สั่นไหวไปกับ Micro-Oscillation มาสคาร่ารุ่นใหม่ของลังโคม


มาสคาร่าแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีระบบ Micro-Oscillation
ที่สามารถสั่นไหวไปมาตามแนวนอนไม่น้อยกว่า 7,000 ครั้งต่อนาที
และสามารถเคลือบขนตาทุกเส้นได้ครบแบบ 360 องศากันเลยทีเดียว
ได้ของใหม่ลูกเล่นแพรวพราวมาทดลองใช้แบบนี้ ต้องลองกันหน่อยค่ะ

สรรพคุณ : เพิ่มความยาวเพิ่มความโค้งงอน ปรับขนตาให้ได้รูป และดูหนาขึ้น

คุณสมบัติพิเศษ : มาสคาร่าตัวนี้มีมอร์เตอร์ในตัว เพื่อให้ปลายขนแปรงสามารถสั่นได้

ช่วยให้เคลือบขนตาได้ครบทุกเส้น

ราคา : 1,5OO บาท

รูปนี้เป็นขนตาปกติที่ยังไม่ทำการดัดค่ะ
ด้วยความที่เป็นคนขนตาสั้นมากๆ แถมยังบางอีกด้วย ผลรีวิวอาจจะเห็นไม่ค่อยชัดนะคะ

ดัดขนตาด้วยที่ดัดขนตาของ Shiseido หนีบแล้วค้างไว้ 2-3 ครั้ง

หน้าตาของ Micro-Oscillation จากลังโคม มีปุ่มตรงปลายด้ามให้กดเพื่อสั่นด้วย

ผลการปัดหนึ่งครั้ง จะเห็นว่าขนตาค่อนข้างเรียงเส้นสวย ดูเป็นธรรมชาติดีและความยาวก็เพิ่มขึ้นด้วย
ตกเย็นนฃขนตายังเด้งอยู่ และไม่เจอปัญหาแพนด้า

ถ้าถามว่าชอบรึเปล่า ก็คิดว่าใช้ได้ดีที่เดียว ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
แต่คิดว่าตำแหน่งของปุ่มกดต่ำไปนิด ทำให้จับไม่ค่อยถนัดมือเท่าไหร่
และราคาสูงไปนิดนึงค่ะ แต่คงด้วยเพราะมีลูกเล่นใหม่เพิ่มขึ้นมา ราคาเลยต้องปรับให้สูงขึ้นด้วย

เพื่อนๆคนไหนสนใจลองแวะไปทดลองด้วยตัวเองที่เคาน์ทเตอร์ดูนะคะ

ปล.โดยส่วนตัวยังไม่ถนัดกับการปัดแบบกดปุ่มสั่นเท่าไหร่ รู้สึกว่าทำให้ขนตาจับตัวเป็นก้อนนิดนึง

L’OREAL Renewal Lash Serum


วันนี้หยิบเอา Renewal Lash Serum ของ L’OREAL มารีวิวกันค่ะ

เจ้า Renewal Lash Serum ที่ว่านี้ ดูผ่านๆอาจคิดว่าเป็นมาสคาร่าทั่วๆไป
แต่จริงๆแล้วเป็นเซรั่มสำหรับบำรุงขนตาของเรานี่ล่ะค่ะค่ะ
จริงๆตัวนี้ออมานานพอสมควรแล้วนะคะ แต่ที่เพิ่งหยิบมารีวิวเนียะ
เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง แต่หลังๆขนตาร่วงบ่อย
เลยต้องหยิบมาลองใช้กันดูอีกสักรอบ

จากข้อความข้างกล่องผลิตภัณฑ์ตัวนี้เค้าบรรยายสรรพคุณไว้ว่า
Renewal Lash Serum เป็นเซรั่มสูตรเข้มข้นสำหรับช่วยบำรุงขนตา
ที่ผสานคุณค่าจากอาร์จินีนและมาดีคาสโซไซด์ ฟื้นฟูบำรุงให้ขนตามีสภาพที่แข็งแรง
ช่วยลดอาการขาดร่วงของขนตาระหว่างการทำความสะอาดเครื่องสำอางรอบดวงตา


