Hot Hit Items from Maybelline New York


สาวๆคนไหนที่ชอบอัพเดทข่าวสารต่างๆของกบล็อกเกอร์ดังจากต่างประเทศ
คงแอบอิจฉาเค้าเบาๆ  ว่า แหม…มีอะไรใหม่ๆให้ได้ใช้กันตลอดเวลา
และเราก็โดนความอยากครอบงำไปชั่วขณะ และประเด็นสำคัญคือ สิ่งนั้นๆบ้านเราดันไม่มีขายซะด้วย
แต่ช้าก่อน..ตอนนี้ Maybelline เค้านำเข้าไอเท็มสุดฮิตจาก USA มาให้เราได้ลองบ้างแล้วล่ะค่า
หุหุ..ที่นี้เราก็ได้ลองใช้ของใหม่ฮอตฮิตกับเค้าบ้างแล้ว Smiley

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ต้องขอบคุณทาง MaybellineThailand ที่ส่งมาให้ทดลองใช้ด้วยนะคะ
จริงๆเค้าส่งมานานแล้วเหมือนกันนะ บางชิ้นก็สวอชสีให้ดูทาง IG ไปบ้างแล้ว
แต่ครั้งนี้ถือโอกาสรีวิวแบบครบถ้วนทุกชิ้นหลังจากที่ได้ลองใช้เรียบร้อยหมดแล้วซะเลย

**ขาดลิบสติกแท่งแรกแถวบนไปหนึ่งชิ้นนะคะ เนื่องจากหายไป หาไม่เจอค่ะ**

เริ่มที่ชิ้นแรกที่แค่เห็นสีก็ต้องบอกเลยว่ามันจี้ดมากกก
Maybelline Color Sensational Vivid Lipstick No.865 Fuchsia Flash
เป็นรุ่นที่บ้านเรายังไม่เคยนำเข้ามาขายเลยนะคะถ้าจำไม่ผิด
แต่สาวๆบล็อกเกอร์ต่างประเทศเค้าชอบกันเยอะ โดยเฉพาะสีนี้
เป็นสีที่สดมากจริงๆค่ะ เม็ดสีแน่นมาก กลบสีปากเดิมได้แนบสนิทเลย
เนื้อลิปมีความชุ่มชื้นสูงทีเดียวเพราะมีสารสกัดจากน้ำผึ้งที่ช่วยบำรุงริมฝีปากด้วย
ที่เคาน์เตอร์ตอนนี้มีจำหน่ายอยู่ 5 สีนะคะ
มีตั้งแต่สีแดง ส้ม และชมพูสดใสอีก 2 เฉดสี ที่ทุกสีจะค่อนข้างสดมากจริงๆค่ะ
ลองไปปาดสีกันดูค่ะว่าสาวๆถูกใจสีไหนกัน

ยังอยู่ที่โทนสีชมพูสุดฮิต ปีนี้สีชมพูสดใสแบบนี้มาแรงจริงๆค่ะ
Maybelline Color Sensational Lipcolor No.169 Fifth Ave. Fuchsia
สำหรับความแตกต่างของรุ่นนี้เห็นจะเป็นเรื่องของสีสันที่ไม่สดเท่ารุ่นบนนะคะ
โทนสีส่วนใหญ่จะดูสุขุม เรียบหรู กว่า ใช้ได้กับทุกๆวัน
ไม่ต้องห่วงว่าสีจะโดดไป จนดูไม่เหมาะกับวันทำงานของสาวๆเลย

มาต่อกันที่ลิปกลอสเนื้อฉ่ำวาวหอมกลิ่นผลไม้กันบ้างค่ะ
Maybelline Color Sensational High Shine Gloss No.40 Captivating Coral
เป็นกลอสที่ให้กลิ่นฟรุตตี้มากๆ อย่างสีนี้ก็เป็นกลิ่นส้มเปรี้ยวๆชัดมาก
เป็นกลอสที่เพิ่มประกายให้กับริมฝีปากและบำรุงไปในตัวด้วย
เค้านำเข้ามาถึง 7 สีเลยค่ะ มีสีไหนบ้างต้องลองไปส่องๆกันดูนะคะ

