Update New Collection : Bisous Bisous Glittering Love


Bisous Bisous [บีซู-บีซู] เค้าออกคอลเลคชั่น Glittering Love ต้อนรับ Spring 2013 มาแล้ว
ประจวบกับที่ทางแบรนด์เชิญนุ่นไปลองเล่นสีสันของคอลเลชั่นนี้มาด้วย
เลยได้ติดไม้ติดมือกลับมาหนึ่งเซ็ทเพื่อมาอัพเดทยั่วใจสาวๆกันด้วยค่า
ต้องขอบคุณแบรนด์ 
Bisous Bisous ที่มอบผลิตภัณฑ์มาให้ใช้ด้วยนะคะ

สำหรับคอลเลคชั่นของบีซู บีซู ต้องบอกเลยว่าแต่ละครั้งเค้าจะออกแบบเพคเกจมาน่ารักมากๆ
และคอลลเลคชั่นนี้ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสาว Pin Up Gils ที่จะแสนเซ็กซี่ ขี้เล่น
โดยมีลูกเล่นที่แพคเกจผลิตจากวัสดุเมทัลลิกล้ำสมัยผ่านรูปทรงหัวใจ Swing Heart แสนน่ารัก

เริ่มกันที่คู่แรก Glittering Love Nail Polish ยาทาเล็บที่ให้ประกายกลิตเตอร์วิบวับสดใส
ทั้งหมด 12 เฉดสี ไล่ตั้งแต่ กลิตเตอร์ใสจับคู่สีสวย ไปจนถึงสีพาสเทลผสมกลิตเตอร์
และยังคงมีแหวนทรง Swing Heart น่ารักๆ สวมอยู่ในทุกขวด กับราคาเบาๆแค่ 185 บาท

นุ่นทาสีม่วงพาสเทลผสมกลิตเตอร์โทนม่วง-น้ำเงิน เพิ่มความวิบวับด้วยกลิตเตอร์โทนเดียวกัน
ได้เล็บสีสันสดใสแบบนี้ค่า ขอบอกว่าอีก 10 สีที่เหลือก็สวยไม่แพ้กันเลยนะคะ จับคู่สีีกันสนุกไปเลย

ชิ้นถัดมาเป็น Glittering Love Trio Eye Shadow อายแชโดว์ประกายมุก 3 เฉดสีในตลับเดียว
สามารถแมทช์สีให้ดูกลมกลืนกัน หรือจะเลือกใช้สีเดี่ยวๆก็ยังได้ค่ะ
ม่ส่วนผสมที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย และช่วยให้อายแชโดว์ติดทนนานขึ้นด้วยค่ะ

สีสันที่ได้เป็นแบบนี้ค่า ใครชอบ Smoky ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งได้เลยนะคะ
อายแชโดว์ให้สีสันชัดเจนพอสมควรในโทนสีเข้ม ส่วนสีอ่อนจะออกประกายมากกว่าสีสันค่ะ
โดยส่วนตัวนุ่นชอบเฉดสีเข้มสุดค่ะ ทาทับไลน์เนอร์แล้วเบลนด์ก็ทำให้ตาดูคมขึ้นแล้ว
อ้อ…เค้ามีทั้งหมดสามโทนสีให้เลือกซื้อกันนะคะ ราคา 895 บาทค่ะ

สำหรับสาวๆคนไหนที่มองหาบลัชออนและไฮไลท์ในตลับเดียวอยู่ล่ะก็
นี่เลย Glittering Love Blusher & Highlighter จัดไปเลยค่า คุ้มสุดๆในราคา 895 บาท

ปัดแก้มออกมาได้พวงแก้มที่ดูมีเลือดฝาดสีชมพูใสๆประมาณนี้เลย
สำหรับชิ้นนี้เค้ามีแค่สองโทนสีนะคะ คือโทนชมพูแบบนี้ และอีกสีคือโทนสีส้มค่า

จะบอกว่าคอลเลคชั่นนี้ไม่มีลิปสติกก็คงจะไม่ใช่ละ
เพราะไม่ธรรมดาตรงที่มีถึงสองแบบให้เลือกใช้เลย คือ
Glittering Love Iconic Lipstick ลิปสติกเซมิแมทท์สีจัดจ้าน
และ 
Glittering Love Lipstick ที่เนื้อลิปมีประกายวิบวับชวนเก็บมากกว่าชวนใช้
ทั้งสองแบบราคาเท่ากันเป๊ะๆ คือ 695 บาท ค่ะ

