Color Swatches Maybelline New York Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection


 …
สวัสดีค่ะ ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปราวสองเดือน
วันนี้มีไอเท็มออกใหม่จาก Maybelline New York มาฝากค่ะ
บล็อกวันนี้จะมาสวอชสี Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection
ลิปสติกเนื้อแมท 5 เฉดสีที่ทำออกมาต้อนรับช่วงใบไม้ร่วงของทางเมืองนอกเค้ากันค่ะ
เมย์เบลลีนมักจะทำปลอกของแต่ละรุ่นออกมาคล้ายกันพอสมควร
สำหรับรุ่นนี้จะเป็นปลอกเนื้อด้านสีแดงขุ่นๆ ด้านก้นลิปสติกจะบอกชื่อรุ่นและเบอร์ไว้ชัดเจน
เวลาหยิบก็พลิกด้านก้นลิปสติกดูนะคะ จะได้หยิบไม่ผิด
รุ่นนี้มีวางจำหน่าย 5 เฉดสี ในโทนชมพู ส้ม แดง
โดยเนื้อสีจะให้ลุคแบบ semi-matte คือไม่ได้ดูแมทจนปากแห้ง ยังดูมีความชุ่มชื้นอยู่
เพราะเค้าใส่สารบำรุงจากนำผึ้งมาด้วย ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน เนื้อลิปไม่ตกร่อง
และเม็ดสีสดเห็นชัด ติดทนนานตลอดทั้งวัน
ทั้ง 5 สี ค่อนข้างมีความใกล้เคียงกันพอสมควร และสีส่วนใหญ่จะออก Cool Tone
ซึ่งจะเหมาะกับสาวผิวขาว หรือสาวผิวขาวอมชมพูแบบฝรั่งมากกว่าสาวเอเชียอย่างบ้านเรานะคะ
ที่ว่าเหมาะกว่าคือเค้าทาออกมาแล้วจะดูเข้ากับสีผิวเค้า ขับผิวให้ดูสวยยิ่งขึ้น
แต่ถ้าใช้กับสาวผิวโทนเหลือง หรือสาวผิวคล้ำ ผิวจะดูลอยๆนิดนึง ทาได้ แต่สีจะโดดหน่อยค่ะ
ส่วนตัวเป็นคนผิวขาวอมเหลือง แต่ยังพอทาสี Cool Tone แบบนี้ได้บ้างในบางสี
แต่เอาจริงๆบางสีก็ทาไม่รอดเหมือนกันนะคะ ไปดูสวอชทั้ง 5 สีของเมย์เบลลีนรุ่นนี้กันค่ะว่ารอดไม๊
นี่คือสีทั้งหมดที่สวอชให้ชมกันในวันนี้ค่ะ โดยส่วนตัวจะชอบสี Vivid 5 มากที่สุด
เพราะทาแล้วขับผิวให้ดูสว่างขึ้น สีอื่นๆมีความสะท้อนแสงค่อนข้างสูง ทาแล้วผิวดูหมองนิดๆ
อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านนะคะ เนื้อสีดี เกลี่ยง่าย
แต่สีที่อ่อนมากๆทาแล้วจะเป็นเรียบเนียนสวยมาก มีเป็นคราบเล็กน้อย ต้องปาดซ้ำหลายรอบสักนิด
สาวๆที่ชื่นชอบสีไหนลองไปเทสต์ด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์กันดูอีกทีนะคะ
รุ่นนี้ราคาไม่แพงเลย แท่งละ 259 บาท เท่านั้น มีจำหน่ายที่เคาน์เตอร์เมย์เบลลีนแล้วค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะมีประโยชน์กับสาวๆที่แวะมาอ่านกันนะคะ
บล็อกหน้าจะมาอัพเดทเรื่องอะไร อย่าลืมแวะมาติดตามกันด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาทักทายด้วยค่า Smiley

