Contaclens Update!! เปิดขวดคอนแทคเลนส์ใหม่ที่ใช้บ่อยในช่วงนี้


..
สวัสดีค่า ไม่ได้อัพเดทเรื่องคอนแทคเลนส์กันมาซะนาน
วันนี้เลยรวบรวมเลนส์ลายที่หยิบใช้บ่อยๆในช่วงนี้มาให้ชมกัน
ซึ่งทั้งหมดต้องขอบคุณร้าน www.famouslens.com ที่ส่งเลนส์ลายสวยๆมาให้ลอง
วันนี้จัดมาให้ชมกันทั้งหมด 4 ลาย ตามนี้เลยค่า ไปดูรายละเอียดของแต่ละลายกันค่ะ


มาเริ่มต้นกันที่ลายแรกเลยค่ะ

Barbie Chic 3 Tone Gray


รุ่นนี้เป็นเลนส์สีเทาที่มีการไล่สีน้ำตาลอ่อนด้านใน ทำให้ดูแล้วมีความเป็นธรรมชาติ
และขนาดที่เท่ากับตาดำของเเรา ทำให้ตาไม่ดูน่ากลัว ใช้ได้ง่ายกับชีวิตประจำวันค่ะ

จากรูป คือไม่ได้แต่งหน้าแน่น ปัดแค่ขนตาอย่างเดียว ยังดูสบายๆ ไม่หลอกตาค่ะ


เลนส์รุ่นต่อมาเป็นไลน์ Sweety Plus+ ที่พึ่งทำออกมาใหม่
ลายนี้เป็น Lamune Brown ที่เห็นพลอย เฌอมาล์ย ใส่ถ่ายงานบ่อยๆ
แหะๆ นุ่นใส่ออกมาอาจไม่สวยเหมือนพลอย แต่สีน้ำตาลอ่อนแบบนี้ช่วยทำให้ตาดูหวานขึ้นมากค่ะ

ใส่เลนส์รุ่นนี้จะแต่งหน้าอ่อนๆก็ทำให้ตาดูโดดเด่นขึ้นมาได้เช่นกันนะคะ ไม่ต้องหน้าแน่นก็ยังได้อยู่


แต่ถ้าใครอยากได้ตาสีน้ำตาลอ่อนขั้นสุดต้องลองตัวนี้เลย
Sweety Hydorecor Brown

เลนส์รุ่นนี้ให้ตาสีน้ำตาลอ่อนใสแบบเด็กฝรั่งลูกครึ่งเลย เป็นอีกรุ่นที่ชอบมากๆเลยล่ะค่ะ


มาถึงรุ่นสุดท้ายที่ชอบมากๆ ต้องซื้อมาตุน และก็หาซื้อยากมากตลอดเลย
Solotica Hydrocor Gray รุ่นนี้จะให้ตาสีเทาอ่อนใสแบบตาฝรั่งเลย
ตัวเลนส์ก็จะมีสีเทาอ่อนสีเดียว ไม่มีสีอื่นมาเบลนด์คู่ ถ้าจำชื่อรุ่นไม่ได้ก็จำลายแทนได้เลยค่ะ

เวลาใส่เลนส์รุ่นนี้ทีไร รู้สึกยานแม่เข้าสิง ต้องจิกหน้าใส่กล้องทู้กที 😀

ก็หมดไปแล้วนะคะ สำหรับเลนส์ที่ชอบและใช้บ่อยๆในช่วงนี้
หวังว่าจะถูกใจสาวๆที่ชอบใส่คอนแทคเลนส์กันนะคะ

อย่างที่บอกข้างต้นว่าเลนส์ทั้งหมดนุ่นได้มาจากร้าน Famouslens
ซึ่งทางร้านก็จะมีรายละเอียดของสินค้าแนบมาให้ทุกครั้ง เพื่อเป็นข้อมูลสินค้าเบื้องต้น
โดยสินค้าทุกชิ้นก็นำเข้าจากประเทศเกาหลีอย่างถูกกฏหมาย
ได้รับการรับรองการผลิตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตราฐานสากล
และที่สำคัญคือ ผ่าน อย.ไทยอย่างถูกต้อง
และได้รับใบอนุญาตเครื่องมือแพทย์ที่ตรวจสอบได้ (ใบอนุญาตเลขที่ น.1/2555)
ตอนนี้ตามท้องตลาดมีคอนแทคเลนส์มากมายหลายยี่ห้อจริงๆนะคะ
หากจะซื้อยี่ห้อไหนลองหาข้อมูลกันเยอะสักหน่อย ไม่ควรเสี่ยงกับเลนส์ที่ไม่ได้มาตราฐานค่ะ

