Review เครื่องสำอางค์จากร้านไดโซะ + ฮาวทู


สวัสดีค่ะ มีของใหม่ๆมาอัพเดทกันอีกแล้ว จะว่าไปก็ไม่ได้ใหม่แล้วเนอะ
หลายๆคนน่าจะคุ้นเคย หรือผ่านตากันมาบ้างแล้วกับเครื่องสำอางในร้าน Daiso
แต่เชื่อว่าอีกหลายคนยังหวั่นๆ ไม่กล้าใช้ หรือมั่นใจในประสิทธิภาพ เพราะราคาแค่ชิ้นละ 60- เท่านั้น

วันนี้เลยขอนำบางส่วนที่ซื้อมาลองมาอัพเดทผลการใช้ให้ทราบกันค่ะ
เลือกตัวที่สนใจมาทั้งหมด 7 ชิ้น ไปดูว่าแต่ละชิ้นผลการใช้งานเป็นยังไงบ้างนะคะ
ตัวแรกเป็นแป้งผสมรองพื้นอัดแข็ง ในร้านเค้าจะมีประมาณ 2 เบอร์ สีค่อนค้างใกล้เคียงกัน
ตัวตลับจะแบ่งเป็นสองชั้น คือด้านนึงเป็นแป้ง ด้านล่างเป็นที่เก็บพัฟ แต่ไม่มีพัฟมาให้ด้วยนะคะ
เนื้อแป้งค่อนข้างร่วน ใช้แปรงหรือพัฟจะเกิดเป็นฝุ่นผง ค่อนข้างเลอะเทอะทีเดียว
ตัวแป้งไม่ปกปิด ไม่คุมมัน แต่ภาพรวมของผิวดูนวลเนียน ดูผิวสว่างขึ้น
อาจไม่เหมาะกับสาวผิวเข้มนะคะ เพราะทั้งสองเบอร์ให้สีที่สว่างทั้งคู่
ชิ้นต่อมาคือ Complete BB ที่มาในรูปแบบหลอดบีบ ใช้งานง่าย
เนื้อผลิตภัณฑ์เมื่อบีบออกมาเป็นเนื้อครีมที่ดูเหมือนจะเนื้อแน่น
แต่พอปาดไปบนผิวจะรู้สึกว่าเหลวมาก ไม่ปกปิดเลย เหมือนให้ความชุ่มชื่นเพียงอย่างเดียว
เค้าจะมีเฉดสีสำหรับผิวโทนเหลือง และขาวอมชมพูให้เลือก
ชิ้นต่อมาที่ใช้แล้วชื่นชอบมาก คือดินสอเขียนคิ้วของเค้า
รุ่นนีจะเป็นรุ่นดินสอที่หมุนไส้ขึ้นมา มีปลายอีกด้านเป็นแปรงเกลียวสำหรับเกลี่ยคิ้วให้ดูซอฟท์ลง
เนื้อดินสอนิ่มกำลังดี ไม่แข็งหรือเละเกินไป ไส้เขียนติดผิวเราง่ายด้วย ใช้แล้วชอบมากๆ
มีให้เลือกประมาณสามสี คือ Brown, Dark Brown (สีในรูป) และสีเข้มสุด Brown Gray
อายแชโดว์ในร้าน Daiso มีให้เลือกหลายแบบเหมือนกัน
แต่รุ่นนนี้มีสีหลายช่อง น่าจะนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบ
สำหรับรุ่นนี้ สีเข้มสุดเค้าใช้สำหรับเขียนคิ้ว แต่โดยส่วนตัวคิดว่า ใช้เป็นสีในการคัดเบ้าเหมาะกว่า
สีของเค้าจะอ่อนมาก เป็นสีใสๆสไตล์ญี่ปุ่น อาจต้องใช้ไพรม์เมอร์ช่วยให้เห็นสีสันชัดขึ้น
สีสว่างสุดเป็นสีแบบชิมเมอร์ ให้ความแววได้กำลังดี ใช้แทนไฮไลทืได้อยู่ค่ะ
สำหนับมาสคาร่ารุ่นนี้ต้องบอกว่าไม่เหมาะกับคนขนตาสั้นเอาซะเลย เพราะปัดแล้วขนตาตกทันที
ไม่แนะนำสำหรับคนที่มองหามาสคาร่าที่ให้ขนตางอนเด้งอยู่ทนทั้งวัน ข้ามตัวนี้ไปได้เลยค่ะ
อีกหนึ่งไอเท็มสีสันคือบลัชออนที่ในร้านก็มีหลายรุ่นให้เลือกทั้งเนื้อฝุ่นและเนื้อครีม
เราเลือกรุ่นนี้เพราะเห็นว่าสีสันน่ารักดี ภาพรวมก็ดูน่ารักเกินราคาด้วย
สีด้านนึงเจะเป็นแบบแมท ส่วนอีกด้านจะเป็นประกายชิมเมอร์
ด้านที่เป็นเนื้อด้านต้องขยี้แปรงแรงนิดนึง สีถึงจะติดแปรง แต่เม็ดสีชััดสวยกำลังดีเลย
ด้านที่เนื้ออกชิมเมอร์หน่อยไม่ออกสีนัก จะออกเป็นประกายเบาๆ สามารถบิวท์เพิ่มให้ดูวาวชัดขึ้นได้
ปิดท้ายด้วยลิปสติกเนื้อบางเบา ให้สีสันอ่อนๆ เม็ดสีแน่นกลางๆ
สำหรับสีนี้ซึ่งออกไปทางโทนนู้ดมีชื่อสีว่า Mocha จะมีอีกสองสีที่ออกโทนชมพูและแดง
เป็นลิปสติกราคา 60- ที่คิดว่าโอเคเลย สีสวย ให้ปากชุ่มชื่น แต่อย่าคาดหวังเรื่องการติดทน
นำทั้งหมดมาแต่งหน้าได้ลุคออกมาประมาณนี้เลยค่ะ โดยใช้แค่ 7 ชิ้นข้างบนเท่านั้น
ก็สิริรวมราคาอยู่ที่ 420 บาท โดยส่วนตัวมองว่าค่อนข้างคุ้มค่า แม้บางชิ้นจะไม่โดนเท่าไหร่
แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ ประหยัดเงินด้วยสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางทุกวัน
สามารถชมการใช้แต่ละชิ้นได้ในรูปแบบวีดีโอได้ด้วยนะคะ หากใครสนใจ
บล็อกนี้ต้องลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกใหม่กันด้วยค่า 🙂

