แนะนำลิปสติกโทนสีแดงที่ทาแล้วขับผิวให้ดูขาวขึ้น และดูเซ็กซี่ชวนมอง


EyeCatch.jpg

หากสาว ๆ จะต้องเลือกลิปสติกสักแท่งที่สามารถพกพาไปใช้ได้ในทุกโอกาส ทุกสถานการณ์
แนะนำเลยว่า ลิปสติกสีแดง คือสีที่ควรมีติดกระเป๋ามากกว่าสีใด ๆ
เพราะลิปสติกสีแดงสามารถเปลี่ยนบุคลิกของสาว ๆ ให้กลายเป็นคนมีเสน่ห์และดูน่าค้นหาขึ้นได้
นอกจากนั้นยังทำให้ลุคธรรมดา ๆ ในวันสบาย ๆ ดูสวยงามชวนมองมากขึ้น
เชื่อเถอะค่ะ ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวสไตล์ไหน จะเป็นสายเกามุ้งมิ้ง สายฝอดูเซ็กซี่มั่นใจ
เป็นคุณหนูแสนเรียบร้อย เป็นสาวทำงานมาดมั่นใจ หรือสาวเปรี้ยวเผ็ดเข็ดฟัน
จะมีผิวขาวหรือผิวเข้ม ก็สามารถทาลิปสติกสีแดงเพื่อเสริมบุคลิก หรือปรับเปลี่ยนสไตล์ตัวเอง
จนคนข้าง ๆ ต้องร้อง “ว้าว” กันได้เลย

นอกจากนี้ ลิปสติกสีแดงยังทำให้สาว ๆ รู้สึกมั่นใจและมีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ
รับรองว่าถ้าสาว ๆ ได้ลองทาลิปสติกสีแดงออกไปเฉิดฉายสักครั้ง
จะต้องติดใจจนอยากจะหาลิปสติกสีแดงมากกว่า 1 เฉด พกติดกระเป๋าไว้แน่นอน
และวันนี้เราได้รวบรวม 10 ลิปสติกโทนสีแดงที่ทาแล้วช่วยให้สาว ๆ ดูมีออร่า
เปล่งประกายสวยงามมั่นใจในแบบของตัวเองมาฝากกันค่ะ

1. M.A.C RETRO MATTE LIPSTICK – RUBY WOO

2. MAYBELLINE  Superstay Matte Ink™ City Edition – No.118 Dancer

3. L’OREAL PARIS ROUGE SIGNATURE – 115 I AM WORTH IT

4. BOBBI BROWN CRUSHED LIP COLOR – CHERRY

5. NYX Soft Matte Lip Cream – SMLC10 Monte Carlo

6. Revlon Super Lustrous Lipstick – 007 In The Red

7. 4U2  LOVE ME HARDER2 – No.22 BOYS’ TALK

8. Za VIBRANT MOIST LIPSTICK VIVID DARE – RD401

9. innisfree Vivid Cotton Ink – No.08 Dried Tulip Nude

10. Eglips  Velvet Fit Tint – 05 Vintage Brick

cover

สามารถอ่านรายละเอียดและคุณสมบัติเด่นๆของลิปสติกแต่ละแท่งที่เลือกมาเพิ่มเติมได้ที่ my-best.in.th พร้อมกับทริคเล็กๆน้อยในการทาลิปสติกให้ดูสวยโดดเด่น ติดทนยาวนาน ที่เอามาฝากกันที่นั่นด้วยค่ะ

Color Swatches Maybelline New York Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection


 …
สวัสดีค่ะ ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปราวสองเดือน
วันนี้มีไอเท็มออกใหม่จาก Maybelline New York มาฝากค่ะ
บล็อกวันนี้จะมาสวอชสี Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection
ลิปสติกเนื้อแมท 5 เฉดสีที่ทำออกมาต้อนรับช่วงใบไม้ร่วงของทางเมืองนอกเค้ากันค่ะ
เมย์เบลลีนมักจะทำปลอกของแต่ละรุ่นออกมาคล้ายกันพอสมควร
สำหรับรุ่นนี้จะเป็นปลอกเนื้อด้านสีแดงขุ่นๆ ด้านก้นลิปสติกจะบอกชื่อรุ่นและเบอร์ไว้ชัดเจน
เวลาหยิบก็พลิกด้านก้นลิปสติกดูนะคะ จะได้หยิบไม่ผิด
รุ่นนี้มีวางจำหน่าย 5 เฉดสี ในโทนชมพู ส้ม แดง
โดยเนื้อสีจะให้ลุคแบบ semi-matte คือไม่ได้ดูแมทจนปากแห้ง ยังดูมีความชุ่มชื้นอยู่
เพราะเค้าใส่สารบำรุงจากนำผึ้งมาด้วย ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน เนื้อลิปไม่ตกร่อง
และเม็ดสีสดเห็นชัด ติดทนนานตลอดทั้งวัน
ทั้ง 5 สี ค่อนข้างมีความใกล้เคียงกันพอสมควร และสีส่วนใหญ่จะออก Cool Tone
ซึ่งจะเหมาะกับสาวผิวขาว หรือสาวผิวขาวอมชมพูแบบฝรั่งมากกว่าสาวเอเชียอย่างบ้านเรานะคะ
ที่ว่าเหมาะกว่าคือเค้าทาออกมาแล้วจะดูเข้ากับสีผิวเค้า ขับผิวให้ดูสวยยิ่งขึ้น
แต่ถ้าใช้กับสาวผิวโทนเหลือง หรือสาวผิวคล้ำ ผิวจะดูลอยๆนิดนึง ทาได้ แต่สีจะโดดหน่อยค่ะ
ส่วนตัวเป็นคนผิวขาวอมเหลือง แต่ยังพอทาสี Cool Tone แบบนี้ได้บ้างในบางสี
แต่เอาจริงๆบางสีก็ทาไม่รอดเหมือนกันนะคะ ไปดูสวอชทั้ง 5 สีของเมย์เบลลีนรุ่นนี้กันค่ะว่ารอดไม๊
นี่คือสีทั้งหมดที่สวอชให้ชมกันในวันนี้ค่ะ โดยส่วนตัวจะชอบสี Vivid 5 มากที่สุด
เพราะทาแล้วขับผิวให้ดูสว่างขึ้น สีอื่นๆมีความสะท้อนแสงค่อนข้างสูง ทาแล้วผิวดูหมองนิดๆ
อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านนะคะ เนื้อสีดี เกลี่ยง่าย
แต่สีที่อ่อนมากๆทาแล้วจะเป็นเรียบเนียนสวยมาก มีเป็นคราบเล็กน้อย ต้องปาดซ้ำหลายรอบสักนิด
สาวๆที่ชื่นชอบสีไหนลองไปเทสต์ด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์กันดูอีกทีนะคะ
รุ่นนี้ราคาไม่แพงเลย แท่งละ 259 บาท เท่านั้น มีจำหน่ายที่เคาน์เตอร์เมย์เบลลีนแล้วค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะมีประโยชน์กับสาวๆที่แวะมาอ่านกันนะคะ
บล็อกหน้าจะมาอัพเดทเรื่องอะไร อย่าลืมแวะมาติดตามกันด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาทักทายด้วยค่า Smiley

L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor


L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor ไอเท็มเด็ดดวงใหม่น่าสนใจมากๆ
วันนี้จะมาเปิดกล่องสวอชสีให้ชมกันค่ะ

กล่องนี้ทาง L’oreal ส่งมาให้ลองใช้นะคะ ที่วางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์จะไม่มีเซ็ทแบบนี้ค่ะ
ซึ่งในกล่องนี้ก็ประกอบไปด้วย L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation
และ Super Liner V Sculptor

ซ้ายมือด้ามสีดำคือ Super Liner V Sculptor อายแชโดว์รูปแบบคุชชั่น
ขวามือคือ L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation  ลิปเนื้อแมทในแบบคุชชั่นค่ะ

เปิดฝามาจะเห็นหัวฟองน้ำแบบนี้ ซึ่งด้านที่เป็นตัวเนื้อสี จะอยู่ฝั่งที่เป็นฝานั่นเอง
โดยตัวด้ามจะมีสปริงอยู่ด้านใน เพื่อช่วยในการกดเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ติดขึ้นมา
ซึ่งการใช้งานก็ถือว่าค่อนข้างใช้งานง่ายและสะดวกทีเดียวค่ะ

L’oreal Paris Super Liner V Sculptor อายแชโดว์แบบฝุ่นเนื้อซาติน
เนื้ออายแชโดว์ค่อนข้างเนียนลื่นติดผิว แต่ก็มีส่วนที่เป็นฝุ่นร่วงลงมาบ้าง
(จากรูปสีน้ำตาล V01 แก้ไขเป็น V03 นะคะ)

