Recommendations!! Althea Top 10 Products




 
 
 
 
 
สวัสดีค่า วันนี้มีผลิตภัณฑ์เด็ดๆจากเวบช้อปปิ้งออนไลน์ Althea.Kr มาแนะนำกันค่ะ
เวบนี้เป็นเวบที่ส่งตรงจากเกาหลีโดยตรงเลย จึงมั่นใจได้ว่าของแท้แน่นอน
ที่สำคัญคือ ราคาดีมาก!!
 
เพราะหลายชิ้นที่มีเคาน์เตอร์ในบ้านเรา ในเวบจะถูกกว่า เพราะราคาเดียวกับที่นู่นเลย
ติดตรงที่อาจจะรอสินค้านานนิดนึง คือราวๆ 5-7 วัน
ถ้าใครไม่รีบร้อน อยากให้ลองช้อปกันดู
และสำหรับใครที่เพิ่งลองใช้เป็นครั้งแรก ก็มีส่วนลด 15 เปอร์เซ็นต์
เพียงใส่โค้ด NEW-TH นี้ค่ะ
 
สำหรับ 10 ชิ้นที่หยิบมาแนะนำกันในครั้งนี้ ทุกชิ้นนุ่นใช้จริง และซื้อจากเวบนี้เช่นกัน
ลองดูว่าทั้งสิบชิ้นนี้ เพื่อนๆจะถูกใจชิ้นไหนกันแล้วอยากซื้อมาลองกันบ้างค่ะ 
 
 
 
 
1.IT’S SKIN POWER 10 FORMULA CO EFFECTOR (30ML) 336- 
 
เริ่มกันที่ชิ้นแรกที่ใช้แล้วชอบมากกก ให้ผลลัพธ์ที่ดีกับผิวเรามาก
ตัวนี้ช่วยให้ผิวเราแข็งแรงขึ้น และช่วยลดพวกรอยกระบนแก้มได้ดีมาก
ใช้จนหมดขวดแล้วสังเกตุเห็นชัดเลยว่ารอยกระจางลงไปเยอะมาก 
คิดว่าเป็นไอเท็มที่จะซื้อต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้ลองหาสูตรอื่นๆมาลองบ้าง 
ได้ผลเป็นยังไงจะมาอัพเดทกันค่า
 
 
 
 
2.BANILA CO CLEAN IT ZERO CLEANSING BALM (100ML)_ORIGINAL 480- 
 
สำหรับชิ้นนี้จัดเป็นของเด็ด ของดี ของสาวเกาหลีเค้าเลย เพิ่งเข้าไทยเมื่อไม่นานนี้
แต่ในช้อปไทยจะราคาค่อนข้างสูงนะคะ 800 ปลายๆประมาณนั้น
ตัวนี้เป็นบาล์มที่ใช้ล้างเครื่องสำอางได้อย่างสะอาดหมดจด โดยไม่จำเป็นต้องล้างด้วยโฟมตาม
หลังล้างหน้าผิวรู้สึกสะอาดและไม่แห้งตึงเลย ดีงามมากๆ อยากให้ลองกันค่ะ
หนึ่งกระปุกใช้แค่นิดหน่อยก็นวดๆวนๆล้างได้ทั่วผิวหน้าแล้ว
นุ่นเคยทำรีวิวไว้ในช่องยูทูป สามารถคลิ้กดูแบบวีดีโอได้ ที่นี่ เลยค่ะ
 
 
 
 
 
3.ALTHEA BARE ESSENTIALS SET 837- 
 
เซ็ตนี้มาแบบยกเซ็เลย มีทั้งโฟมล้างหน้า โทนเนอร์ และครีมบำรุงผิว
เป็นสกินแคร์เซ็ตที่ใช้ดีทีเดียวค่ะ ส่วนผสมหลักของเค้าจะทำมาจากธรรมชาติ
อย่างพวกผลไม้ตระกูลส้ม ใบชาเขียว ผลไม้ตระกูลเบอรี่ พืชจากป่าต่างๆ
โดยจะเน้นให้ผลลัพธ์ของผิวที่สมดุลและเติมความชุ่มชื่น ช่วยเรื่องรอยแดง รอยดำ และริ้วรอย
มีกลิ่นที่ผ่อนคลายเหมือนอยู่ในสปา แต่ก็รู้สึกสดชื่นด้วย 
ไลน์นี้จะเหมาะกับคนผิวแห้งมากๆ เพราะค่อนข้างเข้มข้น แต่ผิวผสมก็สามารถใช้ได้ค่ะ
จากที่ใช้มาต่อเนื่องยังไม่เจอปัญหาการแพ้ระคายเคืองเลย รู้สึกว่าเค้าอ่อนโยนทีเดียวค่ะ
 
 
 
 
4.DEAR, KLAIRS ILLUMINATING SUPPLE BLEMISH CREAM (40ML) 790- 
 
ชิ้นนี้เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ดังทีเดียว เหมือนว่าจะเน้นขายทางออนไลน์
ราคาหลายชิ้นค่อนข้างสูง อย่างเซรั่มอีกขวดที่ซื้อมาลองก็เกือบพันเลย 
หลอดนี้เป็นเหมือนบีบีครีมที่ใช้ก่อนแต่งหน้า ช่วยปรับสีผิวโดยรวมให้ดูผ่องขึ้น
ใครผิวดีอยู่แล้วลงแป้งต่อได้เลย ไม่ต้องลงรองพื้นตามก็ได้ 
การปกปิดไม่แน่นมาก เน้นงานผิวฉ่ำวาวแบบสาวเกาหลี 
อย่างที่บอกคือเน้นงานผิว ระหว่างวันผิวจะดูวาวๆ แต่ไม่มันเหมือก ให้งานผิวเหมือนผิวดีอยู่แล้ว
เค้าปรับสีให้เข้ากับผิวได้ดีนะคะ ไม่ได้ออกสีมากเหมือนพวกรองพื้น แต่คนคล้ำมากๆอาจใช้ไม่รอด
 
 
 
 
5.ALTHEA PETAL VELVET POWDER (3G) 150-  
 
ชิ้นนี้เป็นแป้งฝุ่นที่ได้ลองแล้วชอบเลยทันที เพราะเนื้อแป้งละเอียดและเบาผิวมาก 
เค้าทำมาทั้งหมด 3 เฉดสี คือ สีขาวแบบโปร่งแสง สีชมพู และสีเบจ
โดยส่วนตัวชอบสีเบจเพราะเข้ากับสีผิวเราได้ดี และเพิ่มระดับการปปิดมานิดนึง
ชอบใช้เซ็ทหลังลงพื้นเพราะเค้ายึดเกาะผิวได้ดี ติดทนยาวนาน และเบาสบายผิวมากๆ
ขนาดจุ่ฒจิ๋มน่ารัก พกพกสะดวก พัฟที่ให้มาในตลับก็ไม่บาดผิว จับติดเนื้อแป้งได้ปริมาณพอเหมาะ
โดยรวมคือชอบมากๆ ได้ผิวผ่องๆ ติดทค่ะนดี
 
