Maybelline Lip Gradation Lip Swatches


สวัสดีค่า บล็อกนี้มีลิปรุ่นใหม่ล่าสุดจากเมย์เบลลีนมาอัพเดทสีสันให้ชมกันค่ะ
ลิปรุ่นนี้ออกมาได้สักพักแล้วนะคะ ราคาอยู่ที่ 349- แต่ก็มีโปรฯลดราคามายั่วๆยวนกันบ่อยๆนะคะ

 

ที่วางจำหน่ายตอนนี้มีทั้งหมด 6 เฉดสีให้สาวๆได้เลือกซื้อกันค่ะ เป็นโทนสีเบสิคที่น่าจะชอบกัน

สำหรับลิปรุ่นนี้จะเป็นลักษณะเหมือน Lip Crayon หรือลิปที่เหมือนกับสีเทียนประมาณนั้น
เนื้อลิปจะเนียนลื่นมากๆ ทาแล้วสมูทไปกับริมฝีปากเราเลย ให้ลุคแบบกึ่งแมทกึ่งครีม
ระดับการติดทนปานกลาง อาจมีหลุดบ้างตอนทานอาหาร แต่ทินต์ของสีก็ยังเหลืออยู่บ้าง
จากที่ลองใช้ รุ่นนี้ไม่ได้ทำให้ปากแห้ง ตกร่อง หรือเป็นคราบ แต่ก็ควรหมั่นทาบำรุงด้วยนะคะ

วิธีการใช้ก็แค่หมุนด้านที่เป็นหัวฟองน้ำ เนื้อลิปก็จะโผล่ออกมาให้ใช้งานเรียบร้อย
และการที่มีหัวฟองน้ำก็เพื่อให้เรานำมาใช้เบลนด์สีที่ขอบปากให้ดูฟุ้งสวย หรือทาแบบไล่สีด้านในได้
อันนี้ก็แล้วแต่ชอบ แล้วแต่สะดวกกันเลยนะคะ

มาดูสีสัน และเนื้อสีของทั้ง 6 สีกันค่ะ เม็ดสีของแต่ละสีค่อนข้างชัดเจนเลย
บางสี ทาสีเดี่ยวๆเต็มๆจะสวยกว่าการไล่สีนะคะ อย่างสี Mauve เป็นต้น

ที่นี้ไปดูแต่ละสีกันเลยค่ะว่าทาแบบไล่สี และทาแบบเต็มริมฝีปากจะออกมาเป็นยังไงบ้าง

สีแรกเป็นสี Coral ที่ดูจะออกโทนชมพูอมส้ม สีนี้นุ่นว่าทาได้สองแบบ สวยทั้งสองแบบค่ะ

สีโทนชมพู Pink ก็เป็นอีกสีที่สาวๆหลายคนน่าจะชอบ สีนี้ทาแล้วผิวดูไบรท์ขึ้นด้วย

สี Fuchsia เป็รสีที่มาแรงตั้งแต่ปีทีแล้ว ปีนี้ก็ยังอินกันได้อีกกับสีชมพูอมม่วงแบบนี้

มาถึงสีที่ชอบที่สุดคือสี Mauve สีนี้จะเป็นน้ำตาลอมแดงตุ่นๆ ได้ลุคสุภาพ คลาสสิก
หากใครปากสีเข้ม ไม่สดใส นุ่นว่าสีนี้ทำให้ปากเราดูเข้มสวย และเป็นสีที่ให้ความหรูหราขึ้นมาได้เลย

แน่นอนว่าคอลเลคชั่นไหนๆก็คงขาดสีแดงไปไม่ได้ แต่แดงโทนนี้เป็นแดงที่มีระดับความเข้มเล็กน้อย
ไม่ใช่แดงสดจัดจ้าน นุ่นมองว่าสีแดงโทนเข้มๆแบบนี้ ทาได้เข้ากับทุกสีผิว ทาแล้วรอดทุกคนนะคะ

ปิดท้ายด้วยสีส้มสดใส แต่สีส้มของลิปรุ่นนี้จะอมแดงมาเยอะ ไม่ใช่ส้มสดๆแบบผลส้มอะไรแบบนั้น
ใครชอบส้มสดใส เปรี้ยวปรี้ดอาจไม่ชอบสีนี้เท่าไหร่ แต่เป็นสีที่ทาเบาบางแล้วออกมาดูสวยดีนะคะ

ก็สวอชครบแล้วทั้ง 6 สีนะคะ ใครชอบสีไหนอยากให้ลองใช้กันดู เพราะรุ่นนี้ถือว่าเป็นลิปที่เนื้อดีมากๆ
ควรค่าแก่การมีติดกระเป๋าไว้สักสีมากๆเลยค่ะ เป็นรุ่นที่ชอบและเชียร์ให้มีกันจริงๆ

บล็อกนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายและเยี่ยมชมกันด้วยนะคะ
พบกันใหม่บล็อกหน้าค่าาาา สวัสดีค่ะ Smiley

ESTEE LAUDER New Dimension


สวัสดีค่ะ บล็อกใหม่วันนี้มาแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกมาเมื่อราวๆปลายปีที่แล้ว
สำหรับสาวๆที่รักการคอนทัวร์หน้าให้ดูเรียวเล็กไม่ควรพลาดค่ะ

