกับผิว
ใครชอบสโมกกี้ตาดำๆ อยากหาสีดำเข้มๆพกติดกระเป๋าไปไหนมาไหน สีนี้ใช้ได้เลยค่ะ

สีนี้เป็นสีน้ำตาลทองแดงจับคู่กับสีน้ำตาลเข้ม สีค่อนข้างมีความใกล้เคียงกันมาก
แต่เนื้อสีเข้าเนียนสนิทกับผิวเราดีมาก แต่เบลนด์ได้ง่าย
จะเลือกทาคู่กัน หรือใช้สีใดสีหนึ่งสำหรับทาในวันสบายๆ ก็ให้ลุคที่เป็นธรรมชาติดีค่ะ

คู่สีชมพู-น้ำตาล ก็เป็นอีกคู่สีเพลย์เซพที่แต่งได้ไม่อยาก ใช้ได้ทุกโอกาส
ให้ลุคดูหวานๆ สุภาพ นึกอะไรไม่ออกงานไหนงานนั้น ทาคู่สีนี้ได้สบายๆค่ะ

คู่สีแบบส้ม-น้ำตาลก็เป็นอีกคู่สีที่สาวๆส่วนใหญ่เลือกทาเวลาคิดไม่ออกเนอะ
นุ่นว่าคู่สีนี้ก็ง่ายดี จะลงสีส้มเป็นสีพื้นก่อนแล้วคัดเบ้าด้วยสีน้ำตาล
หรือจะลงสีน้ำตาลเข้มทั่วเปลือกตา แล้วท้อปด้วยสีส้มตรงกลางตาให้ดูมีมิติขึ้นก็ได้ค่ะ

มาถึงสีสุดท้ายที่จับคู่สีมาให้คอนทราสต์กัน ถึงจะเป็นสีคู่คตรงข้าม แต่เราก็สนุกกับสีสันได้
นุ่นชอบสีเขียวของคู่สีนี้มาก เพราะเค้าเป็นสีเขียวที่เหลือบสีฟ้าๆไว้ดูสวยดี
ทาสีใดสีหนึ่งๆเดี่ยวๆก็สวยแล้วล่ะค่ะ 😀

ใครสนใจชิ้นไหนลองไปดูที่ร้าน Beauty Buffet กันดูนะคะ มีสินค้าหลายชิ้นที่น่าสนใจมากเลยค่ะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว พบกันใหม่บล็อกหน้านะคะ ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายด้วยค่า ^^

Color Swatch : Beauty Cottage Sweet Lolita Cream Eyeshadow


สวัสดีค่ะ วันนี้หยิบผลิตภัณฑ์จาก  Beauty Cottage มาสวอชสีให้ชมกันค่ะ
สำหรับชิ้นนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของเค้าที่พึ่งออกมาไม่นานนี้นะคะ
แต่ยังคงทำแพคเกจออกมาให้ทิ้งกันไม่ลงเลย น่ารักน่าเก็บจริงๆค่ะ

Beauty Cottage Sweet Lolita Cream Eyeshadow 4 สี ราคา 290 บาท
อายแชโดว์แบบเนื้อครีมที่ทาได้แบบเดี่ยวๆ หรือใช้สำหรับเป็นเบสก่อนลงสีตา
สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวผลิตภัณฑ์ใส่ Rose Hip Oil และ Vitamin E เพิ่มคุณสมบัติในการบำรุงมาด้วย

ทั้งหมด 4 เฉดสี ดูจากตลับสีมีความใกล้เคียงกันค่อนข้างมาก
แต่เมื่อปาดสีออกมาให้สีสันที่แตกต่างกันชัดเจนค่ะ
4 สี ประกอบไปด้วย
01 Never สีขาวมุก
02 Avignon สีน้ำตาลอ่อน อมชมพูนิดๆ
03  Montpellier สีออกทองแดงคอปเปอร์
และ 04 Epinal สีน้ำตาลเข้ม

สำหรับทั้ง 4 สีที่ทาบนเปลือกตาจะได้ประมาณนี้ค่ะ
เนื้อสีมีความชิมเมอร์มาก แต่ก็ดูไม่เวอร์เกินไป
เม็ดสีมีความแน่นชัดมากๆ โดยเฉพาะสี 03 และ 04 ปาดทีเดียวอยู่จริงๆ
เนื้อผลิตภัณฑ์เกลี่ยง่าย แต่ก็เซ็ทตัวไวด้วย เพราะฉนั้นตอนเกลี่ยต้องไวนิดนึงนะคะ
ตัวนี้ทาเดี่ยวๆก็อยู่นะ ติดทนนานไม่เลือทั้งวัน มีตกร่องนิดหน่อยสำหรับคนหนังตามันไว
แต่ไม่ได้ดูน่าเกลียด หรือดูไม่น่ามอง
เรียกว่าใครชอบหรือสนใจ ไม่ต้องลังเล เลือกสีที่ถูกใจแล้วซื้อมาใช้ได้เลย ไม่ผิดหวังค่ะ

อย่างที่บอกว่าติดทนมาก ตัวนี้ทนน้ำ ทนเหงื่อได้ดี
ลองพิสูจน์ด้วยการเปิดน้ำแรงๆผ่านเป็นเวลาต่อเนื่องนาๆ สีไม่เคลื่อน
หลังจากนั้นลองเอามือปาดๆถูๆ สีที่ยังเปียกน้ำด้วยนิ้วมือก็ยังอยู่ดี
แต่สามารถเช็ดออกง่ายด้วย Remover แบบไม่ต้องถูแรงให้ตาช้ำเลยล่ะค่ะ

หลังจากที่ลองแล้ว สีที่ชอบเป็นการส่วนตัวคือสี 02 Avignon และ 04 Epinal
สี 02 Avignon ค่อนข้างกลืนกับสีผิวทำให้ใช้ได้บ่อย และใช้เป็นเบสก่อนลงสีอื่นๆได้สบายๆ
ส่วนสี 04 Epinal ใช้ทาเดี่ยวๆ ให้ลุค Smoky ในโทนนู้ดเบาๆดูสวยไปอีกแบบค่ะ [รูปบน]

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจลองไปทดสอบด้วยตนเองกันดูน๊าา ว่าชอบไหม
หวังว่ารีวิวนี้จะพอเป็นข้อมูลต้นให้เพื่อนๆก็ตัดสินใจซื้อกันได้นะคะ
ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกด้วยค่า 🙂