Review Maybelline Pure BB Mineral Oil Serum


 

สวัสดีค่ะ วันนี้ขอมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจาก Maybelline กันค่ะ

เมย์เบลลีนเค้ามีอัพเดทสินค้าใหม่ๆในหนึ่งปีเรียกว่าเยอะทีเดียว
ในต่างประเทศก็มักจะมีสินค้าใหม่ๆออกมาให้เราได้กรี้ดกร้าดรอคอยให้เข้าไทยซะที

สำหรับชิ้นที่หยิบมาอัพเดทวันนี้ เป็นสิ่งที่ทางแบรนด์เพิ่งส่งมาให้ลองไม่นานนี้เองค่ะ

Maybelline Pure BB Mineral Oil Serum [329-] มาพร้อมฉลากภาษาญี่ปุ่น
คาดว่าน่าจะมีจำหน่ายในญี่ปุ่นด้วย และเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นออยเบสแบบนี้
ก็เหมาะกับภูมิประเทศเค้าด้วย ใครเคยเจอที่นู่น เล่าสู่กันฟังได้นะคะ
ทีนี้ถ้ามาใช้กับเมืองร้อนแบบบ้านเราจะเป็นยังไง เดี๋ยวมาอัพเดทกันค่ะ
คุณสมบัติตามคำเคลมคือ ผลิตถัณฑ์เนื้อบีบีที่มอบการบำรุงอย่างล้ำลึก

ด้วยน้ำมันอาร์แกนถึง 65% ช่วยให้ผิวดูฉ่ำโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ

ฉลากด้านหลังที่เป็นภาษาไทยจะบอกคุณสมบัติหลักๆของเค้า คือ ปกปิด บำรุง และป้องกัน
โดย ปกปิด ริ้วรอยและจุดบกพร่องบนใบหน้าได้อย่างเรียบเนียน เนื้อสัมผัสเบา สบายผิว
บำรุง ด้วยสารสกัดจากอาร์แกน ออยล์ บำรุงผิวให้ดูฉ่ำโกลว์ สุขภาพดี
ป้องกัน ผิวกน้าจากความหมองคล้ำ และริ้วรอยก่อนวัน

นอกจากนั้นยังมีค่า SPF มาให้ถึง 40PA+++ ด้วย

รวมถึงอธิบายวิธีใช้ คือการเขย่าก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อให้เนื้อบีบี และออลย์เซรั่มเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

สำหรับสีที่วางจำหน่ายในบ้านเราคือ เบอร์ 01 สีเนื้ออ่อน และ เบอร์ 02 สีเนื้อ
ทั้งสองสีเป็นสีโทนเหลืองที่เหมาะกับสีผิวสาวไทยอย่างเรามากๆ
จากที่ลอง สี 02 จะดรอปลงหลังทาเล็กน้อยนะคะ แต่ไม่ถึงกับทำให้หน้าดูหมองลงไปค่ะ

เนื้อผลิตภัณฑ์มีความเหลวเป็นน้ำเลย แต่ก็สามารถเกลี่ยให้เนียนกับผิวได้ง่าย ไม่เป็นคราบ

ว่าใช้นิ้วมือเกลี่ยจะดีที่สุด เพื่อให้ความอุ่นจากนิ้วมือเราช่วยให้ผลิตภัณฑ์ติดผิวมากขึ้น
และได้ผิวที่ดูเรียบเนียน ฉ่ำสวยเป็นธรรมชาติ
เค้าเคลมมาอีกอย่างว่าไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่จริงๆด้วยความที่เป็นออยเบสก็จะเหนียวพอสมควร
คนผิวมัน หรือผิวผสมใช้ได้นะคะ แต่อาจจะต้องรอเค้าเซ็ทตัวสักพักใหญ่ๆ
ส่วนคนผิวแห้งน่าจะถูกใจเลย เพราะเค้าให้ความชุ่มชื้นดีทีเดียว

เปรียบเทียบการทาแบบครึ่งหน้า จากรูปใช้สี 01 เค้าจะปรับผิวให้ดูกระจ่างขึ้น
และปกปิดรอยกระได้ปานกลาง รอยแดงดูหายไป ได้ผิวที่ค่อนข้างดูสุขภาพดี

