Color Swatch : Bisous Bisous Beaute Classique Collection


….

สวัสดีค่ะ วันนี้หยิบผลิตภัณฑ์จาก Bisous Bisous ที่ออกมาได้หลายเดือนแล้วมาสวอชสีให้ชมกันค่า

คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดนี้มีชื่อว่า Bisous Bisous Beaute Classique Collection
ซึ่งในคอลเลคชั่นก็มีแต่ผลิตภัณฑ์น่าใช้ทั้งนั้นเลยล่ะค่ะ ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

เริ่มกันที่ชิ้นแรกคือ Bisous Bisous 3D Eyebrow Sculpture ที่เขียนคิ้วแบบเมจิก
ซึ่งมีดีไซน์เหมือนปากกามาร์กเกอร์ที่เราใช้เขียนตัวหนังสือสมัยเรียนยังไงยังงั้น
ปลายปากกาแบบหัวตัดช่วยให้การเขียนคิ้วได้คมและได้องศามากขึ้น
เนื้อแบบเมจิกแบบนี้ก็ช่วยให้สีคิ้วติดทนนานมากขึ้นอีกด้วย
แต่จากที่ลองนุ่นรู้สึกว่าหากใช้ตัวนี้เดี่ยวๆ คิ้วจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ดูเหมือนสักคิ้วมา
จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์แบบฝุ่นทับอีกครั้ง เพื่อให้ได้คิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ
อีกข้อหนึ่งคือการควบคุมองศาในการเขียนอาจยากสำหรับมือใหม่พอสมคใรเลยนะคะ
ถ้าใครไม่คุ้นอาจทำให้การเขียนคิ้วดูหนาไปและจะแก้ค่อนข้างยากค่ะ

ชิ้นต่อมาคือ Bisous Bisous Beaute Classique Face Contour
แค่เห็นแพคเกจก็กรี้ดแล้วนะคะ ตลับลายหัวใจไขว้เรียงร้อยจนกลายเป็นดอกไม้หวานๆแบบนี้
ชิ้นนี้ก็อย่างที่เห็นเลย คือใช้สำหรับการคอนทัวร์หน้าให้มีมิติ มีทั้งใช้สำหรับเฉดดิ้งและไฮไลท์
เค้าทำสีมาค่อนข้างลงตัว คือไฮไลท์นัวสวยกำลังดี เนื้อชิมเมอร์ให้ความเงา มีวิ้งละเอียดสวย
ส่วนฝั่งเฉดดิ้งก็เป็นสีโทนน้ำตาลกลางๆ ไม่อมแดงหรือส้มไป ไม่มีวิ้งวาว ให้สีแมทดูเป็นธรรมชาติ
สีไม่หนัก ปัดเพิ่มได้ ไม่ต้องห่วงว่าจะหนักมือจนหน้าดำเป็นปื้ดไป เหมาะสำหรับมือใหม่มากๆค่ะ

อายแชโดว์พาเลตเค้าทำออกมาน่าใช้มากกับ Bisous Bisous Beaute Classique Palettes
มีมาด้วยกันสองโทนสีคือ #1 Touch on the Night และ #2 Put the Nude
ซึ่งในพาเลตเค้าจะเพิ่มสีบลัชออนในโทนเดียวกับสีของอายแชโดว์มาด้วย
ตลับดีไซน์ออกมาดูหรูหราด้วยสีเงินเงาวับ น้ำหนักเบา ขนาดประมาณ iPhone 5
กระจกในตลีบใหญ่ส่องเห็นชัด กระจกไม่หลอกตาด้วยค่ะ



สำหรับสีแรกเป็นสีโทนม่วง โดยส่วนตัวนุ่นไม่ชอบโทนสีในตลับเท่าไหร่ สีม่วงสวยดี
แต่สีเข้มสุดสองสีมันค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก ทาแล้วไม่ค่อยเดิดมิติมากนัก
ทาเป็นสีม่วงเดี่ยวๆสวยกว่า ส่วนบลัชออนทำสีออกมาน่ารักดีค่ะ



สีที่สองเป็นสีโทนน้ำตาลที่เหมาะแก่การพกพามากๆ ใช้ได้ทุกโอกาส ทุกงาน
ชอบตลับนี้เพราะใช้งานง่ายมาก ทาสีเดี่ยวๆก็สวย คิดอะไรไม่ออกใช้โทนนี้จบปิ้ง ไม่ต้องคิดเยอะ

ลองใช้สีจากทั้งสองตลับมาเบลนด์ๆรวมกันก็ได้ลุคที่ดูสมบูรณ์ขึ้น


สำหรับใครที่สนใจก็ลองไปเทสต์ ไปลองที่เคาน์เตอร์ Bisous Bisous กันดูนะคะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกกันด้วยค่ะ 🙂

