Review & Swatch L’oreal Paris Le Matte


….
….
….

สวัสดีค่า วันนี้มาสวอชสีลิปสติกรุ่นใหม่จาก L’oreal Paris ให้ชมกันค่ะ


L’oreal Paris Le Matte
รุ่นนี้จะเป็นลิปสติกแบบ auto pen คือแค่หมุนขึ้นก็ทาได้เลย สะดวกมากๆ
แท่งมีขนาดเท่าดินสอปากกาทั่วๆ ฝาปิดสนิทไม่หลุดง่าย ไส้ด้านในมีความยาวพอสมควร
เนื้อลิปนิ่มลื่นทาง่ายทาแล้วให้ฟินิชลุคแบบลิปเนื้อแมท ข้อดีคือทาแล้วปากไม่แห้งแบบลิปแมททั่วๆไป
เนื้อลิปแนบสนิทไปกับริมฝีปากเลย ให้สีชัดสวยทั้ง 4 สี สีไม่สดจนดูลอยกับผิว สาวผิวเข้มก็ทาได้ค่ะ
โดยส่วนตัวใช้แล้วชอบอยากให้เค้าทำสีเพิ่มมากว่านี้อีก
ราคาแท่งละ 399 บาท ช่วงมีโปรก็จะถูกลงไปอีกแล้วแต่โปรของแต่ละร้านค้า
ไปดูกันดีกว่าว่าทาลงบนปากแล้วสีสันจะเป็นอย่างไรบ้าง…


สีที่ทาก็ได้ออกมาประมาณนี้เลย ส่วนตัวแล้วจะชอบ #102 เป็นพิเศษ เพราะใช้ได้ทุกวัน
ส่วนสีอื่นๆก็สามารถทาให้ดูเบาด้วยการทาแบบOmbreได้  อย่างสี #108 ก็เป็นแดงที่ทาได้กับทุกสีผิวเลย
แต่รวมๆก็ถูกใจลิปรุ่นนี้มากๆเพราะเนื้อดี และสีเค้าก็สวยจริงๆ
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจลิปรุ่นนี้กันอยู่นะคะ
….
….
….

Color Swatches Maybelline New York Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection


 …
สวัสดีค่ะ ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปราวสองเดือน
วันนี้มีไอเท็มออกใหม่จาก Maybelline New York มาฝากค่ะ
บล็อกวันนี้จะมาสวอชสี Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection
ลิปสติกเนื้อแมท 5 เฉดสีที่ทำออกมาต้อนรับช่วงใบไม้ร่วงของทางเมืองนอกเค้ากันค่ะ
เมย์เบลลีนมักจะทำปลอกของแต่ละรุ่นออกมาคล้ายกันพอสมควร
สำหรับรุ่นนี้จะเป็นปลอกเนื้อด้านสีแดงขุ่นๆ ด้านก้นลิปสติกจะบอกชื่อรุ่นและเบอร์ไว้ชัดเจน
เวลาหยิบก็พลิกด้านก้นลิปสติกดูนะคะ จะได้หยิบไม่ผิด
รุ่นนี้มีวางจำหน่าย 5 เฉดสี ในโทนชมพู ส้ม แดง
โดยเนื้อสีจะให้ลุคแบบ semi-matte คือไม่ได้ดูแมทจนปากแห้ง ยังดูมีความชุ่มชื้นอยู่
เพราะเค้าใส่สารบำรุงจากนำผึ้งมาด้วย ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน เนื้อลิปไม่ตกร่อง
และเม็ดสีสดเห็นชัด ติดทนนานตลอดทั้งวัน
ทั้ง 5 สี ค่อนข้างมีความใกล้เคียงกันพอสมควร และสีส่วนใหญ่จะออก Cool Tone
ซึ่งจะเหมาะกับสาวผิวขาว หรือสาวผิวขาวอมชมพูแบบฝรั่งมากกว่าสาวเอเชียอย่างบ้านเรานะคะ
ที่ว่าเหมาะกว่าคือเค้าทาออกมาแล้วจะดูเข้ากับสีผิวเค้า ขับผิวให้ดูสวยยิ่งขึ้น
แต่ถ้าใช้กับสาวผิวโทนเหลือง หรือสาวผิวคล้ำ ผิวจะดูลอยๆนิดนึง ทาได้ แต่สีจะโดดหน่อยค่ะ
ส่วนตัวเป็นคนผิวขาวอมเหลือง แต่ยังพอทาสี Cool Tone แบบนี้ได้บ้างในบางสี
แต่เอาจริงๆบางสีก็ทาไม่รอดเหมือนกันนะคะ ไปดูสวอชทั้ง 5 สีของเมย์เบลลีนรุ่นนี้กันค่ะว่ารอดไม๊
นี่คือสีทั้งหมดที่สวอชให้ชมกันในวันนี้ค่ะ โดยส่วนตัวจะชอบสี Vivid 5 มากที่สุด
เพราะทาแล้วขับผิวให้ดูสว่างขึ้น สีอื่นๆมีความสะท้อนแสงค่อนข้างสูง ทาแล้วผิวดูหมองนิดๆ
อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านนะคะ เนื้อสีดี เกลี่ยง่าย
แต่สีที่อ่อนมากๆทาแล้วจะเป็นเรียบเนียนสวยมาก มีเป็นคราบเล็กน้อย ต้องปาดซ้ำหลายรอบสักนิด
สาวๆที่ชื่นชอบสีไหนลองไปเทสต์ด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์กันดูอีกทีนะคะ
รุ่นนี้ราคาไม่แพงเลย แท่งละ 259 บาท เท่านั้น มีจำหน่ายที่เคาน์เตอร์เมย์เบลลีนแล้วค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะมีประโยชน์กับสาวๆที่แวะมาอ่านกันนะคะ
บล็อกหน้าจะมาอัพเดทเรื่องอะไร อย่าลืมแวะมาติดตามกันด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาทักทายด้วยค่า Smiley

