CHU CHU KISS Diamond HD Compact Powder แป้งราคาน่ารัก คุณภาพเคาน์เตอร์แบรนด์


 

สวัสดีค่าาาาา วันนี้นุ่นมีแป้งผสมรองพื้นน้องใหม่ ราคาน่ารัก
แต่ในเรื่องคุณภาพนั้น เกินราคาไปอีกมาแนะนำกันค่า
CHU-CHU KISS Diamond HD Compact Powder 
แป้งผสมรองพื้น เนื้อเนียนละเอียด ช่วยในการปกปิด ควบคุมความมัน พร้อมทั้งบำรุงผิว
ตลับแป้งเป็นโทนสีชมพูแสนหวานที่น่าจะถูกใจน้องๆนักศึกษามากๆ
ที่เก๋อีกหนึ่งอย่างคือการแยกพัฟฟ์ออกจากตัวแป้ง ทำให้ไม่เลอะเทอะระหว่างการใช้งาน
ตลับก็ทำจากวัสดุที่มีความแข็งแรง เปิดปิดง่าย ไม่ก๊องแก๊ง น้ำหนักเบา พกพกสะดวก
 
 

 
ซึ่งเค้าก็ทำออกมาวางจำหน่ายถึง  4 โทนสี เลย  คืิอ
01 สำหรับผิวขาว
02 สำหรับผิวขาวเหลือง
03 สำหรับผิวสองสี
04 สำหรับผิวเข้ม
เรียกว่าครอบคลุมกับสาวผิวขาวและสาวผิวเข้มกันเลยทีเดียว
(ภาพประกอบจากเพจ Facebook.com/chuchukisscosme )
Smiley Smiley Smiley Smiley
ซึ่งนุ่นได้ลองใช้แป้งตลับนี้มาสักระยะแล้ว วันนี้เลยถือโอกาสมาอัพเดทผลการใช้กันค่ะ
ทีนี้มาดูสภาพหน้าส้ด..สดกันก่อนค่ะ ว่าประสบปัญหาอะไรบนใบหน้าบ้าง
เป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน ช่วง T-Zone มีความมันไวมาก
ช่วง U-Zone จะแห้งลอกนิดหน่อยเป็นช่วง บางวัน  แล้วแต่สภาพอากาศในช่วงนั้นๆ
สีผิวไม่สม่ำเสมอ มีความคล้ำใต้ตาจากภูมิแพ้ มีรอยกระบริเวณแก้ม
ปีกจมูกแดง รูขุมขนกว้าง มีรอยดำแดงจากสิวบ้างเล็กน้อย
สำหรับเบอร์ที่นุ่นเลือกใช้คือเบอร์ 02 เพราะมีความใกล้เคียงกับสีคอตัวเองมากกว่า 01
เวลาลงแป้งหมดปัญหาหน้าลอย หน้าขาวกว่าคอไปทันทีค่ะ
มาดูผลในเรื่องการปกปิดกันก่อน รุปถ่ายวันเดียวกันแต่คนละมุม แสงอาจแตกต่างกันเล็กน้อย
ทดสอบโดยการลงสกินแคร์บำรุงผิวแล้วเติมแป้งด้วยพัพฟ์โดยไม่ใช้รองพื้นและคอนซีลเลอร์
ถือว่าแป้งให้การปกปิดได้ดีทีเดียว รอยกระจางๆหายไปเลย ส่วนรอยกระเข้มๆดูจางลง
รอยแดงข้างจมูกก็หายไป สีผิวดูกลมกลืนสม่ำเสมอกันทั่วทั้งใบหน้า ผิวหน้าดูเนียนแต่ไม่โบ๊ะ
ในเรื่องของรูขุมขนมองใกล้ๆอาจยังเห็นอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ภาพรวคือดูเนียนเป็นธรรมชาติ
ฟินิชลุคหลังลงแป้งจะดูแมทพอสมควร สามารถฉีดสเปรย์น้ำแร่ให้ผิวดูไม่แห้งเกินไปได้
แต่สำหรับคนผิวผสม หรือคนผิวมัน ระหว่างวันผิวจะฉ่ำขึ้น ให้งานผิวที่ดูวาวแต่ไม่เมือก
สำหรับวันสบายๆ ลงแป้งแล้วแต่หน้าต่อ ก็ได้งานผิวที่ดูดี แบบไม่ต้องโบกเยอะ
ถ้าบอกว่าลงแค่แป้งผสมรองพื้นอย่างเดียวใครจะเชื่อ เพราะรอยกระ รอยแดงไม่เหลือเลย
สำหรับผลของเรื่องการควบคุมความมันถือว่าทำได้ดีทีเดียว เพราะปกติเป็นคนหน้ามันไว
แค่ครึ่งวันหน้าก็มันเยิ้มแล้ว แต่ Chu-Chu Kiss ผ่านไปครึ่งวันเริ่มมันแค่จมูกเท่านั้น
ส่วนอื่นๆแค่ดูวาวขึ้นเล็กน้อย แต่หน้าไม่มันเยิ้มอย่างที่เคยเป็น
ทดลองไม่ซับหน้าเลยตั้งแต่เช้า ผ่านไป 12 ชม.หน้ามัน  แต่สีผิวไม่ดรอป ไม่หมอง แป้งไม่เลือน
นอกจากนั้นแป้งยังไม่เป็นคราบและตกร่องใต้ตาอีกด้วย พอลองซับมันหน้าก็ผ่องเหมือนตอนเช้าเลย
โดยรวมหลังจากที่ได้ลองใช้คือประทับใจมาก เพราะคุณภาพสู้แป้งเคาน์เตอร์แบรนด์ได้เลย
สำหรับคนที่สนใจอยากซื้อหาแป้ง Chu-Chu Kiss Diamond HD Compact Powder มาลอง
ก็สามารถซื้อได้ที่ Facebook.com/chuchukisscosme

