The Bakery : Pandora Box by Beauty Buffet


สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้หยิบเอาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจากทาง Beauty Buffet มาสักพักแล้วมาอัพเดทกันค่ะ

The Bakery Pandora Box  เป็นกล่อง Boxet แบบ All in one ขนาดใหญ่ ด้านในจะมีสองชั้น
ซึ่งจะแยกผลิตภัณฑ์บางส่วนให้นำไปพกพาใช้งานนอกกล่องได้ค่ะ บางส่วนติดกล่องเลย

เปิดกล่องออกมาจะเห็นด้านในเ็นแบบนี้ค่ะ
แบ่งเป็นชั้นของอายแชโดว์อยู่ชั้นแรก และชั้นที่สองเป็นลิ้นชักดึงออกมาได้เป็นผลิตภัณฑ์พกพา

มาเริ่มที่ส่วนของลิ้นชักชั้นสองกันค่ะ ความเก๋ของ The Bakery Pandora Box อยู่ที่ชื่อผลิตภัณฑ์
เค้าตั้งออกมาได้น่ารักแฟนตาซีเหมือนคอนเซ็ปท์ของผลิตภัณฑ์กล่องนี้เลย

เริ่มต้นที่ Eye Shadow Primer ขนาดพกพาที่แม้หลอดจะเล็กก็ใช้ได้นาน
ตัวนี้จะช่วยให้สีอายแชโดว์ชัดสวยขึ้น และสีสันอยู่ติดทนนานขึ้น

สองชิ้นที่มาแบบ 2 in 1 ใช้ได้อย่างในแท่งเดียว ซึ่งสะดวกมากๆที่เราจะพกไปทริปต่างได้

ทินต์และกลอสในแท่งเดียวแท่งนี้ ทินต์จะออกสีชมพูใสๆและสีค่อนข้างติดทนนาน (มีขมปากนิดๆ)
ส่วนกลอสแม้จะเป็นสีฟ้า แต่ทาแล้วจะเป็นเนื้อใสๆมีวิ้งละเอียด ให้ความหอมเย็นที่ริมฝีปาก

อันที่สองจะเป็นไลน์เนอร์และมาสคาร่าในแท่งเดียว
มาสคาร่าเป็นสีน้ำตาล ปัดขนตาให้ดูเรียงเส้นและยาวขึ้น แต่คนขนตาสั้นแบบนุ่นปัดแล้วขนตาตกค่ะ
และไลน์เนอร์จะเป็นสีทองคอปเปอร์ เส้นเรียวเล็ก เขียนง่าย แต่จะแห้งช้าสักหน่อย ต้องรอนิดนึงค่ะ

กลับมาที่ชั้นแรกที่ประกอบด้วยอายแชโดว์ 15 สี พร้อมชิฟทาตา และบรัชออน 1 สีพร้อมแปรง
สีอายแชโดว์มีทั้งโทนสีสุภาพและสีสันสดใส เรียกว่าใช้ได้ในทุกโอกาสเลยล่ะค่ะ

บลัชออนจะเป็นโทนสีพีชที่เข้าได้กับทุกสีผิว ไม่ว่าจะสาวผิวขาวหรือสาวผิวเข้ม ปัดแล้วรอดค่ะ
เนื้อบลัชออนจะมีความเนียนละเอียด ใชช่วงแรกๆอาจมีฝุ่นผงบ้างแต่เล็กน้อย เม็ดสีชัดเจนสุดๆ



มาถึงสีสัน 15 สีที่ตั้งชื่อมาราวกับทุกสิ่งในเทพนิยายมารวมกันอยู่ในพาเลตนี้เลย
สำหรับอายแชโดว์รุ่นนี้ เนื้ออายแชโดว์จะติดแนบกับผิวดีมากๆ ซึ่งจะเบลนด์ยากนิดนึงสำหรับมือใหม่
สีสันแน่นชัด ทาสีเดียวเดี่ยวๆสีใดสีนึงก็สวยแล้ว จับคู่สีใช้ด้วยกันก็สวยดูมีมิติ
เนื้อสีจะ fall out น้อยมาก อาจเป็นในสีที่เข้มจัดและมีกลิตเตอร์ แต่ก็ไม่มากจนเลอะเทอะ
บางสีจะเป็นสีชิมเมอร์ที่มีสีอื่นเหลือบซ่อนอยู่ อย่างสี wonderland ที่เป็นม่วงเหลือบชมพู
หรือสี Queen ที่เป็นสีชมพูหวานๆ แต่มีสีทองเหลือบซ่อนอยู่ สีนี้เป็นสีที่ชอบมากค่ะ

