All About My Contact Lens : รวบรวมคอนแทคเลนส์ทั้งหมดที่เคยใส่มา


สวัสดีค่ะ บล็อกนี้จะขอรวบรวมภาพคอนแทคเลนส์สีสันที่เคยใช้เอามาให้ชมกันค่ะ
ดีเทลของแต่ละยี่ห้ออาจจำไม่ได้ครบถ้วน เพราะบางคู่ก็ใส่แค่ไม่กี่ครั้ง
ส่วนใหญ่จะเป็นเลนส์ที่ใส่สำหรับทำฮาวทู หรือใส่ไม่เป็นประจำนะคะ
ไปดูกันค่ะว่ามีเลนส์อะไรบ้าง

เริ่มที่ Freshlook Color Blend Sterling Gray เป็นเลนส์ที่ใส่เป็นยี่ห้อแรก
ชอบมาก เพราะเลนส์นิ่ม ใส่สบาย ไม่รู้สึกว่ามีเลนส์ในตาเลย
สำหรับมือใหม่ความที่เลนส์นิ่มมาก อาจใส่ยากสักนิด
จำได้ว่าครั้งแรกที่ใส่ ใช้เวลานานครึ่ง ชม.เลย แต่ใส่แล้วตาดูไม่หลอกมาก
โดยเฉพาะสีน้ำตาลกับเขียว ใส่แล้วตาดูสวยมากๆค่ะ

เป็นคนชอบเลนส์สีเทา แต่ใส่แล้วดูไม่เทาเลย เพราะเป็นคนสีตาธรรมชาติค่อนข้างเข้ม
ลองซื้อรุ่นนี้จาก Kitty Cawaii Crystal Gray Mini มาใส่ เวลาโดนเฟลชตาดูหวานดี
แต่แสงธรรมชาติจะดูน่ากลัวไปนิดถ้าไม่แต่งหน้า แต่ก็ชอบค่ะ
เลนส์ใหญ่แบบบิ้กอายที่ยุคนึงจะนิยมมากๆ แต่ส่วนตัวชอบเลนส์แบบ mini มากกว่า

อีกคู่จาก Kitty Cawaii คือรุ่น Jewel Brown Mini
รุ่นนี้เลนส์พอดีลูกตาดำของเรา แต่สีน้ำตาลจะออกแดงนิดๆ ใส่แล้วดูตาหวานแม้ไม่แต่งหน้า

ลองสีสันบ้างจากยี่ห้อ Barbie รุ่น Princess 4 Tone Violet
อันนี้เป็นบิ้กอายที่เราไม่ชอบ ใส่แล้วสีของเลนส์ก็สวยดี แต่มันดูน่ากลัวสำหรับเราไปหน่อย

ในที่สุดก็เจอเลนส์ที่ดูเป็นธรรมชาจิแบบที่ชอบ Barbie Chic 3 Tone Brown
เป็นรุ่นที่ลองแล้วชอบเลย เพราะมันดูไม่หลอกตาเลยสักนิด แต่งหน้าหรือไม่แต่งก็รอด
แต่งตาเข้มหรืออ่อนก็ดูสวย ใครมองหาเลนส์สีน้ำตาลแนวนี้ แนะนำเลยค่ะ

สีน้ำตาลอีกรุ่นจาก Barbie คือ Sweety 3 Tone Brown
อันนี้ไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ ตอนดูรูปจากนางแบบใส่ก็สวยดี แต่สีมันเข้มไปสำหรับเรา

Barbie She-Fong เป็นอีกสีที่ชอบ เพราะใส่แล้วตาดูเป็นฝรั่งมาก
เลนส์แบบนี้ต้องแต่งหน้าสักนิดเพื่อดูไม่หลอยไม่โทรม ชอบค่ะ

Eye Berry Paris Gray เลนส์โทนสีเทา ที่ดูเหมือนสีน้ำตาลจะชัดกว่า
แต่เนื่องจากเราตาสีเข้ม คิดว่าคนตาสีอ่อนจะใส่ออกมาสวยกว่านี้
แต่ก็เป็นอีกคู่ที่ชอบนะ เบลนด์สีสวยเป็นธรรมชาติดี
คือไม่แต่งหน้าเลยก็ยังใส่ออกมาเนียนๆ ดูไม่หลอกตา

