สอวชสี + มินิรีวิว AR Mini Lip Color Set


สวัสดีค่า ไม่ได้เขียนบล็อกมาซะหลายเดือน วันนี้เลยแวะมาปัดฝุ่นที่บล็อกสักหน่อย Smiley

00

สำหรับบล็อกวันนี้ขอหยอบเอาผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ง่ายในเซเว่นเลยค่ะ
เดี๋ยวนี้ต้องยอมรับเลยว่า จะหาเครื่องสำอางใช้แบบครบเครื่องทั้งหน้า เข้าเซเว่นก็ได้ครบหมดแล้วค่ะ
ชิ้นนี้เป็นลิปสติกแท่งจิ๋วที่มีขนาดราวๆ สองข้อนิ้วก้อยนี่เองล่ะค่ะ ในหนึ่งเซ็ทมี 6 แท่ง แบบรูปนี้เลย
ส่วนราคาก็ไม่สูงเกินไปคือ เพียง 129 บาทเท่านั้นเองค่ะ

01.JPG

สีที่สวอชออกมาก็เรียงตามเบอร์แบบนี้เลย ซึ่งสีจะค่อนข้างสดทีเดียว
คนผิวขาวเรียกว่าใช้ได้หมดทุกสีเลย ส่วนคนผิวคล้ำต้องขอบอกว่าสีโทนชมพูทาแล้วจะดูลอยนะคะ
อย่างตัวเองเป็นคนผิวขาว-เหลือง โทนชมพูทาแล้วรู้สึกไม่รอดเหมือนกันนะคะ

02

มาดูแบบทาลงบนริมฝีปากกันบ้าง จะเห็นได้ชัดว่าสีไหนทาแล้วรอด สีไหนทาแล้วเอาอยู่นะคะ

สรุป โดยรวมเนื้อลิปสติกจัดว่าดีเกินกว่าที่คาดคิดไว้มากเลยล่ะค่ะ
เพราะเนื้อเค้าเนียนลื่น ทาง่ายมาก ทาตอนแรกจะเหมือนฟืดๆ แห้งๆ
แต่พอทาไปสักรอบ เนื้อจะเนียนกับริมฝีปากไปเลย มีความครีมมี่ แต่ไม่เละ
สีสุดท้ายคือสีเบอร์ 06 จะมีเนื้อที่มีชิมเมอร์เล็กๆกำลังสวยเลยค่ะ

ใครที่สนใจอยู่ แต่ลังเลว่าจะซื้อ หรือไม่ซื้อดี
ก็แนะนำว่าซื้อไม่ลองให้หายคาใจไปเลย เพราะราคาไม่แรง และคุณภาพใช้ได้เลย
ถ้าสีที่สวอชมาดูแล้วชอบ เห็นแล้วถูกใจก็จัดไปโลดค่ะ

สำหรับเพื่อนๆที่อยากดูแบบภาพเคลื่อนไหว ก็สามารถคลิ้กที่ส่วนของ Youtube ได้เลยนะคะ

 

Color Swatches Maybelline New York Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection


