Review Maybelline Pure BB Mineral Oil Serum


 

สวัสดีค่ะ วันนี้ขอมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจาก Maybelline กันค่ะ

เมย์เบลลีนเค้ามีอัพเดทสินค้าใหม่ๆในหนึ่งปีเรียกว่าเยอะทีเดียว
ในต่างประเทศก็มักจะมีสินค้าใหม่ๆออกมาให้เราได้กรี้ดกร้าดรอคอยให้เข้าไทยซะที

สำหรับชิ้นที่หยิบมาอัพเดทวันนี้ เป็นสิ่งที่ทางแบรนด์เพิ่งส่งมาให้ลองไม่นานนี้เองค่ะ

Maybelline Pure BB Mineral Oil Serum [329-] มาพร้อมฉลากภาษาญี่ปุ่น
คาดว่าน่าจะมีจำหน่ายในญี่ปุ่นด้วย และเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นออยเบสแบบนี้
ก็เหมาะกับภูมิประเทศเค้าด้วย ใครเคยเจอที่นู่น เล่าสู่กันฟังได้นะคะ
ทีนี้ถ้ามาใช้กับเมืองร้อนแบบบ้านเราจะเป็นยังไง เดี๋ยวมาอัพเดทกันค่ะ
คุณสมบัติตามคำเคลมคือ ผลิตถัณฑ์เนื้อบีบีที่มอบการบำรุงอย่างล้ำลึก

ด้วยน้ำมันอาร์แกนถึง 65% ช่วยให้ผิวดูฉ่ำโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ

ฉลากด้านหลังที่เป็นภาษาไทยจะบอกคุณสมบัติหลักๆของเค้า คือ ปกปิด บำรุง และป้องกัน
โดย ปกปิด ริ้วรอยและจุดบกพร่องบนใบหน้าได้อย่างเรียบเนียน เนื้อสัมผัสเบา สบายผิว
บำรุง ด้วยสารสกัดจากอาร์แกน ออยล์ บำรุงผิวให้ดูฉ่ำโกลว์ สุขภาพดี
ป้องกัน ผิวกน้าจากความหมองคล้ำ และริ้วรอยก่อนวัน

นอกจากนั้นยังมีค่า SPF มาให้ถึง 40PA+++ ด้วย

รวมถึงอธิบายวิธีใช้ คือการเขย่าก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อให้เนื้อบีบี และออลย์เซรั่มเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

สำหรับสีที่วางจำหน่ายในบ้านเราคือ เบอร์ 01 สีเนื้ออ่อน และ เบอร์ 02 สีเนื้อ
ทั้งสองสีเป็นสีโทนเหลืองที่เหมาะกับสีผิวสาวไทยอย่างเรามากๆ
จากที่ลอง สี 02 จะดรอปลงหลังทาเล็กน้อยนะคะ แต่ไม่ถึงกับทำให้หน้าดูหมองลงไปค่ะ

เนื้อผลิตภัณฑ์มีความเหลวเป็นน้ำเลย แต่ก็สามารถเกลี่ยให้เนียนกับผิวได้ง่าย ไม่เป็นคราบ

ว่าใช้นิ้วมือเกลี่ยจะดีที่สุด เพื่อให้ความอุ่นจากนิ้วมือเราช่วยให้ผลิตภัณฑ์ติดผิวมากขึ้น
และได้ผิวที่ดูเรียบเนียน ฉ่ำสวยเป็นธรรมชาติ
เค้าเคลมมาอีกอย่างว่าไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่จริงๆด้วยความที่เป็นออยเบสก็จะเหนียวพอสมควร
คนผิวมัน หรือผิวผสมใช้ได้นะคะ แต่อาจจะต้องรอเค้าเซ็ทตัวสักพักใหญ่ๆ
ส่วนคนผิวแห้งน่าจะถูกใจเลย เพราะเค้าให้ความชุ่มชื้นดีทีเดียว

เปรียบเทียบการทาแบบครึ่งหน้า จากรูปใช้สี 01 เค้าจะปรับผิวให้ดูกระจ่างขึ้น
และปกปิดรอยกระได้ปานกลาง รอยแดงดูหายไป ได้ผิวที่ค่อนข้างดูสุขภาพดี

มาดูแบบชัดๆกับผิวหน้าทั้งสองด้าน ซึ่งก็มีสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอกัน รวมถึงรอยกระด้วย
ระดับการปกปิดอยู่ที่ปานกลาง สามารถเพิ่มเลยเยอร์เพื่อการปกปิดได้
แต่โดยรวมคิดว่าลงรอบเดียวจะได้งานผิวที่ดูเนียนสวย เป็นธรรมชาติมากกว่า

หลังจากเซ็ทด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสง ก็จะได้ผิวที่ยังดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ ดูไม่โบ๊ะจนเกินไป

สรุปผลการใช้ MBL Pure BB Mineral Oil Serum ตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ด้วยความที่เค้าเป็นออยเบส และส่วนตัวเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน
น้ำมันบนผิวก็ผุดขึ้นตามปกติเลย คือผ่านไปสักครึ่งวันช่วง T-Zone จะเริ่มมันแล้ว
ส่วน U-Zone จะยังไม่มันมากนัก จะมันหนักๆทั้งหน้าก็ช่วงเย็นๆค่ะ
พอซับหน้าแล้ว เมคอัพจะมีหลุดตามซอกจมูกบ้าง แต่โดยรวมก็ยังดูโอเคอยู่
ทัชอัพเพิ่มได้ ไม่เป็นคราบค่ะ
แต่เนื่องจากทำงานในห้องแอร์ทั้งวัน มีอยู่ในห้องที่ไม่มีแอร์คือช่วงเที่ยง
จึงไม่สามารถบอกได้ หากอยู่ในวันที่อากาศร้อนจัดๆจะไหลเยิ้มหรือไม่นะคะ
Smiley
จัดเป็นหนึ่งไอเท็มที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับคนที่ชอบลองของใหม่
สำหรับคนผิวแห้งน่าจะถูกใจกัน เพราะผิวดูไม่แห้งกร้าน มีความฉ่ำผิวระหว่างวันแต่ไม่หมอง
ส่วนคนผิวผสม หรือผิวมันที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่เน้นการคุมมันอาจไม่ถูกใจสักเท่าไหร่ค่ะ
เพราะตัวนี้ไม่ช่วยในเรื่องการควบคุมมัน แต่เน้นเรื่องการบำรุงผิวมากกว่า
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันนะคะ
บล็อกหน้ายังมีอะไรน่าสนใจมาอัพเดทกันอีก ฝากติดตามกันด้วยค่า
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาพูดคุยและทักทายที่บล็อกทุกคนนะคะ
บล็อกนี้ลาไปแล้ว สวัสดีค่ะ Smiley

