Summer Makeup Look


สวัสดีค่าาาา หน้าร้อนก็มาถึงอย่างเป็นทางการแล้วเนอะ
เอาจริงๆบ้านเราก็ร้อนเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ แทบจะไม่มีวันไหนไม่ร้อนเลย
ร้อนๆแบบนี้เลยขอครีเอทลุคที่ดูสดใสเพื่อต้อนรับซัมเมอร์กันค่า
สำหรับเครื่องสำอางค์ที่หยิบใช้ในลุคนี้ประกอบด้วย
Fresh Drop Pure Mineral Spray

– GINO McCray Pro Skin Skin Healthy Glow Foundation No.01
GINO McCray Pro Skin Skin Healthy Glow Powder Foundation No.01
– GINO McCray Pro Skin Skin Healthy Eye Shadow Primer
Bisous Bisous Face Countour No.01
– Utip Eyebrow Pencil – Natural Brown
The Bakery Cupcake Buddy Eyeshadow No.05 Orange Mocha Buttercup
– ZA Cheeky Glow สี Apricot Pink
Collection Intense Colour Supersoft Kohl Eyeliner
– Cosluxe Trust Me Wink Eye Liner Pencill
Bourjois Contour Clubbing – Brown
– Maybelline Hypercurl Volum’ Express Waterproof Cat Eyes Black Mascara
NYX Soft Matte Lip Cream สี Milan


1.เริ่มต้นด้วยการฉีดสเปรย์น้ำแร่เพื่อให้ผิวดูชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งจนเครื่องสำอางเอาไม่อยู่ค่ะ

2.ต่อด้วยการลงรองพื้นให้ทั่วใบหน้า ใช้ฟองน้ำค่อยๆกดลงพื้นให้แนบสนิทไปกับผิว

3.เซ็ทลงพื้นให้อยู่ทนด้วยแป้งผสมรองพื้นเบาๆโดยใช้แปรงในตลับปัดให้ทั่วหน้า

4. ลงอายแชโดว์ไพร์เมอร์ที่ตาเตรียมพร้อมการลงสีอายแชโดว์ในขั้นตอนต่อไป

5.เขียนคิ้วด้วยดินสอเขียนคิ้ว แล้วใช้แปรงเกลี่ยให้ได้รูปทรง และเบลนด์หัวคิ้วให้ดูเป็นธรรมชติ

6.คอนทัวร์กรอบหน้า และสันจมูก ให้หน้าดูมีมิติ ไม่ขาวโพลนไปหมดค่ะ

7.แต่งตาเริ่มด้วยสีส้มจากพาเลท แท๊ปสีให้ทั่วชั้นพับตาแล้วใช้แปรงสะอาดเบลนด์ให้ดูไม่มีเส้นขอบ

8.ใช้สีปัดแก้มสีส้มลงเพิ่มสีสันที่เปลือกตาอีกรอบ ให้เห็นสีสันที่ชัดเจนขึ้น

9.ใช้ดินสอเขียนขอบตาสีเขียวเขียนจากหางตา ลากมาจนถึงกึ่งกลางตา

10.เซ็ทด้วยอายแชโดว์แบบฝุ่นลงไปบนไลน์เนอร์สีเขียวที่ขอบตาล่างไม่ให้ไหลเยิ้มระหว่างวัน

11.เพิ่มความสว่างที่หัวตาด้วยไลน์เนอร์แบบเนื้อมุกวาวๆ วิธีนี้ช่วยให้ความคล้ำใต้ตาดูลดลงด้วย

12.อากาศร้อนแบบนี้อย่าลืมหามาสคาร่าแบบกันน้ำมาใช้ เพื่อไม่ให้เกิดการเลอะใต้ตาในระหว่างวัน

13.ปัดแก้มด้วยโทนสีส้มอ่อนๆ ให้ได้แก้มแบบบ่มแดดเบาๆ ดูผิวสุขภาพดี

14.สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดด้วยลงไฮไลท์เพิ่มมิติบนใบหน้าให้ดูฉ่ำวาวเล็กน้อย ดูผิวมีความฉ่ำน้ำ

15.ปิดท้ายลุคนี้ด้วยลิปสติกสีชมพูหวานสดใสเนื้อแมท เหมาะกับหน้าร้อน จะได้ติดทนนานตลอดวัน

ได้ฟินิชลุคที่สีสันสดใสทั้งตาและปาก เหมาะกับช่วงซัมเมอร์นี้สุดๆ

เปลี่ยนหน้าจืดๆของเราให้ดูสวยสดใสขึ้นมาทันตาเห็นเลยค่ะ

หากอยากเปลี่ยนลุคให้ดูสวยแซ่บขึ้นมาอีก ลือกคอนแทคเลนส์สีอ่อนๆมาใส่ดูก็สวยไปอีกแบบค่ะ

