Color Swatches L’OREAL PARIS : LE STYLO SMOKY SHADOW STICK


สวัสดีค่า บล็อกวันนี้จะมาสวอชสีอายแชโดว์สติ้กจากแบรนด์ L’OREAL PARIS ให้ชมกันค่า
LE STYLO SMOKY SHADOW STICK จาก L’OREAL ตัวนี้ออกวางจำหน่ายนานพอสมควรแล้วนะ
แต่ช่วงนี้เค้าเอามาโปรโมทใหม่เพราะจัดเป็นไอเท็มแนะนำที่สาวชมใช้แต่งในงานเดินพรมแดงด้วย
ซึ่งก็มีวางขายทั้งหมด 6 เฉดสี ทั้งแบบเนื้อเมทัลลิก และเนื้อแมทค่ะ
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ตัวนี้นอกจากเป็นแบบสติ้กที่ใช้งานได้สะดวกแล้ว ยังมีแปรงในตัวด้วย
แต่โดยส่วนตัวคิดว่าตัวแปรงยังเบลนด์ได้ไม่ดีเท่านิ้วมือเรานะคะ อันนี้เบลนด์แล้วไม่เนียนเท่าไหร่
สีที่สวอชออกมาสวยมากเลยค่ะ สีชัดสวยในการปาดรอบแรกเลย
ตัวสีติดทนกลางๆ ถ้าหนังตามันมากๆก็ไม่รอดนะคะ เลือนหายไปตามกาลเวลา
คนที่ไม่มีปัญหาหนังตามัน สีอาจติดทนนานกว่า จะมีสี 114 สีดำเข้มที่ติดทนดีมากๆ
ลองแต่งบนตาให้ดูความชัดของสีกันค่ะ โดยส่วนตัวชอบนะคะ สีชัดสวยทุกสีเลย
แต่เนื่องจากเป็นคนหนังตาค่อนข้างมันไว เลยชอบใช้ตัวนี้เป็นเบสมากกว่าใช้เดี่ยวๆ
ราคาแท่งละ 399 บาท ก็ถือว่าไม่ถูกไม่แพง แต่เค้าก็มีจัดโปรฯบ่อยๆ ลองเช็คโปรก่อนซื้อกันนะคะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแค่นี้ หวังว่ารีวิวนี้จะมีประโยชน์กับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้กันเนอะ
แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าค่า ขอบคุณที่แวะมาทักทายพูดคุยกันด้วยค่ะ Smiley

Color Swatches Maybelline New York Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection


 …
สวัสดีค่ะ ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปราวสองเดือน
วันนี้มีไอเท็มออกใหม่จาก Maybelline New York มาฝากค่ะ
บล็อกวันนี้จะมาสวอชสี Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection
ลิปสติกเนื้อแมท 5 เฉดสีที่ทำออกมาต้อนรับช่วงใบไม้ร่วงของทางเมืองนอกเค้ากันค่ะ
เมย์เบลลีนมักจะทำปลอกของแต่ละรุ่นออกมาคล้ายกันพอสมควร
สำหรับรุ่นนี้จะเป็นปลอกเนื้อด้านสีแดงขุ่นๆ ด้านก้นลิปสติกจะบอกชื่อรุ่นและเบอร์ไว้ชัดเจน
เวลาหยิบก็พลิกด้านก้นลิปสติกดูนะคะ จะได้หยิบไม่ผิด
รุ่นนี้มีวางจำหน่าย 5 เฉดสี ในโทนชมพู ส้ม แดง
โดยเนื้อสีจะให้ลุคแบบ semi-matte คือไม่ได้ดูแมทจนปากแห้ง ยังดูมีความชุ่มชื้นอยู่
เพราะเค้าใส่สารบำรุงจากนำผึ้งมาด้วย ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน เนื้อลิปไม่ตกร่อง
และเม็ดสีสดเห็นชัด ติดทนนานตลอดทั้งวัน
ทั้ง 5 สี ค่อนข้างมีความใกล้เคียงกันพอสมควร และสีส่วนใหญ่จะออก Cool Tone
ซึ่งจะเหมาะกับสาวผิวขาว หรือสาวผิวขาวอมชมพูแบบฝรั่งมากกว่าสาวเอเชียอย่างบ้านเรานะคะ
ที่ว่าเหมาะกว่าคือเค้าทาออกมาแล้วจะดูเข้ากับสีผิวเค้า ขับผิวให้ดูสวยยิ่งขึ้น
แต่ถ้าใช้กับสาวผิวโทนเหลือง หรือสาวผิวคล้ำ ผิวจะดูลอยๆนิดนึง ทาได้ แต่สีจะโดดหน่อยค่ะ
ส่วนตัวเป็นคนผิวขาวอมเหลือง แต่ยังพอทาสี Cool Tone แบบนี้ได้บ้างในบางสี
แต่เอาจริงๆบางสีก็ทาไม่รอดเหมือนกันนะคะ ไปดูสวอชทั้ง 5 สีของเมย์เบลลีนรุ่นนี้กันค่ะว่ารอดไม๊
นี่คือสีทั้งหมดที่สวอชให้ชมกันในวันนี้ค่ะ โดยส่วนตัวจะชอบสี Vivid 5 มากที่สุด
เพราะทาแล้วขับผิวให้ดูสว่างขึ้น สีอื่นๆมีความสะท้อนแสงค่อนข้างสูง ทาแล้วผิวดูหมองนิดๆ
อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านนะคะ เนื้อสีดี เกลี่ยง่าย
แต่สีที่อ่อนมากๆทาแล้วจะเป็นเรียบเนียนสวยมาก มีเป็นคราบเล็กน้อย ต้องปาดซ้ำหลายรอบสักนิด
สาวๆที่ชื่นชอบสีไหนลองไปเทสต์ด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์กันดูอีกทีนะคะ
รุ่นนี้ราคาไม่แพงเลย แท่งละ 259 บาท เท่านั้น มีจำหน่ายที่เคาน์เตอร์เมย์เบลลีนแล้วค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะมีประโยชน์กับสาวๆที่แวะมาอ่านกันนะคะ
บล็อกหน้าจะมาอัพเดทเรื่องอะไร อย่าลืมแวะมาติดตามกันด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาทักทายด้วยค่า Smiley

Contact Lenses Update – Mimi by Toni & Kitty Kawaii


สวัสดีค่า กลับมาอัพเดทคอนแทคเลนส์กันอีกแล้ว
ล่าสุดที่ได้อัพเดทไปคือเมื่อช่วงตอนต้นปี นี่ก็ผ่านมาครึ่งปีแล้ว ขอมาอัพเดทกันอีกรอบค่า

สำรับเลนส์ที่มาอัพเดทช่วงนี้เป็นสองยี่ห้อนี้นะคะ
คือ Mimi bt Toni และ Kitty kawaii
ซึ่งทั้งสองยี่ห้อก็สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเลยค่ะ ไม่ว่าจะตลาดนัดกลางคืนต่างๆ
เชลฟ์ขนาดเล็กตามห้าง หรือสถานีรถไฟฟ้า ทางเชื่อมสถานนีใต้ดินต่างๆ
เรียกว่าหาซื้อได้ง่ายมากๆ ราคามีตั้ง 200-100 บาท แล้วแต่ร้านค้านั้นๆค่ะ


บล็อกนี้เอาวิธีเปิดขวดคอนแทคเลนส์มาฝากสำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่ในการใส่คอนแทคเลนส์ด้วยค่ะ
โดยขั้นแรกให้เราดูสัญลักษณ์ ^ แบบในรูป แล้วใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงดันเปิดออก
พอเปิดได้แล้ว ที่นี่เราก็จะค่อยๆหมุนตามทิศทางเพื่อเอาแผ่นสแตยเลสบางๆนี้ออกไปนะคะ
จากนั้นก็เปิดจุกยาง และใช้คอตตอนบัดในการแตะคอนแทคเลนส์มาแช่ในตลับเลย
อ้อ…เลนส์เปิดใหม่ควรแช่น้ำยาทิ้งไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก็นำมาใส่นะคะ

