Origins Plantscription Anti Aging Serum


สำหรับ Plantscription Anti Aging Serum ขวดเขียวๆขวดนี้
เป็นเซรั่มที่ช่วยเรื่องริ้วรอย และเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการเฟื้อนฟูและบำรุงผิว
เพื่อผิวที่ดูกระชับ เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ แหม..แค่นี้ก็น่าสนใจแล้วนะคะ

และจากกลุ่มอาสาสมัครที่ทดลองใช้ Plantscription Anti Aging Serum รับรองว่า
หลังจากที่ได้ทดลองใช้ ริ้วรอยจะลดเลือนลง ผิวดูกระชับ เรียบเนียนขึ้นภายใน 4 สัปดาห์

ซึ่งนุ่นมีโอกาสได้เข้าเวิร์คช้อปเพื่อทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดตัวนี้ด้วย
โดยการเวิร์คช้อปในครั้งนี้ เค้าจำลองบรรยากาศเหมือนเรากำลังเป็นนักวิทยาศาตร์ในห้องแล็ปเลยค่ะ
เพื่อที่เราจะได้รู้ถึงประสิทธิภาพของ Plantscription Anti Aging Serum ขวดนี้กัน

มาดูอุปกรณ์ในการทดลองวิทยาศาสตร์ความงามในครั้งนี้กันก่อนเลย
คิดถึงอุปกรณ์ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์สมัยเรียน ม.ต้นเลยอ่ะ

ในการทดลองสมมุติว่าผิวเราเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ถูกบีบจนมีริ้วรอยฝังลึก
และเมื่อได้รับการบำรุงด้วย สารสกัดจากธรรมชาติจากต้น Anogeissus (แอนโนเกซิส)
ผลที่ได้คือ ผิวจะนุ่มฟูเหมือนดังฟองน้ำในการทดลองครั้งนี้
น่าสนใจใช่ไม๊ค่ะ เราลองไปทำความรู้จักกับ เจ้าต้น Anogeissus กันสักเล็กน้อยดีกว่าค่ะ

สำหรับเจ้าต้น Anogeissus ที่เป็นสารสกัดหลักใน Plantscription ขวดนี้มีประโยชน์มากมายเลยค่ะ
เพราะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค ต้านเชื้อมาลาเรียและแบคทีเรียในช่องปากได้
ที่สำคัญคือ สามารถกระตุ้นการผลิตเส้นใยตามธรรมชาติในชั้นผิวของเรา
ช่วยให้ผิวฟื้นตัว และรักษาความสมดุลของผิวจากภายใน
ริ้วรอย ร่องลึกต่างๆจึงจางลง ผิวยกกระชับ แข็งแรง
ซึ่งนับว่าเป็นคุณสมบัติจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างน่าทึ่งเลยล่ะค่ะ

และเมื่อนำมาใช้เกี่ยวกับการดูแลและบำรุงผิว ก็จะเกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจดังที่กล่าวมาทั้งหมดค่ะ

ใครสนใจ Origins Plantscription Anti Aging Serum ขวดนี้
ก็สามารถแวะไปเมียงมองที่เคานท์เตอร์กันได้ค่ะ

Pond’s Flawless White




แพทย์เตือนสาวไทย ระวังแสงแดด เหตุ 80% พบจุดด่างดำใต้ชั้นผิว

นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา นักเขียนเรื่องวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับร่างกายและพันธุกรรมได้อธิบายถึงเหตุผลไว้ว่า
“เนื่องจากใต้ผิวของคนเรานั้นมีชั้นผิวลึกลงไปหลายชั้น เมื่อตรวจวิเคราะห์ลงลึกไปถึงระดับเมลาโนไซต์ เราจะพบว่า
แท้จริงแล้วเซลล์ผิวนั้นมียีนที่หน้าที่ควบคุมสีผิวผ่านการผลิตเมลานิน
ถ้าผลิตมาก ผิวจะเป็นสีคล้ำ ตรงกันข้ามหากผลิตน้อย ผิวพรรณจะกระจ่างใส
ซึ่งจำนวนการผลิตเมนาลินนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยคือพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม อาทิ แสงแดดและมลภาวะ
ในกรณีของสาวๆที่มั่นใจว่าผิวขาว กลับพบว่ามีปัญหาเรื่องจุดด่างดำซ่อนอยู่ภายใต้ผิว
เนื่องจากยีนมีการกระตุ้นให้ผลิตเมลานินเป็นจำนวนมาก
แต่ยังอยู่ในช่วงระยะเวลาที่เม็ดสีผิวจะผลัดขึ้นมาในระดับผิวที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า”

แสงแดดจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง
ซึ่งสามารถลงไปทำปฏิกิริยาลึกถึงชั้นยีนผิว
ดังนั้นการป้องกันปัญหาดังกล่าว นพ.ชัชพลได้แนะนำว่า

“พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด
และเตรียมการป้องกันผิวด้วยการใช้ครีมบำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพ
ในการป้องกันไม่ให้ยีนผลิตเมลานิน และยังช่วยให้เมลานินที่ถูกผลิตขึ้น
เลื่อนขึ้นมาในระดับที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าครับ”



ต้องขอบคุณข้อมูลด้านบนจากสถาบันวิจัยพอนดส์ที่ทำให้เราเข้าใจระบบกลไกของผิวเรามากขึ้นนะคะ
และทีนี้ เราก็พอมีทางออกสำหรับการปกป้องผิวจากแสงแดดกันแล้วนะคะ
ที่เกริ่นกันด้วยเรื่องนี้ก็เพราะช่วงนี้บ้านเราอากาศร้อนมากขึ้นทุกวัน
เชื่อไม๊คะว่าแค่เราออกไปเดินตากแดดไม่ถึง 10 นาที ผิวเราก็เข้มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
ทดสอบกันง่ายๆ แค่ลองดูความแตกต่างระหว่างสีผิวใต้นาฬิกาข้อมือกันดูสิคะ
จะเห็นว่าผิวส่วนนั้นยังขาวใสกว่าผิวของแขนเราอีกอ่ะ



