Workshop LUNASOL : Crystal Radiant Purification


ห่างหายจากการเวิร์คช้อปแต่งหน้าไปซะนาน

พอแบรนด์ Lunasol ออกคอลเลคชั่น เราก็ได้รับเกียรติให้เข้าไปร่วมเวิร์คชอปโดยเสมอ

ทุกครั้งที่ไปเวิร์คชอปของแบรนด์ Lunasol ก็จะได้อารมณ์เหมือนไปงานเลี้ยงรุ่น 

เพราะจะได้เจอเพื่อนๆที่เขียนบล็อกมาด้วยกันตั้งแต่ยุคแรก 

รวมถึงทีมงานที่จัดเวิร์คชอปทุกท่านด้วย เพราะจะได้พบกันในงานนี้ตลอด

ต้องขอขอบคุณที่ทีมงานที่ชวนเข้าร่วมกิจกรรมและทำให้เราได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆด้วยค่ะ

 


กลับมาเข้าเรื่องของ Makeup ในคอลเลคชั่นใหม่ของ Lunasol กันดีกว่า

สำหรับคอลเลคชั่นรับลมหนาวใน Autumn 2012 นี้มีชื่อว่า

Crystal Radiant Purification คือสวยเปล่งประกายดุจคริสตัลกันเลยทีเดียว

ดูจากนางแบบแล้วคงต้องพูดออกเป็นศัพท์วัยรุ่นได้เลยว่า “สวยมว๊ากกกกก”

ใครที่เป็นแฟนแบรนด์นี้..ขอบอกเบาๆตรงนี้เลยว่าคอลเลคชั่นนี้สวยไม่แพ้คอลเลคชั่นเก่าๆเลย

สาวๆที่ชอบประกายระยิบระยับแบบเบาๆ วิบวับติดตา พลาดไม่ได้ค่ะ

4 เฉดสีใหม่ของอายแชโดว์รุ่นนี้ สวยทุกสีจริงๆค่ะ ของจริงสวยกว่าภาพประกอบมากก

 


และชิ้นนี้ก็เป็นอีกชิ้นที่น่าสนใจสำหรับคอลเลคชั่นนี้นะคะ สีสวยเปล่งประกายระยิบระยับติดทนมาก

**ภาพทั้งหมดมาจาก Kanebo Thailand ค่ะ**


มาชมภาพรวมบรรยากาศในงานจากกล้องนุ่นบ้างนะคะ

สถานที่ที่จัดงานในวันนั้นเป็นโรงแรมเปิดใหม่ย่านเพลินจิต

คือโรงแรม The Okura Prestige ที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าทำให้เดินทางสะดวกมาก

สาวๆมาเร็วกันพอสมควร ทั้งที่เป็นเช้าวันเสาร์นะนี่


พอเข้าไปแล้วเจอเหล่าเครื่องสำอางที่วางไว้ให้เราได้ลองเล่น ก็ไม่พลาดที่จับเก็บภาพมาฝากกันค่ะ

นี่เป็นสีสันของอายแชโดว์จากคอลเลคชั่นล่าสุด

ช่องขวาบนจะเป็นอายแชโดว์เนื้อครีมที่ออกประกายกลิตเตอร์ให้เราใช้เป็นเบสก่อนลงสีตา

โทนสีสวยจนเลือกไม่ถูกเลยว่าจะหยิบใช้อันไหนดี

และแล้วก็สะดุดตากับ สีเบอร์ 01 Icy Glow เลยเลือกมาใช้สำหรับการแต่งตาในครั้งนี้ค่ะ

ซึ่งแต่งออกมาแล้วก็ชอบมาก เพราะสีสวยจริงๆ แต่งให้ดูนัวๆฟุ้งๆแบบที่ชอบ

ที่ประทับใจอีกอย่างคือ สีเข้มสุดไม่ร่วงหล่นมาเลอะใต้ตาให้เลอะเทอะด้วย

ก่อนและหลังแต่ง ได้ออกมาประมาณนี้ล่ะค่ะ

ให้อารมณ์เหมือนป้าที่กำลังจะไปจ่ายตลาด Smiley กับสาวออฟฟิศกลางใจเมือเลยไม๊คะ Smiley

งานนี้ยังคงได้ Mr. Mutsuya Sakai เมคอัพอาร์ทติสผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ชาวญี่ปุน

