Sabina : Cris’s Collection IV


วันนี้จะพาสาวๆ ไปชมคอลเลคชั่นใหม่จากซาบีน่า กับคอลเลคชั่น Cris’s Collection IV

แอบเอาภาพหญิงแย้มาฝากก่อน เพราะเธอใส่คอลเลคชั่นล่าสุดมาร่วมงานด้วย
เป็นไงคะ สวยแซ่บแค่ไหน เราเป็นผู้หญิง นั่งอยู่ใกล้ๆเธอก็แอบใจเต้นนะ เซ็กซี่สุดๆอ่า

….
….

สาวคริส หอวัง ได้ร่วมออกแบบชุดชั้นในกับซาบีน่ามาหลายคอลเลคชั่นแล้วนะคะ
และแต่ละคอลเลคชั่นที่ทำออกมานั้นก็นับว่าถูกใจสาวๆเป็นอย่างมาก
คือเราก็เป็นคนนึงที่ชื่นชอบผลงานของเค้าเหมือนกัน
โดยส่วนตัวก็แอบสะสมผลงานออกแบบในแต่ละคอลเลคชั่นของเค้านะคะ
เพราะชอบดีไซน์ของเค้ามาก มีทั้งซื้อเอง และทางแบรนด์มอบให้เลยค่ะ

และสำหรับคอลเลคชั่นนี้มาภายใต้คอนเซ็ปท์ The World Turn Around Me
ซึ่งสาวคริสเค้าก็ได้แรงบันดาลใจมาจากแมวเหมียวแสนซน
ที่หลายคนหลงรักและยอมเป็นทาสแมวกันทั่วบ้านทั่วเมือง
บวกกับลวดลายดวงดาวที่เธอชื่นชอบ
หลายๆชุดจึงออกมาน่ารัก สดใส และแอบเซ็กซี่แสนซน
(ชุดกลางแถวบนนุ่นเลือกกลับบ้านมาด้วย ด้านหลังมีหางแมวนุ่มๆฟูด้วยล่ะ น่ารักมาก)

บางชุดก็เพิ่มกิมมิคเก๋ๆ เช่น มีขนฟูฟ่องของเจ้าเหมียวเป็นส่วนประกอบในชุดนั้นด้วย
สีสันบางชุดแม้จะดูขรึม แต่ลวดลายที่น่ารัก ก็ทำให้ชุดดูเข้ากับทุกวัยได้ง่ายๆ

ภายในงานมีดาราสาวสวยจากทางช่อง 7 มาร่วมเดินแบบด้วย
โดยมาทั้งในลุคสวยหวาน และเซ็กซี่ เร่าร้อน

และยังมีหนุ่มแกงส้ม มาร้องเพลงให้ฟังเพลินๆอีก
ในวันนั้นเรียกว่ามีแฟนคลับของหนุ่มแกงส้มมาให้กำลังใจกันเพียบเลย

สาวคริส หอวัง เจ้าของผลงานคอลเลคชั่น มาในลุคที่สวยสง่ามากๆ

เลือกกันถูกไม๊คะว่าชอบสไตล์ไหน

สาวๆที่เป็นคนรักแมวไม่ควรพลาดคอลเลคชั่นนี้นะคะ เพราะลวดลายเค้าน่ารักมากจริงๆ
ส่วนสาวๆที่ไม่ได้ชอบแมวเป็นพิเศษก็ไม่ควรพลาดอีกเช่นกัน
เพราะรุ่นนี้นอกจากจะมีชุดชั้นในแล้ว ยังมีชุดนอนและบอดี้สูตร ลายเก๋ๆให้เลือกอีกด้วย

ขอบคุณทาง Sabina ที่ชวนไปชมแฟชั่น และรูปภาพทั้งหมดนี้ด้วยค่ะ
และขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันที่บล็อกด้วยค่า Smiley

Shopping Online กับ ZALORA


ใครชอบช้อปปิ้งออนไลน์บ้าง ขอเสียงหน่อยค่า
ที่ถามแบบนี้เพราะช่วงนี้เป็นคนติดการดูเวบช้อปปิ้งออนไลน์มากๆ
เหตุผลง่ายๆคือ สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปช้อปปิ้งนอกบ้านเลย
เรียกว่านั่งทำงานอยู่ออฟฟิส หรืออยู่บ้าน เราก็สามารถเลือกซื้อสินค้าถูกใจได้แบบสบายๆ
สำหรับเว็บที่ชอบ และเข้าไปอัพเดทสินค้าบ่อยๆในช่วงนี้คือ ZALORA นั่นเอง