 
 
 
 
6.CHICA-Y-CHICO ONE SHOT EYE PALETTE (9G) 370-  
 
ตอนเข้าไปส่องในเวบ เราอยากลองอายแชโดว์ยี่ห้อที่เราไม่คุ้นเคยบ้าง
คลิ้กไปเจอยี่ห้อนี้เห็นว่าสีสวยดี มีให้เลือกหลายโทนด้วย เลยกดสั่งมาลอง
พบว่าพิ้กเมนต์สีดีใช้ได้เลย ได้ตรงตามมี่เค้าสวอชให้ดูเลย
ความเหลือบ ความเงาของสีคือสวยมาก ไม่ผิดหวัง เราเลือกโทนเขียวกากีมาเพราะสีสวยดี
พอได้ของมาแล้วก็ชอบจริงๆ สีสวยมาก ไว้โอกาสหน้าจะมาครีเอทลุคให้ดูกันค่ะ
 
 
 
 
 
7.NATURE REPUBLIC CHAMOMILE CLEANSING OIL (200ML) 410- 
 
ออยล้างหน้าเป็นอีกไอเท็มที่เราใช้ประจำ ตอนเค้าไปเลือกเห็นอันนี้ขวดน่ารักดีเลยสั่งมา
พอได้ลองแล้วพบว่าดีทีเดียว เค้าล้างทำความสะอาดผิวได่สะอาดหมดจด
ไม่ตึงผิวหลังล้างหน้าด้วย มีกลิ่นหอมแนวธรรมชาติ นวดไปฟินไป
ตอนซื้อลดราคาเหลือแค่ 200 ปลายๆ คือคุ้มมาก เพราะใช้ได้นานหลายเดือนเลย แนะนำค่ะ
 
 
 
 
 
8.CORINGCO MARINE BLUE MAKE-UP BRUSH SET (6P) 540- 
 
ชิ้นนี้เป็นชิ้นที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อเลย เพราะมีเซ็ทแปรงเยอะแล้ว
แต่ก็พ่ายแพ้ต่อเพคเกจที่น่ารัก และเป็นแบบพกพา ก็เลยลองสั่งมาดู
พอได้ของแล้วก็รู้สึกว่าคิดไม่ผิดเลยที่ซื้อมา เพราะขนแปรงนุ่มมากๆ การสปริงตัวก็ดี
ขนาดกะทัดรัด เหมาะแก่การพกพา มาครบทั้ง ตา แก้ม ปาก
ใครมองหาเซ็ทแปรงพกพาน่ารักๆแบบนี้ ลองสั่งตัวนี้มาใช้กันค่ะ
 
 
 
 
9.POBLING PORE SONIC CLEANSER (WHITE) 869- 
 
แปรงล้างหน้าแบบใส่ถ่านอันนี้เราดูรีวิวของแบรนด์แล้วเกิดอยากลอง เลยสั่งมา
อาจจะคนละแบบกับของคลาโซนิกส์ที่ดังๆ แต่พอได้ลองใช้แล้วพบว่ามันไม่แย่เลย 
คือทำความสะอาดผิวหน้าได้ล้ำลึกกว่าการล้างหน้าปกติ
เพราะใน 1 นาที เค้ามีระบบสั่นสะเทือนถึง 10,000 ครั้ง แต่ไม่เคืองผิวเลย
ด้วยความที่หัวแปรงเค้าขนนุ่มและแน่นมาก ทำให้เหมือนเราใช้มือเรานวดวนเบาๆ
แต่ให้ประสิทธิภาพในการซอกซอน และขจัดคราบได้ดีกว่า
เป็นไอเท็มขายดีในเวบที่ sold out บ่อยมาก ใครสนใจควรลองค่ะ
 
 
 
 
 
 
10.ALTHEA PETAL VELVET SUNAWAY (55ML) 350- 
 
ชิ้นสุดท้ายเป็นกันแดดเนื้อน้ำนมที่ซึมไว และกันแดดได้ดี ป้องกันได้ทั้ง UVA/UVB
กันแดดจะช่วยปรับสีผิวให้ดูสว่างเล็กน้อย แต่ไม่ลอยกับผิว 
เราเคยใช้กันแดดตัวนี้ไปเที่ยวทะเลมาแล้ว พบว่าสีผิวไม่หมองหรือคล้ำลงเลย
เป็นกันแดดที่หยิบใช้บ่อยๆในช่วงวันรีบๆ เพราะลงแล้ว นับ 1-10 ก็แต่งหน้าต่อได้เลย
ไม่ต้องรอให้กันแดดเซ็ทตัวนาน ราคาพอๆกับแบรนด์ดังๆตามดรัคสโตร์ทั่วไปด้วย
 
ค่ะ ทั้งสิบชิ้นก็คัดมาเป็นน้ำจิ้มให้คนที่อยากลองช้อปในเวบเค้าดูสักครั้ง
ยังมีอีกหลายชิ้นที่นุ่นก็กดเป็น wishlist ไว้ลองในครั้งต่อไปเมื่อเจอโปรดีๆ
ใครเคยซื้อชิ้นไหนจากเวบนี้มาบ้างก็แวะมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาทักทาย พูดคุยกันได้ค่ะ
 
 

 

พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี


untitled

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระนามเดิมว่า “พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) และหม่อมสังวาล
(ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470
ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น (MOUNT AUBURN) รัฐเมสสาชูเขตต์ (MASSACHUSETTS)
ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร
ต่อจากนั้นทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนเมียร์มองต์ (MERRIMENT) เมืองโลซานน์ (LASAGNA) ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติและทรงได้รับประกาศนียบัตร
บาเชอลิเย เอ แลทร์ จากการศึกษา ดังกล่าว ทรงรอบรู้หลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และ ละติน
ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาใน แผนกวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมืองโลชานน์
ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราช พระบรมราชชนนี
และสมเด็จพระนางเจ้าพี่นางเธอ

k6880024-52

14716076_1090040321117116_3796389154597437654_n222222

วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตด้วยพระแสงปืน
คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระนามว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” ซึ่งขณะนั้น ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ เนื่องจากทรงมีพระชนมายุเพียง 19 พรรษา  คณะรัฐมนตรีจึงได้แต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขึ้น ประกอบด้วย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร และ พระยามานวราชเทวี ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะทรงบรรลุนิติภาวะ ทั้งยังทรงมีภารกิจในการศึกษาต่อ โดยเสด็จกลับไปศึกษาต่อในสาขาวิชากฎหมายและรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยโลซานน์ ด้วยทรงคำนึงถึงพระราชภารกิจในการปกครองประเทศเป็นสำคัญ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2489 ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อ ณ กรุงโลซานน์ แม้พระองค์จะทรงโปรดวิชาวิศวกรรมศาสตร์แต่เพื่อประโยชน์ ในการปกครองประเทศได้ทรงเปลี่ยนมาศึกษาวิชาการปกครองแทนเช่น วิชากฎหมาย อักษรศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ภูมิศาสตร์ นอกจากนี้ ทรงศึกษา และฝึกฝนการดนตรีด้วยพระองค์เองด้วย