ปาดออกมาได้สีสวยสดแบบนี้เลยค่า
ซ้ายมือคือ Iconic Lipstick ลิปที่ผสานเนื้อแมทท์และซาตินเข้าด้วยกัน เรียบลื่น ทาง่าย ชุ่มชื่น สีสดชัด
ขวามือ Lipstick ที่มีกลิตเตอร์วิบวับเคลือบแท่งลิปสติกไว้ สีชัดติดทนนาน

จากที่ลองใช้แล้วนุ่นชอบรูปลักษณ์ของรุ่น Lipstick นะคะ เพราะประกายวิบวับเค้าสวยมาก
แต่ทาลงบนริมฝีปากแล้วก็ไม่มีวิ้งอะไรมาก อาจมีประกายกลิตเตอร์ติดมาบ้างเล็กน้อย
ส่วน Iconic Lipstick มีความชุ่มชื้นกว่ามากค่ะ ให้สีสดและสวยมากๆ ผลการใช้งานชอบอันนี้สุดๆค่ะ

มาถึงอีกสองไอเท็มสุดท้าย Glittering Love Auto Eyebrow Pencill และ Mascara ค่ะ

Glittering Love Auto Eyebrow Pencill ดินสอเขียนคิ้วหัวตัดสีน้ำตาลอ่อนที่มาพร้อมแปรงปัดในตัว
ใครที่มีผมสีอ่อน เหมาะมากเลยค่ะ เนื้อดินสอไม่แข็งและก็ไม่นิ่มเกินไป เขียนง่าย ดูเป็นธรรมชาติ
นอกจากโทนน้ำตาลออ่อนแล้ว ยังมีโทนน้ำตาลเข้มอีกนะคะ แท่งนี้ 395 บาทค่ะ

ส่วน Glittering Love Mascara แท่งนี้กันน้ำ เพิ่มความหนา และให้ความโค้งงอนในแท่งเดียว
หัวแปรงไเบอร์เรียวเล็ก ปัดง่าย เข้าได้ทุกซอกทุกมุม ให้ขนตาเรียงเส้นสวย
แต่ผลการใช้งานจะไม่ค่อยเวิร์คกับคนขนตาสั้นนะคะ
เพราะขนตาจะตก ไม่เด้งเลยค่ะ
มาสคาร่าแท่งนี้ราคากลางๆไม่ถูก ไม่แพง อยู่ที่ 595 บาท ค่ะ

สุดท้ายขอฝาก Finish Look ด้วยเครื่องสำอางทั้งหมดจากบีซู บีซู ที่ทำให้ดูสวยสดใสแบบนี้ค่า
ใครที่ชอบเครื่องสำอางสัญชาติเกาหลียี่ห้อนี้ ลองแวะไปเทสต์ผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ
นุ่นว่าแบรนด์นี้ราคาไม่สูงมาก สีสันสวยงาม แพคเกจก็น่ารัก น่าสะสมมากๆค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทาย และอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ๆกับนุ่นด้วยค่า Smiley

Umix Express Cleanser มูสล้างเครื่องสำอางสูตรน้ำ สะดวก สะอาด ในขั้นตอนเดียว



สวัสดีค่าสาวๆ วันนี้จะมาแนะนำนวัตรกรรมใหม่สำหรับการล้างเครื่องสำอาง
ที่สะดวก สะอาด ในขั้นตอนเดียวโดยที่เราไม่ต้องล้างหน้าซ้ำกันอีกด้วย
และที่น่าสนใจก็คือ เป็นแบรนด์ของคนไทยเรานี่ล่ะค่ะ

หน้าตาเป็นแบบนี้ล่ะค่า Umix Express Cleanser ที่ใช้ล้างเครื่องสำอางได้สะอาดหมดจด
ซึ่งนุ่นได้ไปทดลองในวันแนะนำสินค้าก็เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเค้าทำได้จริงตามฉลากเลยค่ะ

ในวันงานก็มีคุณหมอ (ซ้ายมือ) มาแนะนำถึงตัวผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Umix ว่าน่าสนใจยังไง
ซึ่งคุณหมอก็เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์และพัฒนาคิดค้นผลิตภัณฑ์ร่วมกับทีมวิจัยด้วยตนเองเลย



