Divinia ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับผิวที่บอบบาง


 

สวัสดีค่ะ กลับมาอัพเดทบล็อกเรื่องสวยๆงามๆกันอีกแล้ว

วันนี้มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เพิ่งวางจำหน่ายในร้านวัตสันมาแนะนำค่ะ


“ดีวิเนีย” (Divinia)  เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดไต้หวัน
และชุดทำความสะอาดผิวหน้าเซ็ตนี้ล่ะค่ะ ที่ขายดีมากๆ
คุณสมบัติพิเศษของไลน์นี้คือ ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก
ด้วยส่วนผสมต่างๆในผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยทำให้นุ่ม ชุ่มชื่น
ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง มีความอ่อนโยน จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว
ใครที่มีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย เซ็ทนี้ช่วยคุณได้มาดูกันค่ะว่าแต่ละชิ้นมีอะไรน่าสนใจกันบ้าง…

เริ่มที่ขวดแรก  Divinia Deep Cleansing Oil
ออยชำระล้างเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ระคายเคืองต่อผิว
แต่อ่อนโยนต่อผิวด้วยส่วนผสมของโจโจบา ออยล์และวิตามินอีเนื้อออยเมื่อนวดไปบนผิวแล้วสามารถละลายคราบเครื่องสำอางออกมาได้หมดจดดีค่ะ
หลังใช้แล้วรู้สึกผิวนุ่มไม่แห้งตึง  ล้างเครื่องสำอางออกได้ง่ายดายเลยค่ะ…

ชิ้นต่อมาคือ  Divinia Lip and Eye Make Up Remover
ขวดนี้ไม่มีแอลกอฮอล์ เหมาะกับผิวบอบบางบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากมาก
สามารถทำความสะอาดได้ทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีม และเนื้อฝุ่น
รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ติดทนนานด้วยค่ะ
จากรูป มีทั้งมาสคาร่ากันน้ำ อายแชโดว์เนื้อครีมและเนื้อฝุ่น
อายไลน์เนอร์แบบลิควิดติดทนนาน ไลน์เนอร์แบบดินสอเนื้อแว็กซ์
และลิปสติกสีเข้มแบบติดทนตลอดทั้งวัน แปะทิ้งไว้เพียงแป๊ปเดียว
ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นสามารถลบออกได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ…

สองชิ้นสุดท้ายคือ   Divinia Gentle Facial Foam
และ Divinia Amino Acid Facial Cleanser
ผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดหน้าแบบมีฟองและไม่มีฟองค่ะDivinia Amino Acid Facial Cleanser มีค่าph เป็นกลาง เป็นโฟมไม่มีฟอง ไม่ก่อให้เกิดสิว
อ่อนโยนต่อผิว หลังล้างหน้าไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ผิวนุ่มชุ่มชื้นค่ะDivinia Gentle Facial Foam โฟมล้างหน้าแบบมีฟอง
เนื้อฟองหนานุ่ม หอมสดชื่น ทำความสะอาดผิวหน้าได้สะอาดหมดจด
ผิวนุ่มไม่แห้งตึงหลังล้างหน้าค่ะ


ถือว่าทั้ง 4 ชิ้นใช้แล้วประทับใจมากค่ะ ทำความสะอาดผิวได้สะอาดดี
ที่ชอบมากคือใช้แล้วผิวไม่แห้งตึง และผิวนุ่มดีด้วยค่ะ
เพื่อนๆคนไหนสนใจลองแวะดูกันได้ที่ร้านวัตสันนะคะ

Review : Nivea Visage Pure& Natural Anti-Wrinkle


 

เปิดไปเห็นนิตยสาร Cleo ฉบับนี้เค้าเลือกผลิตภัณฑ์ความงามมากมาย
มาจัดอันดับเป็น Cleo Hall of Frame 2012 ซึ่งก็มีหลายชิ้นเลยที่เราเคยได้ใช้ด้วย

วันนี้เลือกเอาผลิตภัณฑ์ ‘Nivea Visage Pure& Natural‘ ที่กำลังใช้อยู่มารีวิวกันค่ะ

Nivea Visage Pure& Natural ได้รับเลือกให้อยู่ในหมวด Anti-Wrinkle
เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่มต่อต้านริ้วรอย
โดยจัดให้เป็น Best For Everyday Anti-Aging For 20s Something Girl
ถึงเราจะไม่ใช่สาวในวัย 20 ต้นๆแล้ว แต่ก็สามารถใช้ได้นะคะ

สำหรับ Nivea Visage Pure& Natural Anti-Wrinkle ที่ใช้สลับกับครีมอื่นๆอยู่ในตอนนี้
เค้ามีทั้งแบบ Day Cream และ Night Cream ค่ะ
ซึ่งก็จะใช้สลับกับครีมตัวเดิมๆที่ใช้อยู่โดยที่จะดูสภาพอากาศเป็นหลักนะคะ
ส่วนหลอดใหญ่นั่นเป็นครีมทาผิวสูตรปกป้องแสงแดดที่เหมาะกับอากาศร้อนๆแบบนี้มาก

