Review : Maybelline Dream Liquid mousse


ได้เวลาอัพเดทชิ้นนี้สักที หลังจากที่ทดลองใช้เป็นที่เรียบร้อย
เป็นอีกหนึ่งคู่ผลิตภัณฑ์ที่เมย์เบลลีนส่งมาให้ลอง ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่า
Maybelline Dream Liquid mousse เห็นยูทูปเบอร์เมืองนอกเค้าใช้กันมานานแล้ว
ได้ฤกษ์มาุึถึงบ้านเราซะทีเนอะ จริงๆเค้ามีอีกอันที่เป็นเป็นตัว Dream Matte Mousse ด้วย
ซึ่งตัวนั้นจะเป็นลักษณะเนื้อครีมหยุ่นๆเบาๆดึ๋งดั๋ง ยังไม่ได้ลองค่ะ ไว้ลองแล้วมาอัพเดทแน่นอน

สำหรับตัวนี้เค้าบอกว่า เป็นรองพื้นเนื้อเซรั่มที่ให้การบำรุงและการปกปิดสูงสุด
ดูเรียบเนียน ช่วยอำพรางรูขุมขน เหมาะสำหรับผิวธรรมดา และผิวแห้ง
ให้ผิวเนียนสวย ดูเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าผิวถูกพ่นด้วยละอองรองพื้นบางเบาเลย

เค้าจะมาพร้อมขวดแก้วแบบฝาปั๊มนะคะ เวลาจะใช้ก็หมุมฝาไปตามตำแหน่งลูกศร
ซึ่งจะเป็นการเปิดล็อก และสามารถกดปั๊มใช้งานได้เลย
โดยส่วนตัวชอบแบบนี้นะคะ สะดวกดี ไม่ต้องเปิดฝาเทจนเนื้อครีมไหลเลอะเทอะ

เนื้อรองพื้นจะเป็นเนื้อครีมที่มีความข้น มีความหนืดเล็กน้อย แต่เกลี่ยได้ง่ายค่ะ
คิดว่าจะใช้กับนิ้วมือเรา หรือใครถนัดแปรงก็น่าจะสะดวกทั้งสองแบบเลย

มาดูการปกปิดหลังจากที่ทารองพื้นดูบ้าง จะเห็นว่าปกปิดได้ดีทีเดียว ผิวก็ดูเรียบเนียนขึ้นด้วย
ถ้าอยากได้การปกปิดเพิ่ม ก็ค่อยๆใช้นิ้วกดรองพื้นซ้ำในตำแหน่งที่ต้องการปกปิดเพิ่มทีละน้อยค่ะ

รองพื้นหลังจากทาแล้วจะไม่ทิ้งความเหนียวหนึบไว้บนผิวเท่าไหร่นักนะคะ  จับแล้วจะดูแมทๆ
นุ่นเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน ใช้แล้วไม่รู้สึกว่าหน้ามันเลย คิดว่าผิวมันหรือผิวผสมก็ใช้ได้นะ

มาดูก่อนและหลังใช้กันค่ะ เนื่องจากทางแบรนด์ส่งมาให้เฉดสีที่เข้มกว่าสีผิวจริงเราเยอะเหมือนกัน
สีที่ได้มาเป็นเบอร์ 04 ค่อนข้างเข้ม และสีออกไปในโทนส้ม ทาออกมาแล้วเลยได้ลุคแทนๆ แบบนี้

แต่งหน้าแต่งตาเรียบร้อยได้ผิวที่ดูฉ่ำเล็กๆ ดูเรียบเนียนทีเดียว
อยู่ในอาคารหรือในแสงนีออน เหมือนรองพื้นจะเกือบพอดีกับสีผิวเลย
แต่พอไปอยู่กลางแจ้ง ผิวจะดูแทนๆกว่านี้ สีนี้ถึงจะเข้มกว่าผิวจริง ก็ถือว่าพอใช้ได้ค่ะ
แต่งไปเที่ยวกลางคืน หรือปาร์ตี้ได้เลย ถ่ายรูปออกมาแล้วหน้าไม่ลอยแน่นอน

