Color Swatches : Mistine Woo Long Lasting Lip Color


สวัสดีค่าาา มาเจอกันในรูปแบบบล็อกขีดๆเขียนๆกันอีกแล้ว

ช่วสัปดาห์ที่ผ่านมาติดภารกิจหลายสิ่ง ตั้งใจจะเขียนบล็อกแต่ก็ไม่มีเวลานั่งนานๆได้เลย
วันนี้ทางสะดวก ระหว่างรอตรวจงานเลยรีบแว่บมาปั่นบล็อกซะเลย
วันนี้จะขอมาเห่อลิปสติกสองแท่งที่เพิ่งสั่งซื้อมาเมื่อไม่นานนี้ เห็นสีสวยดีเลยสั่งมาลองสักหน่อย

Mistine Woo Long Lasting Lip Color ลิปติดเนื้อครีมกึ่งแมทจากมิสทีน
เค้ามาในแพคเกจที่คลับคล้ายคลับคลากับลิปสติกของ Wet’n Wild แต่จะเปิดง่ายกว่ามาก
ของ Wet’n Wild ฝาด้านบนจะสั้น และโชว์เนื้อลิปทำให้เปิดยากและเลอะง่ายมาก
ตัวนี้ฝาจะยาว ไม่เห็นเนื้อลิป เปิดปิดสะดวก ไม่ต้องคอยระวังเลย

รุ่นนี้เค้ามีทั้งหมดประมาณ 5-6 สีนะคะ ไม่แน่ใจ เห็นว่าสีสวยดีเลยสั่งมาลอง 2 สีก่อน
การดูสีในแคตตาล็อกค่อนข้างเยอะ เพราะความเพี้ยนของสีจากงานพิมพ์มีสูง ต้องเผื่อใจไว้ด้วย
อย่างสีเบอร์ 05 ที่นุ่นสั่งมา ในแคตตาล็อกจะดูเป็นสีโทนม่วงพลัมแต่อันนี้ดูเป็นสีบานเย็นเข้มๆ
ทีแรกจะสั่งสีน้ำตาลนู้ดมา แต่ไม่มั่นใจ กลัวว่าจะสีอ่อนจนเป็นนู้ดป่วยๆ เลยไม่ได้สั่งมา

สวอชทั้งสองสีให้ดูจะเป็นว่าสีสันค่อนข้างใกล้เคียงกันทีเดียวเลย
เป็นโทนชมพูที่ต่างระดับความเข้มของสีกันเล็กน้อย

ปาดลงบนริมฝีปากกันบ้าง ลองใช้แล้วค่อนข้างประทับใจ เพราะเนื้อลิปดีเกินราคาเลย
นุ่นซื้อมาในช่วงโปรโมชั่น 2 แท่ง 120 บาท แต่ถ้าซื้อเดี่ยวจะตกแท่งละ 69-89 ประมาณนี้
เนื้อลิปมีความเนียนลื่น สีสันชัดเจน ให้ความแมทเล็กน้อย สีติดทนค่อนข้างดีทีเดียว มีกลิ่หอมอ่อนๆ
ซื้อมาแล้วก็ชอบค่ะ ไม่ผิดหวังเลย อยากซื้อสีอื่นมาเพิ่มอีก เพราะราคาถูกมากๆ

ประสิทธิภาพของเนื้อสีเรียกว่าทนใช้ได้เลย จากรูปนุ่นเช็ดด้วนรีมูฟเวอร์ด้วยการปาดแบบแรงๆ 1 ที
จะเห็นว่าแม้สีจะออกไปเกือบหมด แต่ทินต์ของสีก็ยังคงทิ้งไว้บนผิวเราจางๆ
ต้องค่อยๆบรรจงเช็ดซ้ำอีกรอบจึงจะออกหมด
เพราะฉนั้นตัวนี้ ทานข้าวทานอะไรก็อาจมีเลือนบ้าง แต่ก็ไม่หลุดหายจนปากเราซีดไปเลยค่ะ