Bisous Bisous Call Me a Crystal Collection


สวัสดีค่ะ ออกใหม่กันอีกแล้วกับแบรนด์ Bisous Bisous [บีซู บีซู]
จริงๆเค้าออกมาได้สักเดือนสองเดือนแล้ว หลังจากที่ลองหยิบใช้สักพัก ก็ถึงเวลามาอัพเดทกันค่ะ

สิ่งที่โดดเด่นของแบรนด์นี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของแพคเกจ ทั้งกล่องบรรจุภัณฑ์ หรือตัวสินค้าเอง
ที่ไม่ว่าจะกี่คอลเลคชั่นก็ทำให้เรากรี้ดกร้าดได้เสมอ เพราะเค้าทำออกมาได้น่ารักถูกใจสาวๆตลอด
กล่องบรรจุภัณฑ์รุ่นนี้จะเป็นสีขาวมุก งานพิมพ์สวยงามน่าเก็บ เสียดายลืมถ่ายมาฝากกันค่ะ
คอลเลคชั่นใหม่นี้คือ Call Me a Crystal วันเปิดตัวนุ่นติดธุระไม่ได้ไปเลยไม่ทราบคอนเซ็ปท์ของเค้า
แต่เข้าใจว่าเค้าต้องการเน้นถึงผิวที่ดูเปล่งประกาย มีออร่า สวยงาม ดูสุขภาพดีนะ

เริ่มต้นที่ชิ้นแรกของเค้าคือ Call Me a Crystal Brilliant Twist Mascara Extreme Mascara
มาสคาร่าที่สามารถหมุนเพื่อปัดขนตาให้เราได้แบบอัตโนมัติ ที่ก่อนหน้านี้เค้าก็มีแบบนี้มาแล้ว
ความสะดวกคือแค่คลิ้กปุ่นที่ปลายแท่ง ด้านขนแปรงมาสค่าร่าก็สามารถหมุนได้ถึง 360 องศา
ช่วยปัดให้ขนตาเรียงเส้น  ขนตาดูหนาฟู และสีเข้มขึ้น แต่ก็ใช้ยากสำหรับมือใหม่นะคะ

มาสคาร่ารุ่นนี้คนขนตาสั้นปัดแล้วตกค่ะ ถ้าจะงอนขึ้นต้องปัดซ้ำหลายรอบมากถึงจะงอนอยู่ตัว
แต่ช่วยให้ขนตาดูและดำขึ้นมากทีเดียว ด้วยความที่เป็นระบบสั่นในตัว การปัดอาจควมคุมยากสักนิด
บางจังหวะอาจมีเลอะที่เปลือกตาได้ ใครไม่ถนัดปัดแบบไม่ใช้ระบบสั่นจะดีกว่า
หัวแปรงใหญ่อาจปัดขนตล่างได้ลำบากสักนิด ต้องใช้เวลาในการใช้ให้ชินมือพอสมควร
รุ่นนี้ทนน้ำทนเหงื่อได้ค่อนข้างดี ไม่เลอะเป็นแพนด้าใต้ตามาก อาจมีบ้างแต่น้อยมากๆค่ะ

Call Me a Crystal Signature BB Cream Spf 27 PA++
ในแทบทุกคอลเลคชั่นของบีซูบีซู เค้ามักจะพัฒนาสูตรของ BB Cream ออกมาให้เราได้ใช้เสมอๆ
รุ่นนี้จะให้ความฉ่ำวาว ผิวดูอิ่มน้ำ มีให้เลือกใช้สำหรับสาวผิวขาวอมชมพูและสาวผิวโทนเหลือง
บีบีจะไม่ปกปิดปานกลาง และช่วยกระจายแสงให้ผิวดูสว่างสดใส ผิวดูฉ่ำระหว่างวันค่ะ
ขวดเค้าจะเป็นแบบหัวปั๊ม ใช้งานง่าย และเนื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องสัมผัสกับอากาศภายนอก
ทำให้ทุกครั้งที่เราใช้งาน จะได้เนื่อผลิตภัณฑ์ที่ใหม่อยู่เสมอ

Call Me a Crystal Universal Concealer และ Call Me a Crystal Face Bright
ชิ้นนี้หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ต่างกันที่ชิ้นนึงคือคอนซีเลอร์และอีกชิ้นคือไฮไลท์
ผลการใช้งานคือใช้แทนกันได้เลยค่ะ หัวแปรงดีมาก ใช้งานง่าย
เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อครีมที่เกลี่ยได้ง่ายมาก และไม่ตกร่องมากนัก
แต่คอนซีลเลอร์สีจะค่อนข้างเข้มและออกโทนเหลือง สาวผิวขาวมากๆทาแล้วอาจดูเข้มไป
ส่วนตัวไฮไลท์กลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคอนซีลเลอร์สำหรับสาวผิวขาวมากกว่า
ไม่ได้สว่างหรือเกิดความวาวขนาดเป็นไฮไลท์ได้ขนาดนั้น เลยคิดว่าใช้เป็นคอนซีลเลอร์ได้สบายมาก
แต่อาจไม่ให้การปกปิดมากนัก แต่ช่วยกระจายแสงให้ใต้ตาดูสว่างได้

และท้ายสุดคือ Call Me a Crystal Lipstick
เห็นแพคเกจเจ้าหญิงแสนหวานไม๊เอ่ย น่ารักมากๆ รุ่นนี้มีกระจกมากับปลอกลิปสติกด้วย
เราสามารถหยิบทาโดยไม่ต้องควานหากระจกจากที่อื่นแล้ว และทะลวดลายออกมาน่ารักมากๆ