ลองครีเอทลุคมาให้ดูกันค่ะ สีโทนฟ้าด้านบนใช้หลายๆสีมายำรวมกันแล้วกรีดด้วยไลน์เนอร์สีทอง
โทนชมพูล่างเป็นสีที่ใช้แต่งเวลาออกนอกบ้านเวลาไปงานต่างๆโดยใช้สีควีนและคัดเบ้าด้วยสีเข้ม

โดยส่วนตัวชอบอายแชโดว์ในพาเลตนี้มากๆ เพราะสีสวยทุกสีเลย ใช้ได้ในหลายๆโอกาสมาก
ข้อเสียอาจอยู่ที่ขนาดที่มหญ่เทอะทะ อาจไม่เหมาะกับการพกพาไปใช้นอกบ้าน
แต่ความคุ้มค่านี่ครบเลย ตลับนี้ 1,450- แต่ทางร้านเค้าจัดโปรบ่อยๆ ลองเช็คโปรกันดูค่ะ
สุดท้ายต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทาย และจะมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ๆกันอีกบล็อกหน้าค่ะ
บล็อกนี้หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์กับสาวๆที่สนใจพาเลตนี้อยู่นะคะ ไปแล้วค่าาาา 🙂

All about my foundations routine


สวัสดีค่า หลังจากที่ใช้ผลิตภัณฑ์เตรียมผิวมาหลายยี่ห้อ ระหว่างนั้นก็เก็บข้อมูลไปด้วย
วันนี้เลยขอมาสรุปผลการใช้งานของรองพื้น / BB Cream / CC cream หลายๆยี่ห้อที่เคยใช้มาค่ะ
ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้อาจต่างกันไปตามสภาพผิวและสภาพแวดล้อม รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันที่ต่างกัน
ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ในผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกันกับเพื่อนๆคนอื่นๆแตกต่างๆกันไป
แต่อาจพอเป็นแนวทางให้กับคนที่มีสภาพผิวใกล้เคียงกันได้นะคะ

สภาพผิว
สำหรับสภาพผิวส่วนตัวจะเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน มีรอยกระบริเวณโหนกแก้มเยอะและเห็นชัด
มีริ้วรอยบางๆที่หน้าผาก ริ้วรอยใต้ตาค่อนข้างชัดเจน รวมถึงรอยคล้ำใต้ตาจากการนอนดึกชัดมาก
สีผิวบริเวณใบหน้าไม่สม่ำเสมอ บริเวณแก้มสีผิวจจะสว่างกว่าส่วนอื่นๆ
รูขุมขนกว้าง และมีรอยดำจางสิวชัดบ้าง จางบ้างในบางจุดบนใบหน้าค่ะ

สิ่งที่ต้องการ
ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วดูเป็นธรรมชาติ ปกปิดปานกลาง ไม่เน้นเนื้อหนาๆหนักๆ
ควบคุมความมันแต่ไม่ดูแห้ง ดิวอี้ฉ่ำน้ำได้เล็กน้อยแต่ไม่ดูมันเยิ้ม ราคาไม่สูงเกินไป

ที่นี้มาดูผลการใช้งานของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นกันบ้างค่ะ
[จะขอข้ามเรื่องสีที่ใช้ไปนะคะ เพราะแต่ละคนใช้สีที่ต่างกันไปด้วย
จะขอพูดเฉพาะผลลัพธ์หลังจากการใช้ของแต่ละชิ้นค่ะ]

เริ่มที่ L’oreal Ttrue Match BB SPF 35 PA+++ [399-]
บี บีตัวนี้เนื้อครีมจะค่อนข้างเหลว ทาแล้วให้ความรู้สึกฉ่ำน้ำ เพราะเค้าใส่ตัวไฮยารูโรนิคมาด้วย
ทำให้ระหว่างที่ใช้จะเหมือนเราบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ หลังทาแล้วผิวดูมันเงา ซึมค่อนข้างช้า
ทิ้งความเหนอะไว้บนผิวหน้าเล็กน้อย การปกปิดน้อย ยังคงเห็นรอยจางๆของกระ และรอยดำต่างๆ
หลังจากลงแป้งฝุ่น ผิวจะไม่เหนียวหนึบ ได้ลุคแมทและไม่คุมมัน ไม่ทำให้หน้าหมองระหว่างวัน
เป็นชิ้นที่หยิบใช้ได้ทุกวัน  ให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ

ต่อกันด้วย Maybelline Dream matte mousse [300++]
รองพื้นตัวนี้เห็น Youtuber เมืองนอกเข้าใช้แล้วชอบกันมานานมากๆ
เนื้อรองพื้นจะเป็นเนื้อมูส ให้ผิวสัมผัสเหมือนไส้คุ้กกี้ หยุ่นๆแน่นๆ
เนื้อครีมลื่น ปาดลงผิวได้ง่ายมาก การปกปิดทำได้ดีเลย
หลังใช้จะให้ลุคทีดูหนาประมาณนึงแต่ไม่หนักหน้า ผิวจะดูแมทมากๆ ไม่ต้องลงแป้งต่อเลยยังได้
คุมมันได้ปานกลาง และไม่เป็นคราบแต่ถ้าลงหนามากไปจะดูแห้งเป็นขุย ดูโป๊ะดูโบ๊ะได้
ไม่เหมาะกับคนผิวแห้ง เพราะหน้าจแห้งหนักกว่าเดิม ด้วยความที่เป็นมูสที่เนื้อครีมค่อนข้างแห้ง
แต่สามารถใช้น้ำแร่พ่นระหว่างวันให้ผิวดูสดชื่นขึ้นได้
แต่แพคเกจเป็นขวดแก้วที่ค่อนข้างหนัก และเทอะทะ ไม่เหมาะกับการพกพาไปไหนต่อไหน
โดยรวมชอบหยิบใช้ชิ้นนี้ในวันเร่งรีบ เพราะทาง่าย สะดวกรวดเร็วดี ลงเสร็จแต่งหน้าต่อได้เลย

ตามด้วยพี่น้องที่คลานตามกันมา  Maybelline Liquid smooth mousse [300++]
ความต่างของตัวนี้กับตัวบนคือเนื้อที่ต่างกัน เพราะตัวนี้จะเป็นเนื้อลิควิดเหลว
โดยทางแบรนด์เคลมมาว่า เป็นรองพื้นที่ให้การปกปิดนวลเนียนราวกับพ่นแอร์บรัชเลย
ตัวนี้มาในรูปแบบขวดแก้ว ฝาหมุนล็อกได้ กดปั๊มเนื้อผลิตภัณฑ์ออกมาใช้งานได้สะดวก
ตัวนี้เหมาะกับคนผิวธรรมดา-ผิวแห้งนะคะ แต่คนผิวผสมก็ใช้ได้
เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อครีมที่เนื้อค่อนข้างข้น ปาดแล้วเนียนลื่น เกลี่ยง่าย ซึมไวดีทีเดียว
ใช้ผิวดูเนียนขึ้น ปกปิดปานกลาง-ดี ให้ลุคแมทเล็กน้อย และผิวดูหนาแต่ไม่ดูโบ๊ะมาก
ผิวไม่ดูหมองลงในระหว่างวัน แต่จะดูฉ่ำวาวขึ้นเล็กน้อย ส่วนที่มันไวก็จะชัดเจนหน่อย
โดยส่วนตัวจะใช้ฟองน้ำเนื้อแน่นๆกดทับหลังลงรองพื้นเสร็จเพื่อให้ผิวดูเนียนและสีผิวดูสม่ำเสมอ

ชิ้นต่อมาคือ Pond’s Flawless White BB SPF30 PA++ [99/299-]
เป็นบีบีที่เหมาะกับการใช้แบบ All in one เพราะมีสารกันแดดด้วย
เนื้อครีมจะมีความเหลวปานกลาง ทาแล้วสามารถเกลี่ยได้ง่าย ไม่เป็นคราบ
แต่ปกปิดได้น้อย ยังทิ้งรอยกระรอยดำให้เห็นอยู่บ้าง ลงแป้งผสมรองพื้นตามจะดูปกปิดได้มากขึ้น
หลังลงบีบี ผิวจะดูฉ่ำน้ำและเรียบเนียนดูเนียนขึ้น ไม่คุมมันแต่หน้าไม่หมองเพิ่ม
เนื้อบีบีออกสีอันเดอร์โทนชมพู เหมาะกับคนผิวขาวๆหน่อย เหมือนจะไม่มีสีให้เลือกด้วย
ปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับราคาแล้วรู้สึกว่าสูงไป คือหลอดมาแบนมากๆ

มาขั้นด้วย Hi-Brand กันบ้างกับ Clinique Derma White SPF38 PA+++ [1,600-]
เป็นรองพื้นเนื้อลิควิด สามารถเกลี่ยง่ายๆด้วยนิ้วมือหรือฟองน้ำ ไม่เหมาะกับการใช้แปรง
ไม่ปกปิดเลย เพราะเนื้อบางมากๆ แต่สามารถเพิ่มเลเยอร์ที่ละนิดช่วยให้ปกปิดได้เพิ่มขึ้น
กลิ่นแอลกอฮอล์แรงและชัดเจน สาวๆที่มีความเสี่ยงจะแพ้น่าจะไม่เหมาะกับการเลือกใช้
ตัวนี้ไม่คุมมัน ระหว่างวันอาจมีหมองบ้าง เหมาะกับคนผิวดี และไม่แพ้แอลกอฮอล์
ควรเขย่าก่อนใช้เพื่อ เพราะเมื่อวางทิ้งน้ำกับน้ำมันแยกตัวกัน เนื้อรองพื้นมักไปนอนก้นอยู่ด้านล่าง
และระมัดระวังในการเท เพราะเนื้อผลิตภัณฑ์เหลวมาก มักจะไหลออกมาเยอะมากเกินต้องการ