ลักษณะผลิตภัณฑ์
เป็นเซรั่มสีขาวขุ่นที่บรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกใส
มีแปรงสำหรับปัดลักษณะเป็นครึ่งวงกลมโค้งรับกับรูปตา

วิธีใช้
ใช้ก่อนปัดมาสคาร่า และปัดอีกครั้งก่อนนอน


ก่อนได้รับการบำรุง ขนตาสั้นและหลุดร่วงง่าย ขนตาบาง


ผลการใช้
หลังจากทดลองใช้อย่างจริงจัง ขนตาไม่ยาวขึ้นจากเดิม
แต่ช่วยให้ขนตาแข็งแรงขึ้น ไม่หลุดร่วงง่ายเหมือนตอนก่อนใช้


ข้อดี : ช่วยลดการหลุดร่วงของขน

ข้อเสีย : ราคาสูง และมีอาการแสบตาเป็นบางครั้งในช่วงเวลาปัดก่อนเข้านอน

ถือว่าเซรั่มบำรุงขนตาตัวนี้ก็เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคนที่มีปัญหาขนตานะคะ
แต่ว่าผลที่ได้หลังการใช้งานอาจได้ผลที่ไม่เหมือนกันในแต่ละบุคคลนะคะ
เพราะเคยอ่านรีวิวจากคนที่เคยใช้บางคนก็ให้ผลเรื่องขนตาที่ยาวขึ้นก็มี
แต่ถ้าใครได้ผลทั้งสองอย่างก็ถือว่าเยี่ยมเลยนะคะ

Berli Pops Smoothie Maxi Gloss


วันนี้มี Items ใหม่มารีวิวกันอีกแล้วค่า ยังคงวนเวียนอยู่ที่ริมฝีปากอีกเช่นเดิม
พอดีว่าไปเดินโฉบๆตรงโซนเครื่องสำอางค์ที่โลตัสใกล้ๆออฟฟิศมาค่ะ
ว่าจะเดินดูอะไรเพลินๆซะหน่อย แต่ดั๊นนนนน ตาดีเหลือไปเห็นป้ายซื้อ 1 แถม 1
อะไรน๊า…ซื้อ 1 แถม 1 เนียะ buy 1 get 1 free ชอบมากกกก
และนั่นก็คือเป็นกลอสน่ารักๆของเบอร์ลี่ป๊อปนี่เอง
เลยสอยมาอย่างละหนึ่งมาลองใช้ดูสักหน่อยสิ เผื่อจะว่าถูกใจใช่เลย


เค้าเคลมไว้ว่า กลอสตัวนี้ช่วยเรื่องความชุ่มชื่น แถมยังมีคุณค่าบำรุง 5 ใน 1 กันเลยทีเดียว
คือช่วยให้ปากเป็นประกายแวววาวสดใส, ชุ่มชื่นยาวนาน, มีคอลลาเจนบูสติ้งให้เรียวปากนุ่ม,
อ่อนโยนและปกป้องริมฝีปากจากการระคายเคือง และท้ายสุดให้สีอ่อนใส บางเบาดูเป็นธรรมชาติ

เพคเกจของเค้าจะเป็นหลอดพลาสติกสูงประมาณ 2 นิ้วครึ่ง
สกรีนลายยี่ห้อด้วยสีสันสดใสอยู่บนหลอดเลย
หลอดนิ่มบีบง่าย ไม่ทะลักออกมาจนเลอะเทอะด้วย
ปริมาณบรรจุอยู่ที่ 5 ml ไม่มากไม่น้อยเกินไป สมราคาอยู่ค่ะ
แต่ช่วงนี้ราคาในแต่ละที่ไม่เหมือนกัน เคยเห็นตั้งแต่ 79-,89- 115-
และซื้อ 1 แถม 1 มาในราคา 125- เท่ากับตกแท่งละ 62.50- เอง

