Maybelline Lashionista Mascara


ได้มาสคาร่ารุ่นใหม่จาก Maybelline Newyork มาลองค่ะ เลยเก็บข้อมูลมาแชร์ให้เพื่อนๆซะเลย

ซึ่งรุ่นนี้เค้ามีคำโปรยสินค้าไว้น่าสนใจดังนี้
1. ขนตายาวไร้ขีดจำกัด ต่อขนตาด้วยไฟเบอร์ยาว 4 มม.
เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น กับไฟเบอร์ สูตรพิเศษยาวกว่าไฟเบอร์ทั่วไปถึง 2 เท่า

2. งอนเด้งไม่มีตก ฟิล์มสูตรเบาเฉพาะ ต้านแรงโน้มถ่วง
ปัดขนตาให้ยาวขึ้นได้เรื่อยๆ ไม่มียั้ง โดยไม่ทำให้ขนตาตก
ด้วยส่วนผสมของมาสคาร่าที่เบาพิเศษปัดเท่าไรก็ไม่จับตัวเป็นก้อน

3. สวยนาน 24 ชั่วโมง ไม่เลอะเปื้อน แต่ล้างออกง่ายด้วยน้ำเปล่า ไม่ต้องใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์
เคลือบขนตาด้วยเนื้อฟิล์มแบบต่อขนตายาว สีดำขลับ เงางามเป็นประกาย ให้ขนตาสวยยาวนาน

4. ปัดเรียบไร้ที่ติ แปรงปัดพิเศษ เข้าถึงขนตาเส้นต่อเส้น
ออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับรูปดวงตา และลักษณะขนตาของผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะ

สำหรับขนแปรงมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ปัดได้ง่ายและทั่วทั้งขนตาดี
แต่ถ้าใครชอบปัดขนตาล่างอาจจะลำบากนิดหนึ่งค่ะ เพราะจะเลอะง่ายมาก
เส้นใยไฟเบอร์นี่นานๆไปก็มีเริ่มจับเป็นก้อนบ้าง ต้องคอยเช็ดด้วยทิชชู่อยู่บ่อยๆ

มาดูขนตาก่อนปัดมาสคาร่ากันซะก่อน
นุ่นเป็นคนขนตาบางและสั้นมากกกก สั้นไม่พอยังทิ่มลงอีกด้วย ไม่งอนเด้งแม้แต่นิดเดียว
เพราะฉนั้น สิ่งที่ต้องการจากมาสคาร่าคือ เพิ่มขนตาให้ยาวขึ้น หนาขึ้น และงอนได้ทั้งวัน

และเมื่อปัดด้วย Maybelline Lashionista Mascara แล้ว ผลที่ได้คือ
ขนตายาวขึ้นจากเดิมเล็กน้อย ไม่จับเป็นก้อนในการปัดครั้งแรกและครั้งที่สอง
ขนตาไม่งอน แถมยังตกทันทีเลย (คนที่ขนตายาวๆไม่แน่ใจว่างอนเด้งกว่านี้รึเปล่านะคะ)

ความคงทนนี่ถือว่าสอบผ่านอยู่ค่ะ เพราะนุ่นเป็นคนหนังตาค่อนข้างมัน
แต่ก็ไม่ประสบปัญหาแพนด้า หรือเลอะเปื้อนระหว่างวัน

สรุปโดยส่วนตัวคิดว่า คนขนตาสั้นน่าจะไม่เหมาะกับรุ่นนี้ เพราะไม่เด้ง ไม่ยาว ไม่งอนเอาซะเลย
แต่ถ้าใครที่ชอบความติดทน ไม่เลอะ ไม่แพนด้า ก็ได้อยู่คะ

อีกวันลองหยิบ Maybelline Falsies ตัวโปรดมาปัดเป็นเบสก่อนลงตัว Lashionista ดูบ้าง
เพราะรุ่น Falsies เป็นรุ่นที่ปลื้มมาก เนื่องจากปัดแล้วขนตาเด้งทั้งวันไม่มีตก ชอบมากๆ

ผลคือพอได้เจ้า Falsies มาช่วย ขนตาก็เด้งอยู่ได้ทั้งวันจริงๆ ขนตาแลดูหนาและยาวขึ้น
ถ้าจะใช้ตัว Lashionista นุ่นคงต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ค่ะ

แต่จุดเด่นของ Lashionista คือ ล้างออกง่ายมากกก แปะรีมูฟเวอร์แป๊ปเดียวก็หลุดแล้ว
จะเห็นว่าใยไฟเบอร์ของเค้ารุ่นออกมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเลย

ต้องขอบอกอีกนิดว่าผลการใช้งานเป็นผลเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ทุกคน
ถ้าใครแอบสนใจตัวนี้อยู่ ลองอ่านรีวิวจากหลายๆ user จะได้เห็นความแตกต่างจากผลการใช้เนอะ
คนขนตาสั้น ตก กุด อาจจะไม่เหมาะ แต่อาจจะเวิร์คกับคนที่ขนตายาว งอนเด้งก็ได้ค่ะ

คราวหน้าจะมีอะไรใหม่ๆอัพเดทกันอีก แวะมาเยี่ยมเยียนที่บล็อกกันดูนะคะ
ขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาทักทายค่า

Tutorial : Hey Boy


….

….