อายแชโดว์รุ่นนี้ให้สีสวยชัดทีเดยว เกลี่ยง่าย และสามารถเบลนด์ด้วยแปรงได้ไม่ยาก
แต่ด้วยหัวฟองน้ำที่กลมและใหญ่ จึงอาจเข้าในจุดหัวตาลำบาก และเขียนหางตาล่างเลอะง่ายนะคะ
จากรูปคือปาดทับ 2-3 ครั้ง จะได้สีที่คมชัดประมาณนี้ หากอยากได้สีเข้มขึ้นก็ปัดทับเพิ่มเลเยอร์ได้
สีทนน้ำ ทนเหงื่อได้ค่อนข้างดีพอใช้ ส่วนความมันที่หนังตาอาจทำให้เลือนระหว่างวันได้เป็นปกติค่ะ

L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation ลิปเนื้อแมตแบบคุชชั่น
ก็มาในรูปแบบหัวฟองน้ำเช่นเดียวกับอายแชโดว์ สามารถทาโดยตรงที่ปากได้ง่ายๆและออกมาสวย

สีที่ได้จะให้ฟินิชลุคแบบแมทนะคะ เพราะฉนั้นคนที่ปากแห้งหนักๆ จะดูเป็นคราบชัดเจน
ทั้ง 4 สี เค้าคิดค้นให้ใช้ร่วมกันได้อย่างสวยงาม
สามารถทาแบบไล่โทนสีสไตล์สาวเกาหลี หรือทาแบบเต็มริมฝีปากสีเดียวเลยก็สวยได้

จากรูปคือการทาแบบไล่สี หรือที่เรียกว่า Ombre [ออมเบร]
โดยเลือกจับคู่แต่ละสีมาลองทาให้ดูกันค่ะ ก็จะให้ความสวยของสีที่ต่างกันไป

แต่หากทาสีเดียวเลยก็จะได้ตามรูปที่เห็น ซึ่งก็สวยไปอีกแบบนึงนะคะ
ใครสนใจทั้งอายแชโดว์และลิปสติก ราคาอยู่ที่แท่งละ 399 บาท
ซึ่งช่วงนี้ตามร้านค้าต่างๆเค้าก็มีโปรลดราคากันอยู่นะคะ ลองไปดูกันค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะพอมีประโยชน์กับคนที่สนใจสองสิ่งนี้กันอยู่นะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาพูดคุยที่บล็อกกันด้วยค่า 🙂

Color Swatch : Beauty Buffet The Bakery Gelato Lip Crayon


สวัสดีค่ะ บล็อกนี้ยังอยู่กันที่แบรนด์ Beauty Buffet กันอีกเช่นเคย
เนื่องจากทางแบรนด์เค้าส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาให้อัพเดทตลอด
ชิ้นไหนดูน่าสนใจ อดหยิบจับมาสวอชสีเขียนลงบล็อกไม่ได้จริงๆค่ะ
งานนี้ทางแบรนด์ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์นะเออ…เค้าส่งมาให้ ชิ้นไหนน่าสนใจ ก็หยิบจับมาทำรีววค่ะ

ที่เห็นอยู่นี้คือ The Bakery Gelato Lip Crayon ลิปสติกแบบแท่ง หมุนไส้ขึ้นทางปลาย ไม่ต้องเหลา
ที่ได้ชื่อว่า Lip Crayon ก็เพราะรูปร่างหน้าตาเหมือนสีเทียนที่เราใช้กันตอนเด็กๆนั่นเอง
ทุกวันนี้หลายแบรนด์นิยมทำกันเยอะเลย เพราะใช้งานสะดวก พกพาไปไหนก็ไม่หนักกระเป๋าด้วย

ทางแบรนด์เค้าทำออกมาทั้งหมด 6 สีตามรูปนี้เลยค่ะ ราคาแท่งละ 115 บาท
เนื้อผลิตภัณฑ์มีความครีมมี่ ทาแล้วเนียนลื่นดี เนื้อไม่เละ มีกลิ่นหอมแบบขนม ลูกอมทำนองนั้น
สีติดทนพอประมาณ หากเราทาแล้วเม้มปากด้วยทิชชู่และแตะสีซ้ำเบาๆ ก็จะช่วยให้ลิปติดทนนานขึ้น
ไปดูสีที่สวอชไว้ทั้งหมดค่ะว่ามีสีไหนควรค่าแก่การเสียทรัพย์กันกันบ้าง

….