Color Swatches Golden Rose Velvet Matte, Matte Crayon & Vitamin E Lipsticks


สวัสดีค่ะ บล็อกนี้หยิบเอาลิปสติกที่เพิ่งซื้อมา มาสวอชสีให้สาวๆชมกันค่ะ

Golden Rose เป็นแบรนด์เครื่องสำอางค์จากประเทศตุรกี มีขายในบ้านเรามานานแล้วเหมือนกัน
แต่เห็นมาบูมขึ้นในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา และสินค้าขายดีก็คือลิปสติกที่จะมาให้ดูกันในบล็อกนี้ค่ะ
โดยในบล็อกนี้จะมีที่นุ่นซื้อมาเอง 3 แท่ง และได้มาจาก Goodie Bag ของงานจีบันเมื่อปลายปีที่แล้ว

เริ่มต้นที่แท่งแรก คือ Matte Lipstick Crayon No.18 [199-]

05

เนื้อดินสอเขียนง่าย  ถึงชื่อรุ่นจะเป็นแบบแมท แต่ทาแล้วไม่แห้งจนเกินไป
เนื้อลิปกลบสีปากได้ดี ติดทนพอประมาณ ระหว่างวันอาจต้องเติมบ้างค่ะ
ข้อที่ไม่ชอบคือ ดินสอมีขนาดใหญ่และต้องใช้การเหลา เราจำเป็นต้องหากบเหลาเฉพาะมาใช้เพิ่ม
ถ้าทางแบรนด์ทำเป็นแบบออโต้ หมุนไส้ขึ้นมาใช้โดยไม่ต้องเหลาจะดีงามมากๆ
แต่หลังจากที่ได้ลองใช้แล้วรู้สึกชอบทีเดียว คิดว่าคงไปดูสีอื่นๆเพิ่มอีกแน่นอน

รุ่นต่อมาเป็นรุ่นขายดีของเค้าเลย กับรุ่น Velvet Matte Lipstick [259-]
รุ่นนี้เลือกมาลองสองเบอร์ และถ้าลองแล้วโดน ลดราคาอีกเมื่อไหร่มีสอยเพิ่มอีกตามเคยค่ะ

สีแรกที่เลือกมาคือสี No.31 ซึ่งสีใกล้เคียงกับรุ่น Matte Crayon ด้านบนมากกกก
จริงๆก็ต่างกันนิดนึง คือด้านบนจะดูอมส้มกว่า แต่ก็ต่างกันนิดเดียวจนดูไม่ออก
แอบเสียดายที่สีมันใกล้กันมาก อยากให้ต่างกันอีกสักนิด จะได้เหมือนมีสีใหม่เพิ่มขึ้น >,<
รุ่นนี้ถึงจะเป็นแบบแมท แต่เนื้อก็มีความครีมมี่อยู่พอสมควร
ทาง่าย เนียนสมูธไปกับริมฝีปากเราเลย ทินต์ของสีก็ชัดเจน ติดทานปานกลางค่ะ

อีกเบอร์ที่สอยมาเป็นโทนเข้มสุดๆ คือ No.23 สีแดงก่ำๆแบบที่ชอบ

สีโทนเข้มๆแบบนี้ ควรสครับปากให้เรียบเนียนก่อนใช้
เพราะถ้าปากแห้งลอก สีจะตกร่องทาแล้วเนื้อสีจะไม่ดูสม่ำเสมอ ไม่สวยงามค่า
แต่สีโทนเข้มเบอร์อื่นๆของเค้าก็สวยจริงๆ เลือกยากมากๆค่ะ

อีกหนึ่งรุ่นที่นำมาแนะนำกันคือรุ่น Vitamin E [199-] เป็นรุ่นที่ทาแล้วช่วยบำรุงริมฝีปากในตัวด้วย
รุ่นนี้สีเค้าจะเป็นเนื้อเพิร์ล คือเนื้อแบบมุกๆ ทาแล้วให้ปากดูเงาๆเหลื่อมๆ
เนื้อสีแบบนี้อาจไม่ได้เป็นที่นิยมมาก แต่ทาแล้วก็ให้สีที่ดูสวยแปลกตาไปอีกแบบค่ะ
รุ่นนี้นุ่นได้มาจาก Goodie Bag ในงานครบรอบ 8 ปี ของเวบจีบันเมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ

สีแรก สี No.102 เป็นสีที่สวยแปลกดีค่ะ สีออกม่วงตุ่นๆ แต่ทาแล้วสวยไปอีกแบบ
วันไหนอยากได้สีปากเก๋ๆไม่ซ้ำใคร ฟาดสีนี้ไปเลยค่ะ

