Review : Pekkies Doll Booster Mask มาส์กหน้าใสยอดนิยม


Smiley สวัสดีค่า วันนี้จะมารีวิวผลิตภัณฑ์ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ดารา และพริตตี้ค่ะ
ก็นะคะ…คนธรรมดาอย่างเราๆ ก็อยากมีผิวดีผิวเด้ง เหมือนเค้าบางอ่ะเนอะ
ซึ่งนุ่นก็ได้ทดลองมาสักระยะจนเริ่มเห็นผลการใช้ที่ชัดเจนขึ้นแล้ว เลยขอบอกต่อซะเลยค่ะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ว่าก็คือ Pekkies Doll Booster Mask มาส์กสุดฮิตในตลาดตอนนี้ค่ะ
ซึ่งชื่อยี่ห้อก็มาจากชื่อของเจ้าของผลิตภัณฑ์นั่นเอง
ด้วยอาชีพพริตตี้ที่ต้องดูแลตัวเองให้ดูสวยงามอยู่ตลอดเวลา
ผิวพรรณต้องขาวใส ผุดผ่องชวนมอง งานไหนงานนั้น คนรุมถ่ายภาพกันแน่น
เชื่อว่าสาวๆหลายๆคนก็ต้องอยากรู้เคล็บลับกันแน่ๆ ว่าทำไมสาวๆพริตตี้ถึงได้ผิวดีกันแทบทุกคน

คุณเป๊กกี้ก็เลยสร้างแบรนด์  “Pretty Secret” ผลิตตัวช่วยเรื่องความงามมาให้สาวๆได้ใช้กัน
เรียกว่าเป็นสูตรลับความงามของคุณเป๊กกี้เองเลยค่ะ ซึ่งก็มีอยู่หลายชิ้นที่ติดตลาดอยู่ด้วย
สาวๆที่ชอบเข้าร้านเสริมสวยก็จะเห็นว่าในนิตยสารหลายๆเล่มก็มีโฆษณาผลิตภัณฑ์ลงอยู่นะคะ
เพราะฉะนั้นก็มั่นใจถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ได้เลยว่า ปลอดภัย และสามารถตรวจสอบได้
ทุกชิ้นได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยค่ะ


Pekkies Doll Booster Mask
มีคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ การฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน
ถ้าสาวๆหน้าโทรม จากการอดนอนเพราะปาร์ตี้หนัก หรือต้องมีนัดสำคัญที่ต้องดูสวยสดใส
Booster Mask คือตัวช่วยสำหรับการฟื้นฟูให้ดูดีได้แค่ข้ามคืนค่ะ…
นั่นก็เพราะว่า Booster Mask จะช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ขาวกระจ่างใส
แม้แต่ผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้โดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

และใน Booster Mask กระปุกนี้ ก็คัดสรรเอาส่วนผสมที่ตอบโจทย์ปัญหาต่างๆมาไว้รวมกันเรียบร้อย
ไปดูสารสกัดที่ทางแบรนด์เค้าเคลมไว้เลยค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง

สารสกัด Deoxyarbutin จะดูแลผิวให้กระจ่างใสอย่างรวดเร็ว
ซึ่งให้ประสิทธิภาพความขาวเร็วกว่าอาร์บูตินถึง 350 เท่า

สารสกัดจากเมือกหอยทาก (Snail) ทำหน้าที่ลดเลือนริ้วรอย และรอยแผลเป็นจากสิว

Arbutin ทำหน้าที่ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ตัวการทำร้ายผิว ทำให้ผิวคล้ำ ไม่กระจ่างใส

Glutathione ทำให้ผิวกระจ่างใส เปล่งประกายออร่า

Hydrolyzed Opuntia ficus indica flower extract (สารสกัดจากกระบองเพชรฝรั่งเศส)
ทำหน้าที่กระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กดูจสาวๆเกาหลี

เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเนื้อครีมสีขาวขุ่น มีความข้นหนักของเนื้อครีม
แต่เนื้อสัมผัสค่อนข้างจะเบาสบายผิว มีกลิ่นหอมค่อนข้างฉุนนิดๆ (ความรู้สึกส่วนตัว)
ใครที่ไม่ชอบผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมผสมอยู่อาจจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่นะคะ
แต่ใช้ทุกๆวันก็จะเริ่มคุ้นชินกับกลิ่นได้ ไม่มีปัญหาค่ะ

วิธีใช้ Pekkies Doll Booster Mask ที่ข้างฉลากบอกไว้คือทาทิ้งไว้แล้วก็สามารถเข้านอนได้เลย
คล้ายๆกับ Sleeping Mask ที่เราค่อยมาล้างออกกันอีกทีในตอนเช้านั่นล่ะค่ะ

แต่เนื่องจากไม่เคยใช้มาก่อน วิธีการใช้ของนุ่นคือ มาส์กทิ้งไว้ข้ามคืนแค่สัปดาห์ละ 2 ครั้งๆ
แล้วจึงค่อยๆปรับมาใช้เป็นวันเว้นวันเพื่อดูปฏิกิริยาของผิวตัวเองว่ามีการแพ้หรือระคายเคืองรึเปล่า
ซึ่งก็โชคดีที่ใช้ได้โดยไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้นนะคะ เมื่อไม่แพ้ เราก็สามารถใช้ได้ทุกวันแล้ว
และยังสามารถใช้ร่วมกับ Skincare ที่เราใช้อยู่ประจำได้นะคะ
โดยใช้ Pekkies Doll Booster Mask ทาบางๆ (ในกรณีที่ทาทุกวัน) เป็นขั้นตอนสุดท้ายค่ะ

สำหรับผลการใช้ของนุ่นที่ผ่านมา ต้องบอกก่อนว่าเรื่องความขาวไม่เห็นผลที่ชัดเจนมากนะคะ
เนื่องจากผิวปกติเป็นขาวเหลืองอยู่แล้ว จะมีความคล้ำบ้างคือผิวกายที่โดนแดดทุกวัน
ส่วนผิวหน้ามีการใช้กันแดดที่มีค่า Spf สูงในทุกๆวัน ผิวจึงไม่ค่อยคล้ำลง และดูขาวเป็นปกติ

แต่สิ่งที่เห็นชัดคือ ผิวนุ่มลื่นขึ้นมาก ผิวหน้าเนียนขึ้น แต่งหน้าติดทนมากขึ้น
เครื่องสำอางไม่หลุดง่าย สังเกตุจากการซับมันช่วงบ่ายๆ ที่หน้าจะเริ่มผลิตน้ำมันออกมามาก
หลังจากซับด้วยกระดาษซับมัน แป้งหรือบลัชออนติดกระดาษมาน้อยกว่าก่อนหน้านี้มากๆ
ซึ่งก็ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจมากๆเลยค่ะ
ตอนนี้ใช้มาประมาณ สองสัปดาห์แล้ว คิดว่าใช้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ น่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นค่ะ

SmileySmileySmileySmileySmileySmiley

นี่เป็นผลการใช้งานเฉพาะบุคคลที่มีสภาพผิวและการดำเนินชีวิตที่ต่างกันนะคะ
เพื่อให้ได้ผลการทดลองใช้ที่แท้จริง ต้องทดลองด้วยตัวเองค่ะ
จึงจะตอบโจทย์สาวๆได้ว่า ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับคุณรึเปล่านะคะ Smiley

**ขอบคุณแบรนด์ Pretty Secret ที่มอบผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองใช้ได้ค่ะ**

Tri-Atkiline Plus ปรับโฉมใหม่ให้ดีกว่าเดิม


เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นุ่นได้โอกาสไปงานแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของ Goodskin มาค่ะ
วันนี้เลยขอจดเลคเชอร์ อ๊ะ…ไม่ใช่ เก็บข้อมูลมาฝากสาวๆกันค่ะ Smiley

