Color Swatches : Mistine Woo Long Lasting Lip Color


สวัสดีค่าาา มาเจอกันในรูปแบบบล็อกขีดๆเขียนๆกันอีกแล้ว

ช่วสัปดาห์ที่ผ่านมาติดภารกิจหลายสิ่ง ตั้งใจจะเขียนบล็อกแต่ก็ไม่มีเวลานั่งนานๆได้เลย
วันนี้ทางสะดวก ระหว่างรอตรวจงานเลยรีบแว่บมาปั่นบล็อกซะเลย
วันนี้จะขอมาเห่อลิปสติกสองแท่งที่เพิ่งสั่งซื้อมาเมื่อไม่นานนี้ เห็นสีสวยดีเลยสั่งมาลองสักหน่อย

Mistine Woo Long Lasting Lip Color ลิปติดเนื้อครีมกึ่งแมทจากมิสทีน
เค้ามาในแพคเกจที่คลับคล้ายคลับคลากับลิปสติกของ Wet’n Wild แต่จะเปิดง่ายกว่ามาก
ของ Wet’n Wild ฝาด้านบนจะสั้น และโชว์เนื้อลิปทำให้เปิดยากและเลอะง่ายมาก
ตัวนี้ฝาจะยาว ไม่เห็นเนื้อลิป เปิดปิดสะดวก ไม่ต้องคอยระวังเลย

รุ่นนี้เค้ามีทั้งหมดประมาณ 5-6 สีนะคะ ไม่แน่ใจ เห็นว่าสีสวยดีเลยสั่งมาลอง 2 สีก่อน
การดูสีในแคตตาล็อกค่อนข้างเยอะ เพราะความเพี้ยนของสีจากงานพิมพ์มีสูง ต้องเผื่อใจไว้ด้วย
อย่างสีเบอร์ 05 ที่นุ่นสั่งมา ในแคตตาล็อกจะดูเป็นสีโทนม่วงพลัมแต่อันนี้ดูเป็นสีบานเย็นเข้มๆ
ทีแรกจะสั่งสีน้ำตาลนู้ดมา แต่ไม่มั่นใจ กลัวว่าจะสีอ่อนจนเป็นนู้ดป่วยๆ เลยไม่ได้สั่งมา

สวอชทั้งสองสีให้ดูจะเป็นว่าสีสันค่อนข้างใกล้เคียงกันทีเดียวเลย
เป็นโทนชมพูที่ต่างระดับความเข้มของสีกันเล็กน้อย

ปาดลงบนริมฝีปากกันบ้าง ลองใช้แล้วค่อนข้างประทับใจ เพราะเนื้อลิปดีเกินราคาเลย
นุ่นซื้อมาในช่วงโปรโมชั่น 2 แท่ง 120 บาท แต่ถ้าซื้อเดี่ยวจะตกแท่งละ 69-89 ประมาณนี้
เนื้อลิปมีความเนียนลื่น สีสันชัดเจน ให้ความแมทเล็กน้อย สีติดทนค่อนข้างดีทีเดียว มีกลิ่หอมอ่อนๆ
ซื้อมาแล้วก็ชอบค่ะ ไม่ผิดหวังเลย อยากซื้อสีอื่นมาเพิ่มอีก เพราะราคาถูกมากๆ

ประสิทธิภาพของเนื้อสีเรียกว่าทนใช้ได้เลย จากรูปนุ่นเช็ดด้วนรีมูฟเวอร์ด้วยการปาดแบบแรงๆ 1 ที
จะเห็นว่าแม้สีจะออกไปเกือบหมด แต่ทินต์ของสีก็ยังคงทิ้งไว้บนผิวเราจางๆ
ต้องค่อยๆบรรจงเช็ดซ้ำอีกรอบจึงจะออกหมด
เพราะฉนั้นตัวนี้ ทานข้าวทานอะไรก็อาจมีเลือนบ้าง แต่ก็ไม่หลุดหายจนปากเราซีดไปเลยค่ะ