12119008_1638308463094772_5325122094650504129_n

ในพ.ศ. 2491 ระหว่างทรงศึกษาอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงขับรถยนต์ไปทรงร่วมงานที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้ทรงพบและมีพระราชหฤทัยสนิทเสน่หาในหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของหม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีสในปีเดียวกันนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ อย่างรุนแรงทรงบาทเจ็บที่พระพักตร์พระเนตรขวา
และพระเศียรทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมอร์เซส์ โปรดฯ ให้หม่อมเจ้าราชวงศ์สิริกิติ์มาเฝ้าฯ ถวายการดูแลอย่างใกล้ชิดพระสัมพันธภาพจึงแน่นแฟ้นขึ้น และต่อมาได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2492 โดยได้พระราชทานพระธำมรงค์วงที่สมเด็จพระบรมราชนกหมั้นสมเด็จพระราชชนนี

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงได้รับการอภิบาลอย่างดียิ่ง จากสมเด็จพระราชชนนี จึงมีพระปรีชาสามารถปราดเปรื่องและมีพระจริยวัตรเปี่ยมด้วยคุณธรรมทุกประการซึ่งน้อมนำให้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงดำรงสิริราชสมบัติ เพียบพร้อมด้วยทศพิศราชธรรม จักรวรรดิวัตรธรรมและ ราชสังคหวัตถุทรงเจริญด้วยพระเกียรติคุณบุญญาธิการเจิดจำรัส ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน เป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญ
ทุกทิศานุทิศในเวลาต่อมาตราบจนปัจจุบัน

1488375_463149193806235_1236279527_n

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2493 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย
โปรดเกล้าให้ตั้งการพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม 2493

และเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกสมรส กับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ที่วังสระปทุม โดยสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีพระพันวสาอัยยิกาเจ้า พระราชทานหลั่งน้ำพระมหาสังข์
ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเช่นเดียวกับประชาชน และได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ขึ้นเป็น
สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ หลังจากนั้น ได้เสด็จไปประทับพักผ่อน ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน
และที่นี่เป็นแหล่งเกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการแรกคือ พระราชทาน “ถนนสายห้วยมงคล” ให้แก่ “ลุงรวย” และชาวบ้านที่มาช่วยกันเข็นรถพระที่นั่งขึ้นจากหล่มดิน ทั้งนี้เพราะแม้ “ห้วยมงคล” จะอยู่ห่างอำเภอหัวหิน เพียง 20 กิโลเมตร แต่ไม่มีถนนหนทางชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตมากถนนสายห้วยมงคลนี้จึงเป็นถนนสายสำคัญ ที่นำไปสู่โครงการใน พระราชดำริ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่พสกนิกรอีกจำนวนมากกว่า 4,447 โครงการในปัจจุบัน

963045_463150237139464_2055323585_n

วันที่ 5 พฤษภาคม 2493 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณี ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระมหาราชวัง เฉลิมพระปรมาภิไธยตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” และได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการเป็นสัจวาจาว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม”

ในการนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พระอัครมเหสีเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี วันที่ 5 มิถุนายน 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ไปยังสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง เพื่อทรงรักษา พระสุขภาพ และเสด็จพระราชดำเนินนิวัติพระนคร เมื่อ 2 ธันวาคม 2494 ประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และพระที่นั่งอัมพรสถาน

1947809_512297395558081_161118746_n

ทั้งสองพระองค์มีพระราชธิดา และพระราชโอรส 4 พระองค์ดังนี้

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
ประสูติเมื่อ 5 เมษายน 2494 ณ โรงพยาบาลมองซัวนี่ โลซานน์

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ ประสูติเมื่อ 28 กรกฏคม 2495 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน
ต่อมาทรงได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร
เมื่อ 28 กรกฏคม 2515

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลนโสภาคย์
ประสูติเมื่อ 2 เมษายน 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ภายหลังทรงได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2520

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
ประสูติเมื่อ 4 กรกฏคม 2500 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน

14718835_1089257154528766_5485753711177679530_n

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจำพรรษา ณ พระตำหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศวิหาร ปฏิบัติพระศาสนกิจ เป็นเวลา 15 วัน
ระหว่างนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ต่อมาจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลนี้ได้ทรงพระกรุณาสถาปนาพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมชนกนาถขึ้นเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ทรงสถาปนา สมเด็จพระราชชนนี เป็น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงสถาปนาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลนาณิวัฒนา กรมหลวงนราธวาสราชนครินทร์ และทรงประกอบพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลใหม่ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2539 เพื่อให้สมพระเกียรติตามโบราณขัตติยราชประเพณี ทั้งนี้ด้วยพระจริยวัตร อันเปี่ยมด้วยพระกตัญญูกตเวทิตาธรรมอันเป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญพระปรมาภิไธยใหม่ที่ทรงสถาปนาคือ
“พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล อดุลยเดชวิมลรามาธิบดี จุฬาลงกรณราชปรียวรนัดดา มหิตลานเรศวรางกูร ไอศูรยสันตติวงศนิวิฐ ทศพิศราชธรรมอุกษฏนิบุณ อดุลยกฤษฏาภินิหารรังสฤษฏ์ สุสาธิตบูรพาธิการ ไพศาลเกียรติคุณอดุลพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ ธัญอรรคลักษณวิจิตร โสภาคย์สรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบงกชยุคล อเนกนิกรชนสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฏลเศวตฉัตราดิฉัตร สรรพรัฐทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร มเหศวรมหินทรมหารามาธราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวไศรย พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ วิศิษฏศักตอัครนเรษราธิบดี เมตตากรุณา สีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการ สกลไพศาลมหารัษฏาธิบดี พระอัฐมรามาธิบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”