สำหรับลิปสติกรุ่นนี้จะเป็นเนื้อ Cream Matte ที่เป็นสูตร Long Lasting
ถึงจะเป็นเนื้อแมต แต่ทาแล้วปากไม่แห้ง เพราะเค้ามี Shear Butter และ Vitamin E ด้วย
ทำให้ริมฝีปากไม่แห้งกร้าน และให้ความชุ่มชื้นในตัว ทาง่ายและไม่เป็นคราบ
พิ้กเมนท์ของสีสดชัดมาก ชอบที่สุดคือ สีสันไม่สดจนทายากเกินไป ทาได้ง่ายๆในทุกๆวัน

สีนี้จะเป็นสีที่ออกโทนส้มนู้ดๆหน่อย แต่สีไม่ป่วยมาก ทาสีเดียวยังได้อยู่ค่ะ

สำหรับสีนี้จะให้ความรู้สึกสดใส เพราะเป็นสีชมพูหวานๆ ที่เหมาะกับการใช้ในทุกโอกาส

แน่นอนว่าจะขาดลิปสติกสีโทนแดงไม่ได้เลย ต้องมีนะ!! เป็นแดงที่ไม่สดมาก ทาได้ทุกวัยค่ะ

และปิดท้ายกับสีชมพูอมม่วงนิดๆ สีนี้เหมาะกับทุกสีผิวนะ ผิวขาวหรือผิวเข้มทาแล้วสวยแน่นอนค่ะ

BSBSlip

เอาล่ะ..สาวๆชอบสีไหน ก็ต้องไปลองที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ ว่าถูกใจกันรึเปล่า
สุดท้ายต้องขอบคุณผลิตภัณฑ์จาก Bisous Bisous ที่ส่งมาให้ลองให้อัพเดทกันค่ะ
พบกันใหม่บล็อกหน้านะคะ สวัสดีค่า 😉

Smiley  Smiley  Smiley  Smiley

Review : Sulwhasoo Snowise Whitening Essence BB


วันนี้หยิบเอา Sulwhasoo Snowise Whitening Essence BB แบรนด์ดังของเกาหลีมาอัพเดทกันค่ะ
รูปบนคือหน้าตาแพคเกจที่วางขายอยู่ที่เคาน์เตอร์นะคะ ส่วนรูปล่างคือไซส์ทดลองที่นุ่นได้มาใช้ค่ะ

สำหรับคุณสมบัติของบีบีรุ่นนี้คือ บีบีเนื้อบางเบาที่มอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
ปกปิดริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูมีออร่า เปล่งประกายขาวใส

สีของเค้าจะประมาณนี้นะคะ  สีเบอร์ 2 เป็นสีโทนเนืื้อ อมเทานิดๆ
จะมีกลิ่นโสมอ่อนๆตามแบบฉบับของผลิตภัณฑ์แบรนด์นี้นะคะ

เนื้อครีมเกลี่ยง่ายและซึมเร็ว ให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดี
หลังจากบีบีเซ็ตตัวแล้วดูกลมกลืนไปกับผิวของเรา ไม่วอก ไม่ลอย (ถ้าเลือกให้เหมาะกับสีผิวเรา)


การปกปิดน้อยนะคะ แต่ภาพรวมของผิวดูดีกว่าเดิม และดูเป็นธรรมชาติมากๆ
ถ้าใครที่มีพื้นฐานผิวดีอยู่แล้วก็จะทำให้ผิวดูมีออร่ามากขึ้น
ดูเป็นผิวจริง ผิวดีมาแต่กำเนิดประมาณนั้นเลย

จากรูปนุ่นลงบีบีอย่างเดียวนะคะ ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดๆแล้ว เพราะบีบีรุ่นนี้มีสารกันแดด SPF50 PA+++
ไม่ต้องลงกันแดด หรือรองพื้นเพิ่มก็คิดว่าเพียงพอที่จะให้ผิวเราดูเนียนใส ไม่โบ๊ะแล้ว
ลงแป้งฝุ่นแบบโปร่งแสง และแต่งหน้าตามขั้นตอนปกติ เป็นอันจบ พร้อมไปทำงานค่ะ

รูปนี้หลังจากผ่านไปราว 10 ชม. ผิวจะมัมวาวขึ้น แต่ดูไม่หมองเลย
นุ่นเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน ถึงตัวนี้จะไม่คุมมัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผิวมันเยิ้มมากอย่างที่คิด
โดยรวมค่อนข้างชอบทีเดียวค่ะ ได้ลองไซส์ทดลองแล้วก็ทำให้อยากซื้อไซส์จริงมาใช้เลย
แต่ติดตรงที่แบรนด์นี้จะราคาค่อนข้างสูงทีเดียว และมีบีบีตัวอื่นในราคาที่เบากว่าใช้ได้ดีพอๆกัน
ไม่แน่ใจว่าที่เคาน์เตอร์ราคาเท่าไหร่นะคะ ใครสนใจคงต้องไปสืบราคากันดู

หวังว่ารีวิวนี้จะพอมีประโยชน์สำหรับคนที่สนใจบีบีตัวนี้กันอยู่นะคะ
ทั้งนี้ผลการใช้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย ต้องลองไปเทสต์เนื้อผลิตภัณฑ์กันด้วยตนเอง
ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทข้อมูลกันด้วยนะคะ พบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ

Hot Hit Items from Maybelline New York


สาวๆคนไหนที่ชอบอัพเดทข่าวสารต่างๆของกบล็อกเกอร์ดังจากต่างประเทศ
คงแอบอิจฉาเค้าเบาๆ  ว่า แหม…มีอะไรใหม่ๆให้ได้ใช้กันตลอดเวลา
และเราก็โดนความอยากครอบงำไปชั่วขณะ และประเด็นสำคัญคือ สิ่งนั้นๆบ้านเราดันไม่มีขายซะด้วย
แต่ช้าก่อน..ตอนนี้ Maybelline เค้านำเข้าไอเท็มสุดฮิตจาก USA มาให้เราได้ลองบ้างแล้วล่ะค่า
หุหุ..ที่นี้เราก็ได้ลองใช้ของใหม่ฮอตฮิตกับเค้าบ้างแล้ว Smiley