อันนี้เล่นเกมได้มาของ Dream Color Mania โดยส่วนตัวไม่ชอบเลย
ใส่แล้วตาดูน่ากลัวและมันแฟนซีไปนืด แต่บางคนอาจจะชอบแนวนี้
เราชอบแนวธรรมชาติดูไม่หลอกตามากกว่า เป็นบิ้กอายด้วย ใส่แล้วมันดูหลอนนิดๆ

ยุคนึงที่เลนส์แนววงแหวนแบบนี้ฮิตมาก อันนี้คือ Duna Magic Color Gray
ใส่แล้วต้องแต่งหน้าแน่นๆจึงจะดูรอด มีคนบอกว่าใส่แล้วเหมือนตาตุ๊กแกเลย
เลนส์แบบนี้ถ่ายกับแสงเฟลชจะดูสวยกว่าแสงธรรมชาติมาก

เคยใส่เลนส์สีเขียวจาก Freshlook แล้วสวย ชอบ เลยมองหาของยี่ห้ออื่นๆมาลองบ้าง
เจอของ Sweety Glamour Green ดูสวยดี เลยสอยมาลอง
เลนส์เค้าเบลนด์สวย แต่เราใส่แล้วรู้สึกไม่รอด อาจต้องจัดเต็มหน้าแน่นๆ ถึงจะเข้ากัน

Sweety Solotica Hydro Color Gray เป็นเลนส์ที่ชอบที่สุดตั้งแต่ใส่เลนส์มา
เป็นโทนสีเทาที่ตามหา พอสอยมาลองครั้งแรกก็ชอบมาก และหาซื้อไม่ได้อีก
[ซึ่งก็มีรุ่นอื่นๆที่ใกล้เคียงแบบนี้เยอะ แต่อาจยังไม่เคยลอง]
ชอบมาก ใส่แล้วรู้สึกว่าตัวเองสวย กลายเป็นฝรั่ง ชอบที่สุดเลย
แอบเห็นมีของ Mimi Loli Gray ที่ดูน่าจะคล้าย ต้องสอยมาลอง
She-Fong ก็คล้าย แต่รู้สึกว่าอันนี้มันสวยกว่า

ยี่ห้อน้องใหม่มาแรง Mimi by Toni Eyescream Gray
พอเห็นว่าเป็นสีเมาและดูการเบลนด์แล้วน่าจะสวยเป็นธรรมชาติ
เราใส่แล้วไม่ค่อยออกเทา แต่เคยเห็นคนอื่นใส่แล้วสวยดี

Mimi by Toni Victoria Gray เป็นอีกรุ่นที่คิดว่าซื้อซ้ำ
สีเทาเบลนด์ด้วยสีน้ำตาลทำให้ตาดูเป็นธรรมชาติมาก ใส่แล้วสวย
คนที่มีสีพื้นตาอ่อนๆใส่รุ่นนี้แล้วสวยทุกคน ตาดูเป็นสีอ่อนแบบธรรมชาตสรรสร้างมาก

…………

ก็หมดแล้วนะคะ สำหรับเลนส์สีสันต่างๆที่เคยใส่มา
ยังมีที่ซื้อตุนและได้มาอีกหลายคู่เลย จะเก็บภาพมาฝากกันอีกในโอกาสหน้า
ปกติเราไม่ได้เป็นคนใส่เลนส์ในชีวิตประจำวัน จะใส่ในโอกาสพิเศษต่างๆมากกว่า
จึงไม่สามารถชี้ชัดไปได้ว่า ยี่ห้อไหนใส่สบาย ใส่ดี ใส่เหมาะ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะคะ
ใส่คอนแทคเลนส์แล้ว เรื่องความสะอาดสำคัญที่สุด หมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆด้วย
และอย่าใส่นอนข้ามคืนนะคะ  เพื่อสุขภาพดวงตาของเรา
บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอ่านกันด้วยค่า 🙂

Bisous Bisous Call Me a Crystal Collection


สวัสดีค่ะ ออกใหม่กันอีกแล้วกับแบรนด์ Bisous Bisous [บีซู บีซู]
จริงๆเค้าออกมาได้สักเดือนสองเดือนแล้ว หลังจากที่ลองหยิบใช้สักพัก ก็ถึงเวลามาอัพเดทกันค่ะ