สำหรับไอเท็มเด็ดที่ทางแบรนด์นำมาให้สาวๆได้ตื่นเต้นกัน ก็ไม่ใช่อะไรนะคะ
Tri-Atkiline Plus ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกได้ ทำให้ริ้วรอยจางลงได้ทันใจนั่นเอง

สำหรับหลอดนี้เป็นสูตรใหม่ที่ทางแบรนด์เค้าพัฒนาจากสูตรเดิมนะคะ
เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ผู้ใช้จะพึงพอใจมากที่สุด และปรับสูตรด้อยของตัวเดิมให้ดีขึ้นด้วยค่ะ

คุณสมบัติพิเศษที่สำคัญคือ ออกฤทธิ์ลดริ้วรอยทั้งทันที และในระยะยาวด้วย
เห็นผลทันที คือ ส่วนผสมลงไปเติมร่องลึกได้ในทันที
เห็นผลในระยะยาว คือ เนื้อครีมจะช่วยบำรุงและลดปัญหาริ้วรอยตั้งแต่ต้นเหตุ
ซึ่งคุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้ล่ะค่ะที่ผู้ใช้จะมั่นใจได้เลยว่าแก้ปัญหาได้ตรงจุดกันจริงๆ 

ทางแบรนด์เค้าอธิบายให้เราเข้าใจถึงหลักการทำงานของ Tri-Atkiline Plus แบบเข้าใจกันง่ายๆว่า
ริ้วรอยจางลงได้ก็เพราะในเนื้อครีมมีส่วนผสมที่จะสามารถทำงานได้ในทันที นั่นคือ

เนื้อแป้งรูปทรงกลม – ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก
Polymer – ช่วยดึงริ้วรอยให้เข้ามาชิดกันมากขึ้น
Nanoblend – ช่วยให้การปกปิดดูเรียบเนียนมากขึ้น

สำหรับส่วนผสมใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาทำให้แก้ปัญหาริ้วรอยได้ในระยะยาว
และแก้ปัญหากันตั้งแต่ต้นเหตุ ทำได้อย่างมีประสิทธภาพ ประกอบไปด้วย

กาตูไลน์® เอ็กซ์เพรสชั่น (Gatuline® Expression)
สกัดจากแอคเมลลา โอเลราชา (Acmella Oleraca) พืชจากอเมริกาใต้
ที่จะช่วยให้ริ้วรอย ที่เกิดจากการแสดงออกบนใบหน้า เช่นรอยตีนกา แลดูลดลง

คอมบุชกา™ พีเอช เอ็กซ์แทรค (Kombuchka™PH Extract)
สารสกัดจากชาดำรสหวาน (Sweet Black Tea) ที่ปลูกมากในรัสเซีย
และประเทศจีนนิยมดื่มเพื่อให้อายุยืน ที่ช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ
แลดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

อาร์ไกร์ไลน์® (Argireline®)
หรือ อเซทิล เฮกซาเพพไทด์ -3 (acetyl hexappeptide-3)
โปรตีนเปปไทด์ เตรียมผิวให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะฟื้นฟูสภาพผิวตามธรรมชาติ
ริ้วรอยที่มองเห็นได้จะดูลดลง เรียบเนียน แลดูเยาว์วัยขึ้น

ริ้วรอยต่างๆที่เกิดจากการแสดงออกทางอารมณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยซึ่งเกิดที่หน้าผาก
และระหว่างคิ้ว  หรือริ้วรอยที่เกิดจากการหัวเรา ที่อยู่รอบบริเวณดวงตาจนเป็นเส้นริ้ว
หรือแม้แต่ร่องริ้วรอยที่เกิดจากการยิ้มที่อยู่ระหว่างบริเวณจมูกกับปากที่สาวๆอยากเสกให้พ้นๆไปซะ
ที่ว่ามาทั้งหมด Tri-Atkiline Plus ช่วยได้ค่ะ 

มาดูผลการใช้งานที่นุ่นทกลองด้วยตัวเองกันดูค่ะว่า Tri-Atkiline Plus ทำได้จริงไม๊

เนื้อผลิตภัณฑ์ Tri-Atkiline Plus สีขาวนวล มีความข้นมาก แต่พอเกลี่ยแล้ว เนื้อครีมจะบางใสลง
ให้ความรู้สึกเบาสบายผิว เนื้อสัมผัสไม่หนักเหมือนสูตรเดิม และเกลี่ยได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย

จากรูปที่นุ่นลงบริเวณใต้ (หลังการลงเมคอัพ)
จะเห็นว่า เมื่อใช้แล้ว ริ้วรอยดูจางลงไปมาก ส่วนรอยบางๆแทบจะหายไปเลยนะคะ
โดยส่วนตัวรู้สึกเห็นผลเป็นที่น่าพอใจทีเดียว เชื่อว่าถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง ริ้วรอยต่างๆน่าจะจางลง

Tri-Atkiline Plus สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็นนะคะ
โดยใช้แทนครีมบำรุงที่เราใช้อยู่ทุกวันได้เลย หรือใช้ก่อนครีมบำรุงที่เราใช้ตามขั้นตอนต่างๆก็ได้ค่ะ
นอกจากนั้นยังสามารถใช้เติมระหว่างวันทับเครื่องสำอางได้ด้วยนะคะ

อยากให้เพื่อนไปทดลองประสิทธิภาพของ Tri-Atkiline Plus กันดูนะคะ
เพราะข้อมูลทั้งหมดที่นำมาฝากสาวๆ เป็นเพียงข้อมูลในการตัดสินใจเบื้องต้นเท่านั้น
สาวๆท่านไหนสนใจลองไปสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์กันดูได้เลย
เพื่อที่จะได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ตรงกับความต้องการของสาวๆ ค่ะ

ดูแลผิวให้อ่อนเยาว์ กับ aviance STEMACELL


 …

สวัสดีค่า วันนี้มีของใหม่มาแนะนำกันอีกแล้ว

ได้ aviance DermaceuticalEX Essential Cells Advanced Serum (STEMACELLTM)

มาทดลองใช้ประมาณ 2 เดือนแล้ว วันนี้เลยขอมาอัพเดทผลการใช้ค่ะ

ก่อนอื่นไปทำความรู้จักผลิตถัณฑ์ตัวนี้กันก่อนค่ะ

 …

มาร่วมต่อต้านความร่วงโรยครบทุกทิติ ทั้งปกป้อง ซ่อมสร้าง ยืดอายุให้กับผิวของเพื่อนๆ ด้วย

aviance DermaceuticalEX Essential Cells Advanced Serum (STEMACELLTM)

สุดยอดนวัตกรรมเพื่อผิวดูสวยใส เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์

ด้วยสารสกัดจากเซลล์ต้นกำเนิดมะเขือเทศที่เข้มข้นกว่า 35 ล้านเซลล์

ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์ผิวของเราฟื้นฟูตัวเองเหมือนพืชธรรมชาติ กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว

นำไปสู่การกำเนิดผิวใหม่ที่แข็งแรง และต่อสู่กับมลภาวะภานอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ค้นพบอัศจรรย์ สู่ผิวพรรณที่อ่อนเยาว์ กับ aviance STEMACELLTM

มะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ ซี และอี

ที่ช่วยเสริมสร้างพลังงานและขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผิวพรรณของเราให้คงความอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย

และด้วยสรรพคุณของน้ำสกัดจากดอกพีโอนี่เมื่อได้ผสานวิตามินรวมเข้าไปอีก

จะสามารถช่วยกระชับรูขุมขน พร้อมปรับสภาพผิวให้ละเอียด เนียนนุ่มน่าสัมผัส

รอยฝ้า กระ จุดด่างดำจางลง ด้วยสารสกัดจากดอกเดซี่ และเปลือกโบลโด

ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ แลดูกระจ่างใสขึ้น อย่างเห็นได้ชัด