12347859_1643742562551362_6252179596958907755_n

ตั้งแต่พุทธศักราช 2502 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไป ทรงกระชับสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และ เอเชีย และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ทุกภาคทรงประจักษ์ในปัญหาของราษฎร ในชนบทที่ดำรงชีวิตด้วยความยากจน ลำเค็ญและด้อยโอกาส ได้ทรงพระวิริยะอุตสาหะหาทางแก้ปัญหาตลอดมาตราบจนปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า ทุกหนทุกแห่งบนผืนแผ่นดินไทยที่รอยพระบาทได้ประทับลง ได้ทรงขจัดทุกข์ยากนำความผาสุกและทรงยกฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้นด้วยพระบุญญาธิการและพระปรีชาสามารถปราดเปรื่อง พร้อมด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎร และเพื่อความเจริญพัฒนาของประเทศชาติตลอดระยะเวลาโดยมิได้ทรงคำนึงประโยชน์สุขส่วนพระองค์เลย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานโครงการนานัปการมากกว่า 4,447 โครงการ ทั้งการแพทย์สาธารณสุข การเกษตร การชลประทาน การพัฒนาที่ดิน การศึกษา การพระศาสนา การสังคมวัฒนธรรม การคมนาคม ตลอดจนการเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท ทั้งยังทรงขจัดปัญหาทุกข์ยากของประชาชนในชุมชนเมือง เช่น ทรงแก้ปัญหาการจราจร อุทกภัย และปัญหาน้ำเน่าเสียในปัจจุบัน ได้ทรงริเริ่มโครงการการช่วยสงเคราะห์ และอนุรักษ์ช้างไทยอีกด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรากตรำพระวรกายทรงงานอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย แม้ในยามทรงพระประชวร ก็มิได้ทรงหยุดยั้งพระราชดำริเพื่อขจัดความทุกข์ผดุงสุขแก่พสกนิกร กลางแดดแผดกล้าพระเสโทหลั่งชุ่มพระพักตร์และพระวรกายหยาดตกต้องผืนปฐพี ประดุจน้ำทิพย์มนต์ชโลมแผ่นดินแล้งร้างให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์นับแต่เสด็จเถลิงถวัลย์ราชย์ตราบจนปัจจุบัน แม้ในยามประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา ก็ได้พระราชทานแนวทางดำรงชีพแบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” และ “ทฤษฎีใหม่” ให้ราษฎรได้พึ่งตนเอง ใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดประกอบอาชีพอยู่กินตามอัตภาพซึ่งราษฎรได้ยึดถือปฏิบัติเป็นผลดีอยู่ในปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานความรักอันยิ่งใหญ่แก่อาณาประชาราษฎร์ พระราชภารกิจอันหนักเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์เทิดทูนพระเกียรติคุณทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวโลก จึงทรงได้รับการสดุดีและการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์เป็นจำนวนมากทุก สาขาวิชาการ ทั้งยังมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีอย่างสูงส่ง ทรงพระราชนิพนธ์เพลงอันไพเราะนับแต่พระเยาว์จนถึงปัจจุบันรวม 47 เพลง ซึ่งนักดนตรีทั้งไทย และต่างประเทศนำไปบรรเลงอย่างแพร่หลาย เป็นที่ประจักษ์ในพระอัจฉริยภาพจนสถาบันดนตรีในออสเตรเลียได้ทูลเกล้าฯ ถวายสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์ แด่พระองค์ ทรงได้รับยกย่องเป็น “อัครศิลปิน” ของชาติ พระปรีชาสามารถด้านดนตรีแล้วยังทรงสร้างสรรค์งานจิตรกรรมและวรรณกรรมอันทรงคุณค่าไว้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ เช่นทรงพระราชนิพนธ์ แปลเรื่อง ติโต นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ และพระราชนิพนธ์เรื่องชาดกพระมหาชนก พระราชทานคติธรรมในการดำรงชีวิตด้วยความวิริยอุตสาหอดทนจนพบความสำเร็จแก่พสกนิกรทั้งปวง

นอกจากนั้นยังทรงเป็นนักกีฬาชนะเลิศรางวัลเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์อีกด้วย ปวงชนชาวไทยต่างมีความจงรักภักดีเป็นที่ยิ่งดังปรากฏในวาระสำคัญ เช่น ศุภวาระเถลิงถวัลยราชครบ 25 ปี พระราชพิธีรัชดาภิเษก 9 มิถุนายน 2514 พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม 2530 พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกทรงดำรงค์สิริราชสมบัติยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ 2 กรกฎาคม 2531 มหามงคลสมัยฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี 9 มิถุนายน 2539 และในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 นี้ รัฐบาลและประชาชนชาวไทยได้พร้อมใจกัน จัดงานเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคลด้วยความกตัญญูกตเวที สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างสมพระเกียรติทุกวาระ

จึงไม่มีข้อกังขาใด หากสายตาอันเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมในพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจากชาวต่างชาติจะนำมาสู่การถวายรางวัลและเกียรติยศต่างๆ มากมายกว่าร้อยรางวัล อันเนื่องมาจากพระราชกรณียกิจและพระราชอธัยาศัยในการแสวงหาความรู้ของพระองค์ ที่สำคัญอาทิ

พ.ศ. 2514 สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยทูลเกล้าฯ ถวายเข็มทองคำศิลปะภาพถ่ายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อมาราชสมาคมถ่ายภาพแห่งสหราชอาณาจักร (The Royal Photographic Society of Great Britain) ได้กราบบังคมทูลเชิญให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์ของราชสมาคม

และสมาคมสหพันธ์ศิลปะการถ่ายภาพนานาชาติ หรือ FIAP ทูลเกล้าฯ ถวายเกียรติบัตรสูงสุดเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณว่าทรงเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ที่มีพระปรีชาสามารถเป็นเลิศในศิลปะการถ่ายภาพ (Honorary Excellent FIAP) อีกด้วย

พ.ศ. 2519 ประธานรัฐสภายุโรปและสมาชิกร่วมกันทูลเกล้าฯ
ถวาย “เหรียญรัฐสภายุโรป”

พ.ศ. 2529 ประธานคณะกรรมาธิการเพื่อสันติของสมาคมอธิการบดีระหว่างประเทศทูลเกล้าฯ
ถวาย “รางวัลสันติภาพ”

พ.ศ. 2530 สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ทูลเกล้าฯ
ถวาย “เหรียญทองเฉลิมพระเกียรติคุณในการนำชนบทให้พัฒนา”

พ.ศ. 2535 ผู้อำนวยการใหญ่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ทูลเกล้าฯ
ถวาย “เหรียญทองประกาศพระเกียรติคุณด้านสิ่งแวดล้อม“
และผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญทองสาธารณสุขเพื่อมวลชน”