สี No.64 เป็นสีชมพูบาร์บี้มากๆ ทาแล้วนึกถึงสีบนปากตุ๊กตาบาร์บี้ได้เลย
สีนี้เหมาะกับสาวที่ชอบแต่งหน้าสไตล์หวานๆ หรือไม่ก็เปรี้ยวปรี้ดไปเลยค่ะ

ก็ครบหมดแล้วทั้ง 5 สี 3 รุ่นที่หยิบมาแนะนำกันในวันนี้นะคะ
ใครชอบรุ่นไหน สนใจสีอะไร ลองแวะไปลองสีกันที่เคาน์เตอร์เค้าดูนะคะ
นอกจากลิปสติกที่ขายดี ยังมีอายแชโดว์ แป้ง บลัชออน และอื่นๆให้เลือกลองอีกเพียบ
ราคาไม่สูงเกินไป เรียกว่าราคาเอื้อมถึง และให้คุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ดีด้วย
ถ้ามีโอกาสไปสอยอย่างอื่นมาเพิ่ม จะหยิบมารีวิวกันอีกนะคะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่า Smiley

Review เครื่องสำอางค์จากร้านไดโซะ + ฮาวทู


สวัสดีค่ะ มีของใหม่ๆมาอัพเดทกันอีกแล้ว จะว่าไปก็ไม่ได้ใหม่แล้วเนอะ
หลายๆคนน่าจะคุ้นเคย หรือผ่านตากันมาบ้างแล้วกับเครื่องสำอางในร้าน Daiso
แต่เชื่อว่าอีกหลายคนยังหวั่นๆ ไม่กล้าใช้ หรือมั่นใจในประสิทธิภาพ เพราะราคาแค่ชิ้นละ 60- เท่านั้น