มีการทดสอบการชำระล้างคราบมันที่มักมีอยู่ในเครื่องสำอางแทบทุกชนิดด้วยผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ
มีทั้งประเภทโฟมล้าง ประเภทเจล และอื่นๆ รวมไปถึง Umix Express Cleanser ด้วย

Umix Express Cleanser คือมูสสูตรน้ำที่ใช้ล้างเครื่องสำอางบนใบหน้าได้อย่างสะอาดหมดจด
โดยที่เราไม่ต้องล้างหน้าซ้ำด้วยโฟมล้างหนา เจลล้างหน้า หรืออื่นๆตามอีกรอบเลยค่ะ
ด้วยสูตรน้ำที่จะช่วยละลายคราบเครื่องสำอางต่างๆให้หลุดไปพร้อมกับฟองของมูสอย่างง่ายดาย
ซึ่งวิธีนี้เป็นนวัตรกรรมใหม่ที่ประเทศญี่ปุ่นนิยมใช้ และ Umix ก็พัฒนาสูตรมาใช้ในบ้านเราด้วย

ซึ่งทุกๆคนที่ได้ร่วมทดสอบผลิตภัณฑ์ด้วยกันก็เห็นประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆได้ชัดเจนเลย
ไปดูผลการชำระล้างกันว่าแต่ละชนิดให้ผลออกมาเป็นยังไงกันบ้าง
ซึ่งผลของการทดสอบทั้งหมดตอบขอบคุณข้อมูลจากทาง Umix ที่ส่งมาให้เพิ่มเติมด้วยค่ะ

คลีนเซอร์ชนิดน้ำ

คลี นเซอร์เช็ดเครื่องสำอางชนิดน้ำเมื่อรวมตัวกับน้ำมันจะรวมตัวยาก จะเห็นน้ำมันแยกตัวเป็นเม็ดเล็กลง
เมื่อเทน้ำลงไปทิ้งไว้แล้วเท  ออกจะสังเกตเห็นว่า เหลือคราบมันติดถ้วยจำนวนมาก

คลีนเซอร์เช็ดเครื่องสำอางชนิดน้ำใช้ทำความสะอาดผิวหน้าได้แต่ควรใช้กับสำลีเท่านั้นเพื่อให้สำลีดึงเอาสิ่งสกปรกร่วมด้วย
สำหรับคนที่แต่งหน้าเยอะอาจต้องเช็ดแรงๆ เพราะมีคุณสมบัติในการรวมตัวกับน้ำมันไม่ดีเท่าไหร่
แม้ไม่เกิดการอุดตันแต่จะเหลือความมันตกค้างที่ผิวหน้าเยอะจึงต้องเช็ดด้วยโทนเนอร์ตามอีกรอบ

คลีนเซอร์ชนิดเจล

คลีนเซอร์ชนิดเจลเมื่อรวมตัวกับน้ำมันจะกวนผสมเข้ากันได้ยากที่สุด
และกลายเป็นเจลเหนียวคล้ายน้ำผึ้ง เมื่อเทน้ำลงไปทิ้ไว้แล้วเทออก
จะสังเกตเห็นว่ายังเหลือคราบตกค้างเป็นจำนวนมากรองลงจากคลีนเซอร์ชนิดโฟม

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดเจลสามารถใช้ทำความสะอาดผิวหน้าได้เฉพาะกับคนที่ไม่แต่งหน้าเท่านั้น
เพราะถ้านำไปใช้กับผู้ที่แต่งหน้า จะต้องใช้มือกดแรงๆ และใช้เวลานาน และล้างออกยาก
จึงควรล้างน้ำเปล่าหลายๆ รอบ และเช็ดโทนเนอร์ตามทุกครั้ง และทางที่ดีอย่านำมาใช้ล้างเครื่องสำอางดีกว่า

คลีนเซอร์ชนิดโฟม

คลีนเซอร์ชนิดโฟมเมื่อรวมตัวกับน้ำมันจะกลายเป็นครีมเหนียวข้น
เมื่อเทน้ำลงไปทิ้งไว้แล้วเทออกจะสังเกตเห็นว่ายังเหลือคราบตกค้างอยู่ที่ ถ้วยทดสอบจำนวนมาก

ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าชนิดโฟม ไม่เหมาะที่จะใช้ทำความสะอาดผิวหน้าโดยเฉพาะผิวที่มีความมันหรือผู้ที่ต้องแต่งหน้า
เพราะจะเกิดการตกค้างและอุดตันรูขุมขนได้มากที่สุด หากต้องการใช้ ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จริงๆ ควรตีให้เกิดฟองจนหมดก่อนนำไปสัมผัสผิวหน้า
และควรเช็ดโทนเนอร์ตามทุกครั้งสำหรับใครที่ผิวหน้ามีปัญหาแล้วใช้แบบนี้อยู่ ควรหลีกเลี่ยง และไม่ควรใช้ล้างเครื่องสำอางเด็ดขาด

มูสจาก Umix

มูสล้างเครื่องสำอางชนิดน้ำยูมิกซ์เอกซ์เพรส คลีนเซอร์ เมื่อรวมตัวกับน้ำมันจะรวมตัวกันง่ายแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง
ไม่ข้นเหนียวเหมือนตัวอื่นๆเมื่อเทน้ำลงไปทิ้งไว้แล้วเทออกจะสังเกตเห็นว่า เหลือเป็นฟองเล็กน้อยที่ไม่เหนียวติดถ้วย

มูสล้างเครื่องสำอางชนิดน้ำยูมิกซ์เอกซ์เพรส คลีนเซอร์ เหมาะที่จะใช้ทำความสะอาดผิวหน้าที่สุด
โดยเฉพาะผู้ที่ต้องแต่งหน้าหรือผู้ที่มีผิวมันมากๆเพราะสามารถรวมตัวกับน้ำมันได้ดี
ล้างออกง่ายจึงช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่าง่ายดายโดยมาต้องใช้สำลีเสียด สีผิวและไม่ต้องเช็ดด้วยโทนเนอร์ตามอีกครั้งเ
พียงแค่ล้างออกด้วยน้ำเปล่าจำนวนไม่มากนักก็พอแล้ว

ที่นี้มาลองใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแต่ละอย่างให้เห็นกันแบบจะๆไปเลยค่ะ
ฟองของ Umix Express Cleanser จะรวมตัวกับเมคอัพจนกลายเป็นน้ำ
และดึงเมคอัพออกจากรูขุมขน โดยมีทิ้งสารตกค้างให้เกิดการอุดตันผิวของเรา
สำหรับเครื่องสำอางประเภทมาสคาร่าก็ล้างออกนะคะ แต่แนะนำว่าใช้รีมูฟเวอร์จะเหมาะกว่า

สำหรับการใช้งานก็ง่ายๆเลยค่ะ แค่ล้างหน้าให้ผิวเปียกก่อน
จากนั้นจึงบีบโฟมมาคลึงเบาๆให้ทั่วใบหน้า โดยควรล้างอย่างน้อย 2 ครั้ง หากเราแต่งหน้าหนามากๆ
โดยสังเกตุง่ายๆว่าหน้าเราสะอาดหรือยัง ก็ให้ดูว่าถ้าฟองยังฟูอยู่ก็แปลว่าสะอาดแล้ว
แต่ถ้าฟองสลายกลายเป็นน้ำลื่นๆ แปลว่ายังมีคราบเครื่องสำอางเยอะอยู่ค่ะ ควรล้างอีกรอบค่ะ

การล้างหน้าด้วยมูสโฟมแบบนี้ เป็นลดการใช้สำลีที่จะเสียดสีกับผิวของเราโดยตรงทางหนึ่งด้วย
ซึ่งสำลีนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง การเกิดริ้วรอย หรือแม้กระทั่งสิวนะคะ

หลังล้างหน้ารู้สึกผิวหน้าสะอาดและไม่แห้งตึง สามารถลงครีมบำรุงต่อได้เลย

Umix Express Cleanser มีด้วยกันทั้งหมดสามสูตรนะคะ คือ

Umix Express Cleanser Smooth มีส่วนผสมของ Tea Tree Oil ช่วยห้ผิวเรียบเนียน ไร้สิว
Umix Express Cleanser Bright ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ไม่ต้องกังวลกับความหมองคล้ำ
Umix Express Cleanser Age Care ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ และป้องกันการเกิดริ้วรอย