Tutorial Holiday Party Makeup


สวัสดีค่าสาวๆ ปลายปีแบบนี้หลายๆคนคงมีปาร์ตี้สนุกสนานปลายปีกันถ้วนหน้าแน่เลย
วันนี้ถือโอกาสครีเอทลุคปาร์ตี้ปลายปีมาฝากกันค่า
จากหน้าสดด้านซ้าย แล้วกลายเป็นหน้าแน่นด้านขาวได้ยังไง เชิญรับชมค่า 🙂
คลิ้กเพื่อชมรูปแบบวีดีโอ
เครื่องสำอางที่ใช้ทั้งหมดในลุคนี้
 
Face
Maybelline Super Mineral 24 Healthy Longlasting Foundation
Bobbi Brown Eyeshadow Primer
Bisous Bisous Universal Concealer
Zendori UV Oil-Free Foundation
Ingrid Bronzing Powder
Catrice – o2o Peach Sorbet
Hourglass Ambient Lighting Palette
Eye & Lip
B&C Brow Lash EX
L’Oreal Cannes 2015 Collection – Sparkling Mint
Bobbi Brown – Tan 35
Essence – Blockbuster
The Bakery by Beauty Buffet – 01 Midnight Expresso Vanilla
Maybelline Hyper Sharp Power Black
Collection Glam Crystal No.4 Hustle
Cosluxe Trust Me Wink – Pink
Bourjois Contour Clubbing  Ultra Black
Preciosa False Eyelash No.5061
Koji False Fix
Clio Lip Nicure No.08 Guity Pink
Contactlens – Eye Berry Paris Gray  (Famouslens)
เนื่องจากลุคนี้จะแต่งตาด้วยอายแชโดว์ที่มีความเสี่ยงร่วงเลอะใต้ตาสูง เราเริ่มที่แต่งตาก่อน
โดยลงอายไพร์เมอร์ของ Bobbi Brown แล้วตามด้วยสี Tan เพื่อสร้างมิติที่รอยพับเปลือกตา
ใช้สีเทาเข้มจากพาเลต L’Oreal ทาให้ทั่วเปลือกตา แต่ไม่เกินชั้นพับตา
จากนั้นใช้สีดำเข้มของ The Bakey by Beauty Buffet เพิ่มมิตืบริเวณหางตาให้ดูเข้มและลึก
ใช้อายแชโดว์เนื้อกลิดเตอร์จากพาเลต L’Oreal ทาบริเวณหัวตาจนถึงกึ่งกลางตา
โดยใช้นิ้วมือค่อยๆกดลงเปลือกตา เพื่อป้องการการร่วงหล่นเลอะมากเกินไป
จากนั้นใช้ Glam Crystal สี Hustle ของ Collection ทาทับกลางเปลือกตาเพิ่มความวื้ง
เพิ่มความเข้มที่หางตาให้ดูมีมิติมากขึ้นด้วยสีดำจากพาเลตเดิม และกรีดตาตามชอบเลยค่ะ
ถ้าหากบริเวณรอยพับเปลือกตาดูไม่ลึก ก็ใช้ที่สี Tan คัดซ้ำเบาๆเพิ่มได้เลยค่ะ
งานตาจบอย่าลืมใช้ทิชชู่เปียกหรือสำลีชุบน้ำเช็ดผงอายแชโดว์ที่ร่วงอยู่บนผิวออกนะคะ
แล้วจึงตามด้วยการลงรองพื้นและคอนซีลเลอร์
ต่อด้วยการเซ็ทรองพื้นด้วยแป้งฝุ่น หรือแป้งอัดแข็ง แป้ง Zendori ตลับนี้ดีมากเลย
เนื้อแป้งไม่หนา คุมมันได้ กดลงบนผิวเบาๆก็ได้ผิวที่ดูนวลเนียนแล้วค่ะ
จากนั้นคอนทัวร์หน้าด้วย Ingrid Bronzing Powder บริเวณกรอบหน้าและสันจมูก
การคอนทัวร์หน้าช่วยให้หน้าของเราดูมีมิติเพิ่มขึ้นและดูสมบูรณ์แบบมาก ค่อยๆฝึกกันนะคะ
มาต่อที่การเขียนคิ้วตามรูปคิ้วของเรา ใครชอบหนาชอบบาง คิ้วตรงคิ้วโก่ง จัดไปค่ะ
จากนั้นมาเก็บดีเทลที่ตากันอีกนิดด้วยการเขียนอินเนอร์ไลน์ทั้งตาบนและล่าง
บริเวณขอบตาด้านล่างอย่าลืมใช้แปรงมาเกลี่ยให้ฟุ้งนะคะ ตาจะได้ไม่ดูดุเกินไป
เพิ่มความวิ้งอีกสักนิดที่หัวตาด้วยไลน์เนอร์ Trust Me Wink จาก Cosluxe เค้ามี 4 สีให้เลือกเลย
จากนั้นไฮไลท์โหนกคิ้วด้วยอายแชโดส์ที่สว่างกว่าผิว คิ้วจะได้ดูเด่นขึ้นและดูยกขึ้นด้วย
ปัดขนตาและปัดมาสคาร่า ตามด้วยการติดขนตาปลอม เพื่อให้ดวงตาดูโดดเด่นขึ้นค่ะ
วันนี้ใช้ขนตาของ Preciosa เป็นแบบขนตายาว ไม่ฟู แต่เน้นความถี่ที่หางตา ทำให้ตาดูหวานขึ้น
เพิ่มมิติความวาวใสของผิวด้วยการลงไฮไลท์บริเวณจุดตกกระทบของแสงให้ทั่วใบหน้า
ปิดท้ายลุคนี้ด่วยการปัดแก้มโทนพีช และทาปากด้วยสีชมพูสดใสมากๆ
สีแดงคนทากันเยอะแล้ว ขอเปลี่ยนแนวบ้าง ลิปจาก Clio รุ่นนี้เป็นลิปเนื้อแมทที่ติดทนปานกลางค่ะ
Finish Look !!
หวังว่าคงพอเป็นไอเดียให้เพื่อนนำไปปรับใช้ หรือลองแต่งตามดูได้นะคะ
ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณที่แวะมาทักทายกันด้วยนะคะ Merry Christmas ค่าาา  Smiley