สิ่งที่โดดเด่นของแบรนด์นี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของแพคเกจ ทั้งกล่องบรรจุภัณฑ์ หรือตัวสินค้าเอง
ที่ไม่ว่าจะกี่คอลเลคชั่นก็ทำให้เรากรี้ดกร้าดได้เสมอ เพราะเค้าทำออกมาได้น่ารักถูกใจสาวๆตลอด
กล่องบรรจุภัณฑ์รุ่นนี้จะเป็นสีขาวมุก งานพิมพ์สวยงามน่าเก็บ เสียดายลืมถ่ายมาฝากกันค่ะ
คอลเลคชั่นใหม่นี้คือ Call Me a Crystal วันเปิดตัวนุ่นติดธุระไม่ได้ไปเลยไม่ทราบคอนเซ็ปท์ของเค้า
แต่เข้าใจว่าเค้าต้องการเน้นถึงผิวที่ดูเปล่งประกาย มีออร่า สวยงาม ดูสุขภาพดีนะ

เริ่มต้นที่ชิ้นแรกของเค้าคือ Call Me a Crystal Brilliant Twist Mascara Extreme Mascara
มาสคาร่าที่สามารถหมุนเพื่อปัดขนตาให้เราได้แบบอัตโนมัติ ที่ก่อนหน้านี้เค้าก็มีแบบนี้มาแล้ว
ความสะดวกคือแค่คลิ้กปุ่นที่ปลายแท่ง ด้านขนแปรงมาสค่าร่าก็สามารถหมุนได้ถึง 360 องศา
ช่วยปัดให้ขนตาเรียงเส้น  ขนตาดูหนาฟู และสีเข้มขึ้น แต่ก็ใช้ยากสำหรับมือใหม่นะคะ

มาสคาร่ารุ่นนี้คนขนตาสั้นปัดแล้วตกค่ะ ถ้าจะงอนขึ้นต้องปัดซ้ำหลายรอบมากถึงจะงอนอยู่ตัว
แต่ช่วยให้ขนตาดูและดำขึ้นมากทีเดียว ด้วยความที่เป็นระบบสั่นในตัว การปัดอาจควมคุมยากสักนิด
บางจังหวะอาจมีเลอะที่เปลือกตาได้ ใครไม่ถนัดปัดแบบไม่ใช้ระบบสั่นจะดีกว่า
หัวแปรงใหญ่อาจปัดขนตล่างได้ลำบากสักนิด ต้องใช้เวลาในการใช้ให้ชินมือพอสมควร
รุ่นนี้ทนน้ำทนเหงื่อได้ค่อนข้างดี ไม่เลอะเป็นแพนด้าใต้ตามาก อาจมีบ้างแต่น้อยมากๆค่ะ

Call Me a Crystal Signature BB Cream Spf 27 PA++
ในแทบทุกคอลเลคชั่นของบีซูบีซู เค้ามักจะพัฒนาสูตรของ BB Cream ออกมาให้เราได้ใช้เสมอๆ
รุ่นนี้จะให้ความฉ่ำวาว ผิวดูอิ่มน้ำ มีให้เลือกใช้สำหรับสาวผิวขาวอมชมพูและสาวผิวโทนเหลือง
บีบีจะไม่ปกปิดปานกลาง และช่วยกระจายแสงให้ผิวดูสว่างสดใส ผิวดูฉ่ำระหว่างวันค่ะ
ขวดเค้าจะเป็นแบบหัวปั๊ม ใช้งานง่าย และเนื้อผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องสัมผัสกับอากาศภายนอก
ทำให้ทุกครั้งที่เราใช้งาน จะได้เนื่อผลิตภัณฑ์ที่ใหม่อยู่เสมอ