ขอบอกข้อมูลผลิตภัณฑ์กันสักนิดนะคะ

Nivea Visage Pure& Natural Anti-Wrinkle
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องการลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย
ช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิวใหม่ตามธรรมชาติ และชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
ให้ผิวดูกระชับ เต่งตึง ดูเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ
ด้วยคุณสมบัติของน้ำมันอาร์แกนสีทองจากโมร็อกโกที่อุดมด้วยวิตามินอี
และผลเบอร์ด๊อกซ์ ที่มีช่วยลดเลือน และต่อต้านริ้วรอย

ช่วงนี้อากาศชื้นเพราฝนชุก บางวันผิวก็ต้องการการดูแลเป็นพิเศษก็จะเลือกใช้เซ็ทนี้ค่ะ
เพราะเนื้อครีมมีความข้น และเนื้อหนักพอสมควร ถ้าทาในวันที่อากาศร้อนมากๆ
ผิวเกือบมันแบบนุ่นจะรู้สึกว่ามันมากไปนิดนึง ไม่ค่อยสบายผิวเท่าที่ควร
บางคนอาจชอบเนื้อครีมที่ให้ความชุ่มชื่นมากๆๆ แต่ส่วนตัวแล้วชอบครีมที่เนื้อเบาๆ ซึมเร็ว
วันไหนร้อนมากๆ เลยเลือกหยิบอันอื่นใช้แทนค่ะ

เนื้อครีมของ Day Cream และ Night Cream จะเป็นเนื้อสีขาวข้นเหมือนกันเลยค่ะ
หลังจากที่เราทาเนื้อครีมไปบนผิวแล้ว ครีมบำรุงจะเคลือบผิวเราไว้แล้วค่อยๆซึมสู่ผิวช้าๆ
ใครที่ชอบเนื้อครีมๆหนักๆข้นๆแบบนี้น่าจะถูกใจนะคะ

ผลลัพธ์ที่ได้สำหรับคู่นี้คือ ผิวจะนุ่มและรู้สึกแน่นขึ้นค่ะ
คือไม่ได้รู้สึกในทันที แต่เวลาที่เราสังเกตุผิวตัวเองที่เราต้องสัมผัสอยู่ทุกวัน
ก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนะคะ ไม่ใช่ฟีลที่เห็นผลปุ๊ปปั๊ปอะไรขนาดนั้นค่ะ

นุ่นใช้สองขวดนี้สลับกับครีมตัวอื่นๆมาได้เกือบๆหนึ่งเดือนก็ถือว่าเห็นผลเล็กน้อยนะคะ
คงต้องใช้ต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

จากผิวหน้าก็มาถึงผิวกายกันบ้าง
ช่วงหลังๆ นีเวียเค้าก็ทำครีมบำรุงสำหรับผิวกายออกมาหลายสูตรนะคะ
ซึ่งปกตินุ่นจะใช้พวกกันแดดของเค้าอยู่บ้าง แต่ยอมรับว่าใช้ไม่เคยหมดขวดเลย
เพราะกันแดดส่วนใหญ่เนื้อจะเหนียวหนึบมาก ทาแล้วโดนแดด เหงื่อไหลปุ๊ป เละปั๊ป

แต่  Nivea Body Intensive Moisture Serum Spf25 หลอดนี้เนื้อค่อนข้างเบามาก
ที่ชอบคือซึมเร็ว และไม่ทิ้งความเหนียวไว้ อยู่ในห้องแอร์ก็ชุ่มชื่นผิวดี ออกไปข้างนอกก็กันแดดได้

สำหรับตัวนี้เค้ามีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื่นของผิวได้ยาวนานหลายชั่วโมง
ช่วยให้ผิวที่แห้งกร้านแห้งลอก ดูอิ่มน้ำมากขึ้น ถึงจะมีสารกันแดดผสมอยู่ แต่ก็ไม่เหนียวเหนอะ

เป็นคนผิวตัวแห้งและเป็นขุยง่ายมาก หลอดนี้เลยถือว่าช่วยได้เยอะเลย
ตอนนี้นุ่นก็ใช้หลอดนี้เป็นประจำ คือเอาทิ้งไว้ที่ออฟฟิศไว้ทาระหว่างวันกับช่วงพักเที่ยงด้วย

สำหรับทั้งสามชิ้นนี้นุ่นคิดว่าเหมาะกับน้องๆนักศึกษามาก เพราะราคาไม่แพงเกินไป
และให้ผลการใช้ที่ดี ยิ่งน้องๆเด็กๆที่ผิวดีอยู่แล้ว เราเลือกใช้ครีมบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิว
จะช่วยดูแลผิวเราให้ดีขึ้นนะคะ ดูแลกันตั้งแต่ตอนนี้ จะได้มีผิวสวยกันไปนานๆค่ะ