มารังสรรค์เมคอัพงามๆให้สาวๆที่เข้าร่วมเวิร์คชอปได้ชมกันอีกเช่นเคยค่ะ

มิสเตอร์ซาไกคงเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากับสาวๆหลายคนแล้ว เพราะเจอกันทุกปีเลย Smiley

ทิ้งท้ายด้วยโฉมหน้าของบรรดาสาวๆที่มาร่วมเวิร์คชอปทุกคน

สวยกลับบ้านกันไปด้วยเมคอัพงามๆของ Lunasol

(จริงๆตกหล่นรูปของบางคนไปด้วย เพราะรูปเบลอมาก..ขออภัยค่า Smiley)

และทางแบรนด์ก็ได้มอบผลิตภัณฑ์ให้สาวๆทุกคนได้กลับไปลองใช้ที่บ้านกันด้วย

คือลิปสีแดงสด แต่ทาออกมาแล้วให้ความรู้สึกเป็นเนื้อ sheer บางใส ดูสุขภาพดี

และอีกชิ้นคือ sheer glossy eyes ที่ช่วยเพิ่มประกายวิบวับให้กับดวงตา

ขอบคุณทาง Lunasol ที่ชวนไปร่วมทำความรู้จักและอัพเดทผลิตใหม่ล่าสุดด้วยค่ะ

สาวๆที่สนใจลองแวะไปทดลองสีสันของคอลเลคชั่นนี้ที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ

Review : Nivea Visage Pure& Natural Anti-Wrinkle


 

เปิดไปเห็นนิตยสาร Cleo ฉบับนี้เค้าเลือกผลิตภัณฑ์ความงามมากมาย
มาจัดอันดับเป็น Cleo Hall of Frame 2012 ซึ่งก็มีหลายชิ้นเลยที่เราเคยได้ใช้ด้วย

วันนี้เลือกเอาผลิตภัณฑ์ ‘Nivea Visage Pure& Natural‘ ที่กำลังใช้อยู่มารีวิวกันค่ะ

Nivea Visage Pure& Natural ได้รับเลือกให้อยู่ในหมวด Anti-Wrinkle
เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่มต่อต้านริ้วรอย
โดยจัดให้เป็น Best For Everyday Anti-Aging For 20s Something Girl
ถึงเราจะไม่ใช่สาวในวัย 20 ต้นๆแล้ว แต่ก็สามารถใช้ได้นะคะ

สำหรับ Nivea Visage Pure& Natural Anti-Wrinkle ที่ใช้สลับกับครีมอื่นๆอยู่ในตอนนี้
เค้ามีทั้งแบบ Day Cream และ Night Cream ค่ะ
ซึ่งก็จะใช้สลับกับครีมตัวเดิมๆที่ใช้อยู่โดยที่จะดูสภาพอากาศเป็นหลักนะคะ
ส่วนหลอดใหญ่นั่นเป็นครีมทาผิวสูตรปกป้องแสงแดดที่เหมาะกับอากาศร้อนๆแบบนี้มาก

ขอบอกข้อมูลผลิตภัณฑ์กันสักนิดนะคะ

Nivea Visage Pure& Natural Anti-Wrinkle
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องการลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย
ช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิวใหม่ตามธรรมชาติ และชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
ให้ผิวดูกระชับ เต่งตึง ดูเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ
ด้วยคุณสมบัติของน้ำมันอาร์แกนสีทองจากโมร็อกโกที่อุดมด้วยวิตามินอี
และผลเบอร์ด๊อกซ์ ที่มีช่วยลดเลือน และต่อต้านริ้วรอย

ช่วงนี้อากาศชื้นเพราฝนชุก บางวันผิวก็ต้องการการดูแลเป็นพิเศษก็จะเลือกใช้เซ็ทนี้ค่ะ
เพราะเนื้อครีมมีความข้น และเนื้อหนักพอสมควร ถ้าทาในวันที่อากาศร้อนมากๆ
ผิวเกือบมันแบบนุ่นจะรู้สึกว่ามันมากไปนิดนึง ไม่ค่อยสบายผิวเท่าที่ควร
บางคนอาจชอบเนื้อครีมที่ให้ความชุ่มชื่นมากๆๆ แต่ส่วนตัวแล้วชอบครีมที่เนื้อเบาๆ ซึมเร็ว
วันไหนร้อนมากๆ เลยเลือกหยิบอันอื่นใช้แทนค่ะ

