Color Swatch Wet’n Wild Lipsticks


สวัสดีค่ะ วันนี้หยิบลิปสติกในกรุมาปาดสีให้ดูกันอีกแล้ว
เป็นยี่ห้อที่เรียกว่า “ถูกและดี” ได้อย่างเต็มปากเลย เพราะตกราคาแท่งละ 139 บาทเท่านั้น
และเป็นลิปสติกที่เนื้อดี สีชัดสวย มีสีให้เลือกมากมายอีกด้วย
หลายๆคนคงรู้จักยี่ห้องนี้ดีกันหมดแล้วเนอะ ไปดูกันค่ะว่ามีสรอะไรมาให้ดูกันบ้าง

สำหรับ wet’n wild เป็นแบรนด์เครื่องสำอางค์ที่ราคาย่อมเยามากๆ
นอกจากลิปสติกที่แท่งละร้อยกว่าบาท พาเลตอายแชโดว์ของเค้าก็ราคาไม่แพง และสีสวยด้วย
[ครั้งต่อไปจะหยิบอายแชโดว์ที่นุ่นมีอยู่มา swatch สีให้ดูกันบ้าง]
** สำหรับ 4 สีนี้ เป็นสีที่ได้มาฟรี 3 สี และอีก 1 สีเป็นสีที่ซื้อมาใช้เองนะคะ

ทั้ง 4 สีที่หยิบมาวันนี้ก็ตามรายชื่อนี้เลยค่ะ สำหรับลิปสติกยี่ห้อนี้มีเนื้อลิปสติกที่ดีมากๆ
เป็นเนื้อครีมที่ข้น แต่เนียนลื่น ทาไปบนริมฝีปากแล้วปาดได้เรียบลื่นดี มีความชุ่มชื้นพอใช้ได้
แต่ก็มีบางครั้งที่ปากแอบแห้งไปบ้างถ้าช่วงนั้นริมฝีปากขาดการบำรุง หรือดื่มน้ำน้อยมากๆ
ข้อเสียที่ไม่ชอบเลยคือการที่เค้าทำเนื้อลิปให้พ้นจากตัวแท่งลิปสติกออกมา
ทำให้ต้องเปิดแบบระมัดระวังมากๆ เพราะมักจะปาดไปโดนเนื้อลิปจนเลอะตลอด
อยากให้ดีไซน์ใหม่มว๊ากกกก จะทำให้การใช้ง่ายงานและสะดวกกว่านีอีกเยอะเลยล่ะค่ะ

มาเริ่มต้นที่สีแรกกันเลย สี Carrot Gold สีโทนส้มสว่างสดใส ใครชอบโทนส้มสดใสแบบนี้ควรลองค่ะ
สีนี้สว่างสุดๆ ช่วยขับผิวเราให้ดูสว่างไปด้วย วันไหนทาสีนี้ ไม่ต้องแต่งหน้าเยอะก็ปังค่ะ
โดยส่วนตัวรู้สึกว่าสีนี้แอบเกลี่ยยากนิดนึง ต้องประณีตสักนิด จะได้ไม่เป็นคราบแบบในรูปนะคะ

สี Bare it all สีนี้เป็นสีที่ซื้อมาเอง เป็นสีโทนนู้ดอมส้มน้ำตาลที่ชอบมาก
ครั้งแรกที่คิดจะลองลิปของยี่ห้อนี้ เราก็ลองสีไปเรื่อยๆ จนเจอสีนี้คือหยิบเลย
เป็นสีนู้ดที่ทาแล้วไม่ป่วย ดูสุภาพ เอาไปผสมกับสีอื่นก็สวย ชอบมากๆค่ะ

สี Just Peachy ทีแรกดูจากแท่งคิดว่าจะมาในโทนส้มนมๆ แตาพอทาแล้วดันออกชมพูซะงั้น
เป็นสีที่ค่อนข้างอ่อน หากใครปากแห้งจะทาแล้วจะแลดูเป็นคราบได้ง่าย ต้องเน้นบำรุงเยอะๆ
หรือคนผิวเข้มทาแล้วอาจดูลอยๆ แนะนำให้ผสมสีเข้มเข้าไปนิดจะทาออกมาสวยกว่าทาเดี่ยวๆค่ะ

