World Wide Plug Adapters-แต่ละประเทศใช้เต้าเสียบแบบไหนกัน


สำหรับทุกคนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่จะลืมซะไม่ได้ คือ
การเตรียมเต้าเสียบ หรือตัวแปลงปลั๊กไฟให้เหมาะสมกับประเทศนั้นๆติดกระเป๋าไปด้วย
เพื่อให้คนที่กำลังเตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศ ได้หาซื้ออุปกรณ์เชื่อมต่อที่จะทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้า
หรืออุปกรณ์สื่อสารของเรา สามารถใช้งานได้ไม่มีสะดุดนั่นเอง
วันนี้ขอรวบรวมรูปร่างหน้าตาปลั๊กที่เราจะนำไปใช้ในแต่ละประเทศมาฝากกันค่ะ

plug_a

แบบ A ส่วนใหญ่ใช้ในอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และ ญี่ปุ่น (US, Japan)

plug_b

แบบ B ใช้ในอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และ ญี่ปุ่น (US, Japan)

plug_c

แบบ C ใช้ในประเทศทั้งหมดของยุโรป ยกเว้น สหราชอาณาจักรไอร์แลนด์, ไซปรัส และมอลตา  EU (European Union)

plug_d

แบบ D ใช้ในประเทศ อินเดีย ศรีลังกา เนปาล และนามิเบีย (India)

plug_e

แบบ E ใช้เป็นหลักในประเทศฝรั่งเศส, เบลเยียม, โปแลนด์, สโลวะเกีย, สาธารณรัฐเช็ก, ตูนิเซียและโมร็อกโก

plug_f

แบบ F ใช้เป็นเยอรมนี, ออสเตรีย, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน, นอร์เวย์, ฟินแลนด์, โปรตุเกส, สเปนและยุโรปตะวันออก

plug_g

แบบ G ส่วนใหญ่จะใช้ใน สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ไอร์แลนด์, ไซปรัส, มอลตา, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และฮ่องกง (UK)

plug_h

แบบ H ใช้เฉพาะในประเทศ อิสราเอล

plug_i

แบบ I ส่วนใหญ่จะใช้ใน ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี อาร์เจนตินา และจีน

plug_j

แบบ J ช้ใน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

plug_k

แบบ K ใช้ในเดนมาร์ก และเกาะกรีนแลนด์

plug_l

แบบ L ใช้ในอิตาลี และบางส่วนในแอฟริกาเหนือ

plug_m

แบบ M ใช้เก​​ือบเฉพาะในแอฟริกาใต้, สวาซิแลนด์ และเลโซโท

และปิดท้ายด้วยกระแสไฟฟ้าของแต่ละทวีป และประเทศนั้นๆ

ทวีปเอเชีย
เวียดนาม  220 V 50 Hz A/C/G
ศรีลังกา   230 V 50 Hz D/G/M
สิงคโปร์   230 V 50 Hz G
เกาหลีใต้  110 V/220 V 60 Hz A/B/C/F
ฟิลิปปินส์  220 V 60 Hz A/B/C
ปากีสถาน 230 V 50 Hz C/D
เนปาล     230 V 50 Hz C/D/M
พม่า        230 V 50 Hz C/D/F/G
มาเลเซีย  240 V 50 Hz G
ลาว        230 V 50 Hz A/B/C/E/F
ญี่ปุ่น      100 V 50 Hz/ 60 Hz * A/B
อินโดนีเซีย 230 V 50 Hz C/F
อินเดีย     230 V 50 Hz C/D/M
ไต้หวัน    110 V 60 Hz A/B
มาเก๊า      220 V 50 Hz D/G
ฮ่องกง     220 V 50 Hz G
จีน          220 V 50 Hz A/I/G
กัมพูชา     230 V 50 Hz A/C/G
บรูไน       240 V 50 Hz G
ภูฏาน       230 V 50 Hz D/F/G

ทวีปออสเตรเลีย / โอเชียเนีย
ปาปัวนิวกินี  240 V 50 Hz / I
นิวซีแลนด์   240 V 50 Hz / I
ฟิจิ            240 V 50 Hz / I
ออสเตรเลีย  240 V 50 Hz / I

ทวีปยุโรป
สหราชอาณาจักร 230 V 50 Hz G
ตุรกี                 230 V 50 Hz C / F
สวิตเซอร์แลนด์    230 V 50 Hz J
สวีเดน              230 V 50 Hz C/F
สเปน               230 V 50 Hz C/F
รัสเซีย              230 V 50 Hz C/F
โปรตุเกส          230 V 50 Hz C/F
โปร์แลนด์          230 V 50 Hz C/E
นอร์เวย์            230 V 50 Hz C/F
เนเธอร์แลนด์      230 V 50 Hz C/F
โมนาโก            230 V 50 Hz C/D/E/F
ลักเซมเบิร์ก       230 V 50 Hz C/F
อิตาลี              230 V 50 Hz F/L
ไอซ์แลนด์         230 V 50 Hz C/F
ฮังการี             230 V 50 Hz C/F
กรีซ                230 V 50 Hz C/F
เยอรมัน            230 V 50 Hz C/F
ฝรั่งเศส            230 V 50 Hz E
ฟินแลนด์          230 V 50 Hz C/F
เดนมาร์ก          230 V 50 Hz C/F/K
เช็ก                230 V 50 Hz E
บัลแกเรีย          230 V 50 Hz C/F
เบลเยี่ยม          230 V 50 Hz E
ออสเตรีย          230 V 50 Hz C/F