ไม่มีความรู้เรื่อง Stem Cell ที่ถูกต้องแม่นยำมากนัก เลยงดแสดงความเห็นในจุดนี้นะคะ

แต่อ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์แล้วรู้สึกเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

เข้าไปหาข้อมูลจากคนที่เคยใช้ที่อัพเดทไว้ในเวบบอร์ดต่างๆก็ได้รับผลตอบรับที่ดี

ทำให้รู้สึกตื่นเต้นกับการทดลองใช้ในครั้งนี้ค่อนข้างมากเลยล่ะค่ะ

 …

มาดูที่เนื้อเซรั่มกันก่อนเลย เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นสีขาวขุ่น เหลว ไม่มีกลิ่น ซึมไวมากกสำหรับเซรั่มขวดนี้เราจะใช้เป็นตัวแรกก่อนลง Skin Care ตัวอื่นๆที่เราใช้อยู่เป็นประจำนะคะ

จากที่ทดลองใช้มา 2 เดือน รู้สึกถึงผิวที่ชุ่มชื้น รูขุมขนกระชับ สีผิวสม่ำเสมอขึ้น

ริ้วรอยต่างๆจะดูจางลง รอยกระที่มีดูจางลงไปบางส่วน รอยสิวเกิดใหม่ก็จางเร็วขึ้นกว่าเดิม

ตอนที่ลองใช้เดือนแรกนุ่นลองขวดนี้ขวดเดียวโดยไม่ใช้ skincare ตัวอื่นนอกจากอายครีม

ซึ่งเดือนแรกก็ยังไม่เห็นผลอะไรมาก พอเดือนที่สองเริ่มใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์อื่นๆก็เริ่มเห็นผลมากขึ้น

สิ่งที่เห็นชัดเจนคือผิวดูชุ่มชื้นขึ้น ผิวดูฟู ดูแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมทีเดียว (ความรู้สึกล้วนๆนะคะ)


สำหรับ aviance DermaceuticalEX Essential Cells Advanced Serum (STEMACELLTM) นี้

ใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอนค่ะ แต่จากที่ลองมาในตอนเช้าเราใช้เมคอัพหลายชิ้น

บางชิ้นที่เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อบาล์มหรือแบบสติ้กจะทำให้เกิดการเป็นขุยเล็กน้อยนะคะ

เพราะเกิดการจับกันเป็นก้อนเหมือนขี้ไคลขึ้น วันไหนอยากใช้รองพื้นหรือเบสที่เป็นเนื้อบาล์ม

แนะนำให้เว้นไปก่อนนะคะ เวลาแต่งหน้าจะได้ไม่เกิดขุยขึ้นค่ะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ก็จะเป็นขวดแก้วขนาดพอดีมือแบบนี้ค่ะ

น้ำหนักกำลังพอเหมาะ ไม่หลุดมือง่าย

โดยมีฝาปั๊มที่ทำให้การกดใช้เซรั่มสะดวกและสะอาดดีด้วย

ขวดดูเล็กแต่ก็ใช้ได้นานทีเดียวนะคะ นุ่นใช้มา 2 เดือน แต่ก็ยังเหลืออีกตั้งครึ่งเลย

สำหรับราคา ขวดนี้อยู่ที่ประมาณ 4000- ค่ะ

อ้อ…นอกจากวิธีปกติ เค้าก็มีวิธีนวดหน้าด้วยวิธีการ STEMACELLTM FACE FIT ด้วย

ซึ่งวิธีนี้เคยลองทำบ้้าง แต่เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลา เลยไม่ได้ทำต่อเนื่องนะคะ

แต่ทางแบรนด์เค้าเคลมมาว่า ทำแบบนี้เป็นประจำ ผิวหน้าจะดูอ่อนกว่าวัยแน่นอนค่ะ

เริ่มจาก แต้มเซรั่ม 5 จุดทั่วใบหน้า ค่อยๆเกลี่ยอย่างเบามือ ทิ้งไว้ให้เซรั่มซึมเข้าผิวสักพัก

วางนิ้วชี้-กลาง-นางลงบนท้องคิ้ว กดนิ้วลงแล้วดันไปทางขมับ เกร็งหน้าผากไว้

หลับตานับ 1-5 แล้วลืมตา ต่อจากนั้นหลับตานับ 6-10 แล้วลืมตา

ทำติดกัน 3 ครั้ง ถือเป็นการกระตุ้นให้เซรั่มทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์นี้อยู่แล้วแต่ไม่เคยลองวิธีนี้ก็ลองทำกันดูนะคะ

หน้าเด็กกว่าวัยใครๆก็อยากมีเนอะ


สำหรับผลการทดลองใช้เป็นผลเฉพาะบุคคลนะคะ

และผลิตภัณฑ์มีราคาค่อนข้างสูง ก่อนตัดสินใจซื้อควรศึกษาหาข้อมูลประกอบด้วยค่ะ

 

เติมน้ำให้ผิวด้วย Origins Make A Difference Plus+


หนาวนี้มีเซรั่มที่เหมาะกับอากาศแห้งๆใช้กันรึยังคะ

อันที่จริงบ้านเรานี่คงต้องบอกว่า ฤดูหนาวก็เหมือนผี…รู้ว่ามีแต่ไม่ค่อยจะเจอ

ว่าเข้าไปนั่น…ตามต่างจังหวัดคงพอจะมีอากาศหนาวเย็นให้สัมผัสกันบ้างนะคะ

แต่กรุงเทพฯนี่ถ้าลมหนาวมาทีล่ะก็…แทบจะปิดซอยเลี้ยงกันเลยทีเดียว Smiley

ที่บ่นถึงเรื่องอากาศหนาวก็เพราะว่า…อากาศหนาวก็มาพร้อมกับความแห้งของผิวเรานี่ล่ะค่ะ

สาวๆหลายคนอาจจะเจอปัญหาที่เวลาเข้าหน้า ผิวจะแห้งลอก แม้แต่คนผิวเกือบมันแบบนุ่นก็เป็นค่ะ

วิธีแก้ก็คงต้องพึ่งตัวช่วยอย่างเซรั่มดีๆสักขวดที่จะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวแห้งๆของเรานะคะ

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมานุ่นมีโอกาสได้ไปทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Origins

นั่นก็คือ Origins Make A Difference Plus+

ผลิตภัณฑ์ในไลน์ที่จะมอบความชุ่มชื่นและเติมน้ำให้กับผิว ซึ่งเหมาะมากๆกับช่วงหน้าหนาวที่จะมาถึงนี้

หรือแม้แต่สาวออฟฟิศที่ต้องอยู่ในห้องแอร์เกือบตลอดเวลา

หลายคนคงจะพอรู้กันอยู่แล้วนะคะว่าแบรนด์นี้เค้าเน้นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติ

และยังรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการนำบรรจุภัณฑ์เอากลับมารีไซเคิลใช้ไหมอีกด้วย

เรียกว่าถ้าเราซื้อหามาใช้ นอกจากจะได้ผิวสวยๆแล้ว ยังได้ช่วยเหลือสังคมทางอ้อมด้วย

 …

กลับมาพูดถึง Origins Make A Difference Plus+ กันต่อค่ะ

สำหรับคุณสมบัติสำคัญของ Make A Difference Plus+ ก็อย่างที่บอกขั้นต้นค่ะ

คือคืนความชุ่มชื่นให้ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ มีริ้วรอย มอบการทำงาน 2 ขั้นตอนด้วยพลังธรรมชาติ

ของ Rose of Jericho สกัดเข้มข้น ประสิทธิภาพสูง ช่วย ปรับสมดุลน้ำในผิวให้เต็มอิ่มทันที