กลับมาที่สิ่งที่ตั้งใจนำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ เนื่องจากนุ่นได้รับผลิตภัณฑ์จาก Ponds มาทดลองใช้
วันนี้เลยขอแชร์ประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ Pond’s Flawless White แบบยกเซ็ตกันค่ะ
สำหรับใครที่สนใจผลิตภัณฑ์ในไลน์ Flawless White ก็ขอให้ข้อมูลตรงนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นนะคะ



ก่อนอื่นต้องขอแนะนำนวัตรกรรมใหม่นั่นก็คือ เทคโนโลยี GenActiv™
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเพื่อผิวกระจ่างใสใหม่ล่าสุดในพอนด์ส ฟลอเลส ไวท์ ใหม่
GenActiv™ เป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำงานลึกถึงเซลล์ผิวในระดับยีน
ช่วยก่อให้เกิดความกระจ่างใสแห่งผิวพรรณได้อย่างแท้จริง
ทำให้ผู้หญิงจะไม่ต้องกังวลเรื่องการแสดงออกของเมลานินบนผิวหน้าอีกต่อไป

อ่านถึงตรงนี้เพื่อนๆหลายคนก็คงพอเข้าใจกันแล้วเนอะว่า เค้าทำหน้าที่อะไร ยังไง



มาถึงผลการใช้งานของแต่ละชิ้นกันบ้างค่ะ

ขอเริ่มที่ตัวแรกที่ใช้ช่วงนี้ทุกวันเลยล่ะค่ะ
นั่นก็คือ Pond’s Flawless White Lightening Day Cream

Brand Say เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว เนื้อครีมที่อ่อนละมุนไม่เหนียวเหนอะหนะ
แต่เข้มข้นด้วยประสิทธิภาพ ด้วย GenActiv™ ที่มี SPF18 PA++ ทำงานได้อย่างล้ำลึกถึงชั้นผิว
เพื่อช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้อย่างได้ผลใน 7 วัน

I Say – ปกตินุ่นจะใช้กันแดดหลายตัว หลายยี่ห้อสลับกันไปตามความเหมาะสมกับชีวิตประจำวัน
เนื่องจากในแต่ละวันเราอาจจะต้องทำกิจกรรมต่างๆกันไป สำหรับวันที่ต้องออกแดดกลางแจ้ง ขอ spf สูงๆก่อนเลยค่ะ
แต่ในวันสบายๆ อยู่ในห้องแอร์ที่ออฟฟิศเป็นส่วนใหญ่ spf 18 PA++ ตัวนี้ถือว่าผ่านเลยนะคะ
เพราะเราไม่ต้องเผชิญแดดแรงมากๆ แล้วเนื้อผลิตภัณฑ์ก็ไม่หนาหนักเกินไปด้วย
ถ้าใครนึกเนื้อครีมไม่ออก ให้นึกถึงเนื้อครีมบนหน้าเค้กได้เลยค่ะ เนื้อนุ่มแต่แน่นและซึมลงผิวไวมาก
ให้ความรู้สึกเหมือนจะกลายเป็นเนื้อแป้ง แต่ไม่เป็นคราบเลย สามารถลงผลิตภัณฑ์ไลน์เมคอัพต่อได้เลย

แต่ข้อเสียก็พอมีอยู่เล็กน้อย คือขวดของผลิตภัณฑ์นุ่นว่ามันเปิดยากไปนิดนึง จับไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่
และเนื่องจากเป็นขวดแก้วทำให้การพกพาไปออกทริปที่ไหนจะลำบากนิดนึงค่ะ
และด้วยความที่เราต้องใช้นิ้วควักเนื้อครีมออกมาก็ง่ายต่อการที่สิ่งสกปรกจะเข้าไปปนเปื้อนอีกด้วยค่ะ
อันนี้คงต้องหาพาย หรือใช้คอตตอนบัดมาตักแทนนิ้วมือป้องกันความสกปรกกันนะคะ



มาถึงกันแดดอีกตัวคือ Pond’s Flawless White Blemish Prevention UV Cream

Brand Say – เดย์ครีมที่ให้ความชุ่มชื่นนี้จะไม่เพียงช่วยลดเลือนจุดด่างดำให้ผิวดูสว่างกระจ่างใส
แต่ยังช่วยปกป้องผิวจากการเกิดจุดด่างดำ พร้อมด้วยประสิทธิภาพของเทคโนโลยี GenaActiv™ และ UVA 4-star เพื่อผิวที่ดูสว่างกระจ่างใสแม้ต้องเผชิญกับแสงแดด
ช่วยให้มั่นใจไปกับผิวสว่างเปล่งประกาย

I Say – ครีมกันแดดอีกรุ่นนะคะ ตัวนี้จะเพิ่มเติมจากตัวแรกคือให้ความชุ่มชื้นกับผิว
แต่ค่า spf จะน้อยกว่า เหมาะกับการชิวๆอยู่บ้านหรือเดินห้างมากกว่าออกไปตากแดดแรงๆ
เนื้อครีมเป็นแบบข้นเหลว เบาสบายผิว แต่คงความชุ่มชื้นให้ผิว จะเหมาะกับคนผิวแห้งมากๆ
นุ่นเป็นคนผิวผสมหนักไปทางมัน ใช้ไปจนถึงช่วงบ่ายๆผิวก็จะเริ่มวาวแล้วนะคะ
แต่ก็ไม่ได้มันมากมายอะไรมาก ใครชอบกันแดดเบาๆหน้าไม่วอกตัวนี้ช่วยได้ค่ะ
ผลิตภัณฑ์แบบฝาปั้มแบบนี้ใช้ง่ายด้วย กะปริมาณการใช้ได้ง่ายดายทีเดียว