ท้ายสุดต้องขอบคุณทางแบรนด์ Nivea ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้ด้วยนะคะ

Pond’s Flawless White Naturals


 

สวัสดีค่ะ วันนี้มีของใหม่มาอัพเดทกันอีกแล้ว
Pond’s Flawless White Naturals เป็นผลิตภัณฑ์อีกไลน์หนึ่งของพอนด์สค่ะ
จริงๆรุ่นนี้ก็ออกวางจำหน่ายมานานแล้วเหมือนกันนะคะ แต่ยังไม่ค่อยเห็นใครหยิบมารีวิวเท่าไหร่
นุ่นมีโอกาสได้ลองใช้มาสักพักแล้ว วันนี้เลยขอมาบอกเล่าผลการใช้ให้ทราบกันค่ะ

สำหรับสองชิ้นที่จะพูดถึงในวันนี้คือ
Pond’s Flawless White Naturals Day Cream
และ Pond’s Flawless White Naturals Gental Exfoliating Foam

ซึ่งส่วนผสมหลักๆใน Pond’s Flawless White Naturals ทั้งสองชิ้นนี้ก็คือ “ใบคามิเลีย”
ที่สกัดจากส่วนที่ดีที่สุดของใบคามิเลียทำหน้าที่ประสานประสิทธิภาพกับวิตามิน E วิตามิน B3
ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ เผยผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างอ่อนโยนและเป็นธรรมชาติ
พร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดด ช่วยไม่ให้ผิวกลับไปหมองคล้ำอีก

ซึ่งใบคามิเลียจะทำหน้าที่ช่วยลดเลือนความหมองคล้ำและจุดด่างดำ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส
ส่วนวิตามิน E ทำหน้าที่ฟื้นบำรุงผิวให้แลดูสวยและสุขภาพดี
ส่วนผสมตัวสุดท้าคือวิตามินบีสาม จะช่วยเผยผิวให้กระจ่างใส อย่างเป็นธรรมชาติ

ทีนี้เราก็มาทำความรู้จักเจ้าใบคามิเลีย (Camellia leaf) กันสักนิดนะคะ
ใบคามิเลีย จัดเป็นสายพันธุ์พืชชนิดหนึ่งจากเทือกเขาหิมาลัยที่มีโพลีฟีนอลส์
สารแอนตี้ออกซิแด๊นท์ชนิด EGCG (Epigallocatechin-3-Gallate)อันทรงประสิทธิภาพทางด้านความงาม
โดยถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมหลักที่สำคัญของชุดผลิตภัณฑ์พอนด์ส ฟลอเลสไวท์ เนเชอรัลส์
ด้วยคุณสมบัติเด่นในเรื่องการลดเลือนความหมองคล้ำของผิวพรรณ
โดยเมื่อเซลล์ผิวเก่าถูกขัดออกหรือลอกออกโดยธรรมชาติผ่านกระบวนการชำระล้าง
สารสกัดในใบคามิเลียจะซึมซาบเข้าบำรุงเพื่อช่วยเผยผิวสวยกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติพร้อมกับลดเลือนจุดด่างดำ

ขอพูดถึง Pond’s Flawless White Naturals Day Creamกันก่อนนะคะ
ขวดนี้เป็นขนาด 50 กรัม ราคา 229 บาท
เป็นครีมบำรุงผิวสำหรับช่วงเช้า ใช้บำรุงผิวก่อนแต่งหน้า เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น
และถ้าใช้เป็นประจำต่อเนื่อง ผิวจะดูสว่างใสขึ้น และผิวจะเนียนนุ่ม แลดูเป็นสาวที่มีสุขภาพผิวดี

เปิดขวดให้ดูว่าเค้ามีฝาพลาสติกปิดอีกชั้นเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่จะปนเปื้อนในเนื้อครีมด้วย
แพคเกจเป็นขวดแก้วดีไซน์เก๋ ฝาบิดเกลียวปิดล็อกสนิทแน่นหนาดีค่ะ

เนื้อครีมของ Pond’s Flawless White Naturals Day Cream รุ่นนี้มีความเข้มข้น
เนื้อสัมผัสค่อนข้างเหนียว แต่ซึมเร็ว คือทาแล้วทำอะไรเพลินๆสักพักก็ซึมแล้วค่ะ
ใครที่คิดว่าจะต้องเหนียวเหนอหนะแน่ๆ ก็สบายใจได้เลยว่ารุ่นนี้ไม่ทิ้งความเหนียวให้รำคาญผิวเลย
ครีมรุ่นนี้จะผสมน้ำหอมด้วย กลิ่นไม่ฉุนมาก หอมอ่อนๆกำลังดีค่ะ