พ.ศ. 2436 คณะกรรมการสมาคมนิเวศวิทยาเชิงเคมีสากล (International Society of Chemical Ecology) ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญรางวัลเทิดพระเกียรติในการสงวนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ“
และหัวหน้าสาขาเกษตร ฝ่ายวิชาการภูมิภาคเอเชียของธนาคารโลก ทูลเกล้าฯ ถวาย “รางวัลหญ้าแฝกชุบสำริด” สดุดีพระเกียรติคุณในฐานะที่ทรงเป็นนักอนุรักษ์ดินและน้ำ

พ.ศ. 2537 ผู้อำนวยการบริหารของยูเอ็นดีซีพี (UNDCP) แห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ
ถวาย “เหรียญทองคำสดุดีพระเกียรติคุณด้านการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด“

พ.ศ. 2539 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทูลเกล้าฯ
ถวาย “เหรียญสดุดีพระเกียรติคุณในด้านการพัฒนาการเกษตร”

พ.ศ. 2549 สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ทูลเกล้าฯ
ถวาย “รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์”
จากการที่ได้ทรงอุทิศกำลังพระวรกายและทรงพระวิริยอุตสาหะในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อยังประโยชน์และความเจริญอย่างยั่งยืนมาสู่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศมาโดยตลอด

นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวในโอกาสทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลดังกล่าวไว้ว่า
“หากการพัฒนาคน หมายถึงการให้ความสำคัญประชาชนเป็นลำดับแรก ไม่มีสิ่งอื่นใดแล้วที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการพัฒนาคน ภายใต้แนวทางการพัฒนาคนขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงอุทิศพระวรกาย ทรงงาน โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ไม่เลือกเชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ด้วยพระปรีชาสามารถในการเป็นนักคิดของพระองค์ ทำให้นานาประเทศตื่นตัวภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง การเดินสายกลาง รางวัลความสำเร็จสูงสุดครั้งนี้ เป็นการจุดประกายแนวคิดการพัฒนาแบบใหม่สู่นานาประเทศ”

552000000463201-300x199

ล่าสุด พ.ศ. 2551 องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล WIPO Global Leaders Award แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องด้วยงานทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมและพัฒนาประเทศรวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นอย่างโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก อีกทั้งยังทรงเป็นผู้นำประเทศพระองค์แรกที่ได้รับทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนี้ นอกจากนี้ จากการหารือกันของสหพันธ์สมาคมนักประดิษฐ์ระหว่างประเทศ (International Federal Inventor Association : IFIA) ซึ่งมีสมาชิก ๘๔ ประเทศทั่วโลก
ยังมิได้มีมติให้วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่ทรงได้รับการจดสิทธิบัตรกังหันน้ำชัยพัฒนาเป็นวันนักประดิษฐ์โลกด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะหากย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่าหลายองค์กรที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาได้เคยทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัล และประกาศนียบัตรต่างๆ แด่พระองค์มากมาย ได้แก่ IFIA ประเทศฮังการีทูลเกล้าฯ ถวายถ้วยรางวัล IFIA Cup 2007 สำหรับผลงานกังหันน้ำชัยพัฒนา เหรียญ Genius Prize สำหรับผลงานทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง และสมาคมส่งเสริมการประดิษฐ์แห่งสาธารณรัฐเกาหลี (korea Invention Promotion Association : KIPA) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล Special Prize พร้อมประกาศนียบัตร ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติของนักประดิษฐ์ในระดับโลก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรากตรำพระวรกายทรงงานอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย เสด็จฯทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท แม้ในยามทรงพระประชวร ก็มิได้ทรงหยุดยั้งพระราชดำริ เพื่อขจัดความทุกข์ผดุงสุขแก่พสกนิกร กลางแดดแผดกล้า พระเสโทหลั่งชุ่มพระพักตร์และพระวรกาย หยาดตกต้องผืนปฐพี นับแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชย์ ตราบจนเสด็จสวรรคต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 ที่โรงพยาบาลศิริราชด้วยอาการสงบ หลังจากที่ได้เข้ารับการรักษพระอาการประชวรมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัตินานถึง 70 ปี

ทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติเป็น “KING OF KING” ด้วยทรงเป็น “พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์นานที่สุดในโลก” และเทิดพระเกียรติเป็น “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก” เพื่อพสกนิกรชาวไทย.

ที่มา http://www.wrp.or.th และ http://www.thairatch.co.th

L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor


L’oreal Paris Lip Tint & V Sculptor ไอเท็มเด็ดดวงใหม่น่าสนใจมากๆ
วันนี้จะมาเปิดกล่องสวอชสีให้ชมกันค่ะ

กล่องนี้ทาง L’oreal ส่งมาให้ลองใช้นะคะ ที่วางจำหน่ายตามเคาน์เตอร์จะไม่มีเซ็ทแบบนี้ค่ะ
ซึ่งในกล่องนี้ก็ประกอบไปด้วย L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation
และ Super Liner V Sculptor

ซ้ายมือด้ามสีดำคือ Super Liner V Sculptor อายแชโดว์รูปแบบคุชชั่น
ขวามือคือ L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation  ลิปเนื้อแมทในแบบคุชชั่นค่ะ

เปิดฝามาจะเห็นหัวฟองน้ำแบบนี้ ซึ่งด้านที่เป็นตัวเนื้อสี จะอยู่ฝั่งที่เป็นฝานั่นเอง
โดยตัวด้ามจะมีสปริงอยู่ด้านใน เพื่อช่วยในการกดเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ติดขึ้นมา
ซึ่งการใช้งานก็ถือว่าค่อนข้างใช้งานง่ายและสะดวกทีเดียวค่ะ

L’oreal Paris Super Liner V Sculptor อายแชโดว์แบบฝุ่นเนื้อซาติน
เนื้ออายแชโดว์ค่อนข้างเนียนลื่นติดผิว แต่ก็มีส่วนที่เป็นฝุ่นร่วงลงมาบ้าง
(จากรูปสีน้ำตาล V01 แก้ไขเป็น V03 นะคะ)

อายแชโดว์รุ่นนี้ให้สีสวยชัดทีเดยว เกลี่ยง่าย และสามารถเบลนด์ด้วยแปรงได้ไม่ยาก
แต่ด้วยหัวฟองน้ำที่กลมและใหญ่ จึงอาจเข้าในจุดหัวตาลำบาก และเขียนหางตาล่างเลอะง่ายนะคะ
จากรูปคือปาดทับ 2-3 ครั้ง จะได้สีที่คมชัดประมาณนี้ หากอยากได้สีเข้มขึ้นก็ปัดทับเพิ่มเลเยอร์ได้
สีทนน้ำ ทนเหงื่อได้ค่อนข้างดีพอใช้ ส่วนความมันที่หนังตาอาจทำให้เลือนระหว่างวันได้เป็นปกติค่ะ