Creepy Halloween Makeup Tutorial


สวัสดีค่า ฮาโลวีนทั้งที ไม่แต่งผีเหมือนจะขาดอะไรไป
วันนี้เลยครีเอทลุคหลอนๆ สยองขวัญมาต้อนรับวันปล่อยผีกันสักหน่อย
หลอน ไม่หลอนยังไง ไปชมกันค่า

https://youtu.be/txAgtuZ3yIc
หากอยากชมในรูปแบบ VDO สามารถดูจากตรงนี้ได้เลยค่า

ภาพก่อนแต่งตามธรรมเนียม หน้าสด..ยังไม่ศพ 😀

เครื่องสำอางค์ทั้งหมดที่ใช้ในลุคผีๆวันนี้

ใช้กาวติดขนตาปลอม สร้างผิวหนังนูนๆ เพื่อทำเป็นรอยแผล และรอให้แห้งก่อนทำขั้นตอนต่อไป

ใช้รองพิ้นสีสว่างสุดที่เรามีผสมกับเบสสีเขียว เพื่อให้ได้สีผิวที่ดูขาวซีด
แต่เนื่องจากไม่มีเบสเขียวเลยใช้โลชั่นปรับสีผิวที่่เป็นสีเขียว สูครปรับผิวให้ดูสว่างแทน
ใช้ฟองน้ำกดรองพื้นให้ทั่วหน้า และริมฝีปาก เน้นบริเวณรอยแผลที่ทำไว้ให้ดูกลมกลืนที่สุด

ตกแต่งรอยแผลที่ทากวาไว้ ให้ดูมีมิติด้วยกรรไกรขนาดเล็ก ขั้นตอนนี้ต้องระวังด้วยนะคะ

ใช้อายแชโดว์เนื้อครีมสีน้ำเงินและเขียว มาเบลนด์ทับด้วยฟองน้ำในจุดที่ต้องการให้ผิวดูฟกช้ำ

ใช้อายแชโดว์แบบฝุ่น หรือบลัชออนสีแดงปัทับ ให้สีดูมีมิติเพิ่มขึ้นไปอีก
ตามด้วยใช้สีคอนทัวร์มาปัดตามกรอบหน้าให้ดูตอบมากขึ้น

ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลและดำเพิ่มความลึกให้ดวงตาดูโทรม และดูลึก