หลายๆคนน่าจะรู้จักและคุ้นตาร้านค้าออนไลน์ร้านนี้เป็นอย่างดีนะคะ
เพราะถ้าเราเข้าเว็บดังๆเว็บไหน ก็จะเห็นป้ายแบนเนอร์อยู่ในเว็บนั้นๆตลอดเลย

นุ่นสั่งสินค้าจากเว็บนี้ค่อนข้างบ่อยเลยทีเดียวค่ะ เพราะสมัครรับข่าวสารเอาไว้นานแล้ว
จะมีเมล์เข้ามาอัพเดทสินค้าใหม่ สินค้าลดราคา หรือโปรโมชั่นต่างๆให้เราทราบอยู่บ่อยๆ
และที่สำคัญคือ มีโค้ดลดราคามายั่วใจเราอยู่เสมอๆ ช่วงไหนมีโปรเด็ดถูกใจเป็นต้องโดนค่ะ
เคยเขียนบล็อกช้อปปิ้งไว้ครั้งนึงแล้ว คลิ้กดูได้ ที่นี่ ค่ะ

ในเว็บนี้จะมีสินค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับต่างๆของทั้งชายและหญิง
นอกจากนั้นยังมีสินค้าแบรนด์ดังๆอีกหลายแบบมาให้เราเลือกซื้อในหลากหลายราคาด้วย
เรียกว่ามีทั้งถูกทั้งแพง แล้วแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละท่านเลยค่ะ

สำหรับแบรนด์โปรดของนุ่น คือแบรนด์ EZRA ที่เป็นแบรนด์ของทาง ZALORA เองเลย
แบรนด์นี้ราคาไม่แพงเลยนะคะ และเท่าที่สั่งมา สินค้าที่ได้รับก็คุณภาพดีด้วย
ใส่วนของเสื้อผ้าการตัดเย็บประณีต เรียบร้อย ในส่วนของกระเป๋าหรือรองเท้าก็ดูแข็งแรง ทนทาน
นี่เป็นตัวอย่างบางส่วนที่เคยสั่งมา และก็มีได้มาเป็นของกำนัลด้วย

เพื่อนๆที่สนใจลองกรอกอีเมล์รับข้อมูลข่าวสารต่างๆได้ทาง www.zalora.co.th  (<<คลิ้กเข้าสู่เวบ)
หรือจะลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกเพื่อสั่งซื้อสินค้าต่างๆเลยก็ได้นะคะ

แอบเอาเทคนิคการช้อปของนุ่นมาฝากค่ะ
นั่นก็คือ นุ่นจะเลือกสินค้าที่สนใจไว้เก็บไว้ใน “สินค้าในดวงใจของฉัน”
และจะมาเช็คสม่ำเสมอว่ามีการลดราคาหรือยัง จะได้กดสั่งซื้อในราคาที่ถูกลง
หรือถ้ารอเซลล์ไม่ไหว ก็รอโค้ดสินค้าอาจจะลด 10-20 % ซึ่งโค้ดก็จะมีมาบ่อยๆไม่ต้องรอนาน
และควรสั่งเกินมูลค่าที่เค้ากำหนดไว้นะคะ จะได้ส่งฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

อ้อ…พูดภึงเรื่องการส่งสินค้า ที่นี่จะส่งสินค้าโดยบริษัทส่งสินค้า ไม่ได้ส่งทางไปรษณีย์
จึงค่อนข้างสะดวกและรวดเร็วมาก หลังจากสั่งสินค้าและได้รับการคอนเฟิร์มทางอีเมล์แล้ว
ภายใน 2-3 วันก็ได้รับสินค้าถึงมือเราเรียบร้อย หายห่วง ไม่ต้องกลัวหายหรือถูกรื้อค้นด้วย
หากเช็คสินค้าแล้วไม่เป็นที่พอใจ ชำรุด หรือผิดไซส์ ก็สามารถส่งคืนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
โดยเราสามารถทำเรื่องส่งคืนที่ 7 Eleven ตามซองส่งคืนสินค้าที่แนบมาให้ด้วยได้เลย
ประมาณ 1 สัปดาห์ก็สามารถทราบความเคลื่อนไหวของการคืนสินค้าแล้วค่ะ