IG : chuchukiss_cosme และ Line @chuchukisscosme

 

Review : Mistine Vanity Long Lasting Super Powder spf25 PA++


  …

สวัสดีค่ะ ขอประเดิมบล็อกแรกของปี ๒๕๕๘ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้วก่อนเลย

1409644681-MistineVan-o

แป้งผสมรองพื้น Mistine Vanity Long Lasting Super Powder spf25 PA++
สิ่งแรกที่ทำให้ตัดสินใจซื้อรุ่นนี้ก็คือตลับฟรุ้งฟริ้งของเค้าเลย
ก่อนหน้านี้เคยใช้แป้งรุ่นนัมเบอร์วัน แพลทตินั่ม แค่รุ่นเดียว
แล้วก็มาปิ้งตลับรุ่นโบว์ กับรุ่นดอกไม้แต่ก็ไม่ได้ซื้อมาลอง
พอมาเจอความหวานแหว๋วของตลับนี้เข้าไป ไปหามาลองทันทีค่ะ

00

สำหรับราคาของรุ่นนี้อยู่ที่ 150-259 บาท อยู่ที่แต่ละร้านจะขายเท่าไหร่
ด้วยความที่ไม่แน่ใจผลการใช้งาน เลยขอซื้อในราคาที่เราไม่เสียดายตังค์ดีกว่า
ซึ่งเราก็หามาได้ที่ราคา 160- แถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  ย่านนั้นจะมีหลายราคา ต้องลองเดินๆดูค่ะ

02

01

ตลับขนาดประมาณฝามือ หนา และมีน้ำหนักพอสมควร ไม่เบา ไม่ก๊องแก๊ง
ดีไซน์ออกมาในรูปแบบกระเป๋าคลัชท์ที่สาวๆนิยมถือไปงานกลางคืน
วิธีการเปิดจึงต่างไปจากตลับแป้งทั่วไปอยู่สักนิด ใช้ช่วงแรกๆก็จะไม่ถนัดมือสักเท่าไหร่ค่ะ
โดยส่วนตัวก็รู้สึกว่าตลับแป้งมันหนาและเทอะทะประมาณหนึ่ง ชอบแป้งตลับบางๆเล็กๆมากกว่า
แต่รุ่นนี้เค้าดีไซน์มาให้ดูหรูหราสวยงาม ถ้าเราใช้กระเป๋าใบเล็กๆอาจพกพาลำบากนิดนึงค่ะ

03

เปิดตลับมาจะเป็นสองช่องแบบนี้ แยกโซนแป้งกับพัฟเรียบร้อย
แป้งมีทั้งหมด 3 เบอร์ 1-ขาวสุด 2-สีผิวกลางๆ และ 3 จะคล้ำสุด แต่ก็ยังถือว่าสาวผิวขาวเหลืองทั่วไปยังใช้ได้อยู
แป้งที่ซื้อมาเป็นเบอร์ 2 นะคะ ค่อนข้างพอดีเป๊ะกับสีผิว
เนื้อแป้งจะมีวิ้งที่เห็นชัดผสมอยู่ ถ้าใช้พัฟก็จะเห็นวิ้งค่อนข้างชัดเจน
แต่ส่วนใหญ่นุ่นจะชอบใช้แปรงปัดค่ะ ได้ลุคเบาๆ ดูเป็นธรรมชาติดี ไม่หนา ไม่โบ๊ะ