ตั้งใจจะทำฮาวทูฝึกทักษะการแต่งหน้าเก็บไว้ดูบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำสักที มัวแต่ติดเกมส์

เลยไปหยิบฮาวทูเก่าๆที่เคยทำมาแปะสักหน่อย

สำหรับฮาวทูนี้เป็นอันแรกๆที่หัดแต่งหน้าเลยก็ว่าได้ นานหลายปีมากแล้วค่ะ

อารมณ์นึกสนุก ทำเอาฮาเอามันส์ สาระไม่มี เทคนิคบ้านๆ ใครๆก็ทำได้

ขั้นตอนก็อย่างที่เห็น ง่ายและมั่วมาก แต่กลับมีคนชอบเยอะมาก

ถือว่าเป็นอันที่ทำแล้วประทับใจตัวเองมากที่บ้าบอได้ขนาดนี้

(จริงๆเป็นคนเรียร้อยนะ แม้ในภาพด้านล่างอาจจะค้านสายตาไปบ้าง..ฮ่าๆๆ)

ใครเซ็งๆ มึนๆ อยากแก้เครียดก็เปิดดูได้นะคะ

….

….

วันนี้นึกสนุก ทำฮาทูขำๆมาให้ดูกัน ขอย้ำว่า ไม่มีสาระอะไรเลยนะคะ เน้นฮาอย่างเดียว

เริ่มกันเลยจ้า คำบรรยายในภาพเลยน๊า

….

….

อุปกรณ์ที่ใช้มีแค่นี้เองค่ะ ไม่ต้องใช้เยอะแยะเลย

….

….

หน้าตาก่อนแต่ง ยังไม่ได้แปลงเพศ ง่วงนิดๆด้วย
ขั้นตอนการแต่งแสนง่าย รวดเร็วและกระชับค่ะ

….

….

….

….

ตอนนี้ยังสาวอยู่…ยังไม่แมนเต็มขั้น

….

….

ใช้เจ้าพาเลททาคิ้วอันเดียวนี่ล่ะ..ไม่ต้องคิดมาก

….

….

อย่าหนักมือ เพราะจะกลายเป็นขวานฟ้าหน้าดำแทน

….

….

ดั้งมา คิ้วมา เริ่มเข้มละ

….

….

เสร็จเรียบร้อย ออกมาเป็นแบบนี้…Hey!  What’s up..Yo!!

….

….

….

ตกลงควรจะแมน หรือ สาวดี

….

….

ช่างกล้า -*-

….

….

อืม..ม..ม..

….

….

เอ่อ…ไม่รู้จะบรรยายอะไรจริงๆ –”

….

….

….

….

ตามนั้น

Color Swatch : MayBelline Water Shine Pure Dreamy


สวัสดีค่า วันนี้หยิบลิปสติกที่ได้มาใหม่ล่าสุดจาก Maybelline มาปาดสีให้ดูกันค่ะ
MayBelline Water Shine Pure Dreamy Collection ชื่อยาวมา
ถ้าให้จำกันง่ายๆ ก็ MayBelline Water Shine โลดค่ะ
ลิปรุ่นนี้เป็นลิปสติกที่คุณภาพดี ราคาไม่แพง โดยส่วนตัวใช้แล้วถูกใจมากๆค่ะ
ปกติจะชอบซื้อแต่สีโทนนู้ดๆ หลังๆแบรนด์ส่งสีอื่นๆมาให้ลอง เริ่มติดใจโทนสีสันบ้างแล้ว

ในครั้งนี้สีที่ได้มามีสองโทนสีด้วยกัน คือสีชมพู และสีนู้ดอมน้ำตาล
สำหรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ของลิปรุ่นนี้ ทางแบรนด์เค้าเคลมไว้ว่า

…ด้วยคุณสมบัติสุดเลิศอย่าง Aqua-Shine สีสันเปล่งประกายแวววาว
แลดูชุ่มชื่นดุจน้ำบริสุทธ์ Aqua-Color สีสันแววาวสดใส
และ Aqua-Feel ด้วยส่วนผสมของน้ำพุธรรมชาติ เพิ่มความชุ่มชื่นแก่ริมฝีปากถึงขีดสุด
สัมผัสเบาสบายเนียนนุ่มหลังการทาช่วยเติมเต็มให้ริมฝีปากดูเอิบอิ่ม….

ซึ่งรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ก็ขายดีมากๆในญี่ปุ่นด้วย สาวๆญี่ปุ่นเค้าชอบปากอิ่มกันอ่ะเนอะ

มาดูสีแรกกันก่อน อันนี้เป็นเบอร์ 203 โทนน้ำตาลนู้ดๆ สีสวยมาก
ก่อนหน้านี้เคยซื้อรุ่นนี้เบอร์ 202 มาใช้ก็ถูกใจมากๆ เพราะเป็นสีโทนน้ำตาลนู้ดๆ แต่จะเข้มกว่านี้นิดนึง
มาเจอสีนี้ซึ่งก็ถูกใจอีก เพราะสีจะดูเป็นธรรมชาติมากๆ เข้มกว่าสีปากตามธรรมชาติของเรานิดเดียว

สำหรับอีกสีเป็นสีโทนชมพูเรื่อๆ
สีนี้ค่อนข้างจะเหมาะกับคนที่พื้นปากเดิมสีชมพูดูสุขภาพดี
ทาสีนี้ออกมาจะยิ่งสวย เพราะสีลิปดูชมพูหวานชุ่มฉ่ำ ทาแล้วอิ่มเอิบกันไปเลยทีเดียว
แต่คนที่พื้นปากสีเข้มทาสีนี้ก็ยังถือว่ายังได้อยู่ สีสวยไม่ลอยไม่โดดจนหมดความมั่นใจกันซะก่อน

