Kinesys Sunscreen


สวัสดีค่ะ วันนี้หยิบกันแดดใหม่ล่าสุด (ของเรา) มาอัพเดทผลการใช้งานกัน
จริงๆตัวนี้หลายๆคนน่าจะเคยผ่านตากันมาบ้างแล้วนะคะ เพราะมีบล็อกเกอร์หลายๆคนเค้าใช้กัน
โดยส่วนตัวเพิ่งเคยได้ลองใช้ เพราะทางแบรนด์เค้าติดต่อว่า ถ้าสนใจก็อยากให้ลอง
จริงๆก็สนใจตั้งแต่ดูรีวิวของสาวๆท่านอื่นแล้ว แต่เนื่องจากกันแดดในกรุเรายังมีอีกเหลือเฟือ เลยไม่ได้หามาลอง
ลากมาซะยาว ยังไม่ได้บอกเลยว่ากันแดดที่ว่านี่คือ Kinesys กันแดดสูตรน้ำ ในรูปแบบขวดสเปรย์ค่ะ
ผลิตภัณฑ์นำเข้าจากประเทศแคนนาดา และมีตัวแทนจำหน่ายในบ้านเราด้วย

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Kinesys น่าสนใจมากๆ เลย
เพราะเป็นกันแดดที่ได้รับรางวัลเรื่องความปลอดภัยต่อผิวพรรณมากมายในสหรัฐฯ
ใช้ระหว่างวันได้อย่างสะดวกสบาย เพราะเป็นหัวเสปรย์ที่ให้ละอองบางเบา
ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ น้ำมัน และสารกันเสียที่ทำให้ระคายเคืองเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
จึงเหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือแม้กระทั่งผิวของเด็กๆ
สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB จึงช่วยในเรื่องของริ้วรอย และผิวไหม้แดดได้
นอกจากนั้นยังกันน้ำ และใส่สารบำรุงอย่างวิตามิน E ที่เป็นสารป้องกันอนุมูลอิสระเพิ่มไปด้วย
สรุปว่า ขวดเดียว ทั้งป้องกัน ทั้งบำรุงเลย

ส่วนผสมของเค้าก็ประกอบด้วย
Octinoxate 7.5%, Octocrylene 7%, Octisalate 4%, Avobenzone (Parsol®1789) 2%

หัวสเปรย์แบบฉีดของเค้าสะดวกต่อการใช้งานดีมาก และละอองที่อองมาก็เป็นฟอยละเอียดบางเบา
ได้ปริมาณกันแดดที่พอดีๆ ไม่เยอะเกินไป หรือน้อยเกินไป สเปรย์ได้ทั่วพื้นที่ต้องการ

ลักษณะของผลิตภัณฑ์จะคล้ายน้ำมัน แต่สักพักก็ซึมลงสู่ผิวค่ะ
ไม่เหมือนครีมที่จะเหนียวเหนอะหนะผิวเราจนทำให้ไม่สบายผิว

มาดูผลการใช้กันบ้างค่ะ
วิธีใช้ของนุ่นคือ สเปรย์ลงบนผิว แล้วค่อยๆตบให้เนื้อผลิตภัณฑ์ซึมลงสู่ผิว
แรกๆ จะให้ความรู้สึกมันผิวเล็กน้อย แต่สักพักก็จะค่อยซึมลงผิวจนความรู้สึกมันหายไป
เนื้อผลิตภัณฑ์เบามากๆ ไม่ให้ความรู้สึกเหนอะหนะเหมือนครีมกันแดดทั่วๆไป
ในกรณีที่เราสเปรย์ลงบนหน้าก็เช่นเดียวกัน บางคนอาจปล่อยให้ซึมลงผิวเลย
แต่เนื่องจากตัวเองเป็นคนผิวผสมเลยขอตบๆให้ผลิตภัณฑืไม่ดูมันเยิ้มไป

หลังจากสเปรย์แล้ว สักพักก็ซึมสู่ผิว พร้อมออกแดดได้แล้วค่ะ
แต่จะให้ดี ควรใช้ครีมกันแดดก่อนออกแดดสัก 15-20 นาทีจะดีกว่านะคะ

Smiley Smiley Smiley

หลังจากที่ทดลองใช้มาสักระยะแล้ว รู้สึกชอบนะ เพราะใช้สะดวกมากๆ
โดยเฉพาะสาวๆออฟฟิศทั้งหลาย มันเหมาะมากที่จะสเปรย์ก่อนที่จะออกไปทานข้าวเที่ยง
ผลลัพธ์อีกอย่างที่ชอบคือ ไม่ระคายเคืองผิว ไม่แพ้ ไม่ระคายเคืองเลย
และไม่มีกลิ่นใดๆมารบกวนใจเราด้วย
สำหรับไซส์ที่ได้มาเป็นไซส์ทดลอง ถ้าใช้ทุกวันก็ถือว่าหมดเร็วเหมือนกัน
แต่เห็นว่ามีไซส์ใหญ่ด้วย ใครสนใจลองไปดูรายละเอียดกันที่ http://www.kinesys.in.th
เค้ามีรายละเอียดต่างๆครบถ้วนกันเลยค่ะ

ทิ้งท้ายด้วยข้อมูลเพิ่มเติมที่ไปค้นมาฝากกันค่ะ


ค่า SPF กับ PA+++ คืออะไร???

อาจมีสาวๆ หลายท่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดมาใช้กัน
พอหยิบๆ ผลิตภัณฑ์ขึ้นมาดู หลายๆ คนอาจงงว่า
เอ๊ะ! SPF คืออะไร แล้ว PA+++ ล่ะ มีความหายว่าอย่างไร??
แล้วตัวเลขที่ต่อท้าย SPF ไม่ว่าจะเป็น15 30 50 ล่ะ กำลังบอกข้อมูลอะไรกับเราอยู่
จะเดินไปถามพนักงานก็เขิน สรุปก็เลยไม่รู้อยู่ดี… งั้นวันนี้เรามารู้จักค่าเหล่านี้กันนะคะ

ครีมกันแดด ทำงานอย่างไร
ส่วนผสมในครีมกันแดดจะทำหน้าที่ในการปกป้องผิวจากรังสี UV
ด้วยการดูดซับรังสี ,ป้องกันแสง UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว
หรือทำให้รังสี UV แตกกระจายออกไปเพื่อไม่ให้เข้าทำร้ายผิวโดยตรง
สำหรับคำแนะนำในการใช้ครีมกันแดด ครีมกันแดด ที่ดีที่สุด
คือครีมกันแดดที่สามารถที่จะป้องกันแสง UV ได้เพียงพอ (ซึ่งอาจจะขึ้นกับความแรงของแสง)
เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปสู่ที่มีแสงแดด 30 นาที