เนื้อครีมของ Day Cream และ Night Cream จะเป็นเนื้อสีขาวข้นเหมือนกันเลยค่ะ
หลังจากที่เราทาเนื้อครีมไปบนผิวแล้ว ครีมบำรุงจะเคลือบผิวเราไว้แล้วค่อยๆซึมสู่ผิวช้าๆ
ใครที่ชอบเนื้อครีมๆหนักๆข้นๆแบบนี้น่าจะถูกใจนะคะ

ผลลัพธ์ที่ได้สำหรับคู่นี้คือ ผิวจะนุ่มและรู้สึกแน่นขึ้นค่ะ
คือไม่ได้รู้สึกในทันที แต่เวลาที่เราสังเกตุผิวตัวเองที่เราต้องสัมผัสอยู่ทุกวัน
ก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนะคะ ไม่ใช่ฟีลที่เห็นผลปุ๊ปปั๊ปอะไรขนาดนั้นค่ะ

นุ่นใช้สองขวดนี้สลับกับครีมตัวอื่นๆมาได้เกือบๆหนึ่งเดือนก็ถือว่าเห็นผลเล็กน้อยนะคะ
คงต้องใช้ต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

จากผิวหน้าก็มาถึงผิวกายกันบ้าง
ช่วงหลังๆ นีเวียเค้าก็ทำครีมบำรุงสำหรับผิวกายออกมาหลายสูตรนะคะ
ซึ่งปกตินุ่นจะใช้พวกกันแดดของเค้าอยู่บ้าง แต่ยอมรับว่าใช้ไม่เคยหมดขวดเลย
เพราะกันแดดส่วนใหญ่เนื้อจะเหนียวหนึบมาก ทาแล้วโดนแดด เหงื่อไหลปุ๊ป เละปั๊ป

แต่  Nivea Body Intensive Moisture Serum Spf25 หลอดนี้เนื้อค่อนข้างเบามาก
ที่ชอบคือซึมเร็ว และไม่ทิ้งความเหนียวไว้ อยู่ในห้องแอร์ก็ชุ่มชื่นผิวดี ออกไปข้างนอกก็กันแดดได้

สำหรับตัวนี้เค้ามีคุณสมบัติในการกักเก็บความชุ่มชื่นของผิวได้ยาวนานหลายชั่วโมง
ช่วยให้ผิวที่แห้งกร้านแห้งลอก ดูอิ่มน้ำมากขึ้น ถึงจะมีสารกันแดดผสมอยู่ แต่ก็ไม่เหนียวเหนอะ

เป็นคนผิวตัวแห้งและเป็นขุยง่ายมาก หลอดนี้เลยถือว่าช่วยได้เยอะเลย
ตอนนี้นุ่นก็ใช้หลอดนี้เป็นประจำ คือเอาทิ้งไว้ที่ออฟฟิศไว้ทาระหว่างวันกับช่วงพักเที่ยงด้วย

สำหรับทั้งสามชิ้นนี้นุ่นคิดว่าเหมาะกับน้องๆนักศึกษามาก เพราะราคาไม่แพงเกินไป
และให้ผลการใช้ที่ดี ยิ่งน้องๆเด็กๆที่ผิวดีอยู่แล้ว เราเลือกใช้ครีมบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิว
จะช่วยดูแลผิวเราให้ดีขึ้นนะคะ ดูแลกันตั้งแต่ตอนนี้ จะได้มีผิวสวยกันไปนานๆค่ะ

ท้ายสุดต้องขอบคุณทางแบรนด์ Nivea ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ลองใช้ด้วยนะคะ

Nivea Visage Double Effect Eye Make-Up Remover


วันนี้ขอหยิบเอาผลิตภัณฑ์ล้าง Makeup ของแบรนด์ Nivea มาแนะนำให้เพื่อนได้รู้จักกันค่ะ

ปกตินีเวียเค้าจะทำแต่ skincare เป็นส่วนใหญ่นะคะ

เพิ่งเห็นว่ามี Eye Make-Up Remove ออกมาวางขายด้วย

ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองใช้ ต้องลองกันสักหน่อยละ

 …

Nivea Visage Double Effect Eye Make-Up Remover

เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรอบดวงตา ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ

เพื่อความอ่อนโยนต่อผิวอันบอบบางบริเวณรอบดวงตาค่ะ

สามารถใช้ได้กับเครื่องสำอางที่เป็นสูตรกันน้ำและติดทนนาน

ซึ่งขวดนี้เค้าก็ผลิตออกมาให้เหมาะกับทุกสภาพผิว

สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอาการระคายเคือง

ขวดนี้ใหญ่พอสมควรนะคะ มีปริมาณถึง 125 ml หลังจากเปิดแล้วมีอายุใช้งาน 6 เดือนค่ะ

แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้าสาวๆท่านไหนแต่งหน้าเป็นประจำทุกๆวัน