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ต้องขอบคุณทาง MaybellineThailand ที่ส่งมาให้ทดลองใช้ด้วยนะคะ
จริงๆเค้าส่งมานานแล้วเหมือนกันนะ บางชิ้นก็สวอชสีให้ดูทาง IG ไปบ้างแล้ว
แต่ครั้งนี้ถือโอกาสรีวิวแบบครบถ้วนทุกชิ้นหลังจากที่ได้ลองใช้เรียบร้อยหมดแล้วซะเลย

**ขาดลิบสติกแท่งแรกแถวบนไปหนึ่งชิ้นนะคะ เนื่องจากหายไป หาไม่เจอค่ะ**

เริ่มที่ชิ้นแรกที่แค่เห็นสีก็ต้องบอกเลยว่ามันจี้ดมากกก
Maybelline Color Sensational Vivid Lipstick No.865 Fuchsia Flash
เป็นรุ่นที่บ้านเรายังไม่เคยนำเข้ามาขายเลยนะคะถ้าจำไม่ผิด
แต่สาวๆบล็อกเกอร์ต่างประเทศเค้าชอบกันเยอะ โดยเฉพาะสีนี้
เป็นสีที่สดมากจริงๆค่ะ เม็ดสีแน่นมาก กลบสีปากเดิมได้แนบสนิทเลย
เนื้อลิปมีความชุ่มชื้นสูงทีเดียวเพราะมีสารสกัดจากน้ำผึ้งที่ช่วยบำรุงริมฝีปากด้วย
ที่เคาน์เตอร์ตอนนี้มีจำหน่ายอยู่ 5 สีนะคะ
มีตั้งแต่สีแดง ส้ม และชมพูสดใสอีก 2 เฉดสี ที่ทุกสีจะค่อนข้างสดมากจริงๆค่ะ
ลองไปปาดสีกันดูค่ะว่าสาวๆถูกใจสีไหนกัน

ยังอยู่ที่โทนสีชมพูสุดฮิต ปีนี้สีชมพูสดใสแบบนี้มาแรงจริงๆค่ะ
Maybelline Color Sensational Lipcolor No.169 Fifth Ave. Fuchsia
สำหรับความแตกต่างของรุ่นนี้เห็นจะเป็นเรื่องของสีสันที่ไม่สดเท่ารุ่นบนนะคะ
โทนสีส่วนใหญ่จะดูสุขุม เรียบหรู กว่า ใช้ได้กับทุกๆวัน
ไม่ต้องห่วงว่าสีจะโดดไป จนดูไม่เหมาะกับวันทำงานของสาวๆเลย

มาต่อกันที่ลิปกลอสเนื้อฉ่ำวาวหอมกลิ่นผลไม้กันบ้างค่ะ
Maybelline Color Sensational High Shine Gloss No.40 Captivating Coral
เป็นกลอสที่ให้กลิ่นฟรุตตี้มากๆ อย่างสีนี้ก็เป็นกลิ่นส้มเปรี้ยวๆชัดมาก
เป็นกลอสที่เพิ่มประกายให้กับริมฝีปากและบำรุงไปในตัวด้วย
เค้านำเข้ามาถึง 7 สีเลยค่ะ มีสีไหนบ้างต้องลองไปส่องๆกันดูนะคะ

จำได้ว่ามี MAT3 อยู่ โทนส้มเหมือนกัน ลองเอามาใช้คู่กันแล้วเลิฟเลยค่ะ
ใครมองหากลอสสีส้มๆแบบนี้ แนะนำเลยค่ะ Smiley

อีกชิ้นที่ฮอตฮิตไม่แพ้ชิ้นอื่นๆคือ Dream Bouncy Blush No.10 Pink Frosting
บลัชออนเนื้อครีม ที่เนื้อครีมเค้ามีความหยุ่น กดลงไปแล้วให้สัมผัสแบบเด้งได้ แปลกดีนะคะ
ครีมบลัชรุ่นนี้ให้เนื้อที่เนียนเบา แต่ติดทนได้เกือบทั้งวันเลย ให้สีสวยเป็นธรรมชาติ
ที่เคาน์เตอร์มีให้เราเลือกเยอะถึง 9 สีเลยค่ะ
มีตั้งแต่โทนส้มไปจนถึงชมพูเข้มเบอรี่นิดๆเลย

ชิ้นต่อมาคือ Master Smoky Shadow Pencill
อายแชโดว์ในรูปแบบดินสอเนื้อนุ่มที่มาพร้อมกับฟองน้ำสำหรับเกลี่ยสีในตัว
โดยสามารถหมุนไส้ขึ้นมาได้ ไม่ต้องเหลาให้ยุ่งยากเลยค่ะ
จะใช้ตัวนี้เป็นอายแชโดว์เดี่ยวๆก็ได้ แต่แนะนำให้ลงอายแชโดว์แบบฝุ่นทับเพื่อกันการไหล
หรือจะใช้เป็นเบสก่อนลงอายแชโดว์สีเข้มก็ยังได้

เมื่อเบลนด์สีแล้วเนื้ออายแชโดว์จะให้สีที่ไม่เข้มมาก หากลงทับๆกันก็มีโอกาสตกร่องสูงนะคะ
จึงควรทาแล้วเกลี่ย แล้วค่อยๆเพิ่มน้ำหนักความเข้มตามที่ต้องการ
แล้วอย่าลืมเซ็ตด้วยอายแชโดว์แบบฝุ่นทับอีกครั้งเพื่อความสมบูรณ์แบบค่ะ
ชิ้นนี้ติดทนทีเดียว อาการแพนด้าเกิดขึ้นน้อยมาก
ส่วนใครที่หนังตาไม่มันไว อาจไม่เกิดแพนด้าเลยก็เป็นได้ค่ะ