รุ่นนี้ค่อนข้างให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดีทีเดียวนะคะ คนที่ผิวแห้งเหมาะมากๆเลย
ส่วนคนที่ผสมหรือคนที่ผิวมันก็ใช้ได้ค่ะ เพราะไม่ทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้นเลย
ถ้าใครที่ไม่ได้แต่งหน้าลงบำรุงแล้วลงแป้งฝุ่นต่อก็ได้ค่ะ
แต่ถ้าในกรณีที่ต้องเจอแดดแรงๆอย่าลืมลงกันแดดเพิ่มด้วยนะคะ


อีกชิ้นคือ Pond’s Flawless White Naturals Gental Exfoliating Foam
โฟมล้างหน้าที่ช่วยขจัดความมันและสิ่งสกปรกบนใบหน้า
พร้อมกับมีเม็ดบีดส์ที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อสภาพออก ทำให้ใบหน้าดูสว่างสดใส
หลอดนี้ราคา 109 บาท ใช้ได้นานหลายเดือนเลยค่ะ

เนื้อโฟมล้างหน้าของพอนด์สเกือบทุกรุ่นที่เคยใช้จะมีเนื้อที่ค่อนข้างแน่นและเนียน
ในรุ่นที่มีเม็ดบีดส์ เจ้าตัวเม็ดบีดส์ก็จะมีขนาดเล็ก ไม่ใหญ่จนทำร้ายผิวหน้ามากเกินไป


โฟมรุ่นนี้มีกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนกับเราล้างหน้าอยู่ในสวนดอกไม้เลยค่ะ
เม็ดบีดส์สีฟ้าขนาดเล็กมากๆ ละเอียดกลมกลืนไปกับเนื้อโฟม
ล้างหน้าได้สะอาดหมดจดดี หลังล้างหน้ารู้สึกผิวสะอาด แต่ไม่แห้งตึงเลย
เคล็ดลับสำคัญคือ หลังล้างหน้าแล้วเราควรเช็ดผิวแค่หมาดๆ แล้วลงครีมบำรุงทันที
วิธีนี้จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้ยาวนาน และริ้วรอยก็จะมาเยือนเราช้าลงค่ะ


แต่เราควรล้างหน้าด้วยโฟมที่มีเม็ดบีดส์สครับหน้าแบบนี้อาทิตย์ละครั้งก็พอนะคะ
เพราะ้าใช้ทุกวันจะเป็นการรุนแรงกับผิวหน้า และก่อให้เกิดริ้วรอยมากขึ้นด้วย

สำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งสองชิ้นนี้เน้นในเรื่องช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใส
ถ้าจะให้เห็นผลที่ชัดเจนเราจำเป็นต้องใช้ต่อเนนื่องเป็นประจำนะคะ จะได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ


สาวๆท่านไหนที่สนใจ ลองแวะไปทดลองผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ
ราคาทั้งสองชิ้นนี้ก็ไม่สูงมาก สามารถซื้อได้ในราคาสบายกระเป๋าเลยค่ะ

Review : Smooth E Baby Face Foam


ถ้าพูดถึงโฟมล้างหน้าแบบไม่มีฟอง ยี่ห้อแรกที่หลายๆคนนึกถึงก็คงไม่พ้น Smooth E แน่ๆเลย
ใช่แล้วล่ะค่า วันนี้จะมาบอกเล่าถึงประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอบอกสักนิดว่าไม่เคยใช้โฟมแบบไม่มีฟองเลยนะคะ
เพราะรู้สึกว่ายังไงก็ไม่มั่นใจว่าล้างหน้าได้สะอาดรึเปล่า
แต่ผลที่ได้ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนความคิดเราไปได้เลยทีเดียวล่ะค่ะ


Smooth E Babyface Foam
สูตรไม่มีฟองหลอดนี้
จากฉลากของผลิตภัณฑ์เคลมว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิวอุดตัน สิวอักเสบได้
เพราะเค้ามีเทคโนโลยี NON-IONIC (NIS) 100 % ที่ไม่ผสมสารลดแรงตึงผิว
จึงไม่ทิ้งสารตกค้างอันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว
นอกจากนั้นก็ยังมีส่วนผสมหลักที่มีวิตามิน อี ซึ่งวิตามินอีก็จะทำหน้าที่เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

เคยอ่านเจอข้อมูลจากนิตยสารหลายเล่มเค้าบอกว่า
คนที่ผิวแห้งมากๆจะมีริ้วรอยเกิดขึ้นไวกว่าคนผิวมัน เพราะผิวขาดความชุ่มชื้น
ถ้าผิวเราคงความชุ่มชื้นไว้ได้นาน ก็จะเป็นการชะลอริ้วรอยทั้งหลายที่จะมาเยือนอีกด้วย

เนื้อโฟมเค้าจะมีลักษณะคล้ายๆกับครีมโฟมของโฟมล้างหน้าทั่วไป
มีความแน่นหนึบของเนื้อครีม แต่ถึงจะเป็นเป็นโฟมสูตรไม่มีฟอง
เวลาที่เราถูไปบนผิวหน้าเปียกๆของเราก็ไม่รู้สึกฝืดใดๆนะคะ