เปรียบเทียบสองสีแบบชัดๆว่าคนละโทน คนผิวขาว หรือสาวผิวเข้ม จัดไปคนละเบอร์ได้เลย
รุ่นนี้เค้าออกมาสามสีนะคะ แต่นุ่นได้ลองสองสี ไม่แน่ใจว่าอีกสีจะออกโทนไหน
ต้องลองแวะไปที่เคาน์เตอร์ดูสักหน่อย เพราะสองสีนี้ก็สวยอยู่ อีกสีหนึ่งน่าจะสวยไม่แพ้กัน

ลองทาดูแล้วต้องบอกว่าเนื้อลิปฉ่ำน้ำดีมากๆ ช่วยให้ปากดูอิ่มสวยทันที สมชื่อรุ่น Water Shine เลย
เม็ดสีชัดกำลังดี กลบสีปากเดิมได้สนิท ใครที่ไม่มีปัญหาปากลอกแบบนุ่นทาแล้วยิ่งดูสวยค่ะ
โดยส่วนตัวนุ่นว่าสีแบบนี้ทาได้บ่อย ใช้ได้ทุกโอกาส เพราะสีค่อนข้างเป็นธรรมชาติดีนะคะ

(ขออภัยหน้าบวมและมันไปนิด เพิ่งกลับถึงบ้านก็ลองทาเลยค่ะ)
สองสี สองอารมณ์เลยค่ะ ใครชอบสีไหนลองแวะไปดูที่เคาน์เตอร์กันนะคะ
สำหรับลิปรุ่นนี้ราคาไม่แพงเลยนะคะ 199- เอง นุ่นเคยซื้อตอนมีโปรประมาณไม่เกิน 159- ถูกลงไปอีก
ถ้าใครอยากได้ลิปราคาเบาๆ สีสันดูเป็นธรรมชาติ รุ่นนี้น่าจะมีติดกระเป๋านะคะ

คราวหน้าจะมีอะไรใหม่ๆอัพเดทกันอีก แวะมาเยี่ยมเยียนที่บล็อกกันดูนะคะ
ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆที่แวะมาทักทายกันด้วยค่า

Bisous Bisous Love in Leopard Lip # 04 Tom Cat


เปิดแมกกาซีนเล่มไหนๆ ก็จะเห็นว่าลิปสีสีชมพูกำลังมาแรง
วันนี้เลยหยิบลิปสีชมพูจากแบรนด์ Bisous Bisous มาปาดสีให้ดูกันค่ะ

สำหรับลิปรุ่นนี้ของบีซูบีซูเป็นรุ่น Love in Leopard เบอร์ 4 สี Tom Cat
แพคเกจรุ่นนี้น่ารักมาก เพราะเป็นลายเสือและลายลูกไม้อยู่ด้วยกัน
เห็นแบบนี้ต้องเรียกว่าเป็นลิปของสาวหวานซ่อนเปรี้ยวเลยทีเดียว

ลองปาดสีที่ท้องแขนดูจะเห็นว่าเป็นสีชมพูที่ไม่เข้มมาก สวยกำลังดีเลยค่ะ
มีประกายชิมเมอร์ละเอียดพอให้ริมฝีปากดูมีมิติอวบอิ่มนิดๆ
เนื้อลิปเป็นเนื้อครีมที่มีเม็ดสีชัดเจน ให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปากด้วย

ปาดสีแล้วซูมให้ดูกันใกล้ๆเนื้อสีเรียบเนียนละเอียดทีเดียว
จากรูปนุ่นปาดจากแท่งเลย แต่ถ้าบาดสีบนพายแล้วขยี้สีอีกนิด จะได้สีที่สวยฉ่ำกว่านี้ค่ะ

สำหรับใครที่นิยมชมชอบลิปสีชมพู ก็ลองมองตัวนี้ไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกก็ได้นะคะ
เพราะถือว่าเป็นลิปสติกคุณภาพดี ราคากลางๆ หาซื้อไม่ยากด้วยค่ะ
วันนี้รีวิวแบบสั้นๆ กระฉับ ไม่เยิ่นเย้อไว้แค่นี้ก่อนนะคะ
คราวหน้ามีอะไรน่าสนใจจะแวะมาอัพเดทกันใหม่ค่า

Sabina Maggie Mae ชุดชั้นในสำหรับสาวคัพใหญ่


วันนี้ขออัพเดทเรื่องลับฉบับส่วนตั๊ว…ส่วนตัวของสาวๆกันสักหน่อยค่ะ
(หนุ่มๆเปิดมาเจออย่าเพิ่งตกใจนะคะ…เก็บข้อมูลไปฝากคุณแฟนที่บ้านได้ค่ะ)
วันนี้จะขอมาพูดคุยเรื่องชุดชั้นในของสาวๆกันบ้าง วันนี้มีแฟชั่นชุดชั้นในมาฝากกันค่ะ

ซึ่งบรารุ่นใหม่ที่จะมาแนะนำกันในวันนี้ เป็นแบรนด์ที่รู้จักกันดี คือ Sabina นั่นเอง
ทางแบรนด์เค้าส่งผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดมาให้เราพิสูจน์ความนุ่มสบายด้วยตัวเองเลยล่ะค่ะ