ซึ่งทางร้านเค้าเคลมมาว่า เลนส์ทุกคู่ของเค้ามีเม็ดสีที่ผ่านการรับรอง FDA จากอเมริกา
(FDA หรือ Food and Drug Administration – คณะกรรมการอาหารและยา)
จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาของผู้สวมใส่ค่ะ

อ้อ.. อีกหนึ่งข้อที่อยากแนะนำคือ
หลังจากเปิดขวดอย่าเพิ่งใส่เลนส์ทันทีนะคะ ควรแช่น้ำยาทิ้งไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมง
เพื่อให้เลนส์ปรับสภาพก่อนที่เราจะนำมาใส่กับดวงตาค่ะ

ท้ายสุดก็หวังว่าบล็อกนี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่แวะเข้ามาอ่านทุกท่านนะคะ
ขอบคุณมากมายสำหรับการคลิ้กมาอ่านที่บล็อกนี้ค่า

Tutorial Holiday Party Makeup


สวัสดีค่าสาวๆ ปลายปีแบบนี้หลายๆคนคงมีปาร์ตี้สนุกสนานปลายปีกันถ้วนหน้าแน่เลย
วันนี้ถือโอกาสครีเอทลุคปาร์ตี้ปลายปีมาฝากกันค่า
จากหน้าสดด้านซ้าย แล้วกลายเป็นหน้าแน่นด้านขาวได้ยังไง เชิญรับชมค่า 🙂
คลิ้กเพื่อชมรูปแบบวีดีโอ
เครื่องสำอางที่ใช้ทั้งหมดในลุคนี้
 