 …
สวัสดีค่ะ ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปราวสองเดือน
วันนี้มีไอเท็มออกใหม่จาก Maybelline New York มาฝากค่ะ
บล็อกวันนี้จะมาสวอชสี Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection
ลิปสติกเนื้อแมท 5 เฉดสีที่ทำออกมาต้อนรับช่วงใบไม้ร่วงของทางเมืองนอกเค้ากันค่ะ
เมย์เบลลีนมักจะทำปลอกของแต่ละรุ่นออกมาคล้ายกันพอสมควร
สำหรับรุ่นนี้จะเป็นปลอกเนื้อด้านสีแดงขุ่นๆ ด้านก้นลิปสติกจะบอกชื่อรุ่นและเบอร์ไว้ชัดเจน
เวลาหยิบก็พลิกด้านก้นลิปสติกดูนะคะ จะได้หยิบไม่ผิด
รุ่นนี้มีวางจำหน่าย 5 เฉดสี ในโทนชมพู ส้ม แดง
โดยเนื้อสีจะให้ลุคแบบ semi-matte คือไม่ได้ดูแมทจนปากแห้ง ยังดูมีความชุ่มชื้นอยู่
เพราะเค้าใส่สารบำรุงจากนำผึ้งมาด้วย ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน เนื้อลิปไม่ตกร่อง
และเม็ดสีสดเห็นชัด ติดทนนานตลอดทั้งวัน
ทั้ง 5 สี ค่อนข้างมีความใกล้เคียงกันพอสมควร และสีส่วนใหญ่จะออก Cool Tone
ซึ่งจะเหมาะกับสาวผิวขาว หรือสาวผิวขาวอมชมพูแบบฝรั่งมากกว่าสาวเอเชียอย่างบ้านเรานะคะ
ที่ว่าเหมาะกว่าคือเค้าทาออกมาแล้วจะดูเข้ากับสีผิวเค้า ขับผิวให้ดูสวยยิ่งขึ้น
แต่ถ้าใช้กับสาวผิวโทนเหลือง หรือสาวผิวคล้ำ ผิวจะดูลอยๆนิดนึง ทาได้ แต่สีจะโดดหน่อยค่ะ
ส่วนตัวเป็นคนผิวขาวอมเหลือง แต่ยังพอทาสี Cool Tone แบบนี้ได้บ้างในบางสี
แต่เอาจริงๆบางสีก็ทาไม่รอดเหมือนกันนะคะ ไปดูสวอชทั้ง 5 สีของเมย์เบลลีนรุ่นนี้กันค่ะว่ารอดไม๊
นี่คือสีทั้งหมดที่สวอชให้ชมกันในวันนี้ค่ะ โดยส่วนตัวจะชอบสี Vivid 5 มากที่สุด
เพราะทาแล้วขับผิวให้ดูสว่างขึ้น สีอื่นๆมีความสะท้อนแสงค่อนข้างสูง ทาแล้วผิวดูหมองนิดๆ
อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านนะคะ เนื้อสีดี เกลี่ยง่าย
แต่สีที่อ่อนมากๆทาแล้วจะเป็นเรียบเนียนสวยมาก มีเป็นคราบเล็กน้อย ต้องปาดซ้ำหลายรอบสักนิด
สาวๆที่ชื่นชอบสีไหนลองไปเทสต์ด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์กันดูอีกทีนะคะ
รุ่นนี้ราคาไม่แพงเลย แท่งละ 259 บาท เท่านั้น มีจำหน่ายที่เคาน์เตอร์เมย์เบลลีนแล้วค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะมีประโยชน์กับสาวๆที่แวะมาอ่านกันนะคะ
บล็อกหน้าจะมาอัพเดทเรื่องอะไร อย่าลืมแวะมาติดตามกันด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาทักทายด้วยค่า Smiley

Color Swatche L’Oreal Paris Chocolate Decadance by Color Riche Moist Matte


สวัสดีค่า ไม่ได้อัพเดทบล็อกซะนาน มัวแต่ไปทำวีดีโออยู่ ฝาก  Youtube อีกช่องทางด้วยนะคะ
วันนี้ขอกลับมาอัพเดทในรูปแบบบล็อกกันบ้าง มาที่งานสวอชสีลิปกันอีกเช่นเคย วันนี้จัดมาสองสีค่ะ

 L’Oreal Paris Chocolate Decadance by Color Riche Moist Matte

สีใหม่ที่ L’Oreal ทำออกมานี้ก็จะเป็นสีในโทนช้อกโกแลต เป็นโทนนู้ดสุภาพ ที่ใช้ได้กับทุกสีผิวค่ะ