โฟมไม่มีฟองแบบนี้ เราแค่นวดวนไปบนผิวหน้าเบาๆก็พอนะคะ
ไม่ต้องถูแรงๆเหมือนตอนใช้โฟมแบบมีฟอง
เพราะแบบนั้นจะเป็นการทำลายผิวหน้าเราจนเกินไปค่ะ
ค่อยนวดๆวนให้ทั่วใบหน้าจนรู้สึกสะอาดก็พอแล้วล่ะค่ะ

สำหรับโฟมล้างหน้าทั่วๆไปก็จะมีค่า pH คือความเป็นกรดเป็นด่างของผลิตภัณฑ์ต่างๆกันไปนะคะ
บางยี่ห้ออาจมีความเป็นกรดสูง หรือในบางยี่ห้อก็อาจจะมีความเป็นด่างสูง
ซึ่งก็จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าของเราเกิดการระคายเคือง หรืออาการแพ้ได้
สำหรับ Smooth E Babyface Foam หลอดนี้มีค่า pH Balance
คือมีค่าความสมดุลของกรดด่างตามธรรมชาติของผิว
ซึ่งความสมดุลตรงนี้จะช่วยลดอาการแพ้และระคายเคืองต่อผิวเราได้มากเลยล่ะค่ะ

ปกติเป็นคนที่ชอบโฟมล้างหน้าแบบที่มีฟองนุ่มๆ รู้สึกว่าล้างแล้วหน้าสะอาดหมดจดดี
เพราะเราเป็นคนผสม บางทีผิวหน้าผลิตน้ำมันออกมามาก
ถ้าทำความสะอาดไม่หมด สิวอุดตัน หรือ สิวอักเสบอาจเกิดขึ้นได้
พอได้ Smooth E Babyface Foam มาลองก็แอบหวั่นๆ เพราะไม่เคยใช้โฟมแบบไม่มีฟองเลย
แต่พอได้ลองใช้แล้วก็รู้สึกประหลาดใจที่โฟมไม่มีฟองแบบนี้
ทำความสะอาดผิวหน้าเราได้สะอาดหมดจดไม่แพ้โฟมแบบมีฟองเลยค่ะ

ในวันแรกๆที่ทดลองใช้เราอาจรู้สึกเหมือนล้างหน้าไม่สะอาดรึเปล่า เพราะผิวเหมือนมีอะไรเคลือบไว้
แต่พอใช้ทุกๆวัน รู้สึกได้เลยว่าหน้าสะอาดดีมากๆ เพราะพอลองใช้โทนเนอร์เช็ดผิวดู
สำลีก็ยังสะอาดเหมือนใหม่ แปลว่าเราล้างหน้าได้หมดจดดีแล้วล่ะค่ะ

หลังล้างหน้าก็ไม่รู้สึกว่าผิวแห้งตึง รู้สึกผิวยังคงความชุ่มชื้นอยู่ แต่ไม่มีความมันตกค้าง
และยังให้ความรู้สึกถึงโฟมที่มีความอ่อนโยนต่อผิวหน้า ไม่เกิดความระคายเคืองหลังการใช้
จากวันแรกที่ใช้ จนถึงวันนี้ ใกล้จะหมดหลอดแล้ว ยังไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้นเลย
ถือว่าโฟมไม่ฟองหลอดนี้สอบผ่านสำหรับคนผิวผสมแบบนุ่นนะคะ
คงได้ลองสูตรอื่นๆของ ได้ Smooth E ในครั้งต่อๆไปแน่นอนค่ะ


ขอทิ้งท้ายด้วยเคล็ดลับการล้างหน้าอย่างถูกวิธีกันนะคะ

การล้างหน้าไม่ใช่การทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ อย่าได้รุนแรงกับใบหน้าเป็นอันขาด

ควรใช้วิธีการลูบไล้ผิวหน้าอย่างเบามือและอ่อนโยนที่สุด

การล้างหน้าแบบถูใบหน้าแรงๆ ส่งผลให้เกิดริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
การลูบโฟมบนใบหน้า ควรลูบไปในทิศตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงเสมอเพื่อชลอการเกิดริ้วรอย

และควรใช้ผ้าขนหนูแยกจากผ้าเช็ดตัว ควรมีผ้าขนหนูสำหรับใบหน้าโดยเฉพาะ
และซับหน้า เบาๆหลังจากล้างหน้า

สำหรับความเชื่อผิดๆ เช่น น้ำเปล่าล้างได้ดีที่สุด ไม่เป็นความจริง
เพราะน้ำเปล่าไม่สามารถล้างสิ่งตกค้าง ความมันออกไปได้
โดยเฉพาะบ้านเราที่มีมลภาวะทางอากาศมากมาย
ทั้งฝุ่นควันและฝุ่นละอองตกค้าง ควรล้างหน้าให้สะอาดหมดจดนะคะ