Face
Maybelline Super Mineral 24 Healthy Longlasting Foundation
Bobbi Brown Eyeshadow Primer
Bisous Bisous Universal Concealer
Zendori UV Oil-Free Foundation
Ingrid Bronzing Powder
Catrice – o2o Peach Sorbet
Hourglass Ambient Lighting Palette
Eye & Lip
B&C Brow Lash EX
L’Oreal Cannes 2015 Collection – Sparkling Mint
Bobbi Brown – Tan 35
Essence – Blockbuster
The Bakery by Beauty Buffet – 01 Midnight Expresso Vanilla
Maybelline Hyper Sharp Power Black
Collection Glam Crystal No.4 Hustle
Cosluxe Trust Me Wink – Pink
Bourjois Contour Clubbing  Ultra Black
Preciosa False Eyelash No.5061
Koji False Fix
Clio Lip Nicure No.08 Guity Pink
Contactlens – Eye Berry Paris Gray  (Famouslens)
เนื่องจากลุคนี้จะแต่งตาด้วยอายแชโดว์ที่มีความเสี่ยงร่วงเลอะใต้ตาสูง เราเริ่มที่แต่งตาก่อน
โดยลงอายไพร์เมอร์ของ Bobbi Brown แล้วตามด้วยสี Tan เพื่อสร้างมิติที่รอยพับเปลือกตา
ใช้สีเทาเข้มจากพาเลต L’Oreal ทาให้ทั่วเปลือกตา แต่ไม่เกินชั้นพับตา
จากนั้นใช้สีดำเข้มของ The Bakey by Beauty Buffet เพิ่มมิตืบริเวณหางตาให้ดูเข้มและลึก
ใช้อายแชโดว์เนื้อกลิดเตอร์จากพาเลต L’Oreal ทาบริเวณหัวตาจนถึงกึ่งกลางตา
โดยใช้นิ้วมือค่อยๆกดลงเปลือกตา เพื่อป้องการการร่วงหล่นเลอะมากเกินไป
จากนั้นใช้ Glam Crystal สี Hustle ของ Collection ทาทับกลางเปลือกตาเพิ่มความวื้ง
เพิ่มความเข้มที่หางตาให้ดูมีมิติมากขึ้นด้วยสีดำจากพาเลตเดิม และกรีดตาตามชอบเลยค่ะ
ถ้าหากบริเวณรอยพับเปลือกตาดูไม่ลึก ก็ใช้ที่สี Tan คัดซ้ำเบาๆเพิ่มได้เลยค่ะ
งานตาจบอย่าลืมใช้ทิชชู่เปียกหรือสำลีชุบน้ำเช็ดผงอายแชโดว์ที่ร่วงอยู่บนผิวออกนะคะ
แล้วจึงตามด้วยการลงรองพื้นและคอนซีลเลอร์
ต่อด้วยการเซ็ทรองพื้นด้วยแป้งฝุ่น หรือแป้งอัดแข็ง แป้ง Zendori ตลับนี้ดีมากเลย
เนื้อแป้งไม่หนา คุมมันได้ กดลงบนผิวเบาๆก็ได้ผิวที่ดูนวลเนียนแล้วค่ะ
จากนั้นคอนทัวร์หน้าด้วย Ingrid Bronzing Powder บริเวณกรอบหน้าและสันจมูก
การคอนทัวร์หน้าช่วยให้หน้าของเราดูมีมิติเพิ่มขึ้นและดูสมบูรณ์แบบมาก ค่อยๆฝึกกันนะคะ
มาต่อที่การเขียนคิ้วตามรูปคิ้วของเรา ใครชอบหนาชอบบาง คิ้วตรงคิ้วโก่ง จัดไปค่ะ
จากนั้นมาเก็บดีเทลที่ตากันอีกนิดด้วยการเขียนอินเนอร์ไลน์ทั้งตาบนและล่าง
บริเวณขอบตาด้านล่างอย่าลืมใช้แปรงมาเกลี่ยให้ฟุ้งนะคะ ตาจะได้ไม่ดูดุเกินไป
เพิ่มความวิ้งอีกสักนิดที่หัวตาด้วยไลน์เนอร์ Trust Me Wink จาก Cosluxe เค้ามี 4 สีให้เลือกเลย
จากนั้นไฮไลท์โหนกคิ้วด้วยอายแชโดส์ที่สว่างกว่าผิว คิ้วจะได้ดูเด่นขึ้นและดูยกขึ้นด้วย
ปัดขนตาและปัดมาสคาร่า ตามด้วยการติดขนตาปลอม เพื่อให้ดวงตาดูโดดเด่นขึ้นค่ะ
วันนี้ใช้ขนตาของ Preciosa เป็นแบบขนตายาว ไม่ฟู แต่เน้นความถี่ที่หางตา ทำให้ตาดูหวานขึ้น
เพิ่มมิติความวาวใสของผิวด้วยการลงไฮไลท์บริเวณจุดตกกระทบของแสงให้ทั่วใบหน้า
ปิดท้ายลุคนี้ด่วยการปัดแก้มโทนพีช และทาปากด้วยสีชมพูสดใสมากๆ
สีแดงคนทากันเยอะแล้ว ขอเปลี่ยนแนวบ้าง ลิปจาก Clio รุ่นนี้เป็นลิปเนื้อแมทที่ติดทนปานกลางค่ะ
Finish Look !!
หวังว่าคงพอเป็นไอเดียให้เพื่อนนำไปปรับใช้ หรือลองแต่งตามดูได้นะคะ
ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณที่แวะมาทักทายกันด้วยนะคะ Merry Christmas ค่าาา  Smiley

Review : Fasio Easy Mascara Remover



สวัสดีค่า วันนี้มีไอเท็มเด็ดๆมาแนะนำให้ไปหามาลองกันอีกแล้ว
ซึ่งชิ้นที่จัดว่าเด็ดที่จะมาแนะนำในวันนี้ก็คือ Fasio Easy Mascar Remover
ตัวช่วยในการล้างมาสคาร่าออกจากดวงตาเราได้อย่างง่ายดายและสะอาดหมดจด
แบรนด์ฟาสิโอเค้าดังเรื่องมาสคาร่ามากๆ ถ้าย้อนกลับไปสัก 5-6 ปีที่แล้ว
ตระกูลมาสคาร่่า รีมูฟเวอร์ ของเค้าจัดเป็นไปเอท็มขายดี ใช้ดี คุณภาพเริ่ดแบรนด์หนึ่งเลยล่ะค่ะ