เข้าใจวิธีการเปิดแล้ว ก็ไปดูเลนส์แต่ละคู่ที่หยิบมาใส่ให้ดูกันในบล็อกได้เลยค่า Smiley

คู่แรกของ Kitty Kawaii – Cocoro Blue เป็นเลนส์ที่มีลวดลายการไล่สีที่ดูแฟนซีเบาๆ
ใส่แล้วตาจะดูหวานเหมือนมีประกายวิ้งๆ แต่ยังดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตาจนเกินไปค่ะ


ยังคงเป็น Kitty Kawaii เป็นรุ่น Jewel 3 Tone ที่ทำเลนส์ออกมาได้ดูเป็นธรรมชาติมาก
ตัดขอบด้วยการใช้เส้นถี่เรียงต่อกัน ไม่ทำให้ตาดูแข็งจนเกินไป เบลนด์ไล่สีได้สวยกลมกลืนค่ะ

Kitty Kawaii – Je t’aime Brown เลนส์โทนสีน้ำตาลที่ทำลายออกมาแบบโมโนโทน
ทำให้เลนส์ดูอ่อนใส เหมือนตาสีอ่อนตามธรรมชาติ

คู่สุดท้ายจาก Kitty Kawaii – Stella Gray เป็นเลนส์ที่ใส่แล้วได้ลุคสาวเปรี้ยว
สีตาให้สีเทาอ่อน ตัดขอบชัด ตาดูวิ้งแบบเห็นเส้นวงแหวน

มาต่อกันที่ Mimi by Toni บ้าง รุ่น Pastel เค้าเบลนด์โทนสีออกมาได้สวยกลมกลืนดี
มีทั้งสีเขียว สีน้ำตาล ไล่เฉดสีกันกลมกลืนกับลูกตาดำของเรา

คู่นี้จะดูเป็นสีเทาที่เน้นสี เน้นขอบชัดเจน ทำให้ดวงตาเราดูคมชัดมากขึ้น ใส่แล้วดูเป็นลูกครึ่งทันที

เปลี่ยนจากโทนสีเทา สีน้ำตาลมาเป็นโทนม่วงเก๋ๆบ้าง รุ่นนี้จะมีขนาดเท่าตาจริง
ใส่แล้วตาดูมีสีอ่อนสวย และดูเป็นธรรมชาติ แม้จะเป็นเลนส์สีสัน แต่ดูไม่เวอร์ ไม่หลอกตา


มาถึงรุ่นสุดท้ายที่ใส่แล้วตาดูเป็นธรรมชาติสุดๆ ใส่แล้วแทบดูไม่ออกว่าใส่คนแทคเลนส์
ถ้าไม่เจอไฟส่อง หรือโดนแสงแฟลชเข้าจังๆ เพราะรุ่นนี้มีขนาดเท่าตาจริง
การเบลนด์สีของเลนส์ดูเนียน กลมกลืน ใส่แล้วตาเราจะดูหวาน ดูเป็นธรรมชาติมากๆ

Smiley Smiley Smiley

ก็หมดไปแล้วกับเลนส์ทั้งสิบคู่ที่หยิบสลับใช้งานอยู่บ่อยๆในช่วงนี้
หวังว่าพอจะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่สนใจกันได้บ้างนะคะ
ในส่วนของคอนเทคเลนส์บล็อกต่อไป จะหยิบคู่โดนใจมาอัพเดทให้ชมกันอีกแน่นอนค่า
ขอไปเสาะหา ลองใส่ หาซื้อมาเพิ่มก่อนนะคะ
บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมกันค่า Smiley

Bisous Bisous Eyebrow Tattoo Gel


สวัสดีค่า ก่อนหน้านี้นุ่นเคยทำคลิปเกี่ยวกับ Brow Tattoo ของยี่ห้อ Etude ไป
ครั้งนี้มีโอกาสได้ลองอีกยี่ห้อ เลยหยิบมาอัพเดทผลการใช้ให้ทราบกันค่ะ