Maybelline เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ผลิต BB Cream ออกมาหลายรุ่นมากๆ
สามารถเลือกลองใช้กันจนกว่าจะเจอรุ่นที่ชอบได้เลยนะคะ
สำหรับรุ่น Dream Fresh BB นี้ เป็นรุ่นที่วัยรุ่นที่โน่นเค้านิยมมาก
ผิวใสๆไม่ต้องลงอะไรเยอะมาก แค่บีบีครีมก็พอนะคะ
รุ่นนี้เค้าทำออกมาให้เป็นครีมบำรุงและรองพื้นในหลอดเดียวเลย
นอกจากนั้นก็ยังผสมสารกันแดดให้ค่า spf 30 ด้วย

จากที่ลองใช้แล้วเนื้อบีบีรุ่นนี้จะให้ผิวที่ดูฉ่ำวาวจากสารบำรุงผิวที่เค้าใส่เข้าไป
การปกปิดไม่มาก เน้นเผยผิวธรรมชาติมากกว่า
แต่พอเซ็ตด้วยแป้งฝุ่น หรือแป้งผสมรองพื้นก็จะดูผิวเนียนใสมากขึ้น
รุ่นนี้ไม่คุมมันนะคะ คนที่ผิวผสมหรือมันก็จะดูมันขึ้นเล็กน้อย
หน้าจะหมองระหว่างวันอยู่กับแป้งที่เราใช้ด้วย
ถ้าใช้แป้งฝุ่นก็จะไม่หมองค่ะ แต่ถ้าแป้งรองพื้นบางยี่ห้ออาจทำให้ดูหมองลงเล็กน้อย
โดยรวมๆน้องนักศึกษาใช้ได้นะคะ ดูไม่โบ๊ะ ไม่หนาเกินไปค่ะ
สำหรับหน้าที่ดูสว่างใสขึ้นนี้ไม่ได้ปรับด้วย Photoshop นะคะ สีลิปขับสีผิวล้วนๆค่ะ

มาถึงชิ้นสุดท้ายของบล็อกนี้กันแล้ว
Maybelline Dream Smooth Mousse รองพื้นเนื้อครีมที่มาในตลับพกสะดวก
ตัวนี้แอบเสียดายที่ทางแบรนด์ส่งมาให้เข้มกว่าสีผิวจริงไปหลายเฉดเลย
รองพื้นรุ่นนี้ให้เนื้อลื่น เกลี่ยง่าย แห้งไว ใช้แล้วดูแมทขึ้นเล็กน้อย
ในตลับเค้ามีองน้ำมาให้ด้วย แต่จากที่ลองจะใช้นิ้วมือแทนก็ได้นะคะ
ระดับการปกปิดปานกลาง แต่ช่วยให้ผิวดูเนียนสวยได้ทีเดียว
คิดว่าอาจจะลองหาเฉดที่ตรงกับสีผิวมาใช้ดูค่ะ เพราะเป็นคนผิวผสม รู้สึกว่าใช้แล้วโอเคเลย
ตอนนี้ต้องใช้แทนเฉดดิ้งไปพลางๆก่อนค่ะ

ครบถ้วนทุกชิ้นแล้วนะคะ สนใจชิ้นไหนกันแวะไปดูที่เคาน์เตอร์ได้เลย มีจำหน่ายครบทุกชิ้นแล้ว
ราคาขอให้ลองเช็คที่เคาน์เตอร์ดูอีกทีนะคะ เค้าเซลล์บ่อยมากๆ ดูโปรที่น่าสนใจแล้วสอยได้เลยค่ะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันที่บล็อกด้วยนะคะ Smiley

Review : Oriental Princess BB Secret


สวัสดีจ้าสาวๆ ถ้าพูดถึงสิ่งที่ทำให้เราใช้เวลาอันสั้นและรวดเร็วในการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า
เชื่อว่าหลายๆคนคงนึกถึงสิ่งนี้แน่ๆเลย ท้า..ดา BB Cream นั่นเอง
ใช่แล้วล่ะค่ะ วันนี้จะมาแนะนำบีบีครีมราคาสบายกระเป๋าและเหมาะกับช่วงอากาศร้อนๆแบบนี้เลย

นี่เลย Oriental Princess Beneficial BB Secret Be Charming Instant Age Revival SPF35PA++
กรี้ดดด..ชื่อยาวมากๆ ถึงขั้นกลั้นหายใจตอนพิมพ์กันเลยทีเดียว

บีบีรุ่นนี้ของ OP เค้าเน้นในเรื่องการช่วยลดเลือนริ้วรอยเป็นพิเศษนะคะ
เพราะเค้ามีส่วนผสมพิเศษที่ช่วยในเรื่องนี้ด้วย นั่นคือ Adenosine นั่นเอง
คือลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากมลภาวะต่างๆ และอายุที่มากขึ้นของเราด้วย

ส่วนที่ว่ารวดเร็วและใช้เวลาอันสั้นก็เพราะบีบีครีมจะมีครีมบำรุง และสารกันแดดอยู่ในตัวแล้ว
นอกจากนั้นยังมีเบสที่ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้น และรองพื้นที่ช่วยปกปิดร่องรอยต่างๆบนผิว
จึงสะดวกมากๆในวันที่เรารีบๆ ไม่มีเวลาประณีตกับการแต่งหน้ามากนัก

ตัวนี้เป็นฝาปั้มใช้สะดวกดีค่ะ กะปริมาณในการใช้ได้ง่ายด้วย
ฝาปิดแน่นมิดชิด น้ำหนักเบา พกพาไปไหนต่อไหนสะดวกดีด้วยค่ะ

สีของผลิตภัณฑ์จะออกสีเนื้ออมเทานิดๆ ตอนแรกบีบออกมาเจอสีแบบนี้บอกตรงๆว่าเซ็งมาก
เพราะใช้สีประมาณนี้ทีไร ตกบ่ายหน้าหมองทุกที แต่ตัวนี้ใช้แล้วไม่เป็นแหะ

เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกเหมือนมีน้ำผสมอยู่มาก เพราะทาแล้วผิวดูชุ่มชื้นกว่าเดิม
ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวนะคะ แต่ทาแล้วจะให้ลุคที่หน้าดูฉ่ำนิดๆ เย็นสบายผิวมากๆ
รู้สึกผิวไม่เหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ เหมาะกับอากาศร้อนๆมาก เพราะหน้าไม่เยิ้มเลย