ก่อนจบบล็อกเก็บภาพทำแฟชั่นเซ็ทเล็กๆมาฝากกันด้วย
แอบเห่อของที่ได้มาให้ดูกันสักหน่อยค่ะ มีทั้งของใหม่ และของที่เคยช้อปมา
เป็นแบรนด์ EZRA ทั้งหมดนะคะ ยกเว้นสร้อยคอ เป็นของ Something Borrow ค่ะ

 

ขอขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาเยี่ยมชมและทักทายกันที่บล็อกด้วยค่ะ

Kanchanaburi Trip with My Friends – ทริปเพื่อนเก่า-เที่ยวสังขละ-กาญจนบุรี


ทริปก๊วนเพื่อนเก่ากลับมาอีกแล้ว หลังจากเว้นช่วงไปปีสองปี
เพื่อนสาวก็ส่งตารางการท่องเที่ยวมาให้เรียบร้อย เรียกว่านับวันรอกันได้เลย
สำหรับทริปนี้จุดหมายปลายทางเราอยู่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรีค่ะ ในระยะเวลา 2 คืน 3 วัน
ด้วยวัยของเราบางคนก็มีลูกกันแล้ว ทริปนี้จึงมีเด็กน้อยด้วย แอบตื่นเต้นนิดๆว่าจะเป็นยังไงกันบ้างน๊า

เช้าวันเดินทาง (๔ พ.ค. ๕๗) ไปสิงสถิตอยู่คอนโดเพื่อนเหมือนเคย
จะได้ไม่ต้องตื่นเช้ามาก  แสงแรกของวันเดินทางยังสวยเหมือนเดิม
ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนะคะ

สมาชิกครบถ้วนปุ๊ปเราก็ออกเดินทางกันเลย แวะพักทานมื้อเที่ยงร้านอาหารระหว่างทาง
ซึ่งจุดหมายแรกของเราอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ แวะพักทานข้าวพร้อมกับชมวิวไปด้วย

จุดหมายแรกของเราวันนี้คือน้ำตกเกริงกระเวีย น้ำตกขนาดเล็กที่มีคนมาเที่ยวกันเยอะพอสมควร

น้ำตกเกริงกระเวียเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ตั้งอยู่ริมถนนสายทองผาภูมิ-สังขละ
มีความสูงประมาณ 5 เมตร จุดนี้เป็นจุดพักรถ ทานอาหาร และเข้าห้องน้ำระหว่างเดินทางไกลได้

เดินเล่นที่แรกเรียบร้อย จุดหมายต่อมาของเราคือ จุดชมวิวป้อมปี่ ในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
จริงๆตอนแรกแพลนว่าจะที่นี่มาช่วงเย็นๆเราจะได้ดูพระอาทิตย์ตกด้วย
แต่เนื่องจากมีเด็กๆร่วมทริปมาด้วย การเดินทางเลยต้องไวนิดนึง จะได้ถึงที่พักไม่ดึกเกินไป

เวิ้งน้ำสวยงามด้านหน้านี้คือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ค่ะ

สำหรับที่นี่ นักเที่ยวมักจะมากางเต็นท์นอนเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน เพราะมีทิวทัศน์ที่สวยงาม
การเดินทางก็ไม่ลำบากมากนัก สิ่งอำนวยความสะดวกภายในอุทยานฯ ค่อนข้างครบถ้วน
โดยเสียค่าธรรมเนียมในการเข้าพักผ่อนหรือชมวิวในราคา ผู้ใหญ่ 40 และเด็ก 20 เท่านั้น

ถึงเวลาเช็คอินเข้าที่พัก เรามาพักกันที่นี่ค่ะ สามประสบรีสอร์ท รีสอร์ต สังขละบุรี
ที่นี่วิวดีมาก มองไปฝั่งตรงข้ามเราเห็นชุมชนชาวมอญ และแม่น้ำซองกาเลียอยู่แค่เอื้อม
สังขละบุรี มีคำขวัญว่า “เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม” คือมีทั้ง ไทย มอญ กะเหรี่ยง ค่ะ

โค้งน้ำซองกาเรียยามเย็นค่ะ จะมีแพให้เช่าพักค้างคืนด้วยสำหรับคนที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติ
ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว มีกิจกรรมพายเรือแคนูกันด้วยค่ะ