สำหรับอีกชิ้นที่ยังอยู่ในส่วนของการช่วยปกป้องแสงแดดให้กับผิวเรานะคะ
Pond’s Flawless White Visible Lightening Lotion

Brand Say – โลชั่นเนื้อบางเบาที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของผิว สูตร oil-free
จึงทำให้ไม่เหนียวเหนอะหนะ และยังช่วยลดจุดด่างดำที่ทำให้ผิวคล้ำเสียไม่กระจ่างใส
เข้มข้นด้วยการประสานพลังของเทคโนโลยี GenActiv™ และสารป้องกันแสงแดด SPF15

I Say – สำหรับขวดนี้นุ่นนำมาใช้ทาผิวเวลาอยู่ในห้องแอร์ค่ะ หรือทาออกไปโดนแดดแบบแป๊ปช่วงพักเที่ยง
ด้วยความที่เป็นเนื้อโลชั่นเค้าก็จะเบามาก ไม่เหนียวเหนอะหนะให้รู้สึกไม่สบายผิวเหมือนกันแดดทั่วๆไป
ขวดนี้พกใส่กระเป๋าไปไหนต่อไหนได้เลยค่ะ สะดวกพกพาและหยิบใช้มากๆ



มาถึงเซรั่มที่ใช้แล้วค่อนข้างชอบเลยทีเดียวค่ะ
Pond’s Flawless White Ultra Luminous Serum

Brand Say – เซรั่มเข้มข้นเพื่อช่วยลดเลือนจุดด่างดำและรอยหมองคล้ำ
มีประสิทธิภาพในการเข้าไป ลดเลือนจุดด่างดำจากแสงแดดที่ยากจะกำจัด
ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของสีผิวไม่สม่ำเสมอ มอบประกายสว่างใสให้กับผิว
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรใช้ควบคู่กับพอนด์ส ฟลอเลสไวท์ สูตรกลางวันและกลางคืน

I Say – เซรั่มตัวนี้จะมีเนื้อผลิตภัณฑ์กึ่งเนื้อซิลิโคนนะคะ
คือพอทาไปแล้วเราจะรู้สึกเหมือนเค้าเคลือบผิวเราไว้ แต่สักพักก็จะซึมหายไปเลย
มีกลิ่นหอมที่ช่วยผ่อนคลายด้วย ตัวนี้นุ่นทาทั้งเช้าและก่อนนอนเลย รู้สึกผิวมันชุ่มชื่นแต่ไม่มัน
บางวันขี้เกียจ ง่วงนอนมากๆ จะทาตัวนี้ตัวเดียวแล้วนอนเลย ตื่นมาก็จะรู้สึกถึงผิวนุ่นขึ้น
ทีแรกนุ่นซื้อมาลองใช้ตอนที่เค้าออกมาใหม่ๆ เพราะเซรั่มที่ใช้อยู่หมดพอดี
แต่ใช้ไปใช้มารู้สึกว่าโอเคเลย เพราะใช้ถูกกับผิวและราคาก็ไม่แพงด้วย
กลายเป็นว่าถูกใจกันไป คิดว่าหมดแล้วก็คงซื้อต่อแน่ๆ
พอทางแบรนด์ส่งมาให้ ก็เลยมีอีกขวดในสต็อกไปโดยปริยาย ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อแล้ว



Pond’s Flawless White Light Infusing Under-Eye Cream

Brand Say – มอบการปรนนิบัติอย่างอ่อนโยนที่ผิวต้องการให้ผิวบอบบางบริเวณรอบดวงตา
ด้วยเนื้อครีมอัจฉริยะจะค่อยๆ ซึมเข้าไปบำรุง ให้ความสบายและความชุ่มชื่น
ขณะเดียวกันก็ช่วยปรับสภาพผิวรอบดวงตาให้แลดูกระจ่างใส

I Say – สำหรับอายครีมตัวนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดคือให้ความชุ่มชื้นกับผิวรอบดวงตามาก
แต่วันไหนตาล้าโรยๆ ใช้ตัวนี้โบกก่อนนอน ตื่นมาก็รู้สึกว่าดูดีขึ้น ดูสดชื่นขึ้น
ส่วนในเรื่องความขาวกระจ่างใสนี่อาจจะต้องใช้เวลากันสักหน่อยนะคะ
ถ้าใครหาอายครีมราคาเบาๆ ตัวนี้ก็เป็นอีกทางเลือกนึงได้นะคะ



ปิดท้ายกันที่ Pond’s Flawless White Deep Whitening Facial Foam

Brand Say – ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน ด้วยโฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของเม็ดบีดส์ที่นุ่มนวล
ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกอย่างอ่อนโยน พร้อมกับชำระล้างฝุ่นละออง น้ำมัน และสิ่งสกปรกต่างๆ ใช้เป็นขั้นตอนแรกของการดูแลผิว เพื่อเผยผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้น สู่ผิวสดชื่นเปล่งประกาย

I Say – สำหรับโฟมล้างหน้าของพอนดส์นี่นุ่นลองใช้มาหลายสูตรเหมือนกันนะคะ
รู้สึกว่าไปได้ดีกับผิวเราเหมือนกัน คือล้างหน้าได้สะอาดดี ผิวก็ไม่แห้งตึงหลังการล้าง
สำหรับหลอดนี้นุ่นจะใช้อาทิตย์ละสองครั้ง เนื่องจากมีเม็ดบีดส์ผสมอยู่จึงคิดว่าไม่เหมาะที่จะใช้ทุกวัน
จะได้ไม่เป็นการรบกวนผิวจนเกินไป และไม่ควรใช้โฟมล้างหน้าแบบเม็ดบีดส์ในช่วงที่เป็นสิวนะคะ