สี 01 Vanilla Strawberry ชื่อสีน่าจะออกโทนแดงๆ แตะกลับเป็นโทนนู้ด ซึ่งทาแล้วป่วยมาก
สีนี้ทาเดี่ยวๆก็อย่างที่เห็นเลยค่ะ รอดยากกกกก เอาไปผสมกับสีอื่นน่าจะเวิร์คกว่า
อาจตัดขอบปากด้วยสีโทนน้ำตาลหรือเบอร์รี่เข้มๆ เบลนด์ให้สวยงาม พอถูไถเป็นเคนดัล เจนเนอร์ได้

ต่อมาคือสี 02 Strawberry Yogurt สีโทนชมพูอมส้มสว่างๆ ทาแล้วปากลอดเด่นมาตั้งแต่ไกล
สีนี้น่าจะเหมาะกับคนที่มีผิวขาวมากๆ คนผิวคล้ำทาแล้วไม่สวยนะคะ แต่ถ้าใครชอบก็ทาได้ ไม่ผิด
คนที่ริมฝีปากคล้ำ ทาสีนี้ควรใช้คอนซีลกลบขอบปากก่อนเพื่อความสวยงามและดูเนี้ยบขึ้น

สี 03 Bubble Gum สีชมพูนมๆ ทาแล้วดุซอฟท์ ดูหวาน เป็นสีที่ค่อนข้างสว่าง ซึ่งอาจเป็นคราบได้
เป็นสีที่หลายๆคนน่าจะชอบ เพราะแต่งหน้าอ่อนๆก็ให้ลุคสวยหวาน แต่งหน้าแน่ๆก็เปรี้ยวได้ทันที

มาถึงสีสดใสอย่างสี 04 Orange Jelly เป็นสีโทนส้มสว่างสดใส ทาแล้วเด่นไปแปดบ้านสิบบ้านเลย
ใครชอบโทนส้มลองดูกันค่ะ ว่าส้มประมาณนี้โดนใจกันรึเปล่า เห็นแล้วเปรี้ยวปากกันไม๊ ^^

มีสีส้มแล้วก็ต้องมีสีโทนชมพูคลาสสิกแบบนี้ 05 Raspberry Sorbet สีชมพูเข้มหวานๆ
เหมาะกับสาวทุกวัย จะทาไปทำงานก็ได้ ทาไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนสาวก็ดี
เม็ดสีชัดแน่น ทาแล้วกลบริมฝีปากได้ดี สีเข้ม ทาง่าย ไม่เป็นคราบค่ะ

ปิดท้ายด้วยสีแดงสด 06 Cherry Mellow สีแดงก่ำๆแสนสวยอีกหนึ่งสี
ถ้าใครอยากลองใช้ลิปสติกโทนสีแดง แต่ยังไม่พร้อมลงทุนกับลิปสีแดงในราคาที่สูงไป
ลิปรุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์มากๆ เพราะราคาแค่ร้อยนิดๆ เนื้อลิปก็คุณภาพดี ทาแล้วช่วยขับผิวมากๆ

ปิดท้ายด้วยภาพรวมของแต่ละสี ใครชอบใครโดนสีไหน ลองไปเล่นที่ร้าน Beauty Buffet กันดูค่ะ
ถูกใจไม่ถูกใจยังไงก็ถือว่าได้ลองด้วยตัวเองนะคะ บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมค่า

Bisous Bisous Call Me a Crystal Collection


สวัสดีค่ะ ออกใหม่กันอีกแล้วกับแบรนด์ Bisous Bisous [บีซู บีซู]
จริงๆเค้าออกมาได้สักเดือนสองเดือนแล้ว หลังจากที่ลองหยิบใช้สักพัก ก็ถึงเวลามาอัพเดทกันค่ะ

สิ่งที่โดดเด่นของแบรนด์นี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของแพคเกจ ทั้งกล่องบรรจุภัณฑ์ หรือตัวสินค้าเอง
ที่ไม่ว่าจะกี่คอลเลคชั่นก็ทำให้เรากรี้ดกร้าดได้เสมอ เพราะเค้าทำออกมาได้น่ารักถูกใจสาวๆตลอด
กล่องบรรจุภัณฑ์รุ่นนี้จะเป็นสีขาวมุก งานพิมพ์สวยงามน่าเก็บ เสียดายลืมถ่ายมาฝากกันค่ะ
คอลเลคชั่นใหม่นี้คือ Call Me a Crystal วันเปิดตัวนุ่นติดธุระไม่ได้ไปเลยไม่ทราบคอนเซ็ปท์ของเค้า
แต่เข้าใจว่าเค้าต้องการเน้นถึงผิวที่ดูเปล่งประกาย มีออร่า สวยงาม ดูสุขภาพดีนะ