L’oreal Paris Lip Tint Caresse Cushion Lip Gradation ลิปเนื้อแมตแบบคุชชั่น
ก็มาในรูปแบบหัวฟองน้ำเช่นเดียวกับอายแชโดว์ สามารถทาโดยตรงที่ปากได้ง่ายๆและออกมาสวย

สีที่ได้จะให้ฟินิชลุคแบบแมทนะคะ เพราะฉนั้นคนที่ปากแห้งหนักๆ จะดูเป็นคราบชัดเจน
ทั้ง 4 สี เค้าคิดค้นให้ใช้ร่วมกันได้อย่างสวยงาม
สามารถทาแบบไล่โทนสีสไตล์สาวเกาหลี หรือทาแบบเต็มริมฝีปากสีเดียวเลยก็สวยได้

จากรูปคือการทาแบบไล่สี หรือที่เรียกว่า Ombre [ออมเบร]
โดยเลือกจับคู่แต่ละสีมาลองทาให้ดูกันค่ะ ก็จะให้ความสวยของสีที่ต่างกันไป

แต่หากทาสีเดียวเลยก็จะได้ตามรูปที่เห็น ซึ่งก็สวยไปอีกแบบนึงนะคะ
ใครสนใจทั้งอายแชโดว์และลิปสติก ราคาอยู่ที่แท่งละ 399 บาท
ซึ่งช่วงนี้ตามร้านค้าต่างๆเค้าก็มีโปรลดราคากันอยู่นะคะ ลองไปดูกันค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะพอมีประโยชน์กับคนที่สนใจสองสิ่งนี้กันอยู่นะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาพูดคุยที่บล็อกกันด้วยค่า 🙂

Review : Maybelline Clean Express Miracle 2 in 1 Oil-Gel


ช่วงหลังๆ เมย์เบลลีนเริ่มแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาขายในบ้านเราเพิ่มขึ้น
วันนี้เลยขอหยิบเอา Maybelline Clean Express Miracle 2 in 1 Oil-Gel [299-]
ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างทำความสะอาดเครื่องสำอางค์มาอัพเดทผลการใช้สักหน่อยค่า

สำหรับ Maybelline Clean Express Miracle 2 in 1 Oil-Gel อ่านชื่อแล้วก็แอบงงในตอนแรกว่า
เอ๊ะ..สรุปแล้วเป็นออย หรือว่าเจลกันแน่ แต่พอใช้แล้วก็เกทเลยว่า มันให้ความรู้สึกทั้งสองอย่างจริงๆ
คือเป็นเนื้อออยที่มีความข้นไม่ไหลเยิ้ม มีความหยุ่นแบบเนื้อเจลผสมอยู่เล็กน้อย (งง..ไม๊คะ Smiley)

วิธีการใช้ก็ไม่ยากเลย คือนวดๆวนๆแค่นั้นเอง ตัวนี้ล้างออกแล้วออยจะไม่เปลี่ยนเป็นน้ำนมนะคะ
แต่ตอนล้างจะไม่รู้สึกถึงความมันเลย ผิวจะนุ่นชุ่มชื่น แต่หน้าไม่มันลื่น รู้สึกสะอาดผิวมากๆ
รู้สึกสะอาดเหมือนล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเรียบร้อยแล้วเลย ทั้งๆที่ล้างแค่ขั้นตอนนี้อย่างเดียว
คือใช้แล้วก็ชอบมากๆค่ะ ล้างทำความสะอาดได้ดีมาก แต่ถ้าเป็น คสอ.กันน้ำก็จะล้างไม่ค่อยออก
เพราะฉนั้น ถ้าเป็นประเภทกันน้ำทั้งหลายอาจจะต้องใช้ตัวช่วยเฉพาะเพิ่มนะคะ

วันนี้เลยลองเทสต์ด้วย คสอ.เหล่านี้ค่ะ คือมีทั้งแบบกันน้ำ แบบเนื้อครีม แบบฝุ่น แบบติดทน
ลองไปดูผลกันค่ะว่าประสิทธิภาพในการทำความสะอาดของเค้าให้ผลเป็นยังไงบ้าง

***ขอแก้ไขตัว Gel Liner นะคะ จริงๆเป็น Liner แบบปากกาค่ะ
Mascara, Eyeshadow = มาจอลิก้า / Pencil Liner = ทรี / Liner = ลูนาโซล
Cream Eyeshadow,Cream Foundation, Lipstick = เมย์เบลลีน / Brow Pencil = อีทูดี้

รูปนี้ด้านล่างที่ใช้ Maybelline Clean Express Miracle 2 in 1 Oil-Gel นวดวนเบาๆ 1-2 รอบ
จะเห็นว่าคราบ คสอ.หลุดออกอย่างง่ายดายเกือบหมดนะคะ
จะเหลือก็แค่มาสคาร่าของ Majorlica ที่ติดทนมาก แทบจะไม่หลุดออกเลย

หลังถูนวดตัวออย-เจล แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า และล้างตามด้วยโฟมล้างหน้าแล้ว
จะหลงเหลือคราบ คสอ.ประเภทกันน้ำอยู่ นะคะ ส่วน คสอ.ที่เป็นเนื้อครีมและฝุ่นก็หลุดออกหมด
ถือว่าทำความสะอาดได้ดีทีเดียวเลยค่า ไม่ต้องถูแรงๆจนผิวเกิดริ้วรอยด้วย
สิ่งที่ชอบอีกอย่างคือไม่อุดตัน และล้างออกง่าย ไม่ทิ้งคราบมันไว้บนผิวเลย
นอกจากนั้น แม้เราไม่ได้ล้างตามด้วยโฟมล้างหน้า ผิวก็ไม่แห้งตึงด้วย ใช้แล้วพอใจมากๆ
ตอนนี้เค้ามีแบบ Cleansing Water ออกตามมาอีกหนึ่งตัว ไว้ลองใช้แล้วจะมาอัพเดทกันนะคะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่า พบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ

What’s in my Vanitytrove July’s Edition


สวัสดีค่ะ เข้าเดือนกรกฏาคมมาได้จะสัปดาห์ที่สองแล้ว ถึงเวลามาเปิดกล่อง Beauty Box กันอีกแล้ว
จริงๆได้รับกล่อง Vanitytrove มาตั้งแต่สิ้นเดือนที่แล้ว แต่ติดขัดหลายอย่างเลยมาเปิดกล่องช้าไปหน่อย