พร้อมเสริมพลังด้วย Padina Pavonica ฟื้นฟูชั้นผิวให้ดูกระชับ และเนียนเรียบขึ้น

และนี่คือหน้าตาของดอก Rose of Jericho พืชทะเลทรายที่สามารถเก็บกักน้ำได้เป็นอย่างดีค่ะ

เห็นหน้าตาแบบนี้ยังไม่แห้งตายนะคะ เดี๋ยวพอได้น้ำ เค้าก็จะกลับไปเขียวชอุ่มสดชื่นเลยค่ะ

เปรียบเทียบให้ดูว่าซ้ายมือคือตอนก่อนได้รับน้ำนะคะ

และด้านขวามือคือได้รับน้ำไปประมาณครึ่ง ชม. จะเห็นว่าความชุ่มชื่นเริ่มกลับมา

คล้ายๆกับผิวเรานี่ล่ะค่ะ พอเติมน้ำให้ผิว ผิวก็จะสดชื่นเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดี

สำหรับ  Origins Make A Difference Plus+ นี้เป็นสูตรใหม่ค่ะ

ที่จะช่วยเติมน้ำให้ผิวที่ต้นเหตุความแห้งกร้านอย่างล้ำลึก ฟื้นบำรุงผิวเสื่อมสภาพ

และยังคงความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างยาวนานด้วย

ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะมีกลิ่นหอมเหมือนผลไม้ป่าจากธรรมชาติเลย

กลิ่นที่เราได้ก็เหมือนจะช่วยสร้างความผ่อนคลายไปในตัวด้วยนะคะ

ที่นี้มาดูที่ละชิ้นนะคะว่ามีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

เริ่มกันที่ Make A Difference  Plus+ Rejuvenating Treatment

ตัวนี้เป็นทรีทเมนต์ที่ ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

เป็นเนื้อเจลที่เนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิวเร็วมาก ไม่เหนียว ไม่มันเยิ้ม สบายผิวมากๆ

คุณสมบัติของตัวนี้ คือจะช่วยปลอบประโลมผิว

และทำให้ริ้วรอย หมองคล้ำแห้งเสียดูจางลงและผิวดีขึ้นค่ะ
 …

ต่อด้วย Make A DifferenceTM Plus+ Rejuvenating Moisturizer 

เป็นมอยส์เจอร์ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น แล้วก็รักษาความชุ่มชื้นของผิว

ถึงเป็นมอยส์เจอร์แต่เนื้อครีมกับเบามาก ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว

ให้ความรู้สึกผิวอิ่มน้ำ ผิวไม่แห้งตึง ชุ่มชื่นมากๆค่ะ

ปิดท้ายด้วย Make A DifferenceTM Plus+ Rejuvenating Serum

เซรั่มเนื้อเหลวสีขาวขุ่น ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเร็วเราว่าทาแล้วรู้สึกผิวมันนุ่มขึ้น

ชุ่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกเลยว่าช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าได้ดีมากค่ะ

ใครสนใจชิ้นไหนเป็นพิเศษลองแวะไปทดลองผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ

ลองใช้ที่ละขวดก่อนก็ได้ ถ้าได้ผลเป็นที่น่าพอใจค่อยๆลองชิ้นอื่นเพิ่มค่ะ

ท้ายสุดต้องขอบคุ Origins ที่ชวนไปร่วมทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆด้วยค่า

Divinia ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับผิวที่บอบบาง


 

สวัสดีค่ะ กลับมาอัพเดทบล็อกเรื่องสวยๆงามๆกันอีกแล้ว

วันนี้มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เพิ่งวางจำหน่ายในร้านวัตสันมาแนะนำค่ะ


“ดีวิเนีย” (Divinia)  เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดไต้หวัน
และชุดทำความสะอาดผิวหน้าเซ็ตนี้ล่ะค่ะ ที่ขายดีมากๆ
คุณสมบัติพิเศษของไลน์นี้คือ ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก
ด้วยส่วนผสมต่างๆในผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยทำให้นุ่ม ชุ่มชื่น
ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง มีความอ่อนโยน จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว
ใครที่มีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย เซ็ทนี้ช่วยคุณได้มาดูกันค่ะว่าแต่ละชิ้นมีอะไรน่าสนใจกันบ้าง…

เริ่มที่ขวดแรก  Divinia Deep Cleansing Oil
ออยชำระล้างเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ระคายเคืองต่อผิว
แต่อ่อนโยนต่อผิวด้วยส่วนผสมของโจโจบา ออยล์และวิตามินอีเนื้อออยเมื่อนวดไปบนผิวแล้วสามารถละลายคราบเครื่องสำอางออกมาได้หมดจดดีค่ะ
หลังใช้แล้วรู้สึกผิวนุ่มไม่แห้งตึง  ล้างเครื่องสำอางออกได้ง่ายดายเลยค่ะ…

ชิ้นต่อมาคือ  Divinia Lip and Eye Make Up Remover
ขวดนี้ไม่มีแอลกอฮอล์ เหมาะกับผิวบอบบางบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากมาก
สามารถทำความสะอาดได้ทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีม และเนื้อฝุ่น
รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ติดทนนานด้วยค่ะ
จากรูป มีทั้งมาสคาร่ากันน้ำ อายแชโดว์เนื้อครีมและเนื้อฝุ่น
อายไลน์เนอร์แบบลิควิดติดทนนาน ไลน์เนอร์แบบดินสอเนื้อแว็กซ์
และลิปสติกสีเข้มแบบติดทนตลอดทั้งวัน แปะทิ้งไว้เพียงแป๊ปเดียว
ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นสามารถลบออกได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ…

สองชิ้นสุดท้ายคือ   Divinia Gentle Facial Foam
และ Divinia Amino Acid Facial Cleanser
ผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดหน้าแบบมีฟองและไม่มีฟองค่ะDivinia Amino Acid Facial Cleanser มีค่าph เป็นกลาง เป็นโฟมไม่มีฟอง ไม่ก่อให้เกิดสิว
อ่อนโยนต่อผิว หลังล้างหน้าไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ผิวนุ่มชุ่มชื้นค่ะDivinia Gentle Facial Foam โฟมล้างหน้าแบบมีฟอง
เนื้อฟองหนานุ่ม หอมสดชื่น ทำความสะอาดผิวหน้าได้สะอาดหมดจด
ผิวนุ่มไม่แห้งตึงหลังล้างหน้าค่ะ


ถือว่าทั้ง 4 ชิ้นใช้แล้วประทับใจมากค่ะ ทำความสะอาดผิวได้สะอาดดี
ที่ชอบมากคือใช้แล้วผิวไม่แห้งตึง และผิวนุ่มดีด้วยค่ะ
เพื่อนๆคนไหนสนใจลองแวะดูกันได้ที่ร้านวัตสันนะคะ

Review : Nivea Visage Pure& Natural Anti-Wrinkle


 

เปิดไปเห็นนิตยสาร Cleo ฉบับนี้เค้าเลือกผลิตภัณฑ์ความงามมากมาย
มาจัดอันดับเป็น Cleo Hall of Frame 2012 ซึ่งก็มีหลายชิ้นเลยที่เราเคยได้ใช้ด้วย

วันนี้เลือกเอาผลิตภัณฑ์ ‘Nivea Visage Pure& Natural‘ ที่กำลังใช้อยู่มารีวิวกันค่ะ

Nivea Visage Pure& Natural ได้รับเลือกให้อยู่ในหมวด Anti-Wrinkle
เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่มต่อต้านริ้วรอย
โดยจัดให้เป็น Best For Everyday Anti-Aging For 20s Something Girl
ถึงเราจะไม่ใช่สาวในวัย 20 ต้นๆแล้ว แต่ก็สามารถใช้ได้นะคะ