Ingrid Cosmetics


สวัสดีค่ะ ช่วงนี้มีเครื่องสำอางค์แบรนด์ใหม่ๆเรียงแถวเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราเยอะเลย
สาวๆที่เป็นคนคลั่งเครื่องสำอางค์เหมือนกันคงถูกใจ เพราะมีอะไรใหม่ๆมาให้ลองกันตลอดเวลา
วันนี้เลยขอแนะนำ Ingrid Cosmetics เครื่องสำอางค์น้องใหม่ นำเข้าจากประเทศโปแลนด์ค่ะ
[ ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ที่ส่งมาให้ลองด้วยนะคะ ]

Ingrid Cosmetics จะมีเอกลักษณ์เด่นคือเค้าจะพิมพ์ลายบนผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นรูปกุหลาบแบบนี้
เรียกว่าเดินเข้าร้านเครื่องสำอางค์ใหญ่ๆ เราก็สามารถมองหาได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ
นอกจากผลิตภัณฑ์ดานบนที่เห็นทั้งหมดนี้ เค้าก็ยังมีอายแชโดว์ แป้งอัดแข็ง และไฮไลท์อีกด้วย
จุดเด่นอีกอย่างคือ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะมีกลิ่นกุหลาบหอมอ่อนๆอยู่ด้วย
สำหรับใครที่แพ้น้ำหอมในเครื่องสำอางค์อาจต้องทดลองให้แน่ใจก่อนซื้อนะคะ
[ สามารถหาอ่านรีวิวชิ้นอื่นๆได้จากบล็อกเกอร์ที่ได้ลองผลิตภัณฑ์นี้เหมือนกันได้เลยนะคะ ]

ขอเริ่มตัวแรกด้วย Ingrid Wonder Shine Full Color Lipstick No.300 [349-]
ลิปสติกเนื้อเนียนเบา ให้ประกายฉ่ำวาว และช่วยกระจายแสงให้ริมฝีปากดูสุขภาพดี
สำหรับลิปสติกรุ่นนี้ มีสีให้เลือกมากถึง 20 สีเลยค่ะ ครอบคลุมทุกเฉดสีที่สาวๆชอบกันเลย
สำหรับสี 300 นี้เป็นสีที่ค่อนข้างซีดและใช้ยากมากๆ นุ่นเลยไม่ได้ทาบนปากให้ดูนะคะ
แต่ตัวนี้จะให้ลุคแมทนิดๆ หากไม่ชอบๆแมทๆ ก็สามารถทากลอสทับให้ดูวาว และให้สีที่สวยขึ้น

ชิ้นถัดมาคือ Ingrid Love Story Liquid Lipastick No.304 [359-]
ลิปสติกสูตรน้ำ เนื้อเข้มข้นแบบลิคควิด ให้การปกปิดสูง และช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม
มีสารบำรุงริมฝีปากจากวิตามินอีและสารสกัดจากเม็ดองุ่น ช่วยป้องกันปากแตกแห้งด้วย
ตัวนี้ได้ลองครั้งแรกแล้วชอบมาก เพราะสีชัดสวย ทาแล้วปากอิ่มดูชวนมองมากๆ
เค้ามีทั้งหมด 7 สี โดยสีหลักๆจะเป็นโทนชมพู-ส้ม-แดงที่สีสดชัดมากๆ

Ingrid HD Blush No.10 [389-] บลัชออนพิมพ์ลายกุหลาบแสนสวย
บลัชออนที่มีคุณสมบัติพิเศษแบบ HD ช่วยกระจายแสง อำพรางริ้วรอยและจุดบกพร่องบนใบหน้า
นอกจากนั้นยังมีสารสกัดจากดอกกุหลาบตุรกี ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นราชากุหลาบพันปี
ช่วยให้พวงแก้มดูเปล่งปลัง สุขภาพดี ดึงดูดดสายตา มี 3 โทนสี คือ ชมพู ส้มอมชมพู และส้มค่ะ
บลัชตัวนี้จะให้สีอ่อนสวยกำลังดี ปัดเพิ่มน้ำหนักสีได้ทีละนิดโดยสีไม่ดูชัดเวอร์ไป
และด้วยความที่เป็นคุณสมบัติแบบ HD บลัชตอนนี้ช่วยกระจายแสงให้ผิวดูเบลอ ริ้วรอยดูจางลงด้วย
บลัชติดทนปานกลางนะคะ ไม่ได้ติดทนทั้งวัน แต่ความเงาแบบไฮไลท์บางๆจะยังคงอยู่ค่ะ
ข้อเสียคือเนื้อบลัชมีความเป็นฝุ่นผงอยู่บ้าง ค่วรปัดอย่างเบามือจะได้ไม่มีฝุ่นผงเลอะเทอะ
แต่อย่างที่บอกคือเล็กน้อยนะคะ ไม่ได้มากมายอะไร