ก็เอามาฝากกันนะคะ เผื่อว่าใครสนใจลิปสติกตัวนี้กันอยู่ จะได้ตัดสินใจได้ว่าควรซื้อมาลองรึเปล่า
ในโอกาสหน้า หากซื้อสีอื่นมาเพิ่มอีก จะมาอัพเดทให้สาวๆชมกันอีกค่า
บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณทุกคนที่แวะมาพูดคุยและทักทายกันที่บล็อกด้วยนะคะ

ขอบคุณค่าาา Smiley

Maybelline Lip Gradation Lip Swatches


สวัสดีค่า บล็อกนี้มีลิปรุ่นใหม่ล่าสุดจากเมย์เบลลีนมาอัพเดทสีสันให้ชมกันค่ะ
ลิปรุ่นนี้ออกมาได้สักพักแล้วนะคะ ราคาอยู่ที่ 349- แต่ก็มีโปรฯลดราคามายั่วๆยวนกันบ่อยๆนะคะ

 

ที่วางจำหน่ายตอนนี้มีทั้งหมด 6 เฉดสีให้สาวๆได้เลือกซื้อกันค่ะ เป็นโทนสีเบสิคที่น่าจะชอบกัน

สำหรับลิปรุ่นนี้จะเป็นลักษณะเหมือน Lip Crayon หรือลิปที่เหมือนกับสีเทียนประมาณนั้น
เนื้อลิปจะเนียนลื่นมากๆ ทาแล้วสมูทไปกับริมฝีปากเราเลย ให้ลุคแบบกึ่งแมทกึ่งครีม
ระดับการติดทนปานกลาง อาจมีหลุดบ้างตอนทานอาหาร แต่ทินต์ของสีก็ยังเหลืออยู่บ้าง
จากที่ลองใช้ รุ่นนี้ไม่ได้ทำให้ปากแห้ง ตกร่อง หรือเป็นคราบ แต่ก็ควรหมั่นทาบำรุงด้วยนะคะ

วิธีการใช้ก็แค่หมุนด้านที่เป็นหัวฟองน้ำ เนื้อลิปก็จะโผล่ออกมาให้ใช้งานเรียบร้อย
และการที่มีหัวฟองน้ำก็เพื่อให้เรานำมาใช้เบลนด์สีที่ขอบปากให้ดูฟุ้งสวย หรือทาแบบไล่สีด้านในได้
อันนี้ก็แล้วแต่ชอบ แล้วแต่สะดวกกันเลยนะคะ

มาดูสีสัน และเนื้อสีของทั้ง 6 สีกันค่ะ เม็ดสีของแต่ละสีค่อนข้างชัดเจนเลย
บางสี ทาสีเดี่ยวๆเต็มๆจะสวยกว่าการไล่สีนะคะ อย่างสี Mauve เป็นต้น

ที่นี้ไปดูแต่ละสีกันเลยค่ะว่าทาแบบไล่สี และทาแบบเต็มริมฝีปากจะออกมาเป็นยังไงบ้าง

สีแรกเป็นสี Coral ที่ดูจะออกโทนชมพูอมส้ม สีนี้นุ่นว่าทาได้สองแบบ สวยทั้งสองแบบค่ะ

สีโทนชมพู Pink ก็เป็นอีกสีที่สาวๆหลายคนน่าจะชอบ สีนี้ทาแล้วผิวดูไบรท์ขึ้นด้วย

สี Fuchsia เป็รสีที่มาแรงตั้งแต่ปีทีแล้ว ปีนี้ก็ยังอินกันได้อีกกับสีชมพูอมม่วงแบบนี้

มาถึงสีที่ชอบที่สุดคือสี Mauve สีนี้จะเป็นน้ำตาลอมแดงตุ่นๆ ได้ลุคสุภาพ คลาสสิก
หากใครปากสีเข้ม ไม่สดใส นุ่นว่าสีนี้ทำให้ปากเราดูเข้มสวย และเป็นสีที่ให้ความหรูหราขึ้นมาได้เลย