ใช้อายแชโดว์โทนน้ำตาลที่เข้มขึ้นเก็บรายละเอียดในจุดต่างๆให้ดูมีมิติเพิ่มขึ้นจนพอใจ

ใช้อายไลน์เนอร์แบบดินสอสีดำเข้ม เขียนอินเนอร์ไลน์ทั้งบนและล่าง ไล้ตามมุมให้ดูมีมิติ
และระบายด้านในของริมฝีปาก และฟัน แล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้ดูซอฟท์ ดูฟุ้ง

ใช้ลิปสติกเนื้อครีม, เนื้อลิคควิด หรือหากใครมีเลือดปลอม นำมาทำการตกแต่งแผลให้ดูสมจริงขึ้น

เพิ่มความหม่นหมองของผิวมายังบริเวณคอด้วย เพื่อความกลมกลืนมากยิ่งขึ้น

Finish Look ได้ออกมาประมาณนี้

หากอยากได้ภาพที่ดูน่ากลัวและสมจริงมากขึ้น นำไปรีทัชเพิ่มเติมในโฟโต้ช้อปโลดค่า
หวังว่าลุค Creepy Halloween ในวันนี้จะถูกใจ และไม่ยากเกินไปนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามชมด้วยค่า 😀

How to : เปลี่ยนสาวหน้าจืดให้สวยปิ้ง


สวัสดีค่า บล็อกนี้เปลี่ยนจากรีวิว อัพเดทผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาทำฮาวทูกันบ้าง
เนื่องจากทิ้งร้างจากการทำฮาวทูไปค่อนข้างนาน วันนี้ขอปัดฝุ่นในรูปแบบ VDO สักหน่อย
สำหรับใครที่ไม่ชอบดูแบบคลิป มีแบบรูปภาพด้านล่างด้วย
แต่ภาพอาจไม่คมชัดเท่าไหร่นะคะ เพราะแคปจากหน้าจอมาอีกทีค่ะ

….

สำหรับลุคนี้ เป็นการแต่งหน้าที่ดูเปลี่ยนลุคไปจากปกติ ด้วยการเลือกใช้ลิปสติกสีเข้มๆเป็นหลัก
การแต่งในลุคนี้ไม่ยากเลยค่ะ ลองไปชมกันว่าแต่งยังไงบ้าง

อุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมดในลุคนี้ค่ะ
– Oguma Young Spray Q Series
– Maybelline Super Mineral 24 Foundation
– Garnier Light BB Eye Roll-On
– THREE [Loose setting powder]
– Bobbi Brown Long Wear Eye Base
– Wet’n Wild E738 Comfort Zone
– Brow Lash EX Eye Brow
– Lunasol Shiny Gold EX02
– Phu Pretty Big Eye Magic Eye Liner
– Essence Matte Effet 22 Blockbuster
– L’oreal Architech 4D Mascara
– M.A.C. Matte Salon Rouge [Heirloom Mix Collection]
– THREE Color Veil for Cheek 19 Love Kick
– Collection Bronze Glow – Matte 01 Terracotta
– M.A.C. Play It Proper Beauty Powder
– Utip Tattoo Liner
– Koji Glue
– Maybelline False Eyelash

https://youtu.be/E61yzQjZDXQ

สำหรับรูปแบบภาพขอเริ่มต้นที่หน้าสดก่อนแต่งค่ะ

เริ่มด้วยการใช้รองพื้นจาก Maybelline Super Mineral 24 Foundation คู่กับฟองน้ำ Chou
ปิดแพนด้าใต้ตาด้วย Garnier Light BB Eye Roll-On และเซ็ทด้วยแป้งฝุ่นจาก THREE

มาต่อกันที่งานคิ้วโดยใช้ Brow Lash EX Eye Brow ด้านดินสอวาดโครงคิ้วและถมคร่าวๆ
ใช้แปรงปลายตัดเกลี่ยให้ดูเป็นธรรมชาติ และใช้ด้านลิควิดเพิ่มหางคิ้ว และเกลี่ยวด้วยแปรงอีกครั้ง

งานตาวันนี้ใช้ Wet’n Wild E738 Comfort Zone และ Lunasol Shiny Gold EX02

โดยจะใช้สีจากพาเลต Wet’n Wild E738 Comfort Zone ตามลำดับนี้เลยนะคะ

โดยใช้สีเลข 1 ทาวทั่วเปลือกตา โดยไม่ถึงเปลือกตาด้านบน
ใช้เบอร์ 2 สร้างมิติที่หางตา และหัวตา โดยหางตาสร้างเป็น V shape แล้วค่อยเกลี่ยให้ฟุ้ง
เพิ่มมิติให้เบ้าตาดูลึกขึ้นด้วยสีเบอร์ 3 แล้วเบลนด์ให้ฟุ้ง และลากมาที่ขอบตาล่างจนถึงกึ่งกลางตา
ปิดท้ายด้วยสีทองวิ้งละเอียดจาก Lunasol Shiny Gold EX02 แตะที่กึ่งกลางดวงตา และหัวตา