ผ่านไป 4 ชม. ในห้องอุณหภูมิปกติ ไม่ได้เปิดแอร์ ผิวยังดูเหมือนเดิม (แต่สีปากหลุดไปแล้ว)
ถือว่าคุมมันได้ดีทีเดียว แต่ในสภาพแดดร้อนจัดๆนี่ยังไม่แน่ใจนะคะ
จะมีส่วนที่หลุดง่ายอย่างซอกจมูกนี่ก็ถือว่าใช้ยี่ห้อไหนซับมันแล้วก็จะหลุดตลอดเหมือนเคยค่ะ
และเนื่องจากสีที่ได้มาเข้มกว่าผิวจริงนุ่นเยอะ เลยไม่สามารถบอกได้ว่าระหว่างวันจะหมองลงรึเปล่า
แต่โดยรวมก็พอใจนะคะ ถือเป็นรองพื้นที่ใช้ได้กับอากาศบ้านเราเลย หน้าไม่มันเยิ้มสักเท่าไหร่

ใครสนใจลองแวะไปส่องไปลองที่เคาน์เตอร์กันดูได้นะคะ ตอนนี้เค้ามีวางจำหน่ายแล้ว
ลองเช็คราคาที่เคาน์เตอร์ดูได้เลยค่ะ ช่วงนี้เค้าจัดโปรโมชั่นอะไรอยู่ไม๊ลองแวะไปดูกันค่า
ท้ายสุดก็ขอขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทาย เยี่ยมเยียนกันด้วยนะคะ

Review : Maybelline The Rocket Volume Express Mascara


ช่วงนี้ทางเมย์เบลลีนส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาให้ลองหลายชิ้นเลยค่ะ
ถ้าเพื่อนๆคนไหน follow ใน IG กันอยู่ก็คงจะพอเห็นเนอะว่านุ่นอัพรูปของแบรนด์นี้เยอะเลย
กำลังทดลองใช้อยู่หลายชิ้นเลยค่ะ ไว้จะทยอยมาอัพบล็อกผลการใช้งานให้ทราบกันเนอะ
วันนี้หยิบมาหนึ่งชิ้นที่ฮอตฮิตมากในแวดวงบล็อกเกอร์ต่างประเทศ หลายคนปลาบปลื้มกันมาก
ไปดูผลการใช้งานของนุ่นบ้างนะว่าจะปลื้มปริ่มเหมือนสาวๆคนอื่นรึเปล่า Smiley

นี่เลยค่ะ Maybelline The Rocket Volume Express Mascara มาสคาร่ารูปทรงจรวดสีสันสดใส
รุ่นนี้เค้าเคลมว่าช่วยให้ขนตาดูหนาขึ้นและเรียงเส้นสวย ไม่จับเป็นก้อน
เนื้อมาสคาร่าเป็นแบบเนื้อเจล ช่วยให้ปัดได้ง่ายขึ้น และปัดซ้ำได้บ่อยตามที่ต้องการ

หัวแปรงรุ่นนี้จะค่อนข้างอ้วนกลมและใหญ่มาก ซึ่งนุ่นว่ามันใหญ่ไป เข้ามุมซอกซอนลำบากทีเดียว
ตัวขนแปรงเป็นยางเล็กๆแหลมๆ เหมาะกัับเนื้อมาสคาร่าแบบเจลที่จะช่วยให้ปัดได้ง่ายขึ้น

นุ่นเป็นคนที่ขนตาสั้นมากกกกกกกค่ะ นอกจากนั้นยังเป็นคนที่ขนตาตกด้วย
สิ่งที่อยากได้จากกการใช้มาสคาร่าคือ อยากให้ขนตางอนเด้งและดูยาวขึ้น
หลังจากที่ลองใช้เจ้า Rocket แล้ว ขนตาดูยาวขึ้นเยอะเลยค่ะ
ความหนานี่นุ่นไม่เน้นเท่าไหร่ เพราะขนตาเราสั้น ปัดหนามากๆ ขนตาจะตกทันที
ความเด้งของรุ่นนี้ไม่เหมาะกับคนขนตาสั้นนะคะ เพราะเอาไม่อยู่ค่ะ ปัดแล้วสักพักขนตาก็ตกเลย
คนที่ขนตายาวๆน่าจะใช้แล้วเวิร์คกว่า เพราะน่าจะงอนเด้งคงตัวได้นานกว่า

รุ่นนี้ถืิอว่าโอเคทีเดียว แต่โดยรวมยังชอบรุ่น Falsie มากกว่า เพราะรุ่นนั้น เด้งทนทั้งวันจริงๆ

ส่วนข้อดีของรุ่นนี้ที่เห็นได้ชัดเลยคือล้างออกง่ายมาก ใช้รีมูฟเวอร์แปะไว้แป๊ปเดียว หลุดเกือบหมด
เนื้อมาสคาร่าแบบเจลล้างออกง่ายและไม่แพนด้าเลยค่ะ ใครอยากได้ไม่เลอะระหว่างวัน รุ่นนี้ผ่านค่ะ