 เนื้อลิปมีความครีมมี่ที่ทาแล้วปากยังดูฉ่ำเงาอยู่ แต่จะมีความแมทนิดๆ แต่ไม่ทำให้ปากดูแห้งไปค่ะ
ได้ผลลัพธ์ออกมาตามชื่อรุ่นเค้าเลย คือ Moist Matte
สีที่ได้จะออกเป็นโทนสุภาพ จากแท่งอาจดูไม่ต่างกันมาก แต่ทาออกมาแล้วต่างกันชัดเจนเลยค่ะ
Rose Fondu จะออกไปชมพูอมน้ำตาล ส่วน Chocolat Rouge จะออกน้ำตาลอมส้ม
เรียกว่าใครชอบโทนไหนก็จัดเลยค่ะ แต่ถ้าเลือกไม่ถูกก็ 2 สีไปเลย Smiley
ขอทิ้งท้ายด้วยภาพรวมของลิปทั้งสองสีให้เป็นไกด์ให้สาวๆเลือกสีที่ชอบกันนะคะ
อ้าว..ใกล้จบบล็อกแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกราคาเลย ลิปรุ่นนี้อยู่ที่ราคา 399 บาท
ตามเวบออนไล์อย่าง Zarola, iTruemart หรือร้านวัตสัน หรือท้อปส์มีลดราคาเรื่อยๆนะคะ ลองเช็คดู
สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่แวะมาอัพเดทบล็อกด้วยนะคะ ขอบคุณค่า 🙂

Color Swatches Golden Rose Velvet Matte, Matte Crayon & Vitamin E Lipsticks


สวัสดีค่ะ บล็อกนี้หยิบเอาลิปสติกที่เพิ่งซื้อมา มาสวอชสีให้สาวๆชมกันค่ะ

Golden Rose เป็นแบรนด์เครื่องสำอางค์จากประเทศตุรกี มีขายในบ้านเรามานานแล้วเหมือนกัน
แต่เห็นมาบูมขึ้นในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา และสินค้าขายดีก็คือลิปสติกที่จะมาให้ดูกันในบล็อกนี้ค่ะ
โดยในบล็อกนี้จะมีที่นุ่นซื้อมาเอง 3 แท่ง และได้มาจาก Goodie Bag ของงานจีบันเมื่อปลายปีที่แล้ว

เริ่มต้นที่แท่งแรก คือ Matte Lipstick Crayon No.18 [199-]

05

เนื้อดินสอเขียนง่าย  ถึงชื่อรุ่นจะเป็นแบบแมท แต่ทาแล้วไม่แห้งจนเกินไป
เนื้อลิปกลบสีปากได้ดี ติดทนพอประมาณ ระหว่างวันอาจต้องเติมบ้างค่ะ
ข้อที่ไม่ชอบคือ ดินสอมีขนาดใหญ่และต้องใช้การเหลา เราจำเป็นต้องหากบเหลาเฉพาะมาใช้เพิ่ม
ถ้าทางแบรนด์ทำเป็นแบบออโต้ หมุนไส้ขึ้นมาใช้โดยไม่ต้องเหลาจะดีงามมากๆ
แต่หลังจากที่ได้ลองใช้แล้วรู้สึกชอบทีเดียว คิดว่าคงไปดูสีอื่นๆเพิ่มอีกแน่นอน

รุ่นต่อมาเป็นรุ่นขายดีของเค้าเลย กับรุ่น Velvet Matte Lipstick [259-]
รุ่นนี้เลือกมาลองสองเบอร์ และถ้าลองแล้วโดน ลดราคาอีกเมื่อไหร่มีสอยเพิ่มอีกตามเคยค่ะ

สีแรกที่เลือกมาคือสี No.31 ซึ่งสีใกล้เคียงกับรุ่น Matte Crayon ด้านบนมากกกก
จริงๆก็ต่างกันนิดนึง คือด้านบนจะดูอมส้มกว่า แต่ก็ต่างกันนิดเดียวจนดูไม่ออก
แอบเสียดายที่สีมันใกล้กันมาก อยากให้ต่างกันอีกสักนิด จะได้เหมือนมีสีใหม่เพิ่มขึ้น >,<
รุ่นนี้ถึงจะเป็นแบบแมท แต่เนื้อก็มีความครีมมี่อยู่พอสมควร
ทาง่าย เนียนสมูธไปกับริมฝีปากเราเลย ทินต์ของสีก็ชัดเจน ติดทานปานกลางค่ะ