ทวีปอเมริกา
บราซิล     127 V/ 220 V 60 Hz A/B/C/I
อาร์เจนตินา    220 V 50 Hz C/I
สหรัฐอเมริกา  120 V 60 Hz A /B
เม็กซิโก        127 V 60 Hz A
แคนาดา        120 V 60 Hz A/B

ทวีปแอฟริกา
แอฟริกาใต้    230 V 50 Hz D / M
มาดากัสการ์ 127 V/ 220 V  50 Hz C / D / E / J / K
อียิปต์         220 V 50 Hz C / F
แคเมอรูน     220 V 50 Hz C / F

ทวีปเอเซีย (ตะวันออกกลาง)
จอร์แดน     230 V  50 Hz  G / D / F / J
บาห์เรน       230 V 50 Hz G
อิหร่าน       230 V   50 Hz  C / E / D
อิรัก           230 V  50 Hz  C / G / D
อิสราเอล      220 V 50 Hz C / H
คูเวต       240 V 50 Hz G / D
เลบานอน     110/220 V 50 Hz A / B / C / G / D
โอมาน     240 V 50 Hz  G / D
กาตาร์      240 V 50 Hz G / D
ซาอุดีอาระเบีย      127/220 V 60 Hz A / B / F / G
ซีเรีย      220 V 50 Hz C / E / L
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์     220 V 50 Hz C / G / D
เยเมน      220/230 V 50 Hz A / G / D

หวังว่าข้อมูลนี้จะพอมีประโยชน์นะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.meetawee.com ด้วยค่ะ

 

Metallic & Gold Foil Jewel Tattoos


ช่วงนี้กระแสรอยสักแบบที่ใช้น้ำลูบ ที่เราเคยเล่นสมัยเด็กๆกำลังมาค่ะ
แต่มาในรูปแบบของแผ่นฟอล์ยที่สวยเก๋ ไม่เชย ดูทันสมัยสุดๆค่ะ

สวยเน้ออออ…เห็นแล้วชอบมากๆ เลยลองเสิรชคำว่า Gold Foil Tattoo ใน IG ดู
มีมากมายหลายร้านที่ขายค่ะ เลยลองสั่งมาเล่นดูบ้าง

แผ่นนี้ 150- ขนาดประมาณ 1/2 กระดาษ A4 ลายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของลวดลาย
วิธีใช้ไม่ยากเลย ตัดลายที่เราชอบออกมา ลอกกระดาษใสที่แปะกันลายออก
ทาบลงบนผิว แล้วลูบด้วยน้ำจนชุ่มกระดาษ ทิ้งไว้ราว 15-20 วิ แล้วลอกออกก็ได้ลายเรียบร้อย
ทั้งนี้ทั้งนั้นลายขนาดใหญ่อาจต้องอาศัยความตั้งใจเป็นพิเศษ ลายจะได้ไม่เลือนนะคะ

ลายจะติดแนบสนิทอยู่บนผิวเรานานประมาณ 4-6 วัน ถ้าไม่โดนครีมค่ะ

อาบน้ำหรือถูสบู่ไม่มีปัญหานะคะ ไม่หลุดลอกเลย

แต่ถ้าอยากเอาออก ก็แค่ใช้น้ำมันอะไรก็ได้ที่เรามีอยู่ มาถูๆขัดๆตรงลาย แป๊ปเดียวก็หลุดค่ะ

วันนี้เอาแฟชั่นเก๋ๆมาอัพเดทกันแค่นี้ ใครสนใจลองหาซื้อมาเล่นกันดูนะคะ 🙂

Shopping Online กับ ZALORA


ใครชอบช้อปปิ้งออนไลน์บ้าง ขอเสียงหน่อยค่า
ที่ถามแบบนี้เพราะช่วงนี้เป็นคนติดการดูเวบช้อปปิ้งออนไลน์มากๆ
เหตุผลง่ายๆคือ สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปช้อปปิ้งนอกบ้านเลย
เรียกว่านั่งทำงานอยู่ออฟฟิส หรืออยู่บ้าน เราก็สามารถเลือกซื้อสินค้าถูกใจได้แบบสบายๆ
สำหรับเว็บที่ชอบ และเข้าไปอัพเดทสินค้าบ่อยๆในช่วงนี้คือ ZALORA นั่นเอง

หลายๆคนน่าจะรู้จักและคุ้นตาร้านค้าออนไลน์ร้านนี้เป็นอย่างดีนะคะ
เพราะถ้าเราเข้าเว็บดังๆเว็บไหน ก็จะเห็นป้ายแบนเนอร์อยู่ในเว็บนั้นๆตลอดเลย