04

รายละเอียดสินค้า

ติดทนนานสวยมั่นใจ 18 ชม. ด้วยเทคโนโลยี ดูราเบิ้ล ฟิกซ์ เพอเดอร์
หน้าเนียนเปล่งประกายด้วย อนุภาคพิงค์ ไดมอนด์
ปกปิดพิเศษพร้อมควบคุมความมันยาวนานด้วย ไฮบริด พีเอฟ-เอสไอ
กันแดด ทั้งรังสี ยูวี เอ, ยูวี บี 25 เท่า

สภาพผิว

ผิวผสมค่อนไปทางมัน ส่วนที่มันไวมันเร็วคือช่วง T-Zone หนังตา และซอกจมูกทั้งสองข้าง
สีผิวไม่สม่ำเสมอ มีริ้วรอยใต้ตา และมีกระเยอะบริเวณแก้ม

ผลการใช้งาน

แป้งรุ่นนี้ควบคุมความมันได้ดี ระดับการปกปิดปานกลาง
แป้งติดผิวดี ซับหน้าแล้วแป้งไม่หลุดติดมาเยอะ
จะเห็นว่ามีวิ้งติดมาด้วยแม้จะใช้แปรงปัด แต่ก็ไม่ได้ติดมาเยอะนะคะ มีติดมาประปราย
ใครที่ไม่ชอบแป้งวิ้งๆควรใช้แปรงแทนพัฟ หรือต้องลองรุ่นอื่นแทน
แป้งรุ่นนี้ระหว่างวันสีแป้งไม่ดรอป และให้ความรู้สึกเบาผิว ไม่หนาโบ๊ะ

ถ้าไม่ออกแดดจัดๆ แป้งก็ติดทนหลาย ชม.นะคะ แต่ก็ไม่ถึง 18 ชม.ขนาดนั้น
ถ้าหากมีกิจกรรมกลางแจ้งก็หลุดตามสภาพเหงื่อของแต่ละคนเลย
ช่วง T-zone หรือตามไรผมตรงหน้าผากก็จะไปก่อนส่วนอื่นๆ
ก็ถือว่าทำได้ดีในเรทราคาประมาณนี้

v

v

v

v

05

จากรูปนุ่นลงแป้งตั้งแต่เช้าประมาณ 08.30 น.
และใช้ชีวิตแบบสาวออฟฟิสทั่วไป คือไปทานข้าวเที่ยง บ่ายๆมีซับหน้าแต่ไม่เติมแป้ง
กลับมาบ้านทำนู่นนี่นั่นแบบไม่เปิดแอร์จนถึงสามทุ่มนิดๆ แล้วจึงเตรียมเช็ดล้าง คสอ.
ช่วงที่ทดสอบแป้ง ผิวไม่มีปัญหาอะไร แป้งอยู่ติดทนดี มีหลุดบ้างช่วง T-zone
ดรอปลงเล็กน้อยในช่วงค่ำๆ แต่ซับหน้าแล้วก็โอเคค่ะ เด้งใสเหมือนเดิม แต่ตามปีกจมูกเริ่มหลุดแล้ว

ก็เป็นผลการใช้ส่วนตัวนะคะ คนอื่นๆอาจมีผลการใช้ที่ต่างกันไป
หวังว่าบล็อกนี้จะพอมีประโยชน์สำหรับคนที่สนใจแป้งตัวนี้อยู่ไม่มากก็น้อย
บล็อกหน้ามีอะไรน่าสนใจจะมาอัพเดทกันในโอกาสต่อๆไปนะคะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายและพูดคุยที่บล็อกกันด้วยค่า

BISOUS BISOUS : Starry Jewel Collection


สวัสดีค่า บล็อกนี้มีของใหม่มายั่วกันอีกแล้ว ไปดูกันค่ะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

สาวๆคนไหนที่เป็นแฟนของแบรนด์ Bisous Bisous เตรียมเสียตังค์กันได้แล้วนะจ๊ะ
เพราะตอนนี้เค้าออกคอลเลคชั่นใหม่มาให้กรี้ดกร้าดกันเรียบร้อยแล้ว
และคอลเลคชั่นนี้มาพร้อมกับความน่ารักกุ๊กกิ้ก กับลายกราฟฟิคเก๋ๆ ในคอลเลคชั่น Starry Jewel
โดยเลือกเอา อัญมณีสีชมพู หรือ Pink Tourmaline มาเป็นส่วนผสมพิเศษในคอลเลคชั่นนี้

มาเริ่มกันที่ชิ้นแรก Bisous Bisous Starry Jewel CC Cream SPF37 PA+++ [995-]
ช่วงนี้หลายๆแบรนด์ทำเจ้า CC Cream กันออกมาเยอะเลยนะคะ หลายคนอาจสงสัยว่าคืออะไร
CC Cream ก็คือ สกินแคร์ที่ช่วยบำรุงผิว และปรับสภาพสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ กลมกลืนกัน
บางยี่ห้ออาจเพิ่มสารกันแดด เมคอัพเบส หรือสารบำรุงอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้น่าสนใจมากขึ้น