แน่นอนว่าคอลเลคชั่นไหนๆก็คงขาดสีแดงไปไม่ได้ แต่แดงโทนนี้เป็นแดงที่มีระดับความเข้มเล็กน้อย
ไม่ใช่แดงสดจัดจ้าน นุ่นมองว่าสีแดงโทนเข้มๆแบบนี้ ทาได้เข้ากับทุกสีผิว ทาแล้วรอดทุกคนนะคะ

ปิดท้ายด้วยสีส้มสดใส แต่สีส้มของลิปรุ่นนี้จะอมแดงมาเยอะ ไม่ใช่ส้มสดๆแบบผลส้มอะไรแบบนั้น
ใครชอบส้มสดใส เปรี้ยวปรี้ดอาจไม่ชอบสีนี้เท่าไหร่ แต่เป็นสีที่ทาเบาบางแล้วออกมาดูสวยดีนะคะ

ก็สวอชครบแล้วทั้ง 6 สีนะคะ ใครชอบสีไหนอยากให้ลองใช้กันดู เพราะรุ่นนี้ถือว่าเป็นลิปที่เนื้อดีมากๆ
ควรค่าแก่การมีติดกระเป๋าไว้สักสีมากๆเลยค่ะ เป็นรุ่นที่ชอบและเชียร์ให้มีกันจริงๆ

บล็อกนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายและเยี่ยมชมกันด้วยนะคะ
พบกันใหม่บล็อกหน้าค่าาาา สวัสดีค่ะ Smiley

GINO McCRAY Heritage Collection


สวัสดีค่า สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙ ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขสดใสตลอดปีนะคะ Smiley

บล็อกใหม่วันนี้มีเครื่องสำอางค์ยกเซ็ทมาอัพเดทให้เกิดกิเลสกันค่าาา
มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรชวนเสียตังค์กันบ้างงง ^^

ทั้งหมดนี้มาจาก GINO McCRAY Heritage Collection ซึ่งแต่ละชิ้นน่าสนใจมากๆเลยค่ะ
บล็อกนี้จะสวอชสีให้ดูเป็นหลักนะคะ ผลการใช้ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะยังไม่ได้ใช้จริงจังเลยค่ะ
ไปดูกันว่าแต่ละชิ้น มีชิ้นไหนจะถูกใจเพื่อนๆกันบ้างนะคะ 🙂

ชิ้นแรกเป็นแป้ง CC Color Control Powder SPF30 PA++
แป้งเนื้อเนียนบาง ที่ช่วยปรับภาพรวมของผิวให้ดูนวลเนียน
ตัวนี้จากที่ลองจะไม่ได้ปกปิดมากนะคะ ควบคุมความมันได้ปานกลาง แค่ทำให้ผิวดูเนียนใสดี
ตลับเค้าจะค่อนข้างนิดนึง แต่น้ำหนักเบา วัสดุ มีชั้นเก็บพัฟแยกกับตัวแป้ง ป้องกันการเลอะได้ดีมากๆ
กระจกด้านในเต็มบาน ไม่หลอกตา แพคเกจโดยรวมดูสวยงาม เหมาะแก่การพกพาทีเดียวค่ะ

ชิ้นต่อมาคือ CC Collection Complete Cream SPF30 PA++
CC Cream เนื้อฟลูอิดที่เหลวมากๆ ทาแล้วปรับผิวให้ดูสว่างขึ้นเล็กน้อย
เหมาะกับคนที่ผิวดีอยู่แล้วนะคะ เพราะไม่ปกปิดอะไร
แต่ข้อเสียที่เจอคือเค้าไม่ทนน้ำ ทนเหงื่อเลย ไม่เหมาะกับการใช้ในวันที่มีกิจกรรมกลางแจ้งนะคะ