วันนี้เลยขอนำบางส่วนที่ซื้อมาลองมาอัพเดทผลการใช้ให้ทราบกันค่ะ
เลือกตัวที่สนใจมาทั้งหมด 7 ชิ้น ไปดูว่าแต่ละชิ้นผลการใช้งานเป็นยังไงบ้างนะคะ
ตัวแรกเป็นแป้งผสมรองพื้นอัดแข็ง ในร้านเค้าจะมีประมาณ 2 เบอร์ สีค่อนค้างใกล้เคียงกัน
ตัวตลับจะแบ่งเป็นสองชั้น คือด้านนึงเป็นแป้ง ด้านล่างเป็นที่เก็บพัฟ แต่ไม่มีพัฟมาให้ด้วยนะคะ
เนื้อแป้งค่อนข้างร่วน ใช้แปรงหรือพัฟจะเกิดเป็นฝุ่นผง ค่อนข้างเลอะเทอะทีเดียว
ตัวแป้งไม่ปกปิด ไม่คุมมัน แต่ภาพรวมของผิวดูนวลเนียน ดูผิวสว่างขึ้น
อาจไม่เหมาะกับสาวผิวเข้มนะคะ เพราะทั้งสองเบอร์ให้สีที่สว่างทั้งคู่
ชิ้นต่อมาคือ Complete BB ที่มาในรูปแบบหลอดบีบ ใช้งานง่าย
เนื้อผลิตภัณฑ์เมื่อบีบออกมาเป็นเนื้อครีมที่ดูเหมือนจะเนื้อแน่น
แต่พอปาดไปบนผิวจะรู้สึกว่าเหลวมาก ไม่ปกปิดเลย เหมือนให้ความชุ่มชื่นเพียงอย่างเดียว
เค้าจะมีเฉดสีสำหรับผิวโทนเหลือง และขาวอมชมพูให้เลือก
ชิ้นต่อมาที่ใช้แล้วชื่นชอบมาก คือดินสอเขียนคิ้วของเค้า
รุ่นนีจะเป็นรุ่นดินสอที่หมุนไส้ขึ้นมา มีปลายอีกด้านเป็นแปรงเกลียวสำหรับเกลี่ยคิ้วให้ดูซอฟท์ลง
เนื้อดินสอนิ่มกำลังดี ไม่แข็งหรือเละเกินไป ไส้เขียนติดผิวเราง่ายด้วย ใช้แล้วชอบมากๆ
มีให้เลือกประมาณสามสี คือ Brown, Dark Brown (สีในรูป) และสีเข้มสุด Brown Gray
อายแชโดว์ในร้าน Daiso มีให้เลือกหลายแบบเหมือนกัน
แต่รุ่นนนี้มีสีหลายช่อง น่าจะนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบ
สำหรับรุ่นนี้ สีเข้มสุดเค้าใช้สำหรับเขียนคิ้ว แต่โดยส่วนตัวคิดว่า ใช้เป็นสีในการคัดเบ้าเหมาะกว่า
สีของเค้าจะอ่อนมาก เป็นสีใสๆสไตล์ญี่ปุ่น อาจต้องใช้ไพรม์เมอร์ช่วยให้เห็นสีสันชัดขึ้น
สีสว่างสุดเป็นสีแบบชิมเมอร์ ให้ความแววได้กำลังดี ใช้แทนไฮไลทืได้อยู่ค่ะ
สำหนับมาสคาร่ารุ่นนี้ต้องบอกว่าไม่เหมาะกับคนขนตาสั้นเอาซะเลย เพราะปัดแล้วขนตาตกทันที
ไม่แนะนำสำหรับคนที่มองหามาสคาร่าที่ให้ขนตางอนเด้งอยู่ทนทั้งวัน ข้ามตัวนี้ไปได้เลยค่ะ
อีกหนึ่งไอเท็มสีสันคือบลัชออนที่ในร้านก็มีหลายรุ่นให้เลือกทั้งเนื้อฝุ่นและเนื้อครีม
เราเลือกรุ่นนี้เพราะเห็นว่าสีสันน่ารักดี ภาพรวมก็ดูน่ารักเกินราคาด้วย
สีด้านนึงเจะเป็นแบบแมท ส่วนอีกด้านจะเป็นประกายชิมเมอร์
ด้านที่เป็นเนื้อด้านต้องขยี้แปรงแรงนิดนึง สีถึงจะติดแปรง แต่เม็ดสีชััดสวยกำลังดีเลย
ด้านที่เนื้ออกชิมเมอร์หน่อยไม่ออกสีนัก จะออกเป็นประกายเบาๆ สามารถบิวท์เพิ่มให้ดูวาวชัดขึ้นได้
ปิดท้ายด้วยลิปสติกเนื้อบางเบา ให้สีสันอ่อนๆ เม็ดสีแน่นกลางๆ
สำหรับสีนี้ซึ่งออกไปทางโทนนู้ดมีชื่อสีว่า Mocha จะมีอีกสองสีที่ออกโทนชมพูและแดง
เป็นลิปสติกราคา 60- ที่คิดว่าโอเคเลย สีสวย ให้ปากชุ่มชื่น แต่อย่าคาดหวังเรื่องการติดทน
นำทั้งหมดมาแต่งหน้าได้ลุคออกมาประมาณนี้เลยค่ะ โดยใช้แค่ 7 ชิ้นข้างบนเท่านั้น
ก็สิริรวมราคาอยู่ที่ 420 บาท โดยส่วนตัวมองว่าค่อนข้างคุ้มค่า แม้บางชิ้นจะไม่โดนเท่าไหร่
แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ ประหยัดเงินด้วยสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางทุกวัน
สามารถชมการใช้แต่ละชิ้นได้ในรูปแบบวีดีโอได้ด้วยนะคะ หากใครสนใจ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกใหม่กันด้วยค่า 🙂

Maybelline Lip Gradation Lip Swatches


สวัสดีค่า บล็อกนี้มีลิปรุ่นใหม่ล่าสุดจากเมย์เบลลีนมาอัพเดทสีสันให้ชมกันค่ะ
ลิปรุ่นนี้ออกมาได้สักพักแล้วนะคะ ราคาอยู่ที่ 349- แต่ก็มีโปรฯลดราคามายั่วๆยวนกันบ่อยๆนะคะ

 

ที่วางจำหน่ายตอนนี้มีทั้งหมด 6 เฉดสีให้สาวๆได้เลือกซื้อกันค่ะ เป็นโทนสีเบสิคที่น่าจะชอบกัน