ซึ่งใครชอบสูตรไหนก็ลองใช้กันดูนะคะ เค้ามี 2 ไซส์  คือ ขนาด 60 ml./250- และ 200 ml./650-
สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ของ Umix ได้ที่ โซนเครื่องสำอางค์ใน Home Fresh Mart ที่ The Mall
หรือ Gourmet Market ที่สยามพารากอน และร้าน KARMART ค่ะ

ท้ายสุดต้องขอบคุณแบรนด์ Umix ที่พาไปรู้จักผลิตภัณฑ์ใหม่ๆน่าสนใจ
และมอบผลิตภัณฑ์ต่างๆของแบรนด์มาให้ลองใช้กันด้วยนะคะ
จะทยอยทดลองใช้ และมาอัพเดทผลการใช้งานตัวอื่นให้ทราบกันอีกทีค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทาย และอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ในท้องตลาดกันด้วยค่า

Review : Oriental Princess BB Secret


สวัสดีจ้าสาวๆ ถ้าพูดถึงสิ่งที่ทำให้เราใช้เวลาอันสั้นและรวดเร็วในการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า
เชื่อว่าหลายๆคนคงนึกถึงสิ่งนี้แน่ๆเลย ท้า..ดา BB Cream นั่นเอง
ใช่แล้วล่ะค่ะ วันนี้จะมาแนะนำบีบีครีมราคาสบายกระเป๋าและเหมาะกับช่วงอากาศร้อนๆแบบนี้เลย

นี่เลย Oriental Princess Beneficial BB Secret Be Charming Instant Age Revival SPF35PA++
กรี้ดดด..ชื่อยาวมากๆ ถึงขั้นกลั้นหายใจตอนพิมพ์กันเลยทีเดียว

บีบีรุ่นนี้ของ OP เค้าเน้นในเรื่องการช่วยลดเลือนริ้วรอยเป็นพิเศษนะคะ
เพราะเค้ามีส่วนผสมพิเศษที่ช่วยในเรื่องนี้ด้วย นั่นคือ Adenosine นั่นเอง
คือลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากมลภาวะต่างๆ และอายุที่มากขึ้นของเราด้วย

ส่วนที่ว่ารวดเร็วและใช้เวลาอันสั้นก็เพราะบีบีครีมจะมีครีมบำรุง และสารกันแดดอยู่ในตัวแล้ว
นอกจากนั้นยังมีเบสที่ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้น และรองพื้นที่ช่วยปกปิดร่องรอยต่างๆบนผิว
จึงสะดวกมากๆในวันที่เรารีบๆ ไม่มีเวลาประณีตกับการแต่งหน้ามากนัก

ตัวนี้เป็นฝาปั้มใช้สะดวกดีค่ะ กะปริมาณในการใช้ได้ง่ายด้วย
ฝาปิดแน่นมิดชิด น้ำหนักเบา พกพาไปไหนต่อไหนสะดวกดีด้วยค่ะ

สีของผลิตภัณฑ์จะออกสีเนื้ออมเทานิดๆ ตอนแรกบีบออกมาเจอสีแบบนี้บอกตรงๆว่าเซ็งมาก
เพราะใช้สีประมาณนี้ทีไร ตกบ่ายหน้าหมองทุกที แต่ตัวนี้ใช้แล้วไม่เป็นแหะ

เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกเหมือนมีน้ำผสมอยู่มาก เพราะทาแล้วผิวดูชุ่มชื้นกว่าเดิม
ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวนะคะ แต่ทาแล้วจะให้ลุคที่หน้าดูฉ่ำนิดๆ เย็นสบายผิวมากๆ
รู้สึกผิวไม่เหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ เหมาะกับอากาศร้อนๆมาก เพราะหน้าไม่เยิ้มเลย

ระดับการปกปิดปานกลางนะคะ ด้วยความที่เป็นเนื้อครีมที่เบากับผิวมากๆ เลยไม่ได้ปกปิดมาก
แต่ภาพรวมของผิวก็ดูดีขึ้น สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้นค่ะ ถึงเนื้อครีมจะติดสีอมเทานิดๆ แต่หน้าก็ดูไม่หมอง