“Sabina Maggie Mae Collection” ชุดชั้นในสีสันสดใสรับซัมเมอร์ 2012
ที่มาพร้อมกับการดีไซน์และการตัดเย็บที่ทันสมัย มีให้เลือก 2 สไตล์ คือ
แบบคัตติ้ง (Cutting) ที่มีดีเทลในตัวบราพร้อมดีไซน์สุดเก๋ เปรี้ยวซ่า
สีสันสุดร้อนแรง เหมาะกับวัยรุ่นคัพใหญ่ในลุคสาวกวนๆ
และแบบฟองโมลด์(Mold) ที่เน้นทรงสวยได้รูปเพิ่ม Push รูปหัวใจ
ที่จะช่วยเติมเต็มอกให้เข้ารูปสวยยิ่งขึ้น เหมาะกับวัยรุ่นคัพใหญ่ทั้งสไตล์ซุกซนที่แอบคุณหนูนิดๆ

สำหรับรุ่นที่นุ่นเลือกมาคือแบบคัตติ้ง (Cutting) ที่มีดีไซน์สวยเก๋
ชุดชั้นในเป็นทรง ¾ คัพ ฟองน้ำแบบบางตัดต่อ ด้านล่างเป็นผ้า Satin พื้นเทาจุดขาว
ด้านบนลูกไม้โปร่งขอบชมพู Shocking Pink สายแขนพิมพ์ลายทางสีชมพู จุดแต่งโบว์พิมพ์ลาย
กางเกงชั้นในทรง Bikini ด้านหน้าแต่งลูกไม้ระบาย ด้านหลังเป็นผ้า Net สวมใส่สบาย
ไปดูดีเทลแบบใกล้ๆกันกันค่ะ ว่ามีรายละเอียดน่ารัก น่าสนใจขนาดไหน

เขินๆเหมือนกันนะคะเนียะกับการหยิบชั้นในมาโชว์กันแบบนี้
แต่ขอบอกสาวๆทุกคนเลยว่า แม้ชั้นในจะอยู่ด้านใน มีเสื้อผ้าอำพรางอยู่
แต่เชื่อว่าสาวๆหลายๆคนถ้าได้เลือกชั้นในในแบบที่ชอบ สวมใส่สบาย
ชั้นในก็เป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้สาวๆอย่างเราไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะ

ดีเทลเล็กๆน้อยๆแบบนี้ ดึงดูดใจผู้หญิงอย่างเราได้มากเลยนะคะ
ลูกไม้โปร่งกุ๊นด้วยด้ายสีสันสดใส เป็นลูกเล่นที่สาวๆต้องชอบกันแน่ๆค่ะ
แม้แต่คนที่ชอบความเรียบง่าย เห็นจุดเล็กๆน้อยๆแต่แอบเก๋แบบนี้ก็อดไม่ได้แน่ๆค่ะ

ความน่าสนใจอีกอย่างของแบบที่เลือกมาในวันนี้คือ เนื้อผ้าที่เป็นเนื้อซาตินเบาสบายนี่ล่ะค่ะ
เนื้อผ้าซาตินลื่นๆ สามารถสวมใส่เข้ากับเนื้อผ้าทุกชนิด ตะเข็มเก็บเนี้ยบไม่โชว์รอยชั้นในที่ชัดเจน
ที่สำคัญคือเนื้อผ้าซาตินแบบนี้จะไม่เก็บความอับชื้นของเหงื่อเราเพราะระบายอากาศได้ดีด้วย
ปัญหาราดำที่เกิดจากเหงื่อไคลของเราก็ไม่เป็นปัญหา เพราะผ้าซาตินไม่ดูดซับสิ่งสกปรก
ทำให้เราซักทำความสะอาดได้ง่าย แห้งเร็ว เหมาะกับอากาศร้อนๆแบบบ้านเรามากเลยล่ะค่ะ

สายชั้นในสีสันสดใสแบบนี้ ถ้าบังเอิญโผล่พ้นเสื้อเราออกมาก็แทบดูไม่รู้ว่าเป็นชั้นในเลยค่ะ
สาวๆที่ชอบใส่เสื้อสายสปาเก็ตตี้เล็กๆ หรือเสื้อกล้ามตัวหลวม ก็จะได้ลุคสวยเก๋ไปอีกแบบนะคะ
และด้วยยางยืดที่มีคุณภาพ สายเสื้อในก็จะยืดย้วย มีอายุการใช้งานที่ยาวนานค่ะ

สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามบนผลิตภัณฑ์คือ ป้ายหรือฉลากแนะนำวิธีดูแลรักษา (Care Label)
ส่วนใหญ่จะนิยมใช้สัญลักษณ์แสดง การอธิบายหรือแนะนำด้วยภาษา
ดังนั้น เราควรศึกษาเพื่อจะได้เข้าใจสัญลักษณ์และความหมายที่ปรากฏอยู่บนป้ายผ้าเป็นอย่างดี
สิ่งที่จะระบุบนป้ายผ้าหรือฉลากหลักๆก็จะมีด้วยกัน 3 อย่าง คือ