มาดูแบบชัดๆกับผิวหน้าทั้งสองด้าน ซึ่งก็มีสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอกัน รวมถึงรอยกระด้วย
ระดับการปกปิดอยู่ที่ปานกลาง สามารถเพิ่มเลยเยอร์เพื่อการปกปิดได้
แต่โดยรวมคิดว่าลงรอบเดียวจะได้งานผิวที่ดูเนียนสวย เป็นธรรมชาติมากกว่า

หลังจากเซ็ทด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสง ก็จะได้ผิวที่ยังดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ ดูไม่โบ๊ะจนเกินไป

สรุปผลการใช้ MBL Pure BB Mineral Oil Serum ตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ด้วยความที่เค้าเป็นออยเบส และส่วนตัวเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน
น้ำมันบนผิวก็ผุดขึ้นตามปกติเลย คือผ่านไปสักครึ่งวันช่วง T-Zone จะเริ่มมันแล้ว
ส่วน U-Zone จะยังไม่มันมากนัก จะมันหนักๆทั้งหน้าก็ช่วงเย็นๆค่ะ
พอซับหน้าแล้ว เมคอัพจะมีหลุดตามซอกจมูกบ้าง แต่โดยรวมก็ยังดูโอเคอยู่
ทัชอัพเพิ่มได้ ไม่เป็นคราบค่ะ
แต่เนื่องจากทำงานในห้องแอร์ทั้งวัน มีอยู่ในห้องที่ไม่มีแอร์คือช่วงเที่ยง
จึงไม่สามารถบอกได้ หากอยู่ในวันที่อากาศร้อนจัดๆจะไหลเยิ้มหรือไม่นะคะ
Smiley
จัดเป็นหนึ่งไอเท็มที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับคนที่ชอบลองของใหม่
สำหรับคนผิวแห้งน่าจะถูกใจกัน เพราะผิวดูไม่แห้งกร้าน มีความฉ่ำผิวระหว่างวันแต่ไม่หมอง
ส่วนคนผิวผสม หรือผิวมันที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่เน้นการคุมมันอาจไม่ถูกใจสักเท่าไหร่ค่ะ
เพราะตัวนี้ไม่ช่วยในเรื่องการควบคุมมัน แต่เน้นเรื่องการบำรุงผิวมากกว่า
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันนะคะ
บล็อกหน้ายังมีอะไรน่าสนใจมาอัพเดทกันอีก ฝากติดตามกันด้วยค่า
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาพูดคุยและทักทายที่บล็อกทุกคนนะคะ
บล็อกนี้ลาไปแล้ว สวัสดีค่ะ Smiley

Color Swatch & Review : 4U2 Cosmetics


สวัสดีค่า วันนี้หยิบผลิตภัณฑ์ที่ได้มานานแล้วมาอัพเดทให้สาวๆดูกันสักหน่อยกับแบรนด์ 4U2
แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่เรารู้จักมาหลายปีแล้ว และก็ซื้อใช้อยู่บ้าง เพราะราคาหลายชิ้นไม่สูงมาก
ในด้านคุณภาพก็จัดอยู่ในเกณฑ์ที่คุ้มค่า คุ้มราคาอย่างมาก เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มใช้ คสอ.เลย

สำหรับใครที่มองหาพาเลตแต่งตาขนาดใหญ่ สำหรับใช้ได้นานๆและราคาพอซื้อได้
Ipro จาก 4U2 ตลับนี้ก็ถือว่าผ่านนะคะ
ราคาอยู่ที่ประมาณ 600-800 บาท [จำราคาที่แน่นอนไม่ได้แล้ว ต้องขออภัยค่ะ]

สีสันของ Ipro จะเป็นแนวเอิร์ธโทน สีไปทางน้ำตาล-ส้ม-ทอง ที่เป็นสีกันตายของสาวๆทุกคน
เป็นโทนสีที่ทาแล้วรอด ใช้ได้ในทุกโอกาส มือใหม่อาจลงแค่สีเดียวจบ
หรือใครที่มีฝีมือขั้นเทพจะหยิบหลายๆสีมาใช้สร้างมิติให้ดวงตาก็สบายมากๆ

สวอชสีของ Ipro ออกมาจะเห็นว่าเม็ดสีจัดได้ว่าชัดทีเดียว และสีส่วนใหญ่จะให้ประกายชิมเมอร์
มีเพียงสีอ่อนสุดอย่างสีขาวมุกที่ให้เนื้อกลิตเตอร์เล่นแสงมาด้วย
เนื้ออายแชโดว์ค่อนข้างติดผิว เกลี่ยแล้วเนียนไปกับเปลือกตา บางสีอาจมีร่วงบ้างแต่ไม่มาก
สีสันในตลับสามารถเลือกครีเอทลุคได้ไม่ซ้ำซากเลย ต้องลองไปสวอชกันดูค่ะ