หวังว่าฮาวทูนี้จะถูกใจสาวๆกันนะคะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายและอัพเดทบล็อกด้วยกันน่ะ 🙂

VDO Tutorial

Review เครื่องสำอางค์จากร้านไดโซะ + ฮาวทู


สวัสดีค่ะ มีของใหม่ๆมาอัพเดทกันอีกแล้ว จะว่าไปก็ไม่ได้ใหม่แล้วเนอะ
หลายๆคนน่าจะคุ้นเคย หรือผ่านตากันมาบ้างแล้วกับเครื่องสำอางในร้าน Daiso
แต่เชื่อว่าอีกหลายคนยังหวั่นๆ ไม่กล้าใช้ หรือมั่นใจในประสิทธิภาพ เพราะราคาแค่ชิ้นละ 60- เท่านั้น

วันนี้เลยขอนำบางส่วนที่ซื้อมาลองมาอัพเดทผลการใช้ให้ทราบกันค่ะ
เลือกตัวที่สนใจมาทั้งหมด 7 ชิ้น ไปดูว่าแต่ละชิ้นผลการใช้งานเป็นยังไงบ้างนะคะ
ตัวแรกเป็นแป้งผสมรองพื้นอัดแข็ง ในร้านเค้าจะมีประมาณ 2 เบอร์ สีค่อนค้างใกล้เคียงกัน
ตัวตลับจะแบ่งเป็นสองชั้น คือด้านนึงเป็นแป้ง ด้านล่างเป็นที่เก็บพัฟ แต่ไม่มีพัฟมาให้ด้วยนะคะ
เนื้อแป้งค่อนข้างร่วน ใช้แปรงหรือพัฟจะเกิดเป็นฝุ่นผง ค่อนข้างเลอะเทอะทีเดียว
ตัวแป้งไม่ปกปิด ไม่คุมมัน แต่ภาพรวมของผิวดูนวลเนียน ดูผิวสว่างขึ้น
อาจไม่เหมาะกับสาวผิวเข้มนะคะ เพราะทั้งสองเบอร์ให้สีที่สว่างทั้งคู่
ชิ้นต่อมาคือ Complete BB ที่มาในรูปแบบหลอดบีบ ใช้งานง่าย
เนื้อผลิตภัณฑ์เมื่อบีบออกมาเป็นเนื้อครีมที่ดูเหมือนจะเนื้อแน่น
แต่พอปาดไปบนผิวจะรู้สึกว่าเหลวมาก ไม่ปกปิดเลย เหมือนให้ความชุ่มชื่นเพียงอย่างเดียว
เค้าจะมีเฉดสีสำหรับผิวโทนเหลือง และขาวอมชมพูให้เลือก
ชิ้นต่อมาที่ใช้แล้วชื่นชอบมาก คือดินสอเขียนคิ้วของเค้า
รุ่นนีจะเป็นรุ่นดินสอที่หมุนไส้ขึ้นมา มีปลายอีกด้านเป็นแปรงเกลียวสำหรับเกลี่ยคิ้วให้ดูซอฟท์ลง
เนื้อดินสอนิ่มกำลังดี ไม่แข็งหรือเละเกินไป ไส้เขียนติดผิวเราง่ายด้วย ใช้แล้วชอบมากๆ
มีให้เลือกประมาณสามสี คือ Brown, Dark Brown (สีในรูป) และสีเข้มสุด Brown Gray
อายแชโดว์ในร้าน Daiso มีให้เลือกหลายแบบเหมือนกัน
แต่รุ่นนนี้มีสีหลายช่อง น่าจะนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบ
สำหรับรุ่นนี้ สีเข้มสุดเค้าใช้สำหรับเขียนคิ้ว แต่โดยส่วนตัวคิดว่า ใช้เป็นสีในการคัดเบ้าเหมาะกว่า
สีของเค้าจะอ่อนมาก เป็นสีใสๆสไตล์ญี่ปุ่น อาจต้องใช้ไพรม์เมอร์ช่วยให้เห็นสีสันชัดขึ้น
สีสว่างสุดเป็นสีแบบชิมเมอร์ ให้ความแววได้กำลังดี ใช้แทนไฮไลทืได้อยู่ค่ะ
สำหนับมาสคาร่ารุ่นนี้ต้องบอกว่าไม่เหมาะกับคนขนตาสั้นเอาซะเลย เพราะปัดแล้วขนตาตกทันที
ไม่แนะนำสำหรับคนที่มองหามาสคาร่าที่ให้ขนตางอนเด้งอยู่ทนทั้งวัน ข้ามตัวนี้ไปได้เลยค่ะ
อีกหนึ่งไอเท็มสีสันคือบลัชออนที่ในร้านก็มีหลายรุ่นให้เลือกทั้งเนื้อฝุ่นและเนื้อครีม
เราเลือกรุ่นนี้เพราะเห็นว่าสีสันน่ารักดี ภาพรวมก็ดูน่ารักเกินราคาด้วย
สีด้านนึงเจะเป็นแบบแมท ส่วนอีกด้านจะเป็นประกายชิมเมอร์
ด้านที่เป็นเนื้อด้านต้องขยี้แปรงแรงนิดนึง สีถึงจะติดแปรง แต่เม็ดสีชััดสวยกำลังดีเลย
ด้านที่เนื้ออกชิมเมอร์หน่อยไม่ออกสีนัก จะออกเป็นประกายเบาๆ สามารถบิวท์เพิ่มให้ดูวาวชัดขึ้นได้
ปิดท้ายด้วยลิปสติกเนื้อบางเบา ให้สีสันอ่อนๆ เม็ดสีแน่นกลางๆ
สำหรับสีนี้ซึ่งออกไปทางโทนนู้ดมีชื่อสีว่า Mocha จะมีอีกสองสีที่ออกโทนชมพูและแดง
เป็นลิปสติกราคา 60- ที่คิดว่าโอเคเลย สีสวย ให้ปากชุ่มชื่น แต่อย่าคาดหวังเรื่องการติดทน
นำทั้งหมดมาแต่งหน้าได้ลุคออกมาประมาณนี้เลยค่ะ โดยใช้แค่ 7 ชิ้นข้างบนเท่านั้น
ก็สิริรวมราคาอยู่ที่ 420 บาท โดยส่วนตัวมองว่าค่อนข้างคุ้มค่า แม้บางชิ้นจะไม่โดนเท่าไหร่
แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ ประหยัดเงินด้วยสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางทุกวัน
สามารถชมการใช้แต่ละชิ้นได้ในรูปแบบวีดีโอได้ด้วยนะคะ หากใครสนใจ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกใหม่กันด้วยค่า 🙂