ระดับการปกปิดปานกลางนะคะ ด้วยความที่เป็นเนื้อครีมที่เบากับผิวมากๆ เลยไม่ได้ปกปิดมาก
แต่ภาพรวมของผิวก็ดูดีขึ้น สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้นค่ะ ถึงเนื้อครีมจะติดสีอมเทานิดๆ แต่หน้าก็ดูไม่หมอง

มาดูก่อน และหลังลงบีบีจะเห็นว่ารอยหนาแน่นกระบริเวณโนหกแก้มดูหายไปนะคะ
แต่อย่างที่บอกคือปกปิดปานกลาง ถ้ามาจ้องระยะประชิดก็จะเห็นอยู่บ้างรางๆนะคะ
แต่พอเซ็ทด้วยแป้งฝุ่น ก็ช่วยให้ทำให้การปกปิกดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นค่ะ

ลงบีบีเรียบร้อย ขอแต่งหน้าเบาๆให้ดูสดใสเพิ่มขึ้นมาอีกนะคะ
ด้วยอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ล่ะค่า

Finish Look ได้ออกมาประมาณนี้ พร้อมออกนอกบ้านไปเที่ยว ไปทำงาน ไปไหนต่อไหนแล้วค่า
บีบีครีมตัวนี้คุมมันปานกลางนะคะ คนผิวผสม-มัน ก็เตรียมซับหน้าช่วงบ่ายได้เลย
แต่ถึงหน้าจะเริ่มมันขึ้น สีผิวเราก็ยังไม่หมอง หรือสีดรอปลงนะคะ
สำหรับคนผิวแห้งน่าจะหมดกังวลเรื่องความมันไปเลย
เพราะเนื้อครีมค่อนข้างให้ความรู้สึกฉ่ำน้ำดีทีเดียว

สาวๆคนไหนสนใจบีบีรุ่นนี้ลองแวะไปดูที่เคาน์เตอร์ของ Oriental Princess กันดูน๊า
ไปลองทา ลองเทสต์ักันก่อน ชอบไม่ชอบยังไง จะได้ตัดสินใจได้ ไม่เสียตังค์ปล่าวๆเนอะ

ท้ายสุดขอบคุณทาง Oriental Princess ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้กันด้วยนะคะ
และขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายกันด้วยค่า Smiley

Review : L’oreal Lucent Magique



วันนี้ขอยกมาทั้งเซ็ทสำหรับ Lucent Magique [ลูเซนท์ เมจิก] ที่จะรีวิวให้สาวๆที่สนใจได้อัพเดทกันค่า
จริงๆทั้งหมดนี้ทางแบรนด์ส่งมาให้ได้ทดลองใช้ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เค้าออกมาใหม่ๆแล้วล่ะค่ะ
ลองใช้มาจนคิดว่าสมควรแก่เวลาที่จะมากระจายข่าวบอกต่อกันได้สักทีเนอะ
ยิ่งเห็นสาวชมพู่ อารยา เค้าทำเป็นคลิปออกมา เชื่อว่าสาวๆหลายคนคงรีบไปสอยกันแล้วๆแน่เลย

จากซ้ายไปขวาประกอบด้วย ไพร์เมอร์, บีบีครีม, ทัชอัพเพ็น, รองพื้น และสุดท้ายแป้งผสมรองพื้น
ทั้งหมดนี้ใช้ร่วมกันได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจทีเดียวค่ะ แต่ตัวที่เวิร์คสุดๆที่แนะนำเลยก็คงเป็นรองพื้น
แต่อันที่จริงๆสาวๆก็คงต้องลองกันดูว่าชอบตัวไหนเป็นพิเศษอ่ะเนอะ

มาเริ่มที่ชิ้นแรก Lucent Magique Pure Light Primer
ชื่อเป็นไพร์เมอร์ แต่คุณสมบัติหลักๆเค้าทำหน้าที่คล้ายๆไฮไลท์เลย คือทำให้ผิวดูโกลว์ สว่าง
ตัวนี้ทำหน้าที่ในการปรับผิวให้ดูสว่างใสได้ดี ทำให้ผิวดูไบรท์ขึ้นมากๆ
เนื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อมุกสีขาวละเอียดเล่นแสงไฟ แต่ถ้าแล้วหน้าไม่วาว ไม่เวอร์ค่ะ
ซึมสุ่ผิวได้ทันที สามารถตามด้วยผลิตภัณฑ์ตัวอื่นได้โดยไม่เกิดคราบใดๆเลยค่ะ

ชิ้นต่อมาคือ Lucent Magique Skin Luminating BB Cream SPF 20 PA+++
เป็นบีบีครีมที่แปลกมากๆ เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นสีขาวและมีเม็ดบีดส์ขนาดเล็กมากๆปนอยู่
แต่พอทาไปแล้วเนื้อครีมจะดูกลมกลืนกับสีผิวเราในทันที แต่กลับช่วยทำให้ผิวดูสว่างขึ้น
ซึ่งบางทีนุ่นจะใช้ตัวนี้เดี๋ยวหลังจากที่ทากันแดด แล้วลงแป้งตามได้เลย ได้ผิวที่ดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ

คุณสมบัติหลักๆของเค้าคือ ปรับผิวให้ดูเนียนละเอียดและสว่างขึ้น เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะหนะ
แต่ระดับการปกปิดยังถือว่าไม่ได้มากมายนะคะ ใครมีรอยสิวเยอะอาจจะเอาไม่อยู่ค่ะ
ใครที่ผิวดีอยู่แล้วใช้ตัวนี้เดี่ยวๆได้สบายหายห่วงค่ะ ทำให้ผิวดูผ่องขึ้นได้เลย

Lucent Magique Liquid Light Touch-Up Pen ด้ามนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้ชิ้นอื่นๆด้านบนเลยนะคะ
สำหรับตัวนี้จะมีสองสีคือ ชมพู และสีเนื้อค่ะ เป็นปากกาที่ให้ความวาว ความสว่างแบบไฮไลท์
สามารถเติมได้ทั้งก่อนและหลังแต่งหน้าเลย โดยแต้มในจุดที่เราต้องการให้กระทบกับแสง
เช่น โหนกคิ้ว โหนกแก้ม สั้นจมูก หรือตรงรอยหยักที่ริมฝีปากบน ก็ได้
ซึ่งตัวสีเนื้อจะมีความวาวน้อยกว่าสีชมพู ทำให้เรายังสามารถใช้แทนคอนซีลเลอร์ได้ด้วย