เพิ่มเติมอีกนิดว่า ผลิตภัณฑ์ Pond’s Flawless White ทุกตัวจะผสมน้ำหอมมาด้วย
ใครที่แพ้ส่วนผสมที่มีน้ำหอมอาจจะต้องบอกผ่านนะคะ เพื่อป้องกันการระคายเคืองที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ต้องขอย้ำกันสักนิดว่า ผลการใช้ผลิตภัณฑ์ข้างต้นเป็นผลที่ได้เป็นเฉพาะบุคคล
เพราะผิวแต่ละคนอาจใช้ออกมาได้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน ลองหาข้อมูลจากหลายๆทางก่อนตัดสินใจซื้อ
หวังว่ารีวิวนี้คงจอที่จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นะคะ

 



skincare น่าใช้จาก AQUALABEL


….
หยิบเอารีวิวที่ทำไว้ตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมมาอัพเดทสักหน่อยค่ะ
ตอนนี้ก็ใช้มาจนใกล้จะหมดขวด ขอมาบอกเล่าผลการใช้ให้อ่านกันนะคะ
ใครที่กำลังสนใจหรือหาข้อมูลอยู่จะได้มีข้อมูลเบื้องต้นประกอบการตัดสินใจกันเนอะ

ผลิตภัณฑ์ AQUALABEL ที่มารีวิววันนี้เป็นกลุ่มไวท์เทนนิ่งไลน์หนึ่งในเครือของ Shiseido ค่ะ
เป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นเรื่องการดูแลปัญหาจุดด่างดำและเก็บกักความชุ่มชื่นของผิวไว้
นอกจากนั้นยังช่วยลดความหมองคล้ำ รวมไปถึงเพิ่มความสว่างใสให้ผิวด้วย

….

ในเซ็ทของเค้าเป็นเซ็ทใหญ่และมีชิ้นที่น่าสนใจอยู่หลายชิ้นเลยค่ะ
แต่ที่นุ่นใช้อยู่มีแค่สองตัวคือ ออยล้างเครื่องสำอางและเอสเซนส์บำรุงผิว
มาดูรายละเอียดและผลการใช้ของแต่ละชิ้นกันค่ะ

….

Deep Clear Oil Cleansing ขวดนี้เป็นออยที่ใช้สำหรับล้างเครื่องสำอางนะคะ
ขนาด 150 ml. (450-) นี่ใช้ได้นานมากๆ เพราะใช้มาถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่หมดเลยค่ะ
แต่ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นกุหลาบอาจต้องทำใจนิดนึง เพราะออยจะมีกลิ่นกุหลาบจางๆนะคะ

….

ออยตัวนี้ทำความสะอาดเครื่องสำอางได้ดีทีเดียวค่ะ
จากรูปนุ่นใช้เครื่องหลายๆประเภท ทั้งชนิดครีม ชนิดติดทนนาน มาทดสอบดู
ออยของเค้าก็สามารถขจัดคราบต่างๆได้สะอาดหมดจดภายในรอบเดียวเลยค่ะ

หลังจากที่ลงออยแล้วใช้น้ำพรมเบาๆ ออยจะเปลี่ยนสภาพเป็นน้ำนม
และละลายคราบเครื่องสำอางต่างๆออกมาจนหมด
เมื่อล้างออกจะรู้สึกถึงผิวที่สะอาดขึ้นได้ดีทีเดียว
พอล้างออกด้วยโฟมเรียบร้อยจะรู้สึกถึงผิวที่นุ่มขึ้น ไม่แห้งหรือมันเยิ้มค่ะ

ถือว่าพอใจนะคะ เพราะทำความสะอากได้ดี ผิวก็ยังชุ่มชื่นอยู่ด้วย
ใครที่ชอบใช้คลีนซิ่งออย และไม่กลัวแพ้ ตัวนี้ถือว่าน่าลองมากๆค่ะ

….

สำหรับชิ้นต่อมาคือ Bright White EX เอสเซ็นส์สำหรับลดเลือนจุดด่างดำ
อันเกิดจากแสงแดดให้จางลงจนรู้สึกสังเกตุได้ ขนาด 45 ml. ค่ะ (750-)

….

เนื้อผลิตภัณฑ์จะมีส่วนผสมที่เข้มข้นของส่วนผสมไวท์เทนนิ่งที่มีประสิทธิภาพ
แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเร็ว และให้ความชุ่มชื่นมากๆ ไม่รู้สึกแห้งหรือตึงผิวเลย

….

มาดูผลการใช้ของนุ่นกันบ้างนะคะ ปกติเป็นคนที่ผิวหน้าจะขาวอยู่แล้วนะคะ
แต่ปัญหาคือจะมีกระที่เกิดจากแสงแดดเพิ่มขึ้นตลอด รวมถึงสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอด้วย

นุ่นใช้ตัวนี้มาตั้งแต่เดือนสิงหาจนถึงปัจจุบันนะคะ แต่ถ่ายรูปไว้เมื่อช่วงต้นเดือน
พอมาดูรูปอีกทีก็เห็นว่าผิวสว่างขึ้นเล็กน้อย แต่รอยกระดูจางลงไปเยอะเลย
สภาพผิวก็รู้สึกยืดหยุ่นและดูสุขภาพดีขึ้นด้วย ที่ชอบคือผิวนุ่มขึ้นจากเดิมอีกค่ะ
ขวดนี้ใช้บำรุงได้ทั้งเช้าและกลางคืนเลยนะคะ ซึมเร็ว สบายผิวมากๆ
ใช้แค่ 1 ปั๊มก็บำรุงได้ทั่วหน้าแล้วล่ะค่ะ ขวดนี้ใช้เพลินหมดไวมากๆ

….

ปิดท้ายด้วยภาพที่ใช้ตัวนี้มาครบ 4 เดือน รู้สึกพอใจที่ได้ผิวที่ดูใสกว่าเดิมค่ะ
แต่หลังจากน้ำท่วมไปเผชิญแดดแรง และมลภาวะ ผิวก็แย่ลงจากเดิมเยอะเลย
คงต้องบำรุงและฟื้นฟูกันยกใหญ่แล้วล่ะค่ะ

….