Color Swatche L’Oreal Paris Chocolate Decadance by Color Riche Moist Matte


สวัสดีค่า ไม่ได้อัพเดทบล็อกซะนาน มัวแต่ไปทำวีดีโออยู่ ฝาก  Youtube อีกช่องทางด้วยนะคะ
วันนี้ขอกลับมาอัพเดทในรูปแบบบล็อกกันบ้าง มาที่งานสวอชสีลิปกันอีกเช่นเคย วันนี้จัดมาสองสีค่ะ

 L’Oreal Paris Chocolate Decadance by Color Riche Moist Matte

สีใหม่ที่ L’Oreal ทำออกมานี้ก็จะเป็นสีในโทนช้อกโกแลต เป็นโทนนู้ดสุภาพ ที่ใช้ได้กับทุกสีผิวค่ะ

 เนื้อลิปมีความครีมมี่ที่ทาแล้วปากยังดูฉ่ำเงาอยู่ แต่จะมีความแมทนิดๆ แต่ไม่ทำให้ปากดูแห้งไปค่ะ
ได้ผลลัพธ์ออกมาตามชื่อรุ่นเค้าเลย คือ Moist Matte
สีที่ได้จะออกเป็นโทนสุภาพ จากแท่งอาจดูไม่ต่างกันมาก แต่ทาออกมาแล้วต่างกันชัดเจนเลยค่ะ
Rose Fondu จะออกไปชมพูอมน้ำตาล ส่วน Chocolat Rouge จะออกน้ำตาลอมส้ม
เรียกว่าใครชอบโทนไหนก็จัดเลยค่ะ แต่ถ้าเลือกไม่ถูกก็ 2 สีไปเลย Smiley
ขอทิ้งท้ายด้วยภาพรวมของลิปทั้งสองสีให้เป็นไกด์ให้สาวๆเลือกสีที่ชอบกันนะคะ
อ้าว..ใกล้จบบล็อกแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกราคาเลย ลิปรุ่นนี้อยู่ที่ราคา 399 บาท
ตามเวบออนไล์อย่าง Zarola, iTruemart หรือร้านวัตสัน หรือท้อปส์มีลดราคาเรื่อยๆนะคะ ลองเช็คดู
สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่แวะมาอัพเดทบล็อกด้วยนะคะ ขอบคุณค่า 🙂

Color Swatches Golden Rose Velvet Matte, Matte Crayon & Vitamin E Lipsticks


สวัสดีค่ะ บล็อกนี้หยิบเอาลิปสติกที่เพิ่งซื้อมา มาสวอชสีให้สาวๆชมกันค่ะ

Golden Rose เป็นแบรนด์เครื่องสำอางค์จากประเทศตุรกี มีขายในบ้านเรามานานแล้วเหมือนกัน
แต่เห็นมาบูมขึ้นในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา และสินค้าขายดีก็คือลิปสติกที่จะมาให้ดูกันในบล็อกนี้ค่ะ
โดยในบล็อกนี้จะมีที่นุ่นซื้อมาเอง 3 แท่ง และได้มาจาก Goodie Bag ของงานจีบันเมื่อปลายปีที่แล้ว

เริ่มต้นที่แท่งแรก คือ Matte Lipstick Crayon No.18 [199-]

05

เนื้อดินสอเขียนง่าย  ถึงชื่อรุ่นจะเป็นแบบแมท แต่ทาแล้วไม่แห้งจนเกินไป
เนื้อลิปกลบสีปากได้ดี ติดทนพอประมาณ ระหว่างวันอาจต้องเติมบ้างค่ะ
ข้อที่ไม่ชอบคือ ดินสอมีขนาดใหญ่และต้องใช้การเหลา เราจำเป็นต้องหากบเหลาเฉพาะมาใช้เพิ่ม
ถ้าทางแบรนด์ทำเป็นแบบออโต้ หมุนไส้ขึ้นมาใช้โดยไม่ต้องเหลาจะดีงามมากๆ
แต่หลังจากที่ได้ลองใช้แล้วรู้สึกชอบทีเดียว คิดว่าคงไปดูสีอื่นๆเพิ่มอีกแน่นอน

รุ่นต่อมาเป็นรุ่นขายดีของเค้าเลย กับรุ่น Velvet Matte Lipstick [259-]
รุ่นนี้เลือกมาลองสองเบอร์ และถ้าลองแล้วโดน ลดราคาอีกเมื่อไหร่มีสอยเพิ่มอีกตามเคยค่ะ

สีแรกที่เลือกมาคือสี No.31 ซึ่งสีใกล้เคียงกับรุ่น Matte Crayon ด้านบนมากกกก
จริงๆก็ต่างกันนิดนึง คือด้านบนจะดูอมส้มกว่า แต่ก็ต่างกันนิดเดียวจนดูไม่ออก
แอบเสียดายที่สีมันใกล้กันมาก อยากให้ต่างกันอีกสักนิด จะได้เหมือนมีสีใหม่เพิ่มขึ้น >,<
รุ่นนี้ถึงจะเป็นแบบแมท แต่เนื้อก็มีความครีมมี่อยู่พอสมควร
ทาง่าย เนียนสมูธไปกับริมฝีปากเราเลย ทินต์ของสีก็ชัดเจน ติดทานปานกลางค่ะ