มาถึงสีสุดท้ายที่เป็นสีโทนชมพูบาร์บี้สุดๆสี Think Pink เรียกว่าอยากทาสีชมพูนึกถึงสีนี้ได้เลย
เป็นโทนชมพูที่สว่างสดใสมากๆ โดยส่วนตัวทาสีนี้ไม่ค่อยรอด แต่มีสักแท่งไว้เปลี่ยนลุคบ้างเนอะ

สำหรับ wet’n wild ตอนนี้ก็หาซื้อไม่ยากเหมือนสมัยที่ต้อง pre order กันแล้วนะคะ
สามารถซื้อได้ที่ตามร้านที่ขายเครื่องสำอางค์ทั่วๆไป ตามซูเปอร์อย่าง Tops ก็มีเป็นเชลฟ์เลย
ใครสนใจก็ลองไปดูกันนะคะ เป็นแบรนด์เครื่องสำอางค์ที่ราคาไม่แพงและคุณภาพดีจริงๆค่ะ

Ingrid Cosmetics


สวัสดีค่ะ ช่วงนี้มีเครื่องสำอางค์แบรนด์ใหม่ๆเรียงแถวเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราเยอะเลย
สาวๆที่เป็นคนคลั่งเครื่องสำอางค์เหมือนกันคงถูกใจ เพราะมีอะไรใหม่ๆมาให้ลองกันตลอดเวลา
วันนี้เลยขอแนะนำ Ingrid Cosmetics เครื่องสำอางค์น้องใหม่ นำเข้าจากประเทศโปแลนด์ค่ะ
[ ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ที่ส่งมาให้ลองด้วยนะคะ ]

Ingrid Cosmetics จะมีเอกลักษณ์เด่นคือเค้าจะพิมพ์ลายบนผลิตภัณฑ์ของเค้าเป็นรูปกุหลาบแบบนี้
เรียกว่าเดินเข้าร้านเครื่องสำอางค์ใหญ่ๆ เราก็สามารถมองหาได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ
นอกจากผลิตภัณฑ์ดานบนที่เห็นทั้งหมดนี้ เค้าก็ยังมีอายแชโดว์ แป้งอัดแข็ง และไฮไลท์อีกด้วย
จุดเด่นอีกอย่างคือ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะมีกลิ่นกุหลาบหอมอ่อนๆอยู่ด้วย
สำหรับใครที่แพ้น้ำหอมในเครื่องสำอางค์อาจต้องทดลองให้แน่ใจก่อนซื้อนะคะ
[ สามารถหาอ่านรีวิวชิ้นอื่นๆได้จากบล็อกเกอร์ที่ได้ลองผลิตภัณฑ์นี้เหมือนกันได้เลยนะคะ ]

ขอเริ่มตัวแรกด้วย Ingrid Wonder Shine Full Color Lipstick No.300 [349-]
ลิปสติกเนื้อเนียนเบา ให้ประกายฉ่ำวาว และช่วยกระจายแสงให้ริมฝีปากดูสุขภาพดี
สำหรับลิปสติกรุ่นนี้ มีสีให้เลือกมากถึง 20 สีเลยค่ะ ครอบคลุมทุกเฉดสีที่สาวๆชอบกันเลย
สำหรับสี 300 นี้เป็นสีที่ค่อนข้างซีดและใช้ยากมากๆ นุ่นเลยไม่ได้ทาบนปากให้ดูนะคะ
แต่ตัวนี้จะให้ลุคแมทนิดๆ หากไม่ชอบๆแมทๆ ก็สามารถทากลอสทับให้ดูวาว และให้สีที่สวยขึ้น