สำหรับขวดนี้ของ Bisous Bisous ก็เน้นในเรื่องการบำรุง และปรับสีผิว มีสารกันแดดและเมคอัพเบส
จึงเหมาะมากๆที่จะใช้แทนรองพื้นได้เลยในกรณีที่เราไม่ได้ต้องการความเนี้ยบเป๊ะของผิวมากๆ
เนื่องจากระดับการปกปิดที่ปานกลาง จึงให้ลุคที่ดูสดใส และเป็นธรรมชาติ

เนื้อผลิตภัณฑ์เค้าจะเป็นสีขาวนะคะ แต่พอเกลี่ยแล้วจะค่อยๆกลมกลืนกับสีผิวในที่สุด
สีนี้เป็นสีเบอร์ 2 Natural Beige จะให้สีเข้มกว่าผิวนุ่นนิดนึง เลยบอกไม่ได้ว่าดรอปลงระหว่างวันไม๊
เรื่องคุมมันในกรณีของคนผิวผสมแบบนุ่น ถือว่าไม่ได้คุมมันเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้ามันเพิ่ม
ใช้แล้วรู้สึกชอบนะคะ เพราะสะดวกดี ทาตัวเดียวจบ ให้ลุคที่ไม่โบ๊ะเกินไป ไม่บางเกินไปค่ะ

ชิ้นถัดมาคือ Bisous Bisous Starry Jewel Powder Pact SPF40 [1,095-]
แป้งผสมรองพื้นเนื้อบางเบา เน้นการปกปิด และอำพรางรูขุม
มีส่วนผสมของ Super Hyarulonic Acid ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และควบคุมความมัน
สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ และมีค่า SPF สูงถึง 40 เลย
ในตลับมีพัฟแยกชั้นมาให้ด้วย ซึ่งก็สะดวกต่อการพกพาไปใช้งานดอกบ้านด้วยค่ะ
คอลเลคชั่นนี้ไม่เป็นตลับ Signature รูปดอกไม้แล้ว แต่ก็ดีไซน์ออกมาน่ารักเหมือนเคย
เห็นว่าถ้าซื้อที่เคาน์เตอร์ก็สามารถให้เค้าสลักชื่อเราไปบนตลับได้ด้วย เก๋นะเนียะ

***แป้งตัวนี้ถึงจะเคลมว่าเน้นการปกปิด แต่จริงๆก็ไม่ได้ปกปิดมากนะคะ
แต่ถ้าใครสภาพผิวดีไม่มีปัญหา ก็สบายเลย เพราะจะได้ลุคที่หน้าเนียนๆใสๆไม่โบ๊ะดีค่ะ
และสภาพผิวผสมอย่างนุ่นก็ไม่ได้คุมมันอะไรมากมาย แต่หน้าไม่มันเพิ่มค่ะ

มาต่อที่บลัชออนสุดน่ารัก Bisous Bisous Starry Jewel Trio Blusher [695-] สี …
เป็นบลัชออนที่ให้มาถึง 3 เฉดสีในตลับเดียว และพิมพ์ลายออกมาได้น่ารักมาก
เราสามารถเลือกทาสีใดสีหนึ่งที่เราชอบ หรือปัดรวมกันแล้วทาทั้งสามสีได้เลย
บลัชมีความเป็นฝุ่นเล็กน้อย แต่ให้สีที่ติดทน และเม็ดสีเข้มก็ค่อนข้างชัดเจนดีค่ะ

ปิดท้ายด้วย Bisous Bisous Starry Jewel Velvet Liquid Lipstick สี 04 [495-]
เป็นลิปอีกรุ่นที่น่าสนใจไม่แพ้รุ่นเก่าๆ ของ Bisous Bisous เลยค่ะ
รุ่นนี้พิเศษตรงทำให้เนื่อสัมผัสเมื่อทาออกมาแล้วดูแมท แต่ยังคงความฉ่ำอยู่นิดๆ
แต่ข้อเสียของเค้าคือจะทายากนิดนึง ต้องบรรจงหน่อยจะได้ไม่เป็นคราบ
และด้วยความที่เป็นเนื้อลิปกึ่งแมท ควรบำุงริมฝีปากด้วย
เพราะถ้าปากแห้งลอก (แบบในรูป) ทาออกมาแล้วไม่สวยเลยค่ะ ลิปตกร่องตกรอยชัดเจน