เขียน Inner Liner ทั้งขอบตาบนและล่างเพิ่มความคมชัด

ดัดขนตา ปัดมาสคาร่า และติดขนตาปลอม เป็นอันเสร็จงานตาฟุ้งๆนัวๆ

สร้างมิติที่ใบหน้าด้วยการใช้ Collection Bronze Glow – Matte 01 Terracotta คอนทัวร์กรอบหน้า
รวมไปถึงการแรเงาที่ดั้งจมูกให้ดูเป็นสัน สร้างดั้งให้จมูกดูโด่งขึ้น
และสร้างไฮไลท์บนใบหน้าตามจุดที่แสงตกกระทบด้วย M.A.C. Play It Proper Beauty Powder

ปัดแก้มให้ดูแดงระเรื่อๆด้วย THREE Color Veil for Cheek 19 Love Kick
และปิดท้ายด้วยไอไลท์ของลุคนี้คือปากสีสดเข้มด้วย M.A.C. Matte Salon Rouge

เสร็จเรียบร้อยครบขั้นตอน หน้าจืดๆก็ดูสวยปิ้งในทันตา !!

ปิดท้ายด้วยภาพ Finish Look ที่ดูเป็นคนละคนกับหน้าสดในตอนแรกๆ
หวังว่า How to ลุคนี้พอจะมีประโยชน์กับสาวๆนะคะ ขอบคุณที่แวะมาชมกันด้วยค่ะ 🙂

How to Soft Eye and Bold Lips


 

สวัสดีค่ะ วันนี้กลับมากันในรูปแบบ How to กันอีกแล้ว
สำหรับลุคนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอลเลคชั่นล่าสุดของ Lunasol Spring 2015
โดยเน้น Point Makeup ไปที่ลิปสติกสีสันสดใส และตานัวๆเบาๆ
เป็นฮาวทูในสไตล์ของนุ่นเอง หวังว่าจะชอบกันนะคะ 🙂

00

 

เริ่มต้นที่ผิวหน้าก่อนแต่ง จะเห็นสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ รอยแผลเป็น รอยกระ และแพนด้าใตต้า
ลุคนี้เน้นสีลิปที่สดใส เลยไม่ต้องการปกปิดมากนัก เผยผิวให้เห็นรอยกระบ้าง

 

01

สำหรับเครื่องสำอางที่หยิบใช้วันนี้ เลือกมาไม่กี่ชิ้นค่ะ
KATE Powderless Liquid Foundation
Too Faced Shadow Insurance
Wet’n Wild Cover All Concealer Palette
Lunasol Tender Clear Eyes 03
Lunasol Tender Clear Cheeks EX03
Lunasol Stain Color Lips 06
Maybelline Fashion brow  Duo Eyebrow
Maybelline Hyper Curl Volum’ Express
Clio Twistup Mascara

 

02

หลังจากบำรุงผิวเรียบร้อย ใช้ KATE Powderless Liquid Foundation เป็นขั้นตอนแรก
ตัวนี้เป็น Cream to Powder ทาแล้วจะเปลี่ยนเป็นเนื้อแป้ง จึงไม่จำเป็นต้องลงแป้งฝุ่นอีกค่ะ
ระดับการปกปิดปานกลางแต่ช่วยให้ภาพรวมของผิวดูสมบูรณ์แบบ
ด้วยความที่เนื้อครีมจะให้ลุคแมท จึงไม่ค่อยเหมาะกับคนผิวแห้งนะคะ

 

ลงไพม์เมอร์ตารอไว้ก่อนด้วย Too Faced Shadow Insurance เพื่อให้สีอายแชโดว์ติดทนนานขึ้น
และกลบแพนด้าใต้ตาด้วย Wet’n Wild Cover All Concealer Palette โดยใช้สีเนื้อ
นุ่นเป็นคนมีริ้วรอยใต้ตาชัดมาก จะลงโดยการกดและเกลี่ยให้เบาบาง และไม่ชิดขอบตาเกินไปค่ะ
เพราะถ้าชิดมากจะตกร่อง และยิ่งเน้นริ้วรอยให้ชัดขึ้น จะค่อยๆเบลนด์ออกมาแทน

 

ต่อด้วยการเขียนคิ้ว ครั้งนี้ใช้ Maybelline Fashion brow  Duo Eyebrow ที่มีหัวสองด้าน
โดยเริ่มร่างโครงคิ้วด้วยด้านที่เป็นดินสอ และถมสีด้วยด้านที่เป็นหัวฟองน้ำ+ฝุ่น
และเก็บรายละเอียดให้ดูธรรมชาติขึ้นด้วยแปรงในการเกลี่ยและแต่งทรงคิ้วให้เข้าที่

 

สำหรับสีสันดวงตาวันนี้ใช้ Lunasol Tender Clear Eyes 03 สีโทนเขียวมะกอก
โดยใช้สี B ลงให้ทั่วเบ้าตา ต่อด้วยการใช้สี C ทาบริเวณชั้นพับตาและเกลี่ยขึ้นไปเบาๆ
ใช้สี D ทาเป็นสามเหลี่ยมเล็กๆบริเวณหางตาแล้วเบลนด์เป็นครึ่งวงกลมที่หางตาให้ดูฟุ้งๆ
และใช้สี D ลากบริเวณหางตามาจนถึงกึ่งกลางตาสร้างความคมชัดมากขึ้น
ปิดท้ายด้วยสี A ที่เนื้อจะออกประกายวิ้งสีเขียวอ่อนที่หัวตา และโหนกคิ้วเบาๆ