Bisous Bisous Eyebrow Tattoo Gel เป็นยี่ห้อล่าสุดที่ทำผลิตภัณฑ์เขียนคิ้วแบบลอกอออกนี้มา
ซึ่งเค้ามีการพัฒนาสูตรให้ใช้งานได้ดีขึ้นกว่ายี่ห้ออื่นๆ ที่ทำออกมาก่อนหน้านี้
หากใครสงสัยว่า Eyebrow Tattoo Gel ขออธิบายง่ายๆว่า เป็นคล้ายๆการสักคิ้วค่ะ
ตัวเจลที่เราทาลงบนผิว จะเป็นเนื้อสีที่ติดทนนานโดยที่ใช้แล้วเราแทบไม่ต้องเขียนคิ้วเพิ่มเลย
คิ้วจึงจะติดทนถาวรนานหลายวันตามแต่ระยะเวลาที่เราทิ้งไว้ สามารถทาแล้วทิ้งข้ามคืนได้เลย
แต่มีข้อจำกัดว่า หากต้องการิดทนนานต่อเนื่องหลายๆวัน
หลังใช้ต้องเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวต่างๆโดนจุดนั้นโดยตรง อาจแค่ใช้น้ำลูบเบาๆก็พอ
แต่แค่ล้างทำความสะอาดปกติ สีก็จะสามารถหลุดเลือนก็สามารถออกได้โดยง่ายค่ะ

ในส่วนของหัวแปรงจะไม่ค่อยต่างกันกับยี่ห้ออื่นๆนัก คือจะเรียวเล็กและเขียนง่าย
แต่เนื้อผลิตภัณฑ์จะเซ็ตตัวและแห้งไวมาก ยี่ห้ออื่นอาจต้องรอถึง 20 นาทีขึ้นไป
แต่แบรนด์นี้เคลมแรงเลยว่า 5 นาทีก็ได้เรื่องแล้วจ้าาาา

ส่วนโทนสีเค้าทำออกมา 3 โทนสีตามรูปเลยค่ะ สีค่อนข้างอ่อนนะคะ แต่ทาแล้วดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ
สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับสีผมของเราได้เลย

ตัวเจลเค้าทาแล้วเซ็ทตัวไวอย่างที่เคลมจริงๆ และลอกออกไม่ยากด้วย
ไม่ต้องกลัวว่าขนคิ้วเราจะหลุดออกมาด้วยเลยล่ะค่ะ สามรถดึงลอกเป็นแผ่นแบบนี้เลย

การทาเนื้อเจลลงบนคิ้วเหมือนกันตอนที่เราเขียนคิ้วเลยค่ะ มือใหม่อาจยังไม่ชิน ค่อยๆแต้มไปค่ะ
ทริคคือ ควรเขียนให้น้ำหนักมือมีความสม่ำเสมอ ความหนาใกล้เคียงกัน จะได้ลอกได้ง่าย
และควรเว้นหัวคิ้วไว้เล็กน้อย จะได้คิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นบล็อกเกินไปค่ะ
หากอยากให้ติดทนนานก็ทาข้ามคืน ตื่นเช้ามาค่อยลอกออก
ถ้าทาไว้ในระยะเวลาสั้นๆ ล้างหน้าสีก็หลุดแล้วนะคะ จะไม่ได้ติดทนข้ามวัน
หากอยากทาไว้เพื่อเป็นพื้นคิ้ว แล้วงลงแบบฝุ่นเพิ่ม ทิ้งไว้ 5-10 นาทีก็พอค่ะ

มาดูผลการลอกออกจากการทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ก็จะได้ประมาณนี้
สามารถใช้คอตตอนบัดชุบน้ำเก็บรายละเอียดความเรียบร้อยได้
อย่าลืมว่า ต้องเลี่ยงการโดนน้ำ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้โดนโดยตรงนะคะ
สีของคิ้วที่เราทำไว้จะได้ติดทนนานมากขึ้นค่ะ
แต่หากไม่ต้องการให้ติดทนนานเกินไป ทาไว้แค่ 10 นาที ล้างน้ำสีก็หลุดเลยค่ะ
ใครสนใจอยากหาซื้อมาลองก็สามารถซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ของ Bisous Bisous เลยค่ะ
ราคาอยู่ประมาณ 250-300 บาท จำราคาเป๊ะๆไม่ได้ หลอดนึงใช้ได้นานทีเดียวนะคะ
ก็หวังว่าบล็อกนี้จะมีประโยชน์กับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้กันเนอะ
พบกันใหม่บล็อกหน้า ขอบคุณที่แวะมาพูดคุยที่บล็อกด้วยค่า Smiley