เนื่องจากรุ่นนี้ทางเมย์เบลลีนส่งมาให้ลองใช้ เรืองราคาที่แน่นอนนุ่นไม่ทราบนะคะ
ลองแวะไปสำรวจราคาที่เคาน์เตอร์กันดูอีกทีน๊า คราวหน้ามีอะไรน่าสนใจจะนำมาอัพเดทกันอีกค่า
ขอบคุณเมย์เบลลีนที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองด้วยค่ะ

What’s in my Vanitytrove July’s Edition


สวัสดีค่ะ เข้าเดือนกรกฏาคมมาได้จะสัปดาห์ที่สองแล้ว ถึงเวลามาเปิดกล่อง Beauty Box กันอีกแล้ว
จริงๆได้รับกล่อง Vanitytrove มาตั้งแต่สิ้นเดือนที่แล้ว แต่ติดขัดหลายอย่างเลยมาเปิดกล่องช้าไปหน่อย

ได้รับจดหมายข่าวจาก Vanitytrove มาว่า ในเดือนถัดไปจะมีการปรับรูปโฉมใหม่ น่าสนใจกว่าเดิม
แอบตื่นเต้นว่ารูปโฉมใหม่จะมีอะไรให้ได้ลุ้นกันบ้าง รออัพเดทกันในเดือนหน้านะคะ

สำหรับเดือนนี้เค้ามาพร้อมคอนเซปท์ Unforgettable First Impression
…สวยอย่างมั่นใจ ประทับใจเสน่ห์ดึงดูด…
ในกล่องจึงบรรจุไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดในการดูแลตัวเองของสาวๆ

ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในกล่องนี้จะมีเพียง 4 ชิ้นนะคะ
ส่วนขิ้นอื่นๆจะเป็นชิ้นที่เคยได้รับมาแล้วในเดือนที่ผ่านๆมา
ไปดูกันค่ะว่าในกล่องนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ปกติแล้วในทุกๆกล่องจะมี Vochuer มาให้ด้วยทุกครั้งนะคะ และจะแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน
เดือนนี้มีบัตรบริการตกแต่งคิ้วแบบ 3 มิติ ฟรี จาก Red Earth และบัตรส่วนลดสินค้าจาก Biotherm

ส่วนเซ็ตนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เคยได้รับมาแล้วจากกล่องในเดือนก่อนๆนะคะ ประกอบไปด้วย
เซรั่ม RED จาก OP เบสจาก LANEIGE กันแดดจาก aliz paulin และมาส์กใต้ตา Hakubi
บางชิ้นนุ่นเคยรีวิวหลังจากที่ทดลองใช้ไปบ้างแล้ว ลองหาอ่านรายละเอียดใน Section Review นะคะ

ส่วนชิ้นที่เห็นแล้วต้องกรี้ดก็นี่ค่ะ Biotherm Aqua Source Deep Serum มาในไซส์ 15 ml.
เป็นเซรั่มที่เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการเติมน้ำให้กับผิวค่ะ ใครมีปัญหาผิวเป็นขุย ได้แล้วใช้เลยค่ะ
โดยส่วนตัวเคยใช้ไลน์นี้เมื่อนานมาแล้ว หลังการใช้จนหมดขวด ส่วนที่มีปัญหาแห้งเป็นขุยดีขึ้นเลย
ราคาไซส์จริงของเค้าคือ 50 ml. 2,200- ถือว่าค่อนข้างสูงที่เดียว ไซส์ที่ได้มานี่ถือว่าคุ้มมากๆค่ะ

ชิ้นต่อมาเป็น Sparkle Extra White (ขนาดพกพา) ยาสีฟันที่ช่วยให้ขาวขึ้นภายใน 7 วัน
ซึ่งคุณสมบัติที่เค้าเคลมมาคือ สามารถซ่อมแซมและเติมเต็มเนื้อฟันที่ถูกกัดกร่อน
จากการใช้งานในชีวิตประจำวัน และช่วยเคลือบฟันให้ดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ
นอกจากนั้นยังขจัดคราบพลัคและสิ่งแปลกปลอมอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำลายเคลือบฟัน

แต่อย่างไรก็ดี ควรใช้สลับกับยาสีฟันปกติที่เราใช้อยู่จะดีกว่านะคะ เพราะเคยใช้ยาสีฟันแนวนี้มาบ่อย
รู้สึกว่าอาการที่ตามมาคือ เราจะรู้สึกเสียวฟันง่ายขึ้น เหมือนเคลือบฟันมันน้อยลงอ่ะค่ะ
ชิ้นนี้ปริมาณ 60 g ราคา 249- ค่ะ