ได้รับจดหมายข่าวจาก Vanitytrove มาว่า ในเดือนถัดไปจะมีการปรับรูปโฉมใหม่ น่าสนใจกว่าเดิม
แอบตื่นเต้นว่ารูปโฉมใหม่จะมีอะไรให้ได้ลุ้นกันบ้าง รออัพเดทกันในเดือนหน้านะคะ

สำหรับเดือนนี้เค้ามาพร้อมคอนเซปท์ Unforgettable First Impression
…สวยอย่างมั่นใจ ประทับใจเสน่ห์ดึงดูด…
ในกล่องจึงบรรจุไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดในการดูแลตัวเองของสาวๆ

ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในกล่องนี้จะมีเพียง 4 ชิ้นนะคะ
ส่วนขิ้นอื่นๆจะเป็นชิ้นที่เคยได้รับมาแล้วในเดือนที่ผ่านๆมา
ไปดูกันค่ะว่าในกล่องนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ปกติแล้วในทุกๆกล่องจะมี Vochuer มาให้ด้วยทุกครั้งนะคะ และจะแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน
เดือนนี้มีบัตรบริการตกแต่งคิ้วแบบ 3 มิติ ฟรี จาก Red Earth และบัตรส่วนลดสินค้าจาก Biotherm

ส่วนเซ็ตนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เคยได้รับมาแล้วจากกล่องในเดือนก่อนๆนะคะ ประกอบไปด้วย
เซรั่ม RED จาก OP เบสจาก LANEIGE กันแดดจาก aliz paulin และมาส์กใต้ตา Hakubi
บางชิ้นนุ่นเคยรีวิวหลังจากที่ทดลองใช้ไปบ้างแล้ว ลองหาอ่านรายละเอียดใน Section Review นะคะ

ส่วนชิ้นที่เห็นแล้วต้องกรี้ดก็นี่ค่ะ Biotherm Aqua Source Deep Serum มาในไซส์ 15 ml.
เป็นเซรั่มที่เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการเติมน้ำให้กับผิวค่ะ ใครมีปัญหาผิวเป็นขุย ได้แล้วใช้เลยค่ะ
โดยส่วนตัวเคยใช้ไลน์นี้เมื่อนานมาแล้ว หลังการใช้จนหมดขวด ส่วนที่มีปัญหาแห้งเป็นขุยดีขึ้นเลย
ราคาไซส์จริงของเค้าคือ 50 ml. 2,200- ถือว่าค่อนข้างสูงที่เดียว ไซส์ที่ได้มานี่ถือว่าคุ้มมากๆค่ะ

ชิ้นต่อมาเป็น Sparkle Extra White (ขนาดพกพา) ยาสีฟันที่ช่วยให้ขาวขึ้นภายใน 7 วัน
ซึ่งคุณสมบัติที่เค้าเคลมมาคือ สามารถซ่อมแซมและเติมเต็มเนื้อฟันที่ถูกกัดกร่อน
จากการใช้งานในชีวิตประจำวัน และช่วยเคลือบฟันให้ดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ
นอกจากนั้นยังขจัดคราบพลัคและสิ่งแปลกปลอมอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำลายเคลือบฟัน

แต่อย่างไรก็ดี ควรใช้สลับกับยาสีฟันปกติที่เราใช้อยู่จะดีกว่านะคะ เพราะเคยใช้ยาสีฟันแนวนี้มาบ่อย
รู้สึกว่าอาการที่ตามมาคือ เราจะรู้สึกเสียวฟันง่ายขึ้น เหมือนเคลือบฟันมันน้อยลงอ่ะค่ะ
ชิ้นนี้ปริมาณ 60 g ราคา 249- ค่ะ


ชิ้นต่อมาเป็นกันแดดเนื้อเจลจาก La Roche-Posay ที่ปกติใช้เป็นประจำอยู่แล้วนะคะ
ใครที่มองหากันแดดที่ซึมเร็ว และไม่ให้ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะก็แนะนำเลยค่ะ
ส่วนประสิทธิภาพการกันแดดถือว่าโอเคเลย เพราะค่าการป้องกันของเขาได้มาตราฐาน
อ้อ…อันนี้เป็นสูตรกันน้ำ และปราศจากน้ำหอมด้วย เหมาะสำหรับวันออกแดดหนักๆมากค่ะ
ขนาด 50 ml. ราคา 1,150-

ชิ้นสุดท้ายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมากก่อนเลยค่ะ แต่เค้าว่าขายดีมากๆในต่างประเทศ
Palmer’s Cocoa Butter Formula ออยบำรุงผิวที่ซึมเร็ว ช่วยเรื่องริ้วรอยแตกลาย
ปรับสภาพสีผิว และบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น มีกลิ่นหอมจาก Rosehip ด้วย
สรรพคุณอ่านแล้วก็น่าสนใจนะคะ เอาไว้ลองใช้เมื่อไหร่จะมาอัพเดทให้ทราบกันอีกทีนะคะ
ขนาด 60 ml. ราคา 440-


ก็เปิดกล่องให้ดูกันครบทุกชิ้นแล้ว สาวๆที่สนใจกล่องความงามรายเดือนแบบนี้ของ Vanitytrove
ลองแวะไปดูรายละเอียดต่างๆในเวบไซด์ หรือหน้าแฟนเพจของเค้าได้เลยนะคะ

Update Lunasol 2013 Summer Makeup Collection


สวัสดีค่า วันนี้ขอพาสาวๆไปอัพเดทคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดจาก Lunasol กันค่ะ
ซึ่งเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้วก็ได้มีโอกาสไป workshop ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์มาเป็นที่เรียบร้อย
แค่เห็นรูป…ยังไม่เห็นของจริงก็กรี้ดกร้าดแล้วล่ะค่ะ สวย ระยับจับใจมากๆ

คุณนุ่นคนสวยมากล่าวต้อนรับบรรดาสาวๆที่มาร่วมงานในครั้งนี้ก่อนเป็นอันดับแรก
จะมีโอกาสได้พบกับคุณนุ่นในทุกครั้งที่มีคอลเลคชั่นใหม่ๆเสมอ ขอบคุณคุณนุ่นมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ส่วนท่านถัดมาก็คือพี่สาวอารณ์ดี พี่ศรีจันทร์ที่ทำหน้าที่แนะนำผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นในครั้งนี้
ซึ่งความอารมณ์ดี มีมุก และเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศการเวิร์คช้อป สนุกสนานมากๆค่ะ
และสาวๆทุกคนก็ยังได้เรียนรู้ทริคใหม่ๆ เทคนิคเริ่ดๆหลายอย่างจากพี่ศรีจันทร์อีกด้วย
ขอบคุณพี่ศรีจันทร์เช่นกันนะคะ สำหรับเทคนิควิธีต่างๆที่บอกกันแบบไม่มีกั๊กเลย