Call Me a Crystal Universal Concealer และ Call Me a Crystal Face Bright
ชิ้นนี้หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ต่างกันที่ชิ้นนึงคือคอนซีเลอร์และอีกชิ้นคือไฮไลท์
ผลการใช้งานคือใช้แทนกันได้เลยค่ะ หัวแปรงดีมาก ใช้งานง่าย
เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อครีมที่เกลี่ยได้ง่ายมาก และไม่ตกร่องมากนัก
แต่คอนซีลเลอร์สีจะค่อนข้างเข้มและออกโทนเหลือง สาวผิวขาวมากๆทาแล้วอาจดูเข้มไป
ส่วนตัวไฮไลท์กลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคอนซีลเลอร์สำหรับสาวผิวขาวมากกว่า
ไม่ได้สว่างหรือเกิดความวาวขนาดเป็นไฮไลท์ได้ขนาดนั้น เลยคิดว่าใช้เป็นคอนซีลเลอร์ได้สบายมาก
แต่อาจไม่ให้การปกปิดมากนัก แต่ช่วยกระจายแสงให้ใต้ตาดูสว่างได้

และท้ายสุดคือ Call Me a Crystal Lipstick
เห็นแพคเกจเจ้าหญิงแสนหวานไม๊เอ่ย น่ารักมากๆ รุ่นนี้มีกระจกมากับปลอกลิปสติกด้วย
เราสามารถหยิบทาโดยไม่ต้องควานหากระจกจากที่อื่นแล้ว และทะลวดลายออกมาน่ารักมากๆ

สำหรับลิปสติกรุ่นนี้จะเป็นเนื้อ Cream Matte ที่เป็นสูตร Long Lasting
ถึงจะเป็นเนื้อแมต แต่ทาแล้วปากไม่แห้ง เพราะเค้ามี Shear Butter และ Vitamin E ด้วย
ทำให้ริมฝีปากไม่แห้งกร้าน และให้ความชุ่มชื้นในตัว ทาง่ายและไม่เป็นคราบ
พิ้กเมนท์ของสีสดชัดมาก ชอบที่สุดคือ สีสันไม่สดจนทายากเกินไป ทาได้ง่ายๆในทุกๆวัน

สีนี้จะเป็นสีที่ออกโทนส้มนู้ดๆหน่อย แต่สีไม่ป่วยมาก ทาสีเดียวยังได้อยู่ค่ะ

สำหรับสีนี้จะให้ความรู้สึกสดใส เพราะเป็นสีชมพูหวานๆ ที่เหมาะกับการใช้ในทุกโอกาส

แน่นอนว่าจะขาดลิปสติกสีโทนแดงไม่ได้เลย ต้องมีนะ!! เป็นแดงที่ไม่สดมาก ทาได้ทุกวัยค่ะ

และปิดท้ายกับสีชมพูอมม่วงนิดๆ สีนี้เหมาะกับทุกสีผิวนะ ผิวขาวหรือผิวเข้มทาแล้วสวยแน่นอนค่ะ

BSBSlip

เอาล่ะ..สาวๆชอบสีไหน ก็ต้องไปลองที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ ว่าถูกใจกันรึเปล่า
สุดท้ายต้องขอบคุณผลิตภัณฑ์จาก Bisous Bisous ที่ส่งมาให้ลองให้อัพเดทกันค่ะ
พบกันใหม่บล็อกหน้านะคะ สวัสดีค่า 😉

Smiley  Smiley  Smiley  Smiley

Color Swatch & Review : 4U2 Cosmetics


สวัสดีค่า วันนี้หยิบผลิตภัณฑ์ที่ได้มานานแล้วมาอัพเดทให้สาวๆดูกันสักหน่อยกับแบรนด์ 4U2
แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่เรารู้จักมาหลายปีแล้ว และก็ซื้อใช้อยู่บ้าง เพราะราคาหลายชิ้นไม่สูงมาก
ในด้านคุณภาพก็จัดอยู่ในเกณฑ์ที่คุ้มค่า คุ้มราคาอย่างมาก เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มใช้ คสอ.เลย

สำหรับใครที่มองหาพาเลตแต่งตาขนาดใหญ่ สำหรับใช้ได้นานๆและราคาพอซื้อได้
Ipro จาก 4U2 ตลับนี้ก็ถือว่าผ่านนะคะ
ราคาอยู่ที่ประมาณ 600-800 บาท [จำราคาที่แน่นอนไม่ได้แล้ว ต้องขออภัยค่ะ]