การล้างหน้า เป็นวิธีขั้นพื้นฐานที่จะนำไปสู่สุขภาพผิวดี และทำให้แลดูอ่อนกว่าวัยได้
ดังนั้นอย่าละเลยต่อข้อปฏิบัติเหล่านี้กันนะคะ จะได้มีหน้าสวยใสกันไปนานๆค่ะ

แนะนำครีมลดริ้วรอยแบรนด์ใหม่จากอเมริกา Kinerase (ไคเนเรส)


หลายคนคงยังไม่คุ้น หรืออาจจะยังไม่เคยได้ยินชื่อของแบรนด์นี้กันนะคะ
วันนี้ขอแนะนำให้รู้จักกับ Kinerase เวชสำอำงชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา
ที่ตอนนี้ก็กำลังจะนำมาวางจำหน่ายในบ้านเราช่วงเดือนสิงหาคมนี้แล้วล่ะค่ะ
สำหรับ Kinerase ที่วางขายในเอเชียได้รับการพัฒนาสูตรให้อ่อนโยน
และผลิตให้เหมาะกับสภาพผิวของชาวเอเชียโดยเฉพาะ
Kinerase มีการพัฒนาสินค้าขึ้นที่ห้องแล็ปผลิตเครื่องสำอางค์ที่ญี่ปุ่นและผลิตที่สิงคโปร์ค่ะ

มาดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Kinerase กันบ้างค่ะ
Kinerase เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักของ Kinetin (ไคเนติน)
ซึ่งเป็น Bio Growth Factor สำหรับเซลล์สิ่งมีชีวิตที่ถูกค้นพบในปี 1955
โดยจะทำหน้าที่ช่วยชะลอ และยับยั้งกระบวนการเสื่อมของเซลล์ผิว
สนับสนุนการเพิ่มจำนวน และการปรับตัวของเซลล์ผิว
ทำให้โครงสร้ำงพื้นฐานของผิวแข็งแรง และมีความยืดหยุ่น
โดยจะไม่เร่งการผลัดชั้นผิว หรือลอกเซลล์ผิวออก
แต่จะทำให้องค์ประกอบของชั้นผิวเพิ่มจำนวนในปริำมาณที่เหมาะสม
ทำให้ร่องลึกและริ้วรอยแลดูตื้นขึ้น พร้อมทั้งทำให้สีผิวแลดูจางลงมีสีผิวที่สม่ำเสมอ

ส่วนผสมต่างๆบนฉลากผลิตภัณฑ์ค่ะ

นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังเครมคุณสมบัติที่น่าสนใจเพิ่มมาให้อีกด้วยว่า
สำหรับคนที่ทำการรักษาริ้วรอยด้วยเลเซอร์ หรือทรีทเมนต์ผิวสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้ได้
เพราะจะช่วยให้เห็นผลดียิ่งขึ้น และยังสามารถใช้ร่วมกับ Moisturizer อื่นๆได้

Kinerase ก็จะมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายชิ้นเลยทีเดียวค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

Kinerase Gentle Daily Cleanser
ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำหอม และ Paraben (วัตถุกันเสีย)

Kinerase Hydrating Antioxidant Mist
เป็น Dual function คือเป็นได้ทั้งโทนเนอร์และสเปรย์ระหว่าำงวันเพื่อคืนความสดชื่นสู่ผิว

Kinerase C6 Peptide Intensive Treatment
ครีมบำรุงผิวเข้มข้น ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าและช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอและเรียบเนียน

Kinerase Cream และ Kinerase Lotion
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยลดริ้วรอย และคงความชุ่มชื่นให้กับผิว

และ Kinerase Eye Cream
อายครีมที่บางเบา ทำให้ผิวชุ่มชื่นคืนความอ่อนเยาว์ให้กับดวงตา ช่วยให้ริ้วรอยรอบดวงตาจางลง

ซึ่งนุ่นมีโอกาสได้ทดลองใช้ Kinerase Cream มาเกือบเดือนแล้วล่ะค่ะ
วันนี้เลยขอแชร์ผลการใช้งานให้เพื่อนๆได้เก็บไว้เป็นข้อมูลกัน

Kinerase Cream มีส่วนผสมของ Kinetin ปริมาณ 0.1%
ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นและลดเลือนริ้วรอย โดยเฉพาะรอยเหี่ยวย่นบริเวณหางตา
และยังคงความชุ่มชื่นให้กับผิวเป็นอย่างดี
นอกจากนั้นยังช่วยปรับสีผิวที่เกิดจากการเพิ่มของการผลิตสีในเฉพาะจุด(hyperpigmentation) ให้เท่ากัน
และยังช่วยป้องกันจุดด่างดำที่เกิดจากรังสี UV ในแสงแดดได้อีกด้วย