มาที่แบรนด์เกาหลีกันบ้าง Bisous Bisous  Stary Jewel CC Cream SPF37 PA++ [995-]
CC ครีมจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นไปในเรื่องการคอนโทรสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ
และมักจะผสมสารบำรุงและสารกันแดดเข้าไปเพิ่มด้วย
จะใช้เดี่ยวๆ หรืออาจใช้รองพื้นร่วมด้วยก็ได้ โดยปกติจะใช้ตัวนี้แล้วลงแป้งฝุ่นต่อเลย
เนื้อครีมจะเป็นสีขาว แต่เมื่อทาไปบนผิวเปลี่ยนเป็นสีเนื้อเข้ากับสีผิวเรา
ช่วยให้สีผิวโดยรวมดูสม่ำเสมอขึ้น เนื้อครีมเนียนลื่นเกลี่ยให้กลมกลืนได้ง่าย
ระดับปกปิดน้อย-ปานกลาง และสีจะดรอปลงเล็กน้อยระหว่างวัน แต่ไม่ทำให้หน้าดูหมอง
ไม่ควบคุมความมัน แต่ไม่ทำให้หน้าดูมันเยิ้มค่ะ อาจมันเพียงเล็กน้อยในช่วง T-zone

Bobbi Brown Luminous Moisturizer Treatment Foundation [2,200-]
ตัวนี้เป็นรองพื้นที่มาพร้อมกับสารบำรุงผิว คือใช้เป็นเมคอัพ=สกินแคร์ในตัวเดียวเลย
เป็นรองพื้นสูตรน้ำที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิว เนื้อรองพื้นจึงค่อนข้างบางเบามาก
ไม่ปกปิด แต่สามารถบิวท์เพิ่มให้ปกปิดมากขึ้นได้โดยไม่ดูหนา ให้ผิวดูเนียนเป็นธรรมชาติ
รองพื้นรุ่นนี้จึงจะเหมาะกับคนผิวดีอยู่แล้ว  คนที่มีปัญหาผิว ต้องการการปกปิดขั้นสุดไม่เหมาะค่ะ
ซึ่ง BA บอกว่ารองพื้นของยี่ห้อนี้มักจะดรอปลงระหว่างวัน จึงควรเลือกสีให้สว่างกว่าผิวสักสเต็ป
ไม่คุมมันเลยนะคะรุ่นนี้ และหน้าจะหมองลงด้วย เพราะรองพื้นทำปฏิกิริยาต่ออากาศง่ายมาก
เคยแบ่งรองพื้นใส่ตลับเล็กๆพกไปใช้ทริปต่างจังหวัด ปรากฏว่ารองพื้นทาแล้วหน้าดำจนตกใจมาก
หลังๆเลยไม่ค่อยเลิฟเท่าไหร่กับรองพื้นแบบน้ำของ
Bobbi Brown ใช้ทีไรหน้าหมองทุกที

ผิดหวังจากรุ่นก่อน มาปลื้มปริ่มกับรุ่นนี้ Bobbi Brown Foundation Stick [1,800-]
รองพื้นแบบแท่งใช้งานง่าย ขนาดกระทัดรัด พกพาสะดวก
ปาดๆแล้วเกลี่ย จบปิ้ง สวยงาม ผิวดูเป็นผิว รุ่นนี้เค้าเคลมว่าเป็น Second Skin เลย
สามารถทาได้ทั่วใบหน้า หรือแต้มเฉพาะจุดที่ต้องการปกปิดแล้วเกลี่ยก็ได้
ตัวนี้ชอบมาก เพราะเกลี่ยง่ายสุดๆ เนื้อไม่หนา และไม่เป็นคราบ สีไม่ดรอป ไม่หมองระหว่างวันด้วย
ที่ดีอีกอย่างคือมีเฉดสีให้เลือกเยอะมาก หลายๆคนที่สนใจน่าจะหาเฉดสีผิวของตัวเองได้ไม่ยาก
ข้อเสียคือเปลือง หมดไวมาก ใช้เพลินๆ หมุนมาดูอีกที จะหมดแล้วววววว