หน้าตาของ Fasio Easy Mascar Remover  แพคเกจจะดูสีขาวเรียบๆ แต่ดีไซน์เก๋มากๆ
ซึ่งแต่ก่อนผลิตภัณฑ์เค้าก็จะดูธรรมดามากๆ เหมือนๆแบรนด์ คสอ.ทั่วๆไป
ตอนนี้เค้าปรับเปลี่ยนยกไลน์ให้ดูสวยคลาสสิกแบบนี้คล้ายกันหมด
แต่ข้อเสียคือ มันแยกออกยากมากว่าอะไรเป็นอะไร เพราะตะไม่มีดีเทลบนตัวผลิตภัณฑ์เลย
ข้อมูลผลิตภัณฑ์จะอยู่บนซองที่เค้าใส่มาตอนแรก พอทิ้งซองไปนี่คืออาจงงได้

มาดูหน้าตาของแปรงเค้าบ้าง จะมีลักษณะเป็นหวีซี่ถี่ๆแบบนี้เลยค่ะ
ด้านนึงจะเป็นซี่ยาวๆ ด้านนึงจะเป็นซี่สั้นๆ และมีปลายแหลมด้านบน
เรียกว่าออกแบบมาให้เข้าไปทุกซอกทุกมุมของแนวเส้นขนตาเราเลย
สามารถปัดได้ทั้งขนตาบนและล่างได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ

สำหรับการทดสอบในวันนี้เราเลือกใช้มาสคาร่าที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน คือ
L’Oreal 4D และ CLIO Twistup เป็นสูตรกันน้ำทั้งสองยี่ห้อ ช่วยให้ขนตางอนและยาวขึ้นทั้งคู่

วิธีการปัดก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก เหมือนเราปัดมาสคาร่าตามปกติเลยค่ะ
พอปัดไปจนน้ำยาที่มีลักษณะเป็นน้ำมันทั่วขนตาเราแล้ว สักพักขนตาจะเริ่มอ่อนตัวลง
เราสามารถใช้คัตตอนบัด หรือสำลีค่อยๆเช็ดออกได้เลย คราบมาสคาร่าก็หลุดออกเกือบหมดแล้ว

เปรียบเทียบให้ดูว่าคราบมาสคาร่าไม่หลงเหลืออยู่เลย แทบไม่ต้องใช้อายรีมูฟเวอร์ตาม
แค่ทำความสะอาดด้วยการล้างหน้าปกติก็เป็นอันเรียบร้อย
ที่สำคัญคือ เค้าไม่ทำให้เรารู้สึกระคายเคืองระหว่างใช้ หรือหลังใช้เลย ไม่แสบตาด้วยค่ะ

สำหรับสาวๆที่ไม่ได้แต่งตาหนักหน่วง หรือไม่อยากให้การล้างมาสคาร่าเป็นการรบกวนผิวรอบดวงตา
แนะนำให้ลองเลยค่ะ โดยส่วนตัวชอบมากๆ รู้สึกว่าสะดวกดี วันไหนปัดแค่มาสคาร่าก็จบที่ตัวนี้เลย
ราคาเค้าอยู่ที่ประมาณ 300-400 หรืออาจถูกกว่านั้นแล้วแต่โปรโมชั่นค่ะ

หวังว่าบล็อกวันนี้คงพอจะเป็นข้อมูลให้สาวๆที่สนใจอยู่ ตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้นนะคะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายและเยี่ยมเยียนกันที่บล็อกด้วยค่า Smiley

My Secret by 4U2 LIP SWATCHES 6 SHADES


สวัสดีค่า เพื่อนๆคนไหนที่เป็นแฟนลิปสติกเนื้อแมทที่ไม่แห้งจนปากลอก
หรือติดทนจนลบแทบไม่ออก ต้องถูกันจนปากถลอกปอกเปิด
วันนี้มี My Secret Matte Longlasting Lipsticks by 4U2 มาสวอชสีและบอกเล่าผลการใช้กันค่ะ