น่าจะใช้ได้ทันเวลาก่อนหมดอายุค่ะ

ลองแต่งตาแบบจัดเต็มเพื่อทดสอบประสิทธิภาพให้ดูกันค่ะ

ในรูปนี้ใช้อายแชโดว์สีโทนเข้ม มีกลิตเตอร์เนื้อละเอียด มีไลน์เนอร์แบบกันน้ำ

และปัดมาสคาร่ากันน้ำ 2-3 รอบเลย ถือว่าจัดเต็มเลยล่ะค่ะ

อันดับแรกคือ เราต้องเขย่าขวดจนน้ำและน้ำมันรวมกันเป็นเนื้อเดียว

เท Eye Make-Up Remove ประมาณ 3-4 หยดให้ทั่วสำลี

จากนั้นก็โปะทิ้งไว้สัก 10 วินาที แล้วเอาสำลีออกโดยไม่ได้ลูบเลยค่ะ

ในส่วนที่เป็นสีม่วงๆนั่นคือแปะไว้เฉยๆ จะเห็นว่าสีสันของอายแชโดว์และมาสคาร่าหลุดออกเยอะเลย

เรียกว่าสีสันที่เราลงไว้หลุดออกไปถึง 70% เลยล่ะค่ะ

ส่วนคราบดำๆที่เห็นอีกฝั่งหนึ่งนั่นคือ เช็ดคราบที่เหลืออยู่ออก แป๊ปเดียวเกลี้ยงค่ะ

อันนี้คือเช็ดเฉพาะอายแชโดว์จะเห็นว่าแค่หยดสำลีเพียงเล็กน้อย

อายแชโดว์ที่ทาไว้บนเปลือกตาก็หลุดออกหมดเกลี้ยงเลยค่ะ

เหลือแค่บริเวณ Inner Liner ที่ต้องใช้คอตตอนบัดเช็ดตามทีหลังให้หมดจดเรียบร้อย

สรุปการใช้งาน นุ่นถือว่าขวดนี้ทำความสะอาดได้สะอาดดีทีเดียวค่ะ

และยังใช้ในปริมาณที่ไม่ต้องมากมายอีกด้วย

Color Swatch Maybelline JEWELS Colorsensational


 …

ได้รับกิฟท์เซ็ตสวยๆจาก Maybelline เป็นลิปตระกูล Colorsensational ที่เม็ดสีจัดจ้านมาก
รุ่นนี้เค้าใช้อัญมณีมาเป็นธีมในการคิดค้นสีใหม่ๆขึ้นมาด้วยค่ะ รุ่นนี้เลยมีชื่อว่า The Jewels
ที่จับเอาสีสันของอัญมณีสีสันสวยงามมาไว้บนเรียวปากสวยๆของสาวๆค่ะ

รุ่นนี้เค้าดีไซน์ปลอกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้แวววาว ดูสวยงามขึ้นกว่าเดิมด้วยนะคะ
แต่ตอนเปิดปลอกลิปครั้งแรกรู้สึกว่าเปิดยากกว่ารุ่นเก่านิดนึง พอเปิดบ่อยๆก็เริ่มเข้าที่ละ

ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองใช้ทั้งหมดสามเบอร์ สามสีที่สวยกันไปคนละแบบเลยค่ะ
ไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละสีจะสวยแค่ไหน

ถ้าดูจากแท่งจะเห็นว่าทั้งสามสีจะมาในโทนที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันนะคะ
แต่ปาดออกมาแล้วจะเห็นสีสันที่ต่างกันชัดเจนเลยค่ะ

ปาดเนื้อสีให้เห็นกันไปเลยว่าแต่ละสีเม็สีแน่นสวยขนาดไหน

สำหรับสีแรก Pink Tourmaline เป็นสีชมพูที่มีประกายชิมเมอร์วาวละเอียด
สีนี้ทาแล้วปากจะแลดูอวบอิ่มเพราะประกายชิมเมอร์แวววาวนี่เอง สีหวานสวยทีเดียว

ส่วนสีแดงราวกับทับทิมเม็ดงาม สวยสมชื่อ Rubylicious สีนี้ เป็นสีแดงที่สดมากกกกกกก
ทาแล้วช่วยขับผิวเราให้ดูสว่างวาบเลยค่ะ สาวผิวขาวทาแล้วจะสวยโดดเด่นมากๆ