เริ่มต้นที่ชิ้นแรกของเค้าคือ Call Me a Crystal Brilliant Twist Mascara Extreme Mascara
มาสคาร่าที่สามารถหมุนเพื่อปัดขนตาให้เราได้แบบอัตโนมัติ ที่ก่อนหน้านี้เค้าก็มีแบบนี้มาแล้ว
ความสะดวกคือแค่คลิ้กปุ่นที่ปลายแท่ง ด้านขนแปรงมาสค่าร่าก็สามารถหมุนได้ถึง 360 องศา
ช่วยปัดให้ขนตาเรียงเส้น  ขนตาดูหนาฟู และสีเข้มขึ้น แต่ก็ใช้ยากสำหรับมือใหม่นะคะ

มาสคาร่ารุ่นนี้คนขนตาสั้นปัดแล้วตกค่ะ ถ้าจะงอนขึ้นต้องปัดซ้ำหลายรอบมากถึงจะงอนอยู่ตัว
แต่ช่วยให้ขนตาดูและดำขึ้นมากทีเดียว ด้วยความที่เป็นระบบสั่นในตัว การปัดอาจควมคุมยากสักนิด
บางจังหวะอาจมีเลอะที่เปลือกตาได้ ใครไม่ถนัดปัดแบบไม่ใช้ระบบสั่นจะดีกว่า
หัวแปรงใหญ่อาจปัดขนตล่างได้ลำบากสักนิด ต้องใช้เวลาในการใช้ให้ชินมือพอสมควร
รุ่นนี้ทนน้ำทนเหงื่อได้ค่อนข้างดี ไม่เลอะเป็นแพนด้าใต้ตามาก อาจมีบ้างแต่น้อยมากๆค่ะ

Call Me a Crystal Signature BB Cream Spf 27 PA++
ในแทบทุกคอลเลคชั่นของบีซูบีซู เค้ามักจะพัฒนาสูตรของ BB Cream ออกมาให้เราได้ใช้เสมอๆ
รุ่นนี้จะให้ความฉ่ำวาว ผิวดูอิ่มน้ำ มีให้เลือกใช้สำหรับสาวผิวขาวอมชมพูและสาวผิวโทนเหลือง
บีบีจะไม่ปกปิดปานกลาง และช่วยกระจายแสงให้ผิวดูสว่างสดใส ผิวดูฉ่ำระหว่างวันค่ะ
ขวดเค้าจะเป็นแบบหัวปั๊ม ใช้งานง่าย และเนื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องสัมผัสกับอากาศภายนอก
ทำให้ทุกครั้งที่เราใช้งาน จะได้เนื่อผลิตภัณฑ์ที่ใหม่อยู่เสมอ

Call Me a Crystal Universal Concealer และ Call Me a Crystal Face Bright
ชิ้นนี้หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ต่างกันที่ชิ้นนึงคือคอนซีเลอร์และอีกชิ้นคือไฮไลท์
ผลการใช้งานคือใช้แทนกันได้เลยค่ะ หัวแปรงดีมาก ใช้งานง่าย
เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อครีมที่เกลี่ยได้ง่ายมาก และไม่ตกร่องมากนัก
แต่คอนซีลเลอร์สีจะค่อนข้างเข้มและออกโทนเหลือง สาวผิวขาวมากๆทาแล้วอาจดูเข้มไป
ส่วนตัวไฮไลท์กลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคอนซีลเลอร์สำหรับสาวผิวขาวมากกว่า
ไม่ได้สว่างหรือเกิดความวาวขนาดเป็นไฮไลท์ได้ขนาดนั้น เลยคิดว่าใช้เป็นคอนซีลเลอร์ได้สบายมาก
แต่อาจไม่ให้การปกปิดมากนัก แต่ช่วยกระจายแสงให้ใต้ตาดูสว่างได้

และท้ายสุดคือ Call Me a Crystal Lipstick
เห็นแพคเกจเจ้าหญิงแสนหวานไม๊เอ่ย น่ารักมากๆ รุ่นนี้มีกระจกมากับปลอกลิปสติกด้วย
เราสามารถหยิบทาโดยไม่ต้องควานหากระจกจากที่อื่นแล้ว และทะลวดลายออกมาน่ารักมากๆ