จำได้ว่ามี MAT3 อยู่ โทนส้มเหมือนกัน ลองเอามาใช้คู่กันแล้วเลิฟเลยค่ะ
ใครมองหากลอสสีส้มๆแบบนี้ แนะนำเลยค่ะ Smiley

อีกชิ้นที่ฮอตฮิตไม่แพ้ชิ้นอื่นๆคือ Dream Bouncy Blush No.10 Pink Frosting
บลัชออนเนื้อครีม ที่เนื้อครีมเค้ามีความหยุ่น กดลงไปแล้วให้สัมผัสแบบเด้งได้ แปลกดีนะคะ
ครีมบลัชรุ่นนี้ให้เนื้อที่เนียนเบา แต่ติดทนได้เกือบทั้งวันเลย ให้สีสวยเป็นธรรมชาติ
ที่เคาน์เตอร์มีให้เราเลือกเยอะถึง 9 สีเลยค่ะ
มีตั้งแต่โทนส้มไปจนถึงชมพูเข้มเบอรี่นิดๆเลย

ชิ้นต่อมาคือ Master Smoky Shadow Pencill
อายแชโดว์ในรูปแบบดินสอเนื้อนุ่มที่มาพร้อมกับฟองน้ำสำหรับเกลี่ยสีในตัว
โดยสามารถหมุนไส้ขึ้นมาได้ ไม่ต้องเหลาให้ยุ่งยากเลยค่ะ
จะใช้ตัวนี้เป็นอายแชโดว์เดี่ยวๆก็ได้ แต่แนะนำให้ลงอายแชโดว์แบบฝุ่นทับเพื่อกันการไหล
หรือจะใช้เป็นเบสก่อนลงอายแชโดว์สีเข้มก็ยังได้

เมื่อเบลนด์สีแล้วเนื้ออายแชโดว์จะให้สีที่ไม่เข้มมาก หากลงทับๆกันก็มีโอกาสตกร่องสูงนะคะ
จึงควรทาแล้วเกลี่ย แล้วค่อยๆเพิ่มน้ำหนักความเข้มตามที่ต้องการ
แล้วอย่าลืมเซ็ตด้วยอายแชโดว์แบบฝุ่นทับอีกครั้งเพื่อความสมบูรณ์แบบค่ะ
ชิ้นนี้ติดทนทีเดียว อาการแพนด้าเกิดขึ้นน้อยมาก
ส่วนใครที่หนังตาไม่มันไว อาจไม่เกิดแพนด้าเลยก็เป็นได้ค่ะ

Maybelline เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ผลิต BB Cream ออกมาหลายรุ่นมากๆ
สามารถเลือกลองใช้กันจนกว่าจะเจอรุ่นที่ชอบได้เลยนะคะ
สำหรับรุ่น Dream Fresh BB นี้ เป็นรุ่นที่วัยรุ่นที่โน่นเค้านิยมมาก
ผิวใสๆไม่ต้องลงอะไรเยอะมาก แค่บีบีครีมก็พอนะคะ
รุ่นนี้เค้าทำออกมาให้เป็นครีมบำรุงและรองพื้นในหลอดเดียวเลย
นอกจากนั้นก็ยังผสมสารกันแดดให้ค่า spf 30 ด้วย