นุ่นสั่งสินค้าจากเว็บนี้ค่อนข้างบ่อยเลยทีเดียวค่ะ เพราะสมัครรับข่าวสารเอาไว้นานแล้ว
จะมีเมล์เข้ามาอัพเดทสินค้าใหม่ สินค้าลดราคา หรือโปรโมชั่นต่างๆให้เราทราบอยู่บ่อยๆ
และที่สำคัญคือ มีโค้ดลดราคามายั่วใจเราอยู่เสมอๆ ช่วงไหนมีโปรเด็ดถูกใจเป็นต้องโดนค่ะ
เคยเขียนบล็อกช้อปปิ้งไว้ครั้งนึงแล้ว คลิ้กดูได้ ที่นี่ ค่ะ

ในเว็บนี้จะมีสินค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับต่างๆของทั้งชายและหญิง
นอกจากนั้นยังมีสินค้าแบรนด์ดังๆอีกหลายแบบมาให้เราเลือกซื้อในหลากหลายราคาด้วย
เรียกว่ามีทั้งถูกทั้งแพง แล้วแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละท่านเลยค่ะ

สำหรับแบรนด์โปรดของนุ่น คือแบรนด์ EZRA ที่เป็นแบรนด์ของทาง ZALORA เองเลย
แบรนด์นี้ราคาไม่แพงเลยนะคะ และเท่าที่สั่งมา สินค้าที่ได้รับก็คุณภาพดีด้วย
ใส่วนของเสื้อผ้าการตัดเย็บประณีต เรียบร้อย ในส่วนของกระเป๋าหรือรองเท้าก็ดูแข็งแรง ทนทาน
นี่เป็นตัวอย่างบางส่วนที่เคยสั่งมา และก็มีได้มาเป็นของกำนัลด้วย

เพื่อนๆที่สนใจลองกรอกอีเมล์รับข้อมูลข่าวสารต่างๆได้ทาง www.zalora.co.th  (<<คลิ้กเข้าสู่เวบ)
หรือจะลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกเพื่อสั่งซื้อสินค้าต่างๆเลยก็ได้นะคะ

แอบเอาเทคนิคการช้อปของนุ่นมาฝากค่ะ
นั่นก็คือ นุ่นจะเลือกสินค้าที่สนใจไว้เก็บไว้ใน “สินค้าในดวงใจของฉัน”
และจะมาเช็คสม่ำเสมอว่ามีการลดราคาหรือยัง จะได้กดสั่งซื้อในราคาที่ถูกลง
หรือถ้ารอเซลล์ไม่ไหว ก็รอโค้ดสินค้าอาจจะลด 10-20 % ซึ่งโค้ดก็จะมีมาบ่อยๆไม่ต้องรอนาน
และควรสั่งเกินมูลค่าที่เค้ากำหนดไว้นะคะ จะได้ส่งฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

อ้อ…พูดภึงเรื่องการส่งสินค้า ที่นี่จะส่งสินค้าโดยบริษัทส่งสินค้า ไม่ได้ส่งทางไปรษณีย์
จึงค่อนข้างสะดวกและรวดเร็วมาก หลังจากสั่งสินค้าและได้รับการคอนเฟิร์มทางอีเมล์แล้ว
ภายใน 2-3 วันก็ได้รับสินค้าถึงมือเราเรียบร้อย หายห่วง ไม่ต้องกลัวหายหรือถูกรื้อค้นด้วย
หากเช็คสินค้าแล้วไม่เป็นที่พอใจ ชำรุด หรือผิดไซส์ ก็สามารถส่งคืนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โดยเราสามารถทำเรื่องส่งคืนที่ 7 Eleven ตามซองส่งคืนสินค้าที่แนบมาให้ด้วยได้เลย
ประมาณ 1 สัปดาห์ก็สามารถทราบความเคลื่อนไหวของการคืนสินค้าแล้วค่ะ

ก่อนจบบล็อกเก็บภาพทำแฟชั่นเซ็ทเล็กๆมาฝากกันด้วย
แอบเห่อของที่ได้มาให้ดูกันสักหน่อยค่ะ มีทั้งของใหม่ และของที่เคยช้อปมา
เป็นแบรนด์ EZRA ทั้งหมดนะคะ ยกเว้นสร้อยคอ เป็นของ Something Borrow ค่ะ

 

ขอขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาเยี่ยมชมและทักทายกันที่บล็อกด้วยค่ะ

Kanchanaburi Trip with My Friends – ทริปเพื่อนเก่า-เที่ยวสังขละ-กาญจนบุรี


ทริปก๊วนเพื่อนเก่ากลับมาอีกแล้ว หลังจากเว้นช่วงไปปีสองปี
เพื่อนสาวก็ส่งตารางการท่องเที่ยวมาให้เรียบร้อย เรียกว่านับวันรอกันได้เลย
สำหรับทริปนี้จุดหมายปลายทางเราอยู่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรีค่ะ ในระยะเวลา 2 คืน 3 วัน
ด้วยวัยของเราบางคนก็มีลูกกันแล้ว ทริปนี้จึงมีเด็กน้อยด้วย แอบตื่นเต้นนิดๆว่าจะเป็นยังไงกันบ้างน๊า