มาถึงชิ้นเด็ดดวงชิ้นสุดท้าย Ingrid Bronzing Powder [690-] ที่มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเราเลย
แป้งเนื้อแมทสีน้ำตาลที่เข้ากับสีผิวคนไทยมาก สามารถใช้คอนทัวร์หน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติมากๆ
สีไม่เข้มจนหน้าดำ หรือมีชิมเมอร์จนหน้าเงา สร้างโครงหน้าให้ดูมีมิติได้ ตัวนี้หยิบใช้ทุกวันเลยค่ะ


ปิดท้ายด้วยฟินิชลุคที่ใช้ไอเท็มทุกชิ้นจากด้านบน จะได้ลุคประมาณนี้ค่ะ
CheekIngrid HD Blush No.10
LipsIngrid Wonder Shine Full Color Lipstick No.300
และ Ingrid Love Story Liquid Lipastick No.304
ContourIngrid Bronzing Powder

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจลองเสิรชคำว่า Ingrid Thailand ก็จะเจอตัวแทนจำหน่ายต่างๆมากมาย
หรืออย่างร้าน Eve and Boy และร้าน Lashes ก็มีนะคะ ราคาตามโปรฯของแต่ละร้านด้วย
ท้ายสุดต้องขอขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันได้ค่า 🙂

Color Swatch : The Bakery House Cake Blusher


สวัสดีค่ะ เจอกันในรูปแบบของบล็อกกันอีกแล้ว
คราวก่อนนุ่นอัพเดทเรื่องผลิตภัณฑ์ใหม่ๆทางช่อง Youtube ของนุ่นเอง และในหน้าแฟนเพจ
มีหลายคนสนใจบลัชออนเนื้อครีมของ Beauty Cottage รุ่นนี้อยู่พอสมควร
วันนี้จึงขอมาสวอชสีทั้งหมดให้ชมกันค่ะ

[สำหรับสาวๆที่อยากดูในรูปวีดีโอว่ามีอะไรออกใหม่บ้าง ชมได้ในวีดีโอด้านล่างเลยค่ะ]

สำหรับ The Bakery House Cake Blusher บลัชออนเนื้อครีมเนียนลื่น
รุ่นนี้เค้าทำออกมาทั้งหมด 5 สี ค่ะ โดยจะเน้นไปทางโทนชมพูและส้ม

แพคเกจผลิตภัณฑ์ยังคงเน้นรูปลักษณ์ที่น่ารัก น่าสะสม
ทั้งกล่องบรรจุภัณฑ์ด้านนอก และตัวผลิตภัณฑ์ของเค้าเอง

การใช้งานถูกออกแบบมาให้สามารถใช้นิ้ว หรือทาผลิตภัณฑ์ลงบนแก้มเราโดยตรงเลยก็ได้
เห็นสีสันชัดแน่นขนาดนี้ แต่ต้องบอกว่าบางสี เม็ดสีก็ไม่ได้แน่นเหมือนในรูปนะคะ
เนื้อผลิตถัณฑ์เป็นแบบเนื้อครีม แต่มีความหยุ่นแบบเนื้อมูสเล็กน้อย
เพราะฉนั้น หากเรากดแรงจนเกินไป เนื้อผลิตภัณฑ์ก็จะมีการยุบตัวลงไปบ้างนะคะ
ทีนี้เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า แต่ละสีจะใหสีสันอย่างไรบ้าง

เริ่มที่สีเบอร์ 01 สีนี้จะให้สีที่อ่อนและสว่าง เนื้อสีให้ความเงาแบบชิมเมอร์ สีจะออกไม่ชัดนัก

สีเบอร์ 02 เป็นสีชมพูสดที่สีแน่นชัดมาก ปาดนิดเดียวก็ติด เกลี่ยให้กลมกลืนได้ง่าย
ดูเหมือนจะเป็นสีแรงๆสดๆ แต่เป็นสีที่ทาแล้วสวย แก้มดูระเรื่อสุขภาพดี

สำหรับสี 03 เป็นอีกสีที่สีสันจะอ่อนมาก และให้ความเงาบนผิว เหมาะแก่การผสมสีมากกว่าใช้เดี่ยวๆ

สี 04 เม็ดสีให้ความชัดสดแค่ปานกลาง มีความเงาพอสมควร ค่อยๆเกลี่ยและเพิ่มเลเยอร์ได้