Review Smooth E Extra Sensitive Deep Cleansing Oil


สวัสดีค่ะ วันนี้มีผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ใช้แล้วชอบมาอัพเดทให้ทราบกัน
สำหรับชิ้นนี้นุ่นไม่ได้ซื้อมาใช้เอง แต่ร่วมสนุกกิจกรรมกับ Jeban.com แล้วได้มา
ก่อนหน้านี้เคยใช้ตัว smooth e cleansing water ที่เป็นตัวเช็ดเครื่องสำอางของเค้า
อันนั้นซื้อมาเพราะยากลอง แต่ผลที่ได้คือ ไม่ค่อยถูกกับผิวเท่าไหร่ ใช้ติดต่อกันจะเกิดสิว
ต้องใช้แบบวันเว้นวัน หรือสองสามวันใช้ทีจะไม่มีปัญหา พอได้ตัวนี้มาลองก็แอบหวั่นๆว่าจะรอดไม๊
ไปดูรายละเอียดเบื้องต้นของ  Smooth E Extra Sensitive Deep Cleansing Oil กันก่อนค่ะ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Smooth E Extra Sensitive Deep Cleansing Oil 

นวัตกรรมใหม่ออยล์ล้างหน้าพร้อมทำความสะอาดเครื่องสำอาง ด้วยน้ำมันชั้นเยี่ยม
จากสารสกัดธรรมชาติ ควบคู่เทคโนโลยี bi-continuous phase
ช่วยขจัดคราบเครื่องสำอางเมคอัพจัดหนักได้อย่างล้ำลึก ไม่ว่าในขณะผิวเปียกหรือผิวแห้ง
พร้อมช่วยต้านต้านปัญหาผิวทุกประการเพื่อคุณภาพผิวชั้นเลิศ
ให้ผิวสะอาดใส เนียนละเอียดสุขภาพดี

ด้วยเทคโนโลยี bi-continuous phase เอกสิทธิ์เฉพาะหนึ่งเดียวจากสมูทอี
ช่วยทำความสะอาดเมคอัพได้ล้ำลึก แม้ผิวที่เปียก ให้ความรู้สึกเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ
ล้างออกง่าย ไม่มีน้ำมันตกค้าง
ไม่ทิ้งความมันเหนียวเหนอะหนะไว้ที่ผิวเหมือน Cleansing Oil ทั่วไป
สามารถใช้กับผิวแห้งและผิวที่เปียกได้

 

เหมาะสำหรับผิวทุกประเภท แม้ผิวบอบบาง แพ้ง่ายและเป็นสิวง่าย
เพราะปราศจากน้ำมันมิเนอรัล ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน
ปราศจากสารกันเสียชนิดพาราเบน (Paraben free)
ปราศจากแอลกอฮอล์ (Alcohol free)

 