Smiley Smiley Smiley Smiley

มาดูการใช้งานแต่ละชิ้นในชีวิตประจำวันกันบ้างนะคะ

วันนี้ลองเทสชิ้นนี้ เลยเลือกลงตัว CC ครีมตัวเดียวโดดๆเลย
ถึงเนื้อครีมจะเป็นสีขาว แต่เกลี่ยแล้วก็จะกลมกลืนกับสีผิว ให้ความฉ่ำและให้การปกปิดค่ะ

ป้ดตามด้วยแป้งผสมรองพื้นก็จะให้การปกปิดจะเพิ่มขึ้น และปัดตามด้วยบลัชออน

แป้งผสมรองพื้นหากอยากให้เนี้ยบสุดๆก็ใช้พัฟนะคะ หากอยากได้ลุคเบาๆหน่อยก็ใช้แปรงแทนค่ะ
จากรูปนุ่นใช้แปรงนะคะ ชอบให้มันไม่หนักหน้าเกินไป

เติมคิ้ว ปัดมาสคาร่า และปิดท้ายด้วยตัวลิคควิดลิป
รู้สึกว่าแค่ CC ครีมกับแป้งก็ช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน และสีผิวสม่ำเสมอขึ้นแล้วค่ะ

ก่อนและหลังราวกับคนละคนเลยทีเดียว
และเนื่องจากเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน 8 ชม.ผ่านไปโดยไปซับหน้าเลย
แน่นอนว่าหน้ามันขึ้นเงาเรียบร้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอใจ แป้งไม่ดรอป
หลังซับหน้าอาจมีแป้งหลุดตามซอกจมูกบ้างเพราะบริเวณนั้นมันมากกว่าส่วนอื่น
แต่โดยรวมหลังซับหน้าผิวก็จะดูผ่องขึ้นเล็กน้อย และผิวไม่หมองไม่ดรอบลงค่ะ

Smiley Smiley Smiley Smiley

ก็ครบแล้วสำหรับ Bisous Bisous Starry Jewel อันนี้แค่ส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นนี้ค่ะ
อยากเห็นสีสันอื่นๆแบบเต็มๆของคอลเลคชั่นนี้ต้องแวะไปเมียงมองที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ
เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ราคาไม่สูงมาก และผลิตภัณฑ์หลายๆชิ้นก็มีคุณภาพดีสมราคา
ต้องขอบคุณ Bisous Bisous ที่ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาให้อัพเดทกันด้วยค่า

Review : L’oreal Lucent Magique



วันนี้ขอยกมาทั้งเซ็ทสำหรับ Lucent Magique [ลูเซนท์ เมจิก] ที่จะรีวิวให้สาวๆที่สนใจได้อัพเดทกันค่า
จริงๆทั้งหมดนี้ทางแบรนด์ส่งมาให้ได้ทดลองใช้ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เค้าออกมาใหม่ๆแล้วล่ะค่ะ
ลองใช้มาจนคิดว่าสมควรแก่เวลาที่จะมากระจายข่าวบอกต่อกันได้สักทีเนอะ
ยิ่งเห็นสาวชมพู่ อารยา เค้าทำเป็นคลิปออกมา เชื่อว่าสาวๆหลายคนคงรีบไปสอยกันแล้วๆแน่เลย

จากซ้ายไปขวาประกอบด้วย ไพร์เมอร์, บีบีครีม, ทัชอัพเพ็น, รองพื้น และสุดท้ายแป้งผสมรองพื้น
ทั้งหมดนี้ใช้ร่วมกันได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจทีเดียวค่ะ แต่ตัวที่เวิร์คสุดๆที่แนะนำเลยก็คงเป็นรองพื้น
แต่อันที่จริงๆสาวๆก็คงต้องลองกันดูว่าชอบตัวไหนเป็นพิเศษอ่ะเนอะ

มาเริ่มที่ชิ้นแรก Lucent Magique Pure Light Primer
ชื่อเป็นไพร์เมอร์ แต่คุณสมบัติหลักๆเค้าทำหน้าที่คล้ายๆไฮไลท์เลย คือทำให้ผิวดูโกลว์ สว่าง
ตัวนี้ทำหน้าที่ในการปรับผิวให้ดูสว่างใสได้ดี ทำให้ผิวดูไบรท์ขึ้นมากๆ
เนื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อมุกสีขาวละเอียดเล่นแสงไฟ แต่ถ้าแล้วหน้าไม่วาว ไม่เวอร์ค่ะ
ซึมสุ่ผิวได้ทันที สามารถตามด้วยผลิตภัณฑ์ตัวอื่นได้โดยไม่เกิดคราบใดๆเลยค่ะ