Color Swatches Golden Rose Velvet Matte, Matte Crayon & Vitamin E Lipsticks


สวัสดีค่ะ บล็อกนี้หยิบเอาลิปสติกที่เพิ่งซื้อมา มาสวอชสีให้สาวๆชมกันค่ะ

Golden Rose เป็นแบรนด์เครื่องสำอางค์จากประเทศตุรกี มีขายในบ้านเรามานานแล้วเหมือนกัน
แต่เห็นมาบูมขึ้นในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา และสินค้าขายดีก็คือลิปสติกที่จะมาให้ดูกันในบล็อกนี้ค่ะ
โดยในบล็อกนี้จะมีที่นุ่นซื้อมาเอง 3 แท่ง และได้มาจาก Goodie Bag ของงานจีบันเมื่อปลายปีที่แล้ว

เริ่มต้นที่แท่งแรก คือ Matte Lipstick Crayon No.18 [199-]

05

เนื้อดินสอเขียนง่าย  ถึงชื่อรุ่นจะเป็นแบบแมท แต่ทาแล้วไม่แห้งจนเกินไป
เนื้อลิปกลบสีปากได้ดี ติดทนพอประมาณ ระหว่างวันอาจต้องเติมบ้างค่ะ
ข้อที่ไม่ชอบคือ ดินสอมีขนาดใหญ่และต้องใช้การเหลา เราจำเป็นต้องหากบเหลาเฉพาะมาใช้เพิ่ม
ถ้าทางแบรนด์ทำเป็นแบบออโต้ หมุนไส้ขึ้นมาใช้โดยไม่ต้องเหลาจะดีงามมากๆ
แต่หลังจากที่ได้ลองใช้แล้วรู้สึกชอบทีเดียว คิดว่าคงไปดูสีอื่นๆเพิ่มอีกแน่นอน

รุ่นต่อมาเป็นรุ่นขายดีของเค้าเลย กับรุ่น Velvet Matte Lipstick [259-]
รุ่นนี้เลือกมาลองสองเบอร์ และถ้าลองแล้วโดน ลดราคาอีกเมื่อไหร่มีสอยเพิ่มอีกตามเคยค่ะ

สีแรกที่เลือกมาคือสี No.31 ซึ่งสีใกล้เคียงกับรุ่น Matte Crayon ด้านบนมากกกก
จริงๆก็ต่างกันนิดนึง คือด้านบนจะดูอมส้มกว่า แต่ก็ต่างกันนิดเดียวจนดูไม่ออก
แอบเสียดายที่สีมันใกล้กันมาก อยากให้ต่างกันอีกสักนิด จะได้เหมือนมีสีใหม่เพิ่มขึ้น >,<
รุ่นนี้ถึงจะเป็นแบบแมท แต่เนื้อก็มีความครีมมี่อยู่พอสมควร
ทาง่าย เนียนสมูธไปกับริมฝีปากเราเลย ทินต์ของสีก็ชัดเจน ติดทานปานกลางค่ะ

อีกเบอร์ที่สอยมาเป็นโทนเข้มสุดๆ คือ No.23 สีแดงก่ำๆแบบที่ชอบ

สีโทนเข้มๆแบบนี้ ควรสครับปากให้เรียบเนียนก่อนใช้
เพราะถ้าปากแห้งลอก สีจะตกร่องทาแล้วเนื้อสีจะไม่ดูสม่ำเสมอ ไม่สวยงามค่า
แต่สีโทนเข้มเบอร์อื่นๆของเค้าก็สวยจริงๆ เลือกยากมากๆค่ะ