แล้ว SPF คืออะไร
ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor เป็นตัวระบุระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB
หรือก็คือจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตนี้ได้หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว
ซึ่งโดยปกติผิวของเราจะรับมือกับแสงแดดโดยปราศจากครีมกันแดดได้ประมาณ 20-30 นาที
ถ้าครีมกันแดดหรือผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง
เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30×30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง
แต่การคำนวณอาจคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากครีมกันแดดที่ทาบนผิวอาจลบเลือนไปเมื่อเหงื่อออก
หรือโดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดควรทาครีมซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแดดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ทำไม SPF สูง ก็ไม่ได้ดีกว่าเสมอไป
โดยทั่วไป ครีมกันแดด SPF ประมาณ 15 ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนทั่วๆไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในแถบเอเชียอย่างเรา
แต่สำหรับคนที่ผิวไวต่อแดดหรือถูกผิวถูแผดเผาให้หมองคล้ำได้ง่ายนั้น ใช้ SPF 30 ก็ถือว่าเพียงพอ
แต่ถ้าอยากใช้ที่มีค่า SPF เยอะกว่านี้ ก็ไม่ว่ากันค่ะ

ตัวอย่าง ค่า SPF และ % การปกป้องแสง UV

• ค่า SPF เท่ากับ 2 จะดูดซับ UVB ได้ 50%
• ค่า SPF เท่ากับ 4 จะดูดซับ UVB ได้ 75%
• ค่า SPF เท่ากับ 8 จะดูดซับ UVB ได้ 87.5%
• ค่า SPF เท่ากับ 15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3%
• ค่า SPF เท่ากับ 20 จะดูดซับ UVB ได้ 95%
• ค่า SPF เท่ากับ 30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7%
• ค่า SPF เท่ากับ 45 จะดูดซับ UVB ได้ 97.8%
• ค่า SPF เท่ากับ 50 จะดูดซับ UVB ได้ 98%

ค่า SPF สูงๆ นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะปกป้องแสดงแดดได้ดีไปกว่า ค่า SPF ที่ต่ำกว่า
ในความเป็นจริงแล้ว ค่า SPF สูงๆ นั้นจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย
และยังเป็นไปไปได้ว่าอาจจะมีผลข้างเคียงที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้
เช่นอาจจะเกิดผดผื่นคันได้ นอกจากนี้ยังอาจจะทำให้สีผิวของเราไม่สม่ำเสมอ
เกิดรอยด่างขึ้นได้ และยังอาจจะทำให้เสื้อผ้าเป็นคราบสีเหลืองติดเสื้อผ้าอีกด้วย

PA คืออะไร
ครีมกันแดดใหม่ๆที่วางขายกันในตลาดมักประกอบไปด้วย UVA Filter
และค่าที่วัดการป้องกันรังสี UVA เรียกว่า PA

PA ย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA
ในขณะนี้ยังไม่มีหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานในการวัดค่าการดูดซึมของรังสี UVA
ดังนั้นจึงถือเอาคำว่า PA เป็นหน่วยวัดรังสี UVA อย่างไม่เป็นทางการ

ค่า PA นั้นจะมี 3 ระดับคือ

PA+       หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA
PA++     หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง
PA+++   หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูงสุด

คงเข้าใจกันแล้วว่า SPF กับ PA+++ คืออะไร
จะเห็นได้ว่าสัญลักษณ์เหล่านี้มีความสำคัญมากในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดด
เพราะทำให้เรารู้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆมีประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA และ UVB ได้มากเท่าใด
ถ้าผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้แค่ค่า SPFอย่างเดียว หรือค่า PA อย่างเดียว
ก็หมายความว่า ผลิตภัณฑ์นั้นไม่สามารถปกป้องผิวจากทั้ง 2 รังสีได้พร้อมๆกัน
นั่นก็คือ ป้องกันได้แค่รังสีชนิดเดียวเท่านั้น
ทางที่ดี ไหนๆก็จะยอมลงทุนเสียเงินเพื่อปกป้องผิวของเราแล้ว
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการระบุทั้งสองค่าไปเลยดีกว่า
เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องผิวสวยๆของเราจากแสงแดดค่ะ………

ขอบคุณบทความด้านบนจาก http://www.loxtrade.com

ท้ายสุดๆ ต้องขอบคุณสาวๆที่แวะมาทักทายพูดคุยกันที่บล็อกด้วยนะคะ 🙂

Sabai-arom Wonder Banana Collectiion


พูดถึงกล้วย จัดว่าเป็นผลไม้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานเลยนะคะ
เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ตั้งแต่ผล ใบ ลำต้น เรียกว่าทุกส่นของกล้วยนี่นำไปใช้ประโยชน์ได้หมด
ขนมหรือเครื่องดื่มที่แต่งกลิ่น แต่งรสของกล้วยก็ได้รับความนิยมสุดๆด้วย
แต่วันนี้เราไม่ได้มาพูดเรื่องของกินกันนะคะ ขอพูดถึงเครื่องสำอางที่ได้แรงบันดาลใจจากกล้วยดีกว่า

และ นี่คือกลุ่มผลิตภัณฑ์จากกล้วยที่จะหยิบมาแนะนำกันในวันนี้ Wonder Banana Collectiion
ผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นจากผลไม้ที่หาได้ง่ายในบ้านเรา ด้วยฝีมือคนไทยเราทำเองอีกด้วย
กับแบรนด์ “สบายอารมณ์” เจ้าเดิมค่ะ
ซึ่งทางแบรนด์เค้าก็ได้ศึกษาและลงพื้นที่เพื่อทำความรู้จักกับกล้วยสายพันธุ์ต่างๆ
ก่อนที่จะคิดค้นออกมาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์จากกล้วยอินทรีย์คอลเลคชั่นนี้ค่ะ

เนื้อของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นหน้าตาเป็นแบบนี้ค่า เข้มข้นต่างกันไปตามชนิดผลิตภัณฑ์เลย
หลักๆทุกชิ้นจะเน้นกลิ่นกล้วยเป็นหลักนะคะ แต่แบรนด์เค้าจะใส่ส่วนผสมของน้ำผึ้งเข้าไปด้วย
โดยส่วนตัวรู้สึกว่า บางชิ้นกลิ่นน้ำผึ้งจะนำไปสักหน่อย และกลิ่นกล้วยจะจางเร็วมาก
ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นน้ำผึ้งอาจจะต้องฝืนดมกันสักนิดนะคะ

ซึ่งในผลิตภัณฑ์ต่างๆในคอลเลคชั่นนี้ มีหัวใจหลักที่เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ 4 ชนิดค่ะ

สารสกัดจากกล้วยน้ำหว้าและกล้วยหอมไทย เติมน้ำและให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว

สารสกัดจากปลีกล้วยและใบบัวบก ช่วยเสริมสร้างการสังเคราะห์คอลลาเจน

โยเกิร์ต บำรุงผิวให้กระจ่างใสและเติมความชุ่มชื่น

น้ำผึ้งดอกลำใย ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม

Sabai-arom Super Hydratin Face Mask
มาส์กบำรุงผิวหน้าที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวที่เหมาะกับวันที่อากาศร้อนๆแบบบ้านเรามาก
ซึ่งมาส์กตัวนี้จะใช้สารสกัดจากเปลือกกล้วย โยเกิร์ต และน้ำผึ้งดอกลำใย ที่มีหน้าที่หลักๆ
คือเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวของเราหลังมาส์กหน้าเสร็จ ใช้ได้กับทุกสภาพผิวเลย
หลังมาส์กหน้าให้ความรู้สึกของผผิวที่นุ่มและชุ่มชื่นขึ้นกว่าเดิม กลิ่นจะค่อนข้างฉุนนะคะหลอดนี้
แต่ใช้บ่อยๆก็จะเริ่มคุ้นชินกับกลิ่นไปเอง วันไหนรู้สึกผิวล้าๆ มาส์กหลอดนี้ช่วยให้ผิวดูดีขึ้นได้ค่ะ

Sabai-arom Smoothie Body Scrub
ชิ้นนี้เป็นสครับสำหรับผิวกายที่มีเม็ดสครับขนาดเล็ก ไม่บาดผิว ไม่รู้สึกระคายเคืองผิว
หลังใช้ให้ความรู้สึกถึงผิวที่สะอาด และให้ผิวสัมผัสที่เรียบเนียนขึ้น
แนะนำให้ใช้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อการผลัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่
และเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง การสครับผิวเป็นประจำก็จะช่วยให้ผิวเราเนียนนุ่มขึ้นค่ะ

Sabai-arom ‘Tender Me’ Foot Cream
สำหรับเท้าแห้งเหี่ยว กร้าน สาก แตกระแหง แนะนำกระปุกนี้เลยค่ะ
เป็นครีมทาเท้าที่เนื้อครีมข้นมาก เนื้อครีมจะลักษณะคล้ายๆพวกบัตเตอร์ครีมทั้งหลาย
คือเนื้อแน่นเหมือนเนยหรือมาการีนเลย มีกลิ่นหอมของกล้วย และกลิ่นมินต์ที่ให้ผิวรู้สึกเย็นนิดๆ
ทาแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นสบายเท้า ผิวนุ่มขึ้น ส่วนที่แตกผลิตภัณฑ์เค้าเคลมว่าช่วยได้ด้วย
แต่นุ่นไม่มีปัญหาส้นเท้าแตกเลยไม่สามารถตอบได้ว่าช่วยได้มากน้อยแค่ไหนนะคะ

ตัวนี้ถึงเนื้อครีมจะหนาหนัก แต่ไม่เหนอะหนะเลยค่ะ หลังทาจะทิ้งความมันไว้สักครู่ แล้วก็จะซึมสู่ผิว
นอกจากทาเท้าแล้ว นุ่นยังเอามาทาจุดแห้งกร้านตรงข้อศอกด้วย ช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ

Sabai-arom Extra Flufy Conditioning Shampoo
แชมพูขวดนี้หอมมาก กลิ่นกล้วยฟุ้งกระจายสุดๆ แต่เสียดายที่กลิ่นไม่ติดทนเท่าไหร่นะคะ
หลังสระแล้วผมนุ่นลื่นมากๆ ด้วยความที่เป็น Conditioning Shampoo ไม่ต้องใช้ครีมนวดแล้ว
ใช้ขวดเดียวอยู่เลย ผมนุ่นลื่น ผมไม่พันกันดีด้วยค่ะ

ปิดท้ายกันด้วยประโยชน์ของกล้วยที่ทาง “สบายอารมณ์” เค้าเก็บมาฝากกันค่ะ
อย่างที่บอกด้านบนว่ากล้วยมีประโยชน์ทุกส่วน มาดูว่าส่วนไหนมีประโยชน์ต่อร่างกายเรายังไงบ้าง

ผลกล้วย มีน้ำตาลฟรุกโตสและซูโครสที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว
วิตามิน A, B6 และ C ต่อต้านการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
และโพแทสเซียมในผลกล้วยช่วยเติมน้ำและให้ความชุ่มชื่นแก้ผิว

เปลือกกล้วย มีเซโรโทนิน ช่วยให้อารมณ์ดี และมีวิตามิน B6

ปลีกล้วย มีวิตามิน E และฟลาโวนอยด์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

ใบตอง บรรเทาอาการระคายเคืองและอาการไหม้ของผิวจากแสงแดด

ต้นกล้วย มีวิตามิน E และฟลาโวนอยด์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
ต้านการติดเชื้อในผิวหนัง รักษาผิวที่โดนแมลงกัด
และบรรเทาอาการระคายเคืองและอาการไหม้ของผิวจากแสงแดด

สำหรับใครที่สนใจคอลเลคชั่นนี้ของสบายอารมณ์ลองแวะดูกันได้ที่ร้านบู้ทส์นะคะ
ราคาลองเช็คกันดูอีกทีนะคะ พอดีทิ้งกล่องไปแล้ว เลยไม่ได้ลงราคาไว้
ขอบคุณที่แวะมาทักทายเยี่ยมเยียนกันด้วยค่า Smiley

Umix Express Cleanser มูสล้างเครื่องสำอางสูตรน้ำ สะดวก สะอาด ในขั้นตอนเดียว



สวัสดีค่าสาวๆ วันนี้จะมาแนะนำนวัตรกรรมใหม่สำหรับการล้างเครื่องสำอาง
ที่สะดวก สะอาด ในขั้นตอนเดียวโดยที่เราไม่ต้องล้างหน้าซ้ำกันอีกด้วย
และที่น่าสนใจก็คือ เป็นแบรนด์ของคนไทยเรานี่ล่ะค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้ล่ะค่า Umix Express Cleanser ที่ใช้ล้างเครื่องสำอางได้สะอาดหมดจด
ซึ่งนุ่นได้ไปทดลองในวันแนะนำสินค้าก็เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเค้าทำได้จริงตามฉลากเลยค่ะ

ในวันงานก็มีคุณหมอ (ซ้ายมือ) มาแนะนำถึงตัวผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Umix ว่าน่าสนใจยังไง
ซึ่งคุณหมอก็เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์และพัฒนาคิดค้นผลิตภัณฑ์ร่วมกับทีมวิจัยด้วยตนเองเลย



มีการทดสอบการชำระล้างคราบมันที่มักมีอยู่ในเครื่องสำอางแทบทุกชนิดด้วยผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ
มีทั้งประเภทโฟมล้าง ประเภทเจล และอื่นๆ รวมไปถึง Umix Express Cleanser ด้วย

Umix Express Cleanser คือมูสสูตรน้ำที่ใช้ล้างเครื่องสำอางบนใบหน้าได้อย่างสะอาดหมดจด
โดยที่เราไม่ต้องล้างหน้าซ้ำด้วยโฟมล้างหนา เจลล้างหน้า หรืออื่นๆตามอีกรอบเลยค่ะ
ด้วยสูตรน้ำที่จะช่วยละลายคราบเครื่องสำอางต่างๆให้หลุดไปพร้อมกับฟองของมูสอย่างง่ายดาย
ซึ่งวิธีนี้เป็นนวัตรกรรมใหม่ที่ประเทศญี่ปุ่นนิยมใช้ และ Umix ก็พัฒนาสูตรมาใช้ในบ้านเราด้วย