Kinerase Cream ที่นุ่นใช้หลอดนี้เป็นสูตรพิเศษเฉพาะสำหรับผิวธรรมดาและผิวแห้ง
เป็นสูตร Hypoallergenic ที่ลดอาการแพ้และไม่มีส่วนผสมของ comedogenic (ไม่ก่อสิว)
ไม่ใส่สี และกลิ่นสังเคราะห์ใดๆทั้งสิ้น

Kinerase ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าสามารถลดริ้วรอย โดยเฉพาะบริเวณหางตา
Kinerase คงความเรียบเนียน ไร้ริ้วรอย และลดรอยจุดด่ำงดำในผิวให้หายไป

สภาพผิวโดยรวมไม่ค่อยมีริ้วรอยมากนัก จะมีชัดเจนบริเวณใต้ตา และระหว่างคิ้ว
สีผิวไม่สม่ำเสมอ มีรอยคล้ำใต้ตา มีรอยสิวบ้างเล็กน้อย และมีกระเยอะบริเวณโหนกแก้ม

สำหรับผลการใช้งานของนุ่นผลที่ได้คือ
ผิวดูชุ่มชื้นขึ้น ไม่มีอาการแพ้ใดๆเกิดขึ้น ริ้วรอยบางๆที่ดูจางลงเล็กน้อย
ริ้วรอยร่องลึกบริเวณใต้ตายังไม่จางลง คงต้องใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องน่าจะเห็นผลที่ชัดเจน
สีผิวดูสว่างสม่ำเสมอกันดี เนื้อครีมข้นหนักแต่ไม่มัน ทาสักพักก็ซึมเข้าสู่ผิวได้ดี
ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะให้รู้สึกไม่สบายผิว ภาพรวมของผิวดูดีขึ้นจากเดิมเยอะเลยค่ะ

จากข้อมูลของแบรนด์มีข้อแนะนำว่า
Kinerase จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง และจะเริ่มเห็น ผลใน 4-8 สัปดาห์ และจะเห็นผลที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ
โดยส่วนตัวใช้มาประมาณ 3 สัปดาห์ รู้สึกถึงสภาพผิวที่ค่อยๆดีขึ้น เชื่อว่าถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง ริ้วรอยและปัญหาผิวต่างๆน่าจะดีค่ะ

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจในผลิตภัณฑ์ต่างของ Kinerase ก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.kineraseasia.com/th
http://www.facebook.com/KineraseThailand

ขอบคุณ Kinerase ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้ด้วยค่ะ

Clinique Pore Refining Solution


สาวๆที่มีปัญหาผิวมัน สังเกตุเห็นเหมือนกันไม๊คะว่า…ผิวเราจะหมองเร็วกว่าคนผิวแห้ง
และพอหน้าหมองแบบยังไม่ทันครึ่งวันเนียะ เล่นเอาเราหมดความมั่นใจกันเลยทีเดียว

หลายคนคงเป็นเหมือนกันอีกอย่างคือ เสาะหาผลิตภัณฑ์ที่คุมมันให้ผิวเราอยู่ทนได้ทั้งวัน
ซึ่งก็คงจะไม่มีแน่ๆ สำหรับนุ่น ไม่ต้องทนทั้งวันก็ได้นะ แต่พอคุมมันไม่ให้มันเยิ้มเร็วก็พอละ

วันนี้มีผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Clinique มาแนะนำกันค่ะ
นั่นคือชุดผลิตภัณฑ์ Clinique Pore Refining Solution ที่เหมาะสำหรับสาวผิวมันโดยเฉพาะเลย
ซึ่งประกอบไปด้วย Correcting Serum, Stay-Matte Hydrator, Instant Perfector

มาดูเนื้อผลิตภัณฑ์ของแต่ละชิ้นกันค่ะ

ขอเริ่มที่ Correcting Serum เป็นเซรั่มเนื้อเจล ให้ความรู้สึกบางเบา ซึมเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ

Stay-Matte Hydrator เนื้อครีมสีขาวให้ความรู้สึกเหมือนมีฟิลม์เคลือบผิวหน้าอยู่ ผิวหน้าแห้งแมททันที

สำหรับ Correcting Serum และ Stay-Matte Hydrator
นุ่นจะใช้ทาควบคู่กันในช่วงเช้าและก่อนนอน เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมมันให้ดียิ่งขึ้น
โดยที่เราสามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวอื่นๆควบคู่ได้เลย

ส่วน Instant Perfector จะมีเนื้อผลิตภัณฑ์เหมือนซิลิโคน
ทำหน้าที่ช่วยอำพรางรูขุมขนให้ดูเล็กลง และควบคุมความมัน
ทาแล้วให้ความรู้สึกเหมือนมีฟิลม์บางๆมาเคลือบผิวเอาไว้
ผิวไม่มีความมันวาว และจะแห้งแมทไปทันที
ตัวนี้เหมาะกับการใช้ทาก่อนแต่งหน้า และสามารถเติมได้ระหว่างวันด้วย