สี 05 สีสุดท้าย เป็นสีโทนส้มที่เห็นเม็ดสีชัด แต่ก็ยังมีความเงาอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก
ให้พวงแก้มดูสดใส บ่มแดด เหมาะกับช่วงซัมเมอร์แบบนี้มาก

สำหรับทั้ง 5 สี สีที่อยากแนะนำคือสี 02 และ 05 ชัดของสีชัดเจน
สีอื่นๆจะออกเงาจนมองแทบม่เห็นสักเท่าไหร่

สำหรับความติดทนอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี หากไม่ได้เป็นคนเหงื่อเยอะ ก็ติดทนนานเกือบทั้งวัน
เนื้อครีมเกลี่ยได้ง่าย ไม่เป็นคราบ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ปริมาณเยอะ ใช้ได้นาน

เรื่องราคาต้องสอบถามทางร้านดูอีกนะคะ เพราะทางแบรนด์ส่งมาแต่ผลิตภัณฑ์ ไม่มีข้อมูลมาด้วย
แต่ราคาน่าจะอยู่ราวๆ 200-350 บาท ซึ่งไม่สูงมาก และใช้งานได้นานทีเดียว
สาวๆคนไหนสนใจลองไปทดสอบเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ร้าน Beauty Cottage กันดูค่ะ 🙂

ท้ายสุด ขอขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่า

Color Swatch & Review : 4U2 Cosmetics


สวัสดีค่า วันนี้หยิบผลิตภัณฑ์ที่ได้มานานแล้วมาอัพเดทให้สาวๆดูกันสักหน่อยกับแบรนด์ 4U2
แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่เรารู้จักมาหลายปีแล้ว และก็ซื้อใช้อยู่บ้าง เพราะราคาหลายชิ้นไม่สูงมาก
ในด้านคุณภาพก็จัดอยู่ในเกณฑ์ที่คุ้มค่า คุ้มราคาอย่างมาก เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มใช้ คสอ.เลย

สำหรับใครที่มองหาพาเลตแต่งตาขนาดใหญ่ สำหรับใช้ได้นานๆและราคาพอซื้อได้
Ipro จาก 4U2 ตลับนี้ก็ถือว่าผ่านนะคะ
ราคาอยู่ที่ประมาณ 600-800 บาท [จำราคาที่แน่นอนไม่ได้แล้ว ต้องขออภัยค่ะ]

สีสันของ Ipro จะเป็นแนวเอิร์ธโทน สีไปทางน้ำตาล-ส้ม-ทอง ที่เป็นสีกันตายของสาวๆทุกคน
เป็นโทนสีที่ทาแล้วรอด ใช้ได้ในทุกโอกาส มือใหม่อาจลงแค่สีเดียวจบ
หรือใครที่มีฝีมือขั้นเทพจะหยิบหลายๆสีมาใช้สร้างมิติให้ดวงตาก็สบายมากๆ

สวอชสีของ Ipro ออกมาจะเห็นว่าเม็ดสีจัดได้ว่าชัดทีเดียว และสีส่วนใหญ่จะให้ประกายชิมเมอร์
มีเพียงสีอ่อนสุดอย่างสีขาวมุกที่ให้เนื้อกลิตเตอร์เล่นแสงมาด้วย
เนื้ออายแชโดว์ค่อนข้างติดผิว เกลี่ยแล้วเนียนไปกับเปลือกตา บางสีอาจมีร่วงบ้างแต่ไม่มาก
สีสันในตลับสามารถเลือกครีเอทลุคได้ไม่ซ้ำซากเลย ต้องลองไปสวอชกันดูค่ะ

ส่วนรุ่น This & That ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากเลือกสีและคัสตอมพาเลตด้วยตัวเอง

รุ่นนี้จะขายอายแชโดว์แยกเป็นชิ้น สีละไม่เกิน 150 บาท แล้วมาควบนวมเป็นตลับแบบนี้
ซึ่งเราก็สามารถเลือกสีที่ชอบที่สุดมาสร้างเป็นตลับของเราเองไว้พกพาไปไหนได้สบายๆ
แต่ข้อเสียสำหรับงานคัสตอมแบบนี้คือ เราอาจต้องเสียตังค์ซื้อเคสตลับเพิ่มอีกสักหน่อย
ความสะดวกอยู่ตรงที่ชอบสีไหน เราก็ซื้อมาสลับสับเปลี่ยนได้ตามใจเราเลย
วันไหนอยากหยิบอายแชโดว์สีไหนไปใช้ ก็เลือกปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมค่ะ