ซึ่งทุกๆคนที่ได้ร่วมทดสอบผลิตภัณฑ์ด้วยกันก็เห็นประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆได้ชัดเจนเลย
ไปดูผลการชำระล้างกันว่าแต่ละชนิดให้ผลออกมาเป็นยังไงกันบ้าง
ซึ่งผลของการทดสอบทั้งหมดตอบขอบคุณข้อมูลจากทาง Umix ที่ส่งมาให้เพิ่มเติมด้วยค่ะ

คลีนเซอร์ชนิดน้ำ

คลี นเซอร์เช็ดเครื่องสำอางชนิดน้ำเมื่อรวมตัวกับน้ำมันจะรวมตัวยาก จะเห็นน้ำมันแยกตัวเป็นเม็ดเล็กลง
เมื่อเทน้ำลงไปทิ้งไว้แล้วเท  ออกจะสังเกตเห็นว่า เหลือคราบมันติดถ้วยจำนวนมาก

คลีนเซอร์เช็ดเครื่องสำอางชนิดน้ำใช้ทำความสะอาดผิวหน้าได้แต่ควรใช้กับสำลีเท่านั้นเพื่อให้สำลีดึงเอาสิ่งสกปรกร่วมด้วย
สำหรับคนที่แต่งหน้าเยอะอาจต้องเช็ดแรงๆ เพราะมีคุณสมบัติในการรวมตัวกับน้ำมันไม่ดีเท่าไหร่
แม้ไม่เกิดการอุดตันแต่จะเหลือความมันตกค้างที่ผิวหน้าเยอะจึงต้องเช็ดด้วยโทนเนอร์ตามอีกรอบ

คลีนเซอร์ชนิดเจล

คลีนเซอร์ชนิดเจลเมื่อรวมตัวกับน้ำมันจะกวนผสมเข้ากันได้ยากที่สุด
และกลายเป็นเจลเหนียวคล้ายน้ำผึ้ง เมื่อเทน้ำลงไปทิ้ไว้แล้วเทออก
จะสังเกตเห็นว่ายังเหลือคราบตกค้างเป็นจำนวนมากรองลงจากคลีนเซอร์ชนิดโฟม

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดเจลสามารถใช้ทำความสะอาดผิวหน้าได้เฉพาะกับคนที่ไม่แต่งหน้าเท่านั้น
เพราะถ้านำไปใช้กับผู้ที่แต่งหน้า จะต้องใช้มือกดแรงๆ และใช้เวลานาน และล้างออกยาก
จึงควรล้างน้ำเปล่าหลายๆ รอบ และเช็ดโทนเนอร์ตามทุกครั้ง และทางที่ดีอย่านำมาใช้ล้างเครื่องสำอางดีกว่า

คลีนเซอร์ชนิดโฟม

คลีนเซอร์ชนิดโฟมเมื่อรวมตัวกับน้ำมันจะกลายเป็นครีมเหนียวข้น
เมื่อเทน้ำลงไปทิ้งไว้แล้วเทออกจะสังเกตเห็นว่ายังเหลือคราบตกค้างอยู่ที่ ถ้วยทดสอบจำนวนมาก

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดโฟม ไม่เหมาะที่จะใช้ทำความสะอาดผิวหน้าโดยเฉพาะผิวที่มีความมันหรือผู้ที่ต้องแต่งหน้า
เพราะจะเกิดการตกค้างและอุดตันรูขุมขนได้มากที่สุด หากต้องการใช้ ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จริงๆ ควรตีให้เกิดฟองจนหมดก่อนนำไปสัมผัสผิวหน้า
และควรเช็ดโทนเนอร์ตามทุกครั้งสำหรับใครที่ผิวหน้ามีปัญหาแล้วใช้แบบนี้อยู่ ควรหลีกเลี่ยง และไม่ควรใช้ล้างเครื่องสำอางเด็ดขาด

มูสจาก Umix

มูสล้างเครื่องสำอางชนิดน้ำยูมิกซ์เอกซ์เพรส คลีนเซอร์ เมื่อรวมตัวกับน้ำมันจะรวมตัวกันง่ายแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง
ไม่ข้นเหนียวเหมือนตัวอื่นๆเมื่อเทน้ำลงไปทิ้งไว้แล้วเทออกจะสังเกตเห็นว่า เหลือเป็นฟองเล็กน้อยที่ไม่เหนียวติดถ้วย

มูสล้างเครื่องสำอางชนิดน้ำยูมิกซ์เอกซ์เพรส คลีนเซอร์ เหมาะที่จะใช้ทำความสะอาดผิวหน้าที่สุด
โดยเฉพาะผู้ที่ต้องแต่งหน้าหรือผู้ที่มีผิวมันมากๆเพราะสามารถรวมตัวกับน้ำมันได้ดี
ล้างออกง่ายจึงช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่าง่ายดายโดยมาต้องใช้สำลีเสียด สีผิวและไม่ต้องเช็ดด้วยโทนเนอร์ตามอีกครั้งเ
พียงแค่ล้างออกด้วยน้ำเปล่าจำนวนไม่มากนักก็พอแล้ว

ที่นี้มาลองใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแต่ละอย่างให้เห็นกันแบบจะๆไปเลยค่ะ
ฟองของ Umix Express Cleanser จะรวมตัวกับเมคอัพจนกลายเป็นน้ำ
และดึงเมคอัพออกจากรูขุมขน โดยมีทิ้งสารตกค้างให้เกิดการอุดตันผิวของเรา
สำหรับเครื่องสำอางประเภทมาสคาร่าก็ล้างออกนะคะ แต่แนะนำว่าใช้รีมูฟเวอร์จะเหมาะกว่า

สำหรับการใช้งานก็ง่ายๆเลยค่ะ แค่ล้างหน้าให้ผิวเปียกก่อน
จากนั้นจึงบีบโฟมมาคลึงเบาๆให้ทั่วใบหน้า โดยควรล้างอย่างน้อย 2 ครั้ง หากเราแต่งหน้าหนามากๆ
โดยสังเกตุง่ายๆว่าหน้าเราสะอาดหรือยัง ก็ให้ดูว่าถ้าฟองยังฟูอยู่ก็แปลว่าสะอาดแล้ว
แต่ถ้าฟองสลายกลายเป็นน้ำลื่นๆ แปลว่ายังมีคราบเครื่องสำอางเยอะอยู่ค่ะ ควรล้างอีกรอบค่ะ

การล้างหน้าด้วยมูสโฟมแบบนี้ เป็นลดการใช้สำลีที่จะเสียดสีกับผิวของเราโดยตรงทางหนึ่งด้วย
ซึ่งสำลีนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง การเกิดริ้วรอย หรือแม้กระทั่งสิวนะคะ