สีที่ซื้อมาลองในครั้งนี้คือสี Strawberry Surprise และ สี Cherry Cheery
ซึ่งเนื้อกลอสของข้างหนืด แต่ไม่หนักริมฝีปาก มีกลิ่นหอมอ่อนๆของผลไม้

สี Cherry Cheery จะออกแดงถ้าดูจากในหลอด แต่อยู้บนปากแล้วไม่แดงมากค่ะ
แต่รู้สึกกลิ่นเหมือนยาแก้ไอเด็กยังไงบอกไม่ถูกนะคะ

สี Strawberry Surprise จะไม่ค่อยออกสี แม้ในหลอดจะดูเป็นสีชมพูสวยกำลังดี
กลิ่นหอมหวานกว่าสี Cherry Cheery ให้ความรู้สึกถึงกลิ่นสตรอเบอร์รี่จริงๆ

แต่กลิ่นของทั้งสองหลอดนี้อยู่ไม่ทนนะคะ เราจะได้กลิ่นอยู่พักนึงแล้วก็จะค่อยๆจางไป


โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นกลอสราคาย่อมเยาที่หาซื้อได้ไม่ยาก
และเหมาะกับการพกพาไปใช้ในระหว่างวันได้เลยค่ะ
คราวหน้ามีอะไรน่าสนใจจะหยิบมารีวิวให้ชมกันอีกนะคะ บายยย

Juice Beauty Fruit Cellular Repair Eye Treatment


เชื่อว่าเพื่อนๆหลายๆคนน่าจะประสบปัญหาเรื่องริ้วรอยรอบดวงตาเหมือนกันใช่ไม๊คะ
วันนี้นุ่นมีอีกหนึ่งทางเลือกมาแบ่งปันข้อมูลกันค่ะ เป็นผลิตภํณฑ์ใหม่ที่กำลังใช้อยู่เลย

ปกติไม่ค่อยได้ใช้อายครีมเท่าไหร่ มัวแต่สนใจบำรุงที่เป็นกันแดดอย่างเดียว
แต่เดี๋ยวนี้เค้ามีนวัตรกรรมใหม่ๆที่ดูแลริ้วรอยรอบดวงตาออกมาเยอะแยะเลยนะคะ

สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลริ้วรอยใต้ดวงตาที่หยิบมาพูดถึงในวันนี้ก็คือ
Fruit Cellular Repair Eye Treatment ของแบรนด์ Jucie Beauty ค่ะ


ภาพจากข้อมูลผลิตภัณฑ์

สำหรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Fruit Cellular Repair Eye Treatment ขวดนี้น่าสนใจมากค่ะ
เพราะมีส่วนผสมหลักของจากสเตมเซลล์ของผลไม้ออร์แกนิค** ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Juice Beauty
และยังมีวิตามินซี และสารแอนตี้-ออกซิแดนช่วยลดการทำลายเซลล์ผิวจากน้ำผลไม้ออร์แกนิค

 สำหรับสเตมเซลล์นั้นได้มาจาก ต้นอ่อนของแอปเปิ้ล (Apple Buds)
ต้นอ่อนขององุ่น (Grape Buds) และเปลือกของมะนาว (Lemon Bark)

ซึ่งส่วนผสมทางด้านบนที่กล่าวมานั้นก็มีหน้าที่หลากหลายเลย
คือช่วยลดการทำร้ายเซลล์ผิว ระดับ DNA
และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้ เนียนเรียบ ตึงกระชับ
พร้อมทั้งช่วยให้ผิวมีความยึดหยุ่น ดีขึ้น คืนความกระจ่างใส
ลดเลือนร้อยหมองคล้ำให้กับผิวรอบดวงตาของคุณ

ปกป้องและฟื้นฟูผิวบอบบางรอบดวงตา พร้อมบำรุงอย่างล้ำลึก
ช่วยยกกระชับผิวรอบดวงตาอย่างเห็นได้ชัด คืนความอ่อนเยาว์ให้กับเซลล์ผิว
โดยใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดจากสเตมเซลล์ที่ได้มาจากผลไม้ออร์แกนิค
และวิตามิน C กรดไขมันที่จำเป็นช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิว


ภาพจากข้อมูลผลิตภัณฑ์

มาดูด้านแพคเกจกันบ้าง ด้านหัวของผลิตภัณฑ์เค้าออกแบบมา
ให้เราสามารถใช้นวดบริเวณผิวใต้ตาได้ด้วยค่ะ
และเจ้าตัวนี้เองที่จะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวรอบดวงตา
ช่วยให้ส่วนผสมซึมซาบลงสู่ผิวได้เร็วขึ้น
และทำงานลึกระดับเซลล์ผิวช่วยซ่อมแซม DNA
และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างรวดเร็วและแข็งแรงขึ้น

สำหรับเนื้อครีมจะมีสีขาวขุ่นลักษณะเป็นเจล ไม่มีสี ไม่กลิ่น

พอเราลูบแล้ว เนื้อครีมก็จะเคลือบผิวเราไว้สักพักแล้วจะค่อยๆซึมเข้าผิวไปค่ะ

ส่วนผลการใช้โดยส่วนตัวขงนุ่นยังอยู่ในช่วงสองสัปดาห์แรกนะคะ
จึงยังไม่เห็นผลใดๆชัดเจน ซึ่งก็คงต้องใช้ระยะเวลากันอีกสักพักใหญ่ๆเลยค่ะ
แต่เราก็ถือว่าเราได้บำรุงผิวรอบดวงตาไม่ให้มีริ้วรอยเพิ่มขึ้นด้วยนะคะ

สำหรับครั้งหน้าจะหยิบอะไรมาอัพเดทกันอีกอย่าลืมแวะมาเยี่ยมชมนะคะ

CLINIQUE derma white & Clarifying Lotion Twice A Day Exfoliator


สวัสดีค่า วันนี้มาในหัวข้อ Review กันอีกแล้ว มีอะไรรีวิวกันมากมายหนอ
เนื่องจากช่วงนี้นุ่นกำลังทดลองใช้ผลิตภัณฑ์อยู่หลายตัวเลยล่ะค่ะ
ถือโอกาสเก็บข้อมูลมไปในตัวซะเลย อาจจะเห็นรีวิวผลุบๆโผล่ๆมาให้ชมกันเรื่อยนะคะ
ไม่บ่นเยอะและ ไปดูกันดีกว่าว่าวันนี้หยิบตัวไหนมาแชร์ข้อมูลกันบ้าง

สำหรับเซ็ทแรกในวันนี้มากันเป็นแพคคู่เลยค่ะ นั่นก็คือ
Clinique Derma White Clinical Brightening essence
และ Clinique Derma White city block anti-pollution SPF40/PA+++
สองตัวนี้เห็นหลายๆคนที่มีโอกาสได้ใช้ ก็ดูเหมือนว่าจะปลื่มกันอยู่หลายคนเลย
และหลังจากที่ใช้มาสักพักใหญ่ๆ ก็เป็นอีกเสียงที่ต้องบอกว่่า “ชอบ” ค่ะ

มาเริ่มที่ตัว Derma White Clinical Brightening essence กันก่อนเลย
คุณสมบัติคือ เป็นเซรั่มเนื้อบางเบา ที่จะช่วยปรับให้สีผิวดูสว่างสดใส
ลดการเกิดของจุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมออย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนั้น ยังปราศจากน้ำหอม 100% อีกด้วยค่ะ

แอบชอบแพคเกจแบบนี้จังเลยค่ะ หัวปั๊มแบบสูญญากาศ มีฝาปิดเรียบร้อย
ใช้สะดวกมากๆ ไม่ต้องห่วงว่าจะมีเชื้อโรคเข้าไปเปรอะเปื้อนหลังการใช้เลย