ก็เอามาฝากกันนะคะ เผื่อว่าใครสนใจลิปสติกตัวนี้กันอยู่ จะได้ตัดสินใจได้ว่าควรซื้อมาลองรึเปล่า
ในโอกาสหน้า หากซื้อสีอื่นมาเพิ่มอีก จะมาอัพเดทให้สาวๆชมกันอีกค่า
บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณทุกคนที่แวะมาพูดคุยและทักทายกันที่บล็อกด้วยนะคะ

ขอบคุณค่าาา Smiley

Review : ลิปล็อคสี Mistine DNA



สวัสดีค่ะ

วันนี้หยิบสินค้าฮอตฮิตที่เห็นแล้วต้องซื้อมาลองกะเค้าด้วยมาอัพเดทผลการใช้ให้ชมกันค่ะ

Mistine DNA Lip Color & Top Coat ตัวนี้ เดินเจอในเซเว่น ราคา 79 บาท
เห็นว่าไม่แพง และก็ดูน่าสนใจดี เลยซื้อมาลองซะหน่อย แต่เหมือนจะมีสีนี้สีเดียวนะคะ
เคยลองตัว Mistine Joop ก็โอเคดี สีชัดแน่น ทาแล้วไม่มีอาการแพ้ ตัวนี้เคลมว่าติดทนนานด้วย
เผลอทิ้งแพคเกจไปแล้ว เลยไม่มีมาให้ดูกัน แต่ใครเข้าเซเว่นบ่อยๆน่าจะเคยเห็นกันนะคะ

สำหรับด้ามเค้าค่อนข้างเล็กจุ๋มจิ๋มมาก ปริมาณ 2 กรัมนิดๆเห็นจะได้
โดยส่วนตัวไม่ซีเรียส เพราะลิปสติกใช้นานเกินไปก็เบื่อ ปริมาณขนาดนี้น่าจะใช้ทันหมดอายุ

ด้านนึงจะเป็นลิปแบบลิควิด ส่วนอีกด้านจะเป็นตัวเคลือบริมฝีปาก (เล็กเท่าปลายก้อยค่ะฝั่งนี้)

ด้านที่เป็นลิปคัลเลอร์สีสันค่อนข้างชัดแน่นดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ส่วนฝั่งที่เป็นตัวเคลือบ จะเป็นแบบใสๆ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นค่ะ

มาดูผลการใช้งานกันบ้าง การทาลิปรุ่นนี้ต้องทาในปริมาณที่พอดี ไม่หนาหรือบางไป
และด้วยความเป็นลิปที่ติดทนนาน หากทาแล้วเม้มปากทันทีจะเป็นคราบได้
เพราะหากยังไม่ลง Top Coat สีจะแห้งและให้ความรู้สึกหนาที่ริมฝีปากมาก
แนะนำให้ทาแล้วรอจนแห้งดีก่อนลงตัว Top Coat และระวังการสัมผัสกันของริมฝีปากด้วย
หลังจากที่ลิปแห้งดีแล้ว ลงด้าน Top Coat ทับ ริมฝีปากจะดูชุ่มชื่นขึ้น อาการแห้งหนักปากจะหายไป
และลิปจะติดทนทั้งวันจริงๆค่ะ ระหว่างวันถ้าปากแห้งก็ทาตัวเคลือบทับได้ค่ะ

สำหรับการเช็ดสีออกก้ไม่ยากนะคะ ใช้ Remover แปะทิ้งไว้ก็เป็นอันเรียบร้อย ไม่ต้องออกแรงมาก
แต่ Cleansing Water ทั่วๆไปเช็ดไม่ออกนะคะ ใช้รีมูฟเวอร์เฉพาะจะออกง่ายกว่าค่ะ

หากอยากดูรีวิวที่ละเอียดขึ้น สามารถคลิ้กดู vdo นี้ได้เลยนะคะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่ะ 🙂