L’OREAL Renewal Lash Serum


วันนี้หยิบเอา Renewal Lash Serum ของ L’OREAL มารีวิวกันค่ะ

เจ้า Renewal Lash Serum ที่ว่านี้ ดูผ่านๆอาจคิดว่าเป็นมาสคาร่าทั่วๆไป
แต่จริงๆแล้วเป็นเซรั่มสำหรับบำรุงขนตาของเรานี่ล่ะค่ะค่ะ
จริงๆตัวนี้ออมานานพอสมควรแล้วนะคะ แต่ที่เพิ่งหยิบมารีวิวเนียะ
เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง แต่หลังๆขนตาร่วงบ่อย
เลยต้องหยิบมาลองใช้กันดูอีกสักรอบ

จากข้อความข้างกล่องผลิตภัณฑ์ตัวนี้เค้าบรรยายสรรพคุณไว้ว่า
Renewal Lash Serum เป็นเซรั่มสูตรเข้มข้นสำหรับช่วยบำรุงขนตา
ที่ผสานคุณค่าจากอาร์จินีนและมาดีคาสโซไซด์ ฟื้นฟูบำรุงให้ขนตามีสภาพที่แข็งแรง
ช่วยลดอาการขาดร่วงของขนตาระหว่างการทำความสะอาดเครื่องสำอางรอบดวงตา


ลักษณะผลิตภัณฑ์
เป็นเซรั่มสีขาวขุ่นที่บรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกใส
มีแปรงสำหรับปัดลักษณะเป็นครึ่งวงกลมโค้งรับกับรูปตา

วิธีใช้
ใช้ก่อนปัดมาสคาร่า และปัดอีกครั้งก่อนนอน


ก่อนได้รับการบำรุง ขนตาสั้นและหลุดร่วงง่าย ขนตาบาง


ผลการใช้
หลังจากทดลองใช้อย่างจริงจัง ขนตาไม่ยาวขึ้นจากเดิม
แต่ช่วยให้ขนตาแข็งแรงขึ้น ไม่หลุดร่วงง่ายเหมือนตอนก่อนใช้


ข้อดี : ช่วยลดการหลุดร่วงของขน

ข้อเสีย : ราคาสูง และมีอาการแสบตาเป็นบางครั้งในช่วงเวลาปัดก่อนเข้านอน

ถือว่าเซรั่มบำรุงขนตาตัวนี้ก็เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคนที่มีปัญหาขนตานะคะ
แต่ว่าผลที่ได้หลังการใช้งานอาจได้ผลที่ไม่เหมือนกันในแต่ละบุคคลนะคะ
เพราะเคยอ่านรีวิวจากคนที่เคยใช้บางคนก็ให้ผลเรื่องขนตาที่ยาวขึ้นก็มี
แต่ถ้าใครได้ผลทั้งสองอย่างก็ถือว่าเยี่ยมเลยนะคะ

Juice Beauty Fruit Cellular Repair Eye Treatment


เชื่อว่าเพื่อนๆหลายๆคนน่าจะประสบปัญหาเรื่องริ้วรอยรอบดวงตาเหมือนกันใช่ไม๊คะ
วันนี้นุ่นมีอีกหนึ่งทางเลือกมาแบ่งปันข้อมูลกันค่ะ เป็นผลิตภํณฑ์ใหม่ที่กำลังใช้อยู่เลย

ปกติไม่ค่อยได้ใช้อายครีมเท่าไหร่ มัวแต่สนใจบำรุงที่เป็นกันแดดอย่างเดียว
แต่เดี๋ยวนี้เค้ามีนวัตรกรรมใหม่ๆที่ดูแลริ้วรอยรอบดวงตาออกมาเยอะแยะเลยนะคะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลริ้วรอยใต้ดวงตาที่หยิบมาพูดถึงในวันนี้ก็คือ
Fruit Cellular Repair Eye Treatment ของแบรนด์ Jucie Beauty ค่ะ


ภาพจากข้อมูลผลิตภัณฑ์

สำหรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Fruit Cellular Repair Eye Treatment ขวดนี้น่าสนใจมากค่ะ
เพราะมีส่วนผสมหลักของจากสเตมเซลล์ของผลไม้ออร์แกนิค** ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Juice Beauty
และยังมีวิตามินซี และสารแอนตี้-ออกซิแดนช่วยลดการทำลายเซลล์ผิวจากน้ำผลไม้ออร์แกนิค

 สำหรับสเตมเซลล์นั้นได้มาจาก ต้นอ่อนของแอปเปิ้ล (Apple Buds)
ต้นอ่อนขององุ่น (Grape Buds) และเปลือกของมะนาว (Lemon Bark)

ซึ่งส่วนผสมทางด้านบนที่กล่าวมานั้นก็มีหน้าที่หลากหลายเลย
คือช่วยลดการทำร้ายเซลล์ผิว ระดับ DNA
และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ เนียนเรียบ ตึงกระชับ
พร้อมทั้งช่วยให้ผิวมีความยึดหยุ่น ดีขึ้น คืนความกระจ่างใส
ลดเลือนร้อยหมองคล้ำให้กับผิวรอบดวงตาของคุณ

ปกป้องและฟื้นฟูผิวบอบบางรอบดวงตา พร้อมบำรุงอย่างล้ำลึก
ช่วยยกกระชับผิวรอบดวงตาอย่างเห็นได้ชัด คืนความอ่อนเยาว์ให้กับเซลล์ผิว
โดยใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจากสเตมเซลล์ที่ได้มาจากผลไม้ออร์แกนิค
และวิตามิน C กรดไขมันที่จำเป็นช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิว


ภาพจากข้อมูลผลิตภัณฑ์

มาดูด้านแพคเกจกันบ้าง ด้านหัวของผลิตภัณฑ์เค้าออกแบบมา
ให้เราสามารถใช้นวดบริเวณผิวใต้ตาได้ด้วยค่ะ
และเจ้าตัวนี้เองที่จะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวรอบดวงตา
ช่วยให้ส่วนผสมซึมซาบลงสู่ผิวได้เร็วขึ้น
และทำงานลึกระดับเซลล์ผิวช่วยซ่อมแซม DNA
และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างรวดเร็วและแข็งแรงขึ้น

สำหรับเนื้อครีมจะมีสีขาวขุ่นลักษณะเป็นเจล ไม่มีสี ไม่กลิ่น

พอเราลูบแล้ว เนื้อครีมก็จะเคลือบผิวเราไว้สักพักแล้วจะค่อยๆซึมเข้าผิวไปค่ะ

ส่วนผลการใช้โดยส่วนตัวขงนุ่นยังอยู่ในช่วงสองสัปดาห์แรกนะคะ
จึงยังไม่เห็นผลใดๆชัดเจน ซึ่งก็คงต้องใช้ระยะเวลากันอีกสักพักใหญ่ๆเลยค่ะ
แต่เราก็ถือว่าเราได้บำรุงผิวรอบดวงตาไม่ให้มีริ้วรอยเพิ่มขึ้นด้วยนะคะ

สำหรับครั้งหน้าจะหยิบอะไรมาอัพเดทกันอีกอย่าลืมแวะมาเยี่ยมชมนะคะ

CLINIQUE derma white & Clarifying Lotion Twice A Day Exfoliator


สวัสดีค่า วันนี้มาในหัวข้อ Review กันอีกแล้ว มีอะไรรีวิวกันมากมายหนอ
เนื่องจากช่วงนี้นุ่นกำลังทดลองใช้ผลิตภัณฑ์อยู่หลายตัวเลยล่ะค่ะ
ถือโอกาสเก็บข้อมูลมไปในตัวซะเลย อาจจะเห็นรีวิวผลุบๆโผล่ๆมาให้ชมกันเรื่อยนะคะ
ไม่บ่นเยอะและ ไปดูกันดีกว่าว่าวันนี้หยิบตัวไหนมาแชร์ข้อมูลกันบ้าง

สำหรับเซ็ทแรกในวันนี้มากันเป็นแพคคู่เลยค่ะ นั่นก็คือ
Clinique Derma White Clinical Brightening essence
และ Clinique Derma White city block anti-pollution SPF40/PA+++
สองตัวนี้เห็นหลายๆคนที่มีโอกาสได้ใช้ ก็ดูเหมือนว่าจะปลื่มกันอยู่หลายคนเลย
และหลังจากที่ใช้มาสักพักใหญ่ๆ ก็เป็นอีกเสียงที่ต้องบอกว่่า “ชอบ” ค่ะ

มาเริ่มที่ตัว Derma White Clinical Brightening essence กันก่อนเลย
คุณสมบัติคือ เป็นเซรั่มเนื้อบางเบา ที่จะช่วยปรับให้สีผิวดูสว่างสดใส
ลดการเกิดของจุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมออย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนั้น ยังปราศจากน้ำหอม 100% อีกด้วยค่ะ

แอบชอบแพคเกจแบบนี้จังเลยค่ะ หัวปั๊มแบบสูญญากาศ มีฝาปิดเรียบร้อย
ใช้สะดวกมากๆ ไม่ต้องห่วงว่าจะมีเชื้อโรคเข้าไปเปรอะเปื้อนหลังการใช้เลย

เนื้อจะครีมเป็นสีขาวขุ่น และมีเนื้อครีมที่ทาแล้วเนียนลื่น บางเบามากๆ
ทาแล้วซึมเข้าผิวไปเลยค่ะ พร้อมบำรุงในขั้นตอนต่อไปได้ทันที
ตัวนี้ใช้แล้วชอบมากกก เพราะรู้สึกว่า ผิวจะนุ่มฟูมากๆ รอยสิวเกิดใหม่ทั้งหลายก็จางลงด้วย
ซึ่งนุ่นจะใช้ตัวนี้และกันแดดในไลน์เดียวกันอีกตัวควบคู่กันไปในช่วงเช้าด้วย
สำหรับตัวนี้นุ่นว่าหลายๆคนน่าจะใช้ได้ เพราะรู้สึกว่าอ่อนโยนต่อผิวมาก น่าจะไม่แพ้กันนะคะ

และอีกตัวที่มาคู่กันก็คือ
Clinique Derma White city block anti-pollution SPF40/PA+++
เป็นกันแดดที่ผลิตมาเพื่อยุคที่มีมลภาวะเยอะแบบทุกวันนี้จริงๆค่ะ
เพราะผสมสาร invisible pollution filler ที่ปกป้องผิวเราจากรังสี UV A/B ได้ด้วย
ที่นี้เราก็มั่นใจได้ว่าผิวเราจะไม่ถูกแสงแดดทำร้ายกันนอีกแล้ว
ที่สำคัญคือ กันแดดหลอดนี้ปราศจากน้ำมันซึ่งเป็นตัวการของผิวอุดตันด้วยนะคะ

มาดูเนื้อครีมกันบ้างค่ะ จะเห็นว่าเนื้อครีมมีสีเหลืองนวลคล้ายๆกับรองพื้นเลย
แต่เมื่อทาไปบนผิวแล้วก็ เนื้อครีมจะค่อยๆกลมกลืนกับสภาพผิวของเราไปเลย
ให้ผิวสัมผัสที่บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่หนักผิวอีกด้วย
กันแดดที่ให้ผิวสัมผัสแบบนี้จะค่อนข้างเหมาะกับผิวผสมแบบนุ่นด้วย
รู้สึกว่าหน้าไม่ค่อยเกิดความมันขึ้นระหว่างวันเลยค่ะ