สำหรับ Nivea Visage Pure& Natural Anti-Wrinkle ที่ใช้สลับกับครีมอื่นๆอยู่ในตอนนี้
เค้ามีทั้งแบบ Day Cream และ Night Cream ค่ะ
ซึ่งก็จะใช้สลับกับครีมตัวเดิมๆที่ใช้อยู่โดยที่จะดูสภาพอากาศเป็นหลักนะคะ
ส่วนหลอดใหญ่นั่นเป็นครีมทาผิวสูตรปกป้องแสงแดดที่เหมาะกับอากาศร้อนๆแบบนี้มาก

ขอบอกข้อมูลผลิตภัณฑ์กันสักนิดนะคะ

Nivea Visage Pure& Natural Anti-Wrinkle
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องการลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย
ช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิวใหม่ตามธรรมชาติ และชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
ให้ผิวดูกระชับ เต่งตึง ดูเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ
ด้วยคุณสมบัติของน้ำมันอาร์แกนสีทองจากโมร็อกโกที่อุดมด้วยวิตามินอี
และผลเบอร์ด๊อกซ์ ที่มีช่วยลดเลือน และต่อต้านริ้วรอย

ช่วงนี้อากาศชื้นเพราฝนชุก บางวันผิวก็ต้องการการดูแลเป็นพิเศษก็จะเลือกใช้เซ็ทนี้ค่ะ
เพราะเนื้อครีมมีความข้น และเนื้อหนักพอสมควร ถ้าทาในวันที่อากาศร้อนมากๆ
ผิวเกือบมันแบบนุ่นจะรู้สึกว่ามันมากไปนิดนึง ไม่ค่อยสบายผิวเท่าที่ควร
บางคนอาจชอบเนื้อครีมที่ให้ความชุ่มชื่นมากๆๆ แต่ส่วนตัวแล้วชอบครีมที่เนื้อเบาๆ ซึมเร็ว
วันไหนร้อนมากๆ เลยเลือกหยิบอันอื่นใช้แทนค่ะ

เนื้อครีมของ Day Cream และ Night Cream จะเป็นเนื้อสีขาวข้นเหมือนกันเลยค่ะ
หลังจากที่เราทาเนื้อครีมไปบนผิวแล้ว ครีมบำรุงจะเคลือบผิวเราไว้แล้วค่อยๆซึมสู่ผิวช้าๆ
ใครที่ชอบเนื้อครีมๆหนักๆข้นๆแบบนี้น่าจะถูกใจนะคะ

ผลลัพธ์ที่ได้สำหรับคู่นี้คือ ผิวจะนุ่มและรู้สึกแน่นขึ้นค่ะ
คือไม่ได้รู้สึกในทันที แต่เวลาที่เราสังเกตุผิวตัวเองที่เราต้องสัมผัสอยู่ทุกวัน
ก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนะคะ ไม่ใช่ฟีลที่เห็นผลปุ๊ปปั๊ปอะไรขนาดนั้นค่ะ

นุ่นใช้สองขวดนี้สลับกับครีมตัวอื่นๆมาได้เกือบๆหนึ่งเดือนก็ถือว่าเห็นผลเล็กน้อยนะคะ
คงต้องใช้ต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

จากผิวหน้าก็มาถึงผิวกายกันบ้าง
ช่วงหลังๆ นีเวียเค้าก็ทำครีมบำรุงสำหรับผิวกายออกมาหลายสูตรนะคะ
ซึ่งปกตินุ่นจะใช้พวกกันแดดของเค้าอยู่บ้าง แต่ยอมรับว่าใช้ไม่เคยหมดขวดเลย
เพราะกันแดดส่วนใหญ่เนื้อจะเหนียวหนึบมาก ทาแล้วโดนแดด เหงื่อไหลปุ๊ป เละปั๊ป

แต่  Nivea Body Intensive Moisture Serum Spf25 หลอดนี้เนื้อค่อนข้างเบามาก
ที่ชอบคือซึมเร็ว และไม่ทิ้งความเหนียวไว้ อยู่ในห้องแอร์ก็ชุ่มชื่นผิวดี ออกไปข้างนอกก็กันแดดได้

สำหรับตัวนี้เค้ามีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื่นของผิวได้ยาวนานหลายชั่วโมง
ช่วยให้ผิวที่แห้งกร้านแห้งลอก ดูอิ่มน้ำมากขึ้น ถึงจะมีสารกันแดดผสมอยู่ แต่ก็ไม่เหนียวเหนอะ

เป็นคนผิวตัวแห้งและเป็นขุยง่ายมาก หลอดนี้เลยถือว่าช่วยได้เยอะเลย
ตอนนี้นุ่นก็ใช้หลอดนี้เป็นประจำ คือเอาทิ้งไว้ที่ออฟฟิศไว้ทาระหว่างวันกับช่วงพักเที่ยงด้วย

สำหรับทั้งสามชิ้นนี้นุ่นคิดว่าเหมาะกับน้องๆนักศึกษามาก เพราะราคาไม่แพงเกินไป
และให้ผลการใช้ที่ดี ยิ่งน้องๆเด็กๆที่ผิวดีอยู่แล้ว เราเลือกใช้ครีมบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิว
จะช่วยดูแลผิวเราให้ดีขึ้นนะคะ ดูแลกันตั้งแต่ตอนนี้ จะได้มีผิวสวยกันไปนานๆค่ะ

ท้ายสุดต้องขอบคุณทางแบรนด์ Nivea ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้ด้วยนะคะ

Pond’s Flawless White Naturals


 

สวัสดีค่ะ วันนี้มีของใหม่มาอัพเดทกันอีกแล้ว
Pond’s Flawless White Naturals เป็นผลิตภัณฑ์อีกไลน์หนึ่งของพอนด์สค่ะ
จริงๆรุ่นนี้ก็ออกวางจำหน่ายมานานแล้วเหมือนกันนะคะ แต่ยังไม่ค่อยเห็นใครหยิบมารีวิวเท่าไหร่
นุ่นมีโอกาสได้ลองใช้มาสักพักแล้ว วันนี้เลยขอมาบอกเล่าผลการใช้ให้ทราบกันค่ะ

สำหรับสองชิ้นที่จะพูดถึงในวันนี้คือ
Pond’s Flawless White Naturals Day Cream
และ Pond’s Flawless White Naturals Gental Exfoliating Foam

ซึ่งส่วนผสมหลักๆใน Pond’s Flawless White Naturals ทั้งสองชิ้นนี้ก็คือ “ใบคามิเลีย”
ที่สกัดจากส่วนที่ดีที่สุดของใบคามิเลียทำหน้าที่ประสานประสิทธิภาพกับวิตามิน E วิตามิน B3
ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ เผยผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างอ่อนโยนและเป็นธรรมชาติ
พร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดด ช่วยไม่ให้ผิวกลับไปหมองคล้ำอีก

ซึ่งใบคามิเลียจะทำหน้าที่ช่วยลดเลือนความหมองคล้ำและจุดด่างดำ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส
ส่วนวิตามิน E ทำหน้าที่ฟื้นบำรุงผิวให้แลดูสวยและสุขภาพดี
ส่วนผสมตัวสุดท้าคือวิตามินบีสาม จะช่วยเผยผิวให้กระจ่างใส อย่างเป็นธรรมชาติ

ทีนี้เราก็มาทำความรู้จักเจ้าใบคามิเลีย (Camellia leaf) กันสักนิดนะคะ
ใบคามิเลีย จัดเป็นสายพันธุ์พืชชนิดหนึ่งจากเทือกเขาหิมาลัยที่มีโพลีฟีนอลส์
สารแอนตี้ออกซิแด๊นท์ชนิด EGCG (Epigallocatechin-3-Gallate)อันทรงประสิทธิภาพทางด้านความงาม
โดยถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมหลักที่สำคัญของชุดผลิตภัณฑ์พอนด์ส ฟลอเลสไวท์ เนเชอรัลส์
ด้วยคุณสมบัติเด่นในเรื่องการลดเลือนความหมองคล้ำของผิวพรรณ
โดยเมื่อเซลล์ผิวเก่าถูกขัดออกหรือลอกออกโดยธรรมชาติผ่านกระบวนการชำระล้าง
สารสกัดในใบคามิเลียจะซึมซาบเข้าบำรุงเพื่อช่วยเผยผิวสวยกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติพร้อมกับลดเลือนจุดด่างดำ