สีสันของ Ipro จะเป็นแนวเอิร์ธโทน สีไปทางน้ำตาล-ส้ม-ทอง ที่เป็นสีกันตายของสาวๆทุกคน
เป็นโทนสีที่ทาแล้วรอด ใช้ได้ในทุกโอกาส มือใหม่อาจลงแค่สีเดียวจบ
หรือใครที่มีฝีมือขั้นเทพจะหยิบหลายๆสีมาใช้สร้างมิติให้ดวงตาก็สบายมากๆ

สวอชสีของ Ipro ออกมาจะเห็นว่าเม็ดสีจัดได้ว่าชัดทีเดียว และสีส่วนใหญ่จะให้ประกายชิมเมอร์
มีเพียงสีอ่อนสุดอย่างสีขาวมุกที่ให้เนื้อกลิตเตอร์เล่นแสงมาด้วย
เนื้ออายแชโดว์ค่อนข้างติดผิว เกลี่ยแล้วเนียนไปกับเปลือกตา บางสีอาจมีร่วงบ้างแต่ไม่มาก
สีสันในตลับสามารถเลือกครีเอทลุคได้ไม่ซ้ำซากเลย ต้องลองไปสวอชกันดูค่ะ

ส่วนรุ่น This & That ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากเลือกสีและคัสตอมพาเลตด้วยตัวเอง

รุ่นนี้จะขายอายแชโดว์แยกเป็นชิ้น สีละไม่เกิน 150 บาท แล้วมาควบนวมเป็นตลับแบบนี้
ซึ่งเราก็สามารถเลือกสีที่ชอบที่สุดมาสร้างเป็นตลับของเราเองไว้พกพาไปไหนได้สบายๆ
แต่ข้อเสียสำหรับงานคัสตอมแบบนี้คือ เราอาจต้องเสียตังค์ซื้อเคสตลับเพิ่มอีกสักหน่อย
ความสะดวกอยู่ตรงที่ชอบสีไหน เราก็ซื้อมาสลับสับเปลี่ยนได้ตามใจเราเลย
วันไหนอยากหยิบอายแชโดว์สีไหนไปใช้ ก็เลือกปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมค่ะ

สีสันของอายแชโดว์ของ 4U2 เค้าแน่นอยู่แล้วในทุกรุ่น แต่แท็กเจอร์ของสีในแต่ละสีอาจต่างกันไป
อย่างสีชมพูสดสีนี้ เราสามารถปรับมาใช้เป็นบลัชอออนได้ด้วย ในตลับนึงจึงครบทั้งตาทั้งแก้มได้


อีกชิ้นที่อยากแนะนำสำหรับสาวๆที่รักการสร้างมิติบนใบหน้า 4U2 Celebity Shade & Highlight
สามารถสร้างกรอบหน้า และเพิ่มความสว่างบนหน้าได้ครบจบในตลับเดียว
โดยส่วนตัวคิดว่าสีสำหรับใช้สร้างกรอบหน้าค่อนข้างโอเคเลย
สีเป็นแบบเนื้อด้าน ไม่มีชิมเมอร์วิ้งวาว โทนสีเหมาะกับสาวผิวโทนเหลืองแบบบ้านเรา
แต่ตัวฝั่งไฮไลท์จะเป็นเนื้อแป้งที่ด้านไปปนิด เหมือนแป้งฝุ่นสีขาวธรรมดา ปัดแล้วไม่มีมิติเลย
ใครอยากได้แค่สี Shade ก็ซื้อได้ค่ะ แต่ถ้าคาดหวังไฮไลท์สวยๆวาวๆ ตลับนี้ไม่ผ่านค่ะ

มาถึงการทดลองใช้กันบ้าง จากรูปนี้ นุ่นแต่งตาด้วยพาเลต Ipro ปัดแก้มด้วย This & That
สร้างกรอบหน้าด้วย Celebity Shade & Highlight เสร็จเรียบร้อยได้ลุคประมาณนี้
หวังว่าสาวๆจะพอได้ข้อมูลจากบล็อกนี้ในการตัดสินใจซื้อสิ่งเหล่านี้นะคะ
คราวหน้ามีอะไรน่าสนใจ จะแวะมาอัพเดทกันอีกค่า ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายพูดคุยด้วยค่ะ 🙂