Mille Whitening Rose BB Cream SPF30 PA++[495-]
มิลเล่แบรนด์น้องใหม่ที่มาพร้อมความฟรุ้งฟริ้งของแพคเกจ ราคารวมๆก็ไม่แพงด้วย
บีบีของมิลเล่มีทั้งหมด 3 รุ่นนะคะ สำหรับใช้ตามคุณสมบัติที่ต่างกันไป
เลือกรุ่นหลอดสีครีมเหมาะกับสาวผิวโทนเหลือง ทาแล้วช่วยให้ผิวดูเนียนเรียบ สีผิวดูสม่ำเสมอกัน
เนื้อบีบีค่อนข้างเนียนลื่น ไม่หนา เกลี่ยง่ายมากๆ ให้ผิวดูฉ่ำๆแบบสาวเกาหลี
การปกปิดปานกลางถึงดี มีหมองลงพอสมควรในช่วงเย็น และไม่คุมมันค่ะ
ใช้ฟองน้ำจะได้ลุคใสๆ ถ้าใช้นิ้วมือจะได้ผิวที่ดูสมบูรณ์แบบขึ้นได้การปกปิดที่แน่นขึ้น
ตัวนี้ใส่น้ำหอมมาด้วย ใครที่แพ้น้ำหอมควรเทสต์ก่อนซื้อนะคะ

Fasio BB Cream SPF50 PA++++ [300+]
ไม่แน่ใจว่ารุ่นนี้เป็นรุ่นเก่าที่เคยขายแล้วทำแพคเกจใหม่ หรือเป็นรุ่นใหม่เพิ่งนำเข้ามาเลย
เพราะแพคเกจเค้าจะใส่ซองซีลมาอย่างดีแบบเครื่องสำอางตามร้านขายยาในญี่ปุ่นเลย
เป็นบีบีสีโทนเหลือง เข้ากับสภาพผิวคนไทย เนื้อครีมบางเบา เกลี่ยง่าย
ปรับสีผิวให้ดูสว่างขึ้น ปกปิดน้อย แต่เพิ่มเลเยอร์ให้ปกปิดมากขึ้นได้
ควบคุมความมันระหว่างวันได้ดี สีผิวไม่หมอง ไม่ดรอปลงระหว่างวัน
เป็นชิ้นที่ชอบมากอีกชิ้นหนึ่ง เพราะเคยทาตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ผิวยังดูโอเคอยู่ได้ตลอดทั้งวัน

Avon CC Color Corrector Cream SPF50 PA+++ [200++]
ยังไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์เจรียมผิวใดๆของ Avon มาก่อน เคยใช้แต่ลิปสติกรู้สึกว่าคุณภาพดีทีเดียว
แต่พอลอง CC ครีมตัวนี้แล้วค่อนข้างผิดหวังมาก เพราะไม่ปกปิดเลยและเป็นคราบสุดๆ
เนื้อ CC ค่อนข้างอมเทาทาแล้วหน้าอาจหมองระหว่างวันได้
ตัวนี้พอใช้แล้วเป็นคราบเลยไม่ได้ใช้ต่ออีกค่ะ ใช้แค่ครั้งเดียวจริงๆ

Arty Professional Natural Matte Finish Foundation SPF35 [1,150++]
เป็นรองพื้นที่เหมาะกับผิวสาวไทยมาก เพราะโทนสีออกเหลือง
และเป็นรองพื้นที่เหมาะกับอากาศบ้านเราดีมากๆ เพราะคุมมันได้ดี และปกปิดได้ดี
แม้จะได้ฟินิชลุคที่ดูแมท แต่ระหว่างวันผิวจะค่อยๆเงาขึ้นแต่ไม่ดูเยิ้ม ไหลละลายเลย
แต่เนื้อรองพื้นหลังจากทาเรียบร้อย + แป้งฝุ่นอีก จะดูค่อนข้างหนาทีเดียว
แต่ก็มีสาวๆหลายคนก็ชอบรองพื้นเนื้อหนาๆและปกปิดแบบนี้เยอะเหมือนกัน

Kate Poederless Liquid for Cover SPF20 PA++ [500++]
รองพื้นที่เหมาะกับคนที่ชอบลุคแบบแมทมากๆ เพราะเมื่อเซ็ทกับผิวแล้วจะเปลี่ยนเป็นเนื้อแป้งทันที
ฉนั้นการเกลี่ยรองพื้นรุ่นนี้ไม่ให้เป็นคราบจึงควรแต้มแล้วเกลี่ยไปทีละจุดจะดีที่สุด
เนื้อรองพื้นเป็นเนื้อลิคควิดที่เหลวและเกลี่ยง่ายมากๆ ค่อยๆนวดให้เนื้อรองพื้นกลืนกับผิวได้เลย
การปกปิดปานกลาง ยังพอเห็นรอยดำของสิวอยู่บ้าง แต่ภาพรวมของผิวจะดูเนียนผ่องขึ้น
ควบคุมความมันได้ดี รองพื้นติดทนอยู่กับผิวนานหลาย ชม.แม้ไม่ได้เซ็ทผิวด้วยแป้งฝุ่น
ถ้าช่วงไหนที่ผิวแห้งเป็นขุยควรหลีกเลี่ยง เพราะจะเป็นคราบขุยชัดเจนมาก
รองพื้นรุ่นนี้คนผิวแห้งอาจไม่เหมาะ เพราะผิวจะยิ่งดูแห้งหนักกว่าเดิมค่ะ