จากที่ลองใช้แล้วเนื้อบีบีรุ่นนี้จะให้ผิวที่ดูฉ่ำวาวจากสารบำรุงผิวที่เค้าใส่เข้าไป
การปกปิดไม่มาก เน้นเผยผิวธรรมชาติมากกว่า
แต่พอเซ็ตด้วยแป้งฝุ่น หรือแป้งผสมรองพื้นก็จะดูผิวเนียนใสมากขึ้น
รุ่นนี้ไม่คุมมันนะคะ คนที่ผิวผสมหรือมันก็จะดูมันขึ้นเล็กน้อย
หน้าจะหมองระหว่างวันอยู่กับแป้งที่เราใช้ด้วย
ถ้าใช้แป้งฝุ่นก็จะไม่หมองค่ะ แต่ถ้าแป้งรองพื้นบางยี่ห้ออาจทำให้ดูหมองลงเล็กน้อย
โดยรวมๆน้องนักศึกษาใช้ได้นะคะ ดูไม่โบ๊ะ ไม่หนาเกินไปค่ะ
สำหรับหน้าที่ดูสว่างใสขึ้นนี้ไม่ได้ปรับด้วย Photoshop นะคะ สีลิปขับสีผิวล้วนๆค่ะ

มาถึงชิ้นสุดท้ายของบล็อกนี้กันแล้ว
Maybelline Dream Smooth Mousse รองพื้นเนื้อครีมที่มาในตลับพกสะดวก
ตัวนี้แอบเสียดายที่ทางแบรนด์ส่งมาให้เข้มกว่าสีผิวจริงไปหลายเฉดเลย
รองพื้นรุ่นนี้ให้เนื้อลื่น เกลี่ยง่าย แห้งไว ใช้แล้วดูแมทขึ้นเล็กน้อย
ในตลับเค้ามีองน้ำมาให้ด้วย แต่จากที่ลองจะใช้นิ้วมือแทนก็ได้นะคะ
ระดับการปกปิดปานกลาง แต่ช่วยให้ผิวดูเนียนสวยได้ทีเดียว
คิดว่าอาจจะลองหาเฉดที่ตรงกับสีผิวมาใช้ดูค่ะ เพราะเป็นคนผิวผสม รู้สึกว่าใช้แล้วโอเคเลย
ตอนนี้ต้องใช้แทนเฉดดิ้งไปพลางๆก่อนค่ะ

ครบถ้วนทุกชิ้นแล้วนะคะ สนใจชิ้นไหนกันแวะไปดูที่เคาน์เตอร์ได้เลย มีจำหน่ายครบทุกชิ้นแล้ว
ราคาขอให้ลองเช็คที่เคาน์เตอร์ดูอีกทีนะคะ เค้าเซลล์บ่อยมากๆ ดูโปรที่น่าสนใจแล้วสอยได้เลยค่ะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายและพูดคุยกันที่บล็อกด้วยนะคะ Smiley

Review : Bourjois Healthy mix Foundation


สวัสดีค่า ทิ้งท้ายไว้ในบล็อกก่อนว่าจะมารีวิวรองพื้นตัวดังยอดฮิตของ Bourjois กันเอาไว้
วันนี้เลยขออัพเดทซะเลยค่ะ

สำหรับรองพื้นตัวนี้ได้เป็นเทสเตอร์มาลองเมื่อครั้งไปร่วมงาน 150 ปี ของ Bourjois
ซึ่งเป็นตัวที่อยากลองมานานแล้ว ก็ได้ลองสักที ซึ่งสีที่ได้เป็นสีเดียวที่ทำเป็นเทสเตอร์แจกนะคะ
ซึ่งทาง BA ก็แจ้งว่า เป็นสีกลางๆที่สาวๆส่วนใหญ่สามารถใช้ได้
ไม่แน่ใจว่าที่เคาน์เตอร์มีจำหน่ายกี่สี ต้องลองไปเทสต์สีกันดูอีกทีนะคะ