มีสารสกัดจากธรรมชาติหลายชนิด อาทิเช่น
– คาเมเลีย (CAMELIA) ช่วยฟื้นฟูสภาพผิว ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอย
และบำรุงผิวให้สะอาดใส แลดูอ่อนเยาว์
มะกอก (OLIVE)  ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวรู้สึกเนียนนุ่นและชุ่มชื้น
– โจโจบา (JOJOBA)  ฟื้นบำรุงผิว เสริมน้ำหล่อเลี้ยงผิว
เพื่อให้ผิวละเอียด เนียน นุ่มหลังล้างหน้า

Smooth E Extra Sensitive Deep Cleansing Oil
สามารถขจัดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางแม้ชนิดกันน้ำ
ไม่ว่าจะเป็น แป้ง, รองพื้น, BB-CC Cream, บรัชออน, อายแชโดว์
อายไลเนอร์แม้ชนิดกันน้ำ, มาสคาร่าแม้ชนิดกันน้ำ, ลิปสติก
รวมไปถึงคราบของครีมบำรุง และคราบจากครีมกันแดด

 

ขวดเป็นหัวปั๊ม ใช้งานง่าย มีตัวล็อกฝามาให้ด้วย ตอนเปิดใช้ใหม่อย่าเพิ่งทิ้งนะคะ
เก็บไว้ใช้สะดวกดี เวลาไปต่างจังหวัดมมีตัวล็อกแบบนี้ ไม่เลอะเทอะแน่นอนค่ะ
(ต้องขอโทษที่ไม่มีรูปให้ดู ตอนถ่ายลืมหยิบมาด้วย >,<)

 

 


ขั้นตอนการใช้ก็ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ ใช้ออยแล้วนวดลงบนใบหน้าที่แห้ง
ค่อยๆนวดวนทั่วใบหน้า บริเวณดวงตาที่มีเมคอัพกันน้ำแน่นๆอาจใช้เวลานวดนานสักนิด
หากเข้าตาจะไม่แสบหรือระคายเคืองนะคะ แต่อาจเกิดความมัวขึ้นเล็กน้อย

 

จากนั้นพรมน้ำบนใบหน้าเล็กแล้วนวดให้น้ำมันกลายเป็นน้ำนมแล้วล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า
ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน ซึ่งก็สามารถทำความสะอาดได้เกือบ 100% แล้ว
ตามซอกขนตาไม่เหลือคราบมาสคาร่าแบบกันน้ำเลยค่ะ

 


นุ่นลองทดสอบด้วยการใช้ Cleansing Water ที่ใช้อยู่เป็นประจำเช็ดออกหลังล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า
จะพบว่าเหลือคราบต่างๆอีกเพียงเล็กน้อย หากเราลงออยแล้วล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าที่ใช้อยู่
ก็ถือว่าสะอาดหมดจดแล้วล่ะค่ะ

 


สรุปผลการใช้คือ ในความรู้สึกส่วนตัว นุ่นว่าตัวนี้ทำความสะอาดและสามารถละลายคราบต่างๆได้ดี
อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว มีกลิ่นแนวอโรม่าที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายด้วย
เท่าที่ใช้มาราว 3-4 เดือน ไม่มีอาการแพ้ หรือระคายเคืองใดๆ ผิวหน้าไม่แห้งตึง
ค่อนข้างชอบเลยทีเดียว แต่ติดว่าราคาค่อนข้างสูง คือเกือบ 500 เลย
มียี่ห้ออื่นๆที่ทำได้ดีพอๆกันในราคาที่ถูกกว่า แต่ถ้ามีโปรก็จะซื้อมาใช้อีกค่ะ

อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ คนที่สนใจคงต้องทดสอบด้วยตัวเอง
ไม่สามารถบอกได้ว่าทุกคนใช้แล้วจะไม่แพ้เหมือนกันหมดรึเปล่า ต้องลองกันค่ะ
ใครใช้แล้วเป็นยังไงมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทกันค่า
**รูปแคบจากวีดีโอ ภาพอาจไม่คมชัด ต้องขออภัยค่า**

 

Color Swatches : Mistine Woo Long Lasting Lip Color


สวัสดีค่าาา มาเจอกันในรูปแบบบล็อกขีดๆเขียนๆกันอีกแล้ว

ช่วสัปดาห์ที่ผ่านมาติดภารกิจหลายสิ่ง ตั้งใจจะเขียนบล็อกแต่ก็ไม่มีเวลานั่งนานๆได้เลย
วันนี้ทางสะดวก ระหว่างรอตรวจงานเลยรีบแว่บมาปั่นบล็อกซะเลย
วันนี้จะขอมาเห่อลิปสติกสองแท่งที่เพิ่งสั่งซื้อมาเมื่อไม่นานนี้ เห็นสีสวยดีเลยสั่งมาลองสักหน่อย