สำหรับลิปสติกรุ่นนี้จะเป็นเนื้อ Cream Matte ที่เป็นสูตร Long Lasting
ถึงจะเป็นเนื้อแมต แต่ทาแล้วปากไม่แห้ง เพราะเค้ามี Shear Butter และ Vitamin E ด้วย
ทำให้ริมฝีปากไม่แห้งกร้าน และให้ความชุ่มชื้นในตัว ทาง่ายและไม่เป็นคราบ
พิ้กเมนท์ของสีสดชัดมาก ชอบที่สุดคือ สีสันไม่สดจนทายากเกินไป ทาได้ง่ายๆในทุกๆวัน

สีนี้จะเป็นสีที่ออกโทนส้มนู้ดๆหน่อย แต่สีไม่ป่วยมาก ทาสีเดียวยังได้อยู่ค่ะ

สำหรับสีนี้จะให้ความรู้สึกสดใส เพราะเป็นสีชมพูหวานๆ ที่เหมาะกับการใช้ในทุกโอกาส

แน่นอนว่าจะขาดลิปสติกสีโทนแดงไม่ได้เลย ต้องมีนะ!! เป็นแดงที่ไม่สดมาก ทาได้ทุกวัยค่ะ

และปิดท้ายกับสีชมพูอมม่วงนิดๆ สีนี้เหมาะกับทุกสีผิวนะ ผิวขาวหรือผิวเข้มทาแล้วสวยแน่นอนค่ะ

BSBSlip

เอาล่ะ..สาวๆชอบสีไหน ก็ต้องไปลองที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ ว่าถูกใจกันรึเปล่า
สุดท้ายต้องขอบคุณผลิตภัณฑ์จาก Bisous Bisous ที่ส่งมาให้ลองให้อัพเดทกันค่ะ
พบกันใหม่บล็อกหน้านะคะ สวัสดีค่า 😉

Smiley  Smiley  Smiley  Smiley

Color Swatch 4U2 Lipsticks


สวัสดีค่า วันนี้เลือกเอาลิปสติกราคาย่อมเยาจากแบรนด์ 4U2 มาปาดสีให้ชมกันค่ะ
สองรุ่นนี้ราคาไม่แพงมาก น้องๆนักศึกษา หรือสาวๆเริ่มต้นวัยทำงานสามารถซื้อได้สบายๆ

รุ่นแรกคือ 4U2 Lipaholic ลิปรุ่นนี้จัดว่าเป็นลิปสติกเนื้อดีคุ้มราคามากๆ ราคาปกติ 154  บาท
แต่มีราคาโปรลดบ่อยๆอยู่ที่ประมาณ 100 บาท และลดราคาบ่อยมากเลย ต้องรอซื้อช่วงโปรกันนะ

แต่ลิปราคาเบาๆแบบนี้ วัสดุอาจก๊องแก๊งไม่ค่อยแข็งแรงสักหน่อยนะคะ
รุ่นนี้มีวางจำหน่ายถึง 9 สีเลยนะคะ แต่นุ่นมีมาให้ชมกันสามสี สามโทนยอดนิยม
คือแดง ชมพู และนู้ดน้ำตาล และสีโทนอื่นๆก็จะเป็นสีที่ใกล้เคียงกับสามสีหลักนี้ค่ะ

หยิบมาปาดให้ดูสีสันกันตามนี้เลย เนื้อจะออกครีมมี่แต่ไม่มันเยิ้ม ให้ความเป็นเนื้อกำมะหยี่เล็กน้อย
หลังทาแล้วปากไม่แห้งมากนัก ให้ความชุ่มชื้นได้ดีและติดทนทีเดียว ไม่มีกลิ่นหืนหรือกลิ่นเคมีใดๆ
สำหรับคนที่ปากแห้งมากๆอาจทาแล้วเกิดคราบได้นะคะ ควรบำรุงก็ลงลิปด้วย
แต่ข้อเสียคือ สู้อากาศร้อนๆบ้านเราไม่ค่อยอยู่นะคะ ทิ้งไว้ในที่ร้อนนานลิปจะนิ่ม เนื้อเละเลย
ต้องเก็บกันดีๆนิดนึงนะคะ เสียดายอ่า >w<

สำหรับรุ่นต่อมาคือ 4U2 sexXYme Lusty Matt LipStick ลิปสติกเนื้อแมทที่ติดทนมว๊ากก

ใครสนใจรุ่นนี้ มองหากล่องหน้าตาแบบนี้เลยค่ะ สนนราคาอยู่ที่แท่งละ 194 บาทเท่านั้น
หากอยากได้ในราคาที่ถูกกว่านี้ต้องรอดูโปรลดราคากันอีกทีนะคะ ซึ่งเค้าก็ลดอยู่บ่อยๆนะ