แพคเกจจะเรียบๆง่ายๆ เป็นพลาสติกเนื้อด้านทรงเหลี่ยม และมีเบอร์และสติกเกอร์บอกสีชัดเจน
โดยส่วนตัวจะชอบลิปสติกที่ทำเป็นแพคเกจทรงเหลี่ยมแบบนี้นะคะ รู้สึกว่าจัดเก็บง่าย ไม่กินพื้นที่ดี

สำหรับลิปสติกรุ่นนี้เค้ามีทั้งหมด 12 สีนะคะ แต่นุ่นมีอยู่ทั้งหมดแค่ 6 สี สีที่เหลือไปเสิรชดูก็สวยดีนะ

ไล่ลำดับสีจากซ้ายไปขวาเริ่มจาก No.01-No.06  ค่ะ เพื่อเป็นการจำง่ายเลยไม่ได้บอกชื่อสีนะคะ
ไปดูกันว่าแต่ละสีทาออกมาแล้วเป็นยังไงบ้าง
อ้อ…สภาพผิวโดยรวมเป็นคนผิวขาวอมเหลืองนะคะ สีปากธรรมชาติขอบปากจะมีสีเข้ม
เพราะฉนั้น สีผิว และสีปากธรรมชาติก็มีผลให้การทาแต่ละเบอร์อาจจะต่างกันตามผิวของแต่ละคนค่ะ



เป็นไงคะ ถูกใจสีไหนกันบ้างเอ่ย

สำหรับผลการใช้โดยส่วนตัวชอบที่เนื้อลิปไม่แห้งแมทจนเกินไป ยังคงมีความชุ่มชื่นอยู่บ้าง
ไม่จำเป็นต้องลงลิปบำรุงก่อนทาก็สามารถทาได้ ปากไม่แห้ง
พิกเมนท์ของสีชัดเจน แต่บางสีเนื้อสีจะกึ่งสีใสๆ อาจต้องทาย้ำๆหากต้องการเม็ดสีที่เห็นชัด
ส่วนความติดทน ลิปรุ่นนี้ไม่ได้ติดทนนานมาก แต่ก็คงความเป็น Longlasting อยู่บ้าง
สามารถเช็ดออกง่ายๆด้วย Remover ไม่ต้องถูซ้ำๆย้ำๆให้ริมฝีปากเราเจ็บเจ่อค่ะ
ราคาตกแท่งละ 234 บาท มีโปรโผล่มาเป็นครั้งคราว ต้องลองเช็คกันดูนะคะ
หากใครสนใจ ลองไปเทสต์เนื้อผลิตภัณฑ์กันดูก่อนว่าถูกใจรึเปล่านะคะ

เพื่อนไหนอยากดูในรูปแบบวีดีโอก็สามารถคลิ้กลิงค์ดูได้เลย จะเห็นสีสันแบบ HD มากขึ้นค่า
ท้ายสุดต้องขอบคุณที่แวะมาชมกันด้วยนะคะ Smiley

Review : HEME Silk Second Skin CC Cream


สวัสดีค่ะ วันนี้มาพบกันในโหมดรีวิวกันบ้าง หลังจากสวอชสี คสอ.มาหลายแบรนด์แล้ว
วันนี้ขอแนะนำแบรนด์น้องใหม่จากประเทศไต้หวันที่เพิ่งนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรามารีวิวกันค่ะ
นั่นก็คือแบรนด์ HEME (เฮเม่) แบรนด์ที่โด่งดังในประเทศไต้หวัน
และบ้านเราก็มีตัวแทนจำหน่ายนำมาขายทางออนไลน์เรียบร้อย

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จำนำมารีวิวตัวนี้ นุ่นลองใช้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาสองสัปดาห์แล้ว
ค้นพบว่าการใช้งานสะดวกมาก และค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้พอสมควรเลยค่ะ
นั่นก็คือ HEME Silk Second Skin CC Cream
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการแต่งหน้านั่นเอง
ไปดูคุณสมบัติหลักๆของเค้ากันก่อนเลยนะคะ