ส่วนรุ่น This & That ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากเลือกสีและคัสตอมพาเลตด้วยตัวเอง

รุ่นนี้จะขายอายแชโดว์แยกเป็นชิ้น สีละไม่เกิน 150 บาท แล้วมาควบนวมเป็นตลับแบบนี้
ซึ่งเราก็สามารถเลือกสีที่ชอบที่สุดมาสร้างเป็นตลับของเราเองไว้พกพาไปไหนได้สบายๆ
แต่ข้อเสียสำหรับงานคัสตอมแบบนี้คือ เราอาจต้องเสียตังค์ซื้อเคสตลับเพิ่มอีกสักหน่อย
ความสะดวกอยู่ตรงที่ชอบสีไหน เราก็ซื้อมาสลับสับเปลี่ยนได้ตามใจเราเลย
วันไหนอยากหยิบอายแชโดว์สีไหนไปใช้ ก็เลือกปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมค่ะ

สีสันของอายแชโดว์ของ 4U2 เค้าแน่นอยู่แล้วในทุกรุ่น แต่แท็กเจอร์ของสีในแต่ละสีอาจต่างกันไป
อย่างสีชมพูสดสีนี้ เราสามารถปรับมาใช้เป็นบลัชอออนได้ด้วย ในตลับนึงจึงครบทั้งตาทั้งแก้มได้


อีกชิ้นที่อยากแนะนำสำหรับสาวๆที่รักการสร้างมิติบนใบหน้า 4U2 Celebity Shade & Highlight
สามารถสร้างกรอบหน้า และเพิ่มความสว่างบนหน้าได้ครบจบในตลับเดียว
โดยส่วนตัวคิดว่าสีสำหรับใช้สร้างกรอบหน้าค่อนข้างโอเคเลย
สีเป็นแบบเนื้อด้าน ไม่มีชิมเมอร์วิ้งวาว โทนสีเหมาะกับสาวผิวโทนเหลืองแบบบ้านเรา
แต่ตัวฝั่งไฮไลท์จะเป็นเนื้อแป้งที่ด้านไปปนิด เหมือนแป้งฝุ่นสีขาวธรรมดา ปัดแล้วไม่มีมิติเลย
ใครอยากได้แค่สี Shade ก็ซื้อได้ค่ะ แต่ถ้าคาดหวังไฮไลท์สวยๆวาวๆ ตลับนี้ไม่ผ่านค่ะ

มาถึงการทดลองใช้กันบ้าง จากรูปนี้ นุ่นแต่งตาด้วยพาเลต Ipro ปัดแก้มด้วย This & That
สร้างกรอบหน้าด้วย Celebity Shade & Highlight เสร็จเรียบร้อยได้ลุคประมาณนี้
หวังว่าสาวๆจะพอได้ข้อมูลจากบล็อกนี้ในการตัดสินใจซื้อสิ่งเหล่านี้นะคะ
คราวหน้ามีอะไรน่าสนใจ จะแวะมาอัพเดทกันอีกค่า ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายพูดคุยด้วยค่ะ 🙂

แนะนำครีมลดริ้วรอยแบรนด์ใหม่จากอเมริกา Kinerase (ไคเนเรส)


หลายคนคงยังไม่คุ้น หรืออาจจะยังไม่เคยได้ยินชื่อของแบรนด์นี้กันนะคะ
วันนี้ขอแนะนำให้รู้จักกับ Kinerase เวชสำอำงชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา
ที่ตอนนี้ก็กำลังจะนำมาวางจำหน่ายในบ้านเราช่วงเดือนสิงหาคมนี้แล้วล่ะค่ะ
สำหรับ Kinerase ที่วางขายในเอเชียได้รับการพัฒนาสูตรให้อ่อนโยน
และผลิตให้เหมาะกับสภาพผิวของชาวเอเชียโดยเฉพาะ
Kinerase มีการพัฒนาสินค้าขึ้นที่ห้องแล็ปผลิตเครื่องสำอางค์ที่ญี่ปุ่นและผลิตที่สิงคโปร์ค่ะ

มาดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Kinerase กันบ้างค่ะ
Kinerase เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักของ Kinetin (ไคเนติน)
ซึ่งเป็น Bio Growth Factor สำหรับเซลล์สิ่งมีชีวิตที่ถูกค้นพบในปี 1955
โดยจะทำหน้าที่ช่วยชะลอ และยับยั้งกระบวนการเสื่อมของเซลล์ผิว
สนับสนุนการเพิ่มจำนวน และการปรับตัวของเซลล์ผิว
ทำให้โครงสร้ำงพื้นฐานของผิวแข็งแรง และมีความยืดหยุ่น
โดยจะไม่เร่งการผลัดชั้นผิว หรือลอกเซลล์ผิวออก
แต่จะทำให้องค์ประกอบของชั้นผิวเพิ่มจำนวนในปริำมาณที่เหมาะสม
ทำให้ร่องลึกและริ้วรอยแลดูตื้นขึ้น พร้อมทั้งทำให้สีผิวแลดูจางลงมีสีผิวที่สม่ำเสมอ

ส่วนผสมต่างๆบนฉลากผลิตภัณฑ์ค่ะ

นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังเครมคุณสมบัติที่น่าสนใจเพิ่มมาให้อีกด้วยว่า
สำหรับคนที่ทำการรักษาริ้วรอยด้วยเลเซอร์ หรือทรีทเมนต์ผิวสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้ได้
เพราะจะช่วยให้เห็นผลดียิ่งขึ้น และยังสามารถใช้ร่วมกับ Moisturizer อื่นๆได้

Kinerase ก็จะมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายชิ้นเลยทีเดียวค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

Kinerase Gentle Daily Cleanser
ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำหอม และ Paraben (วัตถุกันเสีย)

Kinerase Hydrating Antioxidant Mist
เป็น Dual function คือเป็นได้ทั้งโทนเนอร์และสเปรย์ระหว่าำงวันเพื่อคืนความสดชื่นสู่ผิว

Kinerase C6 Peptide Intensive Treatment
ครีมบำรุงผิวเข้มข้น ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าและช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอและเรียบเนียน

Kinerase Cream และ Kinerase Lotion
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยลดริ้วรอย และคงความชุ่มชื่นให้กับผิว

และ Kinerase Eye Cream
อายครีมที่บางเบา ทำให้ผิวชุ่มชื่นคืนความอ่อนเยาว์ให้กับดวงตา ช่วยให้ริ้วรอยรอบดวงตาจางลง

ซึ่งนุ่นมีโอกาสได้ทดลองใช้ Kinerase Cream มาเกือบเดือนแล้วล่ะค่ะ
วันนี้เลยขอแชร์ผลการใช้งานให้เพื่อนๆได้เก็บไว้เป็นข้อมูลกัน

Kinerase Cream มีส่วนผสมของ Kinetin ปริมาณ 0.1%
ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นและลดเลือนริ้วรอย โดยเฉพาะรอยเหี่ยวย่นบริเวณหางตา
และยังคงความชุ่มชื่นให้กับผิวเป็นอย่างดี
นอกจากนั้นยังช่วยปรับสีผิวที่เกิดจากการเพิ่มของการผลิตสีในเฉพาะจุด(hyperpigmentation) ให้เท่ากัน
และยังช่วยป้องกันจุดด่างดำที่เกิดจากรังสี UV ในแสงแดดได้อีกด้วย

Kinerase Cream ที่นุ่นใช้หลอดนี้เป็นสูตรพิเศษเฉพาะสำหรับผิวธรรมดาและผิวแห้ง
เป็นสูตร Hypoallergenic ที่ลดอาการแพ้และไม่มีส่วนผสมของ comedogenic (ไม่ก่อสิว)
ไม่ใส่สี และกลิ่นสังเคราะห์ใดๆทั้งสิ้น

Kinerase ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าสามารถลดริ้วรอย โดยเฉพาะบริเวณหางตา
Kinerase คงความเรียบเนียน ไร้ริ้วรอย และลดรอยจุดด่ำงดำในผิวให้หายไป

สภาพผิวโดยรวมไม่ค่อยมีริ้วรอยมากนัก จะมีชัดเจนบริเวณใต้ตา และระหว่างคิ้ว
สีผิวไม่สม่ำเสมอ มีรอยคล้ำใต้ตา มีรอยสิวบ้างเล็กน้อย และมีกระเยอะบริเวณโหนกแก้ม