อีกเบอร์ที่สอยมาเป็นโทนเข้มสุดๆ คือ No.23 สีแดงก่ำๆแบบที่ชอบ

สีโทนเข้มๆแบบนี้ ควรสครับปากให้เรียบเนียนก่อนใช้
เพราะถ้าปากแห้งลอก สีจะตกร่องทาแล้วเนื้อสีจะไม่ดูสม่ำเสมอ ไม่สวยงามค่า
แต่สีโทนเข้มเบอร์อื่นๆของเค้าก็สวยจริงๆ เลือกยากมากๆค่ะ

อีกหนึ่งรุ่นที่นำมาแนะนำกันคือรุ่น Vitamin E [199-] เป็นรุ่นที่ทาแล้วช่วยบำรุงริมฝีปากในตัวด้วย
รุ่นนี้สีเค้าจะเป็นเนื้อเพิร์ล คือเนื้อแบบมุกๆ ทาแล้วให้ปากดูเงาๆเหลื่อมๆ
เนื้อสีแบบนี้อาจไม่ได้เป็นที่นิยมมาก แต่ทาแล้วก็ให้สีที่ดูสวยแปลกตาไปอีกแบบค่ะ
รุ่นนี้นุ่นได้มาจาก Goodie Bag ในงานครบรอบ 8 ปี ของเวบจีบันเมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ

สีแรก สี No.102 เป็นสีที่สวยแปลกดีค่ะ สีออกม่วงตุ่นๆ แต่ทาแล้วสวยไปอีกแบบ
วันไหนอยากได้สีปากเก๋ๆไม่ซ้ำใคร ฟาดสีนี้ไปเลยค่ะ

สี No.64 เป็นสีชมพูบาร์บี้มากๆ ทาแล้วนึกถึงสีบนปากตุ๊กตาบาร์บี้ได้เลย
สีนี้เหมาะกับสาวที่ชอบแต่งหน้าสไตล์หวานๆ หรือไม่ก็เปรี้ยวปรี้ดไปเลยค่ะ

ก็ครบหมดแล้วทั้ง 5 สี 3 รุ่นที่หยิบมาแนะนำกันในวันนี้นะคะ
ใครชอบรุ่นไหน สนใจสีอะไร ลองแวะไปลองสีกันที่เคาน์เตอร์เค้าดูนะคะ
นอกจากลิปสติกที่ขายดี ยังมีอายแชโดว์ แป้ง บลัชออน และอื่นๆให้เลือกลองอีกเพียบ
ราคาไม่สูงเกินไป เรียกว่าราคาเอื้อมถึง และให้คุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ดีด้วย
ถ้ามีโอกาสไปสอยอย่างอื่นมาเพิ่ม จะหยิบมารีวิวกันอีกนะคะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่า Smiley

Gabriella Salvete Cosmetics


สวัสดีค่า บล็อกใหม่วันนี้ มีแบรนด์นำเข้าจากอิตาลี แต่ราคาไม่แพงอย่างที่คิดมาแนะนำกันค่ะ

Gabriella Salvete (กาเบรียลลา ซาเวเต้) เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งมีเคานท์เตอร์ในบ้านเรานะคะ

จัดเป็นแบรนด์ยอดนิยมในอิตาลีเหมือนกัน มีสินค้าหลากหลาย และราคาไม่แพงเกินไปด้วย

ทางแบรนด์เค้าส่งมาให้นุ่นลองหลายชิ้นเลย มาดูกันค่ะว่าแต่ละชิ้นใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง

เริ่มที่ Gabriella Salvete 3 IN 1 Long Lasting Foundation [30ml/350-]

หลอดนี้เป็นรองพื้นแบบ 3 in 1 ที่รวมเอาเบสไพร์เมอร์ รองพื้น และคอนซีลเลอร์เข้าไว้ด้วยกัน

โดยมีส่วนผสมของสารกันแดดที่มีค่า SPF15 ไว้ด้วย แบบนี้เรียก 4 in 1 ได้เลยนะคะ

คุณสมบัติเค้าคือ ติดทนยาวนาน 12 ชม. มีวิตามินซีช่วยเรื่องความกระจ่างใส

นอกจากนั้นยังสารสกัดจากดอกคาโมไมล์ที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวอีกด้วย