Color Swatch : Mistine Joops!! Color Rich


สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้หยิบไอเท็มที่กำลังเป็นที่สนใจของสาวๆทุกคนมาอัพเดทกันอีกแล้ว
Mistine Joops!! Color Rich หรือที่ทางมิสทีนเค้าเรียกว่า ลิปสีอิ่ม นั่นเอง
เชื่อว่าสาวๆหลายๆคนคงเคยใช้ลิปลักษณะนี้ แต่เป็นแบรนด์ที่ไม่มีขายในบ้านเรากันมาบ้างแล้วเนอะ
จุดเด่นก็คงเป็นรูปทรงที่ดูแปลกตาเหมือนหลอดสีอะคลีลิก และสีสันที่ชัดเจนราวกับสีทาบ้านเลย
แต่ก็หาซื้อยากอยู่เหมือนกันนะคะ ต้องพรีออร์เดอร์มาเท่านั้น เสี่ยงได้ของปลอมอีกต่างหาก
มิสทีนเองก็คงได้รับแรงบันดาลใจมาจากยี่ห้อเหล่านั้น จึงเกิดเป็นลิปรุ่นนี้ขึ้นมานะคะ
ทำออกมาได้สีสันสวยงาม ราคาไม่แพง และหาซื้อง่ายสุดๆ  แค่เข้าเซเว่นก็เจอแล้วล่ะค่ะ
ของมิสทีนเค้าทำออกมาทั้หมด 8 สี โดยมีสาว มิน พีชยา เป็นพรีเซ็นเตอร์ค่ะ ดูสิ สวยเชียวเนอะ
ส่วนที่ซื้อมาเค้าขายเป็นแพ็คคู่อยู่ในเซเว่น ราคา 99 บาท โดยจับสองสีขายดีมาเข้าคู่กัน
นุ่นไม่แน่ใจว่าปริมาณจะเท่ากับราคาขายปลีกหนึ่งแท่ง 109 ที่ช่วงนี้มีโปรอยู่ 69 บาท รึเปล่านะคะ
แต่หลอดคู่นี้ ปริมาณ 5 กรัม คิดว่าก็ใช้ได้นานอยู่นะคะ เพราะบีบออกมานิดเดียวก็ทาได้ทั่วปากแล้ว
ปลายหลอดหน้าตาแบบนี้ เหมือนสีอะครีลิคสุดๆค่ะ ใช้งานสะดวกดีมากๆ
หากใช้คู่กับแปรงจะให้สีที่แน่น และทาออกมาได้สวยเนี้ยบกว่า แต่ไม่มีแปรงใช้นิ้วแทนก็ได้ค่ะ
แต่สีที่ได้จะไม่แน่นชัด และให้สีที่สวยเท่ากับการใช้แปรงนะคะ เป็นข้อเสียอย่างนึงของลิปลักษณะนี้
บีบสีออกมาแล้วใช้แปรงตีเนื้อสี ได้สีที่แน่นชัดสวยแบบนี้เลยค่ะ เริ่ดอ่า…
ทาลงบนริมฝีปากด้วยแปรงกลบความหมองคล้ำของริมฝีปากได้ดีมากๆ
เนื้อลิปมีความชุ่มชื่นและเป็นเนื้อครีมที่เข้มข้นทีเดียว สีลิปเช็ดออกง่ายด้วยรีมูฟเวอร์
เนื้อลิปไม่ติดทนทั้งวันนะคะ คือทานอะไรก็หลุดหายไปเป็นปกติ แต่แบบว่า ฉ่ำสวยมากๆ
คุณสมบัติเด่นที่เป็นจุดขายอีกอย่างคือ เราสามารถนำแต่ละสีมาผสมกันให้เกิดสีใหม่ได้อีก
8 สีของเค้า ผสมสีใหม่ได้อีกเป็นสิบๆสีเลยค่ะ สนุกกันล่ะที่นี้
จากรูปนุ่นเอาสองสีผสมกันในปริมาณที่เท่ากัน ได้ออกมาประมาณนี้เลย
ถือว่าคู่นี้คุ้มค่า คุ้มราคาจริงๆค่ะ
ส่วนอีก 6 สีที่เหลือจะโดนไม๊ คงต้องไปส่องรีวิวของสาวๆท่านอื่นอีกที ว่ามีสีไหนโดนใจบ้างหวังว่าบล็อกนี้คงจะพอเป็นแนวทางให้สาวๆที่กำลังสนใจลิปรุ่นนี้กันอยู่ ได้ตัดสินใจง่ายขึ้นนะคะ
บล็อกหน้ามีอะไรน่าสนใจจะนำมาอัพเดทกันอีกค่า ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนด้วยนะคะ