ในคอลเลคชั่นนี้ก็มี Blusher มาด้วยกันสองสี คือ สีโทนพีชและโทนชมพู
ซึ่งสีน่ารักมากๆทั้งสองสีเลย เม็ดสีไม่จัดมาก มีความเป็นฝุ่นเล็กน้อย
แต่ทั้งสองสีปัดออกมาได้ลุคหวานๆ ใสๆ น่ารัก ดูอ่อนกว่าวัยมากๆค่ะ

สาวที่รักงานปากฉ่ำอวบอิ่มต้องไม่พลาด Luxury Gloss ในคอลเลคชั่นนี้นะคะ
เค้าทำสีออกมาสวยฉ่ำถึง 7 สีเลย มีทั้งแบบกลิตเตอร์ และเป็นเป็นกึ่งทินต์ค่ะ
ไปดูกันค่ะว่าแต่ละสีสวยชวนหยิบมาทาวันหลายๆรอบแค่ะไหน
**ต้องขออภัยตกหล่นสวอชสี 07 ไปค่ะ >.<

ด้านบนคือการทากลอสแบบเดี่ยวๆ ทั้งหมดนะคะ

ส่วนรูปด้านบนคือการใช้กลอสสี 01 ทาทับบนลิปสติกสีแดง บริเวณกึ่งกลางริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม
และใช้ลิปสติกสีชมพู ทับด้วยกลอสโทนชมพูเหลือบทอง เบอร์ 02 ค่ะ
การใช้กลอสร่วมกับลิปสติกสีต่างๆช่วยทำให้สีสันดูมีมิติชวนมองมากขึ้นเลยล่ะค่ะ

มาถึงเซ็ทสุดท้าย คือ Charming Lipstick ที่มีให้เลือกมากถึง 10 สีเลยค่ะ
ซึ่งทั้งหมดก็จะคุมโทนอยู่ที่ โทนส้ม โทนชมพู และโทนแดง
ภาพรวมดูใกล้เคียงกัน แต่สวอชแล้วก็มีความต่างของสีอยู่พอสมควร
เนื้อลิปสติกมีความเนียนลื่น และเนื้อสีไม่ได้เป็นพิ้กเมนท์ที่จัดจ้านมาก แต่ก็ให้สีที่ชัดสวยดี
ข้อเสียอย่างเดียวที่รู้สึกคือ กลิ่นน้ำหอมเค้าเยอะไปนิด ทาแล้วรู้สึกกลิ่นน้ำหอมเตะจมูกมา
ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นฉุนๆอาจต้องทำใจนิดนึงนะคะ ไปดูสีทั้งหมดกันดีกว่าค่ะ

หมดไปเรียบร้อยกับทั้ง 10 สี และทั้งหมดในคอลเลคชั่นนี้ ชอบชิ้นไหนกันบ้าง
หวังว่าพอจะเป็นแนวทางในการเลือกซื้อ หรือตัดสินใจในเบื้องต้นให้เพื่อนๆกันได้นะคะ
ส่วนเรื่องราคาค้องไปสอบถามที่ร้านกันดูนะคะ แต่แบรนด์นี้ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
จัดเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ไม่สูงมาก และมีผลิตภัณฑ์หลากหลายให้เลือกซื้อนะคะ
ชอบชิ้นไหน ถูกใจอะไร ต้องไปลองผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองกันอีกทีนะคะ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้นเนอะ


ท้ายสุดต้องขอขอบคุณแบรนด์ GINO McCRAY ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ได้ลองใช้แบบยกเซ็ตเลยนะคะ
รวมถึงเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาทักทายและพูดคุยกันที่บล็อกนี้ด้วยค่า 🙂