ผลการใช้ สำหรับตัวนี้เป็นเนื้อครีมที่ไม่หนาข้นมากนัก เกลี่ยง่าย ปกปิดน้อย ถึงปานกลาง

หากอยากได้การปกปิดที่มากขึ้น ต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยในจุดที่ต้องการปกปิดเป็นพิเศษ

ตัวนี้จึงไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวมีร่องรอยเยอะๆ เหมาะกับคนที่ผิวดีอยู่แล้วมากกว่า

หลังใช้ผิวดูชุ่มชื่นเล็กน้อย ไม่ดูแมทหรือดูมันวาว และไม่ได้ควบคุมความมันระหว่างวัน

แต่เนื่องจากทางแบรนด์ส่งสีที่เข้มกว่าผิวมาให้ จึงตอบไม่ได้ว่าหมองหรือดรอปลงบ้างรึเปล่าค่ะ

มาดูที่แป้ง Gabriella Salvete Face Mineral Powder [13g./390-] กันบ้าง

แป้งอัดแข็งเนื้อละเอียดที่มีส่วนผสมของสารบำรุงนานาชนิดใส่มาด้วย

ให้ฟินิชลุคแบบแมตต์ และควบคุมความมัน ไม่อุดตัน ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิว

ผลการใช้ แป้งตัวนี้นุ่นใช้คู่กับแปรง โดยไล้ไปเบาๆบนผิว ช่วยคุมมันได้ราวๆครึ่งวันนะคะ

พอครึ่งวันหลังผิวจะฉ่ำๆขึ้นเล็กน้อย คนผิวแห้งอาจจะคุมมันได้ตลอด

สีแป้งจะออกโปร่งแสง ไม่เห็นสีสันชัดเจน ให้ผิวดูนวลเนียน ไม่หนา ไม่หนักหน้าค่ะ

 Gabriella Salvete Fiorello Rouge [4.5g./390-] กันบ้าง

บลัชออนเนื้อนุ่มละเอียด พิ้กเมนต์สีชัดเจน อุดมไปด้วยสารบำรุงจากวิตามินเอและอี

ผลการใช้ เนื้อบลัชออนค่อนข้างเป็นผงร่วน ให้สีสันสวยชัด และติดทนดีค่ะ

Gabriella Salvete Autometic Eyeliner Contour [4.6g./290-] 

อายไลน์เนอร์ในรูปแบบดินสอ สีดำสนิท เนื้อเนียนลื่น เขียนง่าย

เป็นดินสอแบบหมุนที่ใช้งานได้สะดวกโดยไม่ต้องเหลา อุดมด้วยคุณค่าสกัดจากวิตามินอี

ผลการใช้ เนื่องจากเป็นคนที่หนังตามันไวมาก รวมไปถึงใต้ตาด้วย จึงไม่ค่อยไลน์เนอร์แบบดินสอ

แต่หากใช้งานจะใช้ในการเขียนแนวเส้นขนตาบน ตัวนี้จะมีเลอะบ้างเล็กน้อยระหว่างวัน

หากใครมีปัญหาเดียวกัน ตัวนี้ไม่เหมาะใช้เผชิญอากาศร้อน หรือกิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อ

เพราะอาจเลอะหรือไหลเยิ้มได้ ในห้องแอร์จะเหมาะกว่า ไม่เลอะไม่เลือน

 Gabriella Salvete Dimete Volume & Lenght Mascara [11ml./590-] กันบ้าง

มาสคาร่าเนื้อดำสนิท มาพร้อมขนแปรงที่ช่วยให้ขนตาหนาและเรียงเส้น

ทนความชื้นและเหงื่อได้เป็นอย่างดี ไม่เลอะ ไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน

ผลการใช้ ตัวนี้ไม่เหมาะกับคนขนตาสั้นนะคะ เพราะปัดปุ๊ป ขนตาตกปั๊ปเลย

แต่เค้าช่วยให้ขนตาดูหนา ดูมีวอลลุ่มขึ้น และเรียงเส้นสวยงามเลย

หัวแปรงขนาดปานกลาง ปัดได้ง่าย ไม่เลอะเปลือกตา คนที่ไม่มีปัญหาขนตาตกน่าจะชอบ

ปิดท้ายด้วย Gabriella Salvete Dolcezza Lipstick [4.2g./390-] กันค่ะ

ลิปสติกเนื้อสัมผัสนุ่ม พิกเมนต์แน่น กลบริมฝีปากได้แนบสนิท เนื้อลื่น เกลี่ยง่าย ติดทนนาน