อีกเบอร์ที่สอยมาเป็นโทนเข้มสุดๆ คือ No.23 สีแดงก่ำๆแบบที่ชอบ

สีโทนเข้มๆแบบนี้ ควรสครับปากให้เรียบเนียนก่อนใช้
เพราะถ้าปากแห้งลอก สีจะตกร่องทาแล้วเนื้อสีจะไม่ดูสม่ำเสมอ ไม่สวยงามค่า
แต่สีโทนเข้มเบอร์อื่นๆของเค้าก็สวยจริงๆ เลือกยากมากๆค่ะ

อีกหนึ่งรุ่นที่นำมาแนะนำกันคือรุ่น Vitamin E [199-] เป็นรุ่นที่ทาแล้วช่วยบำรุงริมฝีปากในตัวด้วย
รุ่นนี้สีเค้าจะเป็นเนื้อเพิร์ล คือเนื้อแบบมุกๆ ทาแล้วให้ปากดูเงาๆเหลื่อมๆ
เนื้อสีแบบนี้อาจไม่ได้เป็นที่นิยมมาก แต่ทาแล้วก็ให้สีที่ดูสวยแปลกตาไปอีกแบบค่ะ
รุ่นนี้นุ่นได้มาจาก Goodie Bag ในงานครบรอบ 8 ปี ของเวบจีบันเมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ

สีแรก สี No.102 เป็นสีที่สวยแปลกดีค่ะ สีออกม่วงตุ่นๆ แต่ทาแล้วสวยไปอีกแบบ
วันไหนอยากได้สีปากเก๋ๆไม่ซ้ำใคร ฟาดสีนี้ไปเลยค่ะ

สี No.64 เป็นสีชมพูบาร์บี้มากๆ ทาแล้วนึกถึงสีบนปากตุ๊กตาบาร์บี้ได้เลย
สีนี้เหมาะกับสาวที่ชอบแต่งหน้าสไตล์หวานๆ หรือไม่ก็เปรี้ยวปรี้ดไปเลยค่ะ

ก็ครบหมดแล้วทั้ง 5 สี 3 รุ่นที่หยิบมาแนะนำกันในวันนี้นะคะ
ใครชอบรุ่นไหน สนใจสีอะไร ลองแวะไปลองสีกันที่เคาน์เตอร์เค้าดูนะคะ
นอกจากลิปสติกที่ขายดี ยังมีอายแชโดว์ แป้ง บลัชออน และอื่นๆให้เลือกลองอีกเพียบ
ราคาไม่สูงเกินไป เรียกว่าราคาเอื้อมถึง และให้คุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ดีด้วย
ถ้ามีโอกาสไปสอยอย่างอื่นมาเพิ่ม จะหยิบมารีวิวกันอีกนะคะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่า Smiley

Color Swatches : Mistine Woo Long Lasting Lip Color


สวัสดีค่าาา มาเจอกันในรูปแบบบล็อกขีดๆเขียนๆกันอีกแล้ว

ช่วสัปดาห์ที่ผ่านมาติดภารกิจหลายสิ่ง ตั้งใจจะเขียนบล็อกแต่ก็ไม่มีเวลานั่งนานๆได้เลย
วันนี้ทางสะดวก ระหว่างรอตรวจงานเลยรีบแว่บมาปั่นบล็อกซะเลย
วันนี้จะขอมาเห่อลิปสติกสองแท่งที่เพิ่งสั่งซื้อมาเมื่อไม่นานนี้ เห็นสีสวยดีเลยสั่งมาลองสักหน่อย

Mistine Woo Long Lasting Lip Color ลิปติดเนื้อครีมกึ่งแมทจากมิสทีน
เค้ามาในแพคเกจที่คลับคล้ายคลับคลากับลิปสติกของ Wet’n Wild แต่จะเปิดง่ายกว่ามาก
ของ Wet’n Wild ฝาด้านบนจะสั้น และโชว์เนื้อลิปทำให้เปิดยากและเลอะง่ายมาก
ตัวนี้ฝาจะยาว ไม่เห็นเนื้อลิป เปิดปิดสะดวก ไม่ต้องคอยระวังเลย

รุ่นนี้เค้ามีทั้งหมดประมาณ 5-6 สีนะคะ ไม่แน่ใจ เห็นว่าสีสวยดีเลยสั่งมาลอง 2 สีก่อน
การดูสีในแคตตาล็อกค่อนข้างเยอะ เพราะความเพี้ยนของสีจากงานพิมพ์มีสูง ต้องเผื่อใจไว้ด้วย
อย่างสีเบอร์ 05 ที่นุ่นสั่งมา ในแคตตาล็อกจะดูเป็นสีโทนม่วงพลัมแต่อันนี้ดูเป็นสีบานเย็นเข้มๆ
ทีแรกจะสั่งสีน้ำตาลนู้ดมา แต่ไม่มั่นใจ กลัวว่าจะสีอ่อนจนเป็นนู้ดป่วยๆ เลยไม่ได้สั่งมา

สวอชทั้งสองสีให้ดูจะเป็นว่าสีสันค่อนข้างใกล้เคียงกันทีเดียวเลย
เป็นโทนชมพูที่ต่างระดับความเข้มของสีกันเล็กน้อย