เนื้อจะครีมเป็นสีขาวขุ่น และมีเนื้อครีมที่ทาแล้วเนียนลื่น บางเบามากๆ
ทาแล้วซึมเข้าผิวไปเลยค่ะ พร้อมบำรุงในขั้นตอนต่อไปได้ทันที
ตัวนี้ใช้แล้วชอบมากกก เพราะรู้สึกว่า ผิวจะนุ่มฟูมากๆ รอยสิวเกิดใหม่ทั้งหลายก็จางลงด้วย
ซึ่งนุ่นจะใช้ตัวนี้และกันแดดในไลน์เดียวกันอีกตัวควบคู่กันไปในช่วงเช้าด้วย
สำหรับตัวนี้นุ่นว่าหลายๆคนน่าจะใช้ได้ เพราะรู้สึกว่าอ่อนโยนต่อผิวมาก น่าจะไม่แพ้กันนะคะ

และอีกตัวที่มาคู่กันก็คือ
Clinique Derma White city block anti-pollution SPF40/PA+++
เป็นกันแดดที่ผลิตมาเพื่อยุคที่มีมลภาวะเยอะแบบทุกวันนี้จริงๆค่ะ
เพราะผสมสาร invisible pollution filler ที่ปกป้องผิวเราจากรังสี UV A/B ได้ด้วย
ที่นี้เราก็มั่นใจได้ว่าผิวเราจะไม่ถูกแสงแดดทำร้ายกันนอีกแล้ว
ที่สำคัญคือ กันแดดหลอดนี้ปราศจากน้ำมันซึ่งเป็นตัวการของผิวอุดตันด้วยนะคะ

มาดูเนื้อครีมกันบ้างค่ะ จะเห็นว่าเนื้อครีมมีสีเหลืองนวลคล้ายๆกับรองพื้นเลย
แต่เมื่อทาไปบนผิวแล้วก็ เนื้อครีมจะค่อยๆกลมกลืนกับสภาพผิวของเราไปเลย
ให้ผิวสัมผัสที่บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่หนักผิวอีกด้วย
กันแดดที่ให้ผิวสัมผัสแบบนี้จะค่อนข้างเหมาะกับผิวผสมแบบนุ่นด้วย
รู้สึกว่าหน้าไม่ค่อยเกิดความมันขึ้นระหว่างวันเลยค่ะ

ลงครีมกันแดดแล้วรอให้กันแดดเซ็ทตัวสักพักก็สามารถลงแป้งตามได้เลยค่ะ
หรือใครที่แต่งหน้าก็สามารถลงรองพื้นและแต่งหน้าตามขั้นตอนต่างได้เลย
ไม่ต้องกังวลว่าสีรองพื้นจะเพี้ยนไปจากเดิมนะคะ

จากรูป นุ่นใช้ตัวนี้ทุกวันในช่วงเช้า รู้สึกว่าผิวไม่ดำขึ้นนะคะ
ประสิทธิภาพในการปกป้องแสงแดดถือว่าผ่านเลยล่ะค่ะ
เมื่อใช้ร่วมกับตัวบน สภาพผิวก็ดูดีขึ้นด้วย ดีจนเหมือนว่าหน้าจะขาวกว่าคอไปเยอะละ ><

สำหรับอีกชิ้นที่ใช้แล้วติดใจมากมาย ก็ขอรีวิวพร้อมกันไปด้วยซะเลย
Clinique Clarifying Lotion Twice A Day Exfoliator
อันนี้เป็นตัวที่ปรับสูตรใหม่จากของเดิมนะคะ
ตัวเดิมนุ่นไม่เคยใช้ เลยไม่แน่ใจว่าต่างกันมากรึเปล่า

เค้ามีให้เลือถึง 4 สูตร ด้วยกัน คือสำหรับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ผิวมัน และผิวมันมาก
แต่ละสูตรก็จะช่วยเรื่องการขจัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพ
และช่วยในเรื่องของริ้วรอยดูเลือนลง สีผิวดูสม่ำเสมอและสดใสมากขึ้น

ซึ่งในขวดนี้ก็ประกอบไปด้วยส่วนผสมที่สำคัญคือ

Acetyle Glucosamine เป็น amino sugar
จะช่วยให้การผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