เพื่อนเราจองห้องได้ทำเลดีมาก 4 ห้องของพวกเรา ด้านหน้าเป็นสระว่ายน้ำพอดี
แถมมองไปไกลๆยังเห็นวิวๆสวยอีกด้วย

มีสระน้ำอยู่หน้าห้องพักขนาดนี้ ไม่พลาดแล้วค่ะ เล่นน้ำไปชมวิวไป เพลิดเพลินสุดๆ
ช่วงค่ำๆ คนเริ่มกลับห้องพักกัน สระน้ำเหมือนเป็นของเราเลย

เช้าวันถัดมา สิ่งที่เราไม่พลาดกันค่ิอ การมาใส่บาตรยามเช้าฝั่งมอญค่ะ อิ่มบุญกันถ้วนหน้า
การใส่บาตรที่นี่เค้าจะเตรียมของ 9 ชิ้น สำหรับพระ 9 รูป
ซึ่งที่นี่ก็มีชุดใส่บาตรจำหน่ายโดยที่เราไม่ต้องเตรียมมาเลย
นักท่องเที่ยวมาใส่บาตรกันเยอะมาก บรรยากาศครึกครื้นมากเลยล่ะค่ะ

บรรยากาศยามเช้าจากฝั่งมอญ ด้านหน้าคือ สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือ สะพานมอญ
อาคารสีเหลืองๆฝั่งตรงข้ามนั่นคือรีสอร์ทที่เราพักค่ะ
หากช่วงที่สะพานยังไม่เสียหาย
สามารถเดินข้ามจากรีสอร์ทฝั่งโน้นมาฝั่งนี้ได้สบายเลย

สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานมอญ หรือ สะพานไม้มอญ
เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมีความยาว 850 เมตร
และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในประเทศพม่า
เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเรีย ที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
สร้างขึ้นตามดำริของ หลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ในปี พ.ศ. 2529
เป็นสะพานไม้ที่ใช้สัญจรไปมาของชาวมอญและชาวไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้
ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี
ตอนนี้ยังคงอยู่ระหว่างซ่อมแซมหลังจากที่ขาดเป็นสองท่อนจากน้ำป่าไหลผ่าน

ทำบุญกันเรียบร้อย  เรามาเที่ยวต่อกันที่พระเจดีย์สามองค์ ที่แต่เดิมเรียกกันว่า หินสามกอง
ที่นี่เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า
บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้ามากมายทั้งฝั่งไทยและจากประเทศพม่า
นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซู
ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่มีการจำหน่ายสินค้าของพม่า
โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าผ่านด่าน (ฝั่งประเทศพม่า)
ชาวไทย 25 บาท ชาวต่างประเทศ 10 เหรียญสหรัฐ รถยนต์ คันละ 50 บาท ค่ะ



แก๊งค์เราไม่ได้ข้ามไปฝั่งพม่า เพราะรู้สึกไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ
เลยเลือกที่เดินเล่นอยู่ฝั่งไทย นั่งพักจิบ ชา กาแฟกันสักหน่อยให้หายร้อนแล้วค่อยเดินทางกันต่อ





ต่อจากนั้น เรามานั่งพักชิวๆกันที่แพริมน้ำแม่น้ำซองกาเรีย
เป็นจุดที่เป็นทางผ่านมา ไม่มีในโปรแกรม พอเห็นน้ำใสๆเย็นๆ ก็แอบเสียดายกันยกใหญ่
ถ้าเราเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยน งานนี้มีโดดน้ำตูมๆแข่งกับเด็กๆแน่นอน
จุดนี้มีขายอาหารประเภทส้มตำและอาหารตามสั่งด้วยค่ะ มีห้องน้ำบริการเรียบร้อย
คนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัว และนั่งท่องเที่ยวต่างชาติ
น้ำไม่ลึกมาก ไหลเอื่อยๆ อากาศเย็นสบายสุดๆ ใครผ่านไปทางนั้น อย่าพลาดที่จะแวะพักนะคะ


ต่อด้วยการสักการะหลวงพ่ออุตตมะที่วัดวังก์วิเวการาม หรือชาวบ้านเรียกว่าวัดหลวงพ่ออุตตมะ
เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญได้ร่วมกันสร้างขึ้น
ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า