หลังล้างหน้ารู้สึกผิวหน้าสะอาดและไม่แห้งตึง สามารถลงครีมบำรุงต่อได้เลย

Umix Express Cleanser มีด้วยกันทั้งหมดสามสูตรนะคะ คือ

Umix Express Cleanser Smooth มีส่วนผสมของ Tea Tree Oil ช่วยห้ผิวเรียบเนียน ไร้สิว
Umix Express Cleanser Bright ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ไม่ต้องกังวลกับความหมองคล้ำ
Umix Express Cleanser Age Care ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ และป้องกันการเกิดริ้วรอย

ซึ่งใครชอบสูตรไหนก็ลองใช้กันดูนะคะ เค้ามี 2 ไซส์  คือ ขนาด 60 ml./250- และ 200 ml./650-
สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ของ Umix ได้ที่ โซนเครื่องสำอางค์ใน Home Fresh Mart ที่ The Mall
หรือ Gourmet Market ที่สยามพารากอน และร้าน KARMART ค่ะ

ท้ายสุดต้องขอบคุณแบรนด์ Umix ที่พาไปรู้จักผลิตภัณฑ์ใหม่ๆน่าสนใจ
และมอบผลิตภัณฑ์ต่างๆของแบรนด์มาให้ลองใช้กันด้วยนะคะ
จะทยอยทดลองใช้ และมาอัพเดทผลการใช้งานตัวอื่นให้ทราบกันอีกทีค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทาย และอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ในท้องตลาดกันด้วยค่า

Review : Pekkies Doll Booster Mask มาส์กหน้าใสยอดนิยม


Smiley สวัสดีค่า วันนี้จะมารีวิวผลิตภัณฑ์ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ดารา และพริตตี้ค่ะ
ก็นะคะ…คนธรรมดาอย่างเราๆ ก็อยากมีผิวดีผิวเด้ง เหมือนเค้าบางอ่ะเนอะ
ซึ่งนุ่นก็ได้ทดลองมาสักระยะจนเริ่มเห็นผลการใช้ที่ชัดเจนขึ้นแล้ว เลยขอบอกต่อซะเลยค่ะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ว่าก็คือ Pekkies Doll Booster Mask มาส์กสุดฮิตในตลาดตอนนี้ค่ะ
ซึ่งชื่อยี่ห้อก็มาจากชื่อของเจ้าของผลิตภัณฑ์นั่นเอง
ด้วยอาชีพพริตตี้ที่ต้องดูแลตัวเองให้ดูสวยงามอยู่ตลอดเวลา
ผิวพรรณต้องขาวใส ผุดผ่องชวนมอง งานไหนงานนั้น คนรุมถ่ายภาพกันแน่น
เชื่อว่าสาวๆหลายๆคนก็ต้องอยากรู้เคล็บลับกันแน่ๆ ว่าทำไมสาวๆพริตตี้ถึงได้ผิวดีกันแทบทุกคน

คุณเป๊กกี้ก็เลยสร้างแบรนด์  “Pretty Secret” ผลิตตัวช่วยเรื่องความงามมาให้สาวๆได้ใช้กัน
เรียกว่าเป็นสูตรลับความงามของคุณเป๊กกี้เองเลยค่ะ ซึ่งก็มีอยู่หลายชิ้นที่ติดตลาดอยู่ด้วย
สาวๆที่ชอบเข้าร้านเสริมสวยก็จะเห็นว่าในนิตยสารหลายๆเล่มก็มีโฆษณาผลิตภัณฑ์ลงอยู่นะคะ
เพราะฉะนั้นก็มั่นใจถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ได้เลยว่า ปลอดภัย และสามารถตรวจสอบได้
ทุกชิ้นได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยค่ะ


Pekkies Doll Booster Mask
มีคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ การฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน
ถ้าสาวๆหน้าโทรม จากการอดนอนเพราะปาร์ตี้หนัก หรือต้องมีนัดสำคัญที่ต้องดูสวยสดใส
Booster Mask คือตัวช่วยสำหรับการฟื้นฟูให้ดูดีได้แค่ข้ามคืนค่ะ…
นั่นก็เพราะว่า Booster Mask จะช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น ขาวกระจ่างใส
แม้แต่ผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้โดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

และใน Booster Mask กระปุกนี้ ก็คัดสรรเอาส่วนผสมที่ตอบโจทย์ปัญหาต่างๆมาไว้รวมกันเรียบร้อย
ไปดูสารสกัดที่ทางแบรนด์เค้าเคลมไว้เลยค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง

สารสกัด Deoxyarbutin จะดูแลผิวให้กระจ่างใสอย่างรวดเร็ว
ซึ่งให้ประสิทธิภาพความขาวเร็วกว่าอาร์บูตินถึง 350 เท่า

สารสกัดจากเมือกหอยทาก (Snail) ทำหน้าที่ลดเลือนริ้วรอย และรอยแผลเป็นจากสิว

Arbutin ทำหน้าที่ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ตัวการทำร้ายผิว ทำให้ผิวคล้ำ ไม่กระจ่างใส

Glutathione ทำให้ผิวกระจ่างใส เปล่งประกายออร่า

Hydrolyzed Opuntia ficus indica flower extract (สารสกัดจากกระบองเพชรฝรั่งเศส)
ทำหน้าที่กระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กดูจสาวๆเกาหลี

เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเนื้อครีมสีขาวขุ่น มีความข้นหนักของเนื้อครีม
แต่เนื้อสัมผัสค่อนข้างจะเบาสบายผิว มีกลิ่นหอมค่อนข้างฉุนนิดๆ (ความรู้สึกส่วนตัว)
ใครที่ไม่ชอบผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมผสมอยู่อาจจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่นะคะ
แต่ใช้ทุกๆวันก็จะเริ่มคุ้นชินกับกลิ่นได้ ไม่มีปัญหาค่ะ

วิธีใช้ Pekkies Doll Booster Mask ที่ข้างฉลากบอกไว้คือทาทิ้งไว้แล้วก็สามารถเข้านอนได้เลย
คล้ายๆกับ Sleeping Mask ที่เราค่อยมาล้างออกกันอีกทีในตอนเช้านั่นล่ะค่ะ

แต่เนื่องจากไม่เคยใช้มาก่อน วิธีการใช้ของนุ่นคือ มาส์กทิ้งไว้ข้ามคืนแค่สัปดาห์ละ 2 ครั้งๆ
แล้วจึงค่อยๆปรับมาใช้เป็นวันเว้นวันเพื่อดูปฏิกิริยาของผิวตัวเองว่ามีการแพ้หรือระคายเคืองรึเปล่า
ซึ่งก็โชคดีที่ใช้ได้โดยไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้นนะคะ เมื่อไม่แพ้ เราก็สามารถใช้ได้ทุกวันแล้ว
และยังสามารถใช้ร่วมกับ Skincare ที่เราใช้อยู่ประจำได้นะคะ
โดยใช้ Pekkies Doll Booster Mask ทาบางๆ (ในกรณีที่ทาทุกวัน) เป็นขั้นตอนสุดท้ายค่ะ