สีสันของอายแชโดว์ของ 4U2 เค้าแน่นอยู่แล้วในทุกรุ่น แต่แท็กเจอร์ของสีในแต่ละสีอาจต่างกันไป
อย่างสีชมพูสดสีนี้ เราสามารถปรับมาใช้เป็นบลัชอออนได้ด้วย ในตลับนึงจึงครบทั้งตาทั้งแก้มได้


อีกชิ้นที่อยากแนะนำสำหรับสาวๆที่รักการสร้างมิติบนใบหน้า 4U2 Celebity Shade & Highlight
สามารถสร้างกรอบหน้า และเพิ่มความสว่างบนหน้าได้ครบจบในตลับเดียว
โดยส่วนตัวคิดว่าสีสำหรับใช้สร้างกรอบหน้าค่อนข้างโอเคเลย
สีเป็นแบบเนื้อด้าน ไม่มีชิมเมอร์วิ้งวาว โทนสีเหมาะกับสาวผิวโทนเหลืองแบบบ้านเรา
แต่ตัวฝั่งไฮไลท์จะเป็นเนื้อแป้งที่ด้านไปปนิด เหมือนแป้งฝุ่นสีขาวธรรมดา ปัดแล้วไม่มีมิติเลย
ใครอยากได้แค่สี Shade ก็ซื้อได้ค่ะ แต่ถ้าคาดหวังไฮไลท์สวยๆวาวๆ ตลับนี้ไม่ผ่านค่ะ

มาถึงการทดลองใช้กันบ้าง จากรูปนี้ นุ่นแต่งตาด้วยพาเลต Ipro ปัดแก้มด้วย This & That
สร้างกรอบหน้าด้วย Celebity Shade & Highlight เสร็จเรียบร้อยได้ลุคประมาณนี้
หวังว่าสาวๆจะพอได้ข้อมูลจากบล็อกนี้ในการตัดสินใจซื้อสิ่งเหล่านี้นะคะ
คราวหน้ามีอะไรน่าสนใจ จะแวะมาอัพเดทกันอีกค่า ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายพูดคุยด้วยค่ะ 🙂

Unboxing : Beauty Cottage : Victoria Lettre d’amour


สวัสดีค่ะ วันนี้หยิบเอาผลิตถัณฑ์ที่มีแพคเกจน่ารักน่าใช้ในราคาไม่แพงมาอัพเดทกันค่ะ
ก่อนอื่นต้องบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองใช้ ไม่ได้ซื้อเองนะคะ
เปิดกล่องมาเห็นว่าเป็นไลน์เมคอัพ ไม่ต้องลองใช้กันนาน เลยหยิบมาสวอชสีให้ชมกันซะเลย
มีทั้งหมด 3 ผลิตภัณฑ์นะคะ คือแป้งผสมรองพื้น บรอนเซอร์เนื้อแมต และบลัชออน
เป็นผลิตภัณฑ์ของ Beauty Cottage ในไลน์ Victoria Lettre d’amour ค่ะ

สำหรับสองชิ้นแรกจะมาในไซส์เท่ากันเลย อาจทำให้สับสนเล็กน้อยว่าชิ้นไหนคืออะไร
ต้องอ่านฉลากด้านหลังแทนนะคะ ตลับวงรีที่ปั้มลายวินเทจมาสวยงาม

ด้านในก็ค่อนข้างคล้ายกันคือมีฝากัั้นรัหว่างตัวเครื่องมือกับผลิตภัณฑ์
ถ้าเป็นแป้งก็จะเปิดมาเจอพัฟเนื้อแน่น ส่วนแปรงจะมาคู่กับบรอนเซอร์ค่ะ
ตลับสองชั้นแบบนี้ ทำให้มีความหนาพอประมาณเลย อาจใหญ่เทอะทะไปนิดสำหรับการพกพา
แต่มีน้ำหนักเบา เพราะตัวตลับเป็นพลาสติก แต่ก็แข็งแรงทนทานทีเดียวค่ะ
บริเวณฝาจะมีกระจกเต็มบานมาให้ด้วย สะดวกในการใช้งานในตลับเดียวเลย

เริ่มที่ Beauty Cottage Victoria Lettre d’amour Matte Bronzer [415-]
เป็นบรอนเซอร์เนื้อแมต 3 โทนสีในตลับเดียว สีออกโทนน้ำตาลอมเหลือง เหมาะกับทุกสีผิวเลย
เม็ดสีค่อนข้างชัดแน่น ในการใช้งานต้องเบามือนิดนึงนะคะ แตะทีละน้อย ค่อยๆเพิ่มตามสะดวก
เพราะถ้าลงแบบจัดหนักในตอนแรกจะแก้ยาก หน้าจะดำไปเลยค่ะ ค่อยๆเพิ่มเอาจะดีกว่า
การแยกใช้สีนั้นอาจจะยากนิดนึงถ้าใช้แปรงที่มาในตลับ อาจต้องใช้แปรงแยกนะคะ
ส่วนแปรงที่มาในตลับมีขนาดใหญ่ ขนแปรงนิ่มไม่บาดผิว เหมาะกับการใช้เฉดในจุดต่างๆได้ดีค่ะ