ผลการใช้ เนื้อลิปค่อนข้างนิ่มและเนียนลื่น ทาได้เรียบลื่นดี ให้สีสันสวยชัดเจน

แต่ความที่เนื้อลิปนิ่มมากต้องใช้ระวังนิดนึง เพราะอาจหักได้ง่าย โดยเฉพาะอากาศร้อนๆตอนนี้

Smiley  Smiley  Smiley  Smiley

ก็ครบถ้วนหมดแล้วนะคะ สำหรับผลการใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Gabriella Salvete

เค้ายังมีอีกหลายชิ้นที่น่าสนใจ ลองเข้าไปดูกันเพิ่มเติมได้ที่ gabriellasalveteth

น่าจะมีสักชิ้นที่ถูกใจสาวๆกันนะคะ บล็อกนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาอัพเดทกันด้วย

พบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ ขอบคุณค่ะ 🙂

Review เครื่องสำอางค์จากร้านไดโซะ + ฮาวทู


สวัสดีค่ะ มีของใหม่ๆมาอัพเดทกันอีกแล้ว จะว่าไปก็ไม่ได้ใหม่แล้วเนอะ
หลายๆคนน่าจะคุ้นเคย หรือผ่านตากันมาบ้างแล้วกับเครื่องสำอางในร้าน Daiso
แต่เชื่อว่าอีกหลายคนยังหวั่นๆ ไม่กล้าใช้ หรือมั่นใจในประสิทธิภาพ เพราะราคาแค่ชิ้นละ 60- เท่านั้น