อีกหนึ่งรุ่นที่นำมาแนะนำกันคือรุ่น Vitamin E [199-] เป็นรุ่นที่ทาแล้วช่วยบำรุงริมฝีปากในตัวด้วย
รุ่นนี้สีเค้าจะเป็นเนื้อเพิร์ล คือเนื้อแบบมุกๆ ทาแล้วให้ปากดูเงาๆเหลื่อมๆ
เนื้อสีแบบนี้อาจไม่ได้เป็นที่นิยมมาก แต่ทาแล้วก็ให้สีที่ดูสวยแปลกตาไปอีกแบบค่ะ
รุ่นนี้นุ่นได้มาจาก Goodie Bag ในงานครบรอบ 8 ปี ของเวบจีบันเมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ

สีแรก สี No.102 เป็นสีที่สวยแปลกดีค่ะ สีออกม่วงตุ่นๆ แต่ทาแล้วสวยไปอีกแบบ
วันไหนอยากได้สีปากเก๋ๆไม่ซ้ำใคร ฟาดสีนี้ไปเลยค่ะ

สี No.64 เป็นสีชมพูบาร์บี้มากๆ ทาแล้วนึกถึงสีบนปากตุ๊กตาบาร์บี้ได้เลย
สีนี้เหมาะกับสาวที่ชอบแต่งหน้าสไตล์หวานๆ หรือไม่ก็เปรี้ยวปรี้ดไปเลยค่ะ

ก็ครบหมดแล้วทั้ง 5 สี 3 รุ่นที่หยิบมาแนะนำกันในวันนี้นะคะ
ใครชอบรุ่นไหน สนใจสีอะไร ลองแวะไปลองสีกันที่เคาน์เตอร์เค้าดูนะคะ
นอกจากลิปสติกที่ขายดี ยังมีอายแชโดว์ แป้ง บลัชออน และอื่นๆให้เลือกลองอีกเพียบ
ราคาไม่สูงเกินไป เรียกว่าราคาเอื้อมถึง และให้คุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ดีด้วย
ถ้ามีโอกาสไปสอยอย่างอื่นมาเพิ่ม จะหยิบมารีวิวกันอีกนะคะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่า Smiley

Gabriella Salvete Cosmetics


สวัสดีค่า บล็อกใหม่วันนี้ มีแบรนด์นำเข้าจากอิตาลี แต่ราคาไม่แพงอย่างที่คิดมาแนะนำกันค่ะ

Gabriella Salvete (กาเบรียลลา ซาเวเต้) เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งมีเคานท์เตอร์ในบ้านเรานะคะ

จัดเป็นแบรนด์ยอดนิยมในอิตาลีเหมือนกัน มีสินค้าหลากหลาย และราคาไม่แพงเกินไปด้วย

ทางแบรนด์เค้าส่งมาให้นุ่นลองหลายชิ้นเลย มาดูกันค่ะว่าแต่ละชิ้นใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง

เริ่มที่ Gabriella Salvete 3 IN 1 Long Lasting Foundation [30ml/350-]

หลอดนี้เป็นรองพื้นแบบ 3 in 1 ที่รวมเอาเบสไพร์เมอร์ รองพื้น และคอนซีลเลอร์เข้าไว้ด้วยกัน

โดยมีส่วนผสมของสารกันแดดที่มีค่า SPF15 ไว้ด้วย แบบนี้เรียก 4 in 1 ได้เลยนะคะ

คุณสมบัติเค้าคือ ติดทนยาวนาน 12 ชม. มีวิตามินซีช่วยเรื่องความกระจ่างใส

นอกจากนั้นยังสารสกัดจากดอกคาโมไมล์ที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวอีกด้วย

ผลการใช้ สำหรับตัวนี้เป็นเนื้อครีมที่ไม่หนาข้นมากนัก เกลี่ยง่าย ปกปิดน้อย ถึงปานกลาง

หากอยากได้การปกปิดที่มากขึ้น ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยในจุดที่ต้องการปกปิดเป็นพิเศษ

ตัวนี้จึงไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวมีร่องรอยเยอะๆ เหมาะกับคนที่ผิวดีอยู่แล้วมากกว่า

หลังใช้ผิวดูชุ่มชื่นเล็กน้อย ไม่ดูแมทหรือดูมันวาว และไม่ได้ควบคุมความมันระหว่างวัน