My Secret by 4U2 LIP SWATCHES 6 SHADES


สวัสดีค่า เพื่อนๆคนไหนที่เป็นแฟนลิปสติกเนื้อแมทที่ไม่แห้งจนปากลอก
หรือติดทนจนลบแทบไม่ออก ต้องถูกันจนปากถลอกปอกเปิด
วันนี้มี My Secret Matte Longlasting Lipsticks by 4U2 มาสวอชสีและบอกเล่าผลการใช้กันค่ะ

แพคเกจจะเรียบๆง่ายๆ เป็นพลาสติกเนื้อด้านทรงเหลี่ยม และมีเบอร์และสติกเกอร์บอกสีชัดเจน
โดยส่วนตัวจะชอบลิปสติกที่ทำเป็นแพคเกจทรงเหลี่ยมแบบนี้นะคะ รู้สึกว่าจัดเก็บง่าย ไม่กินพื้นที่ดี

สำหรับลิปสติกรุ่นนี้เค้ามีทั้งหมด 12 สีนะคะ แต่นุ่นมีอยู่ทั้งหมดแค่ 6 สี สีที่เหลือไปเสิรชดูก็สวยดีนะ

ไล่ลำดับสีจากซ้ายไปขวาเริ่มจาก No.01-No.06  ค่ะ เพื่อเป็นการจำง่ายเลยไม่ได้บอกชื่อสีนะคะ
ไปดูกันว่าแต่ละสีทาออกมาแล้วเป็นยังไงบ้าง
อ้อ…สภาพผิวโดยรวมเป็นคนผิวขาวอมเหลืองนะคะ สีปากธรรมชาติขอบปากจะมีสีเข้ม
เพราะฉนั้น สีผิว และสีปากธรรมชาติก็มีผลให้การทาแต่ละเบอร์อาจจะต่างกันตามผิวของแต่ละคนค่ะ



เป็นไงคะ ถูกใจสีไหนกันบ้างเอ่ย

สำหรับผลการใช้โดยส่วนตัวชอบที่เนื้อลิปไม่แห้งแมทจนเกินไป ยังคงมีความชุ่มชื่นอยู่บ้าง
ไม่จำเป็นต้องลงลิปบำรุงก่อนทาก็สามารถทาได้ ปากไม่แห้ง
พิกเมนท์ของสีชัดเจน แต่บางสีเนื้อสีจะกึ่งสีใสๆ อาจต้องทาย้ำๆหากต้องการเม็ดสีที่เห็นชัด
ส่วนความติดทน ลิปรุ่นนี้ไม่ได้ติดทนนานมาก แต่ก็คงความเป็น Longlasting อยู่บ้าง
สามารถเช็ดออกง่ายๆด้วย Remover ไม่ต้องถูซ้ำๆย้ำๆให้ริมฝีปากเราเจ็บเจ่อค่ะ
ราคาตกแท่งละ 234 บาท มีโปรโผล่มาเป็นครั้งคราว ต้องลองเช็คกันดูนะคะ
หากใครสนใจ ลองไปเทสต์เนื้อผลิตภัณฑ์กันดูก่อนว่าถูกใจรึเปล่านะคะ

เพื่อนไหนอยากดูในรูปแบบวีดีโอก็สามารถคลิ้กลิงค์ดูได้เลย จะเห็นสีสันแบบ HD มากขึ้นค่า
ท้ายสุดต้องขอบคุณที่แวะมาชมกันด้วยนะคะ Smiley

Color Swatch : GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Diamond Forever Sheer Lipstick


สวัสดีค่า ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปซะนาน
วันนี้ขอหยิบไอเท็มใหม่ล่าสุดที่เพิ่งได้รับมาจากทางแบรนด์มาสวอชสีให้ดูกันค่ะ


นี่คือ GINO McCRAY Pink Passion Diamond Forever Shiny Lip Color ชื่อยาวมากๆ
ขอเรียกสั้นๆว่ารุ่น GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Color ละกันนะคะ