Review : LANEIGE Snow BB Soothing Cushion


วันนี้หยิบเอา Snow BB Soothing Cushion จาก LANEIGE มาอัพเดทผลการใช้งานในช่วงนี้กันค่ะ

ชิ้นนี้นุ่นได้รับมาจากกล่อง Vanity Trove ประจำเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ซึ่งได้มาในไซส์ทดลองใช้ขนาด 4 g นะคะ ไซส์จริงจะอยู่ที่ราคา 1,500- ค่ะ
มีด้วยกันทั้งหมดสามสี แต่สีที่ได้มาคือสี Natural Beige เบอร์ 21 (น่าจะเป็นสีอ่อนสุด)

Snow BB Soothing Cushion เป็นบีบีครีมที่บรรจุอยู่ในพัฟฟองน้ำ
วิธีที่ใช้ง่ายๆ ก็แค่ใช้พัฟที่เค้าให้มากดไปที่ฟองน้ำ แล้วปาดไปบนผิวเราได้เลย
คุณสมบัติหลักๆของเค้าก็คือ ช่วยปรับผิวให้ดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ
มีค่า spf 50 pa+++ ช่วยป้องกันแสงแดดได้ดี
และมอบคุณค่าการบำรุงผิวด้วย White Plus Renew Complex สูตรเฉพาะของ LANEIGE

สีที่ปาดออกมาได้จะดูค่อนข้างเข้มนะคะ แต่พอปาดไปบนผิวก็ดูกลมกลืนดีนะ

หลังจากบำรุงเรียบร้อยแล้วใช้ Snow BB Soothing Cushion จาก LANEIGE
ภาพรวมของผิวดูสว่างขึ้น สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้นกว่าเดิม

ส่วนการปกปิดรอยดำ รอยแดงจากสิว หรือกระบนแก้มก็ปกปิดได้ดีเช่นเดียวกันค่ะ

ต่อจากนั้นใช้แป้งฝุ่นบีบีของ Mistine สำหรับเซ็ทบีบีให้เรียบร้อย
แป้งฝุ่นรุ่นนี้ค่อนข้างบางเบา ไม่ปกปิด มีกลิตเตอร์ละเอียดมากๆอยู่ในเนื้อแป้งด้วย
ทาแล้วให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการใช้ควบคู่กับบีบีหรือรองพื้นที่มีการปกปิดมากๆค่ะ

ภามรวมของการลงบีบีและแป้ง เติมคิ้วและแก้มเรียบร้อย
ได้ลุคสบายๆ ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับวันที่เราไม่ต้องการความเนี้ยบมาก
พร้อมออกนอกบ้านไปทำงาน กิน เที่ยว ช้อปปิ้ง กันตามสะดวกเลยค่ะ

บีบีรุ่นนี้เค้าเคลมเรื่องคุมความมันมาด้วย ก็ถือว่าทำได้ดีนะคะ
เพราะผ่านไป 10 ชม. หน้าก็มันเป็นปกติ ซึ่งนุ่นเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน
ความมันระดับนี้ถือว่าพอใจค่ะ คือไม่ได้หน้ามันกันตั้งแต่เที่ยงก็ผ่านแล้วล่ะค่ะ

ใครสนใจก็ลองแวะไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกันที่เคาน์เตอร์ LANEIGE ดูนะคะ