Salicylic Acid ช่วยเสริมการขจัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เลื่อมสภาพ
เพื่อการเผยผิวใหม่ตามธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง (มีอยู่ในสูตร 3 และ 4)

สารให้ความชุ่มชื่นต่อผิว Sodium Hyaluronate, Glycerin และ Trehalose
ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ผิวใหม่ได้รับการบำรุงอย่างอ่อนโยนยิ่งขึ้น

สำหรับสูตร 2 ที่นุ่นใช้ถือว่าถูกกับผิวมากๆเลย เพราะรู้สึกผลดีที่เกิดกับผิวเราจริงๆ
หลังจากใช้มาประมาณ 3 เดือนจนตอนนี้จะหมดขวดแล้ว รู้สึกได้เลยว่าผิวเราสะอาดขึ้น
การบำำรุงด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่อจากนั้นก็ได้ผลดี ครีมบำรุงต่างๆทำงานได้เต็มที่

เนื่องจาก Clarifying Lotion ขวดนี้ เหมือนกับการที่เราผลัดเอาเซลล์ผิวเสื่อมสภาพออกจากผิวเราทุกวัน
ผิวเราจึงกระจ่างใส และพร้อมรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่เลย
และเพราะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ใครที่ไม่ชอบกลิ่นอาจจะต้องทนนิดนึงนะคะ
แรกๆนุ่นก็ไม่ชอบเหมือนกัน ใช้ไปทุกวันๆเริ่มจะชินละคะ ไม่เหม็นเหมือนตอนแรกๆ

สำหรับรีวิวในครั้งนี้ หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับหลายๆคนที่กำลังสนใจกันอยู่นะคะ
แต่สิ่งที่ดีที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อ ก็คงต้องไปลองด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์ดูค่ะ
เดี๋ยวนี้สนใจตัวนไหนลองสอบถาม BA ก่อนได้เลยค่ะ เค้ายินดีให้ข้อมูลเราอยู่แล้ว
คราวหน้าจะหาอะไรๆที่น่าสนมารีวิวให้ชมกันอีกนะคะ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนกันด้วยค่า

ลิปสีชมพูนมๆ จาก Etude



โผล่แต่ริมฝีปากมาอัพเดทรีวิวฉบับสั้นมากกกกกกกันอีกแล้วค่ะ
และก็ยังมาอัพเดทสีลิปสวยๆกันเหมือนเดิม อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ
วันนี้มากับแบรนด์ Etude ที่สาวๆรู้จักกันดีอยู่แล้วเนอะ

ลองหยิบสีชมพูนมเย็นมาอัพเดทกันบ้าง ถึงกระแสลิปสีแดงสดๆกำลังอินอยู่ในตอนนี้
แต่ลิปสีชมพูหลากเฉดสี ก็ยังแรงดีไม่มีตกเหมือนเดิมนะคะ


Etude : PK004 สีชมพูหวานๆ เนื้อลิปเนียนลื่น ไม่ตกร่องด้วย (ถ้าปากไม่แตกแห้ง)
กลิ่นหอมมาก ซึ่งปกติลิปสติกของ Etude จะมีกลิ่นหอมเหมือนขนมอยู่เกือบทุกรุ่นเลยนะคะ
สีแบบนี้ค่อนข้างเหมาะกับคนผิวขาวๆนะคะ ทาแล้วจะดูน่ารัก เข้ากับสีผิวแบบกำลังดีเลย
แต่ทาลิปสีนี้ก็ควรแต่งหน้าให้ดูสดใสด้วย เพราะสีลิปค่อนข้างชัดเจน
ถ้าไม่แต่งหน้าเลย สีปากจะดูลอยๆเด่นเกิน (หน้า) ไปค่ะ

วันนี้อัพเดทฉบับสั้นๆก็ต้องจากลาไปก่อนนะคะ
คราวหน้าจะมาอัพเดทแบบสั้นหรือยาว ต้องแวะมาเยี่ยมชมกันใหม่ค่า
ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่แวะมาทักทายกันด้วยนะคะ