แกะกล่องออกมาจะเห็นความน่ารักของการดีไซนืแท่งลิปสติกให้ดูไม่ธรรมดา
ด้วยการทำรูปแบบแมทที่ตัวแท่ง และเคลือบมันตรงสัญลักษณ์รูปปากค่ะ

จะเห็นว่าเนื้อผลิตภัณฑ์เค้าไม่ได้ดูแห้งแมทเลยเนอะ คิดว่าน่าจะมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงริมฝีปากด้วย

ทาออกมาแล้วเป็นแบบนี้เลยค่ะ คือให้ลุคที่แมท แต่ก็ยังมีความชุ่มชื้นอยู่บ้าง
เม็ดสีแน่นและติดทนมากๆ ทาแล้วสามารถกลบสีปากเดิมได้ดีเลย
การทำความอาจต้องใช้ Lip Remover ช่วยนะคะ สีจะได้ไม่ตกค้างตามร่องริมฝีปาก
หากใครชอบลิปสติกเนื้อแมทราคาเบาๆก็ลองรุ่นนี้เลย ซึ่งเค้ามีถึง 11 สีที่สวยๆทั้งนั้นเลยล่ะค่ะ

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจลิปสติกของ 4U2 ทั้งสองรุ่นนี้กันอยู่นะคะ
บล็อกหน้ามีอะไรน่าสนใจ อย่าลืมแวะมาเยี่ยมเยียนเพื่ออัพเดทที่บล็อกนี้กันอีกน๊าาา
สำหรับวันนี้ ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายกันด้วยค่า ขอบคุณค่ะ

Color Swatch : CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure


….

….
….

สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้หยิบเอาลิปสติกที่ได้มาเนิ่นนานมาสวอชสีให้ชมกันค่ะ
นี่คือ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure ลิปสติกที่มีทั้งเนื้อแมทและเนื้อกลอสให้เลือกใช้

สำหรับ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure รุ่นเนื้อแมทกบเนื้อกลอสตอนซื้ออาจหยิบผิดได้
เพราะดูผิวเผินก็เหมือนกันนะคะ ให้สังเกตคำว่า Glass ที่กล่องและที่ขวดเป็นตัวแยกประเภทค่ะ
ราคาก็อยู่ในเรทกลางๆ จนเกือบราคาสูงนะคะ คือ 579 บาท
ราคาอาจสูงไปสักนิดสำหรับน้องๆนักศึกษานะคะ ลองเลือกสีที่ชอบมาสักสีก็พอค่ะ


แพคเกจของ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure จะดูเหมือนขวดยาทาเล็บแบบนี้ล่ะค่ะ
ระวังจะหยิบผิดกันด้วยนะคะ แต่ก็ใช้งานสะดวกมาก หมุนฝาขึ้นมาแล้วทาได้เลย
แต่ขนาดอาจจะอ้วนกลมเทอะทะไปสักนิด ทำให้การพกพาอาจจะไม่สะดวกนักค่ะ
ข้อสังเกตุอีกนิดคือ ถ้าเป็นรุ่นเนื้อแมท ฝาผลิตภัณฑ์เค้าก็จะเป็นแบบแมทไปด้วยนะคะ
ถ้าเรามีหลายๆแท่งและวางรวมๆกันไว้ ก็ทำให้เราหยิบใช้ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าจะหยิบผิดเลยค่ะ

สีสันของเนื้อแมทเมื่อทาไปตอนแรกจะยังดูชุ่มชื่นอยู่ แต่ทิ้งระยะเวลาสักพักก็แห้งแมทค่ะ
ส่วนเนื่อกลอสก็จะให้ความฉ่ำวาวของสีสันชัดเจน ปากดูเนียนสวยอวบอิ่มมากๆ


แปรงของ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure จะออกแบบมาให้ด้านฟองน้ำ
มีความโค้งมนรับกับรูปปากของเราพอดิบพอดีเลยนะคะ ช่วยให้ทาได้ง่ายและเนียนลื่นมากๆ