ปาดลงบนริมฝีปากกันบ้าง ลองใช้แล้วค่อนข้างประทับใจ เพราะเนื้อลิปดีเกินราคาเลย
นุ่นซื้อมาในช่วงโปรโมชั่น 2 แท่ง 120 บาท แต่ถ้าซื้อเดี่ยวจะตกแท่งละ 69-89 ประมาณนี้
เนื้อลิปมีความเนียนลื่น สีสันชัดเจน ให้ความแมทเล็กน้อย สีติดทนค่อนข้างดีทีเดียว มีกลิ่หอมอ่อนๆ
ซื้อมาแล้วก็ชอบค่ะ ไม่ผิดหวังเลย อยากซื้อสีอื่นมาเพิ่มอีก เพราะราคาถูกมากๆ

ประสิทธิภาพของเนื้อสีเรียกว่าทนใช้ได้เลย จากรูปนุ่นเช็ดด้วนรีมูฟเวอร์ด้วยการปาดแบบแรงๆ 1 ที
จะเห็นว่าแม้สีจะออกไปเกือบหมด แต่ทินต์ของสีก็ยังคงทิ้งไว้บนผิวเราจางๆ
ต้องค่อยๆบรรจงเช็ดซ้ำอีกรอบจึงจะออกหมด
เพราะฉนั้นตัวนี้ ทานข้าวทานอะไรก็อาจมีเลือนบ้าง แต่ก็ไม่หลุดหายจนปากเราซีดไปเลยค่ะ

ก็เอามาฝากกันนะคะ เผื่อว่าใครสนใจลิปสติกตัวนี้กันอยู่ จะได้ตัดสินใจได้ว่าควรซื้อมาลองรึเปล่า
ในโอกาสหน้า หากซื้อสีอื่นมาเพิ่มอีก จะมาอัพเดทให้สาวๆชมกันอีกค่า
บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณทุกคนที่แวะมาพูดคุยและทักทายกันที่บล็อกด้วยนะคะ

ขอบคุณค่าาา Smiley

Review : ลิปล็อคสี Mistine DNA



สวัสดีค่ะ

วันนี้หยิบสินค้าฮอตฮิตที่เห็นแล้วต้องซื้อมาลองกะเค้าด้วยมาอัพเดทผลการใช้ให้ชมกันค่ะ

Mistine DNA Lip Color & Top Coat ตัวนี้ เดินเจอในเซเว่น ราคา 79 บาท
เห็นว่าไม่แพง และก็ดูน่าสนใจดี เลยซื้อมาลองซะหน่อย แต่เหมือนจะมีสีนี้สีเดียวนะคะ
เคยลองตัว Mistine Joop ก็โอเคดี สีชัดแน่น ทาแล้วไม่มีอาการแพ้ ตัวนี้เคลมว่าติดทนนานด้วย
เผลอทิ้งแพคเกจไปแล้ว เลยไม่มีมาให้ดูกัน แต่ใครเข้าเซเว่นบ่อยๆน่าจะเคยเห็นกันนะคะ

สำหรับด้ามเค้าค่อนข้างเล็กจุ๋มจิ๋มมาก ปริมาณ 2 กรัมนิดๆเห็นจะได้
โดยส่วนตัวไม่ซีเรียส เพราะลิปสติกใช้นานเกินไปก็เบื่อ ปริมาณขนาดนี้น่าจะใช้ทันหมดอายุ

ด้านนึงจะเป็นลิปแบบลิควิด ส่วนอีกด้านจะเป็นตัวเคลือบริมฝีปาก (เล็กเท่าปลายก้อยค่ะฝั่งนี้)

ด้านที่เป็นลิปคัลเลอร์สีสันค่อนข้างชัดแน่นดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ส่วนฝั่งที่เป็นตัวเคลือบ จะเป็นแบบใสๆ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นค่ะ

มาดูผลการใช้งานกันบ้าง การทาลิปรุ่นนี้ต้องทาในปริมาณที่พอดี ไม่หนาหรือบางไป
และด้วยความเป็นลิปที่ติดทนนาน หากทาแล้วเม้มปากทันทีจะเป็นคราบได้
เพราะหากยังไม่ลง Top Coat สีจะแห้งและให้ความรู้สึกหนาที่ริมฝีปากมาก
แนะนำให้ทาแล้วรอจนแห้งดีก่อนลงตัว Top Coat และระวังการสัมผัสกันของริมฝีปากด้วย
หลังจากที่ลิปแห้งดีแล้ว ลงด้าน Top Coat ทับ ริมฝีปากจะดูชุ่มชื่นขึ้น อาการแห้งหนักปากจะหายไป
และลิปจะติดทนทั้งวันจริงๆค่ะ ระหว่างวันถ้าปากแห้งก็ทาตัวเคลือบทับได้ค่ะ

สำหรับการเช็ดสีออกก้ไม่ยากนะคะ ใช้ Remover แปะทิ้งไว้ก็เป็นอันเรียบร้อย ไม่ต้องออกแรงมาก
แต่ Cleansing Water ทั่วๆไปเช็ดไม่ออกนะคะ ใช้รีมูฟเวอร์เฉพาะจะออกง่ายกว่าค่ะ

หากอยากดูรีวิวที่ละเอียดขึ้น สามารถคลิ้กดู vdo นี้ได้เลยนะคะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่ะ 🙂

L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor


L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor ไอเท็มเด็ดดวงใหม่น่าสนใจมากๆ
วันนี้จะมาเปิดกล่องสวอชสีให้ชมกันค่ะ

กล่องนี้ทาง L’oreal ส่งมาให้ลองใช้นะคะ ที่วางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์จะไม่มีเซ็ทแบบนี้ค่ะ
ซึ่งในกล่องนี้ก็ประกอบไปด้วย L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation
และ Super Liner V Sculptor

ซ้ายมือด้ามสีดำคือ Super Liner V Sculptor อายแชโดว์รูปแบบคุชชั่น
ขวามือคือ L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation  ลิปเนื้อแมทในแบบคุชชั่นค่ะ