Lancome Teint Miracle [1,700]
เป็นรองพื้น Hi-end ตัวแรกๆที่ได้ลองและชอบมาก อันที่จริงรุ่นนี้ไม่ค่อยเหมาะกับคนผิวมันเท่าไหร่
แต่เนื่องจากใช้แล้วผิวมันผ่องสวยมาก ยอม!! สำหรับคนผิวผสม-มันระหว่างวันผิวจะดูฉ่ำๆ ดิวอี้ๆ
เนื้อรองพื้นเค้าจะมีประกายมุกละเอียดๆช่วยกระจายแสง ทำให้ผิวดูผ่อง ดูเด้งขึ้น
ตัวนี้ไม่ดรอประหว่างวัน แต่จะมีหลุดบ้างตามซอกจมูกเมื่อผ่านไปหลายๆ ชม.
การปกปิดปานกลาง แต่สามารถบิ้วท์เพิ่มได้โดยไม่หนา หรือดูเค้กกี้เลย
สำหรับการใช้งาน BA แนะนำให้ใช้กับนิ้วมือ เพื่อให้อุณหภูมิของนิ้วมือเราทำให้รองพื้นติดทนขึ้น
เป็นอีกรุ่นที่คิดว่าหมดแล้วคงซื้อซ้ำ อันนี้คือขวดที่สองที่ใช้จนเยินมาก ชื่อยี่ห้อหลุดคามือ

และอีกรุ่นที่ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงตัวบนมากคือ L’oreal Lucent Magique [400++]
เป็นรองพื้นที่ให้ผิวดูฉ่ำและผ่องเด้งมากๆในราคาที่จับต้องได้ รุ่นนี้จะติดทนนานกว่าลังโคม
และควบคุมความมันได้ดีกว่า เนื้อรองพื้นจะค่อนข้างเหลวและเกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ
ให้ฟินิชลุคของผิวที่ดูสุขภาพดี การปกปิดปานกลาง แต่ก็สามารถเพิ่มเฉาะจุดโดยไม่ดูหนาเช่นกัน
เนื้อรองพื้นไม่มีชิมเมอร์หรือเนื้อมุกแบบลังโคม แต่ก็ทำให้ผิวดูผ่องได้ไม่แพ้กัน
วันไหนอยากได้ผิวผ่องๆสวยๆ เช้าจรดเย็น จะใช้รุ่นนี้แล้วลงแป้งผสมรองพื้นเนื้อบางๆ อยู่ยาวเลย

 

Luce Crystal CC Cream 3D Instant Perfecting Skin [1,290]
ยี่ห้อนี้เป็นยี่ห้อที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็นแบรนด์นำเข้าจากญี่ปุ่น  มีขายที่ร้าน Ogenki Shop
ได้มาลองจากคนรู้จัก แต่ใช้แล้วชอบมากๆ เพราะหน้าที่หลักของ CC ครีมคือการปรับสีผิว
แต่ลูซคือให้ความสมบูรณ์แบบมากกว่านั้น ใช้แล้วผิวจะดูเนียนผ่องและปกปิดผิวได้ดีงามมาก
ไม่ได้ปกปิดขั้นสุด แต่ทาแล้วผิวโดยรวมดูสม่ำเสมอ สีผิวดูสว่างและกระจ่างขึ้นโดยไม่ดูวอก
เนื้อครีมจะเป็นเนื้อครีมเนียนๆที่เกลี่ยง่าย มีสีเดียวแต่สามารถกลมกลืนได้ดีกับสีผิวของผู้ใช้
ตัวนี้ไม่คุมมัน แต่ผิวก็ไม่มันเยิ้มระหว่างวัน ผิวจะดูฉ่ำๆขึ้นจากเดิมแค่นั้น
แต่ราคาค่อนข้างสูงมาก หลอดนี้แค่ 25g เอง แต่ก็ใช้ได้นานพอสมควรค่ะ