Maybelline ClearSmooth All IN ONE


สวัสดีค่า วันนี้จะมาเห่อแป้งตัวใหม่ราคาเบาๆสักหน่อย
พอดีว่ามีโอกาสได้รับเชิญไปงานเปิดตัวแป้ง Maybelline ClearSmooth All IN ONE ช่วงเดือนก่อนนู้นนน

แต่เนื่องจากติดภารกิจเรื่องงานเลยไม่สามารถไปร่วมงานได้
ทางทีมงานก็ยังใจดีส่งผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองใช้ด้วย
วันนี้เลยขอมารีวิวผลการใช้เล็กๆน้อยๆ แบบเล่าสู่กันฟังละกันนะคะ
เผื่อว่าใครที่มีสภาพผิวใกล้เคียงกันจะได้เก็บไว้เป็นข้อมูลนะคะ

ก่อนอื่นขอลงรายละเอียดของข้อมูลผลิตภัณฑ์ไว้สักนิดนึงนะคะ
เพื่อนๆจะได้รู้รายละเอียดเบื้องต้นของแป้งรุ่นนี้ด้วย

Maybelline ClearSmooth All IN ONE
ช่วยให้ผิวสวยเนียนครบ…สมบูรณ์แบบ ด้วยอณูเนื้อแป้งละเอียด นุ่มดุจใยไหม
เกลี่ยได้สม่ำเสมอทั่วใบหน้า ปกปิดได้อย่างเนียนเรียบ
ทั้งยังช่วยควบคุมความมันได้ตลอดวัน พร้อม “โปร-วิตามินซี” ที่ปรับผิวให้ขาว
กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และปกป้องความหมองคล้ำจากแสงแดดด้วย
SPF25 PA++

สรุปง่ายๆคือ Maybelline ClearSmooth All IN ONE ตลับบนี้ก็สมชื่อค่ะ
เพราะได้รวบรวมคุณสมบัติหลายๆอย่างไว้ในแป้งตัวเดียวคือ
ช่วยควบคุมความมัน ปรับผิวให้กระจ่างใส ปกปิดรอยสิว จุดด่างดำ รูขุมขน
ปรับผิวเนียนเรียบ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และดูกลมกลืนกับทุกสีผิว
ทั้งยังติดทนนานตลอดวัน เนี้อแป้งบางเบา ไม่อุดตัน ติดทนนานตลอดวัน
และยังมีคุณสมบัติในการปกป้องจากทั้งรังสี UVA และ รังสี UVB อีกด้วย

ตลับแป้งมีขนาดพอๆกับโทรศัพท์มือถือที่เราใช้กันอยู่ทุกวันเลยนะคะ
และก็มีความบางที่พกพาได้ง่าย ไม่กินพื้นที่ในกระเป๋าด้วย
จากที่ลองวัดความหนาดูอยู่ที่ราวๆ เซ็นครึ่งเองค่ะ

บริเวณที่เก็บพัฟจะมีรูระบายอากาศไม่ให้เกิดความอับชื้นของพัฟด้วย

สำหรับแป้งที่ได้งมาลองใช้คือเบอร์ 03 Natural นะคะ
ไม่ออกโทนเหลืองมาก อมชมพูเล็กน้อย ซึ่งนุ่นเป็นประเภทอยู่ตรงกลางนะคะ
คือสามารถใช้ได้ทั้งสองโทน ทั้งโทนเหลืองและโทนชมพูเลยค่ะ
แต่เนื้อแป้งรุ่นนี้จะค่อนข้างร่วนนะคะ เป็นฝุ่นผงง่ายเหมือนกัน
เห็นบางคนเอานิ้วกดๆดู เนื้อแ้ป้งยุบไปเลยก็มี ข้อนี้ก็ต้องระวังกันนิดนึงนะคะ