ชิ้นต่อมาคือ Lucent Magique Skin Luminating BB Cream SPF 20 PA+++
เป็นบีบีครีมที่แปลกมากๆ เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นสีขาวและมีเม็ดบีดส์ขนาดเล็กมากๆปนอยู่
แต่พอทาไปแล้วเนื้อครีมจะดูกลมกลืนกับสีผิวเราในทันที แต่กลับช่วยทำให้ผิวดูสว่างขึ้น
ซึ่งบางทีนุ่นจะใช้ตัวนี้เดี๋ยวหลังจากที่ทากันแดด แล้วลงแป้งตามได้เลย ได้ผิวที่ดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ

คุณสมบัติหลักๆของเค้าคือ ปรับผิวให้ดูเนียนละเอียดและสว่างขึ้น เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะหนะ
แต่ระดับการปกปิดยังถือว่าไม่ได้มากมายนะคะ ใครมีรอยสิวเยอะอาจจะเอาไม่อยู่ค่ะ
ใครที่ผิวดีอยู่แล้วใช้ตัวนี้เดี่ยวๆได้สบายหายห่วงค่ะ ทำให้ผิวดูผ่องขึ้นได้เลย

Lucent Magique Liquid Light Touch-Up Pen ด้ามนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้ชิ้นอื่นๆด้านบนเลยนะคะ
สำหรับตัวนี้จะมีสองสีคือ ชมพู และสีเนื้อค่ะ เป็นปากกาที่ให้ความวาว ความสว่างแบบไฮไลท์
สามารถเติมได้ทั้งก่อนและหลังแต่งหน้าเลย โดยแต้มในจุดที่เราต้องการให้กระทบกับแสง
เช่น โหนกคิ้ว โหนกแก้ม สั้นจมูก หรือตรงรอยหยักที่ริมฝีปากบน ก็ได้
ซึ่งตัวสีเนื้อจะมีความวาวน้อยกว่าสีชมพู ทำให้เรายังสามารถใช้แทนคอนซีลเลอร์ได้ด้วย

มาถึงชิ้นโปรดของนุ่นเลย Lucent Magique Light-Infusing Foundation
รองพื้นราคาย่อมเยาว์แต่ให้ผลลัพธ์น่าประทับใจมาก ตัวนี้ช่วยให้ผิวดูเนียนฉ่ำ ดูสุขภาพดี
ปกติคนหน้าเกือบมันแบบนุ่นขอผ่านกับลุคฉ่ำวาวแน่นอนทันที แต่ตัวใช้แล้วชอบมากๆ
เพราะทำให้หน้าดูวาวแต่ไม่หมอง ไม่ทำให้หน้าดูมันเยิ้ม ดูฉ่ำแบบกำลังดีเลย
ระดับการปกปิดปานกลางนะคะ แต่สามารถเพิ่มในจุดที่เป็นปัญหาได้โดยไม่ดูหนาเกินไป
เกลี่ยได้ง่าย ซึมเร็ว เนื้อสัมผัสบางเบา สบายผิว ให้ใบหน้าดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติค่ะ

มาถึงตัวสุดท้าย Lucent Magique Skin Luminating Tri-Powder Foundation
แป้งผสมรองพื้นที่มี 3 โทนสีในตลับเดียว แป้งตัวนี้เหมาะกับการใช้เดี่ญวๆมากกว่านะคะ
เพราะถ้าใช้หลังลงรองพื้น โดยส่วนตัวนุ่นรู้สึกว่าจะดูหนาและดูโบ๊เกินไป
แต่ถ้าใช้คู่กับ BB ตัวบนยังถือว่าจับคู่กันได้ดีกว่า ซึ่งนุ่นชอบใช้กับแปรงปัดแป้งมากกว่าฟองน้ำ
จะได้ใบหน้าที่ดูนวลเนียนกำลังดี ไม่หนา หรือว่าวอก หรือดูหนักเกินไปค่ะ

ที่นี้มาดูเนื้อผลิตภัณฑ์ของแต่ละชิ้นกันบ้างนะคะ (จากในรูปนุ่นลืมปาดสีแป้งให้ดู..ต้องขออภัยค่ะ)

แล้วมาดูขั้นตอนการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันด้วยผลิตภัณฑ์ Lucent Magique ที่ใช้เป็นประจำค่ะ


สำหรับรองพื้นของนุ่นใช้เบอร์ N2 Pure Porcelain และแป้งเบอร์ N2 Nude Vanilla ค่ะ
โดยก่อนลงรองพื้นนุ่นใช้ Primer และ BB ในเซ็ทเตรียมผิวก่อนเรียบร้อยแล้วค่ะ

สำหรับพอยท์เมคอัพในทุกๆวันนุ่นใช้แค่ บลัชออน, มาสคาร่า และลิปสติกแค่นั้นค่ะ
ไม่ได้ใช้เฉดดิ้งหรือไฮไลท์เพิ่ม เพราะเป็นคนหน้ามันไวมาก ไม่อยากให้หน้าดูหมองระหว่างวันค่ะ