สำหรับลิปรุ่นนี้จะเป็นลักษณะเหมือน Lip Crayon หรือลิปที่เหมือนกับสีเทียนประมาณนั้น
เนื้อลิปจะเนียนลื่นมากๆ ทาแล้วสมูทไปกับริมฝีปากเราเลย ให้ลุคแบบกึ่งแมทกึ่งครีม
ระดับการติดทนปานกลาง อาจมีหลุดบ้างตอนทานอาหาร แต่ทินต์ของสีก็ยังเหลืออยู่บ้าง
จากที่ลองใช้ รุ่นนี้ไม่ได้ทำให้ปากแห้ง ตกร่อง หรือเป็นคราบ แต่ก็ควรหมั่นทาบำรุงด้วยนะคะ

วิธีการใช้ก็แค่หมุนด้านที่เป็นหัวฟองน้ำ เนื้อลิปก็จะโผล่ออกมาให้ใช้งานเรียบร้อย
และการที่มีหัวฟองน้ำก็เพื่อให้เรานำมาใช้เบลนด์สีที่ขอบปากให้ดูฟุ้งสวย หรือทาแบบไล่สีด้านในได้
อันนี้ก็แล้วแต่ชอบ แล้วแต่สะดวกกันเลยนะคะ

มาดูสีสัน และเนื้อสีของทั้ง 6 สีกันค่ะ เม็ดสีของแต่ละสีค่อนข้างชัดเจนเลย
บางสี ทาสีเดี่ยวๆเต็มๆจะสวยกว่าการไล่สีนะคะ อย่างสี Mauve เป็นต้น

ที่นี้ไปดูแต่ละสีกันเลยค่ะว่าทาแบบไล่สี และทาแบบเต็มริมฝีปากจะออกมาเป็นยังไงบ้าง

สีแรกเป็นสี Coral ที่ดูจะออกโทนชมพูอมส้ม สีนี้นุ่นว่าทาได้สองแบบ สวยทั้งสองแบบค่ะ

สีโทนชมพู Pink ก็เป็นอีกสีที่สาวๆหลายคนน่าจะชอบ สีนี้ทาแล้วผิวดูไบรท์ขึ้นด้วย

สี Fuchsia เป็รสีที่มาแรงตั้งแต่ปีทีแล้ว ปีนี้ก็ยังอินกันได้อีกกับสีชมพูอมม่วงแบบนี้

มาถึงสีที่ชอบที่สุดคือสี Mauve สีนี้จะเป็นน้ำตาลอมแดงตุ่นๆ ได้ลุคสุภาพ คลาสสิก
หากใครปากสีเข้ม ไม่สดใส นุ่นว่าสีนี้ทำให้ปากเราดูเข้มสวย และเป็นสีที่ให้ความหรูหราขึ้นมาได้เลย

แน่นอนว่าคอลเลคชั่นไหนๆก็คงขาดสีแดงไปไม่ได้ แต่แดงโทนนี้เป็นแดงที่มีระดับความเข้มเล็กน้อย
ไม่ใช่แดงสดจัดจ้าน นุ่นมองว่าสีแดงโทนเข้มๆแบบนี้ ทาได้เข้ากับทุกสีผิว ทาแล้วรอดทุกคนนะคะ

ปิดท้ายด้วยสีส้มสดใส แต่สีส้มของลิปรุ่นนี้จะอมแดงมาเยอะ ไม่ใช่ส้มสดๆแบบผลส้มอะไรแบบนั้น
ใครชอบส้มสดใส เปรี้ยวปรี้ดอาจไม่ชอบสีนี้เท่าไหร่ แต่เป็นสีที่ทาเบาบางแล้วออกมาดูสวยดีนะคะ

ก็สวอชครบแล้วทั้ง 6 สีนะคะ ใครชอบสีไหนอยากให้ลองใช้กันดู เพราะรุ่นนี้ถือว่าเป็นลิปที่เนื้อดีมากๆ
ควรค่าแก่การมีติดกระเป๋าไว้สักสีมากๆเลยค่ะ เป็นรุ่นที่ชอบและเชียร์ให้มีกันจริงๆ