สำหรับผลการใช้ของนุ่นที่ผ่านมา ต้องบอกก่อนว่าเรื่องความขาวไม่เห็นผลที่ชัดเจนมากนะคะ
เนื่องจากผิวปกติเป็นขาวเหลืองอยู่แล้ว จะมีความคล้ำบ้างคือผิวกายที่โดนแดดทุกวัน
ส่วนผิวหน้ามีการใช้กันแดดที่มีค่า Spf สูงในทุกๆวัน ผิวจึงไม่ค่อยคล้ำลง และดูขาวเป็นปกติ

แต่สิ่งที่เห็นชัดคือ ผิวนุ่มลื่นขึ้นมาก ผิวหน้าเนียนขึ้น แต่งหน้าติดทนมากขึ้น
เครื่องสำอางไม่หลุดง่าย สังเกตุจากการซับมันช่วงบ่ายๆ ที่หน้าจะเริ่มผลิตน้ำมันออกมามาก
หลังจากซับด้วยกระดาษซับมัน แป้งหรือบลัชออนติดกระดาษมาน้อยกว่าก่อนหน้านี้มากๆ
ซึ่งก็ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจมากๆเลยค่ะ
ตอนนี้ใช้มาประมาณ สองสัปดาห์แล้ว คิดว่าใช้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ น่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นค่ะ

SmileySmileySmileySmileySmileySmiley

นี่เป็นผลการใช้งานเฉพาะบุคคลที่มีสภาพผิวและการดำเนินชีวิตที่ต่างกันนะคะ
เพื่อให้ได้ผลการทดลองใช้ที่แท้จริง ต้องทดลองด้วยตัวเองค่ะ
จึงจะตอบโจทย์สาวๆได้ว่า ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับคุณรึเปล่านะคะ Smiley

**ขอบคุณแบรนด์ Pretty Secret ที่มอบผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองใช้ได้ค่ะ**

Tri-Atkiline Plus ปรับโฉมใหม่ให้ดีกว่าเดิม


เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นุ่นได้โอกาสไปงานแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของ Goodskin มาค่ะ
วันนี้เลยขอจดเลคเชอร์ อ๊ะ…ไม่ใช่ เก็บข้อมูลมาฝากสาวๆกันค่ะ Smiley

สำหรับไอเท็มเด็ดที่ทางแบรนด์นำมาให้สาวๆได้ตื่นเต้นกัน ก็ไม่ใช่อะไรนะคะ
Tri-Atkiline Plus ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกได้ ทำให้ริ้วรอยจางลงได้ทันใจนั่นเอง

สำหรับหลอดนี้เป็นสูตรใหม่ที่ทางแบรนด์เค้าพัฒนาจากสูตรเดิมนะคะ
เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ผู้ใช้จะพึงพอใจมากที่สุด และปรับสูตรด้อยของตัวเดิมให้ดีขึ้นด้วยค่ะ

คุณสมบัติพิเศษที่สำคัญคือ ออกฤทธิ์ลดริ้วรอยทั้งทันที และในระยะยาวด้วย
เห็นผลทันที คือ ส่วนผสมลงไปเติมร่องลึกได้ในทันที
เห็นผลในระยะยาว คือ เนื้อครีมจะช่วยบำรุงและลดปัญหาริ้วรอยตั้งแต่ต้นเหตุ
ซึ่งคุณสมบัติทั้งสองอย่างนี้ล่ะค่ะที่ผู้ใช้จะมั่นใจได้เลยว่าแก้ปัญหาได้ตรงจุดกันจริงๆ 

ทางแบรนด์เค้าอธิบายให้เราเข้าใจถึงหลักการทำงานของ Tri-Atkiline Plus แบบเข้าใจกันง่ายๆว่า
ริ้วรอยจางลงได้ก็เพราะในเนื้อครีมมีส่วนผสมที่จะสามารถทำงานได้ในทันที นั่นคือ

เนื้อแป้งรูปทรงกลม – ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก
Polymer – ช่วยดึงริ้วรอยให้เข้ามาชิดกันมากขึ้น
Nanoblend – ช่วยให้การปกปิดดูเรียบเนียนมากขึ้น

สำหรับส่วนผสมใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาทำให้แก้ปัญหาริ้วรอยได้ในระยะยาว
และแก้ปัญหากันตั้งแต่ต้นเหตุ ทำได้อย่างมีประสิทธภาพ ประกอบไปด้วย

กาตูไลน์® เอ็กซ์เพรสชั่น (Gatuline® Expression)
สกัดจากแอคเมลลา โอเลราชา (Acmella Oleraca) พืชจากอเมริกาใต้
ที่จะช่วยให้ริ้วรอย ที่เกิดจากการแสดงออกบนใบหน้า เช่นรอยตีนกา แลดูลดลง

คอมบุชกา™ พีเอช เอ็กซ์แทรค (Kombuchka™PH Extract)
สารสกัดจากชาดำรสหวาน (Sweet Black Tea) ที่ปลูกมากในรัสเซีย
และประเทศจีนนิยมดื่มเพื่อให้อายุยืน ที่ช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ
แลดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

อาร์ไกร์ไลน์® (Argireline®)
หรือ อเซทิล เฮกซาเพพไทด์ -3 (acetyl hexappeptide-3)
โปรตีนเปปไทด์ เตรียมผิวให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะฟื้นฟูสภาพผิวตามธรรมชาติ
ริ้วรอยที่มองเห็นได้จะดูลดลง เรียบเนียน แลดูเยาว์วัยขึ้น

ริ้วรอยต่างๆที่เกิดจากการแสดงออกทางอารมณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยซึ่งเกิดที่หน้าผาก
และระหว่างคิ้ว  หรือริ้วรอยที่เกิดจากการหัวเรา ที่อยู่รอบบริเวณดวงตาจนเป็นเส้นริ้ว
หรือแม้แต่ร่องริ้วรอยที่เกิดจากการยิ้มที่อยู่ระหว่างบริเวณจมูกกับปากที่สาวๆอยากเสกให้พ้นๆไปซะ
ที่ว่ามาทั้งหมด Tri-Atkiline Plus ช่วยได้ค่ะ 

มาดูผลการใช้งานที่นุ่นทกลองด้วยตัวเองกันดูค่ะว่า Tri-Atkiline Plus ทำได้จริงไม๊

เนื้อผลิตภัณฑ์ Tri-Atkiline Plus สีขาวนวล มีความข้นมาก แต่พอเกลี่ยแล้ว เนื้อครีมจะบางใสลง
ให้ความรู้สึกเบาสบายผิว เนื้อสัมผัสไม่หนักเหมือนสูตรเดิม และเกลี่ยได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย

จากรูปที่นุ่นลงบริเวณใต้ (หลังการลงเมคอัพ)
จะเห็นว่า เมื่อใช้แล้ว ริ้วรอยดูจางลงไปมาก ส่วนรอยบางๆแทบจะหายไปเลยนะคะ
โดยส่วนตัวรู้สึกเห็นผลเป็นที่น่าพอใจทีเดียว เชื่อว่าถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง ริ้วรอยต่างๆน่าจะจางลง