แพคเกจเรียบหรูดูดีแบบนี้ คือ Estee Lauder New Dimension Shape + Sculpt Face Kit
พาเล็ทสองเฉดสีที่ช่วยเนรมิตใบหน้าเรียวสวยได้รูปในทันที
ช่วยให้ผิวสว่างเปล่งประกายและสร้างโครงหน้าได้รูปและมีมิติ

และพาเล็ทเพื่อผิวรอบดวงตาหนึ่งเดียวที่จะช่วยให้ดวงตากลมโตมีมิติ
Estee Lauder New Dimension Shape + Sculpt Eye Kit
เป็น 2 พาเล็ทที่จะช่วยเรียกความมั่นใจให้ใบหน้าคุณสวยได้รูปในทุกมุมมองค่ะ

Estee Lauder New Dimension Shape + Sculpt Face Kit ราคา 1,600.-
ตลับนี้มาพร้อมผลิตภัณฑ์เนื้อครีมที่ช่วยสร้างโครงหน้าของเราได้อย่างสะดวกและง่ายดายเลยค่ะ
สีอ่อน คือ ไฮไลท์ที่สามารถเพิ่มมิติบนใบหน้าให้ดูนูนขึ้น
เพียงแค่แตะที่หน้าผาก โหนกแก้ม สันจมูก คาง และกระจับริมฝีปาก

ส่วนสีเข้มเป็นตัวช่วยในการคอนทัวร์เพิ่มโครงหน้าให้ดูลึกและชัดขึ้น
เพียงแค่ลงบริเวณกรอบหน้า เก็บบริเวณข้างมูกและปีกจมูกโครงหน้า v-shape ก็มาเหมือนเนรมิต

ผลิตภัณฑ์เนื้อครีม เกลี่ยง่าย สามารถลงได้ทั้งก่อนแต่งหน้า หรือเติมระหว่างวันได้โดยไม่เป็นคราบ
ฟองน้ำที่มีในตลับออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย เข้ามุมในส่วนต่างๆของใบหน้าได้เป็นอย่างดี
แต่หากใครไม่ถนัด จะใช้นิ้วมือหรือแปรงตามแต่ถนัดก็ได้ค่ะ

ตอนที่นุ่นไปลอง BA เค้าเติมให้บนหน้าที่มีเครื่องสำอางค์อยู่แล้วเรา
ปรากฎว่าไม่เป็นคราบอย่างที่เค้าเคลมไว้จริงๆค่ะ

อีกชิ้นคือ Estee Lauder  New Dimension Shape + Sculpt Eye Kit ราคา 1,350.-
ตัวช่วยเพิ่มมิติบริเวณดวงตาของเราในกรณีที่เราไม่ได้แต่งตาด้วยสีแน่นๆจัดๆ

ผลิตภัณฑ์สามช่องจากซ้ายไปขวาประกอบด้วย
ช่องที่ 1 เริ่มลงอาย ไพร์มเมอร์เนื้อครีม ใส ไม่มีสี ทั่วบริเวณดวงตาก่อน
ตามด้วยช่องที่ 2 ตรงกลาง ผลิตภัณฑ์เนื้อครีมประกายมุก บริเวณหัวตา และโหนกคิ้ว
ปิดท้ายด้วยการเพิ่มมิติดวงตาให้ดูลึกขึ้นด้วยช่องที่ 3 ขวาสุด ผลิตภัณฑ์เนื้อฝุ่นสีน้ำตาล ลงตามรูป
ทั้งนี้ขั้นตอนไม่ได้ตายตัวอะไรนะคะ แล้วแต่เราถนัดเลย

นุ่นลองลงตามรูปในคู่มือที่แนบมาในกล่องได้ประมาณนี้ ใบหน้าดูมีมิติแบบธรรมชาติ
ส่วนเรื่องความติดทนอยู่นานขึ้นอยู่กับสภาพผิวของ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนค่ะ
ราคาอาจสูงไปสักนิด แต่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสาวๆคนไหนที่สนใจชิ้นนี้กันอยู่นะคะ
ท้ายที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ อย่าลืมไปลองสินค้าด้วยตัวเองก่อนนะคะ
บล็อกนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายค่า 🙂

GINO McCRAY Heritage Collection


สวัสดีค่า สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙ ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขสดใสตลอดปีนะคะ Smiley

บล็อกใหม่วันนี้มีเครื่องสำอางค์ยกเซ็ทมาอัพเดทให้เกิดกิเลสกันค่าาา
มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรชวนเสียตังค์กันบ้างงง ^^

ทั้งหมดนี้มาจาก GINO McCRAY Heritage Collection ซึ่งแต่ละชิ้นน่าสนใจมากๆเลยค่ะ
บล็อกนี้จะสวอชสีให้ดูเป็นหลักนะคะ ผลการใช้ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะยังไม่ได้ใช้จริงจังเลยค่ะ
ไปดูกันว่าแต่ละชิ้น มีชิ้นไหนจะถูกใจเพื่อนๆกันบ้างนะคะ 🙂