บล็อกนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายและเยี่ยมชมกันด้วยนะคะ
พบกันใหม่บล็อกหน้าค่าาาา สวัสดีค่ะ Smiley

My Secret by 4U2 LIP SWATCHES 6 SHADES


สวัสดีค่า เพื่อนๆคนไหนที่เป็นแฟนลิปสติกเนื้อแมทที่ไม่แห้งจนปากลอก
หรือติดทนจนลบแทบไม่ออก ต้องถูกันจนปากถลอกปอกเปิด
วันนี้มี My Secret Matte Longlasting Lipsticks by 4U2 มาสวอชสีและบอกเล่าผลการใช้กันค่ะ

แพคเกจจะเรียบๆง่ายๆ เป็นพลาสติกเนื้อด้านทรงเหลี่ยม และมีเบอร์และสติกเกอร์บอกสีชัดเจน
โดยส่วนตัวจะชอบลิปสติกที่ทำเป็นแพคเกจทรงเหลี่ยมแบบนี้นะคะ รู้สึกว่าจัดเก็บง่าย ไม่กินพื้นที่ดี

สำหรับลิปสติกรุ่นนี้เค้ามีทั้งหมด 12 สีนะคะ แต่นุ่นมีอยู่ทั้งหมดแค่ 6 สี สีที่เหลือไปเสิรชดูก็สวยดีนะ

ไล่ลำดับสีจากซ้ายไปขวาเริ่มจาก No.01-No.06  ค่ะ เพื่อเป็นการจำง่ายเลยไม่ได้บอกชื่อสีนะคะ
ไปดูกันว่าแต่ละสีทาออกมาแล้วเป็นยังไงบ้าง
อ้อ…สภาพผิวโดยรวมเป็นคนผิวขาวอมเหลืองนะคะ สีปากธรรมชาติขอบปากจะมีสีเข้ม
เพราะฉนั้น สีผิว และสีปากธรรมชาติก็มีผลให้การทาแต่ละเบอร์อาจจะต่างกันตามผิวของแต่ละคนค่ะ



เป็นไงคะ ถูกใจสีไหนกันบ้างเอ่ย

สำหรับผลการใช้โดยส่วนตัวชอบที่เนื้อลิปไม่แห้งแมทจนเกินไป ยังคงมีความชุ่มชื่นอยู่บ้าง
ไม่จำเป็นต้องลงลิปบำรุงก่อนทาก็สามารถทาได้ ปากไม่แห้ง
พิกเมนท์ของสีชัดเจน แต่บางสีเนื้อสีจะกึ่งสีใสๆ อาจต้องทาย้ำๆหากต้องการเม็ดสีที่เห็นชัด
ส่วนความติดทน ลิปรุ่นนี้ไม่ได้ติดทนนานมาก แต่ก็คงความเป็น Longlasting อยู่บ้าง
สามารถเช็ดออกง่ายๆด้วย Remover ไม่ต้องถูซ้ำๆย้ำๆให้ริมฝีปากเราเจ็บเจ่อค่ะ
ราคาตกแท่งละ 234 บาท มีโปรโผล่มาเป็นครั้งคราว ต้องลองเช็คกันดูนะคะ
หากใครสนใจ ลองไปเทสต์เนื้อผลิตภัณฑ์กันดูก่อนว่าถูกใจรึเปล่านะคะ

เพื่อนไหนอยากดูในรูปแบบวีดีโอก็สามารถคลิ้กลิงค์ดูได้เลย จะเห็นสีสันแบบ HD มากขึ้นค่า
ท้ายสุดต้องขอบคุณที่แวะมาชมกันด้วยนะคะ Smiley

Color Swatch : GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Diamond Forever Sheer Lipstick


สวัสดีค่า ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปซะนาน
วันนี้ขอหยิบไอเท็มใหม่ล่าสุดที่เพิ่งได้รับมาจากทางแบรนด์มาสวอชสีให้ดูกันค่ะ


นี่คือ GINO McCRAY Pink Passion Diamond Forever Shiny Lip Color ชื่อยาวมากๆ
ขอเรียกสั้นๆว่ารุ่น GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Color ละกันนะคะ