ชิ้นถัดมาคือ Ingrid Love Story Liquid Lipastick No.304 [359-]
ลิปสติกสูตรน้ำ เนื้อเข้มข้นแบบลิคควิด ให้การปกปิดสูง และช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม
มีสารบำรุงริมฝีปากจากวิตามินอีและสารสกัดจากเม็ดองุ่น ช่วยป้องกันปากแตกแห้งด้วย
ตัวนี้ได้ลองครั้งแรกแล้วชอบมาก เพราะสีชัดสวย ทาแล้วปากอิ่มดูชวนมองมากๆ
เค้ามีทั้งหมด 7 สี โดยสีหลักๆจะเป็นโทนชมพู-ส้ม-แดงที่สีสดชัดมากๆ

Ingrid HD Blush No.10 [389-] บลัชออนพิมพ์ลายกุหลาบแสนสวย
บลัชออนที่มีคุณสมบัติพิเศษแบบ HD ช่วยกระจายแสง อำพรางริ้วรอยและจุดบกพร่องบนใบหน้า
นอกจากนั้นยังมีสารสกัดจากดอกกุหลาบตุรกี ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นราชากุหลาบพันปี
ช่วยให้พวงแก้มดูเปล่งปลัง สุขภาพดี ดึงดูดดสายตา มี 3 โทนสี คือ ชมพู ส้มอมชมพู และส้มค่ะ
บลัชตัวนี้จะให้สีอ่อนสวยกำลังดี ปัดเพิ่มน้ำหนักสีได้ทีละนิดโดยสีไม่ดูชัดเวอร์ไป
และด้วยความที่เป็นคุณสมบัติแบบ HD บลัชตอนนี้ช่วยกระจายแสงให้ผิวดูเบลอ ริ้วรอยดูจางลงด้วย
บลัชติดทนปานกลางนะคะ ไม่ได้ติดทนทั้งวัน แต่ความเงาแบบไฮไลท์บางๆจะยังคงอยู่ค่ะ
ข้อเสียคือเนื้อบลัชมีความเป็นฝุ่นผงอยู่บ้าง ค่วรปัดอย่างเบามือจะได้ไม่มีฝุ่นผงเลอะเทอะ
แต่อย่างที่บอกคือเล็กน้อยนะคะ ไม่ได้มากมายอะไร

มาถึงชิ้นเด็ดดวงชิ้นสุดท้าย Ingrid Bronzing Powder [690-] ที่มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเราเลย
แป้งเนื้อแมทสีน้ำตาลที่เข้ากับสีผิวคนไทยมาก สามารถใช้คอนทัวร์หน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติมากๆ
สีไม่เข้มจนหน้าดำ หรือมีชิมเมอร์จนหน้าเงา สร้างโครงหน้าให้ดูมีมิติได้ ตัวนี้หยิบใช้ทุกวันเลยค่ะ


ปิดท้ายด้วยฟินิชลุคที่ใช้ไอเท็มทุกชิ้นจากด้านบน จะได้ลุคประมาณนี้ค่ะ
CheekIngrid HD Blush No.10
LipsIngrid Wonder Shine Full Color Lipstick No.300
และ Ingrid Love Story Liquid Lipastick No.304
ContourIngrid Bronzing Powder

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจลองเสิรชคำว่า Ingrid Thailand ก็จะเจอตัวแทนจำหน่ายต่างๆมากมาย
หรืออย่างร้าน Eve and Boy และร้าน Lashes ก็มีนะคะ ราคาตามโปรฯของแต่ละร้านด้วย
ท้ายสุดต้องขอขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันได้ค่า 🙂

Color Swatch : The Bakery House Cake Blusher


สวัสดีค่ะ เจอกันในรูปแบบของบล็อกกันอีกแล้ว
คราวก่อนนุ่นอัพเดทเรื่องผลิตภัณฑ์ใหม่ๆทางช่อง Youtube ของนุ่นเอง และในหน้าแฟนเพจ
มีหลายคนสนใจบลัชออนเนื้อครีมของ Beauty Cottage รุ่นนี้อยู่พอสมควร
วันนี้จึงขอมาสวอชสีทั้งหมดให้ชมกันค่ะ