ขอพูดถึง Pond’s Flawless White Naturals Day Creamกันก่อนนะคะ
ขวดนี้เป็นขนาด 50 กรัม ราคา 229 บาท
เป็นครีมบำรุงผิวสำหรับช่วงเช้า ใช้บำรุงผิวก่อนแต่งหน้า เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น
และถ้าใช้เป็นประจำต่อเนื่อง ผิวจะดูสว่างใสขึ้น และผิวจะเนียนนุ่ม แลดูเป็นสาวที่มีสุขภาพผิวดี

เปิดขวดให้ดูว่าเค้ามีฝาพลาสติกปิดอีกชั้นเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่จะปนเปื้อนในเนื้อครีมด้วย
แพคเกจเป็นขวดแก้วดีไซน์เก๋ ฝาบิดเกลียวปิดล็อกสนิทแน่นหนาดีค่ะ

เนื้อครีมของ Pond’s Flawless White Naturals Day Cream รุ่นนี้มีความเข้มข้น
เนื้อสัมผัสค่อนข้างเหนียว แต่ซึมเร็ว คือทาแล้วทำอะไรเพลินๆสักพักก็ซึมแล้วค่ะ
ใครที่คิดว่าจะต้องเหนียวเหนอหนะแน่ๆ ก็สบายใจได้เลยว่ารุ่นนี้ไม่ทิ้งความเหนียวให้รำคาญผิวเลย
ครีมรุ่นนี้จะผสมน้ำหอมด้วย กลิ่นไม่ฉุนมาก หอมอ่อนๆกำลังดีค่ะ

รุ่นนี้ค่อนข้างให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดีทีเดียวนะคะ คนที่ผิวแห้งเหมาะมากๆเลย
ส่วนคนที่ผสมหรือคนที่ผิวมันก็ใช้ได้ค่ะ เพราะไม่ทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้นเลย
ถ้าใครที่ไม่ได้แต่งหน้าลงบำรุงแล้วลงแป้งฝุ่นต่อก็ได้ค่ะ
แต่ถ้าในกรณีที่ต้องเจอแดดแรงๆอย่าลืมลงกันแดดเพิ่มด้วยนะคะ


อีกชิ้นคือ Pond’s Flawless White Naturals Gental Exfoliating Foam
โฟมล้างหน้าที่ช่วยขจัดความมันและสิ่งสกปรกบนใบหน้า
พร้อมกับมีเม็ดบีดส์ที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อสภาพออก ทำให้ใบหน้าดูสว่างสดใส
หลอดนี้ราคา 109 บาท ใช้ได้นานหลายเดือนเลยค่ะ

เนื้อโฟมล้างหน้าของพอนด์สเกือบทุกรุ่นที่เคยใช้จะมีเนื้อที่ค่อนข้างแน่นและเนียน
ในรุ่นที่มีเม็ดบีดส์ เจ้าตัวเม็ดบีดส์ก็จะมีขนาดเล็ก ไม่ใหญ่จนทำร้ายผิวหน้ามากเกินไป


โฟมรุ่นนี้มีกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนกับเราล้างหน้าอยู่ในสวนดอกไม้เลยค่ะ
เม็ดบีดส์สีฟ้าขนาดเล็กมากๆ ละเอียดกลมกลืนไปกับเนื้อโฟม
ล้างหน้าได้สะอาดหมดจดดี หลังล้างหน้ารู้สึกผิวสะอาด แต่ไม่แห้งตึงเลย
เคล็ดลับสำคัญคือ หลังล้างหน้าแล้วเราควรเช็ดผิวแค่หมาดๆ แล้วลงครีมบำรุงทันที
วิธีนี้จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้ยาวนาน และริ้วรอยก็จะมาเยือนเราช้าลงค่ะ


แต่เราควรล้างหน้าด้วยโฟมที่มีเม็ดบีดส์สครับหน้าแบบนี้อาทิตย์ละครั้งก็พอนะคะ
เพราะ้าใช้ทุกวันจะเป็นการรุนแรงกับผิวหน้า และก่อให้เกิดริ้วรอยมากขึ้นด้วย

สำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งสองชิ้นนี้เน้นในเรื่องช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใส
ถ้าจะให้เห็นผลที่ชัดเจนเราจำเป็นต้องใช้ต่อเนนื่องเป็นประจำนะคะ จะได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ


สาวๆท่านไหนที่สนใจ ลองแวะไปทดลองผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ
ราคาทั้งสองชิ้นนี้ก็ไม่สูงมาก สามารถซื้อได้ในราคาสบายกระเป๋าเลยค่ะ

Review : Smooth E Baby Face Foam


ถ้าพูดถึงโฟมล้างหน้าแบบไม่มีฟอง ยี่ห้อแรกที่หลายๆคนนึกถึงก็คงไม่พ้น Smooth E แน่ๆเลย
ใช่แล้วล่ะค่า วันนี้จะมาบอกเล่าถึงประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอบอกสักนิดว่าไม่เคยใช้โฟมแบบไม่มีฟองเลยนะคะ
เพราะรู้สึกว่ายังไงก็ไม่มั่นใจว่าล้างหน้าได้สะอาดรึเปล่า
แต่ผลที่ได้ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนความคิดเราไปได้เลยทีเดียวล่ะค่ะ


Smooth E Babyface Foam
สูตรไม่มีฟองหลอดนี้
จากฉลากของผลิตภัณฑ์เคลมว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิวอุดตัน สิวอักเสบได้
เพราะเค้ามีเทคโนโลยี NON-IONIC (NIS) 100 % ที่ไม่ผสมสารลดแรงตึงผิว
จึงไม่ทิ้งสารตกค้างอันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว
นอกจากนั้นก็ยังมีส่วนผสมหลักที่มีวิตามิน อี ซึ่งวิตามินอีก็จะทำหน้าที่เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

เคยอ่านเจอข้อมูลจากนิตยสารหลายเล่มเค้าบอกว่า
คนที่ผิวแห้งมากๆจะมีริ้วรอยเกิดขึ้นไวกว่าคนผิวมัน เพราะผิวขาดความชุ่มชื้น
ถ้าผิวเราคงความชุ่มชื้นไว้ได้นาน ก็จะเป็นการชะลอริ้วรอยทั้งหลายที่จะมาเยือนอีกด้วย

เนื้อโฟมเค้าจะมีลักษณะคล้ายๆกับครีมโฟมของโฟมล้างหน้าทั่วไป
มีความแน่นหนึบของเนื้อครีม แต่ถึงจะเป็นเป็นโฟมสูตรไม่มีฟอง
เวลาที่เราถูไปบนผิวหน้าเปียกๆของเราก็ไม่รู้สึกฝืดใดๆนะคะ

โฟมไม่มีฟองแบบนี้ เราแค่นวดวนไปบนผิวหน้าเบาๆก็พอนะคะ
ไม่ต้องถูแรงๆเหมือนตอนใช้โฟมแบบมีฟอง
เพราะแบบนั้นจะเป็นการทำลายผิวหน้าเราจนเกินไปค่ะ
ค่อยนวดๆวนให้ทั่วใบหน้าจนรู้สึกสะอาดก็พอแล้วล่ะค่ะ