 

เนื่องจากสีปากจะสดมาก ลุคนี้จึงขอให้ตาดูเบา เบลอ และนัว
จึงไม่ใช้ไลน์เนอร์นะคะ และไม่ใช่ขนตาปลอมปิดบังสีนัวๆของตาเราด้วย
ใช้แค่มาสคาร่าให้ดวงตาดูกลม คมชัดเป็นธรรมชาติค่ะ
ใช้ Maybelline Hyper Curl Volum’ Express เป็นเบสให้ขนตางอนเด้ง และหนาขึ้น
ต่อด้วย Clio Twistup Mascara ในการเพิ่มความยาวให้ขนตา ตัวนี้ชอบมาก ขนตายาวขึ้นเยอะเลย

 

ตามด้วยแก้มสีโทนพีชของ Lunasol Tender Clear Cheeks สี EX03
โดยจะปัดบริเวณโนหกแก้ม และเฉียงขึ้นไปทางกกหูให้หน้าดูเรียว
และจะแตะเบาๆในปริมาณเล็กน้อยที่หน้าแก้มให้ดูระเรื่อ

 

และปิดท้ายคีย์ของลุคนี้ด้วย Lunasol Stain Color Lips สี 06
ลิปสติกโทนส้มสีสันสดใส ช่วยขับผิวให้ดูกระจ่างขึ้นทันที
เนื้อลิปเกลี่ยง่ายและเนียนลื่นมากๆ สีชัดแน่นกว่ารุ่นเก่าๆของ Lunasol มาก

 

Finish Look Soft Eye and Bold Lips !!

 

ก่อนและหลังแต่ง จะเห็นชัดเจนว่าสีปากช่วยให้ดู Complete Look ได้โดยไม่ต้องแต่งหน้าแน่น

 

สีตาอาจเห็นไม่ชัดมาก เพราะกล้องดูดสีไปเยอะเลย
แต่อายแชโดว์รุ่นนี้แต่งออกมาแล้วสวยมากค่ะ ไม่เข้มเกินไป ประกายสีระยิบระยับสวยงาม
สามารถแต่งเป็น Every Day Look ได้เลย

 

บล็อกนี้ลากันไปแล้ว ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาชมฮาวทูลุคนี้กันด้วยค่ะ 🙂

 

Tutorial : Valentine’s Day Makeup Look


 

สวัสดีค่า ห่างหายจากการทำ How To แต่งหน้าไปนานทีเดียว
วันนี้มาปัดฝุ่นทำกันอีกครั้งให้เข้ากับเทศกาลวาเลนไทน์ที่กำลังมาถึงในอีกไม่กี่วัน
หวังว่าพอจะเป็นไอเดียให้สาวๆทุกคนแต่งหน้าสวยๆไปออกเดทกับคนรู้ใจกันนะคะ

อุปกรณ์ที่หยิบใช้ในวันนี้มีหลายชิ้นเลย
แต่ใครมีแค่ไหนก็สามารถประยุกต์ใช้เท่าที่มีกันได้นะคะ รับรองว่าสวยเหมือนกันค่ะ

Bobbi Brown Foundation Stick #2 Sand
แป้งศรีจันทร์ Tranlucent Powder
Lunasol Under Eyes Base
Maybelline FashionBrow Duo Eyebrow
Bourjois Effet Smoky 72 Dark Purple
Mille Super Star Glittering Gel Liner
Bisous Bisous Under Eye Lush #2 Pink Champange
Maybelline Hyper Sharp Wing
Maybelline Bigeye Mascara
Wet’n Wild Bare it All
L’oreal Color Riche Red Valentine
Beauty Cottage Sweet Lolita Eyebrow Mascara
Beauty Cottage Sweet Lolita Eyeshadow Palette No.1 Palais Garnier
Beauty Cottage Sweet Lolita Blusher No.4 Padova
False Eyelashes Preciosa A110
Contact Lens : Barbie Chic 3 Tone Brown

เริ่มต้นที่หน้าเปลือยๆที่ลงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไว้เรียบร้อยแล้ว

 

วันนี้หยิบ Bobbi Brown Foundation Stick #2 Sand มาใช้
เพราะว่าตัวนี้ไม่หนามาก ปกปิดได้เกือบดี และให้ผิวที่ดูเป็นผิวจริงๆ ไม่ดูโบ๊ะมากไป
หลังจากปาดเนื้อครีมลงบนผิวแล้ว จะใช้นิ้วมือ หรือแปรงเกลี่ยก็ได้ทั้งสองอย่างค่ะ

 