มาดูก่อน และหลังลงบีบีจะเห็นว่ารอยหนาแน่นกระบริเวณโนหกแก้มดูหายไปนะคะ
แต่อย่างที่บอกคือปกปิดปานกลาง ถ้ามาจ้องระยะประชิดก็จะเห็นอยู่บ้างรางๆนะคะ
แต่พอเซ็ทด้วยแป้งฝุ่น ก็ช่วยให้ทำให้การปกปิกดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นค่ะ

ลงบีบีเรียบร้อย ขอแต่งหน้าเบาๆให้ดูสดใสเพิ่มขึ้นมาอีกนะคะ
ด้วยอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ล่ะค่า

Finish Look ได้ออกมาประมาณนี้ พร้อมออกนอกบ้านไปเที่ยว ไปทำงาน ไปไหนต่อไหนแล้วค่า
บีบีครีมตัวนี้คุมมันปานกลางนะคะ คนผิวผสม-มัน ก็เตรียมซับหน้าช่วงบ่ายได้เลย
แต่ถึงหน้าจะเริ่มมันขึ้น สีผิวเราก็ยังไม่หมอง หรือสีดรอปลงนะคะ
สำหรับคนผิวแห้งน่าจะหมดกังวลเรื่องความมันไปเลย
เพราะเนื้อครีมค่อนข้างให้ความรู้สึกฉ่ำน้ำดีทีเดียว

สาวๆคนไหนสนใจบีบีรุ่นนี้ลองแวะไปดูที่เคาน์เตอร์ของ Oriental Princess กันดูน๊า
ไปลองทา ลองเทสต์ักันก่อน ชอบไม่ชอบยังไง จะได้ตัดสินใจได้ ไม่เสียตังค์ปล่าวๆเนอะ

ท้ายสุดขอบคุณทาง Oriental Princess ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้กันด้วยนะคะ
และขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาทักทายกันด้วยค่า Smiley

What’s in my Vanity Trove May Edition


กลับมาเปิดกล่อง Vanitytrove กันอีกแล้วค่ะ
เดือนพฤษภาคมนี้ เค้ามาในคอนเซ็ปท์ Everlasting Charm เสน่ห์นิรันดร์ของประกายผิวเยาว์วัย
เดากันได้เลยนะคะว่าต้องเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม anti-aging แน่ๆ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

เปิดกล่องมาก็เจอของมากมายเลยค่ะ ทั้งไซส์จริงและไซส์ทดลอง
ได้ทั้งหมด 7 ชิ้น ซึ่งมีหนึ่งชิ้นที่ไม่ได้มีระบุไว้ใน Greeting Card คือกันแดดของ Banana Boat
กลายเป็นว่าเดือนนี้ได้ของในการ์ดแค่ 6 ชิ้นเอง ถือว่าน้อยกว่าปกตินะคะเนียะ Smiley

สำหรับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เค้าก็มีมาให้เราครบถ้วน
แต่ละชิ้นน่าสนใจทีเดียวค่ะ เพราะยังไม่เคยลองสักชิ้นเลย

เริ่มที่ Hair Vitamin Serum ที่มาในรูปแบบแคปซูลใช้สะดวกมากๆ จาก Le Sasha
สูตรที่ได้มาเป็นสูตร Olive Oil ที่มีวิตามินจากน้ำมันมะกอก ช่วยปรับสภาพผมเสียอย่างล้ำลึก
ช่วยซ่อมแซมเส้นผมที่สึกหรอ และปกป้องความร้อนจากแสงแดดได้ด้วยค่ะ
อ่านข้อมูลแล้วน่าสนใจดีนะคะ สูตรบำรุงผมจากน้ำมันมะกอกก็อ่านเจอมาเยอะว่าดีจริง
คิดว่าถ้าลองใช้แล้วได้ผลดีจะแวะมาอัพเดทให้ทราบแน่นอนค่ะ

Estee Lauder Gloss to Go Pure Colour Lipgloss แท่งนี้มาในไซส์จิ๋ว พกพาสะดวก
แต่อย่างที่เห็นคือจะไม่ออกสี แต่จะช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มจากประกายกลิตเตอร์เล็กละเอียดค่ะ