แต่เนื่องจากทางแบรนด์ส่งสีที่เข้มกว่าผิวมาให้ จึงตอบไม่ได้ว่าหมองหรือดรอปลงบ้างรึเปล่าค่ะ

มาดูที่แป้ง Gabriella Salvete Face Mineral Powder [13g./390-] กันบ้าง

แป้งอัดแข็งเนื้อละเอียดที่มีส่วนผสมของสารบำรุงนานาชนิดใส่มาด้วย

ให้ฟินิชลุคแบบแมตต์ และควบคุมความมัน ไม่อุดตัน ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิว

ผลการใช้ แป้งตัวนี้นุ่นใช้คู่กับแปรง โดยไล้ไปเบาๆบนผิว ช่วยคุมมันได้ราวๆครึ่งวันนะคะ

พอครึ่งวันหลังผิวจะฉ่ำๆขึ้นเล็กน้อย คนผิวแห้งอาจจะคุมมันได้ตลอด

สีแป้งจะออกโปร่งแสง ไม่เห็นสีสันชัดเจน ให้ผิวดูนวลเนียน ไม่หนา ไม่หนักหน้าค่ะ

 Gabriella Salvete Fiorello Rouge [4.5g./390-] กันบ้าง

บลัชออนเนื้อนุ่มละเอียด พิ้กเมนต์สีชัดเจน อุดมไปด้วยสารบำรุงจากวิตามินเอและอี

ผลการใช้ เนื้อบลัชออนค่อนข้างเป็นผงร่วน ให้สีสันสวยชัด และติดทนดีค่ะ

Gabriella Salvete Autometic Eyeliner Contour [4.6g./290-] 

อายไลน์เนอร์ในรูปแบบดินสอ สีดำสนิท เนื้อเนียนลื่น เขียนง่าย

เป็นดินสอแบบหมุนที่ใช้งานได้สะดวกโดยไม่ต้องเหลา อุดมด้วยคุณค่าสกัดจากวิตามินอี

ผลการใช้ เนื่องจากเป็นคนที่หนังตามันไวมาก รวมไปถึงใต้ตาด้วย จึงไม่ค่อยไลน์เนอร์แบบดินสอ

แต่หากใช้งานจะใช้ในการเขียนแนวเส้นขนตาบน ตัวนี้จะมีเลอะบ้างเล็กน้อยระหว่างวัน

หากใครมีปัญหาเดียวกัน ตัวนี้ไม่เหมาะใช้เผชิญอากาศร้อน หรือกิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อ

เพราะอาจเลอะหรือไหลเยิ้มได้ ในห้องแอร์จะเหมาะกว่า ไม่เลอะไม่เลือน

 Gabriella Salvete Dimete Volume & Lenght Mascara [11ml./590-] กันบ้าง

มาสคาร่าเนื้อดำสนิท มาพร้อมขนแปรงที่ช่วยให้ขนตาหนาและเรียงเส้น

ทนความชื้นและเหงื่อได้เป็นอย่างดี ไม่เลอะ ไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน

ผลการใช้ ตัวนี้ไม่เหมาะกับคนขนตาสั้นนะคะ เพราะปัดปุ๊ป ขนตาตกปั๊ปเลย

แต่เค้าช่วยให้ขนตาดูหนา ดูมีวอลลุ่มขึ้น และเรียงเส้นสวยงามเลย

หัวแปรงขนาดปานกลาง ปัดได้ง่าย ไม่เลอะเปลือกตา คนที่ไม่มีปัญหาขนตาตกน่าจะชอบ

ปิดท้ายด้วย Gabriella Salvete Dolcezza Lipstick [4.2g./390-] กันค่ะ

ลิปสติกเนื้อสัมผัสนุ่ม พิกเมนต์แน่น กลบริมฝีปากได้แนบสนิท เนื้อลื่น เกลี่ยง่าย ติดทนนาน

ผลการใช้ เนื้อลิปค่อนข้างนิ่มและเนียนลื่น ทาได้เรียบลื่นดี ให้สีสันสวยชัดเจน

แต่ความที่เนื้อลิปนิ่มมากต้องใช้ระวังนิดนึง เพราะอาจหักได้ง่าย โดยเฉพาะอากาศร้อนๆตอนนี้