พระราชอุดมมงคล (หลวงพ่ออุตตมะ) (พ.ศ. 2453 – 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549)
เป็นพระภิกษุที่ได้ความเคารพเลื่อมใสในหมู่คนไทยเชื้อสายมอญและชาวพุทธทั่วไป
เป็นพระนักเดินธุดงคกรรมฐาน ออกเดินธุดงค์ไปบำเพ็ญธรรมอยู่บนเขาหลายครั้งเป็นเวลานาน
หลวงพ่ออุตตมะเข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547
 ด้วยโรคไต โรคหัวใจ โรคปอด สมองขาดเลือดไปเลี้ยง จากภาวะปอดอักเสบ
ท่านไม่รู้สึกตัวและไม่สามารถลืมตาเองได้เป็นเวลากว่า 1 ปี
จนกระทั่งเกิดอาการติดเชื้ออย่างรุนแรง และมรณภาพจากการติดเชื้อในกระแสโลหิต
เมื่อเวลา 7.22 น. ของวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549 อายุรวม 97 ปี
จากนั้นเราก็มาต่อกันที่เจดีย์พุทธคยาที่จำลองแบบจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย
ใหญ่โตอลังการสวยงามจริงๆค่ะ จากรีสอร์ตที่เราพักสามารถมองมาทางฝั่งมอญและเห็นที่นี่ด้วย
เราสู้แดดที่ร้อนมากๆขึ้นไปชมเจดีย์กันแบบใกล้ๆ สวยงามทุกจุด ทุกมุมมองจริงๆ
เรากลับมายังที่พักเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจะไปนั่งเรือล่องแม่น้ำซองกาเรียกันค่ะ
พร้อมเดินทางแล้วค่ะ
เราเช่าเหมาลำเรือหางยาวขนาดใหญ่ นั่งได้ประมาณ 8-10 คน มีชูชีพให้ใส่ครบจำนวนคนเลย
เรานั่งเรือชมวิวสองฝั่งแม่น้ำกันอย่างเพลิดเพลิน แม้ว่าจะ 4 โมงแล้ว แต่แดดยังแรงมากๆ
จุดหมายปลายทางสุดท้ายในวันนี้ของเราอยู่ลิบๆโน่นค่ะ

ถึงแล้วค่ะ เราใช้เวลาเดินทางราว 15 นาทีจากฝั่งไทย
ลัดเลาะโค้งน้ำซองกาเรียมาที่นี่วัดใต้น้ำ เมืองบาดาล สังขละบุรี

ที่นี่จมอยู่ใต้น้ำมาเป็นเวลากว่า 20 ปี
โดยในช่วงฤดูแล้งช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน น้ำจึงจะลด
ทำให้สามารถมองเห็นโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจนและนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือไปเที่ยวชมได้
แต่ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมด เหลือเพียงยอดโบสถ์ให้เห็นเท่านั้น
จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ อ.สังขละบุรี ในชื่อเมืองบาดาล
อ.สังขละบุรี นั้น ประสบกับปัญหาภัยแล้งเป็นอย่างมาก
ทางเขื่อนมีความจำเป็นที่จะต้องระบายน้ำเพื่อนำไปช่วยเหลือเกษตรกร
นำในทะเลสาบที่ท่วมวัดวังก์วิเวการามเกินมากว่า 20 ปีลดลงจนแห้งขอด
ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเมืองบาดาล สามารถเดินเข้าเยี่ยมชมโบสถ์ได้อย่างสะดวก

ที่นี่มีไกด์เด็กชาวมอญจำนวนมาก เด็กบางคนน่ารัก ถึงเราไม่สนใจเค้าก็เดินไปหาคนอื่นแทน
แต่บางคนนี่เค้าก็พูดจาหยาบคายใส่เราเลยนะคะ
ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็ดูออกนะนี่

จบทริปแล้ว ก่อนกลับบ้านในเช้าวันพรุ่งนี้ ขอเล่นน้ำให้ชื่นใจก่อนกลับกรุงเทพฯสักหน่อย
ทริปเพื่อนวัยประถมของเราทริปหน้าจะไปไหนกันต่อยังไม่ได้วางแผนชัดจน
แต่ไปกันอีกครั้งเมื่อไหร่ จะมาเก็บความทรงจำไว้ในบล็อกนี้เหมือนเดิม
….