Rose Anti-Cellulite Lotion โลชั่นบำรุงผิวกายกลิ่นกุหลาบจาก Donna Chang
อุดมไปด้วยสารบำรุงล้ำลึกถึงชั้นเซลล์ผิวจาก Rose Hip Oil นอกจากนั้นยังมีวิตามินซีและไลโคปิน
ผสานกับ Actisculpt ที่ช่วยสลายการสะสมเซลลูไลท์ใต้ชั้นผิว
และเติมความชุ่มชื่นด้วยเชียร์บัตเตอร์ ที่ทำเสมือนเกราะป้องกันผิว ที่ให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้ยาวนาน
เนื้อครีมค่อนข้างซึมเร็วและไม่เหนียวเหนอะ ลองแล้วถูกใจค่ะ
ในกล่องมีส่วนลดสินค้าให้อีก 100- บาทสำหรับ Eterna Rose Set ด้วย
ใครที่เป็นแฟนประจำของแบรนด์นี้ก็ถือว่าคุ้มทีเดียวนะคะ ได้ส่วนลดเยอะทีเดียว

ชิ้นต่อมาเป็นเซรั่มใหม่ล่าสุดจาก Biotherm เลย Blue Therapy Repairing Anti-Aging Serum
ตัวนี้น่าสนใจมากๆ เพราะเค้าเน้นเรื่องการฟื้นฟูและบำรุงผิวอย่างล้ำลึกเลย
เข้มข้นสูงสุดด้วยสารสกัดจากแพลงตอนและสาหร่ายน้ำอมฤตสีทองคำขาวเรืองรอง
จะช่วยทำให้ผิวเปล่งปลั่ง เนื้อเซรั่มบางเบา ซึมซาบเร็ว ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น
นอกจากนี้เค้ายังมีมีวอเชอร์ที่สามารถซื้อเซ็ท Blue Therapy ในราคาพิเศษให้มาในกล่องด้วยค่ะ

อีกชิ้นที่กำลังอยากลองคือ Hakubi Mometo แผ่นมาส์กรอบดวงตาที่ช่วยกระชับผิวรอบดวงตา
ด้วยส่วนผสมของ Marine Collagen และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น รักษาน้ำในเซลล์ผิว
ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากสภาพขาดน้ำ ทำให้ผิวรอบดวงตาที่อ่อนล้ากลับคืนความสุขภาพดี
นอกจากใช้กับรอบดวงตาแล้ว ยังสามารถนำมาใช้กับบริเวณหางตา และมุมปากได้ด้วย
แต่แอบไม่ประทับใจตรงที่ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาเหลืออายุการใช้งานแค่ 6 เดือนเอง เก่าเก็บไปนะคะ
หลังใช้แล้วได้ผลยังไงจะมาอัพเดทให้ทราบกันอีกทีค่ะ

สำหรับกันแดดจาก Banana Boat ชิ้นนี้เหมือนเค้าจะแถมมาให้นะคะ เพราะไม่มีอยู่ในลิสต์
เลยไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมมาฝากกัน แต่เชื่อว่าสาวๆหลายคนคงเคยใช้กันมาบ้างนะคะ
ตัวนี้เป็นกันแดดเนื้อบางเบาทีเดียว มีวิตามินซีและอีด้วย และสามารถกันน้ำได้ด้วยค่ะ
แดดบ้านเราแรงมากๆ อย่าเผลอลืมทากันแดดกันนะคะ

มาถึงชิ้นสุดท้ายที่เป็นทีเด็ดของกล่อง Vanitytrove เดือนนี้เลยก็ว่าได้กับ Grefas
ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของรกหมูสดบำรุงผิว หรือ Reberth เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของแบรนด์นี้เลย
ตัวที่ได้มาลองคือ Refine สารอาหารทิพย์นานาชนิดของ Live Placenta ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส
และช่วยลดเลือนริ้วรอยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ได้มาในไซส์ขนาดเล็กมูลค่าซองละ 400-
ตัวนี้ไม่เคยลองเลย ได้มา 2 ซองไม่อยากใช้เลยค่ะ แอบเสียดายของดี Smiley

นอกจากนั้นยังได้ บัตรกำนัลในการไปทดลองใช้บริการโปรแกรม Face Fitness ของ Grefas ด้วย
มูลค่า 2,500- บาทเลยทีเดียวค่ะ (หมดเขตไวมาก) ถ้าไปทดลองใช้แล้วดียังไจะมาเล่าสู่กันฟังนะคะ