ต่อด้วยการปกปิดรอยคล้ำแพนด้าใต้ตาด้วย Lunasol Under Eyes Base ช่วยให้ใต้ตาดูสว่างขึ้น
อ้อ…ใช้ตัวนี้ลงที่เปลือกตาแทนอายไพร์เมอร์ไปในตัวด้วยลง สีอายแชโดว์จะชัดและติดทนค่ะ
ใช้แป้งควบคุมความมันของ ศรีจันทร์ รุ่น Tranlucent Powder เซ็ทรองพื้น
โดยใช้พัฟกดซับใบหน้าเบาๆ ไม่ต้องหนามาก เพราะถ้าผิวดูแมทมากไปจะดูสูงวัยค่ะ
นุ่นเป็นคนผิวมันเร็วจึงไม่ลงไฮไลท์นะคะ เพราะสักพักผิวช่วง T-zone จะเริ่มฉ่ำนิดๆแล้ว

 

ใช้ Maybelline FashionBrow Duo Eyebrow เขียนคิ้ว
รุ่นนี้จะมีสองหัวคือด้านหนึ่งเป็นดินสอใช้ร่างโครงคิ้ว และอีกด้านเป็นแบบฝุ่นถมให้เต็มที่วาดไว้ค่ะ
ต่อด้วย Beauty Cottage Sweet Lolita Eyebrow Mascara ปัดย้อมสีคิ้วให้อ่อนลงและเรียงเส้น

 

รูปเรียงจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง
เสร็จจากงานคิ้วมาต่อที่งานตากันบ้างนะคะ ลุคนี้อยากตาดูนัวๆ ไม่หนัก ไม่เข้มไป
นุ่นใช้ Beauty Cottage Sweet Lolita Eyeshadow Palette No.1 Palais Garnier สำหรับลุคนี้
ใช้สีเบอร์ 4 ทาให้ทั่วดวงตา และเลยชั้นพับตาไปเล็กน้อย
จากนั้นใช้สีเบอร์ 3 ทาเน้นบริวเวณรอยพับตาจนถึงหางตา
เกลี่ยสีที่ทาบริเวณชั้นพับตาให้ฟุ้งขึ้นไป สลับกันการเพิ่มสีทีละนิดให้ดูเข้มขึ้นและเกลี่ยซ้ำจนพอใจ
ใช้สีเบอร์ 2 ทาบริเวณกลางตาเพิ่มมิติ ใช้แปรงแบนๆแท๊ปลงไปเบาๆค่ะ
สุดท้ายใช้สีเบอร์ 1 ทาที่หัวตาและโหนกคิ้วให้เล่นกับแสง จะช่วยให้ดูมีมิติมากขึ้น

 

เพิ่มความคมให้ดวงตาด้วยการใช้ Bourjois Effet Smoky 72 Dark Purple เขียนเส้นขอบตาบนล่าง
ใช้ Mille Super Star Glittering Gel Liner ลากเส้นจากหัวตามาถึงกึ่งกลางตาให้ดวงตาดูสว่างขึ้น
ต่อด้วย Bisous Bisous Under Eye Lush #2 Pink Champange เขียน Inner Line ที่ตาล่าง

 

ใช้ Maybelline Hyper Sharp Wing เขียนไลน์เนอร์ให้ชิดขอบตาให้มากที่สุด
ดัดขนตา ปัด Maybelline Bigeye Mascara ก่อนติดขนตาปลอม
ใช้ขนตาปลอมจาก Preciosa เบอร์ A110 ติดขนตาให้ดูตาหวานขึ้น
หลังติดขนตาลองลืมตาดูนะคะ อยากเพิ่มความเข้มตรงไหนก็ค่อยๆเพิ่มได้เลยค่ะ

 

เสร็จงานตามาต่อที่งานแก้ม
ใช้ Beauty Cottage Sweet Lolita Blusher สี  No.4 Padova ป้ดให้เป็นแนวเฉียงขึ้นไป
เน้นย้ำสีอย่างเบามือบริเวณหน้าแก้มให้ดูระเรื่อ

 

สำหรับลิปสติกวันนี้เลือกใช้สีโทนนู้ดและชมพูอมแดงค่ะ
เริ่มที่ L’oreal Color Riche สี Red Valentine ทาบริเวณด้านในปาก
แล้วใช้สีนู้ดจาก Wet’n Wild สี Bare it All ทาริมฝีปากรอบนอกแล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้กลมกลืน
จะได้ริมฝีปากที่สีสวยเป็นธรรมชาติกำลังดี ไม่ซีดหรือสดไป ดูเป็นธรรมชาติค่ะ
ใครชอบให้ปากดูฉ่ำวาวจะลงกลอสตรงกลางปากต่อก็ได้นะคะ
แต่นุ่นชอบประมาณนี้ เลยขอจบที่ขั้นตอนนี้พอ

 

เสร็จเรียบร้อยจะได้ออกมาประมาณนี้ค่า

 

เปรียบเทียบก่อนแต่งและหลังแต่ง ดูสดใสขึ้นเป็นกองเลย 😀

 

สีตาไม่ฉูดฉาดมาก และคอนเทคเลนส์สีน้ำตาลก็เหมาะกับการแต่งหน้าโทนม่วงพลัมแบบนี้มากๆค่ะ