จากภาพก่อนและหลัง จะเห็นว่า เมื่อลงครบทุกขั้นตอนจะเห็นว่าผิวได้รับการปกปิดที่ดีขึ้น
ใบหน้าดูสว่างสดใส ได้ลุคเบาๆดูเป็นธรรมชาติ ไม่หนาไม่โบ๊ะเลยค่ะ

ผ่านไปราวๆ 8-9 ชม. จะได้ผิวประมาณนี้นะคะ คือฉ่ำมากแต่ดูไม่หมอง
แป้งและรองพื้นยังติดผิวดีอยู่ ไม่มีคราบใดๆเกิดขึ้น ปลื้มมากๆค่ะ

สำหรับ Lucent Magique นุ่นชอบทุกตัวเลย เพราะใช้ได้ดีกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ตัวเองมากๆ
ราคาก็ไม่แพง และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ก็ดีเกินราคาด้วย
สาวๆสนใจชิ้นไหน ลองแวะไปทดสอบผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เจอร์กันดูนะคะ
เชื่อว่าต้องมีสักชิ้นที่โดนใจกันแน่นอนค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาพูดคุยทักทายกันด้วยนะคะ

Review : Za Perfect Fit Concealer + Perfect Fit Two-way Foundation


ZA ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดมาให้ทดลองใช้ค่ะ

วันนี้เลยหยิบเอามารีวิวให้เพื่อนๆเก็บไว้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจซื้อละกันนะคะ

ทั้งสองชิ้นก็คือ Za Perfect Fit Concealer และ  Za Perfect Fit Two-way Foundation ค่ะ

ปดูรายละเอียดของทั้งสองชิ้นกันค่ะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

 

 Za Perfect Fit Two-way Foundation SPF20 PA++

แป้งผสมรองพื้นเนื้อเนียน สูตรบางเบาเป็นธรรมชาติ มอบการปกปิดริ้วรอยหมองคล้ำ

อำพรางริ้วรอยแห่งวัย พร้อมทั้งอำพรางรูขุมขนที่เห็นเด่นชัด ให้ดูเนียนเรียบ

เนื้อแป้งบางเบาเป็นธรรมชาติ ดุจผิวใหม่ที่สรรค์สร้างได้ด้วยตัวเอง

ด้วยประสิทธิภาพการบำรุงที่ช่วยให้ผิวกระชับ ชุ่มชื้น และเนียนสวย จากส่วนผสมสำคัญคือ

Microfine Powder มอบสีผิวให้เนียนเสมอ มอบผิวดูกระจ่างใส

Poreless Powder ช่วยอำพรางรูขุมขนที่เห็นเด่นชัด ให้ดูเนียนเรียบ แลผิวหน้าดูเนียนนุ่ม

Collagen ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูยืดหยุ่น ดูกระชับ เปล่งปลั่ง

และ Hyaluronic Acid มอบความชุ่มชื้นทุกครั้งที่ทา เพื่อผิวดูสดใส

 


การลงแป้งก็ควรจะใช้พัฟค่อยๆกดไปเบาๆบนใบหน้าของนะคะ

แล้วจึงเกลี่ยแป้งออกตามแนวของกรอบหน้าไปตามทิศทางของรูขุมขน

ลงแป้งเรียงตามลำดับตัวเลขแบบนี้ จะได้ผิวหน้าที่แลดูเรียบเนียนขึ้นค่ะ

(ภาพประกอบจากผลิตภัณฑ์ค่ะ)

มาดูผลการใช้งานของนุ่นบ้างค่ะ ปกตินุ่นจะลงแป้ง 2วิธีค่ะ

คือจะเริ่มปัดแป้งด้วยแปรงขนฟูๆทั่วใบหน้าเพื่อเป็นการดูดซับความมันส่วนเกินก่อน

ในขั้นตอนที่สองจึงจะค่อยๆใช้พัฟกดเบาๆ เติมในจุดที่ต้องการปกปิดอีกครั้ง

ทำแบบนี้จะได้ผิวหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติและปกปิดรอยต่างๆได้ปานกลางค่ะ

แต่ถ้าใครต้องการระดับการปกปิดที่มากขึ้น อาจจะลงแป้งเน้นจุดที่ต้องการปกปิดเป็นพิเศษ