1.ขนาดหรือ เบอร์ของสินค้า เพื่อความสะดวกในการเลือก
2.ชนิดเส้นใยที่ใช้ทำ ผลิตภัณฑ์นั้นเป็นร้อยละ เช่นชิ้นนี้มี โพลีเอสเตอร์ 92% และอิลาสเทน 8%
3.คำแนะนำในการดูแลรักษา ซึ่งแสดงเป็นคำอธิบายด้วยสัญลักษณ์ภาพค่ะ
ชิ้นนี้เรียงลำดับภาพได้ความหมายว่า ซักด้วยมือ/ห้ามอบหรือปั่นแห้งเด็ดขาด/ห้ามรีด/ห้ามอบแห้ง

สิ่งเหล่านี้สำคัญนะคะ เพราะจะทำให้ชั้นในที่เราซื้อมามีอายุการใช้งานอยู่กับเราไปนานๆนั่นเอง

ลองหยิบชั้นในตัวใหม่มาแมทกับเสื้อผ้าให้ดูกันสักนิดนึงเป็นไอเดียให้สาวๆกันค่ะ
สำหรับชั้นในที่มีความเรียบแต่แอบมีสีัสันสดใสในจุดเล็กๆน้อยๆ
เราเลือกเสื้อผ้าสีสันสดใสมาใส่คู่กันได้เลย เพิ่มลูกเล่นด้วยเครื่องประดับชิ้นโปรด
แค่นี้ก็สวยเก๋ ดูสดใสรับซัมเมอร์กันแล้วล่ะค่ะ

ส่งท้ายด้วยการเก็บรักษาชุดชั้นในที่ถูกวิธี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ

ก่อนการซัก ควรแยกชุดชั้นในออกจากชุดชั้นนอก และแยกสีเข้ม-สีอ่อน

ควรซักด้วยน้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอกละลายในน้ำธรรมดา
ไม่ควรใช้สารฟอกขาวทุกชนิดทำความสะอาดชุดชั้นในโดยเด็ดขาด

ไม่ควรขยี้หรือใช้แปรงขัดชุดชั้นในแรงๆ เพราะจะทำให้เสียรูปทรงได้ง่าย

ในบริเวณที่มีคราบสกปรกให้ใช้แปรงขนนุ่มๆถูเบาๆให้สะอาด
จากนั้นให้ล้างชุดชั้นในด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง
ไม่ควรบิดยกทรงโดยเฉพาะแบบมีโครง ควรบีบเบาๆเพื่อให้น้ำออก

ควรตากชุดชั้นในในที่ร่ม และมีลมโกรก แต่ไม่ควรตากไว้ในห้องน้ำหรือที่อับชื้น
ไม่ควรตากชุดชั้นในทุกชนิดให้ถูกแสงแดดโดยตรง เพราะจะทำให้เนื้อผ้าและสีเสื่อมสภาพเร็ว

ไม่ควรเก็บชุดชั้นในไว้ในที่ชื้น หรือที่มีกลิ่นอับเพราะอาจทำให้เกิดเชื้อราบนชุดชั้นใน
และควรวางให้ชุดชั้นในอยู่ในรูปทรงเดิมเพื่อรักษาทรงของชุดชั้นใน

ขอฝากไว้อีกนิดนึงนะคะ เพราะน้องๆหลายคนอาจจะเคยลืม หรือละเลยกับสิ่งเหล่านี้
ชุดชั้นในเป็นสิ่งที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน เพื่อสุขพลานามัยที่ดีไม่ควรใส่ซ้ำถ้าไม่จำเป็น
และไม่ควรใช้ร่วมกับผู้ื่อื่นด้วย เพื่อปกกันโรคทางผิวหนังที่อาจติดต่อกันได้ค่ะ

Origins Plantscription Anti Aging Serum


สำหรับ Plantscription Anti Aging Serum ขวดเขียวๆขวดนี้
เป็นเซรั่มที่ช่วยเรื่องริ้วรอย และเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการเฟื้อนฟูและบำรุงผิว
เพื่อผิวที่ดูกระชับ เรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ แหม..แค่นี้ก็น่าสนใจแล้วนะคะ

และจากกลุ่มอาสาสมัครที่ทดลองใช้ Plantscription Anti Aging Serum รับรองว่า
หลังจากที่ได้ทดลองใช้ ริ้วรอยจะลดเลือนลง ผิวดูกระชับ เรียบเนียนขึ้นภายใน 4 สัปดาห์

ซึ่งนุ่นมีโอกาสได้เข้าเวิร์คช้อปเพื่อทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดตัวนี้ด้วย
โดยการเวิร์คช้อปในครั้งนี้ เค้าจำลองบรรยากาศเหมือนเรากำลังเป็นนักวิทยาศาตร์ในห้องแล็ปเลยค่ะ
เพื่อที่เราจะได้รู้ถึงประสิทธิภาพของ Plantscription Anti Aging Serum ขวดนี้กัน

มาดูอุปกรณ์ในการทดลองวิทยาศาสตร์ความงามในครั้งนี้กันก่อนเลย
คิดถึงอุปกรณ์ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์สมัยเรียน ม.ต้นเลยอ่ะ

ในการทดลองสมมุติว่าผิวเราเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ถูกบีบจนมีริ้วรอยฝังลึก
และเมื่อได้รับการบำรุงด้วย สารสกัดจากธรรมชาติจากต้น Anogeissus (แอนโนเกซิส)
ผลที่ได้คือ ผิวจะนุ่มฟูเหมือนดังฟองน้ำในการทดลองครั้งนี้
น่าสนใจใช่ไม๊ค่ะ เราลองไปทำความรู้จักกับ เจ้าต้น Anogeissus กันสักเล็กน้อยดีกว่าค่ะ