 

ลากันไปด้วยภาพสุดท้าย หวังว่าพอจะเป็นไอเดียให้สาวๆนำไปใช้ในทุกเทศกาลได้นะคะ
ขอบคุณที่รับชมค่ะ ขาดตกบกพร่องตรงไหนต้องขออภัยด้วยนะคะ 🙂

 

How To : Kate Tokyo Girl for KATE


สวัสดีค่ะสาวๆ นานมากๆที่ไม่ได้ทำฮาวทูลงบล็อกเลย
เนื่องจากเรามัวแต่เพลิดเพลินกับการดูฮาวทูของสาวๆท่านอื่นจากไทยและเทศอยู่นั่นเอง
จนเมื่อไม่นานมานี้ ทางเครื่องสำอาง KATE ชวนให้ร่วมทำ How to Contest เข้าประกวด
โดยมีรางวัลล่อใจเราคือ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ญี่ปุ่น 2 ที่นั่ง น่ะเอง

สำหรับใครที่ร่วมโหวตลงคะแนนก็มีลุ้นรับราวัลกับ KATE ด้วย สามารถโหวตลงคะแนนได้ ที่นี่ ค่ะ
เกริ่นมาซะนาน ไปชมฮาวทูกันดีกว่าเนอะ 🙂

สำหรับผลิตภัณฑ์ของ  KATE ที่ใช้ในฮาวทูนี้ประกอบไปด้วย
KATE PowderLess Liquid  สี BE-C
KATE High Grade Cover Powder spf25 PA++
KATE Spotlighting Shadow สี BR-2
KATE Pressed Cheek Color สี OR-1
KATE Liquid Rouge สี BR-1

สภาพผิวหน้าก่อนแต่งมีปัญหาของสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยคล้ำใต้ตา และผิวไม่สดใส

เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวด้วย skincare แล้วตามด้วยการใช้ KATE PowderLess Liquid  สี BE-C
โดยการค่อยๆกดย้ำเนื้อรองพื้นและเกลี่ยเบาๆให้ทั่วใบหน้า กดย้ำในจุดที่ต้องการปกปิดเพิ่ม
รองพื้นรุ่นนี้จะเปลี่ยนจากเนื้อครีมเป็นเนื้อแป้ง จึงควรเริ่มที่ละจุด เพื่อป้องกันการแห้งเป็นคราบ

ใช้พัฟกด KATE High Grade Cover Powder spf25 PA++ ให้ทั่วหน้า เพื่อเซ็ทผิวให้เนี้ยบขึ้น
หากใครมีผิวแห้งจะข้ามขั้นตอนนี้ไปก็ได้นะคะ เพราะขั้นตอนรองพื้นก็เพียงพอต่อการปกปิดแล้ว

สำหรับลุคนี้ต้องการเน้นดวงตาที่คมเข้ม จะใช้เมจิกเขียนคิ้วสีน้ำตาลเพื่อให้คิ้วไม่ดูเข้มจนเกินไป

สำหรับดวงตาใช้ KATE Spotlighting Shadow สี BR-2 สีโทนน้ำตาลทองหรูหราสำหรับลุคนี้ค่ะ

เริ่มจากใช้ KATE Spotlighting Shadow สี BR-2 ในช่องที่ 1 เกลี่ยให้ทั่วเปลือกตา
จากนั้นใช้สีช่องเบอร์ 2 ทาให้ทั่วชั้นพับตา และเลยขึ้นมาเล็กน้อย
เน้นความคมให้ลุคนี้ด้วยไลน์เนอร์แบบดินสอที่ขอบตาบนและล่าง เขียนลากหางยาวสักเล็กน้อย
ใช้สีช่องเบอร์ 3 เบลนด์ขอบไลน์เนอร์ให้ดูฟุ้งสวย ให้ลุคสโมกกี้อายแบบนัวๆเบาๆ
และยังคงใช้สีเบอร์ 3 คัดหางตาและเบ้าตาให้ดูมีมิติมากขึ้น
ใช้สีช่องเบอร์ 4 ที่ออกประกายสีทองแตะที่บริเวณกลางตา และปิดท้ายด้วยการปัดมาสคาร่า

ปัดแก้มด้วย KATE Pressed Cheek Color สี OR-1 บริเวณขมับไล่มาข้างแก้มเบาๆ

จบลุคนี้ด้วย KATE Liquid Rouge สี BR-1 ทั่วริมฝีปาก

Finish Look แบบ  สาว Tokyo Girl สไตล์ KATE No More Rules

ภาพก่อนและหลังแต่ง ชัดเจนเลยว่า ผู้หญิงเราควรแต่งหน้าบ้างอะไรบ้าง เพิ่มสีสันในชีวิตนะคะ ^^

ทิ้งร้างจากการทำฮาวทูไปนาน ตกหล่นจุดไหนต้องขออภัยนะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาเยี่ยมชมด้วยนะคะ ชอบไม่ชอบตรงไหน ติ-ชม-แนะนำได้ค่ะ 🙂