ส่วนสีสุดท้ายเป็สีที่ชอบมากที่สุด สี Berry Brilliant สีชมพูอมม่วงแบบนี้
สีนี้ทาได้ดีกับสาวทุกสีผิวเลยนะคะ สาวผิวแทนๆทาสีนี้แล้วสวยมากๆด้วย

ลิปรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ให้ความฉ่ำ และเม็ดสีที่ชัดมากๆเลยค่ะ
โดยเฉพาะสองสีสุดท้ายติดทนทีเดียว คือผ่านไปหลายชั่วโมง ทานขนมจิบน้ำ
สีอาจจะจางลง แต่สีไม่หลุดหายและยังติดทนอยู่นะคะ สิ่งที่หายคือความครีมมี่ของเนื้อลิป
แต่เม็ดสียังฝังแน่นติดทนอยู่เลย เพราะฉนั้นก็ต้องทำความสะอาดกันให้ชัวร์ว่าคราบลิปหมดจดจริงๆ

สำหรับใครที่สนใจก็อย่าลืมแวะไปเทสต์สีสันที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ
คนที่กำลังมองหาลิปสติกที่เม็ดสีแน่น ติดทน ใช้แล้วปากไม่แห้ง แนะนำรุ่นนี้เลยค่ะ

Pond’s Flawless White Naturals


 

สวัสดีค่ะ วันนี้มีของใหม่มาอัพเดทกันอีกแล้ว
Pond’s Flawless White Naturals เป็นผลิตภัณฑ์อีกไลน์หนึ่งของพอนด์สค่ะ
จริงๆรุ่นนี้ก็ออกวางจำหน่ายมานานแล้วเหมือนกันนะคะ แต่ยังไม่ค่อยเห็นใครหยิบมารีวิวเท่าไหร่
นุ่นมีโอกาสได้ลองใช้มาสักพักแล้ว วันนี้เลยขอมาบอกเล่าผลการใช้ให้ทราบกันค่ะ

สำหรับสองชิ้นที่จะพูดถึงในวันนี้คือ
Pond’s Flawless White Naturals Day Cream
และ Pond’s Flawless White Naturals Gental Exfoliating Foam

ซึ่งส่วนผสมหลักๆใน Pond’s Flawless White Naturals ทั้งสองชิ้นนี้ก็คือ “ใบคามิเลีย”
ที่สกัดจากส่วนที่ดีที่สุดของใบคามิเลียทำหน้าที่ประสานประสิทธิภาพกับวิตามิน E วิตามิน B3
ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ เผยผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างอ่อนโยนและเป็นธรรมชาติ
พร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดด ช่วยไม่ให้ผิวกลับไปหมองคล้ำอีก

ซึ่งใบคามิเลียจะทำหน้าที่ช่วยลดเลือนความหมองคล้ำและจุดด่างดำ ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส
ส่วนวิตามิน E ทำหน้าที่ฟื้นบำรุงผิวให้แลดูสวยและสุขภาพดี
ส่วนผสมตัวสุดท้าคือวิตามินบีสาม จะช่วยเผยผิวให้กระจ่างใส อย่างเป็นธรรมชาติ

ทีนี้เราก็มาทำความรู้จักเจ้าใบคามิเลีย (Camellia leaf) กันสักนิดนะคะ
ใบคามิเลีย จัดเป็นสายพันธุ์พืชชนิดหนึ่งจากเทือกเขาหิมาลัยที่มีโพลีฟีนอลส์
สารแอนตี้ออกซิแด๊นท์ชนิด EGCG (Epigallocatechin-3-Gallate)อันทรงประสิทธิภาพทางด้านความงาม
โดยถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมหลักที่สำคัญของชุดผลิตภัณฑ์พอนด์ส ฟลอเลสไวท์ เนเชอรัลส์
ด้วยคุณสมบัติเด่นในเรื่องการลดเลือนความหมองคล้ำของผิวพรรณ
โดยเมื่อเซลล์ผิวเก่าถูกขัดออกหรือลอกออกโดยธรรมชาติผ่านกระบวนการชำระล้าง
สารสกัดในใบคามิเลียจะซึมซาบเข้าบำรุงเพื่อช่วยเผยผิวสวยกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติพร้อมกับลดเลือนจุดด่างดำ