SmileySmileySmileySmiley

ทีนี้มาดูสีสันแต่ละสีแบบใกล้ๆชัดๆกันดีกว่าค่ะ

เริ่มที่รุ่น [Glass] สี 5 Romantic สีนี้จะค่อนข้างอ่อนไปทางนู้ดชมพู การทาทำให้ดูสีไม่สม่ำเสมอนัก
ทาแล้วปากจะดูลอยกับผิวค่อนข้างมาก เม็ดสีค่อนข้างแน่น กลบสีปากได้ดี เหมาะกับคนผิวขาวค่ะ


สีต่อมาคือ  [Glass] 4  Born to kill สีแดงสดมาก ทาแล้วขับผิวสุดๆ ปากดูอิ่มสวยมากๆค่ะ


และสีสุดท้ายของรุ่น [Glass] 1 Jealousy สีชมพูบานเย็นที่มีอันเดอร์โทนของสีน้ำเงินเจืออยู่
ช่วงนี้สีโทนประมาณนี้กำลังมาแรงเลย ทาแล้วดูสดใสมากๆ ใครชอบโทนนี้ควรมีนะคะ


มาถึงรุ่นเนื่อแมทกันบ้าง ในโทนสีเดียวกับสีชมพูด้านบน กับสี  8 Guilty Pink
ทาแล้วให้เนื่อแมทที่แห้งสนิทมากๆ ตกร่องริมฝีปากชัดเจน ติดทนนานทีเดียวค่ะ สีนี้ชอบมากๆ


จากโทนชมพูมาเป็นโทนส้มกันบ้างกับสี  4 Cynical Orange สีส้มสว่างวาบเลยทีเดียว
สีนี้นอกจากจะช่วยขับผิวแล้ว ผิวพรรณที่หมองโทรมจะดูสดใสขึ้นด้วยค่ะ


รุ่นกลอสมีนู้ด รุ่นแมทก็ไม่พลาด สี 3 Crime Pink สีชมพูนมๆเนื้อแมท สีนี้จะเกลี่ยค่อนข้างยาก
เพราะสีอ่อนมาก ทาแล้วดูเป็นคราบง่ายมากๆด้วย ใครไม่ชำนาญทาแล้วเป็นตามรูปเลยค่ะ Smiley


สีสุดท้ายของเนื้อแมทคือสี  2 Nasty Pink สีชมพูนีออน เป็นสีโทนสว่างที่ทาค่อนข้างยากอีกสี
รูปนี้ลืมถ่ายขวดมาให้ดู ต้องขอโทษด้วยค่ะ (คราบแบบนี้เกิดจากการทาสียังไม่แห้งดีแล้วเม้มปาก)

SmileySmileySmileySmiley

มาถึงบทสรุปการทดลองใช้ CLIO Professional Virgin Kiss Lipniqure กันบ้างนะคะ
โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับลิปสติกรุ่นนี้มากๆ เพราะให้สีที่ชัดสวย
รุ่นเนื้อกลอสทำได้ดีมากๆ ทาออกมาริมฝีปากดูสวยอวบอิ่ม และเม็ดสีแน่นสุดๆ

ข้อเสีย
ทั้งสองรุ่น สีอ่อนๆจะทายาก โดยเฉพาะคนที่ริมฝีปากตามธรรมชาติมีสีเข้มทาแล้วดูไม่สวย
รุ่นเนื้อแมทข้อควรระวังคือ ทาแล้วห้ามเม้มปากทันที ต้องรอให้ลิปสติกแห้งสนิทและเซ็ตตัวซะก่อน
มิฉะนั้นจะเป็นคราบแบบน่าเกลียดมากๆ (รูปสุดท้าย)
ลิปสติกมีกลิ่นและรสที่เป็นเคมีทิ้งอยู่บนริมฝีปาก ทำให้รู้สึกไม่สบายริมฝีปากเท่าไหร่นัก
และแบบเนื้อแมทจะต้องออกแรงเช็ดพอสมควรจนกว่าลิปจะหลุดหมด

SmileySmileySmileySmiley

นี่เป็นความเห็นส่วนตัวหลังการทดลองใช้ของเรานะคะ ท่านอื่นอาจมีความเห็นต่างๆกันไปเนอะ
ใครสนใจลิปสติกรุ่นนี้จาก CLIO ลองไปทดลองเนื้อผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองกันดูนะคะ
จะได้เลือกสิ่งที่ถูกใจจริงๆกลับบ้าน ไม่ชอบก็จะได้ไม่เปลืองสะตุ้งสตางค์เนอะ
ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกนะคะ คราวหน้ามีอะไรน่าสนใจจะมาอัพเดทกันอีกค่า Smiley

….
….
….