Tri-Atkiline Plus สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็นนะคะ
โดยใช้แทนครีมบำรุงที่เราใช้อยู่ทุกวันได้เลย หรือใช้ก่อนครีมบำรุงที่เราใช้ตามขั้นตอนต่างๆก็ได้ค่ะ
นอกจากนั้นยังสามารถใช้เติมระหว่างวันทับเครื่องสำอางได้ด้วยนะคะ

อยากให้เพื่อนไปทดลองประสิทธิภาพของ Tri-Atkiline Plus กันดูนะคะ
เพราะข้อมูลทั้งหมดที่นำมาฝากสาวๆ เป็นเพียงข้อมูลในการตัดสินใจเบื้องต้นเท่านั้น
สาวๆท่านไหนสนใจลองไปสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์กันดูได้เลย
เพื่อที่จะได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ตรงกับความต้องการของสาวๆ ค่ะ

ดูแลผิวให้อ่อนเยาว์ กับ aviance STEMACELL


 …

สวัสดีค่า วันนี้มีของใหม่มาแนะนำกันอีกแล้ว

ได้ aviance DermaceuticalEX Essential Cells Advanced Serum (STEMACELLTM)

มาทดลองใช้ประมาณ 2 เดือนแล้ว วันนี้เลยขอมาอัพเดทผลการใช้ค่ะ

ก่อนอื่นไปทำความรู้จักผลิตถัณฑ์ตัวนี้กันก่อนค่ะ

 …

มาร่วมต่อต้านความร่วงโรยครบทุกทิติ ทั้งปกป้อง ซ่อมสร้าง ยืดอายุให้กับผิวของเพื่อนๆ ด้วย

aviance DermaceuticalEX Essential Cells Advanced Serum (STEMACELLTM)

สุดยอดนวัตกรรมเพื่อผิวดูสวยใส เปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์

ด้วยสารสกัดจากเซลล์ต้นกำเนิดมะเขือเทศที่เข้มข้นกว่า 35 ล้านเซลล์

ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์ผิวของเราฟื้นฟูตัวเองเหมือนพืชธรรมชาติ กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว

นำไปสู่การกำเนิดผิวใหม่ที่แข็งแรง และต่อสู่กับมลภาวะภานอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ค้นพบอัศจรรย์ สู่ผิวพรรณที่อ่อนเยาว์ กับ aviance STEMACELLTM

มะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ ซี และอี

ที่ช่วยเสริมสร้างพลังงานและขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผิวพรรณของเราให้คงความอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย

และด้วยสรรพคุณของน้ำสกัดจากดอกพีโอนี่เมื่อได้ผสานวิตามินรวมเข้าไปอีก

จะสามารถช่วยกระชับรูขุมขน พร้อมปรับสภาพผิวให้ละเอียด เนียนนุ่มน่าสัมผัส

รอยฝ้า กระ จุดด่างดำจางลง ด้วยสารสกัดจากดอกเดซี่ และเปลือกโบลโด

ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ แลดูกระจ่างใสขึ้น อย่างเห็นได้ชัด

ไม่มีความรู้เรื่อง Stem Cell ที่ถูกต้องแม่นยำมากนัก เลยงดแสดงความเห็นในจุดนี้นะคะ

แต่อ่านข้อมูลผลิตภัณฑ์แล้วรู้สึกเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

เข้าไปหาข้อมูลจากคนที่เคยใช้ที่อัพเดทไว้ในเวบบอร์ดต่างๆก็ได้รับผลตอบรับที่ดี

ทำให้รู้สึกตื่นเต้นกับการทดลองใช้ในครั้งนี้ค่อนข้างมากเลยล่ะค่ะ

 …

มาดูที่เนื้อเซรั่มกันก่อนเลย เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นสีขาวขุ่น เหลว ไม่มีกลิ่น ซึมไวมากกสำหรับเซรั่มขวดนี้เราจะใช้เป็นตัวแรกก่อนลง Skin Care ตัวอื่นๆที่เราใช้อยู่เป็นประจำนะคะ

จากที่ทดลองใช้มา 2 เดือน รู้สึกถึงผิวที่ชุ่มชื้น รูขุมขนกระชับ สีผิวสม่ำเสมอขึ้น

ริ้วรอยต่างๆจะดูจางลง รอยกระที่มีดูจางลงไปบางส่วน รอยสิวเกิดใหม่ก็จางเร็วขึ้นกว่าเดิม

ตอนที่ลองใช้เดือนแรกนุ่นลองขวดนี้ขวดเดียวโดยไม่ใช้ skincare ตัวอื่นนอกจากอายครีม

ซึ่งเดือนแรกก็ยังไม่เห็นผลอะไรมาก พอเดือนที่สองเริ่มใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์อื่นๆก็เริ่มเห็นผลมากขึ้น

สิ่งที่เห็นชัดเจนคือผิวดูชุ่มชื้นขึ้น ผิวดูฟู ดูแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมทีเดียว (ความรู้สึกล้วนๆนะคะ)


สำหรับ aviance DermaceuticalEX Essential Cells Advanced Serum (STEMACELLTM) นี้

ใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอนค่ะ แต่จากที่ลองมาในตอนเช้าเราใช้เมคอัพหลายชิ้น

บางชิ้นที่เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อบาล์มหรือแบบสติ้กจะทำให้เกิดการเป็นขุยเล็กน้อยนะคะ

เพราะเกิดการจับกันเป็นก้อนเหมือนขี้ไคลขึ้น วันไหนอยากใช้รองพื้นหรือเบสที่เป็นเนื้อบาล์ม

แนะนำให้เว้นไปก่อนนะคะ เวลาแต่งหน้าจะได้ไม่เกิดขุยขึ้นค่ะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ก็จะเป็นขวดแก้วขนาดพอดีมือแบบนี้ค่ะ

น้ำหนักกำลังพอเหมาะ ไม่หลุดมือง่าย

โดยมีฝาปั๊มที่ทำให้การกดใช้เซรั่มสะดวกและสะอาดดีด้วย

ขวดดูเล็กแต่ก็ใช้ได้นานทีเดียวนะคะ นุ่นใช้มา 2 เดือน แต่ก็ยังเหลืออีกตั้งครึ่งเลย

สำหรับราคา ขวดนี้อยู่ที่ประมาณ 4000- ค่ะ

อ้อ…นอกจากวิธีปกติ เค้าก็มีวิธีนวดหน้าด้วยวิธีการ STEMACELLTM FACE FIT ด้วย

ซึ่งวิธีนี้เคยลองทำบ้้าง แต่เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลา เลยไม่ได้ทำต่อเนื่องนะคะ

แต่ทางแบรนด์เค้าเคลมมาว่า ทำแบบนี้เป็นประจำ ผิวหน้าจะดูอ่อนกว่าวัยแน่นอนค่ะ

เริ่มจาก แต้มเซรั่ม 5 จุดทั่วใบหน้า ค่อยๆเกลี่ยอย่างเบามือ ทิ้งไว้ให้เซรั่มซึมเข้าผิวสักพัก