เช้าวันเดินทาง (๔ พ.ค. ๕๗) ไปสิงสถิตอยู่คอนโดเพื่อนเหมือนเคย
จะได้ไม่ต้องตื่นเช้ามาก  แสงแรกของวันเดินทางยังสวยเหมือนเดิม
ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนะคะ

สมาชิกครบถ้วนปุ๊ปเราก็ออกเดินทางกันเลย แวะพักทานมื้อเที่ยงร้านอาหารระหว่างทาง
ซึ่งจุดหมายแรกของเราอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ แวะพักทานข้าวพร้อมกับชมวิวไปด้วย

จุดหมายแรกของเราวันนี้คือน้ำตกเกริงกระเวีย น้ำตกขนาดเล็กที่มีคนมาเที่ยวกันเยอะพอสมควร

น้ำตกเกริงกระเวียเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ตั้งอยู่ริมถนนสายทองผาภูมิ-สังขละ
มีความสูงประมาณ 5 เมตร จุดนี้เป็นจุดพักรถ ทานอาหาร และเข้าห้องน้ำระหว่างเดินทางไกลได้

เดินเล่นที่แรกเรียบร้อย จุดหมายต่อมาของเราคือ จุดชมวิวป้อมปี่ ในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
จริงๆตอนแรกแพลนว่าจะที่นี่มาช่วงเย็นๆเราจะได้ดูพระอาทิตย์ตกด้วย
แต่เนื่องจากมีเด็กๆร่วมทริปมาด้วย การเดินทางเลยต้องไวนิดนึง จะได้ถึงที่พักไม่ดึกเกินไป

เวิ้งน้ำสวยงามด้านหน้านี้คือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ค่ะ

สำหรับที่นี่ นักเที่ยวมักจะมากางเต็นท์นอนเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน เพราะมีทิวทัศน์ที่สวยงาม
การเดินทางก็ไม่ลำบากมากนัก สิ่งอำนวยความสะดวกภายในอุทยานฯ ค่อนข้างครบถ้วน
โดยเสียค่าธรรมเนียมในการเข้าพักผ่อนหรือชมวิวในราคา ผู้ใหญ่ 40 และเด็ก 20 เท่านั้น

ถึงเวลาเช็คอินเข้าที่พัก เรามาพักกันที่นี่ค่ะ สามประสบรีสอร์ท รีสอร์ต สังขละบุรี
ที่นี่วิวดีมาก มองไปฝั่งตรงข้ามเราเห็นชุมชนชาวมอญ และแม่น้ำซองกาเลียอยู่แค่เอื้อม
สังขละบุรี มีคำขวัญว่า “เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม” คือมีทั้ง ไทย มอญ กะเหรี่ยง ค่ะ

โค้งน้ำซองกาเรียยามเย็นค่ะ จะมีแพให้เช่าพักค้างคืนด้วยสำหรับคนที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติ
ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว มีกิจกรรมพายเรือแคนูกันด้วยค่ะ

เพื่อนเราจองห้องได้ทำเลดีมาก 4 ห้องของพวกเรา ด้านหน้าเป็นสระว่ายน้ำพอดี
แถมมองไปไกลๆยังเห็นวิวๆสวยอีกด้วย

มีสระน้ำอยู่หน้าห้องพักขนาดนี้ ไม่พลาดแล้วค่ะ เล่นน้ำไปชมวิวไป เพลิดเพลินสุดๆ
ช่วงค่ำๆ คนเริ่มกลับห้องพักกัน สระน้ำเหมือนเป็นของเราเลย

เช้าวันถัดมา สิ่งที่เราไม่พลาดกันค่ิอ การมาใส่บาตรยามเช้าฝั่งมอญค่ะ อิ่มบุญกันถ้วนหน้า
การใส่บาตรที่นี่เค้าจะเตรียมของ 9 ชิ้น สำหรับพระ 9 รูป
ซึ่งที่นี่ก็มีชุดใส่บาตรจำหน่ายโดยที่เราไม่ต้องเตรียมมาเลย
นักท่องเที่ยวมาใส่บาตรกันเยอะมาก บรรยากาศครึกครื้นมากเลยล่ะค่ะ

บรรยากาศยามเช้าจากฝั่งมอญ ด้านหน้าคือ สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือ สะพานมอญ
อาคารสีเหลืองๆฝั่งตรงข้ามนั่นคือรีสอร์ทที่เราพักค่ะ
หากช่วงที่สะพานยังไม่เสียหาย
สามารถเดินข้ามจากรีสอร์ทฝั่งโน้นมาฝั่งนี้ได้สบายเลย

สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานมอญ หรือ สะพานไม้มอญ
เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาว 850 เมตร
และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในประเทศพม่า
เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเรีย ที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
สร้างขึ้นตามดำริของ หลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ในปี พ.ศ. 2529
เป็นสะพานไม้ที่ใช้สัญจรไปมาของชาวมอญและชาวไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้
ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี
ตอนนี้ยังคงอยู่ระหว่างซ่อมแซมหลังจากที่ขาดเป็นสองท่อนจากน้ำป่าไหลผ่าน

ทำบุญกันเรียบร้อย  เรามาเที่ยวต่อกันที่พระเจดีย์สามองค์ ที่แต่เดิมเรียกกันว่า หินสามกอง
ที่นี่เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า
บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้ามากมายทั้งฝั่งไทยและจากประเทศพม่า
นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซู
ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่มีการจำหน่ายสินค้าของพม่า
โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าผ่านด่าน (ฝั่งประเทศพม่า)
ชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 10 เหรียญสหรัฐ รถยนต์ คันละ 50 บาท ค่ะ



แก๊งค์เราไม่ได้ข้ามไปฝั่งพม่า เพราะรู้สึกไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ
เลยเลือกที่เดินเล่นอยู่ฝั่งไทย นั่งพักจิบ ชา กาแฟกันสักหน่อยให้หายร้อนแล้วค่อยเดินทางกันต่อ





ต่อจากนั้น เรามานั่งพักชิวๆกันที่แพริมน้ำแม่น้ำซองกาเรีย
เป็นจุดที่เป็นทางผ่านมา ไม่มีในโปรแกรม พอเห็นน้ำใสๆเย็นๆ ก็แอบเสียดายกันยกใหญ่
ถ้าเราเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยน งานนี้มีโดดน้ำตูมๆแข่งกับเด็กๆแน่นอน
จุดนี้มีขายอาหารประเภทส้มตำและอาหารตามสั่งด้วยค่ะ มีห้องน้ำบริการเรียบร้อย
คนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัว และนั่งท่องเที่ยวต่างชาติ
น้ำไม่ลึกมาก ไหลเอื่อยๆ อากาศเย็นสบายสุดๆ ใครผ่านไปทางนั้น อย่าพลาดที่จะแวะพักนะคะ


ต่อด้วยการสักการะหลวงพ่ออุตตมะที่วัดวังก์วิเวการาม หรือชาวบ้านเรียกว่าวัดหลวงพ่ออุตตมะ
เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญได้ร่วมกันสร้างขึ้น
ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า

พระราชอุดมมงคล (หลวงพ่ออุตตมะ) (พ.ศ. 2453 – 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549)
เป็นพระภิกษุที่ได้ความเคารพเลื่อมใสในหมู่คนไทยเชื้อสายมอญและชาวพุทธทั่วไป
เป็นพระนักเดินธุดงคกรรมฐาน ออกเดินธุดงค์ไปบำเพ็ญธรรมอยู่บนเขาหลายครั้งเป็นเวลานาน
หลวงพ่ออุตตมะเข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547
 ด้วยโรคไต โรคหัวใจ โรคปอด สมองขาดเลือดไปเลี้ยง จากภาวะปอดอักเสบ
ท่านไม่รู้สึกตัวและไม่สามารถลืมตาเองได้เป็นเวลากว่า 1 ปี
จนกระทั่งเกิดอาการติดเชื้ออย่างรุนแรง และมรณภาพจากการติดเชื้อในกระแสโลหิต
เมื่อเวลา 7.22 น. ของวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549 อายุรวม 97 ปี
จากนั้นเราก็มาต่อกันที่เจดีย์พุทธคยาที่จำลองแบบจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย
ใหญ่โตอลังการสวยงามจริงๆค่ะ จากรีสอร์ตที่เราพักสามารถมองมาทางฝั่งมอญและเห็นที่นี่ด้วย
เราสู้แดดที่ร้อนมากๆขึ้นไปชมเจดีย์กันแบบใกล้ๆ สวยงามทุกจุด ทุกมุมมองจริงๆ
เรากลับมายังที่พักเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจะไปนั่งเรือล่องแม่น้ำซองกาเรียกันค่ะ
พร้อมเดินทางแล้วค่ะ
เราเช่าเหมาลำเรือหางยาวขนาดใหญ่ นั่งได้ประมาณ 8-10 คน มีชูชีพให้ใส่ครบจำนวนคนเลย
เรานั่งเรือชมวิวสองฝั่งแม่น้ำกันอย่างเพลิดเพลิน แม้ว่าจะ 4 โมงแล้ว แต่แดดยังแรงมากๆ
จุดหมายปลายทางสุดท้ายในวันนี้ของเราอยู่ลิบๆโน่นค่ะ

ถึงแล้วค่ะ เราใช้เวลาเดินทางราว 15 นาทีจากฝั่งไทย
ลัดเลาะโค้งน้ำซองกาเรียมาที่นี่วัดใต้น้ำ เมืองบาดาล สังขละบุรี