เปิดฝามาจะเห็นหัวฟองน้ำแบบนี้ ซึ่งด้านที่เป็นตัวเนื้อสี จะอยู่ฝั่งที่เป็นฝานั่นเอง
โดยตัวด้ามจะมีสปริงอยู่ด้านใน เพื่อช่วยในการกดเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ติดขึ้นมา
ซึ่งการใช้งานก็ถือว่าค่อนข้างใช้งานง่ายและสะดวกทีเดียวค่ะ

L’oreal Paris Super Liner V Sculptor อายแชโดว์แบบฝุ่นเนื้อซาติน
เนื้ออายแชโดว์ค่อนข้างเนียนลื่นติดผิว แต่ก็มีส่วนที่เป็นฝุ่นร่วงลงมาบ้าง
(จากรูปสีน้ำตาล V01 แก้ไขเป็น V03 นะคะ)

อายแชโดว์รุ่นนี้ให้สีสวยชัดทีเดยว เกลี่ยง่าย และสามารถเบลนด์ด้วยแปรงได้ไม่ยาก
แต่ด้วยหัวฟองน้ำที่กลมและใหญ่ จึงอาจเข้าในจุดหัวตาลำบาก และเขียนหางตาล่างเลอะง่ายนะคะ
จากรูปคือปาดทับ 2-3 ครั้ง จะได้สีที่คมชัดประมาณนี้ หากอยากได้สีเข้มขึ้นก็ปัดทับเพิ่มเลเยอร์ได้
สีทนน้ำ ทนเหงื่อได้ค่อนข้างดีพอใช้ ส่วนความมันที่หนังตาอาจทำให้เลือนระหว่างวันได้เป็นปกติค่ะ

L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation ลิปเนื้อแมตแบบคุชชั่น
ก็มาในรูปแบบหัวฟองน้ำเช่นเดียวกับอายแชโดว์ สามารถทาโดยตรงที่ปากได้ง่ายๆและออกมาสวย

สีที่ได้จะให้ฟินิชลุคแบบแมทนะคะ เพราะฉนั้นคนที่ปากแห้งหนักๆ จะดูเป็นคราบชัดเจน
ทั้ง 4 สี เค้าคิดค้นให้ใช้ร่วมกันได้อย่างสวยงาม
สามารถทาแบบไล่โทนสีสไตล์สาวเกาหลี หรือทาแบบเต็มริมฝีปากสีเดียวเลยก็สวยได้

จากรูปคือการทาแบบไล่สี หรือที่เรียกว่า Ombre [ออมเบร]
โดยเลือกจับคู่แต่ละสีมาลองทาให้ดูกันค่ะ ก็จะให้ความสวยของสีที่ต่างกันไป

แต่หากทาสีเดียวเลยก็จะได้ตามรูปที่เห็น ซึ่งก็สวยไปอีกแบบนึงนะคะ
ใครสนใจทั้งอายแชโดว์และลิปสติก ราคาอยู่ที่แท่งละ 399 บาท
ซึ่งช่วงนี้ตามร้านค้าต่างๆเค้าก็มีโปรลดราคากันอยู่นะคะ ลองไปดูกันค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะพอมีประโยชน์กับคนที่สนใจสองสิ่งนี้กันอยู่นะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาพูดคุยที่บล็อกกันด้วยค่า 🙂

Bisous Bisous Call Me a Crystal Collection


สวัสดีค่ะ ออกใหม่กันอีกแล้วกับแบรนด์ Bisous Bisous [บีซู บีซู]
จริงๆเค้าออกมาได้สักเดือนสองเดือนแล้ว หลังจากที่ลองหยิบใช้สักพัก ก็ถึงเวลามาอัพเดทกันค่ะ

สิ่งที่โดดเด่นของแบรนด์นี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของแพคเกจ ทั้งกล่องบรรจุภัณฑ์ หรือตัวสินค้าเอง
ที่ไม่ว่าจะกี่คอลเลคชั่นก็ทำให้เรากรี้ดกร้าดได้เสมอ เพราะเค้าทำออกมาได้น่ารักถูกใจสาวๆตลอด
กล่องบรรจุภัณฑ์รุ่นนี้จะเป็นสีขาวมุก งานพิมพ์สวยงามน่าเก็บ เสียดายลืมถ่ายมาฝากกันค่ะ
คอลเลคชั่นใหม่นี้คือ Call Me a Crystal วันเปิดตัวนุ่นติดธุระไม่ได้ไปเลยไม่ทราบคอนเซ็ปท์ของเค้า
แต่เข้าใจว่าเค้าต้องการเน้นถึงผิวที่ดูเปล่งประกาย มีออร่า สวยงาม ดูสุขภาพดีนะ

เริ่มต้นที่ชิ้นแรกของเค้าคือ Call Me a Crystal Brilliant Twist Mascara Extreme Mascara
มาสคาร่าที่สามารถหมุนเพื่อปัดขนตาให้เราได้แบบอัตโนมัติ ที่ก่อนหน้านี้เค้าก็มีแบบนี้มาแล้ว
ความสะดวกคือแค่คลิ้กปุ่นที่ปลายแท่ง ด้านขนแปรงมาสค่าร่าก็สามารถหมุนได้ถึง 360 องศา
ช่วยปัดให้ขนตาเรียงเส้น  ขนตาดูหนาฟู และสีเข้มขึ้น แต่ก็ใช้ยากสำหรับมือใหม่นะคะ