Beauty Cottage Victoria Lettre d’amour Powder Foundation [525-]
แป้งผสมรองพื้นที่ผสมสารกันแดด Spf25 พร้อมสารสกัดจากธรรมชาติและวิตามินอีช่วยบำรุงผิว
เนื้อแป้งจะพิมพ์ลายด้วยสีทอง ทำให้ช่วงแรกของการใช้แป้งตัวนี้ปัดไปหน้าจะทองมากนะคะ ><
รู้สึกว่าแป้งกลายเป็นไฮไลท์สีทองไปเลย คือต้องปีดจนกว่าสีทองจะหมดถึงจะได้เนื้อแป้งของเค้า
นุ่นเลยยังไม่ได้ใช้จริงจังว่าแป้งใช้แล้วเป็นยังไงนะคะ เพราะปัดทีไรหน้าทองทุกที T T
พัฟที่มาในตลับเนื้อแน่นและมีความนุ่ม ยืดหยุ่นได้ดี ใช้งานได้สะดวกมากๆค่ะ

และสองชิ้นสุดท้าย Beauty Cottage Victoria Lettre d’amour Ambient Lighting Blush [375-]
บลัชออนสำหรับปัดแก้มที่มีตลับขนาดเล็กกว่าแป้งลงมาอีกเล็กน้อยค่ะ

ด้านในจะเป็นลักษณะที่ใกล้เคียงกันกันนะคะ แต่จะเปิดมาเจอบลัชก่อน และแปรงอยู่อีกชั้นด้านล่าง

บลัชออนจะมาในสองโทนสีในตลับเดียว คือมีสีไฮไลท์ตรงกลางและสีหลักรอบนอก
สามารถปัดแยกสีหรือปัดรวมกันได้ แต่การปัดแยกสีก็จะลำบากตรงสีหลักพื้นที่มันจะมีขนาดเล็ก
การปัดแบบสองสีรวมกันจึงทำได้ง่ายกว่ามาก ให้สีที่สวยคนละแบบ
บลัชเค้าเม็ดสีกลางๆ แต่ปัดย้ำๆสองสามทีก็ให้สีที่ชัดสวยแล้วค่ะ
เนื้อไม่ร่วนร่วง ปัดแล้วติดผิวได้ดีทีเดียว ความเงาของสีชัด ปัดแล้วผิวจะดูฉ่ำๆโกลว์ๆค่ะ

ก็นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจทีเดียวกับไลน์ Victoria Lettre d’amour จาก Beauty Cottage
สาวๆคนไหนชอบผลิคภัณฑืที่มีแพคเกจน่ารักแบบนี้ และราคาไม่สูงมากนัก
ลองแวะไปดูที่ช้อปของเค้ากันน๊า มีสินค้าอื่นๆที่น่าสนใจอีกเยอะแยะเลย
บล็อกนี้คงต้องลาไปแล้วล่ะค่ะ พบกนใหม่บล็อกหน้า มีสรรพสิ่งน่าสนใจมาฝากกันอีกเช่นเคยค่ะ
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายพูดคุยกันด้วยนะคะ 🙂

Valentine Gifts From Bobbi Brown


สวัสดีค่า วันนี้หยิบของที่เพิ่งได้มามาเห่อกันอีกแล้ว

เซ็ตนี้ต้องขอบคุณทาง Bobbi Brown มากๆค่ะ
เพราะเค้าส่งมาให้เมื่อช่วงวันวาเลนไทน์เดือนที่ผ่านมา
เปิดกล่องมาเจอชุดนี้ก็กรี้ดกร้าดเลย ถูกใจนักเชียว Smiley
ถือโอกาสหยิบแต่ละชิ้นมาสวอชสีให้ดูกันค่ะ

ชิ้นแรกเป็น Illuminating Bronzing Powder สี Antigua ตลับใหญ่ใช้กันได้แบบยาวนานไปเลย

สีโทนชมพูดูแก้มเปล่งปลั่งเลือฝาด เนื้อแมทนิดๆ ไม่มีวิ้งวาว ชอบและถูกใจมากๆค่ะ

ส่วนลิปสองแท่งนี้จะเป็นคนละรุ่นกันค่ะ คือรุ่นเนื้อแมท และรุ่นเนื้อฉ่ำวาว

ซ้ายมือคือ Creamy Matte Lip Color สี True Pink
ลิปเนื้อแมทที่มีความชุ่มชื่นอยู่ ไม่ทำให้ปากแห้ง