สำหรับคุณสมบัติคร่าวๆของ Bourjois Healthy mix Foundation ก็คือ
รองพื้นที่เป็นเนื้อครีม เกลี่ยง่าย ทำให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ
มีส่วนผสมของผลไม้ (เลม่อน แอพปริคอท และแอ๊ปเปิ้ล) ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ชุ่มชื่น
คุณสมบัติพิเศษคือ ช่วยทำให้ผิวดูสวยฉ่ำได้ยาวนานถึง 16 ชม
และด้วยความที่เป็นรองพื้นที่เป็นครีมบำรุงด้วยในตัว
จึงสามารถใช้นิ้วมือเกลี่ยได้โดยไม่ต้องใช้แปรง หรือฟองน้ำ ผิวก็ดูเนียนสวยได้ทันที
เหมาะกับสาวผิวธรรมดา หรือผิวแห้ง ไม่เหมาะกับคนผิวมัน เพราะไม่ควบคุมความมันเลย

ลองเกลี่ยลงบนหลังมือรู้สึกได้เลยว่าเนื้อครีมรองพื้นไม่ได้มีเนื้อหนักมาก เกลี่ยง่ายเลยทีเดียว
เนื้อครีมค่อนข้างบางเบา แต่เนียน และไม่เป็นคราบง่ายด้วย
ดูจากหลังมือแล้ว ไปดูผลการใช้งานบนใบหน้ากันบ้างค่ะ

พื้นฐานของผิวเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมันค่ะ ถ้าอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนมากๆผิวก็จะมันเร็วขึ้น
มีกระบริเวณโหนกแก้ม รอยคล้ำใต้ตาจากการอดนอน รอยแดงข้างจมูก และสีผิวไม่สม่ำเสมอ

ซ้ายมือคือก่อนลงรองพื้น และขวามือคือลงรองพื้นเรียบร้อย
จะเห็นว่า Bourjois Healthy mix Foundation สามารถปกปิดได้ดีทีเดียวสำหรับรอยกระจางๆ
หากมีรอยกระสีเข้ม หรือจุดด่างดำสีเข้มอาจจะใช้คอนซีลเลอร์ช่วยปกปิดเพิ่ม
ผิวดูฉ่ำแต่ไม่มันวาวมากหนัก สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น รอยแดงข้างจมูกดูจางลงด้วย

เปรียบเทียบก่อนและหลังใช้ โดยรวมชอบมากค่ะ ผิวดูไม่ฉ่ำโบ๊ะ และดูดีขึ้นจากก่อนแต่งเยอะเลย

เติมแป้งและแต่งหน้าเรียบร้อย ผิวดูโกลว์ สว่างใส ดูเนียนและปกปิดเพิ่มขึ้น
ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแป้งที่เราลงด้วยนะคะ จากรูปใช้แป้งผสมบีบีลงทับ
ได้หน้าที่ดูเนี้ยบขึ้น แต่ไม่หนามาก ผิวดูดีขึ้นจากเดิมมากๆค่ะ

ผ่านไปประมาณ 10 ชม. ผิวมันขึ้นเป็นปกติ แต่หน้าไม่หมอง
ผิวดูฉ่ำกว่าตอนเช้า แต่ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะเลย
(จากรูปไม่ได้ซับมันเลยตั้งแต่เช้าค่ะ)

สรุปผลการใช้งานส่วนตัวต้องบอกเลยว่า..พอใจมากๆ..
เพราะเป็นรองพื้นราคากลางๆ (ประมาณ 500 ต้นๆ) ที่ใช้แล้วให้ผิวดูสวยเป็นธรรมชาติ
แม้จะผ่านไปหลายชั่วโมงผิวก็ยังดูดีอยู่ ลองซับหน้าดูผิวก็ไม่ได้ดรอปลงไปจากช่วงเช้ามากนัก
คิดว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ ถ้ารองพื้นที่ใช้อยู่หมด คิดว่าจะซื้อรุ่นนี้มาใช้ต่อค่ะ

หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้สาวๆใช้พิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อได้นะคะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เป็นผลการใช้เฉพาะบุคคล
ควรทดลองด้วยตัวเองเพื้อเจอผลิตภัณฑืที่เหมาะกับสภาพผิวค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายที่บล็อกด้วยค่ะ Smiley