สำหรับลิปรุ่นนี้แพคเกจจะยังเป็นสีโรสโกลด์คล้ายกับรุ่นก่อนๆนะคะ
แต่แอบเก๋ตรงที่มีเพชรเม็ดเป้งส่งประกายวิบวับอยู่บนปลอกลิป และมีขนาดที่บางลงมาจากรุ่นก่อนค่ะ

เค้าจะมีทั้งหมด 9 สีนะคะ โดยเราสามารถดูได้ง่ายๆว่าจะมีหลักๆอยู่สามกลุ่มสี คือ แดง ชมพู และส้ม
บางสีจะมีความใกล้เคียงกันมากที่เดียว และในบางสีก็จะมีเม็ดสีที่ชัดกว่าสีอื่น
เนื้อลิปสติกจะมีความครีมมี่มาก ทำให้การทาจะเรียบลื่นไปกับริมฝีปาก แต่สีจะบางใส
บางสีอาจต้องปาดซ้ำๆ จึงจะเห็นสีที่สวยชัดเจน แต่บางสีก็ปาดทีเดียวอยู่เหมือนกัน

สีนี้เป็นสีที่ทาออกมาให้เม็ดสีที่ค่อนข้างชัดเจน ปาดแค่รอบสองรอบก็พอแล้ว เป็นสีที่ชอบที่สุดค่ะ

สีนี้จะออกส้มอมแดง เนื้อสีค่อนข้างบาง ต้องปาดสักสองสามรอบจะให้ปากที่ดูอวบอิ่มมากขึ้น

สีนี้เป็นอีกหนึ่งสีที่สวยทีเดียวนะคะ เม็ดสีชัดรองลงมาจากสีแรก ทาได้ในทุกๆโอกาสเลยล่ะค่ะ

มาถึงกลุ่มสีชมพูบ้าง ทั้งสามสีนี้จะเป็นสีที่ค่อนข้างทายาก และโอกาสเป็นคราบสูง
สีโทนนี้เหมาะกับคนที่มีพื้นสีปากอมชมพูดูธรรมชาติ คนริมฝีปากคล้ำ สีกลบไม่อยู่ค่ะ
และเหมาะกับคนผิวขาวๆจะทาสวยกว่า คนผิวคล้ำทาสีโทนนี้จะดูโดด ดูลอยกับผิวไปนะคะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ความพอใจของแต่ละท่านนะคะ ถ้าทาแล้วมั่นใจก็ไม่ใช่อุปสรรคค่ะ 🙂

กลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มโทนสีคอรัล เนื้อสีและเม็ดสีจะคล้ายๆกับโทนชมพูด้านบนนะคะ
คือมีความบางใส เม็ดสีไม่ชัด โอกาสทาแล้วสีเป็นคราบดูไม่สม่ำเสมอกันสูง
จึงเหมาะกับคนที่ริมฝีปางอมชมพูดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

โดยสรุปคือเป็นลิปสติกที่เน้นให้ความชุ่มฉ่ำกับริมฝีปาก ให้สีสันเรื่อๆกับริมฝีปากแค่พอดูสวยงาม
ลิปรุ่นนี้แน่นอนว่าติดไม่ทนนะคะ อาจต้องพกเพื่อเติมระหว่างวัน หากใครชอบลิปที่ไม่จัดจ้านมาก
GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Color ก็ถือว่าใช้ได้เลย ราคาก็ไม่แรง อยู่ที่ 245 บาท
ถ้าให้แนะนำ นุ่นเชียร์เบอร์ 01 และ 03 ค่ะ สีสวยชัดเจน เป็นธรรมชาติ ทาแล้วปากดูบอิ่มสวยค่ะ
สิ่งที่ไม่ชอบอย่างนึงคือ ลิปสติกมีกลิ่นแบบลิปสติกสมัยก่อนนิดนึง บอกไม่ถูกอ่ะค่ะ ไม่ชอบเท่าไหร่
แต่กลิ่นก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมาก ตอนทาอาจได้กลิ่นนิดนึง แต่ทาสักพักก็จางหายไป