ต่อกันที่ Maybelline Super Mineral 24 Healthy Longlasting Foundation [400++]
ตัวนี้เป็นรองพื้นสูตรน้ำที่ผสมแร่ธาตุธรรมชาติ และมีคุณสมบัติติดทนนาน 24 ชม.
สำหรับผลการใช้รู้สึกว่าชอบพอสมควร เพราะให้ผิวดูเนียนและเป็นธรรมชาติดี
การปกปิดปานกลาง รอยกระรอยสิวยังเห็นอยู่จางๆ แต่ผิวก็ดูโอเค ไม่จำเป็นต้องลงเพิ่ม
เนื้อรองพื้นเกลี่ยง่ายด้วยนิ้วมือและฟองน้ำโดยไม่เป็นคราบ แต่กับแปรงยังไม่เคยลองค่ะ
รุ่นนี้ไม่ควบคุมความมัน แต่ก็ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่มมากนัก และไม่ดูหมองระหว่างวัน
ใช้แป้งรองพื้นเซ็ทผิวก็ยังไม่ดูหนามาก เรียกว่าใช้แป้งฝุ่นธรรมดาหรือแป้งผสมรองพื้นก็ยังไม่โบ๊ะ
ตัวนี้มีผสมแร่ธาตุด้วย ใครที่มีแนวโน้มจะแพ้ Mineral ควรลองไปเทสต์ดูก่อนนะคะ

Pupa Active Light Foundation [1,650-]
เป็นรองพื้นสูตรน้ำเนื้อบางเบา ปกปิดได้ในระดับน้อย-ปานกลาง เกลี่ยค่อนข้างง่าย
และมีเทคโนโลยีในการกระจายที่ทำให้ผิวดูสว่าง กระจ่างใสขึ้น เผยผิวให้ดูเป็นธรรมชาติ
หลังการใช้รองพื้นรุ่นนี้จะให้ฟินิชลุคแบบแมท และควบคุมความมันได้ดี
ตกเย็นอาจผิวอาจมีน้ำมันบ้างในช่วง T-Zone และหลุดบ้างในจุดที่หลุดง่าย
แต่ผิวระหว่างวันไม่หมองหรือดรอปลงเลย ซับมันแล้วผิวก็ดูแมทและผ่องขึ้น
ใครที่มีผิวดี ไม่มีปัญหา  อยากได้รองพื้นที่คุมมัน  ไม่เน้นปกปิดและเผยผิว แนะนำเลยค่ะ

ปิดท้ายด้วย Yves Rocher Rides Eclat BB Cream SPF20
คุณสมบัติหลักๆของ BB รุ่นนี้จะเน้นเรื่องการลดริ้วรอยและเพิ่มความกระจ่างใส
เนื้อผลิตภัณฑ์จะมีสีเดียว และโทนสีค่อนข้างเข้ม ใช้แล้วผิวมีแอบหมองระหว่างวันนิดๆ
และไม่ปกปิดเลย คือบางมาก แทบจะไม่ช่วยเรื่องการปกปิดใดๆ เหมือนเป็น Skincare มากกว่า
ใช้ครั้งแรกแอบไม่ประทับใจเลยไม่ได้ใช้ต่อค่ะ

ก็หมดไปแล้วกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่เคยใช้ และยังใช้อยู่นะคะ
พยายามรีวิวให้กระชับเพราะค่อนข้างเยอะ ถ้าตกหล่นตรงไหนต้องขออภัยล่วงหน้าค่ะ
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังหาข้อมูลกันอยู่ไม่มากก็น้อยค่ะ

How to Soft Eye and Bold Lips


 

สวัสดีค่ะ วันนี้กลับมากันในรูปแบบ How to กันอีกแล้ว
สำหรับลุคนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอลเลคชั่นล่าสุดของ Lunasol Spring 2015
โดยเน้น Point Makeup ไปที่ลิปสติกสีสันสดใส และตานัวๆเบาๆ
เป็นฮาวทูในสไตล์ของนุ่นเอง หวังว่าจะชอบกันนะคะ 🙂

00

 

เริ่มต้นที่ผิวหน้าก่อนแต่ง จะเห็นสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ รอยแผลเป็น รอยกระ และแพนด้าใตต้า
ลุคนี้เน้นสีลิปที่สดใส เลยไม่ต้องการปกปิดมากนัก เผยผิวให้เห็นรอยกระบ้าง

 

01

สำหรับเครื่องสำอางที่หยิบใช้วันนี้ เลือกมาไม่กี่ชิ้นค่ะ
KATE Powderless Liquid Foundation
Too Faced Shadow Insurance
Wet’n Wild Cover All Concealer Palette
Lunasol Tender Clear Eyes 03
Lunasol Tender Clear Cheeks EX03
Lunasol Stain Color Lips 06
Maybelline Fashion brow  Duo Eyebrow
Maybelline Hyper Curl Volum’ Express
Clio Twistup Mascara

 