ขอพูดถึง Pond’s Flawless White Naturals Day Creamกันก่อนนะคะ
ขวดนี้เป็นขนาด 50 กรัม ราคา 229 บาท
เป็นครีมบำรุงผิวสำหรับช่วงเช้า ใช้บำรุงผิวก่อนแต่งหน้า เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น
และถ้าใช้เป็นประจำต่อเนื่อง ผิวจะดูสว่างใสขึ้น และผิวจะเนียนนุ่ม แลดูเป็นสาวที่มีสุขภาพผิวดี

เปิดขวดให้ดูว่าเค้ามีฝาพลาสติกปิดอีกชั้นเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่จะปนเปื้อนในเนื้อครีมด้วย
แพคเกจเป็นขวดแก้วดีไซน์เก๋ ฝาบิดเกลียวปิดล็อกสนิทแน่นหนาดีค่ะ

เนื้อครีมของ Pond’s Flawless White Naturals Day Cream รุ่นนี้มีความเข้มข้น
เนื้อสัมผัสค่อนข้างเหนียว แต่ซึมเร็ว คือทาแล้วทำอะไรเพลินๆสักพักก็ซึมแล้วค่ะ
ใครที่คิดว่าจะต้องเหนียวเหนอหนะแน่ๆ ก็สบายใจได้เลยว่ารุ่นนี้ไม่ทิ้งความเหนียวให้รำคาญผิวเลย
ครีมรุ่นนี้จะผสมน้ำหอมด้วย กลิ่นไม่ฉุนมาก หอมอ่อนๆกำลังดีค่ะ

รุ่นนี้ค่อนข้างให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดีทีเดียวนะคะ คนที่ผิวแห้งเหมาะมากๆเลย
ส่วนคนที่ผสมหรือคนที่ผิวมันก็ใช้ได้ค่ะ เพราะไม่ทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้นเลย
ถ้าใครที่ไม่ได้แต่งหน้าลงบำรุงแล้วลงแป้งฝุ่นต่อก็ได้ค่ะ
แต่ถ้าในกรณีที่ต้องเจอแดดแรงๆอย่าลืมลงกันแดดเพิ่มด้วยนะคะ


อีกชิ้นคือ Pond’s Flawless White Naturals Gental Exfoliating Foam
โฟมล้างหน้าที่ช่วยขจัดความมันและสิ่งสกปรกบนใบหน้า
พร้อมกับมีเม็ดบีดส์ที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อสภาพออก ทำให้ใบหน้าดูสว่างสดใส
หลอดนี้ราคา 109 บาท ใช้ได้นานหลายเดือนเลยค่ะ

เนื้อโฟมล้างหน้าของพอนด์สเกือบทุกรุ่นที่เคยใช้จะมีเนื้อที่ค่อนข้างแน่นและเนียน
ในรุ่นที่มีเม็ดบีดส์ เจ้าตัวเม็ดบีดส์ก็จะมีขนาดเล็ก ไม่ใหญ่จนทำร้ายผิวหน้ามากเกินไป


โฟมรุ่นนี้มีกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนกับเราล้างหน้าอยู่ในสวนดอกไม้เลยค่ะ
เม็ดบีดส์สีฟ้าขนาดเล็กมากๆ ละเอียดกลมกลืนไปกับเนื้อโฟม
ล้างหน้าได้สะอาดหมดจดดี หลังล้างหน้ารู้สึกผิวสะอาด แต่ไม่แห้งตึงเลย
เคล็ดลับสำคัญคือ หลังล้างหน้าแล้วเราควรเช็ดผิวแค่หมาดๆ แล้วลงครีมบำรุงทันที
วิธีนี้จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้ยาวนาน และริ้วรอยก็จะมาเยือนเราช้าลงค่ะ


แต่เราควรล้างหน้าด้วยโฟมที่มีเม็ดบีดส์สครับหน้าแบบนี้อาทิตย์ละครั้งก็พอนะคะ
เพราะ้าใช้ทุกวันจะเป็นการรุนแรงกับผิวหน้า และก่อให้เกิดริ้วรอยมากขึ้นด้วย

สำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งสองชิ้นนี้เน้นในเรื่องช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใส
ถ้าจะให้เห็นผลที่ชัดเจนเราจำเป็นต้องใช้ต่อเนนื่องเป็นประจำนะคะ จะได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ


สาวๆท่านไหนที่สนใจ ลองแวะไปทดลองผลิตภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์กันดูนะคะ
ราคาทั้งสองชิ้นนี้ก็ไม่สูงมาก สามารถซื้อได้ในราคาสบายกระเป๋าเลยค่ะ