Mistine Woo Long Lasting Lip Color ลิปติดเนื้อครีมกึ่งแมทจากมิสทีน
เค้ามาในแพคเกจที่คลับคล้ายคลับคลากับลิปสติกของ Wet’n Wild แต่จะเปิดง่ายกว่ามาก
ของ Wet’n Wild ฝาด้านบนจะสั้น และโชว์เนื้อลิปทำให้เปิดยากและเลอะง่ายมาก
ตัวนี้ฝาจะยาว ไม่เห็นเนื้อลิป เปิดปิดสะดวก ไม่ต้องคอยระวังเลย

รุ่นนี้เค้ามีทั้งหมดประมาณ 5-6 สีนะคะ ไม่แน่ใจ เห็นว่าสีสวยดีเลยสั่งมาลอง 2 สีก่อน
การดูสีในแคตตาล็อกค่อนข้างเยอะ เพราะความเพี้ยนของสีจากงานพิมพ์มีสูง ต้องเผื่อใจไว้ด้วย
อย่างสีเบอร์ 05 ที่นุ่นสั่งมา ในแคตตาล็อกจะดูเป็นสีโทนม่วงพลัมแต่อันนี้ดูเป็นสีบานเย็นเข้มๆ
ทีแรกจะสั่งสีน้ำตาลนู้ดมา แต่ไม่มั่นใจ กลัวว่าจะสีอ่อนจนเป็นนู้ดป่วยๆ เลยไม่ได้สั่งมา

สวอชทั้งสองสีให้ดูจะเป็นว่าสีสันค่อนข้างใกล้เคียงกันทีเดียวเลย
เป็นโทนชมพูที่ต่างระดับความเข้มของสีกันเล็กน้อย

ปาดลงบนริมฝีปากกันบ้าง ลองใช้แล้วค่อนข้างประทับใจ เพราะเนื้อลิปดีเกินราคาเลย
นุ่นซื้อมาในช่วงโปรโมชั่น 2 แท่ง 120 บาท แต่ถ้าซื้อเดี่ยวจะตกแท่งละ 69-89 ประมาณนี้
เนื้อลิปมีความเนียนลื่น สีสันชัดเจน ให้ความแมทเล็กน้อย สีติดทนค่อนข้างดีทีเดียว มีกลิ่หอมอ่อนๆ
ซื้อมาแล้วก็ชอบค่ะ ไม่ผิดหวังเลย อยากซื้อสีอื่นมาเพิ่มอีก เพราะราคาถูกมากๆ

ประสิทธิภาพของเนื้อสีเรียกว่าทนใช้ได้เลย จากรูปนุ่นเช็ดด้วนรีมูฟเวอร์ด้วยการปาดแบบแรงๆ 1 ที
จะเห็นว่าแม้สีจะออกไปเกือบหมด แต่ทินต์ของสีก็ยังคงทิ้งไว้บนผิวเราจางๆ
ต้องค่อยๆบรรจงเช็ดซ้ำอีกรอบจึงจะออกหมด
เพราะฉนั้นตัวนี้ ทานข้าวทานอะไรก็อาจมีเลือนบ้าง แต่ก็ไม่หลุดหายจนปากเราซีดไปเลยค่ะ

ก็เอามาฝากกันนะคะ เผื่อว่าใครสนใจลิปสติกตัวนี้กันอยู่ จะได้ตัดสินใจได้ว่าควรซื้อมาลองรึเปล่า
ในโอกาสหน้า หากซื้อสีอื่นมาเพิ่มอีก จะมาอัพเดทให้สาวๆชมกันอีกค่า
บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณทุกคนที่แวะมาพูดคุยและทักทายกันที่บล็อกด้วยนะคะ

ขอบคุณค่าาา Smiley

Maybelline Lip Gradation Lip Swatches


สวัสดีค่า บล็อกนี้มีลิปรุ่นใหม่ล่าสุดจากเมย์เบลลีนมาอัพเดทสีสันให้ชมกันค่ะ
ลิปรุ่นนี้ออกมาได้สักพักแล้วนะคะ ราคาอยู่ที่ 349- แต่ก็มีโปรฯลดราคามายั่วๆยวนกันบ่อยๆนะคะ

 

ที่วางจำหน่ายตอนนี้มีทั้งหมด 6 เฉดสีให้สาวๆได้เลือกซื้อกันค่ะ เป็นโทนสีเบสิคที่น่าจะชอบกัน