สำหรับเจ้าต้น Anogeissus ที่เป็นสารสกัดหลักใน Plantscription ขวดนี้มีประโยชน์มากมายเลยค่ะ
เพราะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค ต้านเชื้อมาลาเรียและแบคทีเรียในช่องปากได้
ที่สำคัญคือ สามารถกระตุ้นการผลิตเส้นใยตามธรรมชาติในชั้นผิวของเรา
ช่วยให้ผิวฟื้นตัว และรักษาความสมดุลของผิวจากภายใน
ริ้วรอย ร่องลึกต่างๆจึงจางลง ผิวยกกระชับ แข็งแรง
ซึ่งนับว่าเป็นคุณสมบัติจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างน่าทึ่งเลยล่ะค่ะ

และเมื่อนำมาใช้เกี่ยวกับการดูแลและบำรุงผิว ก็จะเกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจดังที่กล่าวมาทั้งหมดค่ะ

ใครสนใจ Origins Plantscription Anti Aging Serum ขวดนี้
ก็สามารถแวะไปเมียงมองที่เคานท์เตอร์กันได้ค่ะ

L’Oreal Color Riche Ultra Rouge


ใครที่มองหาลิปสติกที่ให้สีชัดสวย แต่ราคาไม่แพง แนะนำนี่เลยค่ะ

L’Oreal Color Riche Ultra Rouge เป็นลิปรุ่นที่ให้สีสันชัดแจ่มมากค่ะ

เพราะมีเม็ดสีที่ค่อนข้างเข้มชัดมากๆ ถ้าไม่แต่งหน้านี่สีจะเด่นโดดออกมาเลย

วันนี้มีมาเห่อให้ดูกันสองสีค่ะ

เนื้อลิปสติกเป็นแบบเนื้อซาตินกึ่งแมตต์ ดูชุ่มฉ่ำไม่แห้งจนเกินไป
ส่วนสีค่อนข้างจะเพี้ยนตามสภาพแสงยามเย็นไปนิดนึงนะคะ
สี Sea Fleur จะสดเข้มกว่าในรูปและมีเหลือบนิดๆ กำลงสวยเลย
ส่วนสี Volcanic จะสว่างสดออกแดงอมส้มมากๆ
ทั้งสองสีทาออกมาเรียบเนียนสวย มีกลิ่นหอมนิดๆด้วยค่ะ

ใครชอบหรือสนใจก็ลองแวะดูตามเคาน์ทเตอร์กันได้เลยนะคะ

สนนราคาอยู่ที่แท่งละประมาณ 350 บาทค่ะ

ปล.หนวดเยอะไปนิดนึง ขออภัยค่ะ

AVON ULTRA COLOR RICH MEGA IMPACT LIPSTICK


เชื่อว่าสาวๆหลายคนต้องมีลิปสติกพกติดตัวอย่างน้อยก็คนละหนึ่งแท่งใช่ไม๊คะ
แต่พอกลับไปดูที่บ้าน ก็คงมีกันไม่ต่ำกว่าสองสามแท่งแน่เลย
หลายคนก็คงซื้อแต่สีเดิมๆที่เราเคยชิน หรือลองซื้อสีแปลกๆมาใช้ดูบ้าง
อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะคะ ว่าชอบสีโทนไหนยังไง

ตอนนี้นุ่นได้ลิปรุ่นใหม่มาหลายแท่ง เลยอยากรีวิวให้เพื่อนๆได้รู้จักกันซะหน่อยค่ะ
สำหรับลิปรุ่นนี้คือ AVON ULTRA COLOR RICH MEGA IMPACT LIPSTICK (ชื่อยาวมากก)
ซึ่งเป็นลิปรุ่นใหม่ล่าสุดของ AVON ที่ทำออกมาให้เราได้เลือกใช้ถึง 8 สีเลยค่ะ

ลิปรุ่นนี้ทำออกมาดูสวยและทันสมัยมากๆเลยค่ะ
เค้าทำแท่งของลิปสติกทำออกมาเหมือนกับแท่งปริซึมที่ดูมีมิติทุกมุมมอง

สำหรับลิปรุ่นนี้สิ่งที่พิเศษของเค้าก็คือ
ผลิตด้วยเทคโนโลยีโครมาพิกเซล (Chromapixel Technology)
ที่ช่วยในการกระจายตัวและเพิ่มความคมชัดของเม็ดสี
ทำให้เกิดการขยายพื้นที่ของเนื้อสีและจับคู่เม็ดสีอย่างละเอียดเม็ดต่อเม็ด
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ลิปสติกเนื้อครีม แวววาว เมื่อทาแล้วให้สีสดชัดกว่าที่เคย
(อันนี้เป็นข้อมูลจากเวบไซต์ของตัวผลิตภัณฑ์ค่ะ)

ผลจากการทดลองใช้ของนุ่น รู้สึกว่าลิปรุ่นนี้ค่อนข้างจะให้ความชุ่มชื่นทีเดียว
เนื้อลิปนุ่มลื่น ปาดง่าย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนแบบกลิ่นเคมี
ให้สีที่ค่อนข้างชัดเจนทีเดียวค่ะ ไม่มีปัญหาลิปไม่ตกร่องปากด้วย
และในลิปทุกสีก็จะมีกลิตเตอร์เล็กๆผสมอยู่ในเนื้อลิปด้วย จะเห็นความวิบวับนิดๆ
แนะนำให้ใช้ Remover ในการเช็ดริมฝีปากด้วยนะคะ จะได้ไม่มีกลิตเตอร์ตกค้าง