มาถึงชิ้นโปรดของนุ่นเลย Lucent Magique Light-Infusing Foundation
รองพื้นราคาย่อมเยาว์แต่ให้ผลลัพธ์น่าประทับใจมาก ตัวนี้ช่วยให้ผิวดูเนียนฉ่ำ ดูสุขภาพดี
ปกติคนหน้าเกือบมันแบบนุ่นขอผ่านกับลุคฉ่ำวาวแน่นอนทันที แต่ตัวใช้แล้วชอบมากๆ
เพราะทำให้หน้าดูวาวแต่ไม่หมอง ไม่ทำให้หน้าดูมันเยิ้ม ดูฉ่ำแบบกำลังดีเลย
ระดับการปกปิดปานกลางนะคะ แต่สามารถเพิ่มในจุดที่เป็นปัญหาได้โดยไม่ดูหนาเกินไป
เกลี่ยได้ง่าย ซึมเร็ว เนื้อสัมผัสบางเบา สบายผิว ให้ใบหน้าดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติค่ะ

มาถึงตัวสุดท้าย Lucent Magique Skin Luminating Tri-Powder Foundation
แป้งผสมรองพื้นที่มี 3 โทนสีในตลับเดียว แป้งตัวนี้เหมาะกับการใช้เดี่ญวๆมากกว่านะคะ
เพราะถ้าใช้หลังลงรองพื้น โดยส่วนตัวนุ่นรู้สึกว่าจะดูหนาและดูโบ๊เกินไป
แต่ถ้าใช้คู่กับ BB ตัวบนยังถือว่าจับคู่กันได้ดีกว่า ซึ่งนุ่นชอบใช้กับแปรงปัดแป้งมากกว่าฟองน้ำ
จะได้ใบหน้าที่ดูนวลเนียนกำลังดี ไม่หนา หรือว่าวอก หรือดูหนักเกินไปค่ะ

ที่นี้มาดูเนื้อผลิตภัณฑ์ของแต่ละชิ้นกันบ้างนะคะ (จากในรูปนุ่นลืมปาดสีแป้งให้ดู..ต้องขออภัยค่ะ)

แล้วมาดูขั้นตอนการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันด้วยผลิตภัณฑ์ Lucent Magique ที่ใช้เป็นประจำค่ะ


สำหรับรองพื้นของนุ่นใช้เบอร์ N2 Pure Porcelain และแป้งเบอร์ N2 Nude Vanilla ค่ะ
โดยก่อนลงรองพื้นนุ่นใช้ Primer และ BB ในเซ็ทเตรียมผิวก่อนเรียบร้อยแล้วค่ะ

สำหรับพอยท์เมคอัพในทุกๆวันนุ่นใช้แค่ บลัชออน, มาสคาร่า และลิปสติกแค่นั้นค่ะ
ไม่ได้ใช้เฉดดิ้งหรือไฮไลท์เพิ่ม เพราะเป็นคนหน้ามันไวมาก ไม่อยากให้หน้าดูหมองระหว่างวันค่ะ

จากภาพก่อนและหลัง จะเห็นว่า เมื่อลงครบทุกขั้นตอนจะเห็นว่าผิวได้รับการปกปิดที่ดีขึ้น
ใบหน้าดูสว่างสดใส ได้ลุคเบาๆดูเป็นธรรมชาติ ไม่หนาไม่โบ๊ะเลยค่ะ

ผ่านไปราวๆ 8-9 ชม. จะได้ผิวประมาณนี้นะคะ คือฉ่ำมากแต่ดูไม่หมอง
แป้งและรองพื้นยังติดผิวดีอยู่ ไม่มีคราบใดๆเกิดขึ้น ปลื้มมากๆค่ะ

สำหรับ Lucent Magique นุ่นชอบทุกตัวเลย เพราะใช้ได้ดีกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ตัวเองมากๆ
ราคาก็ไม่แพง และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ก็ดีเกินราคาด้วย
สาวๆสนใจชิ้นไหน ลองแวะไปทดสอบผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เจอร์กันดูนะคะ
เชื่อว่าต้องมีสักชิ้นที่โดนใจกันแน่นอนค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาพูดคุยทักทายกันด้วยนะคะ

Review : Bisous bisous BB Brightening Cream


รีวิวกันอีกแล้ว หลังจากที่ swatch สีลิปกันไปหลายแท่ง เกรงว่าสาวๆจะเบื่อ
วันนี้เลยหยิบ BB ครีมใหม่ล่าสุดจาก Bisous Bisous ที่ส่งมาให้ลองใช้มาอัพเดทให้ทราบกันค่ะ
Bisous bisous BB Brightening Cream (1,095-)
ก่อนหน้านี้ทางแบรนด์เค้าก็มี BB ครีมอยู่แล้วนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่าจะยังวางขายอยู่ไม๊
ซึ่งรุ่นเดิมเนียะ เค้าจะเป็นแบบหลอดบีบที่มาพร้อมกับแปรงให้ด้วย
แต่ตัวนี้เป็นสูตรใหม่ที่ทำออกมาให้เหมาะกับสาวผิวมันโดยเฉพาะ คุมมันได้ดี
เพราะเนื้อ BB มีความแมท ไม่มันวาวเหมือนรุ่นเก่า แต่ก็ยังพอดูมีความฉ่ำเงาอยู่เล็กน้อยนะคะ
และเพิ่มค่า Spf ในการป้องกันแสงแดดเพิ่มด้วย
สิ่งที่ชอบมากในตอนที่เห็นครั้งแรกก็คือ แพคเกจใหม่ที่ไม่ใช่หลอดบีบแบบเดิมๆนี่ล่ะค่ะ
แพคเกจแบบนี้เค้าเรียกว่า Air Less Pump ค่ะ
เค้้าออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องเนื้อครีมจากอากาศภายนอก
และช่วยคงประสิทธิภาพการปกปิดและการบำรุงไว้ให้เหมือนกับเพิ่งเปิดใช้เป็นครั้งแรก
ในหลายๆยี่ห้อก็ทำประมาณนี้กันเยอะเลย เพราะประโยชน์ของแพคเกจรูปแบบนี้เป็นอย่างนี้นี่เอง
รายละเอียดผลิตภัณฑ์เค้าเคลมเอาไว้ว่า
“BB Brightening Cream บีบีสูตรพิเศษ จากผู้คิดค้นบีบีครีมคนแรกของเกาหลี ดร.โช ฮุน แด 
เป็นผู้ออกแบบสูตรให้โดยเฉพาะ เป็นที่ชื่นชอบของสาวเกาหลีและเหมาะกับผิวคนเอเชีย 
 