ก็จะได้ผิวที่เรียบเนียน ปกปิดรอยกระ รอยสิวได้ดี ผิวดูไม่โบ๊ะมาก ดูเป็นธรรมชาติ

**ก่อนลงแป้งนุ่นลงเซรั่มและเบสเพื่อเตรียมผิวก่อนลงแป้งไว้ก่อนค่ะ**

แป้งรุ่นนี้การันตีว่าแป้งจะไม่หมอง สีไม่ดรอประหว่างวัน

จากรูปคือผ่านไปราวๆครึ่งวันนะคะ สีแป้งไม่ดรอปลงไปมาก

แต่เนื่องจากนุ่นเป็นคนที่หน้ามันหนักหน่วงในช่วงบ่ายๆ หน้าจะดูหมองลงไป

แต่พอใช้ซับมันช่วยผิวก็จะกลับมาดูสดใสกว่าเดิม

แป้งอาจจะมีหลุดไปบ้างในกรณีที่สาวๆต้อใช้งซับมันบ่อยๆนะคะ

ส่วนที่แป้งจะหลุดง่ายที่สุดก็คือบริเวณจมูกและปีกจมูก

วิธีแก้ของนุ่นคือจะใช้แปรงปัดแป้งทับไปเบาๆ จะไม่ใช้พัฟกด เพราะอาจจะเป็นคราบได้ค่ะ

สรุปผลการใช้ Za Perfect Fit Two-way Foundation SPF20 PA++

โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจนะคะ แป้งติดผิวหน้าดี ใช้แล้วผิวดูเป็นธรรมชาติ

เนื้อแป้งไม่หนาแต่ปกปิดได้ดีค่ะ

มาถึงชิ้นสอง Za Perfect Fit Concealer

มอบการปกปิดความหมองคล้ำใต้ตา ฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิวได้อย่างเรียบเนียน

สวยเป็นธรรมชาติ พร้อมบำรุงผิวด้วย Collagen และ Hyaluronic Acid ช่วยให้ผิวดูกระชับ 

ชุ่มชื้น เนียนสวย มอบประสิทธิภาพปกปิดยาวนานตลอดวัน

เกลี่ยง่าย และไม่เลอะเลือน และไม่เปลี่ยนสีระหว่างวัน ด้วยส่วนผสมที่สำคัญ

Perfect Cover Powder มอบประสิทธิภาพปกปิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ และความหมองคล้ำ

Skin Fit Prescription มอบการปกปิดดีเยี่ยมเนียนเรียบ ไม่ทำให้บริเวณที่ปกปิดเป็นรอย

 


Za Perfect Fit Concealer  มีให้เลือกทั้งหมด 3 เฉดสี (01, 02, 03)

นอกจากจะช่วยกลบรอยคล้ำใต้ตาได้แล้ว

เราสามารถใช้คอนซีลเลอร์สีสว่างทาบริเวณโหนกคิ้วเพื่อเสริมให้ใบหน้ามีมิติ มีโหนกคิ้ว 

และคอนซีลเลอร์สีเข้มก็ยังสามารถนำมาใช้เป็น Shading อีกด้วย

ถ้าใครที่เคยใช้รุ่นเดิม คือหลอดสีฟ้า รุ่นหลอดสีชมพูนี้ก็จะใกล้เคียงกันค่ะ

อาจแตกต่างตรงที่ส่วนผสมและตัวบำรุงต่างๆที่เพิ่มเข้ามา

 


จากรูปนุ่นใช้สีเบอร์ 01 ช่วยกลบแพนด้าใต้ตา

จะเห็นว่าสามารถกลบรอยคล้ำจากการนอนดึกได้ดีทีเดียว และใต้ตาก็ดูสว่างขึึ้นด้วย

ทำให้หน้าเราดูไม่โทรม ดูสดชื่นขึ้นได้ทันที

ในการลงคอนซีลเลอร์ที่เป็นเนื้อครีมแบบนี้ ต้องเริ่มจากปริมาณน้อยๆ และเกลี่ยอย่างเบามือนะคะ

หรือใครถนัดที่จะใช้แปรงเบลนด์เนื้อคอนซีลเลอร์ก็จะได้ความกลมลืนมากขึ้นเป็นพิเศษค่ะ

และควรใช้แปรงป้ดแป้งฝุ่นเพื่อเซ็ทเนื่อคอนซีลเลอร์ไว้ก่อนลงแป้งอัดแข็งด้วย

การลงคอนซีลเลอร์มาก หรือหนาเกินไปจะยิ่งเป็นการเน้นริ้วรอยใต้ตาได้นะคะ

นอกจากนั้นใต้ตาเราอาจสว่างเกินไปจนกลายร่างเป็นแรคคูนได้อีกต่างหาก

เพราะฉนั้นควรลงอย่างเบามือที่สุด และลงแต่พอดีค่ะ

 


 

สำหรับสาวๆที่สนใจผลิตภัณฑ์ทั้งสองชิ้นก็ลงแวะไปที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ

มีสินค้าอีกหลายชิ้นที่น่าสนใจรอให้ไปทดลองความพึงพอใจกันค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายพูดคุยด้วยน๊า Smiley

……

….