ลองไปดูแต่ละสีแบบชัดๆกันเลยนะคะ ว่าเป็นยังไงบ้าง
(ต้องขออภัย หนวดเยอะไปนิด กรุณามองข้ามไปได้เลยนะคะ)

สีแรก C300 – Charged Cherry เป็นสีแดงค่อนไปทางอมชมพูค่ะ ไม่สดจัดจ้านเกินไป

C02 – Fuchsia Fun สีนี้เป็นสีชมพูที่ดูสดใส ใครชอบสีชมพูสีนี้แนะนำค่ะ

ต่อมาเป็นสี C502 – Brilliant Brown สีออกน้ำตาลเจือประกายทองนิดๆ วิบวับกำลังสวยค่ะ

ส่วนสี C401 – Kicked Up Coral เป็นสีส้มอมน้ำตาลนิด แต่มีประกายวิ้งซ่อนอยู่ด้วยค่ะ

C301 – Rockin Red เป็นสีเหมือนสีเปลือกมงคุดเลยค่ะ ออกแดงอมม่วงเข้มๆ

สีแดงแรงฤิทธิ์ต้องสีนี้เลย C100 – Really Rosy แดงสดใสจริงๆค่ะ

C01 – Pink Pop เป็นสีที่ชอบที่สุดเลยค่ะ สีชมพูประกายทอง ทาแล้วดูเป็นธรรมชาติมากๆ

สีสุดท้ายสี C101 – Brilliant Berry เป็นสีแดงเข้มอมน้ำตาลนิดๆ สวยกำลังดีค่ะ

ดูสีด้านบนแล้วตาลายไปไม๊คะเนียะ นุ่นเลยรวมรูปแต่ละสีให้ดูกันอีกทีค่ะ


ส่วนรูปนี้นุ่นใช้สี Pop Pink ค่ะ สีชมพูมีประกายทองนิดๆ ถูกใจมากๆ

จากรูปทั้งหมดจะเห็นว่านุ่นเป็นคนที่สีปากไม่สม่ำเสมอ และมีขอบปากสีเข้ม
ปากมักจะแตกแห้งและลอก ในบางรูปจึงอาจจะดูสีไม่สม่ำเสมอไปบ้างนะคะ
และสีที่ออกมาจะเหมือนสีจากแท่งแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสีพื้นเดิมของริมฝีปากแต่ละคนด้วยนะคะ

เป็นยังไงบ้างคะ ถูกใจสีไหนกันบ้างไม๊เอ่ย น่าจะมีสักสีที่โดนใจกันนะคะ
ราคาก็ไม่แพงด้วยนะคะ ราคาอยู่ที่แท่งละ 350 บาทเท่านั้นเอง
ราคากลางๆแบบนี้ ซื้อมาใช้กันคนละแท่งสองแท่งก็ถือว่าคุ้มค่ะ

นวดหน้ากับโปรแกรม Spot Specialist จาก SKII


สวัสดีค่า อากาศร้อนแบบนี้สาวๆมีวิธีการดูแลผิวยังไงกันบ้างเอ่ย
ตัวนุ่นเอง หลักๆเลยก็จะบำรุงทั่วๆไปให้ผิวชุ่มชื้นหน่อย กันแดดก็ห้ามขาด วันว่างๆก็มาส์กหน้าสักนิด
แต่ถ้าใครพอมีเวลาและกำลังทรัพย์ ลองเพิ่มอีกตัวเลือกนึงคือการนวดหน้านั่นเอง
ปกติไม่เคยไปนวดหน้าอะไรกับใครเค้าเลย มีบ้างเพื่อนนวดให้สนุกๆ
แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีโอกาสไปนวดหน้ากับผลิตภัณฑ์ SKII กลับมาบ้านรู้สึกเลยว่าผิวมันนุ่มมากก
วันนี้เลยขอมาแชร์เรื่องราวการนวดหน้าสักหน่อยเนอะ

ปกติไม่ค่อยได้นวดหน้าอะไรที่เป็นขั้นเป็นตอนแบบนี้สักเท่าไหร่ มีบ้างก็นานๆที
แต่ละแบรนด์ก็มีวิธีการแตกต่างกันไปด้วย คราวนี้เลยถือโอกาสทดลองผลิตภํณฑ์ไปด้วยซะเลย
สำหรับสถานที่นั้นนุ่นใช้บริการที่ที่พาราไดซ์ปาร์ค กับ BA น้องทราย ซึ่งให้ข้อมูลต่างๆได้ครบถ้วน
ใครไปช้อปที่นั่นบ่อยๆ ลองแวะไปสอบถามข้อมูลกับน้องทรายได้เลยค่ะ เพราะน้องเค้าอัธยาศัยดีมากๆ

ห้องนวดหน้าเฉพาะกิจที่ห้างพาราไดซ์พาร์คค่ะ

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ใช้ในการนวดหน้าครั้งนี้ค่ะ
ซึ่งวันนี้นุ่นนวดหน้าในโปรแกรม Spot Specialist เพื่อแก้ปัญหาเรื่องจุดด่างดำค่ะ