02

หลังจากบำรุงผิวเรียบร้อย ใช้ KATE Powderless Liquid Foundation เป็นขั้นตอนแรก
ตัวนี้เป็น Cream to Powder ทาแล้วจะเปลี่ยนเป็นเนื้อแป้ง จึงไม่จำเป็นต้องลงแป้งฝุ่นอีกค่ะ
ระดับการปกปิดปานกลางแต่ช่วยให้ภาพรวมของผิวดูสมบูรณ์แบบ
ด้วยความที่เนื้อครีมจะให้ลุคแมท จึงไม่ค่อยเหมาะกับคนผิวแห้งนะคะ

 

ลงไพม์เมอร์ตารอไว้ก่อนด้วย Too Faced Shadow Insurance เพื่อให้สีอายแชโดว์ติดทนนานขึ้น
และกลบแพนด้าใต้ตาด้วย Wet’n Wild Cover All Concealer Palette โดยใช้สีเนื้อ
นุ่นเป็นคนมีริ้วรอยใต้ตาชัดมาก จะลงโดยการกดและเกลี่ยให้เบาบาง และไม่ชิดขอบตาเกินไปค่ะ
เพราะถ้าชิดมากจะตกร่อง และยิ่งเน้นริ้วรอยให้ชัดขึ้น จะค่อยๆเบลนด์ออกมาแทน

 

ต่อด้วยการเขียนคิ้ว ครั้งนี้ใช้ Maybelline Fashion brow  Duo Eyebrow ที่มีหัวสองด้าน
โดยเริ่มร่างโครงคิ้วด้วยด้านที่เป็นดินสอ และถมสีด้วยด้านที่เป็นหัวฟองน้ำ+ฝุ่น
และเก็บรายละเอียดให้ดูธรรมชาติขึ้นด้วยแปรงในการเกลี่ยและแต่งทรงคิ้วให้เข้าที่

 

สำหรับสีสันดวงตาวันนี้ใช้ Lunasol Tender Clear Eyes 03 สีโทนเขียวมะกอก
โดยใช้สี B ลงให้ทั่วเบ้าตา ต่อด้วยการใช้สี C ทาบริเวณชั้นพับตาและเกลี่ยขึ้นไปเบาๆ
ใช้สี D ทาเป็นสามเหลี่ยมเล็กๆบริเวณหางตาแล้วเบลนด์เป็นครึ่งวงกลมที่หางตาให้ดูฟุ้งๆ
และใช้สี D ลากบริเวณหางตามาจนถึงกึ่งกลางตาสร้างความคมชัดมากขึ้น
ปิดท้ายด้วยสี A ที่เนื้อจะออกประกายวิ้งสีเขียวอ่อนที่หัวตา และโหนกคิ้วเบาๆ

 

เนื่องจากสีปากจะสดมาก ลุคนี้จึงขอให้ตาดูเบา เบลอ และนัว
จึงไม่ใช้ไลน์เนอร์นะคะ และไม่ใช่ขนตาปลอมปิดบังสีนัวๆของตาเราด้วย
ใช้แค่มาสคาร่าให้ดวงตาดูกลม คมชัดเป็นธรรมชาติค่ะ
ใช้ Maybelline Hyper Curl Volum’ Express เป็นเบสให้ขนตางอนเด้ง และหนาขึ้น
ต่อด้วย Clio Twistup Mascara ในการเพิ่มความยาวให้ขนตา ตัวนี้ชอบมาก ขนตายาวขึ้นเยอะเลย

 

ตามด้วยแก้มสีโทนพีชของ Lunasol Tender Clear Cheeks สี EX03
โดยจะปัดบริเวณโนหกแก้ม และเฉียงขึ้นไปทางกกหูให้หน้าดูเรียว
และจะแตะเบาๆในปริมาณเล็กน้อยที่หน้าแก้มให้ดูระเรื่อ

 

และปิดท้ายคีย์ของลุคนี้ด้วย Lunasol Stain Color Lips สี 06
ลิปสติกโทนส้มสีสันสดใส ช่วยขับผิวให้ดูกระจ่างขึ้นทันที
เนื้อลิปเกลี่ยง่ายและเนียนลื่นมากๆ สีชัดแน่นกว่ารุ่นเก่าๆของ Lunasol มาก

 

Finish Look Soft Eye and Bold Lips !!

 

ก่อนและหลังแต่ง จะเห็นชัดเจนว่าสีปากช่วยให้ดู Complete Look ได้โดยไม่ต้องแต่งหน้าแน่น

 

สีตาอาจเห็นไม่ชัดมาก เพราะกล้องดูดสีไปเยอะเลย
แต่อายแชโดว์รุ่นนี้แต่งออกมาแล้วสวยมากค่ะ ไม่เข้มเกินไป ประกายสีระยิบระยับสวยงาม
สามารถแต่งเป็น Every Day Look ได้เลย

 

บล็อกนี้ลากันไปแล้ว ต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาชมฮาวทูลุคนี้กันด้วยค่ะ 🙂