ที่นี่จมอยู่ใต้น้ำมาเป็นเวลากว่า 20 ปี
โดยในช่วงฤดูแล้งช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน น้ำจึงจะลด
ทำให้สามารถมองเห็นโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจนและนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือไปเที่ยวชมได้
แต่ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมด เหลือเพียงยอดโบสถ์ให้เห็นเท่านั้น
จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ อ.สังขละบุรี ในชื่อเมืองบาดาล
อ.สังขละบุรี นั้น ประสบกับปัญหาภัยแล้งเป็นอย่างมาก
ทางเขื่อนมีความจำเป็นที่จะต้องระบายน้ำเพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกร
นำในทะเลสาบที่ท่วมวัดวังก์วิเวการามเกินมากว่า 20 ปีลดลงจนแห้งขอด
ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเมืองบาดาล สามารถเดินเข้าเยี่ยมชมโบสถ์ได้อย่างสะดวก

ที่นี่มีไกด์เด็กชาวมอญจำนวนมาก เด็กบางคนน่ารัก ถึงเราไม่สนใจเค้าก็เดินไปหาคนอื่นแทน
แต่บางคนนี่เค้าก็พูดจาหยาบคายใส่เราเลยนะคะ
ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็ดูออกนะนี่

จบทริปแล้ว ก่อนกลับบ้านในเช้าวันพรุ่งนี้ ขอเล่นน้ำให้ชื่นใจก่อนกลับกรุงเทพฯสักหน่อย
ทริปเพื่อนวัยประถมของเราทริปหน้าจะไปไหนกันต่อยังไม่ได้วางแผนชัดจน
แต่ไปกันอีกครั้งเมื่อไหร่ จะมาเก็บความทรงจำไว้ในบล็อกนี้เหมือนเดิม
….

Review Canon LEGRIA mini


สวัสดีค่ะ วันนี้ขอเบรคเรื่องสวยงามๆ มาจับของทันสมัยไฮเทคกันบ้าง
ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า ไม่ถนัดสายนี้เลย ปกติจะสายสวยๆงามๆมาตลอด
ถ้าศัพท์แสงตรงไหนอ่านแล้วดูประหลาด หรือผิดเพี้ยนชวนงง ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

สำหรับชิ้นที่หยิบมารีวิววันนี้คือ กล้อง Canon LEGRIA mini
หรือกล้องอัดวิดีโอคุณภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุดจากแคนนอนนั่นเอง
ต้องขอบคุณทางแคนนอนก่อนเป็นอันดับแรก ที่มอบกล้องตัวนี้มาให้นุ่นได้ใช้ด้วยค่ะ

สำหรับกล้องตัวนี้เป็นกล้องอัดวิดีโอขนาดพกพา เล็กกะทัดรัดพอดีมากๆ
แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ เป็นกล้องที่อัดวิดีโอคุณภาพสูงระดับ Fill HD ที่ให้ภาพคมชัดมากๆ
มีชิปประมวลผลภาพใหม่ Digic DV4 และมีเซ็นเซอร์ CMOS เก็บรายละเอียดของภาพและสีที่คมชัด

หน้าจอเป็นแบบทัชสกรีนที่สามารถ พลิก พับ ปรับหมุนได้หลายทิศทางรอบตัว
จะตั้งถ่ายแบบไหนได้ตามที่เราถนัดเลยค่ะ

มีขาตั้งที่ปรับระดับได้ 90 องศา ทำให้สามารถวางกล้องได้ตามองศาที่เราพอใจ

ช่องเก็บการ์ดและสาย USB มีมาให้พร้อม สามารถใช้ร่วมกับขาตั้งกล้องได้

ตัวเลนส์กล้องมีฝาปิดกันรอย กันกระแทกต่างๆได้ดี เมื่อไม่ใช้งานกล้องก็จะปิดตัวเองอัตโนมัติทันที
ระบบเสียงแบบ Stereo Sound บนตัวกล้อง สามารถเลือกบันทึกเสียงรูปแบบต่างๆได้อย่างคมชัด

ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆเข้าถึงง่ายด้วยระบบทัชสกรีน
มี Effect Touch Decoration ให้สนุกสนานกับการใส่กราฟฟิกต่างๆในรูปภาพหรือวิดีโออีกด้วย
ในการถ่ายวิดีโอ สามารถเลือกโหมดแบบปกติ  Slowmotion และ Fast Motion ได้
นอกจากนี้เรายังสามารถตั้งเวลาในการถ่ายวิดีโอได้ด้วย

จุดเด่นอีกอย่างคือ สามารถเชื่อมต่อกับ wifi ไปยัง Smartphone หรือ Tablet ได้
เพื่อให้คุณสามารถแชร์ภาพ หรือวิดีโอ เข้าสู่ Social Network ต่างๆได้ตามต้องการ

และยังสามารถใช้ App/CameraAcess เพื่อใช้ในการถ่ายผ่าน Smartphone หรือ Tablet ของคุณได้
หรือ App/Movie Upload เพื่อโหลดไฟล์วิดีโอขึ้น Facebook หรือ Youtube ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