และขวามือ Sheer Lip Color สี Passion Fruit
ลิปเนื้อเชียร์ให้ปากดูฉ่ำน้ำ ให้ความอวบอิ่มได้ดีเลย

สีสวยทั้งสองสีเลย ใครที่ชอบความเรียบหรู ดูสุภาพในทุกสถานการณ์ต้อง True Pink
แต่ถ้าอยากได้ลุคสดใส สวยแซ่บ ก็ต้อง นี่เลย Passion Fruit

SmileySmileySmiley

ถือว่าเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ที่ปลาบปลื้มโดนใจสุดๆค่ะ
ต้องขอบคุณทาง Bobbi Brown อีกครั้งด้วยนะคะ
สนใจชิ้นไหนต้องลองแวะไปสอบถามราคาที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายและเยี่ยมชมบล็อกค่า Smiley

SmileySmileySmiley

BISOUS BISOUS : Starry Jewel Collection


สวัสดีค่า บล็อกนี้มีของใหม่มายั่วกันอีกแล้ว ไปดูกันค่ะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

สาวๆคนไหนที่เป็นแฟนของแบรนด์ Bisous Bisous เตรียมเสียตังค์กันได้แล้วนะจ๊ะ
เพราะตอนนี้เค้าออกคอลเลคชั่นใหม่มาให้กรี้ดกร้าดกันเรียบร้อยแล้ว
และคอลเลคชั่นนี้มาพร้อมกับความน่ารักกุ๊กกิ้ก กับลายกราฟฟิคเก๋ๆ ในคอลเลคชั่น Starry Jewel
โดยเลือกเอา อัญมณีสีชมพู หรือ Pink Tourmaline มาเป็นส่วนผสมพิเศษในคอลเลคชั่นนี้

มาเริ่มกันที่ชิ้นแรก Bisous Bisous Starry Jewel CC Cream SPF37 PA+++ [995-]
ช่วงนี้หลายๆแบรนด์ทำเจ้า CC Cream กันออกมาเยอะเลยนะคะ หลายคนอาจสงสัยว่าคืออะไร
CC Cream ก็คือ สกินแคร์ที่ช่วยบำรุงผิว และปรับสภาพสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ กลมกลืนกัน
บางยี่ห้ออาจเพิ่มสารกันแดด เมคอัพเบส หรือสารบำรุงอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้น่าสนใจมากขึ้น

สำหรับขวดนี้ของ Bisous Bisous ก็เน้นในเรื่องการบำรุง และปรับสีผิว มีสารกันแดดและเมคอัพเบส
จึงเหมาะมากๆที่จะใช้แทนรองพื้นได้เลยในกรณีที่เราไม่ได้ต้องการความเนี้ยบเป๊ะของผิวมากๆ
เนื่องจากระดับการปกปิดที่ปานกลาง จึงให้ลุคที่ดูสดใส และเป็นธรรมชาติ

เนื้อผลิตภัณฑ์เค้าจะเป็นสีขาวนะคะ แต่พอเกลี่ยแล้วจะค่อยๆกลมกลืนกับสีผิวในที่สุด
สีนี้เป็นสีเบอร์ 2 Natural Beige จะให้สีเข้มกว่าผิวนุ่นนิดนึง เลยบอกไม่ได้ว่าดรอปลงระหว่างวันไม๊
เรื่องคุมมันในกรณีของคนผิวผสมแบบนุ่น ถือว่าไม่ได้คุมมันเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้ามันเพิ่ม
ใช้แล้วรู้สึกชอบนะคะ เพราะสะดวกดี ทาตัวเดียวจบ ให้ลุคที่ไม่โบ๊ะเกินไป ไม่บางเกินไปค่ะ

ชิ้นถัดมาคือ Bisous Bisous Starry Jewel Powder Pact SPF40 [1,095-]
แป้งผสมรองพื้นเนื้อบางเบา เน้นการปกปิด และอำพรางรูขุม
มีส่วนผสมของ Super Hyarulonic Acid ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และควบคุมความมัน
สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ และมีค่า SPF สูงถึง 40 เลย
ในตลับมีพัฟแยกชั้นมาให้ด้วย ซึ่งก็สะดวกต่อการพกพาไปใช้งานดอกบ้านด้วยค่ะ
คอลเลคชั่นนี้ไม่เป็นตลับ Signature รูปดอกไม้แล้ว แต่ก็ดีไซน์ออกมาน่ารักเหมือนเคย
เห็นว่าถ้าซื้อที่เคาน์เตอร์ก็สามารถให้เค้าสลักชื่อเราไปบนตลับได้ด้วย เก๋นะเนียะ