ชิ้นต่อมาเป็นกันแดดเนื้อเจลจาก La Roche-Posay ที่ปกติใช้เป็นประจำอยู่แล้วนะคะ
ใครที่มองหากันแดดที่ซึมเร็ว และไม่ให้ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะก็แนะนำเลยค่ะ
ส่วนประสิทธิภาพการกันแดดถือว่าโอเคเลย เพราะค่าการป้องกันของเขาได้มาตราฐาน
อ้อ…อันนี้เป็นสูตรกันน้ำ และปราศจากน้ำหอมด้วย เหมาะสำหรับวันออกแดดหนักๆมากค่ะ
ขนาด 50 ml. ราคา 1,150-

ชิ้นสุดท้ายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมากก่อนเลยค่ะ แต่เค้าว่าขายดีมากๆในต่างประเทศ
Palmer’s Cocoa Butter Formula ออยบำรุงผิวที่ซึมเร็ว ช่วยเรื่องริ้วรอยแตกลาย
ปรับสภาพสีผิว และบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น มีกลิ่นหอมจาก Rosehip ด้วย
สรรพคุณอ่านแล้วก็น่าสนใจนะคะ เอาไว้ลองใช้เมื่อไหร่จะมาอัพเดทให้ทราบกันอีกทีนะคะ
ขนาด 60 ml. ราคา 440-


ก็เปิดกล่องให้ดูกันครบทุกชิ้นแล้ว สาวๆที่สนใจกล่องความงามรายเดือนแบบนี้ของ Vanitytrove
ลองแวะไปดูรายละเอียดต่างๆในเวบไซด์ หรือหน้าแฟนเพจของเค้าได้เลยนะคะ

Review : Maybelline Lasting Drama Pen Gel Liner




ถ้าพูดถึงแบรนด์ที่มีของใหม่ๆมาอัพเดทให้สาวๆเสียตังค์กันอยู่เสมอ คงไม่พ้น Maybelline นะคะ
ซึ่งตอนนี้เค้าก็มีของใหม่อย่างตัวนี้เลย Maybelline Lasting Drama Pen Gel Liner

01

ไลน์เนอร์เนื้อเจลที่มาในรูปแบบปากกา ที่ทำให้ง่ายต่อการพกพามากขึ้น
เรียกว่าพกแท่งนี้แท่งเดียว เราก็ไม่ต้องพกกระปุกเจลไลน์เนอร์และแปรงที่ใช้ให้เปลืองพื้นที่เลย

02

หัวปากกาเป็นแบบนีค่ะ เป็นหัวยางปลายตัดที่จะมีเนื้อเจลซึมออกมาตรงปลายปากกาแบบนี้
วิธีก็คือหมุนที่ก้นปากกา เนื้อเจลก็จะไหลออกมาง่ายๆแบบนี้เลยล่ะค่า

03

ซึ่งเราก็สามารถเขียนเส้นออกมาได้ทั้งเส้นหนา และเส้นบางเลย
แต่ใช้ตอนแรกๆ ถ้ายังไม่คุ้นในการควบคุมทิศทาง อาจได้เส้นหนาใหญ่มากกว่านะคะ
แต่ถ้าใครใช้คล่องมือแล้ว การกำหนดขนาดของเส้นก็จะง่ายขึ้นค่ะ

04

ผลการใช้งานต้องบอกว่า ใช้สะดวกมาก และที่ชอบคือให้สีดำเข้มและติดทนสุดๆ
คือติดทนนานทั้งวันโดยที่ไม่ปัญหาแพนด้าเลยค่ะ คือใช้แล้วก็ชอบเลยอ่ะ
แต่ข้อเสียก็คงเป็นที่เวลาหมุนเนื้อเจลออกมาเราอาจควบคุมปริมาณเนื้อเจไม่ได้
ทำให้อาจจะไหลออกมาเยอะเกินไป และควรเช็ดทำความสะอาดก่อนปิดฝาทุกครั้ง
เนื้อเจลจะได้ไม่แห้งจนอุดตันบริเวณปลายปากกานะคะ
ตัวนี้ราคานุ่นไม่แน่ใจว่าอยู่ 300-400 รึเปล่า ต้องลองแวะไปดูที่เคาน์เตอร์กันน๊า
เพราะถ้ามีโปรโมชั่นดีๆ ราคาก็จะลดจากราคาปกติมาเยอะเหมือนกันค่ะ

สุดท้ายต้องขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาเยี่ยมเยียนพูดคุยกันด้วยนะคะ