สำหรับลิปรุ่นนี้แพคเกจจะยังเป็นสีโรสโกลด์คล้ายกับรุ่นก่อนๆนะคะ
แต่แอบเก๋ตรงที่มีเพชรเม็ดเป้งส่งประกายวิบวับอยู่บนปลอกลิป และมีขนาดที่บางลงมาจากรุ่นก่อนค่ะ

เค้าจะมีทั้งหมด 9 สีนะคะ โดยเราสามารถดูได้ง่ายๆว่าจะมีหลักๆอยู่สามกลุ่มสี คือ แดง ชมพู และส้ม
บางสีจะมีความใกล้เคียงกันมากที่เดียว และในบางสีก็จะมีเม็ดสีที่ชัดกว่าสีอื่น
เนื้อลิปสติกจะมีความครีมมี่มาก ทำให้การทาจะเรียบลื่นไปกับริมฝีปาก แต่สีจะบางใส
บางสีอาจต้องปาดซ้ำๆ จึงจะเห็นสีที่สวยชัดเจน แต่บางสีก็ปาดทีเดียวอยู่เหมือนกัน

สีนี้เป็นสีที่ทาออกมาให้เม็ดสีที่ค่อนข้างชัดเจน ปาดแค่รอบสองรอบก็พอแล้ว เป็นสีที่ชอบที่สุดค่ะ

สีนี้จะออกส้มอมแดง เนื้อสีค่อนข้างบาง ต้องปาดสักสองสามรอบจะให้ปากที่ดูอวบอิ่มมากขึ้น

สีนี้เป็นอีกหนึ่งสีที่สวยทีเดียวนะคะ เม็ดสีชัดรองลงมาจากสีแรก ทาได้ในทุกๆโอกาสเลยล่ะค่ะ

มาถึงกลุ่มสีชมพูบ้าง ทั้งสามสีนี้จะเป็นสีที่ค่อนข้างทายาก และโอกาสเป็นคราบสูง
สีโทนนี้เหมาะกับคนที่มีพื้นสีปากอมชมพูดูธรรมชาติ คนริมฝีปากคล้ำ สีกลบไม่อยู่ค่ะ
และเหมาะกับคนผิวขาวๆจะทาสวยกว่า คนผิวคล้ำทาสีโทนนี้จะดูโดด ดูลอยกับผิวไปนะคะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ความพอใจของแต่ละท่านนะคะ ถ้าทาแล้วมั่นใจก็ไม่ใช่อุปสรรคค่ะ 🙂

กลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มโทนสีคอรัล เนื้อสีและเม็ดสีจะคล้ายๆกับโทนชมพูด้านบนนะคะ
คือมีความบางใส เม็ดสีไม่ชัด โอกาสทาแล้วสีเป็นคราบดูไม่สม่ำเสมอกันสูง
จึงเหมาะกับคนที่ริมฝีปางอมชมพูดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

โดยสรุปคือเป็นลิปสติกที่เน้นให้ความชุ่มฉ่ำกับริมฝีปาก ให้สีสันเรื่อๆกับริมฝีปากแค่พอดูสวยงาม
ลิปรุ่นนี้แน่นอนว่าติดไม่ทนนะคะ อาจต้องพกเพื่อเติมระหว่างวัน หากใครชอบลิปที่ไม่จัดจ้านมาก
GINO McCRAY Pink Passion Shiny Lip Color ก็ถือว่าใช้ได้เลย ราคาก็ไม่แรง อยู่ที่ 245 บาท
ถ้าให้แนะนำ นุ่นเชียร์เบอร์ 01 และ 03 ค่ะ สีสวยชัดเจน เป็นธรรมชาติ ทาแล้วปากดูบอิ่มสวยค่ะ
สิ่งที่ไม่ชอบอย่างนึงคือ ลิปสติกมีกลิ่นแบบลิปสติกสมัยก่อนนิดนึง บอกไม่ถูกอ่ะค่ะ ไม่ชอบเท่าไหร่
แต่กลิ่นก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมาก ตอนทาอาจได้กลิ่นนิดนึง แต่ทาสักพักก็จางหายไป