ผิวสวยเจิดจรัสด้วยบีบีครีมเนื้อนุ่มสองเฉดสีเหมาะกับทุกสีผิว 
ผสานการบำรุงจากวิตามินซีและคอลลาเจน 
พร้อมเพิ่มSPF35 PA++ มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องผิวสวยจากแสงแดด
และปรับสูตรให้เนื้อครีมแมตต์ผิว รวมทั้งคุมความมันให้ผิวหน้าสวยไร้ความหมองยาวนานยิ่งขึ้น 
ไม่ทิ้งคราบเหนอะหนะ ใช้ได้ทุกวันเพื่อให้ผิวชุ่มชื่น กระจ่างใส ไร้ที่ติ…”
เนื้อ BB จะออกสีเนื้ออมชมพู เหมาะกับคนที่มีผิวขาวอมชมพูนะคะ
สำหรับสาวๆที่ผิวขาวอมเหลืองควรใช้แป้งฝุ่นที่มีสีไปทางเหลืองจะกลมกลืนกว่า
สาวผิวคล้ำมากๆไม่เหมาะนะคะ เพราะเค้ามีแค่ 2 เบอร์ ซึ่งสีค่อนข้างจะสว่างทั้งสองเบอร์เลย
ถ้าใช้แล้วผิวหน้าจะดูลอย ดูหลอกไปค่ะ
มาลองใช้กันเลยนะคะ สภาพผิวหลังล้างหน้าเรียบร้อย
นุ่นเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน แต่หลังล้างหน้าหน้าจะแห้งตึงเล็กน้อย
พอผ่านไปสักชั่วโมง ผิวจะเริ่มผลิตน้ำมันละ ถ้าอยู่ในที่อากาศร้อน หน้าก็จะมันไวมาก
ส่วนที่มันไวที่สุดก็จะเป็นบริเวณเปลือกตาและจมูกค่ะ
สีผิวไม่สม่ำเสมอนะคะ ช่วงแก้มจะผิวสว่างกว่าช่วงอื่น ช่วงคางสีผิวจะแลดูคล้ำ
รูปทั้งหมดถ่ายข้างหน้าต่าง หน้าจะดูสว่าง แต่ก็จะเห็นร่องรอยไฝฝ้า รอยสิวชัดเจน
ซ้ายมือคือรูปที่ทา BB Brightening Cream และขวามือก็ลงแป้งฝุ่นแบบ Tranlucent ตาม
ลองเหลือบไปดูรูปบนก่อนแต่งอีกทีก็จะเห็นว่า รอยกระจางๆ รอยแดงข้างปีกจมูกถูกปกปิดไปแล้ว
เมื่อเราลงแป้งตาม ระดับการปกปิดก็จะเพิ่มขึ้น ผิวหน้าดูเนียนและสีผิวดูสม่ำเสมอ
เปรียบเทียบให้ดูอีกครั้งจากรูปซ้ายมือก่อนลง BB และขวามือเติมเครื่องสำอางค์ครบเกือบหมดแล้ว
ผิวดูสดใส ไร้ความหมองคล้ำ รอยสิว รอยกระ รอยแดงหายไปหมดเรียบร้อยค่ะ
Smiley Smiley Smiley
สรุปผลการใช้ BB Brightening Cream ตามสภาพผิวผสมของนุ่น
 
โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับผลที่ได้ เพราะคุมมันได้ดีทีเดียว
ปกติครีมทั่วๆไปที่เคยใช้ผ่านๆมาจะคุมมันได้ไม่เกินครึ่งวัน ตกบ่ายนี่หน้าจะเริ่มมันเยิ้มแล้ว
แต่รุ่นนี้พอช่วยได้เกินครึ่งวัน พอตกบ่ายผิวเริ่มมีน้ำมันผุดตามรูขุมขนบ้าง แต่ไม่มาก
เพราะฉะนั้น คนที่ผิวแห้งมากๆอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ค่ะ หน้าจะแลดูแห้งเกินไป
แต่สิ่งที่ไม่ชอบก็มีอยู่นิดหน่อยคือ ด้วยความที่เป็นครีมมีเนื้อที่มีความแห้ง จึงเกลี่ยค่อนข้างยาก
ต้องค่อยเกลี่ยๆ แต่ก็ต้องไวพอสมควร เพราะถ้าช้าอาจจะเป็นคราบได้ชัดเจน
จึงต้องลงที่น้อยๆ เกลี่ยไปทีละจุดจนทั่วใบหน้า อย่าใจร้อนแต้มห้าจุดเพราะมันจะคุมยากนิดนึงค่ะ
ระดับการปกปิดก็อย่างที่บอกข้างต้นคือปกปิดได้ดีสำหรับคนที่ไม่มีปัญหาผิวน่าหนักใจ
แต่คนที่มีปัญหาผิวเรื่องรอยสิวปริมาณมากๆ อาจอยู่ในระดับปานกลางนะคะ
Smiley Smiley Smiley
เพื่อนๆคนไหนสนใจ BB Brightening Cream หลอดนี้ ลองไปเทสต์เนื้อผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์ดูนะคะ
จะได้ลองเนื้อสัมผัสด้วยตัวเองว่าชอบ หรือไม่ชอบ
หรือสามารถดูผลิตภัณฑ์อื่นๆของ Bisous Bisous ที่เคยทำรีวิวไว้ได้ ที่นี่ ค่ะ
ท้ายสุดต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายพูดคุยด้วยค่ะ Smiley