คำเคลมจากทางแบรนด์

HEME Silk Second Skin CC Cream  (สีนู้ด) 

ซีซีครีมที่จะมอบสัมผัสบางเบาดุจแพรไหมผสานความชุ่มชื่นที่ลงตัว
พร้อมปรับสีผิว
ให้เนียนสม่ำเสมอประหนึ่งเป็นผิวที่ 2 ของคุณ
กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ลงตัวแบบ
CLEAN & SLEEK DESIGN
ไม่เหมือนใครด้วย High Density Sponge Puff Head

ฟองน้ำที่มีความหนาแน่นและให้สัมผัสนุ่มบนตัวหลอดซีซีครีม
ที่สามารถใช้แทนนิ้วมือ
ในการเกลี่ย ทำให้มือของคุณไม่เลอะเปรอะเปื้อน
ไม่ทำให้ผิวหน้ามันระหว่างวัน

อีกทั้งยังมาพร้อมกับสารกันแดด SPF 50+ **** ปกป้องคุณจากรังสี UVA/UVB 
ให้ผิวคุณดูสวยเป็นธรรมชาติติดทนนานตลอดวัน

ผสาน 8 คุณสมบัติเด่นในขั้นตอนเดียว

1. Whitening ช่วยปรับผิวของคุณให้ขาวกระจ่างใสขึ้น ไม่ทำให้ผิวดูขาวและวอกเกินไป

2. Moisturizing ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งระหว่างวัน

3. Repairing ซ่อมแซมผิวที่มีปัญหาหมองคล้ำไม่สดใส ให้ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

4. Brightening  ปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น

5. Foundation Base ทำหน้าที่เป็นเบสและรองพื้นในตัว

6. UV Protection มีสารกันแดด SPF 50+**** ปกป้องผิวจากรังสียูวี

7. Smoothing ปรับผิวให้มีความนุ่มนวลและเนียนสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น

8. Pore Invisible  อำพรางรูขุมขนให้แลดูเล็กลง

ผลิตภัณฑ์เค้าจะฟน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ คือมีส่วนที่เป็นหลอดบรรจุเนื้อครีมและซีลที่ไว้เรียบร้อย
อีกส่วนคือหัวฟองน้ำ ที่ทำหน้าที่เกลี่ยผลิตภัณฑ์ไปบนผิวแทนนิ้วมือของเรา
แยกส่วนชัดเจน ทำให้เราสามารถนำไปล้างทำความสะอาดได้ไม่ยุ่งยาก

ตอนใช้ครั้งแรกๆ ฝาที่ปิดส่วนฟองน้ำไว้จะดึงยากนิดนึง ใช้ไปเรื่อยๆก็จะดึงง่ายขึ้น
ฟองน้ำมีความแน่นพอดี ไม่นุ่มพรุนจนกินเนื้อผลิตภัณฑ์มากเกินไป
และไม่แน่นจนทำให้การปาดลงผิวต้องออกแรงมากจะทำร้ายผิวหน้าของเราค่ะ

ก่อนใช้แนะนำให้บีบเนื้อผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เราต้องการ
แต้มเป็นจุดต่างๆทั่วหน้าแล้วเกลี่ยด้วยฟองน้ำ หรือจะเกลี่ยไปที่ละจุดก็แล้วแต่ความถนัดเลยค่ะ
แต่อย่าเผลอบีบหลอดขณะเกลี่ยนะคะ เนื้อผลิตภัณฑ์จะออกมามากเกินความจำเป็น
ใช้ครั้งแรกๆอาจจะยังไม่ชิน ใช้ไปสักพักเราจะเริ่มจับทางถูกแล้วค่ะ
แล้วจะพบว่าใช้งานสะดวกมาก ไม่เลอะมือ ไม่ต้องล้างฟองน้ำทุกวัน