ชิ้นแรกเป็นแป้ง CC Color Control Powder SPF30 PA++
แป้งเนื้อเนียนบาง ที่ช่วยปรับภาพรวมของผิวให้ดูนวลเนียน
ตัวนี้จากที่ลองจะไม่ได้ปกปิดมากนะคะ ควบคุมความมันได้ปานกลาง แค่ทำให้ผิวดูเนียนใสดี
ตลับเค้าจะค่อนข้างนิดนึง แต่น้ำหนักเบา วัสดุ มีชั้นเก็บพัฟแยกกับตัวแป้ง ป้องกันการเลอะได้ดีมากๆ
กระจกด้านในเต็มบาน ไม่หลอกตา แพคเกจโดยรวมดูสวยงาม เหมาะแก่การพกพาทีเดียวค่ะ

ชิ้นต่อมาคือ CC Collection Complete Cream SPF30 PA++
CC Cream เนื้อฟลูอิดที่เหลวมากๆ ทาแล้วปรับผิวให้ดูสว่างขึ้นเล็กน้อย
เหมาะกับคนที่ผิวดีอยู่แล้วนะคะ เพราะไม่ปกปิดอะไร
แต่ข้อเสียที่เจอคือเค้าไม่ทนน้ำ ทนเหงื่อเลย ไม่เหมาะกับการใช้ในวันที่มีกิจกรรมกลางแจ้งนะคะ

ในคอลเลคชั่นนี้ก็มี Blusher มาด้วยกันสองสี คือ สีโทนพีชและโทนชมพู
ซึ่งสีน่ารักมากๆทั้งสองสีเลย เม็ดสีไม่จัดมาก มีความเป็นฝุ่นเล็กน้อย
แต่ทั้งสองสีปัดออกมาได้ลุคหวานๆ ใสๆ น่ารัก ดูอ่อนกว่าวัยมากๆค่ะ

สาวที่รักงานปากฉ่ำอวบอิ่มต้องไม่พลาด Luxury Gloss ในคอลเลคชั่นนี้นะคะ
เค้าทำสีออกมาสวยฉ่ำถึง 7 สีเลย มีทั้งแบบกลิตเตอร์ และเป็นเป็นกึ่งทินต์ค่ะ
ไปดูกันค่ะว่าแต่ละสีสวยชวนหยิบมาทาวันหลายๆรอบแค่ะไหน
**ต้องขออภัยตกหล่นสวอชสี 07 ไปค่ะ >.<

ด้านบนคือการทากลอสแบบเดี่ยวๆ ทั้งหมดนะคะ

ส่วนรูปด้านบนคือการใช้กลอสสี 01 ทาทับบนลิปสติกสีแดง บริเวณกึ่งกลางริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม
และใช้ลิปสติกสีชมพู ทับด้วยกลอสโทนชมพูเหลือบทอง เบอร์ 02 ค่ะ
การใช้กลอสร่วมกับลิปสติกสีต่างๆช่วยทำให้สีสันดูมีมิติชวนมองมากขึ้นเลยล่ะค่ะ

มาถึงเซ็ทสุดท้าย คือ Charming Lipstick ที่มีให้เลือกมากถึง 10 สีเลยค่ะ
ซึ่งทั้งหมดก็จะคุมโทนอยู่ที่ โทนส้ม โทนชมพู และโทนแดง
ภาพรวมดูใกล้เคียงกัน แต่สวอชแล้วก็มีความต่างของสีอยู่พอสมควร
เนื้อลิปสติกมีความเนียนลื่น และเนื้อสีไม่ได้เป็นพิ้กเมนท์ที่จัดจ้านมาก แต่ก็ให้สีที่ชัดสวยดี
ข้อเสียอย่างเดียวที่รู้สึกคือ กลิ่นน้ำหอมเค้าเยอะไปนิด ทาแล้วรู้สึกกลิ่นน้ำหอมเตะจมูกมา
ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นฉุนๆอาจต้องทำใจนิดนึงนะคะ ไปดูสีทั้งหมดกันดีกว่าค่ะ

หมดไปเรียบร้อยกับทั้ง 10 สี และทั้งหมดในคอลเลคชั่นนี้ ชอบชิ้นไหนกันบ้าง
หวังว่าพอจะเป็นแนวทางในการเลือกซื้อ หรือตัดสินใจในเบื้องต้นให้เพื่อนๆกันได้นะคะ
ส่วนเรื่องราคาค้องไปสอบถามที่ร้านกันดูนะคะ แต่แบรนด์นี้ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
จัดเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ไม่สูงมาก และมีผลิตภัณฑ์หลากหลายให้เลือกซื้อนะคะ
ชอบชิ้นไหน ถูกใจอะไร ต้องไปลองผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองกันอีกทีนะคะ จะได้ตัดสินใจง่ายขึ้นเนอะ


ท้ายสุดต้องขอขอบคุณแบรนด์ GINO McCRAY ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ได้ลองใช้แบบยกเซ็ตเลยนะคะ
รวมถึงเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาทักทายและพูดคุยกันที่บล็อกนี้ด้วยค่า 🙂