ในการถ่ายภาพ หรือถ่ายวิดีโอนั้น เราสามารถเลือกเป็นภาพที่มีมุมมองกว้างถึง 170 องศาได้ (+)
หรือเลือกถ่ายระยะใกล้แบบปกติได้เช่นกัน (-) ลองดูตัวอย่างภาพทั้งสองแบบในรูปถัดไปได้เลยค่ะ

ภาพนิ่งใช้โหมดมุมกว้างแบบเลนส์ไวด์ ให้ภาพที่มีมุมมองกว้างขวางมาก
ถ้าถ่ายรูป หรือวิดีโอแบบหมู่คณะ เชื่อว่างานนี้ไม่มีใครตกเฟรมแน่ๆค่ะ

หรือจะถ่ายแบบมุมมองปกติ จะได้ออกมาแบบนี้ รูปนี้ยืนถ่ายในตำแหน่งเดียวกับภาพบน
จะเห็นว่าภาพมีละเอียดความคมชัด และให้สีที่ดูสดเป็นธรรมชาติ
ในกรณีที่ถ่ายคลิปวิดีโอ กล้องตัวนี้ก็มีคำสั่งให้แคปเป็นภาพนิ่งออกมาได้คมชัดเช่นกัน

ขอสรุปผลการใช้ส่วนตัวสักเล็กน้อยนะคะ
ข้อดี – พกพาสะดวก ใช้งานง่าย หน้าจอปรับได้หลายทิศทางทำให้สะดวกในการถ่ายวิดีโอมากๆ
ภาพที่ได้คมชัด คุณภาพดี เครื่องไม่ร้อนแม้จะใช้เวลาถ่ายนานๆ มี wifi แขร์รูปหรือคลิปได้ทันที
ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน หรือแท็ปแลตได้อย่างสะดวก รวดเร็ว พร้อมทุกสถาณการณ์

ข้อเสีย – ปรับซูมได้แค่ 2 ระดับ ไม่มี auto focus ในระยะใกล้มากๆได้ ถึงมีโหมดถ่ายกลางคืน
แต่หากอยู่ในที่แสงน้อย ภาพจะดูมืดไม่คมชัด

โดยรวม คิดว่าเหมาะมากๆกับคนที่ชอบอัดคลิปสั้นๆเก็บไว้ดูเล่น
หรือคนที่อยากได้กล้องถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง ในงบที่ไม่บานปลายมากนัก
เพราะนอกจากได้ภาพที่คมชัดสวยแล้ว ราคายังไม่สูงเกินเอื้อมด้วย

ทั้งหมดเป็นรายละเอียดคร่าวๆของกล้อง LEGRIA mini ตัวนี้ ยังมีลูกเล่นปลีกย่อยอีกมากมายเลยค่ะ
สำหรับคนที่สนใจ ตอนนี้เค้ามีจำหน่ายทางออนไลน์เท่านั้นนะคะ และมีจำนวนไม่มากด้วย
ราคาอยู่ที่ 9,999- สามารถคลิ้กไปดูรายละเอียดอื่นๆได้ที่ http://www.canon.co.th/estore  ค่ะ

http://www.youtube.com/watch?v=otUdUVsNOGA

ปิดท้ายด้วย VDO สั้นๆที่ใช้กล้อง Canon Legria mini ตัวนี้ถ่าย
และตัดต่อผ่านโปรแกรมใน Youtube
ลองดูว่าภาพที่ได้เป็นยังไงบ้างนะคะ กล้องนี้ให้ภาพแบบ full HD สามารถเลือกดูแบบ Hi-Res ได้ค่ะ
ท้ายที่สุดต้องขอบคุณทาง Canon อีกครั้ง ที่ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งของคนที่ได้ทดลองใช้ของใหม่ก่อนใคร

หวังว่าข้อมูลทั้งหมดคงพอเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆที่สนใจกล้องรุ่นนี้นะคะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายเยี่ยมที่บล็อกค่ะ Smiley

พาน้องหมาไปว่ายน้ำกันค่ะ :D


สวัสดีค่า บล็อกนี้ขอพักเรื่องสวยๆงามๆไว้สักแป๊ป มาอัพเดทเรื่องสัตว์เลี้ยงแสนรักกันบ้าง
วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์จากการพาน้องหมาไปว่ายน้ำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ขั้นตอนการเตรียมตัวก็ไม่มีอะไรมาก คือถ้าน้องหมาเราไม่ป่วย แข็งแรงดี ก็พาไปได้แล้วค่ะ
การว่ายน้ำเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อทุกส่วนของน้องหมาให้แข็งแรงทั้งพันธ์เล็กและพันธ์ใหญ่
นอกจากนั้น การว่ายน้ำยังเป็นการฟื้นฟูสภาพร่างกายของน้องหมาที่เพิ่งผ่าตัด หรือการทำหมัน