น้องทราย BA ประจำสาขาพาราไดซ์ พาร์ค ที่มานวดหน้าให้ในวันนี้ค่ะ

ปกติการนวดหน้านี่มักจะมากันแบบหน้าเปลือยๆ แต่ถ้าใครจัดเต็มมาก็ไม่ต้องกังวลนะคะ
เพราะพนักงานเค้าก็จะจัดการชำระล้างทำความสะอาดให้เราเรียบร้อยเลย
โดยเริ่มด้วยตัว Facial treatment gentle cleansing cream
นวดวนๆไปทั่วใบหน้าและลำคอ รวมไปถึงหูเราด้วย แล้วล้างออกจนสะอาดหมดจดกันเลย

ต่อด้วย Facial treatment gentle cleanser ซึ่งเป็นโฟมล้างหน้านั่นเอง
มาทำความสะอาดอีกครั้ง เพื่อล้างสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางบนหน้าของเราให้สะอาด
แค่นี้เครื่องสำอางค์บนใบหน้าเราก็หมดเกลี้ยง พร้อมสำหรับการนวดหน้าแล้วล่ะค่ะ
ซึ่งระหว่างนี้ก็คุยกับน้อง BA เรื่องสภาพผิวของเราไปด้วยว่าต้องดูแลแก้ไขจุดไหนเป็นพิเศษ
ซึ่งจากสภาพผิวของนุ่นที่เป็นผิวผสม เกือบมัน เกือบแห้ง ในบางจุด
เค้าก็แนะนำผลิตภัณฑืที่เป็นสูตร gentel ให้ เพราะสูตรนี้อ่อนโยน
เหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่ต้องกังวลเรื่องอาการแพ้

สำหรับขั้นตอนต่อไป เป็นหน้าที่ของ Facial treatment massage cream
ซึ่งเค้าจะลงครีมทั่วใบหน้าก่อน แล้วก็นวดจากลำคอ คาง ไล่ขึ้นมาจนถึงหน้าผาก
ต่อด้วยการนวดวนเป็นวงกลมไปจนทั่วใบหน้า พร้อมกับกดจุดบนใบหน้าด้วย
อยากบอกว่ารู้สึกสบายและผ่อนคลายมากๆ เพลินจนจะหลับเลยล่ะค่ะ
ในขั้นตอนนี้เค้าจะเปิดเครื่อง Streaming ที่จะมีละอองไอน้ำอณูละเอียดควบคู่ไปกับการนวดหน้าด้วย
เจ้าเครื่อง Streaming จะช่วยเปิดรูขุมขนของเรา ให้ครีมต่างๆซึมเข้าสู่ผิวและไปบำรุงผิวเราได้อย่างล้ำลึก

มาถึงขั้นตอนเกือบสุดท้ายกันแล้วนะคะ
หลังจากที่นวดหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆจนเนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิวเรียบร้อย
มาต่อกันที่การมาส์กหน้าด้วย Facial treatment mask มาส์กอันโด่งดังของ SKII
ได้ยินสรรพคุณของมาส์กตัวนี้มานานมากว่า ถ้ามาส์กเป็นประจำช่วยทำให้ผิวหน้าเราดูขาวใสขึ้น
แต่เนื่องด้วยนุ่นมีปัญหาของเม็ดสีผิว หรือกระบริเวณโหนกแก้มกระจายตัวอยู่เยอะ
น้อง BA เลยต้องเพิ่มอีกขั้นตอนคือการใช้แผ่น spot sheet mask แปะก่อน
ตามด้วย Whitening Spot Specialist แต้มลงไปทีจุดที่แปะแผ่น spot sheet mask แล้วจึงมาส์กหน้าทับอีกที
ซึ่งเจ้าตัว Whitening Spot Specialist จะทำหน้าที่ดูแลในส่วนผิวที่มีปัญหา……
ขั้นตอนการมาส์กจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที ช่วงเวลานี้ หลับเลยค่ะ เพราะสบายหน้ามาก

เสร็จครบขั้นตอนการนวดบำรุงแล้ว น้องทรายก็จะบำรุงผิวให้เราก่อนออกไปเผชิญมลภาวะอีกครั้ง
โดยใช้ Facial treatment Essence หรือที่รู้จักกันในชื่อ Miracle Water ตัวโด่งดังของ SKII เช็ดผิวเรา
สำหรับตัวนี้นุ่นเคยใช้สมัยๆที่เค้าออกใหม่ๆ พอหมดก็ไม่ได้ซื่อเพิ่มเพราะราคาค่อนข้างสูง
แต่หลังจากที่ใช้ในวันนี้ก็ชักอยากกลับไปใช้อีกรอบซะแล้ว
ลง Essence เรียบร้อย ตามด้วยตัวบำรุงที่เน้นเรื่องรอยกระ และจุดด่สงดำโดยเฉพาะ
คือตัว Whitening Spot Specialist จากนั้นลงแป้งฝุ่น และเราก็แต่งหน้าต่อได้เลย
เป็นอันเสร็จขั้นตอนในการนวดหน้าวันนี้ ซึ่งก็กินเวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง

หลังจากที่นวดหน้าครบถ้วนทุกขั้นตอนแล้วก็รู้สึกสบายผิวมากๆค่ะ
รวมถึงประทับใจบริการที่เป็นกันเองและเอาใจใส่ของทาง SKII ด้วย
กลับมาบ้านแล้วรู้สึกผิวใสขึ้น ผิวหน้าดูสดชื่นขึ้นเยอะเลย