ลงครีมกันแดดแล้วรอให้กันแดดเซ็ทตัวสักพักก็สามารถลงแป้งตามได้เลยค่ะ
หรือใครที่แต่งหน้าก็สามารถลงรองพื้นและแต่งหน้าตามขั้นตอนต่างได้เลย
ไม่ต้องกังวลว่าสีรองพื้นจะเพี้ยนไปจากเดิมนะคะ

จากรูป นุ่นใช้ตัวนี้ทุกวันในช่วงเช้า รู้สึกว่าผิวไม่ดำขึ้นนะคะ
ประสิทธิภาพในการปกป้องแสงแดดถือว่าผ่านเลยล่ะค่ะ
เมื่อใช้ร่วมกับตัวบน สภาพผิวก็ดูดีขึ้นด้วย ดีจนเหมือนว่าหน้าจะขาวกว่าคอไปเยอะละ ><

สำหรับอีกชิ้นที่ใช้แล้วติดใจมากมาย ก็ขอรีวิวพร้อมกันไปด้วยซะเลย
Clinique Clarifying Lotion Twice A Day Exfoliator
อันนี้เป็นตัวที่ปรับสูตรใหม่จากของเดิมนะคะ
ตัวเดิมนุ่นไม่เคยใช้ เลยไม่แน่ใจว่าต่างกันมากรึเปล่า

เค้ามีให้เลือถึง 4 สูตร ด้วยกัน คือสำหรับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ผิวมัน และผิวมันมาก
แต่ละสูตรก็จะช่วยเรื่องการขจัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพ
และช่วยในเรื่องของริ้วรอยดูเลือนลง สีผิวดูสม่ำเสมอและสดใสมากขึ้น

ซึ่งในขวดนี้ก็ประกอบไปด้วยส่วนผสมที่สำคัญคือ

Acetyle Glucosamine เป็น amino sugar
จะช่วยให้การผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

Salicylic Acid ช่วยเสริมการขจัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เลื่อมสภาพ
เพื่อการเผยผิวใหม่ตามธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง (มีอยู่ในสูตร 3 และ 4)

สารให้ความชุ่มชื่นต่อผิว Sodium Hyaluronate, Glycerin และ Trehalose
ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ผิวใหม่ได้รับการบำรุงอย่างอ่อนโยนยิ่งขึ้น

สำหรับสูตร 2 ที่นุ่นใช้ถือว่าถูกกับผิวมากๆเลย เพราะรู้สึกผลดีที่เกิดกับผิวเราจริงๆ
หลังจากใช้มาประมาณ 3 เดือนจนตอนนี้จะหมดขวดแล้ว รู้สึกได้เลยว่าผิวเราสะอาดขึ้น
การบำำรุงด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่อจากนั้นก็ได้ผลดี ครีมบำรุงต่างๆทำงานได้เต็มที่

เนื่องจาก Clarifying Lotion ขวดนี้ เหมือนกับการที่เราผลัดเอาเซลล์ผิวเสื่อมสภาพออกจากผิวเราทุกวัน
ผิวเราจึงกระจ่างใส และพร้อมรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่เลย
และเพราะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ใครที่ไม่ชอบกลิ่นอาจจะต้องทนนิดนึงนะคะ
แรกๆนุ่นก็ไม่ชอบเหมือนกัน ใช้ไปทุกวันๆเริ่มจะชินละคะ ไม่เหม็นเหมือนตอนแรกๆ

สำหรับรีวิวในครั้งนี้ หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับหลายๆคนที่กำลังสนใจกันอยู่นะคะ
แต่สิ่งที่ดีที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ ก็คงต้องไปลองด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์ดูค่ะ
เดี๋ยวนี้สนใจตัวนไหนลองสอบถาม BA ก่อนได้เลยค่ะ เค้ายินดีให้ข้อมูลเราอยู่แล้ว
คราวหน้าจะหาอะไรๆที่น่าสนมารีวิวให้ชมกันอีกนะคะ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนกันด้วยค่า

IPSA sun protector & super sun block


ได้ฤกษ์ดีเปิดใช้กันแดดเซ็ทใหม่ เลยแวะมาทำรีวิวแชร์ข้อมูลส่งต่อเพื่อนๆกันนะคะ
สำหรับเซ็ทนี้นุ่นได้มาตอนไปเวิร์คช้อปกับ ipsa ซึ่งตอนนั้นกันแดดที่ใช้อยู่ยังไม่หมด
ตั้งแต่เวิร์คช้อปไปช่วงแดดร้อนระอุเมื่อเดือนมีนา เพิ่งจะมาเปิดใช้ก็กรกฎาคมนี่เอง
แต่แดดบ้านเราก็ร้อนกันตลอดทั้งปีอยู่แล้ว ยังไงก็ได้เห็นประสิทธิภาพกันแน่นอนค่ะ

มาดูข้อมูลผลิตภัณฑ์สำหรับกันแดดสองรุ่นนี้กันก่อนนะคะ
เห็นรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกันแบบนี้ แต่คุณสมบัติในการใช้งานต่างกันนะคะ

Ipsa Sun Protector (ขวดยาว)
เป็นอิมัลชั่นกันแดด มี SPF 30 PA+++ ป้องกันรังสี UVA และ UVB
มีเนื้อบางเบา ซึมสู่ผิวได้ดี ปราศจากกลิ่นฉุนและคราบขาว
เนื้อผลิตภัณฑ์เรียบกลืนไปกับผิวทันที่ทา ลดเลือนความหมองคล้ำ
ทำหน้าที่เสมือน Makeup Base ให้ผิวดูกระจ่างใสและเป็นธรรมชาติ