มาสคาร่ารุ่นนี้คนขนตาสั้นปัดแล้วตกค่ะ ถ้าจะงอนขึ้นต้องปัดซ้ำหลายรอบมากถึงจะงอนอยู่ตัว
แต่ช่วยให้ขนตาดูและดำขึ้นมากทีเดียว ด้วยความที่เป็นระบบสั่นในตัว การปัดอาจควมคุมยากสักนิด
บางจังหวะอาจมีเลอะที่เปลือกตาได้ ใครไม่ถนัดปัดแบบไม่ใช้ระบบสั่นจะดีกว่า
หัวแปรงใหญ่อาจปัดขนตล่างได้ลำบากสักนิด ต้องใช้เวลาในการใช้ให้ชินมือพอสมควร
รุ่นนี้ทนน้ำทนเหงื่อได้ค่อนข้างดี ไม่เลอะเป็นแพนด้าใต้ตามาก อาจมีบ้างแต่น้อยมากๆค่ะ

Call Me a Crystal Signature BB Cream Spf 27 PA++
ในแทบทุกคอลเลคชั่นของบีซูบีซู เค้ามักจะพัฒนาสูตรของ BB Cream ออกมาให้เราได้ใช้เสมอๆ
รุ่นนี้จะให้ความฉ่ำวาว ผิวดูอิ่มน้ำ มีให้เลือกใช้สำหรับสาวผิวขาวอมชมพูและสาวผิวโทนเหลือง
บีบีจะไม่ปกปิดปานกลาง และช่วยกระจายแสงให้ผิวดูสว่างสดใส ผิวดูฉ่ำระหว่างวันค่ะ
ขวดเค้าจะเป็นแบบหัวปั๊ม ใช้งานง่าย และเนื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องสัมผัสกับอากาศภายนอก
ทำให้ทุกครั้งที่เราใช้งาน จะได้เนื่อผลิตภัณฑ์ที่ใหม่อยู่เสมอ

Call Me a Crystal Universal Concealer และ Call Me a Crystal Face Bright
ชิ้นนี้หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ต่างกันที่ชิ้นนึงคือคอนซีเลอร์และอีกชิ้นคือไฮไลท์
ผลการใช้งานคือใช้แทนกันได้เลยค่ะ หัวแปรงดีมาก ใช้งานง่าย
เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อครีมที่เกลี่ยได้ง่ายมาก และไม่ตกร่องมากนัก
แต่คอนซีลเลอร์สีจะค่อนข้างเข้มและออกโทนเหลือง สาวผิวขาวมากๆทาแล้วอาจดูเข้มไป
ส่วนตัวไฮไลท์กลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคอนซีลเลอร์สำหรับสาวผิวขาวมากกว่า
ไม่ได้สว่างหรือเกิดความวาวขนาดเป็นไฮไลท์ได้ขนาดนั้น เลยคิดว่าใช้เป็นคอนซีลเลอร์ได้สบายมาก
แต่อาจไม่ให้การปกปิดมากนัก แต่ช่วยกระจายแสงให้ใต้ตาดูสว่างได้

และท้ายสุดคือ Call Me a Crystal Lipstick
เห็นแพคเกจเจ้าหญิงแสนหวานไม๊เอ่ย น่ารักมากๆ รุ่นนี้มีกระจกมากับปลอกลิปสติกด้วย
เราสามารถหยิบทาโดยไม่ต้องควานหากระจกจากที่อื่นแล้ว และทะลวดลายออกมาน่ารักมากๆ

สำหรับลิปสติกรุ่นนี้จะเป็นเนื้อ Cream Matte ที่เป็นสูตร Long Lasting
ถึงจะเป็นเนื้อแมต แต่ทาแล้วปากไม่แห้ง เพราะเค้ามี Shear Butter และ Vitamin E ด้วย
ทำให้ริมฝีปากไม่แห้งกร้าน และให้ความชุ่มชื้นในตัว ทาง่ายและไม่เป็นคราบ
พิ้กเมนท์ของสีสดชัดมาก ชอบที่สุดคือ สีสันไม่สดจนทายากเกินไป ทาได้ง่ายๆในทุกๆวัน

สีนี้จะเป็นสีที่ออกโทนส้มนู้ดๆหน่อย แต่สีไม่ป่วยมาก ทาสีเดียวยังได้อยู่ค่ะ

สำหรับสีนี้จะให้ความรู้สึกสดใส เพราะเป็นสีชมพูหวานๆ ที่เหมาะกับการใช้ในทุกโอกาส

แน่นอนว่าจะขาดลิปสติกสีโทนแดงไม่ได้เลย ต้องมีนะ!! เป็นแดงที่ไม่สดมาก ทาได้ทุกวัยค่ะ

และปิดท้ายกับสีชมพูอมม่วงนิดๆ สีนี้เหมาะกับทุกสีผิวนะ ผิวขาวหรือผิวเข้มทาแล้วสวยแน่นอนค่ะ

BSBSlip

เอาล่ะ..สาวๆชอบสีไหน ก็ต้องไปลองที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ ว่าถูกใจกันรึเปล่า
สุดท้ายต้องขอบคุณผลิตภัณฑ์จาก Bisous Bisous ที่ส่งมาให้ลองให้อัพเดทกันค่ะ
พบกันใหม่บล็อกหน้านะคะ สวัสดีค่า 😉

Smiley  Smiley  Smiley  Smiley

Color Swatch 4U2 Lipsticks


สวัสดีค่า วันนี้เลือกเอาลิปสติกราคาย่อมเยาจากแบรนด์ 4U2 มาปาดสีให้ชมกันค่ะ
สองรุ่นนี้ราคาไม่แพงมาก น้องๆนักศึกษา หรือสาวๆเริ่มต้นวัยทำงานสามารถซื้อได้สบายๆ