สำหรับลิปรุ่นนี้จะเป็นลักษณะเหมือน Lip Crayon หรือลิปที่เหมือนกับสีเทียนประมาณนั้น
เนื้อลิปจะเนียนลื่นมากๆ ทาแล้วสมูทไปกับริมฝีปากเราเลย ให้ลุคแบบกึ่งแมทกึ่งครีม
ระดับการติดทนปานกลาง อาจมีหลุดบ้างตอนทานอาหาร แต่ทินต์ของสีก็ยังเหลืออยู่บ้าง
จากที่ลองใช้ รุ่นนี้ไม่ได้ทำให้ปากแห้ง ตกร่อง หรือเป็นคราบ แต่ก็ควรหมั่นทาบำรุงด้วยนะคะ

วิธีการใช้ก็แค่หมุนด้านที่เป็นหัวฟองน้ำ เนื้อลิปก็จะโผล่ออกมาให้ใช้งานเรียบร้อย
และการที่มีหัวฟองน้ำก็เพื่อให้เรานำมาใช้เบลนด์สีที่ขอบปากให้ดูฟุ้งสวย หรือทาแบบไล่สีด้านในได้
อันนี้ก็แล้วแต่ชอบ แล้วแต่สะดวกกันเลยนะคะ

มาดูสีสัน และเนื้อสีของทั้ง 6 สีกันค่ะ เม็ดสีของแต่ละสีค่อนข้างชัดเจนเลย
บางสี ทาสีเดี่ยวๆเต็มๆจะสวยกว่าการไล่สีนะคะ อย่างสี Mauve เป็นต้น

ที่นี้ไปดูแต่ละสีกันเลยค่ะว่าทาแบบไล่สี และทาแบบเต็มริมฝีปากจะออกมาเป็นยังไงบ้าง

สีแรกเป็นสี Coral ที่ดูจะออกโทนชมพูอมส้ม สีนี้นุ่นว่าทาได้สองแบบ สวยทั้งสองแบบค่ะ

สีโทนชมพู Pink ก็เป็นอีกสีที่สาวๆหลายคนน่าจะชอบ สีนี้ทาแล้วผิวดูไบรท์ขึ้นด้วย

สี Fuchsia เป็รสีที่มาแรงตั้งแต่ปีทีแล้ว ปีนี้ก็ยังอินกันได้อีกกับสีชมพูอมม่วงแบบนี้

มาถึงสีที่ชอบที่สุดคือสี Mauve สีนี้จะเป็นน้ำตาลอมแดงตุ่นๆ ได้ลุคสุภาพ คลาสสิก
หากใครปากสีเข้ม ไม่สดใส นุ่นว่าสีนี้ทำให้ปากเราดูเข้มสวย และเป็นสีที่ให้ความหรูหราขึ้นมาได้เลย

แน่นอนว่าคอลเลคชั่นไหนๆก็คงขาดสีแดงไปไม่ได้ แต่แดงโทนนี้เป็นแดงที่มีระดับความเข้มเล็กน้อย
ไม่ใช่แดงสดจัดจ้าน นุ่นมองว่าสีแดงโทนเข้มๆแบบนี้ ทาได้เข้ากับทุกสีผิว ทาแล้วรอดทุกคนนะคะ

ปิดท้ายด้วยสีส้มสดใส แต่สีส้มของลิปรุ่นนี้จะอมแดงมาเยอะ ไม่ใช่ส้มสดๆแบบผลส้มอะไรแบบนั้น
ใครชอบส้มสดใส เปรี้ยวปรี้ดอาจไม่ชอบสีนี้เท่าไหร่ แต่เป็นสีที่ทาเบาบางแล้วออกมาดูสวยดีนะคะ

ก็สวอชครบแล้วทั้ง 6 สีนะคะ ใครชอบสีไหนอยากให้ลองใช้กันดู เพราะรุ่นนี้ถือว่าเป็นลิปที่เนื้อดีมากๆ
ควรค่าแก่การมีติดกระเป๋าไว้สักสีมากๆเลยค่ะ เป็นรุ่นที่ชอบและเชียร์ให้มีกันจริงๆ

บล็อกนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายและเยี่ยมชมกันด้วยนะคะ
พบกันใหม่บล็อกหน้าค่าาาา สวัสดีค่ะ Smiley

ESTEE LAUDER New Dimension


สวัสดีค่ะ บล็อกใหม่วันนี้มาแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกมาเมื่อราวๆปลายปีที่แล้ว
สำหรับสาวๆที่รักการคอนทัวร์หน้าให้ดูเรียวเล็กไม่ควรพลาดค่ะ

แพคเกจเรียบหรูดูดีแบบนี้ คือ Estee Lauder New Dimension Shape + Sculpt Face Kit
พาเล็ทสองเฉดสีที่ช่วยเนรมิตใบหน้าเรียวสวยได้รูปในทันที
ช่วยให้ผิวสว่างเปล่งประกายและสร้างโครงหน้าได้รูปและมีมิติ