วางนิ้วชี้-กลาง-นางลงบนท้องคิ้ว กดนิ้วลงแล้วดันไปทางขมับ เกร็งหน้าผากไว้

หลับตานับ 1-5 แล้วลืมตา ต่อจากนั้นหลับตานับ 6-10 แล้วลืมตา

ทำติดกัน 3 ครั้ง ถือเป็นการกระตุ้นให้เซรั่มทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์นี้อยู่แล้วแต่ไม่เคยลองวิธีนี้ก็ลองทำกันดูนะคะ

หน้าเด็กกว่าวัยใครๆก็อยากมีเนอะ


สำหรับผลการทดลองใช้เป็นผลเฉพาะบุคคลนะคะ

และผลิตภัณฑ์มีราคาค่อนข้างสูง ก่อนตัดสินใจซื้อควรศึกษาหาข้อมูลประกอบด้วยค่ะ

 

เติมน้ำให้ผิวด้วย Origins Make A Difference Plus+


หนาวนี้มีเซรั่มที่เหมาะกับอากาศแห้งๆใช้กันรึยังคะ

อันที่จริงบ้านเรานี่คงต้องบอกว่า ฤดูหนาวก็เหมือนผี…รู้ว่ามีแต่ไม่ค่อยจะเจอ

ว่าเข้าไปนั่น…ตามต่างจังหวัดคงพอจะมีอากาศหนาวเย็นให้สัมผัสกันบ้างนะคะ

แต่กรุงเทพฯนี่ถ้าลมหนาวมาทีล่ะก็…แทบจะปิดซอยเลี้ยงกันเลยทีเดียว Smiley

ที่บ่นถึงเรื่องอากาศหนาวก็เพราะว่า…อากาศหนาวก็มาพร้อมกับความแห้งของผิวเรานี่ล่ะค่ะ

สาวๆหลายคนอาจจะเจอปัญหาที่เวลาเข้าหน้า ผิวจะแห้งลอก แม้แต่คนผิวเกือบมันแบบนุ่นก็เป็นค่ะ

วิธีแก้ก็คงต้องพึ่งตัวช่วยอย่างเซรั่มดีๆสักขวดที่จะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวแห้งๆของเรานะคะ

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมานุ่นมีโอกาสได้ไปทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Origins

นั่นก็คือ Origins Make A Difference Plus+

ผลิตภัณฑ์ในไลน์ที่จะมอบความชุ่มชื่นและเติมน้ำให้กับผิว ซึ่งเหมาะมากๆกับช่วงหน้าหนาวที่จะมาถึงนี้

หรือแม้แต่สาวออฟฟิศที่ต้องอยู่ในห้องแอร์เกือบตลอดเวลา

หลายคนคงจะพอรู้กันอยู่แล้วนะคะว่าแบรนด์นี้เค้าเน้นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติ

และยังรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการนำบรรจุภัณฑ์เอากลับมารีไซเคิลใช้ไหมอีกด้วย

เรียกว่าถ้าเราซื้อหามาใช้ นอกจากจะได้ผิวสวยๆแล้ว ยังได้ช่วยเหลือสังคมทางอ้อมด้วย

 …

กลับมาพูดถึง Origins Make A Difference Plus+ กันต่อค่ะ

สำหรับคุณสมบัติสำคัญของ Make A Difference Plus+ ก็อย่างที่บอกขั้นต้นค่ะ

คือคืนความชุ่มชื่นให้ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ มีริ้วรอย มอบการทำงาน 2 ขั้นตอนด้วยพลังธรรมชาติ

ของ Rose of Jericho สกัดเข้มข้น ประสิทธิภาพสูง ช่วย ปรับสมดุลน้ำในผิวให้เต็มอิ่มทันที

พร้อมเสริมพลังด้วย Padina Pavonica ฟื้นฟูชั้นผิวให้ดูกระชับ และเนียนเรียบขึ้น

และนี่คือหน้าตาของดอก Rose of Jericho พืชทะเลทรายที่สามารถเก็บกักน้ำได้เป็นอย่างดีค่ะ

เห็นหน้าตาแบบนี้ยังไม่แห้งตายนะคะ เดี๋ยวพอได้น้ำ เค้าก็จะกลับไปเขียวชอุ่มสดชื่นเลยค่ะ

เปรียบเทียบให้ดูว่าซ้ายมือคือตอนก่อนได้รับน้ำนะคะ

และด้านขวามือคือได้รับน้ำไปประมาณครึ่ง ชม. จะเห็นว่าความชุ่มชื่นเริ่มกลับมา

คล้ายๆกับผิวเรานี่ล่ะค่ะ พอเติมน้ำให้ผิว ผิวก็จะสดชื่นเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดี

สำหรับ  Origins Make A Difference Plus+ นี้เป็นสูตรใหม่ค่ะ

ที่จะช่วยเติมน้ำให้ผิวที่ต้นเหตุความแห้งกร้านอย่างล้ำลึก ฟื้นบำรุงผิวเสื่อมสภาพ

และยังคงความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างยาวนานด้วย

ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะมีกลิ่นหอมเหมือนผลไม้ป่าจากธรรมชาติเลย

กลิ่นที่เราได้ก็เหมือนจะช่วยสร้างความผ่อนคลายไปในตัวด้วยนะคะ

ที่นี้มาดูที่ละชิ้นนะคะว่ามีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

เริ่มกันที่ Make A Difference  Plus+ Rejuvenating Treatment

ตัวนี้เป็นทรีทเมนต์ที่ ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

เป็นเนื้อเจลที่เนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิวเร็วมาก ไม่เหนียว ไม่มันเยิ้ม สบายผิวมากๆ

คุณสมบัติของตัวนี้ คือจะช่วยปลอบประโลมผิว

และทำให้ริ้วรอย หมองคล้ำแห้งเสียดูจางลงและผิวดีขึ้นค่ะ
 …

ต่อด้วย Make A DifferenceTM Plus+ Rejuvenating Moisturizer 

เป็นมอยส์เจอร์ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น แล้วก็รักษาความชุ่มชื้นของผิว

ถึงเป็นมอยส์เจอร์แต่เนื้อครีมกับเบามาก ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว

ให้ความรู้สึกผิวอิ่มน้ำ ผิวไม่แห้งตึง ชุ่มชื่นมากๆค่ะ

ปิดท้ายด้วย Make A DifferenceTM Plus+ Rejuvenating Serum

เซรั่มเนื้อเหลวสีขาวขุ่น ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเร็วเราว่าทาแล้วรู้สึกผิวมันนุ่มขึ้น

ชุ่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกเลยว่าช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าได้ดีมากค่ะ

ใครสนใจชิ้นไหนเป็นพิเศษลองแวะไปทดลองผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ

ลองใช้ที่ละขวดก่อนก็ได้ ถ้าได้ผลเป็นที่น่าพอใจค่อยๆลองชิ้นอื่นเพิ่มค่ะ

ท้ายสุดต้องขอบคุ Origins ที่ชวนไปร่วมทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆด้วยค่า