รุ่นแรกคือ 4U2 Lipaholic ลิปรุ่นนี้จัดว่าเป็นลิปสติกเนื้อดีคุ้มราคามากๆ ราคาปกติ 154  บาท
แต่มีราคาโปรลดบ่อยๆอยู่ที่ประมาณ 100 บาท และลดราคาบ่อยมากเลย ต้องรอซื้อช่วงโปรกันนะ

แต่ลิปราคาเบาๆแบบนี้ วัสดุอาจก๊องแก๊งไม่ค่อยแข็งแรงสักหน่อยนะคะ
รุ่นนี้มีวางจำหน่ายถึง 9 สีเลยนะคะ แต่นุ่นมีมาให้ชมกันสามสี สามโทนยอดนิยม
คือแดง ชมพู และนู้ดน้ำตาล และสีโทนอื่นๆก็จะเป็นสีที่ใกล้เคียงกับสามสีหลักนี้ค่ะ

หยิบมาปาดให้ดูสีสันกันตามนี้เลย เนื้อจะออกครีมมี่แต่ไม่มันเยิ้ม ให้ความเป็นเนื้อกำมะหยี่เล็กน้อย
หลังทาแล้วปากไม่แห้งมากนัก ให้ความชุ่มชื้นได้ดีและติดทนทีเดียว ไม่มีกลิ่นหืนหรือกลิ่นเคมีใดๆ
สำหรับคนที่ปากแห้งมากๆอาจทาแล้วเกิดคราบได้นะคะ ควรบำรุงก็ลงลิปด้วย
แต่ข้อเสียคือ สู้อากาศร้อนๆบ้านเราไม่ค่อยอยู่นะคะ ทิ้งไว้ในที่ร้อนนานลิปจะนิ่ม เนื้อเละเลย
ต้องเก็บกันดีๆนิดนึงนะคะ เสียดายอ่า >w<

สำหรับรุ่นต่อมาคือ 4U2 sexXYme Lusty Matt LipStick ลิปสติกเนื้อแมทที่ติดทนมว๊ากก

ใครสนใจรุ่นนี้ มองหากล่องหน้าตาแบบนี้เลยค่ะ สนนราคาอยู่ที่แท่งละ 194 บาทเท่านั้น
หากอยากได้ในราคาที่ถูกกว่านี้ต้องรอดูโปรลดราคากันอีกทีนะคะ ซึ่งเค้าก็ลดอยู่บ่อยๆนะ

แกะกล่องออกมาจะเห็นความน่ารักของการดีไซนืแท่งลิปสติกให้ดูไม่ธรรมดา
ด้วยการทำรูปแบบแมทที่ตัวแท่ง และเคลือบมันตรงสัญลักษณ์รูปปากค่ะ

จะเห็นว่าเนื้อผลิตภัณฑ์เค้าไม่ได้ดูแห้งแมทเลยเนอะ คิดว่าน่าจะมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงริมฝีปากด้วย

ทาออกมาแล้วเป็นแบบนี้เลยค่ะ คือให้ลุคที่แมท แต่ก็ยังมีความชุ่มชื้นอยู่บ้าง
เม็ดสีแน่นและติดทนมากๆ ทาแล้วสามารถกลบสีปากเดิมได้ดีเลย
การทำความอาจต้องใช้ Lip Remover ช่วยนะคะ สีจะได้ไม่ตกค้างตามร่องริมฝีปาก
หากใครชอบลิปสติกเนื้อแมทราคาเบาๆก็ลองรุ่นนี้เลย ซึ่งเค้ามีถึง 11 สีที่สวยๆทั้งนั้นเลยล่ะค่ะ

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจลิปสติกของ 4U2 ทั้งสองรุ่นนี้กันอยู่นะคะ
บล็อกหน้ามีอะไรน่าสนใจ อย่าลืมแวะมาเยี่ยมเยียนเพื่ออัพเดทที่บล็อกนี้กันอีกน๊าาา
สำหรับวันนี้ ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายกันด้วยค่า ขอบคุณค่ะ

Color Swatch : CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure


….

….
….

สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้หยิบเอาลิปสติกที่ได้มาเนิ่นนานมาสวอชสีให้ชมกันค่ะ
นี่คือ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure ลิปสติกที่มีทั้งเนื้อแมทและเนื้อกลอสให้เลือกใช้

สำหรับ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure รุ่นเนื้อแมทกบเนื้อกลอสตอนซื้ออาจหยิบผิดได้
เพราะดูผิวเผินก็เหมือนกันนะคะ ให้สังเกตคำว่า Glass ที่กล่องและที่ขวดเป็นตัวแยกประเภทค่ะ
ราคาก็อยู่ในเรทกลางๆ จนเกือบราคาสูงนะคะ คือ 579 บาท
ราคาอาจสูงไปสักนิดสำหรับน้องๆนักศึกษานะคะ ลองเลือกสีที่ชอบมาสักสีก็พอค่ะ


แพคเกจของ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure จะดูเหมือนขวดยาทาเล็บแบบนี้ล่ะค่ะ
ระวังจะหยิบผิดกันด้วยนะคะ แต่ก็ใช้งานสะดวกมาก หมุนฝาขึ้นมาแล้วทาได้เลย
แต่ขนาดอาจจะอ้วนกลมเทอะทะไปสักนิด ทำให้การพกพาอาจจะไม่สะดวกนักค่ะ
ข้อสังเกตุอีกนิดคือ ถ้าเป็นรุ่นเนื้อแมท ฝาผลิตภัณฑ์เค้าก็จะเป็นแบบแมทไปด้วยนะคะ
ถ้าเรามีหลายๆแท่งและวางรวมๆกันไว้ ก็ทำให้เราหยิบใช้ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าจะหยิบผิดเลยค่ะ