สำหรับผลการใช้งานของนุ่นผลที่ได้คือ
ผิวดูชุ่มชื้นขึ้น ไม่มีอาการแพ้ใดๆเกิดขึ้น ริ้วรอยบางๆที่ดูจางลงเล็กน้อย
ริ้วรอยร่องลึกบริเวณใต้ตายังไม่จางลง คงต้องใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องน่าจะเห็นผลที่ชัดเจน
สีผิวดูสว่างสม่ำเสมอกันดี เนื้อครีมข้นหนักแต่ไม่มัน ทาสักพักก็ซึมเข้าสู่ผิวได้ดี
ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะให้รู้สึกไม่สบายผิว ภาพรวมของผิวดูดีขึ้นจากเดิมเยอะเลยค่ะ

จากข้อมูลของแบรนด์มีข้อแนะนำว่า
Kinerase จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง และจะเริ่มเห็น ผลใน 4-8 สัปดาห์ และจะเห็นผลที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ
โดยส่วนตัวใช้มาประมาณ 3 สัปดาห์ รู้สึกถึงสภาพผิวที่ค่อยๆดีขึ้น เชื่อว่าถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง ริ้วรอยและปัญหาผิวต่างๆน่าจะดีค่ะ

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจในผลิตภัณฑ์ต่างของ Kinerase ก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.kineraseasia.com/th
http://www.facebook.com/KineraseThailand

ขอบคุณ Kinerase ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้ด้วยค่ะ

Origins Plantscription Anti Aging Serum


สำหรับ Plantscription Anti Aging Serum ขวดเขียวๆขวดนี้
เป็นเซรั่มที่ช่วยเรื่องริ้วรอย และเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการเฟื้อนฟูและบำรุงผิว
เพื่อผิวที่ดูกระชับ เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ แหม..แค่นี้ก็น่าสนใจแล้วนะคะ

และจากกลุ่มอาสาสมัครที่ทดลองใช้ Plantscription Anti Aging Serum รับรองว่า
หลังจากที่ได้ทดลองใช้ ริ้วรอยจะลดเลือนลง ผิวดูกระชับ เรียบเนียนขึ้นภายใน 4 สัปดาห์

ซึ่งนุ่นมีโอกาสได้เข้าเวิร์คช้อปเพื่อทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดตัวนี้ด้วย
โดยการเวิร์คช้อปในครั้งนี้ เค้าจำลองบรรยากาศเหมือนเรากำลังเป็นนักวิทยาศาตร์ในห้องแล็ปเลยค่ะ
เพื่อที่เราจะได้รู้ถึงประสิทธิภาพของ Plantscription Anti Aging Serum ขวดนี้กัน

มาดูอุปกรณ์ในการทดลองวิทยาศาสตร์ความงามในครั้งนี้กันก่อนเลย
คิดถึงอุปกรณ์ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์สมัยเรียน ม.ต้นเลยอ่ะ

ในการทดลองสมมุติว่าผิวเราเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ถูกบีบจนมีริ้วรอยฝังลึก
และเมื่อได้รับการบำรุงด้วย สารสกัดจากธรรมชาติจากต้น Anogeissus (แอนโนเกซิส)
ผลที่ได้คือ ผิวจะนุ่มฟูเหมือนดังฟองน้ำในการทดลองครั้งนี้
น่าสนใจใช่ไม๊ค่ะ เราลองไปทำความรู้จักกับ เจ้าต้น Anogeissus กันสักเล็กน้อยดีกว่าค่ะ

สำหรับเจ้าต้น Anogeissus ที่เป็นสารสกัดหลักใน Plantscription ขวดนี้มีประโยชน์มากมายเลยค่ะ
เพราะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค ต้านเชื้อมาลาเรียและแบคทีเรียในช่องปากได้
ที่สำคัญคือ สามารถกระตุ้นการผลิตเส้นใยตามธรรมชาติในชั้นผิวของเรา
ช่วยให้ผิวฟื้นตัว และรักษาความสมดุลของผิวจากภายใน
ริ้วรอย ร่องลึกต่างๆจึงจางลง ผิวยกกระชับ แข็งแรง
ซึ่งนับว่าเป็นคุณสมบัติจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างน่าทึ่งเลยล่ะค่ะ

และเมื่อนำมาใช้เกี่ยวกับการดูแลและบำรุงผิว ก็จะเกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจดังที่กล่าวมาทั้งหมดค่ะ

ใครสนใจ Origins Plantscription Anti Aging Serum ขวดนี้
ก็สามารถแวะไปเมียงมองที่เคานท์เตอร์กันได้ค่ะ