ครบทุกชิ้นแล้วสำหรับกล่อง Vanitytrove ที่ไม่ได้รับคืออายแชโดว์ของ Kose และยาทาเล็บ Catrice
กล่องนี้โดยรวมก็ประทับใจนะคะ แต่บางชิ้นอายุการใช้งานมันสั้นไปนิด บางชิ้นก็ใกล้หมดอายุ
แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนี้กันทุกเดือน คิดว่าน่าจะอยู่ที่ข้อกำหนดของแบรนด์นั้นๆที่จัดส่งของมาให้มากกว่า
สาวๆท่านไหนที่สนใจสมัครกล่องความงามรายเดือนเพื่อลุ้นสินค้าในกล่องแบบนี้
แวะไปอ่านข้อมูลรายละเอียดกันได้ที่ http://www.vanitytrove.co.th เลยนะคะ
หากชอบการทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่เราไม่เคยใช้และกำลังสนใจอยู่ ห้ามพลาดเลย
ท้ายสุดต้องขอบคุณทาง Vanitytrovethailand ที่ส่งกล่องมาให้ลุ้นกันทุกๆเดือนๆด้วยค่ะ Smiley

Color Swatch : CLINIQUE Runway Coral


วันนี้ขอแนะนำของใหม่กันอีกแล้วค่า สำหรับสาวๆที่ชอบลิปสติกสีสดๆไม่ควรพลาดค่ะ

นี่เลยค่า…ลิปสติกส่งตรงจาก Runway ของแบรนด์ Clinique ค่ะ
Long Last Lipstick สี Runway Coral โทนส้มที่ให้สีเข้ม สด เม็ดสีแน่นมากๆ
Jennaa Menard, Global Color Artist สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับแฟชั่นโชว์ของ Karen Walker
เพื่อให้เหมาะกับลุคการแต่งหน้าที่ดูสนุกสนาน และสดใสสำหรับฤดูร้อนนี้

สีสันจะออกมาในโทนสีส้มที่ดูสดใส โดย Jennaa Menard แนะนำว่า
หากทาลิปสติกสีโทน Coral นี้ แค่ใช้อายแชโดว์สีอ่อนๆ ปัดคู่กับแก้มสีพีช
ก็ทำให้สาวๆสวยสดใส ดูเป็นธรรมชาติ และดูอ่อนเยาว์ด้วยค่ะ

ปาดให้ดูที่ท้องแขน จะเห็นว่าสีไม่เข้มจัดเหมือนสีแดง
แต่ก็ไม่อ่อน หวานจนเลี่ยนเหมือนสีชมพู
โดยส่วนตัวนุ่นว่าโทนส้มเป็นสีที่เหมาะกับสาวเปรี้ยว มั่นใจ สุดๆเลยค่ะ


ทาบนริมฝีปากแล้วให้ความรู้สึกชุ่มชื่นมากเลยค่ะ เม็ดสีแน่นชัดมากๆ
ช่วยทำให้ริมฝีปากดูโดดเด่นมากๆเลยค่ะ สีติดทนมากด้วยนะคะ
คือถึงสีจะหลุดไปแล้ว แต่ปากก็จะยังมีสีติดอยู่ตามร่องปากอยู่บ้าง
เพราะฉนั้นอย่าลืมใช้รีมูฟเวอร์เช็ดทุกครั้งนะคะ
ปากสวยอวบอิ่มอมชมพูจะได้ไม่ดำคล้ำจากการลบสีออกไม่หมดค่ะ

อีกข้อที่ต้องขอบอกสักนิด ลิปสติกอาจจะให้สีเพี้ยนไปบ้างตามโทนผิวของแต่ละคนนะคะ
บางคนอาจทาออกมาได้อมส้ม อมชมพูต่างกันไป เพราะพื้นสีปากธรรมชาติที่อ่อน-เข้มต่างกันด้วย

อ้อ…ใครชอบสีนี้ต้องรีบกันนิดนึงนะคะ เพราะเค้า  Limited Edition Online Exclusive

เฉพาะที่คลีนิกข์ออนไลน์เท่านั้น จำนวนจำกัด! ราคาแท่งละ 750 บาท

www.clinique.co.th


ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทาย-พูดคุยกันในบล็อกด้วยนะคะ