สาวๆท่านไหนสนใจ สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน Beauty Buffet นะคะ ถ้ารอช่วงโปรก็จะถูกลงไปอีก
สุดท้ายต้องขอบคุณสาวๆทุกคนที่แวะมาทักทายด้วยนะคะ

Review : ลิปล็อคสี Mistine DNA



สวัสดีค่ะ

วันนี้หยิบสินค้าฮอตฮิตที่เห็นแล้วต้องซื้อมาลองกะเค้าด้วยมาอัพเดทผลการใช้ให้ชมกันค่ะ

Mistine DNA Lip Color & Top Coat ตัวนี้ เดินเจอในเซเว่น ราคา 79 บาท
เห็นว่าไม่แพง และก็ดูน่าสนใจดี เลยซื้อมาลองซะหน่อย แต่เหมือนจะมีสีนี้สีเดียวนะคะ
เคยลองตัว Mistine Joop ก็โอเคดี สีชัดแน่น ทาแล้วไม่มีอาการแพ้ ตัวนี้เคลมว่าติดทนนานด้วย
เผลอทิ้งแพคเกจไปแล้ว เลยไม่มีมาให้ดูกัน แต่ใครเข้าเซเว่นบ่อยๆน่าจะเคยเห็นกันนะคะ

สำหรับด้ามเค้าค่อนข้างเล็กจุ๋มจิ๋มมาก ปริมาณ 2 กรัมนิดๆเห็นจะได้
โดยส่วนตัวไม่ซีเรียส เพราะลิปสติกใช้นานเกินไปก็เบื่อ ปริมาณขนาดนี้น่าจะใช้ทันหมดอายุ

ด้านนึงจะเป็นลิปแบบลิควิด ส่วนอีกด้านจะเป็นตัวเคลือบริมฝีปาก (เล็กเท่าปลายก้อยค่ะฝั่งนี้)

ด้านที่เป็นลิปคัลเลอร์สีสันค่อนข้างชัดแน่นดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ส่วนฝั่งที่เป็นตัวเคลือบ จะเป็นแบบใสๆ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นค่ะ

มาดูผลการใช้งานกันบ้าง การทาลิปรุ่นนี้ต้องทาในปริมาณที่พอดี ไม่หนาหรือบางไป
และด้วยความเป็นลิปที่ติดทนนาน หากทาแล้วเม้มปากทันทีจะเป็นคราบได้
เพราะหากยังไม่ลง Top Coat สีจะแห้งและให้ความรู้สึกหนาที่ริมฝีปากมาก
แนะนำให้ทาแล้วรอจนแห้งดีก่อนลงตัว Top Coat และระวังการสัมผัสกันของริมฝีปากด้วย
หลังจากที่ลิปแห้งดีแล้ว ลงด้าน Top Coat ทับ ริมฝีปากจะดูชุ่มชื่นขึ้น อาการแห้งหนักปากจะหายไป
และลิปจะติดทนทั้งวันจริงๆค่ะ ระหว่างวันถ้าปากแห้งก็ทาตัวเคลือบทับได้ค่ะ

สำหรับการเช็ดสีออกก้ไม่ยากนะคะ ใช้ Remover แปะทิ้งไว้ก็เป็นอันเรียบร้อย ไม่ต้องออกแรงมาก
แต่ Cleansing Water ทั่วๆไปเช็ดไม่ออกนะคะ ใช้รีมูฟเวอร์เฉพาะจะออกง่ายกว่าค่ะ

หากอยากดูรีวิวที่ละเอียดขึ้น สามารถคลิ้กดู vdo นี้ได้เลยนะคะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่ะ 🙂

L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor


L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor ไอเท็มเด็ดดวงใหม่น่าสนใจมากๆ
วันนี้จะมาเปิดกล่องสวอชสีให้ชมกันค่ะ