Ipsa Super Sun Block (ขวดสั้น)
อิมัลชั่นกันแดดเนื้อบางเบา ไม่มันวาวเหนอะหนะ สัมผัสเบาสบาย
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ เพราะมี SPF 50 เลย
นอกจากนั้นยังสามารถทำความสะอาดได้ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไป
โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับกันแดด
เพราะผ่านการทดสอบการระคายเคืองและปราศจากน้ำหอม

ที่นี้ก็พอจะเห็นความแตกต่างของกันแดดทั้งสองขวดนี้กันแล้วนะคะ

ที่นี้เปิดฝาขวดดูด้านในกันบ้างค่ะ
รุ่น Sun Protector จะเป็นแบบฝาปั้ม ใช้งานสะดวกเลยนะคะ
แต่รุ่น Super Sun Block จะเป็นแบบเปิดฝาแล้วค่อยๆเทลงบนฝ่ามือ
ปริมาณทั้งสองขวดนี้เท่ากันนะคะ คืออยู่ที่ 30 ml. ค่ะ

สำหรับเนื้อครีมก็จะให้ความรู้สึกบางเบาทั้งสองรุ่นเลยนะคะ
โดยทั้งสองขวดนี้ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการบำรุงผิวในตอนเช้า
รุ่น Sun Protector สามารถใช้ซ้ำระหว่างวันเมื่อเมคอัพลบเลือนแล้วได้นะคะ
ส่วน Super Sun Block สามารถทาซ้ำได้ทุก 2-3 ชม.ค่ะ

สรุปความแตกต่างกันแบบสั้นๆอีกทีคือ
ขวดยาว Sun Protector เหมาะสำหรับวันทำงาน เป็นกันแดดที่เป็นเบสในตัวได้
และขวดสั้น Super Sun Block เหมาะกับวันที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องเผชิญแสงแดดกันทั้งวัน
สามารถทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายเลยค่ะ

ใครที่ชอบกันแดดแบบบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะ ไม่หนักหน้า
สองขวดนี้ก็เป็นอีกทางเลือกให้เลือกตัดสินใจได้นะคะ

แดดแรงๆแบบบ้านเรา อย่าลืมปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดดีๆสักขวดนะคะ
ก่อนตัดสินใจซื้อ อย่าลืมทดสอบด้วยตัวเองว่าเราเหมาะกับผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นๆรึเปล่านะคะ
จบรีวิวแล้ว ก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่แวะมาทักทายค่า

Shiseido White Lucent Intensive Spot Targeting Serum


วันนี้หยิบ Shiseido White Lucent Intensive Spot Targeting Serum
ที่ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองใช้ มาแชร์ผลการใช้ให้สาวๆได้อัพเดทกันค่ะ
ก่อนอื่นไปทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันก่อนเลยนะคะ

รูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ดูทันสมัย น่าใช้มากค่ะ ชอบตรงที่จับถนัดมือมากๆ และน้ำหนักเบาด้วย

Shiseido White Lucent Intensive Spot Targeting Serum
ขนาด 30 มล. / ราคา 4,700 บาท

Brand Say
พลิกวงการไวท์เทนนิ่งขึ้นอีกครั้ง ด้วยการให้ความสำคัญกับปัญหาจุดด่างดำที่ลดเลือนยาก
โดยได้แรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีการใช้เลเซอร์
เพื่อมุ่งตรงเข้าลดเลือนจุดด่างดำเรื้อรังได้อย่างตรงจุดที่คุณเองรู้สึกได้ภายใน 10 วัน
ด้วยเทคโนโลยีใหม่  “Melano Sensor System+” ที่จะช่วยลดโอกาสการเกิดจุดด่างดำก่อนก่อตัว
และ Multi-Target Vitamin C ส่วนผสมสำคัญที่ช่วยลดโอกาสการเพิ่มปริมาณเม็ดสีเมลานิน
MelanoCrush Energizer มุ่งตรงเข้าดูแลกับบริเวณที่มีกระ ฝ้า และจุดด่างดำที่ขจัดออกได้ยาก
ด้วยการทำให้เม็ดสีเมลานินที่มีก่อตัวอยู่ให้ดูขนาดเล็กลง
จากนั้นจุดด่างดำจะถูกขจัดออกมาอย่างนุ่มนวล ผิวจึงดูกระจ่างใสขึ้น

ขวดผลิตภัณฑ์จะเป็นฝาปั้ม ใช้งานง่าย
ไม่ต้องกลัวเลอเทอะเหมือนการเทเซรั่มจากปากขวดเลย

เนื้อผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะมีสีขาวขุ่น เนื้อเหลว ซึมไว
ไม่ทิ้งความเหนียวไว้บนใบหน้า มีกลิ่นหอมอ่อนๆด้วย
ซึ่งวิธีใช้คือการที่เราจะต้องนวดเพื่อให้เนื้อเซรั่มซึมเข้าผิว
และสามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น

หลังจากที่ทดลองมาใช้มาประมาณหนึ่งสัปดาห์
ยังไม่เห็นผลเรื่องความขาวกระจ่างใสอย่างชัดเจนนะคะ
อาจเป็นเพราะผิวหน้านุ่นขาวอยู่แล้ว เลยเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ยากพอสมควร

แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือผิวนุ่มขึ้น ตื่นนอนตอนเช้ารู้สึกผิวสดใส ไม่หมองคล้ำเหมือนเคย
รอยสิวที่มีมานานจางลงเล็กน้อย ส่วนรอยสิวเกิดใหม่ยังเหมือนเดิม ไม่ได้จางลงภายใน 10 วันนะคะ
โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าใช้อย่างต่อเนื่องน่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่องความกระจ่างใสได้ชัดเจนขึ้น
ส่วนรอยดำจากสิว หรือกระต่างๆก็ต้องให้เวลากับเซรั่มได้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่
เอาเป็นว่าถ้าทดลองกันหมดขวดแล้ว จะมารีวิวผลการใช้อีกครั้งนะคะ