Smiley Smiley

สำหรับสุนัขที่มีปัญหาการบาดเจ็บจากโรคข้อสะโพกเสื่อม
น้ำจะช่วยพยุงให้กล้ามเนื้อไม่ต้องรับแรกกระแทกมากจนเกินไปและลดอาการบาดเจ็บได้
ไม่จำเป็นที่สุนัขของเราจะต้องว่ายน้ำนานๆนะคะ เพียงครั้งละ 20-30 นาทีก็เพียงพอแล้ว
และไม่ต้องว่ายกันทุกวัน แค่วันเว้นวัน หรือสัปดาห์ละครั้ง สองครั้งก็พอค่ะ

Smiley Smiley

สำหรับสระว่ายน้ำสุนัขมีหลายที่เหมือนกันนะคะ
ลองเสิรชหาที่ๆใกล้บ้าน เพื่อสะดวกในการเดินทางค่ะ
สระที่นุ่นไปก็ไม่กลจากบ้านมาก มีสระน้ำขนาดเล็ก เหมาะกับซูชิเลยค่ะ
แต่ควรโทรจองล่วงหน้านะคะ เพราะถ้าน้องหมาอยู่รวมกันในสระหลายตัวอาจจะทำให้เค้าตื่นกลัวได้

ร้านที่นุ่นพาซูชิไปชื่อร้าน Puppy Hub อยู่แถวๆหมู่บ้านเสนา เส้นเกษตรนวมินทร์ค่ะ

ร้านนี้เค้ามีปริการรับเลี้ยงน้องหมาเป็นรายวันด้วย วันที่ไปนี่มีชิวาว่าวิ่งเล่นกันหลายตัวเลย

ระหว่างคอยน้องหมาก็มีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ เบเกอรี่ ให้ทานแก้เบื่อด้วย
สำหรับค่าบริาการเค้าจะแบ่งน้องหมาออกเป็น 3 ไซส์นะคะ
ไซส์ S-M ราคา 300 บาท จะเป็นน้องหมาพันธ์ุเล็กทั้งหลาย
และไซส์ L ก็จะเป็นน้องหมาพันธ์ใหญ่ ราคาอยู่ที่ 500 บาท
บริการอาบน้ำหลังการว่ายน้ำ 150-350- ค่ะ

สระของทางร้านสะอาดดีค่ะ ลึกประมาณหนึ่งเมตร บรรยากาศโดยรอบเป็นส่วนตัว ไม่พลุกพล่าน

ริมรั้วปลูกต้นไม้ดูร่มรืนย์ ไม่ร้อน นั่งเฝ้ามองน้องหมาว่ายน้ำได้เพลินๆค่ะ

ซูชิเป็นน้องหมาชอบสำรวจ มาถึงก็ขอตรวจสถานที่ก่อนเลย

ก่อนลงน้ำต้องใส่ชูชีพให้เรียบร้อยก่อนสำหรับน้องหมาที่ไม่เคยว่ายน้ำมาก่อน
แต่่คิดว่าทุกๆตัวทางร้านก็คงใส่ให้หมด เพื่อความปลอดภัยของน้องหมานะคะ

ซูชิเพื่งเคยลงสระครั้งแรก ทางร้านก็จะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เราเองก็คอยสังเกตุการณ์อยู่ห่างๆ
ไม่ควรส่งเสียงเชียร์น้องหมานะคะ เพราะเค้าอาจจะตื่นเต้นและสับสนได้
ควรให้เค้ามีสมาธิและจดจ่ออยู่กับการว่ายน้ำของเค้าจะดีกว่าค่ะ

ซูชิไม่มีอาการเกร็งหรือตื่นกลัว ว่ายไปเรื่อยๆได้ มีเสียสมาธิเวลาเราเดินไปใกล้ๆเล็กน้อย
สำหรับซูชิเป็นน้องหมาจมูกสั้น พอว่ายได้สักแป๊ปเค้าจะหอบและหายใจไม่ทัน
ต้องขึ้นมาพักบนบกเป็นระยะๆ และการเริ่มต้นครั้งแรกก็ควรให้เค้าคุ้นเคยกับสระก่อน
ในครั้งต่อๆไป เราจึงให้เค้าใช้ระยะเวลามากขึ้นนะคะ อย่าหักโหมจนเกินไป

ว่ายน้ำเสร็จหน้าตาซูชิก็สดชื่นแบบนี้ค่ะ ไม่มีอาการตื่นกลัวเลย
กลับบ้านไปก็ยังคึกเหมือนเดิม ไว้คราวหน้าพาไปใหม่น๊า
อ้อ…น้องหมาที่เป็นโรคผิวหนังต่างๆ ทางร้านจะไม่อนุญาตให้ลงสระนะคะ
และถ้าหากน้องหมาเราอึลงในสระ ทางร้านก็จะปรับเงินเจ้าของด้วย เป็นค่าเปลี่ยนน้ำค่ะ
ที่นี่ปรับ 3,000- ค่ะ แอบหวั่นกลัวซูชิอึมากๆ เพราะตื่นเต้นทีไร อึทุกที
คราวนี้รอดตัวไป คราวหน้ามีลุ้นกันอีกรอบ  Smiley

ลากันไปด้วยภาพคู่แม่-ลูกนะคะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