วันนี้เลยขอนำบางส่วนที่ซื้อมาลองมาอัพเดทผลการใช้ให้ทราบกันค่ะ
เลือกตัวที่สนใจมาทั้งหมด 7 ชิ้น ไปดูว่าแต่ละชิ้นผลการใช้งานเป็นยังไงบ้างนะคะ
ตัวแรกเป็นแป้งผสมรองพื้นอัดแข็ง ในร้านเค้าจะมีประมาณ 2 เบอร์ สีค่อนค้างใกล้เคียงกัน
ตัวตลับจะแบ่งเป็นสองชั้น คือด้านนึงเป็นแป้ง ด้านล่างเป็นที่เก็บพัฟ แต่ไม่มีพัฟมาให้ด้วยนะคะ
เนื้อแป้งค่อนข้างร่วน ใช้แปรงหรือพัฟจะเกิดเป็นฝุ่นผง ค่อนข้างเลอะเทอะทีเดียว
ตัวแป้งไม่ปกปิด ไม่คุมมัน แต่ภาพรวมของผิวดูนวลเนียน ดูผิวสว่างขึ้น
อาจไม่เหมาะกับสาวผิวเข้มนะคะ เพราะทั้งสองเบอร์ให้สีที่สว่างทั้งคู่
ชิ้นต่อมาคือ Complete BB ที่มาในรูปแบบหลอดบีบ ใช้งานง่าย
เนื้อผลิตภัณฑ์เมื่อบีบออกมาเป็นเนื้อครีมที่ดูเหมือนจะเนื้อแน่น
แต่พอปาดไปบนผิวจะรู้สึกว่าเหลวมาก ไม่ปกปิดเลย เหมือนให้ความชุ่มชื่นเพียงอย่างเดียว
เค้าจะมีเฉดสีสำหรับผิวโทนเหลือง และขาวอมชมพูให้เลือก
ชิ้นต่อมาที่ใช้แล้วชื่นชอบมาก คือดินสอเขียนคิ้วของเค้า
รุ่นนีจะเป็นรุ่นดินสอที่หมุนไส้ขึ้นมา มีปลายอีกด้านเป็นแปรงเกลียวสำหรับเกลี่ยคิ้วให้ดูซอฟท์ลง
เนื้อดินสอนิ่มกำลังดี ไม่แข็งหรือเละเกินไป ไส้เขียนติดผิวเราง่ายด้วย ใช้แล้วชอบมากๆ
มีให้เลือกประมาณสามสี คือ Brown, Dark Brown (สีในรูป) และสีเข้มสุด Brown Gray
อายแชโดว์ในร้าน Daiso มีให้เลือกหลายแบบเหมือนกัน
แต่รุ่นนนี้มีสีหลายช่อง น่าจะนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบ
สำหรับรุ่นนี้ สีเข้มสุดเค้าใช้สำหรับเขียนคิ้ว แต่โดยส่วนตัวคิดว่า ใช้เป็นสีในการคัดเบ้าเหมาะกว่า
สีของเค้าจะอ่อนมาก เป็นสีใสๆสไตล์ญี่ปุ่น อาจต้องใช้ไพรม์เมอร์ช่วยให้เห็นสีสันชัดขึ้น
สีสว่างสุดเป็นสีแบบชิมเมอร์ ให้ความแววได้กำลังดี ใช้แทนไฮไลทืได้อยู่ค่ะ
สำหนับมาสคาร่ารุ่นนี้ต้องบอกว่าไม่เหมาะกับคนขนตาสั้นเอาซะเลย เพราะปัดแล้วขนตาตกทันที
ไม่แนะนำสำหรับคนที่มองหามาสคาร่าที่ให้ขนตางอนเด้งอยู่ทนทั้งวัน ข้ามตัวนี้ไปได้เลยค่ะ
อีกหนึ่งไอเท็มสีสันคือบลัชออนที่ในร้านก็มีหลายรุ่นให้เลือกทั้งเนื้อฝุ่นและเนื้อครีม
เราเลือกรุ่นนี้เพราะเห็นว่าสีสันน่ารักดี ภาพรวมก็ดูน่ารักเกินราคาด้วย
สีด้านนึงเจะเป็นแบบแมท ส่วนอีกด้านจะเป็นประกายชิมเมอร์
ด้านที่เป็นเนื้อด้านต้องขยี้แปรงแรงนิดนึง สีถึงจะติดแปรง แต่เม็ดสีชััดสวยกำลังดีเลย
ด้านที่เนื้ออกชิมเมอร์หน่อยไม่ออกสีนัก จะออกเป็นประกายเบาๆ สามารถบิวท์เพิ่มให้ดูวาวชัดขึ้นได้
ปิดท้ายด้วยลิปสติกเนื้อบางเบา ให้สีสันอ่อนๆ เม็ดสีแน่นกลางๆ
สำหรับสีนี้ซึ่งออกไปทางโทนนู้ดมีชื่อสีว่า Mocha จะมีอีกสองสีที่ออกโทนชมพูและแดง
เป็นลิปสติกราคา 60- ที่คิดว่าโอเคเลย สีสวย ให้ปากชุ่มชื่น แต่อย่าคาดหวังเรื่องการติดทน
นำทั้งหมดมาแต่งหน้าได้ลุคออกมาประมาณนี้เลยค่ะ โดยใช้แค่ 7 ชิ้นข้างบนเท่านั้น
ก็สิริรวมราคาอยู่ที่ 420 บาท โดยส่วนตัวมองว่าค่อนข้างคุ้มค่า แม้บางชิ้นจะไม่โดนเท่าไหร่
แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ ประหยัดเงินด้วยสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางทุกวัน
สามารถชมการใช้แต่ละชิ้นได้ในรูปแบบวีดีโอได้ด้วยนะคะ หากใครสนใจ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกใหม่กันด้วยค่า 🙂

Color Swatches : Mistine Woo Long Lasting Lip Color


สวัสดีค่าาา มาเจอกันในรูปแบบบล็อกขีดๆเขียนๆกันอีกแล้ว

ช่วสัปดาห์ที่ผ่านมาติดภารกิจหลายสิ่ง ตั้งใจจะเขียนบล็อกแต่ก็ไม่มีเวลานั่งนานๆได้เลย
วันนี้ทางสะดวก ระหว่างรอตรวจงานเลยรีบแว่บมาปั่นบล็อกซะเลย
วันนี้จะขอมาเห่อลิปสติกสองแท่งที่เพิ่งสั่งซื้อมาเมื่อไม่นานนี้ เห็นสีสวยดีเลยสั่งมาลองสักหน่อย