Smiley  Smiley  Smiley  Smiley

ก็ครบถ้วนหมดแล้วนะคะ สำหรับผลการใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Gabriella Salvete

เค้ายังมีอีกหลายชิ้นที่น่าสนใจ ลองเข้าไปดูกันเพิ่มเติมได้ที่ gabriellasalveteth

น่าจะมีสักชิ้นที่ถูกใจสาวๆกันนะคะ บล็อกนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาอัพเดทกันด้วย

พบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ ขอบคุณค่ะ 🙂

Colourpop Lip Swatches


สวัสดีค่าาาาาา
ถ้าพูดถึงแบรนด์ Colourpop ชื่อว่าสาวๆที่รักการแต่งหน้า ชอบช้อปปิ้งเครื่องสำอาง
คงรู้จักกันถ้วนหน้า และหลายคนก็คงจะมีลิปสติกของแบรนด์นี้ในครอบครองกันอยู่แล้วเนอะ
สำหรับสาวๆท่านไหนที่ยังไม่รู้จัก หรือยังไม่เคยมี วันนี้มีสวอชสีลิปของแบรนด์นี้มาฝากกันค่ะ

สำหรับเซ็ทนี้ประกอบไปด้วยลิปเนื้อแมท 2 แท่ง และเนื้อซาติน 2 แท่งค่ะ
เราซื้อมาได้ในราคาที่ค่อนข้างถูก คือสองร้อยกว่าบาท (ราคาหน้าเวบ 6 เหรียญ)
โดยการแชร์ค่าชิปปิ้งกันค่ะ เพราะแบรนด์นี้ไม่มีส่งมาที่ไทยเนอะ ต้องส่งผ่าน บ.ชิปปิ้ง
ซึ่งตรงนี้ก็มีน้องที่รู้จักกันจัดการให้หมด เลยไม่มีข้อมูลวิธีการซื้อนะคะ
แต่ถ้าใครสนใจก็มีร้านพรีออร์เดอร์ในไทยหลายร้านที่รับหิ้วมา ต้องลองเสิรชกันดูค่ะ

มาดูทั้ง 4 สีที่สวอชลงบนหลังมืให้ดูก่อนเลย สองสีแรกเป็นเนื้อซาติน และเนื้อแมตสองสีหลังค่ะ

เทียบแต่ละสีจากแท่งก็ประมาณนี้เลย

ทาบนริมฝีปากได้มาประมาณนี้ ต้องขออภัยที่รูปจากสี Tulle เบลอไปนะคะ

สรุปผลการใช้

ถ้าพูดถึงเรื่องเม็ดสี บอกได้เลยว่าแน่นมากกกกก ปาดทีเดียวรู้เรื่องค่ะ
เรียกว่าทาครั้งนึง ปาดทีสองทีก็อยู่เลย แล้วแต่ละสีของเค้าคือสวยมากๆ

สำหรับใครที่ไม่ชอบเนื้อลิปแบบแมทจนปากแห้งคงต้องมองข้ามรุ่นเนื้อแมทไปเลยนะคะ
เพราะเนื้อเค้าจะแห้งมากจริงๆ และติดทนมากทีเดียว แนะนำให้ใช้เนื้อซาตินจะดีกว่า
แต่เนื้อซาตินจะไม่ติดทน อยู่นานแบบเนื้อแมทนะคะ ทานข้าวนี่ก็เริ่มหลุดแล้วค่ะ

สำหรับลิปสติกทั้งสองรุ่นจะตกร่องเห็นร่องปากชัดเจนในกรณีที่เราปากมีร่อง ไม่เรียบเนียน
หมั่นสครับบ่อยๆ ริมฝีปากจะได้เนียนขึ้น ทาลิปสติกออกมาได้ริมฝีปากอวบอิ่มสวยงามนะคะ

ท้ายสุดต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยที่บล็อกกันด้วยค่า 🙂

สามารถชมแบบวีดีโอได้ ที่นี่ ค่ะ