สีสันของเนื้อแมทเมื่อทาไปตอนแรกจะยังดูชุ่มชื่นอยู่ แต่ทิ้งระยะเวลาสักพักก็แห้งแมทค่ะ
ส่วนเนื่อกลอสก็จะให้ความฉ่ำวาวของสีสันชัดเจน ปากดูเนียนสวยอวบอิ่มมากๆ


แปรงของ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure จะออกแบบมาให้ด้านฟองน้ำ
มีความโค้งมนรับกับรูปปากของเราพอดิบพอดีเลยนะคะ ช่วยให้ทาได้ง่ายและเนียนลื่นมากๆ

SmileySmileySmileySmiley

ทีนี้มาดูสีสันแต่ละสีแบบใกล้ๆชัดๆกันดีกว่าค่ะ

เริ่มที่รุ่น [Glass] สี 5 Romantic สีนี้จะค่อนข้างอ่อนไปทางนู้ดชมพู การทาทำให้ดูสีไม่สม่ำเสมอนัก
ทาแล้วปากจะดูลอยกับผิวค่อนข้างมาก เม็ดสีค่อนข้างแน่น กลบสีปากได้ดี เหมาะกับคนผิวขาวค่ะ


สีต่อมาคือ  [Glass] 4  Born to kill สีแดงสดมาก ทาแล้วขับผิวสุดๆ ปากดูอิ่มสวยมากๆค่ะ


และสีสุดท้ายของรุ่น [Glass] 1 Jealousy สีชมพูบานเย็นที่มีอันเดอร์โทนของสีน้ำเงินเจืออยู่
ช่วงนี้สีโทนประมาณนี้กำลังมาแรงเลย ทาแล้วดูสดใสมากๆ ใครชอบโทนนี้ควรมีนะคะ


มาถึงรุ่นเนื่อแมทกันบ้าง ในโทนสีเดียวกับสีชมพูด้านบน กับสี  8 Guilty Pink
ทาแล้วให้เนื่อแมทที่แห้งสนิทมากๆ ตกร่องริมฝีปากชัดเจน ติดทนนานทีเดียวค่ะ สีนี้ชอบมากๆ


จากโทนชมพูมาเป็นโทนส้มกันบ้างกับสี  4 Cynical Orange สีส้มสว่างวาบเลยทีเดียว
สีนี้นอกจากจะช่วยขับผิวแล้ว ผิวพรรณที่หมองโทรมจะดูสดใสขึ้นด้วยค่ะ


รุ่นกลอสมีนู้ด รุ่นแมทก็ไม่พลาด สี 3 Crime Pink สีชมพูนมๆเนื้อแมท สีนี้จะเกลี่ยค่อนข้างยาก
เพราะสีอ่อนมาก ทาแล้วดูเป็นคราบง่ายมากๆด้วย ใครไม่ชำนาญทาแล้วเป็นตามรูปเลยค่ะ Smiley


สีสุดท้ายของเนื้อแมทคือสี  2 Nasty Pink สีชมพูนีออน เป็นสีโทนสว่างที่ทาค่อนข้างยากอีกสี
รูปนี้ลืมถ่ายขวดมาให้ดู ต้องขอโทษด้วยค่ะ (คราบแบบนี้เกิดจากการทาสียังไม่แห้งดีแล้วเม้มปาก)

SmileySmileySmileySmiley

มาถึงบทสรุปการทดลองใช้ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure กันบ้างนะคะ
โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับลิปสติกรุ่นนี้มากๆ เพราะให้สีที่ชัดสวย
รุ่นเนื้อกลอสทำได้ดีมากๆ ทาออกมาริมฝีปากดูสวยอวบอิ่ม และเม็ดสีแน่นสุดๆ

ข้อเสีย
ทั้งสองรุ่น สีอ่อนๆจะทายาก โดยเฉพาะคนที่ริมฝีปากตามธรรมชาติมีสีเข้มทาแล้วดูไม่สวย
รุ่นเนื้อแมทข้อควรระวังคือ ทาแล้วห้ามเม้มปากทันที ต้องรอให้ลิปสติกแห้งสนิทและเซ็ตตัวซะก่อน
มิฉะนั้นจะเป็นคราบแบบน่าเกลียดมากๆ (รูปสุดท้าย)
ลิปสติกมีกลิ่นและรสที่เป็นเคมีทิ้งอยู่บนริมฝีปาก ทำให้รู้สึกไม่สบายริมฝีปากเท่าไหร่นัก
และแบบเนื้อแมทจะต้องออกแรงเช็ดพอสมควรจนกว่าลิปจะหลุดหมด

SmileySmileySmileySmiley

นี่เป็นความเห็นส่วนตัวหลังการทดลองใช้ของเรานะคะ ท่านอื่นอาจมีความเห็นต่างๆกันไปเนอะ
ใครสนใจลิปสติกรุ่นนี้จาก CLIO ลองไปทดลองเนื้อผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองกันดูนะคะ
จะได้เลือกสิ่งที่ถูกใจจริงๆกลับบ้าน ไม่ชอบก็จะได้ไม่เปลืองสะตุ้งสตางค์เนอะ
ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกนะคะ คราวหน้ามีอะไรน่าสนใจจะมาอัพเดทกันอีกค่า Smiley

….
….
….