สาวๆท่านไหนสนใจ สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน Beauty Buffet นะคะ ถ้ารอช่วงโปรก็จะถูกลงไปอีก
สุดท้ายต้องขอบคุณสาวๆทุกคนที่แวะมาทักทายด้วยนะคะ

L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor


L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor ไอเท็มเด็ดดวงใหม่น่าสนใจมากๆ
วันนี้จะมาเปิดกล่องสวอชสีให้ชมกันค่ะ

กล่องนี้ทาง L’oreal ส่งมาให้ลองใช้นะคะ ที่วางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์จะไม่มีเซ็ทแบบนี้ค่ะ
ซึ่งในกล่องนี้ก็ประกอบไปด้วย L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation
และ Super Liner V Sculptor

ซ้ายมือด้ามสีดำคือ Super Liner V Sculptor อายแชโดว์รูปแบบคุชชั่น
ขวามือคือ L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation  ลิปเนื้อแมทในแบบคุชชั่นค่ะ

เปิดฝามาจะเห็นหัวฟองน้ำแบบนี้ ซึ่งด้านที่เป็นตัวเนื้อสี จะอยู่ฝั่งที่เป็นฝานั่นเอง
โดยตัวด้ามจะมีสปริงอยู่ด้านใน เพื่อช่วยในการกดเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ติดขึ้นมา
ซึ่งการใช้งานก็ถือว่าค่อนข้างใช้งานง่ายและสะดวกทีเดียวค่ะ

L’oreal Paris Super Liner V Sculptor อายแชโดว์แบบฝุ่นเนื้อซาติน
เนื้ออายแชโดว์ค่อนข้างเนียนลื่นติดผิว แต่ก็มีส่วนที่เป็นฝุ่นร่วงลงมาบ้าง
(จากรูปสีน้ำตาล V01 แก้ไขเป็น V03 นะคะ)

อายแชโดว์รุ่นนี้ให้สีสวยชัดทีเดยว เกลี่ยง่าย และสามารถเบลนด์ด้วยแปรงได้ไม่ยาก
แต่ด้วยหัวฟองน้ำที่กลมและใหญ่ จึงอาจเข้าในจุดหัวตาลำบาก และเขียนหางตาล่างเลอะง่ายนะคะ
จากรูปคือปาดทับ 2-3 ครั้ง จะได้สีที่คมชัดประมาณนี้ หากอยากได้สีเข้มขึ้นก็ปัดทับเพิ่มเลเยอร์ได้
สีทนน้ำ ทนเหงื่อได้ค่อนข้างดีพอใช้ ส่วนความมันที่หนังตาอาจทำให้เลือนระหว่างวันได้เป็นปกติค่ะ

L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation ลิปเนื้อแมตแบบคุชชั่น
ก็มาในรูปแบบหัวฟองน้ำเช่นเดียวกับอายแชโดว์ สามารถทาโดยตรงที่ปากได้ง่ายๆและออกมาสวย

สีที่ได้จะให้ฟินิชลุคแบบแมทนะคะ เพราะฉนั้นคนที่ปากแห้งหนักๆ จะดูเป็นคราบชัดเจน
ทั้ง 4 สี เค้าคิดค้นให้ใช้ร่วมกันได้อย่างสวยงาม
สามารถทาแบบไล่โทนสีสไตล์สาวเกาหลี หรือทาแบบเต็มริมฝีปากสีเดียวเลยก็สวยได้

จากรูปคือการทาแบบไล่สี หรือที่เรียกว่า Ombre [ออมเบร]
โดยเลือกจับคู่แต่ละสีมาลองทาให้ดูกันค่ะ ก็จะให้ความสวยของสีที่ต่างกันไป

แต่หากทาสีเดียวเลยก็จะได้ตามรูปที่เห็น ซึ่งก็สวยไปอีกแบบนึงนะคะ
ใครสนใจทั้งอายแชโดว์และลิปสติก ราคาอยู่ที่แท่งละ 399 บาท
ซึ่งช่วงนี้ตามร้านค้าต่างๆเค้าก็มีโปรลดราคากันอยู่นะคะ ลองไปดูกันค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะพอมีประโยชน์กับคนที่สนใจสองสิ่งนี้กันอยู่นะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาพูดคุยที่บล็อกกันด้วยค่า 🙂