สำหรับโฟมล้างหน้าทั่วๆไปก็จะมีค่า pH คือความเป็นกรดเป็นด่างของผลิตภัณฑ์ต่างๆกันไปนะคะ
บางยี่ห้ออาจมีความเป็นกรดสูง หรือในบางยี่ห้อก็อาจจะมีความเป็นด่างสูง
ซึ่งก็จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าของเราเกิดการระคายเคือง หรืออาการแพ้ได้
สำหรับ Smooth E Babyface Foam หลอดนี้มีค่า pH Balance
คือมีค่าความสมดุลของกรดด่างตามธรรมชาติของผิว
ซึ่งความสมดุลตรงนี้จะช่วยลดอาการแพ้และระคายเคืองต่อผิวเราได้มากเลยล่ะค่ะ

ปกติเป็นคนที่ชอบโฟมล้างหน้าแบบที่มีฟองนุ่มๆ รู้สึกว่าล้างแล้วหน้าสะอาดหมดจดดี
เพราะเราเป็นคนผสม บางทีผิวหน้าผลิตน้ำมันออกมามาก
ถ้าทำความสะอาดไม่หมด สิวอุดตัน หรือ สิวอักเสบอาจเกิดขึ้นได้
พอได้ Smooth E Babyface Foam มาลองก็แอบหวั่นๆ เพราะไม่เคยใช้โฟมแบบไม่มีฟองเลย
แต่พอได้ลองใช้แล้วก็รู้สึกประหลาดใจที่โฟมไม่มีฟองแบบนี้
ทำความสะอาดผิวหน้าเราได้สะอาดหมดจดไม่แพ้โฟมแบบมีฟองเลยค่ะ

ในวันแรกๆที่ทดลองใช้เราอาจรู้สึกเหมือนล้างหน้าไม่สะอาดรึเปล่า เพราะผิวเหมือนมีอะไรเคลือบไว้
แต่พอใช้ทุกๆวัน รู้สึกได้เลยว่าหน้าสะอาดดีมากๆ เพราะพอลองใช้โทนเนอร์เช็ดผิวดู
สำลีก็ยังสะอาดเหมือนใหม่ แปลว่าเราล้างหน้าได้หมดจดดีแล้วล่ะค่ะ

หลังล้างหน้าก็ไม่รู้สึกว่าผิวแห้งตึง รู้สึกผิวยังคงความชุ่มชื้นอยู่ แต่ไม่มีความมันตกค้าง
และยังให้ความรู้สึกถึงโฟมที่มีความอ่อนโยนต่อผิวหน้า ไม่เกิดความระคายเคืองหลังการใช้
จากวันแรกที่ใช้ จนถึงวันนี้ ใกล้จะหมดหลอดแล้ว ยังไม่มีอาการแพ้เกิดขึ้นเลย
ถือว่าโฟมไม่ฟองหลอดนี้สอบผ่านสำหรับคนผิวผสมแบบนุ่นนะคะ
คงได้ลองสูตรอื่นๆของ ได้ Smooth E ในครั้งต่อๆไปแน่นอนค่ะ


ขอทิ้งท้ายด้วยเคล็ดลับการล้างหน้าอย่างถูกวิธีกันนะคะ

การล้างหน้าไม่ใช่การทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ อย่าได้รุนแรงกับใบหน้าเป็นอันขาด

ควรใช้วิธีการลูบไล้ผิวหน้าอย่างเบามือและอ่อนโยนที่สุด

การล้างหน้าแบบถูใบหน้าแรงๆ ส่งผลให้เกิดริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
การลูบโฟมบนใบหน้า ควรลูบไปในทิศตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงเสมอเพื่อชลอการเกิดริ้วรอย

และควรใช้ผ้าขนหนูแยกจากผ้าเช็ดตัว ควรมีผ้าขนหนูสำหรับใบหน้าโดยเฉพาะ
และซับหน้า เบาๆหลังจากล้างหน้า

สำหรับความเชื่อผิดๆ เช่น น้ำเปล่าล้างได้ดีที่สุด ไม่เป็นความจริง
เพราะน้ำเปล่าไม่สามารถล้างสิ่งตกค้าง ความมันออกไปได้
โดยเฉพาะบ้านเราที่มีมลภาวะทางอากาศมากมาย
ทั้งฝุ่นควันและฝุ่นละอองตกค้าง ควรล้างหน้าให้สะอาดหมดจดนะคะ

การล้างหน้า เป็นวิธีขั้นพื้นฐานที่จะนำไปสู่สุขภาพผิวดี และทำให้แลดูอ่อนกว่าวัยได้
ดังนั้นอย่าละเลยต่อข้อปฏิบัติเหล่านี้กันนะคะ จะได้มีหน้าสวยใสกันไปนานๆค่ะ

แนะนำครีมลดริ้วรอยแบรนด์ใหม่จากอเมริกา Kinerase (ไคเนเรส)


หลายคนคงยังไม่คุ้น หรืออาจจะยังไม่เคยได้ยินชื่อของแบรนด์นี้กันนะคะ
วันนี้ขอแนะนำให้รู้จักกับ Kinerase เวชสำอำงชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา
ที่ตอนนี้ก็กำลังจะนำมาวางจำหน่ายในบ้านเราช่วงเดือนสิงหาคมนี้แล้วล่ะค่ะ
สำหรับ Kinerase ที่วางขายในเอเชียได้รับการพัฒนาสูตรให้อ่อนโยน
และผลิตให้เหมาะกับสภาพผิวของชาวเอเชียโดยเฉพาะ
Kinerase มีการพัฒนาสินค้าขึ้นที่ห้องแล็ปผลิตเครื่องสำอางค์ที่ญี่ปุ่นและผลิตที่สิงคโปร์ค่ะ

มาดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Kinerase กันบ้างค่ะ
Kinerase เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมหลักของ Kinetin (ไคเนติน)
ซึ่งเป็น Bio Growth Factor สำหรับเซลล์สิ่งมีชีวิตที่ถูกค้นพบในปี 1955
โดยจะทำหน้าที่ช่วยชะลอ และยับยั้งกระบวนการเสื่อมของเซลล์ผิว
สนับสนุนการเพิ่มจำนวน และการปรับตัวของเซลล์ผิว
ทำให้โครงสร้ำงพื้นฐานของผิวแข็งแรง และมีความยืดหยุ่น
โดยจะไม่เร่งการผลัดชั้นผิว หรือลอกเซลล์ผิวออก
แต่จะทำให้องค์ประกอบของชั้นผิวเพิ่มจำนวนในปริำมาณที่เหมาะสม
ทำให้ร่องลึกและริ้วรอยแลดูตื้นขึ้น พร้อมทั้งทำให้สีผิวแลดูจางลงมีสีผิวที่สม่ำเสมอ

ส่วนผสมต่างๆบนฉลากผลิตภัณฑ์ค่ะ

นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังเครมคุณสมบัติที่น่าสนใจเพิ่มมาให้อีกด้วยว่า
สำหรับคนที่ทำการรักษาริ้วรอยด้วยเลเซอร์ หรือทรีทเมนต์ผิวสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้ได้
เพราะจะช่วยให้เห็นผลดียิ่งขึ้น และยังสามารถใช้ร่วมกับ Moisturizer อื่นๆได้

Kinerase ก็จะมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายชิ้นเลยทีเดียวค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

Kinerase Gentle Daily Cleanser
ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำหอม และ Paraben (วัตถุกันเสีย)

Kinerase Hydrating Antioxidant Mist
เป็น Dual function คือเป็นได้ทั้งโทนเนอร์และสเปรย์ระหว่าำงวันเพื่อคืนความสดชื่นสู่ผิว

Kinerase C6 Peptide Intensive Treatment
ครีมบำรุงผิวเข้มข้น ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าและช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอและเรียบเนียน

Kinerase Cream และ Kinerase Lotion
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยลดริ้วรอย และคงความชุ่มชื่นให้กับผิว