มาดูผลการใช้งานกันบ้าง
เนื่องจาก HEME Silk Second Skin CC Cream
หน้าที่หลักๆของเค้าคือการปรับสีผิวและให้การบำรุง
เพราะฉนั้นเรื่องการปกปิดอาจไม่ตอบโจทย์กับคนที่มีสภาพผิวที่มีรอยสิว หรือจุดด่างดำที่เห็นชัด
แต่ในเคสของนุ่นคือเป็นคนที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ
ถือว่าเค้าช่วยปรับผิวโดยรวมให้ดูเท่ากันทั้งหน้าเลย
และสามารถปิดรอยแดงบริเวณปีกจมูกของนุ่นได้ค่อนข้างดี รอยกระบางๆก็พอปิดได้
จะเหลือรอยกระสีเข้มๆอยู่บ้าง แต่พอเราตบแป้งก็จะดูเบลอและจางลงจนมองเกือบไม่เห็นแล้ว

สำหรับเรื่องการความคุมความมันเค้าก็ทำได้ดีทีเดียว
เพราะฟินิชลุคหลังลงเรียบร้อยคือจะให้ผิวค่อนข้างแมทเลย อาจไม่เหมาะกับคนผิวแห้งมากๆค่ะ
แต่คนผิวผสมค่อนไปทางมันแบบนุ่นถือว่าพอใจมาก เพราะระหว่างวันหน้าไม่มันเยิ้ม
และสีผิวก็ไม่หมอง ไม่ดรอป ตอนที่ความมันเริ่มมาเยือนด้วย
คนที่มีผิวมันมากๆ และไม่มีปัญหาเรื่องจุดด่างดำ น่าจะหามาลองกันดูนะคะ

รูปนี้คือลง HEME แล้วนุ่นก็แต่งหน้าตามปกติเลย ไม่ได้ลงรองพื้นเพิ่ม
ใช้แป้งแบบ Tranlucent หรือแป้งโปร่งแสงปัดด้วยแปรงเพื่อเซ็ทผลิตภัณฑ์ไว้เท่านั้น
จะเห็นว่ารอยกระ รอยแดงต่างๆก็มองไม่เห็นแล้ว
ปัดไฮไลท์เล็กน้อยเพื่อไม่ให้ผิวดูแห้งหรือแมทเกินไป  ช่วยให้ผิวเราดูอ่อนวัยลงด้วยค่ะ

หลังจากผ่านไปราวๆสิบชั่วโมงโดยไม่ได้ซับมันออก
จะเห็นว่าผิวดูฉ่ำๆ แต่ไม่ได้ดูหน้าหมอง หรือดูมันเยิ้มเลยนะคะ
อาจมีเป็นคราบบ้างในจุดที่เราลงหนาเกินไป บวกกับผิวส่วนนั้นามีปัญหาเรื่องเป็นขุยอยู่ก่อนด้วย
แต่ก็ไม่ได้เห็นชัดจนหน้าเกลียด ต้องมองแบบใกล้มากๆจึงจะเห็นค่ะ

สรุปรวมค่อนข้างพอใจมากๆกับผลลัพธ์ที่ได้
แต่อาจใช้ยากไปนิดในช่วงแรกๆ เพราะเรายังไม่คุ้นชิน ไม่ถนัดมือนะคะ
ส่วนเรื่องสีของเค้า ด้วยความที่เป็น CC Cream ก็ไม่ต้องกังวล
เพราะเค้าจะปรับสีให้เข้ากับโทนสีผิวของเราเอง ไม่ต้องกลัวเรื่องวอก หรือดรอปเลยค่ะ

นอกจาก HEME Silk Second Skin CC Cream แล้ว เค้าก็ยังมีมาส์กชีทด้วย
ซึ่งก็มีด้วยกันทั้งหมด  2 สูตรค่ะ ไปดูคุณสมบัติของแต่ละสูตรกัน