***แป้งตัวนี้ถึงจะเคลมว่าเน้นการปกปิด แต่จริงๆก็ไม่ได้ปกปิดมากนะคะ
แต่ถ้าใครสภาพผิวดีไม่มีปัญหา ก็สบายเลย เพราะจะได้ลุคที่หน้าเนียนๆใสๆไม่โบ๊ะดีค่ะ
และสภาพผิวผสมอย่างนุ่นก็ไม่ได้คุมมันอะไรมากมาย แต่หน้าไม่มันเพิ่มค่ะ

มาต่อที่บลัชออนสุดน่ารัก Bisous Bisous Starry Jewel Trio Blusher [695-] สี …
เป็นบลัชออนที่ให้มาถึง 3 เฉดสีในตลับเดียว และพิมพ์ลายออกมาได้น่ารักมาก
เราสามารถเลือกทาสีใดสีหนึ่งที่เราชอบ หรือปัดรวมกันแล้วทาทั้งสามสีได้เลย
บลัชมีความเป็นฝุ่นเล็กน้อย แต่ให้สีที่ติดทน และเม็ดสีเข้มก็ค่อนข้างชัดเจนดีค่ะ

ปิดท้ายด้วย Bisous Bisous Starry Jewel Velvet Liquid Lipstick สี 04 [495-]
เป็นลิปอีกรุ่นที่น่าสนใจไม่แพ้รุ่นเก่าๆ ของ Bisous Bisous เลยค่ะ
รุ่นนี้พิเศษตรงทำให้เนื่อสัมผัสเมื่อทาออกมาแล้วดูแมท แต่ยังคงความฉ่ำอยู่นิดๆ
แต่ข้อเสียของเค้าคือจะทายากนิดนึง ต้องบรรจงหน่อยจะได้ไม่เป็นคราบ
และด้วยความที่เป็นเนื้อลิปกึ่งแมท ควรบำุงริมฝีปากด้วย
เพราะถ้าปากแห้งลอก (แบบในรูป) ทาออกมาแล้วไม่สวยเลยค่ะ ลิปตกร่องตกรอยชัดเจน

Smiley Smiley Smiley Smiley

มาดูการใช้งานแต่ละชิ้นในชีวิตประจำวันกันบ้างนะคะ

วันนี้ลองเทสชิ้นนี้ เลยเลือกลงตัว CC ครีมตัวเดียวโดดๆเลย
ถึงเนื้อครีมจะเป็นสีขาว แต่เกลี่ยแล้วก็จะกลมกลืนกับสีผิว ให้ความฉ่ำและให้การปกปิดค่ะ

ป้ดตามด้วยแป้งผสมรองพื้นก็จะให้การปกปิดจะเพิ่มขึ้น และปัดตามด้วยบลัชออน

แป้งผสมรองพื้นหากอยากให้เนี้ยบสุดๆก็ใช้พัฟนะคะ หากอยากได้ลุคเบาๆหน่อยก็ใช้แปรงแทนค่ะ
จากรูปนุ่นใช้แปรงนะคะ ชอบให้มันไม่หนักหน้าเกินไป

เติมคิ้ว ปัดมาสคาร่า และปิดท้ายด้วยตัวลิคควิดลิป
รู้สึกว่าแค่ CC ครีมกับแป้งก็ช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน และสีผิวสม่ำเสมอขึ้นแล้วค่ะ

ก่อนและหลังราวกับคนละคนเลยทีเดียว
และเนื่องจากเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน 8 ชม.ผ่านไปโดยไปซับหน้าเลย
แน่นอนว่าหน้ามันขึ้นเงาเรียบร้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอใจ แป้งไม่ดรอป
หลังซับหน้าอาจมีแป้งหลุดตามซอกจมูกบ้างเพราะบริเวณนั้นมันมากกว่าส่วนอื่น
แต่โดยรวมหลังซับหน้าผิวก็จะดูผ่องขึ้นเล็กน้อย และผิวไม่หมองไม่ดรอบลงค่ะ

Smiley Smiley Smiley Smiley

ก็ครบแล้วสำหรับ Bisous Bisous Starry Jewel อันนี้แค่ส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นนี้ค่ะ
อยากเห็นสีสันอื่นๆแบบเต็มๆของคอลเลคชั่นนี้ต้องแวะไปเมียงมองที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ
เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ราคาไม่สูงมาก และผลิตภัณฑ์หลายๆชิ้นก็มีคุณภาพดีสมราคา
ต้องขอบคุณ Bisous Bisous ที่ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาให้อัพเดทกันด้วยค่า