และ Kinerase Eye Cream
อายครีมที่บางเบา ทำให้ผิวชุ่มชื่นคืนความอ่อนเยาว์ให้กับดวงตา ช่วยให้ริ้วรอยรอบดวงตาจางลง

ซึ่งนุ่นมีโอกาสได้ทดลองใช้ Kinerase Cream มาเกือบเดือนแล้วล่ะค่ะ
วันนี้เลยขอแชร์ผลการใช้งานให้เพื่อนๆได้เก็บไว้เป็นข้อมูลกัน

Kinerase Cream มีส่วนผสมของ Kinetin ปริมาณ 0.1%
ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นและลดเลือนริ้วรอย โดยเฉพาะรอยเหี่ยวย่นบริเวณหางตา
และยังคงความชุ่มชื่นให้กับผิวเป็นอย่างดี
นอกจากนั้นยังช่วยปรับสีผิวที่เกิดจากการเพิ่มของการผลิตสีในเฉพาะจุด(hyperpigmentation) ให้เท่ากัน
และยังช่วยป้องกันจุดด่างดำที่เกิดจากรังสี UV ในแสงแดดได้อีกด้วย

Kinerase Cream ที่นุ่นใช้หลอดนี้เป็นสูตรพิเศษเฉพาะสำหรับผิวธรรมดาและผิวแห้ง
เป็นสูตร Hypoallergenic ที่ลดอาการแพ้และไม่มีส่วนผสมของ comedogenic (ไม่ก่อสิว)
ไม่ใส่สี และกลิ่นสังเคราะห์ใดๆทั้งสิ้น

Kinerase ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าสามารถลดริ้วรอย โดยเฉพาะบริเวณหางตา
Kinerase คงความเรียบเนียน ไร้ริ้วรอย และลดรอยจุดด่ำงดำในผิวให้หายไป

สภาพผิวโดยรวมไม่ค่อยมีริ้วรอยมากนัก จะมีชัดเจนบริเวณใต้ตา และระหว่างคิ้ว
สีผิวไม่สม่ำเสมอ มีรอยคล้ำใต้ตา มีรอยสิวบ้างเล็กน้อย และมีกระเยอะบริเวณโหนกแก้ม

สำหรับผลการใช้งานของนุ่นผลที่ได้คือ
ผิวดูชุ่มชื้นขึ้น ไม่มีอาการแพ้ใดๆเกิดขึ้น ริ้วรอยบางๆที่ดูจางลงเล็กน้อย
ริ้วรอยร่องลึกบริเวณใต้ตายังไม่จางลง คงต้องใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องน่าจะเห็นผลที่ชัดเจน
สีผิวดูสว่างสม่ำเสมอกันดี เนื้อครีมข้นหนักแต่ไม่มัน ทาสักพักก็ซึมเข้าสู่ผิวได้ดี
ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะให้รู้สึกไม่สบายผิว ภาพรวมของผิวดูดีขึ้นจากเดิมเยอะเลยค่ะ

จากข้อมูลของแบรนด์มีข้อแนะนำว่า
Kinerase จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง และจะเริ่มเห็น ผลใน 4-8 สัปดาห์ และจะเห็นผลที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ
โดยส่วนตัวใช้มาประมาณ 3 สัปดาห์ รู้สึกถึงสภาพผิวที่ค่อยๆดีขึ้น เชื่อว่าถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง ริ้วรอยและปัญหาผิวต่างๆน่าจะดีค่ะ

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจในผลิตภัณฑ์ต่างของ Kinerase ก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.kineraseasia.com/th
http://www.facebook.com/KineraseThailand

ขอบคุณ Kinerase ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้ด้วยค่ะ

Clinique Pore Refining Solution


สาวๆที่มีปัญหาผิวมัน สังเกตุเห็นเหมือนกันไม๊คะว่า…ผิวเราจะหมองเร็วกว่าคนผิวแห้ง
และพอหน้าหมองแบบยังไม่ทันครึ่งวันเนียะ เล่นเอาเราหมดความมั่นใจกันเลยทีเดียว

หลายคนคงเป็นเหมือนกันอีกอย่างคือ เสาะหาผลิตภัณฑ์ที่คุมมันให้ผิวเราอยู่ทนได้ทั้งวัน
ซึ่งก็คงจะไม่มีแน่ๆ สำหรับนุ่น ไม่ต้องทนทั้งวันก็ได้นะ แต่พอคุมมันไม่ให้มันเยิ้มเร็วก็พอละ

วันนี้มีผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Clinique มาแนะนำกันค่ะ
นั่นคือชุดผลิตภัณฑ์ Clinique Pore Refining Solution ที่เหมาะสำหรับสาวผิวมันโดยเฉพาะเลย
ซึ่งประกอบไปด้วย Correcting Serum, Stay-Matte Hydrator, Instant Perfector

มาดูเนื้อผลิตภัณฑ์ของแต่ละชิ้นกันค่ะ

ขอเริ่มที่ Correcting Serum เป็นเซรั่มเนื้อเจล ให้ความรู้สึกบางเบา ซึมเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ

Stay-Matte Hydrator เนื้อครีมสีขาวให้ความรู้สึกเหมือนมีฟิลม์เคลือบผิวหน้าอยู่ ผิวหน้าแห้งแมททันที

สำหรับ Correcting Serum และ Stay-Matte Hydrator
นุ่นจะใช้ทาควบคู่กันในช่วงเช้าและก่อนนอน เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมมันให้ดียิ่งขึ้น
โดยที่เราสามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวอื่นๆควบคู่ได้เลย

ส่วน Instant Perfector จะมีเนื้อผลิตภัณฑ์เหมือนซิลิโคน
ทำหน้าที่ช่วยอำพรางรูขุมขนให้ดูเล็กลง และควบคุมความมัน
ทาแล้วให้ความรู้สึกเหมือนมีฟิลม์บางๆมาเคลือบผิวเอาไว้
ผิวไม่มีความมันวาว และจะแห้งแมทไปทันที
ตัวนี้เหมาะกับการใช้ทาก่อนแต่งหน้า และสามารถเติมได้ระหว่างวันด้วย

สำหรับผลการใช้งานที่นุ่นได้ทดลองใช้มาเป็นระยะเวลาเกือบเดือนคือ
Clinique Pore Refining Solution ทั้งสามชิ้นนี้สามารถควบคุมความมันได้เป็นอย่างดี
แต่อย่างที่บอกคือ ควบคุมความมัน ไม่ได้ช่วยให้หายผิวมันไปเลย
เพราะฉนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างว่าจะคุมความมันได้ยาวนานแค่ไหน
โดยไลฟ์สไตล์ของนุ่นเองที่เป็นสาวออฟฟิศนั่งในห้องแอร์ตลอด 9-10 ชม. ถือว่าโอเคเลย
จะมีบางวันที่หน้าก็อาจจะมันเร็วเหมือนเดิม แต่ส่วนมากจะคุมมันได้เกินครึ่งวันค่ะ

ในเรื่องของรูขุมขนจะแลดูเล็กลงไปด้วย ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นหลังการแต่งหน้า
ใครเป็นสาวผิวผสมหรือผิวมันตัวนี้ถืออีกเป็นหนึ่งทางเลือกเลยล่ะค่ะ
สาวผิวแห้งไม่แนะนำเลยนะคะ เพราะจะช่วยให้ผิวดูแห้งหนักเข้าไปอีก

สำหรับใครที่สนใจผลิตภัณฑ์ในไลน์นี้ลองแวะไปดูที่หน้าแฟนเพจของ Clinique เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ค่ะ
อ้อ…ช่วงนี้เหมือนมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกแล้วได้ของรางวัลเป็นผลิตภัณฑ์ชุดนี้ด้วยนะคะ
สุดท้ายขอขอบคุณ Clinique ที่มอบผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองใช้ค่ะ