  HEME Firming Clear Complexion Mask (สูตรเฟิร์มมิ่ง กระชับผิว)
ด้วยลักษณะเฉพาะด้วย Far Infrared Spot มากถึง 2,600 จุด พร้อมทั้งเอสเซนส์ซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยให้แผ่นมาสก์แนบกับผิวหน้าได้อย่างทั่วถึง และเอสเซนส์สามารถซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้เร็วและลึกเข้าสู่ผิวได้ดีมากยิ่ง ขึ้น ด้วยส่วนผสมที่สำคัญต่างๆไม่ว่าจะเป็น เอสเซ้นส์จากสารสกัดโปรตีนในงู, สารสกัดจากแพลงตอน, คอลลาเจน, โปรตีนจากนมผึ้ง สารสกัดจากลูกเดือย ที่จะช่วยทำให้ผิวหน้ากระชับขึ้น ลดเลือนริ้วรอย กระชับรูขุมขนให้แลดูเล็กลง
พร้อมทั้งปรับสภาพผิวให้หน้าให้กระจ่างใสและเนียนขึ้นราวกับใช้ CC Cream

  HEME Hydrating Clear Complexion Mask (สูตรไฮเดรทติ้ง เพื่อผิวนุ่มชุ่มชื้น)
แผ่นมาสก์หน้า เฮเม่ ไฮเดรทติ้ง เคลียร์คอมเพล็กซ์ชั่นมาสก์ สูตรเพิ่มความนุ่มชุ่มชื้นผิว ด้วยลักษณะเฉพาะด้วย Far Infrared Spot มากถึง 2,600 จุด พร้อมทั้งเอสเซนส์ซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยให้แผ่นมาสก์แนบกับผิวหน้าได้อย่างทั่วถึง และเอสเซนส์สามารถซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้เร็วและลึกเข้าสู่ผิวได้ดีมากยิ่ง ขึ้น ด้วยส่วนผสมที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น
anti-aging essence- SYN®-AKE 3% , Sodium Ascorbyl Phosphate, Ceramide 1/3/6Ⅱ, SYN®-HYCAN , Saccharide Isomerate
และ Taiwan oriented Luffa Cylindrica Fruit Extract
ช่วยให้ผิวรู้สึกชุ่มชื้นและสดชื่นอย่างมีออร่า

ที่เก๋ก็คือ เค้ามีนวัตกรรมที่น่าสนใจมากๆ คือ
“Far Infrared Spots” ซึ่งในแผ่นมาสก์หน้าของ HEME ทั้ง 2 สูตร
จะมีจุดแดงๆบนแผ่นมาสก์มากกว่า 2,600 จุด ซึ่งจะสามารถแผ่รังสี Far Infrared
ซึ่งมีความยาวคลื่น 4-14 ไมครอน รังสีที่มีความยาวคลื่นดังกล่าวนี้ได้ถูก เรียกว่า แสงแห่งชีวิต
เนื่องจากสามารถทำให้โมเลกุลของน้ำในร่างกายมนุษย์เกิดการสั่นสะเทือน
และเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน อุณหภูมิของเนื้อเยื่อผิวหนังจึงสูงขึ้น
เส้นเลือดฝอยขยายตัว ความเร็วในการไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้น
และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เป็นผลให้สภาพของผิวหนังดีขึ้น
อีกทั้งยังเร่งความสามารถในการรับสารอาหารของเซลล์ผิวหนังอีกด้วย

นอกจากนั้นยังช่วยให้แผ่นมาสก์แนบกับผิวหน้าได้อย่างทั่วถึง
และเอสเซนส์สามารถซึมเข้าสู่ใต้ผิวหนังได้เร็วและลึกเข้าสู่ผิวได้ดีมากยิ่ง ขึ้นเรียกได้ว่าเป็นนวตกรรมที่ล้ำมากๆที่ยังไม่เคยเจอในมาส์กชีทของยี่ห้อ อื่นๆที่เราเคยใช้มาเลย

หลังใช้พบว่าผิวคงความชุ่มชื่นได้ยาวนาน และสัมผัสผิวที่นุ่มและดูกระจ่างใสขึ้นด้วย
ยิ่งนำไปแช่เย็นก่อนนำมาใช้ก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นระหว่างมาส์กหน้าได้ดีมากๆ

เพื่อนๆคนไหนสนใจก็เข้าไปเช็คราคากันดูที่แฟนเพจของ HEME ดูนะคะ
เค้ามีโปรลดราคาอยู่ตอนนี้ ไม่รู้ว่าลดถึงช่วงไหน ลองแวะไปดูกันค่ะ
สุดท้ายต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายที่บล็อกกันด้วยนะคะ 🙂