[สำหรับสาวๆที่อยากดูในรูปวีดีโอว่ามีอะไรออกใหม่บ้าง ชมได้ในวีดีโอด้านล่างเลยค่ะ]

สำหรับ The Bakery House Cake Blusher บลัชออนเนื้อครีมเนียนลื่น
รุ่นนี้เค้าทำออกมาทั้งหมด 5 สี ค่ะ โดยจะเน้นไปทางโทนชมพูและส้ม

แพคเกจผลิตภัณฑ์ยังคงเน้นรูปลักษณ์ที่น่ารัก น่าสะสม
ทั้งกล่องบรรจุภัณฑ์ด้านนอก และตัวผลิตภัณฑ์ของเค้าเอง

การใช้งานถูกออกแบบมาให้สามารถใช้นิ้ว หรือทาผลิตภัณฑ์ลงบนแก้มเราโดยตรงเลยก็ได้
เห็นสีสันชัดแน่นขนาดนี้ แต่ต้องบอกว่าบางสี เม็ดสีก็ไม่ได้แน่นเหมือนในรูปนะคะ
เนื้อผลิตถัณฑ์เป็นแบบเนื้อครีม แต่มีความหยุ่นแบบเนื้อมูสเล็กน้อย
เพราะฉนั้น หากเรากดแรงจนเกินไป เนื้อผลิตภัณฑ์ก็จะมีการยุบตัวลงไปบ้างนะคะ
ทีนี้เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า แต่ละสีจะใหสีสันอย่างไรบ้าง

เริ่มที่สีเบอร์ 01 สีนี้จะให้สีที่อ่อนและสว่าง เนื้อสีให้ความเงาแบบชิมเมอร์ สีจะออกไม่ชัดนัก

สีเบอร์ 02 เป็นสีชมพูสดที่สีแน่นชัดมาก ปาดนิดเดียวก็ติด เกลี่ยให้กลมกลืนได้ง่าย
ดูเหมือนจะเป็นสีแรงๆสดๆ แต่เป็นสีที่ทาแล้วสวย แก้มดูระเรื่อสุขภาพดี

สำหรับสี 03 เป็นอีกสีที่สีสันจะอ่อนมาก และให้ความเงาบนผิว เหมาะแก่การผสมสีมากกว่าใช้เดี่ยวๆ

สี 04 เม็ดสีให้ความชัดสดแค่ปานกลาง มีความเงาพอสมควร ค่อยๆเกลี่ยและเพิ่มเลเยอร์ได้

สี 05 สีสุดท้าย เป็นสีโทนส้มที่เห็นเม็ดสีชัด แต่ก็ยังมีความเงาอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก
ให้พวงแก้มดูสดใส บ่มแดด เหมาะกับช่วงซัมเมอร์แบบนี้มาก

สำหรับทั้ง 5 สี สีที่อยากแนะนำคือสี 02 และ 05 ชัดของสีชัดเจน
สีอื่นๆจะออกเงาจนมองแทบม่เห็นสักเท่าไหร่

สำหรับความติดทนอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี หากไม่ได้เป็นคนเหงื่อเยอะ ก็ติดทนนานเกือบทั้งวัน
เนื้อครีมเกลี่ยได้ง่าย ไม่เป็นคราบ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ปริมาณเยอะ ใช้ได้นาน

เรื่องราคาต้องสอบถามทางร้านดูอีกนะคะ เพราะทางแบรนด์ส่งมาแต่ผลิตภัณฑ์ ไม่มีข้อมูลมาด้วย
แต่ราคาน่าจะอยู่ราวๆ 200-350 บาท ซึ่งไม่สูงมาก และใช้งานได้นานทีเดียว
สาวๆคนไหนสนใจลองไปทดสอบเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ร้าน Beauty Cottage กันดูค่ะ 🙂

ท้ายสุด ขอขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันด้วยค่า