กล่องนี้ทาง L’oreal ส่งมาให้ลองใช้นะคะ ที่วางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์จะไม่มีเซ็ทแบบนี้ค่ะ
ซึ่งในกล่องนี้ก็ประกอบไปด้วย L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation
และ Super Liner V Sculptor

ซ้ายมือด้ามสีดำคือ Super Liner V Sculptor อายแชโดว์รูปแบบคุชชั่น
ขวามือคือ L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation  ลิปเนื้อแมทในแบบคุชชั่นค่ะ

เปิดฝามาจะเห็นหัวฟองน้ำแบบนี้ ซึ่งด้านที่เป็นตัวเนื้อสี จะอยู่ฝั่งที่เป็นฝานั่นเอง
โดยตัวด้ามจะมีสปริงอยู่ด้านใน เพื่อช่วยในการกดเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ติดขึ้นมา
ซึ่งการใช้งานก็ถือว่าค่อนข้างใช้งานง่ายและสะดวกทีเดียวค่ะ

L’oreal Paris Super Liner V Sculptor อายแชโดว์แบบฝุ่นเนื้อซาติน
เนื้ออายแชโดว์ค่อนข้างเนียนลื่นติดผิว แต่ก็มีส่วนที่เป็นฝุ่นร่วงลงมาบ้าง
(จากรูปสีน้ำตาล V01 แก้ไขเป็น V03 นะคะ)

อายแชโดว์รุ่นนี้ให้สีสวยชัดทีเดยว เกลี่ยง่าย และสามารถเบลนด์ด้วยแปรงได้ไม่ยาก
แต่ด้วยหัวฟองน้ำที่กลมและใหญ่ จึงอาจเข้าในจุดหัวตาลำบาก และเขียนหางตาล่างเลอะง่ายนะคะ
จากรูปคือปาดทับ 2-3 ครั้ง จะได้สีที่คมชัดประมาณนี้ หากอยากได้สีเข้มขึ้นก็ปัดทับเพิ่มเลเยอร์ได้
สีทนน้ำ ทนเหงื่อได้ค่อนข้างดีพอใช้ ส่วนความมันที่หนังตาอาจทำให้เลือนระหว่างวันได้เป็นปกติค่ะ

L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation ลิปเนื้อแมตแบบคุชชั่น
ก็มาในรูปแบบหัวฟองน้ำเช่นเดียวกับอายแชโดว์ สามารถทาโดยตรงที่ปากได้ง่ายๆและออกมาสวย

สีที่ได้จะให้ฟินิชลุคแบบแมทนะคะ เพราะฉนั้นคนที่ปากแห้งหนักๆ จะดูเป็นคราบชัดเจน
ทั้ง 4 สี เค้าคิดค้นให้ใช้ร่วมกันได้อย่างสวยงาม
สามารถทาแบบไล่โทนสีสไตล์สาวเกาหลี หรือทาแบบเต็มริมฝีปากสีเดียวเลยก็สวยได้

จากรูปคือการทาแบบไล่สี หรือที่เรียกว่า Ombre [ออมเบร]
โดยเลือกจับคู่แต่ละสีมาลองทาให้ดูกันค่ะ ก็จะให้ความสวยของสีที่ต่างกันไป

แต่หากทาสีเดียวเลยก็จะได้ตามรูปที่เห็น ซึ่งก็สวยไปอีกแบบนึงนะคะ
ใครสนใจทั้งอายแชโดว์และลิปสติก ราคาอยู่ที่แท่งละ 399 บาท
ซึ่งช่วงนี้ตามร้านค้าต่างๆเค้าก็มีโปรลดราคากันอยู่นะคะ ลองไปดูกันค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะพอมีประโยชน์กับคนที่สนใจสองสิ่งนี้กันอยู่นะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาพูดคุยที่บล็อกกันด้วยค่า 🙂