Mistine Woo Long Lasting Lip Color ลิปติดเนื้อครีมกึ่งแมทจากมิสทีน
เค้ามาในแพคเกจที่คลับคล้ายคลับคลากับลิปสติกของ Wet’n Wild แต่จะเปิดง่ายกว่ามาก
ของ Wet’n Wild ฝาด้านบนจะสั้น และโชว์เนื้อลิปทำให้เปิดยากและเลอะง่ายมาก
ตัวนี้ฝาจะยาว ไม่เห็นเนื้อลิป เปิดปิดสะดวก ไม่ต้องคอยระวังเลย

รุ่นนี้เค้ามีทั้งหมดประมาณ 5-6 สีนะคะ ไม่แน่ใจ เห็นว่าสีสวยดีเลยสั่งมาลอง 2 สีก่อน
การดูสีในแคตตาล็อกค่อนข้างเยอะ เพราะความเพี้ยนของสีจากงานพิมพ์มีสูง ต้องเผื่อใจไว้ด้วย
อย่างสีเบอร์ 05 ที่นุ่นสั่งมา ในแคตตาล็อกจะดูเป็นสีโทนม่วงพลัมแต่อันนี้ดูเป็นสีบานเย็นเข้มๆ
ทีแรกจะสั่งสีน้ำตาลนู้ดมา แต่ไม่มั่นใจ กลัวว่าจะสีอ่อนจนเป็นนู้ดป่วยๆ เลยไม่ได้สั่งมา

สวอชทั้งสองสีให้ดูจะเป็นว่าสีสันค่อนข้างใกล้เคียงกันทีเดียวเลย
เป็นโทนชมพูที่ต่างระดับความเข้มของสีกันเล็กน้อย

ปาดลงบนริมฝีปากกันบ้าง ลองใช้แล้วค่อนข้างประทับใจ เพราะเนื้อลิปดีเกินราคาเลย
นุ่นซื้อมาในช่วงโปรโมชั่น 2 แท่ง 120 บาท แต่ถ้าซื้อเดี่ยวจะตกแท่งละ 69-89 ประมาณนี้
เนื้อลิปมีความเนียนลื่น สีสันชัดเจน ให้ความแมทเล็กน้อย สีติดทนค่อนข้างดีทีเดียว มีกลิ่หอมอ่อนๆ
ซื้อมาแล้วก็ชอบค่ะ ไม่ผิดหวังเลย อยากซื้อสีอื่นมาเพิ่มอีก เพราะราคาถูกมากๆ

ประสิทธิภาพของเนื้อสีเรียกว่าทนใช้ได้เลย จากรูปนุ่นเช็ดด้วนรีมูฟเวอร์ด้วยการปาดแบบแรงๆ 1 ที
จะเห็นว่าแม้สีจะออกไปเกือบหมด แต่ทินต์ของสีก็ยังคงทิ้งไว้บนผิวเราจางๆ
ต้องค่อยๆบรรจงเช็ดซ้ำอีกรอบจึงจะออกหมด
เพราะฉนั้นตัวนี้ ทานข้าวทานอะไรก็อาจมีเลือนบ้าง แต่ก็ไม่หลุดหายจนปากเราซีดไปเลยค่ะ

ก็เอามาฝากกันนะคะ เผื่อว่าใครสนใจลิปสติกตัวนี้กันอยู่ จะได้ตัดสินใจได้ว่าควรซื้อมาลองรึเปล่า
ในโอกาสหน้า หากซื้อสีอื่นมาเพิ่มอีก จะมาอัพเดทให้สาวๆชมกันอีกค่า
บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณทุกคนที่แวะมาพูดคุยและทักทายกันที่บล็อกด้วยนะคะ

ขอบคุณค่าาา Smiley