นี่เป็นบางส่วนที่ตั้งอยู่บนโต๊ะให้สาวๆได้ลองเล่นกันนะคะ
แต่ละชิ้นน่าสนใจ และเหมาะกับสาวไทยอย่างเรามากๆเลยค่ะ
ฺBase Makeup, Modelling Cheek และ Full Glamor Gloss

สำหรับ Control Base ตัวนี้ ช่วยปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น
เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกว่าผิวหมองคล้ำไม่สดใส ต้องการให้ผิวดูตื่น และมีชีวิตชีวา
เนื้อสีขาวประกายมุกน้อยๆ ทาแล้วไม่วาวเกินไป ช่วยพรางรูขุมขน เนื้อสัมผัสบางเบา
ที่สำคัญคือช่วยควบคุมความมันระหว่างวันได้ด้วย เหมาะกับอากาศร้อนๆบ้านเรามากๆ

ปาดสีกลอสจากคอลเลคชั่นใหม่ให้ดูกันสักเล็กน้อย เนื้อกลอสหนึบติดริมฝีปาก
ช่วยให้ริมฝีปากดูอิ่มขึ้น ให้ความวาวระยิบระยับเล็กน้อย ดูมีมิติชวนมองค่ะ
สีอื่นๆนอกจากที่นำมาสวอชให้ดูลองแวะไปเทสต์ที่เคาน์เตอร์กันนะคะ สวยไม่แพ้กันเลยค่ะ

Modelling Cheek บลัชออนเฉดสีใหม่ที่มีเฉพาะ summer นี้
เค้าจับเอาสีถึง 4 สีมาผสานเข้าด้วยกัน ทำให้แก้มดูสวยโดดเด่น และดูมีมิติมากขึ้น

ส่วนรองพื้นของ Lunasol ก็ถือเป็นไอเท็มในดวงใจของใครหลายๆคนที่ได้ลองเลยนะคะ
รองพื้นจะให้ระดับการปกปิดปานกลาง แต่ก็สามารถลงเพิ่มในจุดที่ต้องการปกปิดเป็นพิเศษได้
ลุคที่ได้จะออกมาดูผิวดีเป็นธรรมชาติ ให้ความฉ่ำวาวเล็กน้อย ไม่ทำให้ดูแห้งแมทจนเกินไป
ผิวดูมีน้ำหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติ เพราะมีสูตรที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวไว้ด้วย

ส่วนไอเท็มเด็ดไฮไลท์ของวันนี้ก็คงไม่พ้นอายแชโดว์รุ่นใหม่ล่าสุดสองสีนี้ล่ะค่ะ
มาแบบสองโทน สองสไตล์เลย ใครชอบสุภาพเคร่งขึมก็จัดโทนน้ำตาล-ทองโลด
ส่วนสาวๆคนไหนชอบความสดใส ซุกซน โทนสีคัลเลอร์ฟูลไม่ทำให้ผิวหวังค่ะ
Vivid Clear Eyes : EX 01- Colorful Collection และ EX 01- Bronze Brown Collection

พี่ศรีจันทร์แนะนำว่า อายแชโดว์รุ่นนี้เหมาะกับการทาสีแบบเน้นความงามของแต่ละสีเดี่ยวๆไปเลย
แต่ไม่เหมาะที่จะจะเบลนด์สีให้ซ้อนทับกัน เพราะสีที่ได้จะไม่สวยเท่าทาสีเดี่ยวแยกกันชัดเจน
สีดูเข้ม แต่พิกเมนท์สีจะไม่จัดมาก เน้นให้ความเงาของสีมากกว่าค่ะ

วิธีใช้พาเลทอันนี้ก็มีขั้นตอนไม่ยากเลย
ใช้สี A (Highlight Color) ทาให้ทั่วเปลือกตา
ใช้สี B-a (Sheer Color) ทาจากหัวตาบนไปยังกึ่งกลางตา
ใช้สี C (Nuance Color) ทาจากหางตาบนไปยังกึ่งกลางตา
ใช้สี D (Shade Color) ทาชิดตามแนวขอบตาบนเหมือนวาดเส้นขอบตา
จากนั้นทาทับด้วยสี B-b (Shiny Color)
ใช้สี A (Highlight Color) ทาจากใต้หัวตาไปประมาณ 2/3 ของตา
และใช้สี D (Shade Color) ทาจากมุมหางตาเข้าไปประมาณ 1/3
และเราสามารถใช้นิ้วแต้มสี B-b (Shiny Color) ทาที่กลางเปลือกตา หรือทาบริเวณที่ต้องการเพิ่มประกาย

เนื่องจากวันนั้นลืมหยิบกล้องไปด้วย เลยใช้กล้องมือถือถ่าย บวกกับไฟลงหัวพอดี สีเลยเห็นไม่ค่อยชัดนะคะ
จากรูปนุ่นใช้สีสีชมพูที่หัวตาถึงกลางตา และสีขาวทาที่หัวตาและโหนกคิ้ว
ต่อจากนั้นใช้สีเขียวจากปลายตามาถึงกึ่งกลางตา สีฟ้าลงแนวขนตาบน และสีน้ำเงินลงขอบตาล่าง
พยายามไม่เบลนด์สีให้ซ้อทับกันจนสีช้ำ กรีดไลน์เนอร์ชิดขอบตา ได้ออกมาประมาณนี้
แต่ขอบอกว่าสีดรอปจากความเป็นจริงๆไปเยอะเหมือนกันนะคะ ถ้าถ่ายกล้องประจำคงเห็นชัดกว่านี้

ถ้าไปเคาน์เตอร์ก็จะได้เห็นทั้งคอลเลคชั่นแบบนี้เลยค่ะ มากันครบทุกสิ่งอย่างเลย
ใครสนใจชิ้นไหนเป็นพิเศษ แนะนำว่าไปลองเถอะค่ะ รับรองว่าต้องโดนใจสักชิ้นแน่
ตอนนี้มีวางจำหน่ายเรียบร้อยแล้วนะคะ Limited Edition ด้วย ต้องรีบกันนิดนึงน๊า

อย่างยาทาเล็บสองสี ก็สวยทั้งสองสีเลย สีส้มก็สวยขับผิว ส่วนสีเงินก็วิ้งสุดๆ ชอบมากค่ะ
Nail Finish N สี EX14 Shining Orange และ EX15 Shining Silver

รูปนี้ขอแอ๊วแบ๊วกับน้องทราย mhunoii คนสวยซะหน่อย

ท้ายที่สุดก็ต้องขอขอบคุณคาเนโบที่เชิญไปร่วมสัมผัสกับผลิตภัณฑ์
Lunasol 2013 Summer Makeup Collection ด้วยนะคะ