และพาเล็ทเพื่อผิวรอบดวงตาหนึ่งเดียวที่จะช่วยให้ดวงตากลมโตมีมิติ
Estee Lauder New Dimension Shape + Sculpt Eye Kit
เป็น 2 พาเล็ทที่จะช่วยเรียกความมั่นใจให้ใบหน้าคุณสวยได้รูปในทุกมุมมองค่ะ

Estee Lauder New Dimension Shape + Sculpt Face Kit ราคา 1,600.-
ตลับนี้มาพร้อมผลิตภัณฑ์เนื้อครีมที่ช่วยสร้างโครงหน้าของเราได้อย่างสะดวกและง่ายดายเลยค่ะ
สีอ่อน คือ ไฮไลท์ที่สามารถเพิ่มมิติบนใบหน้าให้ดูนูนขึ้น
เพียงแค่แตะที่หน้าผาก โหนกแก้ม สันจมูก คาง และกระจับริมฝีปาก

ส่วนสีเข้มเป็นตัวช่วยในการคอนทัวร์เพิ่มโครงหน้าให้ดูลึกและชัดขึ้น
เพียงแค่ลงบริเวณกรอบหน้า เก็บบริเวณข้างมูกและปีกจมูกโครงหน้า v-shape ก็มาเหมือนเนรมิต

ผลิตภัณฑ์เนื้อครีม เกลี่ยง่าย สามารถลงได้ทั้งก่อนแต่งหน้า หรือเติมระหว่างวันได้โดยไม่เป็นคราบ
ฟองน้ำที่มีในตลับออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย เข้ามุมในส่วนต่างๆของใบหน้าได้เป็นอย่างดี
แต่หากใครไม่ถนัด จะใช้นิ้วมือหรือแปรงตามแต่ถนัดก็ได้ค่ะ

ตอนที่นุ่นไปลอง BA เค้าเติมให้บนหน้าที่มีเครื่องสำอางค์อยู่แล้วเรา
ปรากฎว่าไม่เป็นคราบอย่างที่เค้าเคลมไว้จริงๆค่ะ

อีกชิ้นคือ Estee Lauder  New Dimension Shape + Sculpt Eye Kit ราคา 1,350.-
ตัวช่วยเพิ่มมิติบริเวณดวงตาของเราในกรณีที่เราไม่ได้แต่งตาด้วยสีแน่นๆจัดๆ

ผลิตภัณฑ์สามช่องจากซ้ายไปขวาประกอบด้วย
ช่องที่ 1 เริ่มลงอาย ไพร์มเมอร์เนื้อครีม ใส ไม่มีสี ทั่วบริเวณดวงตาก่อน
ตามด้วยช่องที่ 2 ตรงกลาง ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมประกายมุก บริเวณหัวตา และโหนกคิ้ว
ปิดท้ายด้วยการเพิ่มมิติดวงตาให้ดูลึกขึ้นด้วยช่องที่ 3 ขวาสุด ผลิตภัณฑ์เนื้อฝุ่นสีน้ำตาล ลงตามรูป
ทั้งนี้ขั้นตอนไม่ได้ตายตัวอะไรนะคะ แล้วแต่เราถนัดเลย

นุ่นลองลงตามรูปในคู่มือที่แนบมาในกล่องได้ประมาณนี้ ใบหน้าดูมีมิติแบบธรรมชาติ
ส่วนเรื่องความติดทนอยู่นานขึ้นอยู่กับสภาพผิวของ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนค่ะ
ราคาอาจสูงไปสักนิด แต่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสาวๆคนไหนที่สนใจชิ้นนี้กันอยู่นะคะ
ท้ายที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ อย่าลืมไปลองสินค้าด้วยตัวเองก่อนนะคะ
บล็อกนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายค่า 🙂

GINO McCRAY Heritage Collection


สวัสดีค่า สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙ ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขสดใสตลอดปีนะคะ Smiley

บล็อกใหม่วันนี้มีเครื่องสำอางค์ยกเซ็ทมาอัพเดทให้เกิดกิเลสกันค่าาา
มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรชวนเสียตังค์กันบ้างงง ^^

ทั้งหมดนี้มาจาก GINO McCRAY Heritage Collection ซึ่งแต่ละชิ้นน่าสนใจมากๆเลยค่ะ
บล็อกนี้จะสวอชสีให้ดูเป็นหลักนะคะ ผลการใช้ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะยังไม่ได้ใช้จริงจังเลยค่ะ
ไปดูกันว่าแต่ละชิ้น มีชิ้นไหนจะถูกใจเพื่อนๆกันบ้างนะคะ 🙂