สำหรับผลการใช้งานที่นุ่นได้ทดลองใช้มาเป็นระยะเวลาเกือบเดือนคือ
Clinique Pore Refining Solution ทั้งสามชิ้นนี้สามารถควบคุมความมันได้เป็นอย่างดี
แต่อย่างที่บอกคือ ควบคุมความมัน ไม่ได้ช่วยให้หายผิวมันไปเลย
เพราะฉนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างว่าจะคุมความมันได้ยาวนานแค่ไหน
โดยไลฟ์สไตล์ของนุ่นเองที่เป็นสาวออฟฟิศนั่งในห้องแอร์ตลอด 9-10 ชม. ถือว่าโอเคเลย
จะมีบางวันที่หน้าก็อาจจะมันเร็วเหมือนเดิม แต่ส่วนมากจะคุมมันได้เกินครึ่งวันค่ะ

ในเรื่องของรูขุมขนจะแลดูเล็กลงไปด้วย ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นหลังการแต่งหน้า
ใครเป็นสาวผิวผสมหรือผิวมันตัวนี้ถืออีกเป็นหนึ่งทางเลือกเลยล่ะค่ะ
สาวผิวแห้งไม่แนะนำเลยนะคะ เพราะจะช่วยให้ผิวดูแห้งหนักเข้าไปอีก

สำหรับใครที่สนใจผลิตภัณฑ์ในไลน์นี้ลองแวะไปดูที่หน้าแฟนเพจของ Clinique เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ค่ะ
อ้อ…ช่วงนี้เหมือนมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกแล้วได้ของรางวัลเป็นผลิตภัณฑ์ชุดนี้ด้วยนะคะ
สุดท้ายขอขอบคุณ Clinique ที่มอบผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองใช้ค่ะ

Origins Plantscription Anti Aging Serum


สำหรับ Plantscription Anti Aging Serum ขวดเขียวๆขวดนี้
เป็นเซรั่มที่ช่วยเรื่องริ้วรอย และเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการเฟื้อนฟูและบำรุงผิว
เพื่อผิวที่ดูกระชับ เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ แหม..แค่นี้ก็น่าสนใจแล้วนะคะ

และจากกลุ่มอาสาสมัครที่ทดลองใช้ Plantscription Anti Aging Serum รับรองว่า
หลังจากที่ได้ทดลองใช้ ริ้วรอยจะลดเลือนลง ผิวดูกระชับ เรียบเนียนขึ้นภายใน 4 สัปดาห์

ซึ่งนุ่นมีโอกาสได้เข้าเวิร์คช้อปเพื่อทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดตัวนี้ด้วย
โดยการเวิร์คช้อปในครั้งนี้ เค้าจำลองบรรยากาศเหมือนเรากำลังเป็นนักวิทยาศาตร์ในห้องแล็ปเลยค่ะ
เพื่อที่เราจะได้รู้ถึงประสิทธิภาพของ Plantscription Anti Aging Serum ขวดนี้กัน

มาดูอุปกรณ์ในการทดลองวิทยาศาสตร์ความงามในครั้งนี้กันก่อนเลย
คิดถึงอุปกรณ์ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์สมัยเรียน ม.ต้นเลยอ่ะ

ในการทดลองสมมุติว่าผิวเราเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ถูกบีบจนมีริ้วรอยฝังลึก
และเมื่อได้รับการบำรุงด้วย สารสกัดจากธรรมชาติจากต้น Anogeissus (แอนโนเกซิส)
ผลที่ได้คือ ผิวจะนุ่มฟูเหมือนดังฟองน้ำในการทดลองครั้งนี้
น่าสนใจใช่ไม๊ค่ะ เราลองไปทำความรู้จักกับ เจ้าต้น Anogeissus กันสักเล็กน้อยดีกว่าค่ะ

สำหรับเจ้าต้น Anogeissus ที่เป็นสารสกัดหลักใน Plantscription ขวดนี้มีประโยชน์มากมายเลยค่ะ
เพราะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค ต้านเชื้อมาลาเรียและแบคทีเรียในช่องปากได้
ที่สำคัญคือ สามารถกระตุ้นการผลิตเส้นใยตามธรรมชาติในชั้นผิวของเรา
ช่วยให้ผิวฟื้นตัว และรักษาความสมดุลของผิวจากภายใน
ริ้วรอย ร่องลึกต่างๆจึงจางลง ผิวยกกระชับ แข็งแรง
ซึ่งนับว่าเป็นคุณสมบัติจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างน่าทึ่งเลยล่ะค่ะ

และเมื่อนำมาใช้เกี่ยวกับการดูแลและบำรุงผิว ก็จะเกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจดังที่กล่าวมาทั้งหมดค่ะ

ใครสนใจ Origins Plantscription Anti Aging Serum ขวดนี้
ก็สามารถแวะไปเมียงมองที่เคานท์เตอร์กันได้ค่ะ