ชิ้นแรกเป็นแป้ง CC Color Control Powder SPF30 PA++
แป้งเนื้อเนียนบาง ที่ช่วยปรับภาพรวมของผิวให้ดูนวลเนียน
ตัวนี้จากที่ลองจะไม่ได้ปกปิดมากนะคะ ควบคุมความมันได้ปานกลาง แค่ทำให้ผิวดูเนียนใสดี
ตลับเค้าจะค่อนข้างนิดนึง แต่น้ำหนักเบา วัสดุ มีชั้นเก็บพัฟแยกกับตัวแป้ง ป้องกันการเลอะได้ดีมากๆ
กระจกด้านในเต็มบาน ไม่หลอกตา แพคเกจโดยรวมดูสวยงาม เหมาะแก่การพกพาทีเดียวค่ะ

ชิ้นต่อมาคือ CC Collection Complete Cream SPF30 PA++
CC Cream เนื้อฟลูอิดที่เหลวมากๆ ทาแล้วปรับผิวให้ดูสว่างขึ้นเล็กน้อย
เหมาะกับคนที่ผิวดีอยู่แล้วนะคะ เพราะไม่ปกปิดอะไร
แต่ข้อเสียที่เจอคือเค้าไม่ทนน้ำ ทนเหงื่อเลย ไม่เหมาะกับการใช้ในวันที่มีกิจกรรมกลางแจ้งนะคะ

ในคอลเลคชั่นนี้ก็มี Blusher มาด้วยกันสองสี คือ สีโทนพีชและโทนชมพู
ซึ่งสีน่ารักมากๆทั้งสองสีเลย เม็ดสีไม่จัดมาก มีความเป็นฝุ่นเล็กน้อย
แต่ทั้งสองสีปัดออกมาได้ลุคหวานๆ ใสๆ น่ารัก ดูอ่อนกว่าวัยมากๆค่ะ

สาวที่รักงานปากฉ่ำอวบอิ่มต้องไม่พลาด Luxury Gloss ในคอลเลคชั่นนี้นะคะ
เค้าทำสีออกมาสวยฉ่ำถึง 7 สีเลย มีทั้งแบบกลิตเตอร์ และเป็นเป็นกึ่งทินต์ค่ะ
ไปดูกันค่ะว่าแต่ละสีสวยชวนหยิบมาทาวันหลายๆรอบแค่ะไหน
**ต้องขออภัยตกหล่นสวอชสี 07 ไปค่ะ >.<

ด้านบนคือการทากลอสแบบเดี่ยวๆ ทั้งหมดนะคะ

ส่วนรูปด้านบนคือการใช้กลอสสี 01 ทาทับบนลิปสติกสีแดง บริเวณกึ่งกลางริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม
และใช้ลิปสติกสีชมพู ทับด้วยกลอสโทนชมพูเหลือบทอง เบอร์ 02 ค่ะ
การใช้กลอสร่วมกับลิปสติกสีต่างๆช่วยทำให้สีสันดูมีมิติชวนมองมากขึ้นเลยล่ะค่ะ

มาถึงเซ็ทสุดท้าย คือ Charming Lipstick ที่มีให้เลือกมากถึง 10 สีเลยค่ะ
ซึ่งทั้งหมดก็จะคุมโทนอยู่ที่ โทนส้ม โทนชมพู และโทนแดง
ภาพรวมดูใกล้เคียงกัน แต่สวอชแล้วก็มีความต่างของสีอยู่พอสมควร
เนื้อลิปสติกมีความเนียนลื่น และเนื้อสีไม่ได้เป็นพิ้กเมนท์ที่จัดจ้านมาก แต่ก็ให้สีที่ชัดสวยดี
ข้อเสียอย่างเดียวที่รู้สึกคือ กลิ่นน้ำหอมเค้าเยอะไปนิด ทาแล้วรู้สึกกลิ่นน้ำหอมเตะจมูกมา
ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นฉุนๆอาจต้องทำใจนิดนึงนะคะ ไปดูสีทั้งหมดกันดีกว่าค่ะ

หมดไปเรียบร้อยกับทั้ง 10 สี และทั้งหมดในคอลเลคชั่นนี้ ชอบชิ้นไหนกันบ้าง
หวังว่าพอจะเป็นแนวทางในการเลือกซื้อ หรือตัดสินใจในเบื้องต้นให้เพื่อนๆกันได้นะคะ
ส่วนเรื่องราคาค้องไปสอบถามที่ร้านกันดูนะคะ แต่แบรนด์นี้ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
จัดเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ไม่สูงมาก และมีผลิตภัณฑ์หลากหลายให้เลือกซื้อนะคะ
ชอบชิ้นไหน ถูกใจอะไร ต้องไปลองผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองกันอีกทีนะคะ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้นเนอะ


ท้ายสุดต้องขอขอบคุณแบรนด์ GINO McCRAY ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ได้ลองใช้แบบยกเซ็ตเลยนะคะ
รวมถึงเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาทักทายและพูดคุยกันที่บล็อกนี้ด้วยค่า 🙂