ทีนี้มาดูผลการใช้งานของนุ่นบ้างนะคะ

นุ่นเป็นคนที่มีผิวผสมค่อนไปทางมัน หน้าจะมันไวมากโดยเฉพาะช่วง T-zone
รูขุมขนบริเวณปีกจมูกและแก้มค่อนข้างใหญ่ มองใกล้ๆจะเห็นชัดทีเดียว
มีกระบริเวณโหนกแก้มอยู่ประรายด้วย เวลาไม่แต่งหน้าก็จะเห็นค่อนข้างชัดเลย
และปัญหาอีกอย่างคือสีผิวไม่สม่ำเสมอ คือช่วงบริเวณคางผิวจะสีเข้มกว่าทั้งใบหน้า

ซ้ายมือคือก่อนลงแป้งนะคะ ขวามือคือลงแป้งเรียบร้อย
จะเห็นว่าระดับการปกปิดทำได้ดีพอสมควร
คือปิดกระได้เกือบหมดเหมือนกัน สีผิวก็ดูสม่ำเสมอขึ้นนะคะ

อีกมุมหนึ่งก็จะเห็นชัดเรื่องกระเลยนะคะว่าปกปิดได้ดีทีเดียว
หน้าก็ดูนวลเนียนมากขึ้นด้วยล่ะค่ะ

แต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยก็ได้ลุคที่ดูบางเบา ไม่โบ๊ะเกินไป ให้ความเป็นธรรมชาติดีค่ะ

สรุการใช้งานตามสภาพผิวของนุ่นให้ฟังกันอีกทีนะคะ
เนื่องจากเป็นคนที่หน้ามันไว แป้งตัวนี้เลยไม่สามารถช่วยเรื่องการควบคุมความมันได้
แค่ครึ่งวันหน้าก็มันเหมือนเดิมแล้ว แต่ไม่ถึงขั้นที่แป้งละลายอะไรขนาดนั้น
แต่ชอบที่แป้งมีความเนียนและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอได้ดีในราคาที่ไม่แพงเลย
และเท่าที่ใช้มาเกือบๆจะเดือนยังไม่พบอาการแพ้ใดๆเกิดขึ้น ก็ถือว่าพอใจค่ะ


ใครที่สนใจอยากลองก็แวะไปทดสอบคุณสมบัติต่างๆกันที่เคาน์เตอร์ดูนะคะ
ผลการใช้งานเป็นผลเฉพาะบุคคล อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้ทดลองด้วยตัวเองค่ะ

ท้ายสุดก็ขอขอบคุณเพื่อนๆที่แวะมาเยี่ยมและทักทายกันที่บล็อกด้วยนะคะ

IPSA sun protector & super sun block


ได้ฤกษ์ดีเปิดใช้กันแดดเซ็ทใหม่ เลยแวะมาทำรีวิวแชร์ข้อมูลส่งต่อเพื่อนๆกันนะคะ
สำหรับเซ็ทนี้นุ่นได้มาตอนไปเวิร์คช้อปกับ ipsa ซึ่งตอนนั้นกันแดดที่ใช้อยู่ยังไม่หมด
ตั้งแต่เวิร์คช้อปไปช่วงแดดร้อนระอุเมื่อเดือนมีนา เพิ่งจะมาเปิดใช้ก็กรกฎาคมนี่เอง
แต่แดดบ้านเราก็ร้อนกันตลอดทั้งปีอยู่แล้ว ยังไงก็ได้เห็นประสิทธิภาพกันแน่นอนค่ะ

มาดูข้อมูลผลิตภัณฑ์สำหรับกันแดดสองรุ่นนี้กันก่อนนะคะ
เห็นรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกันแบบนี้ แต่คุณสมบัติในการใช้งานต่างกันนะคะ

Ipsa Sun Protector (ขวดยาว)
เป็นอิมัลชั่นกันแดด มี SPF 30 PA+++ ป้องกันรังสี UVA และ UVB
มีเนื้อบางเบา ซึมสู่ผิวได้ดี ปราศจากกลิ่นฉุนและคราบขาว
เนื้อผลิตภัณฑ์เรียบกลืนไปกับผิวทันที่ทา ลดเลือนความหมองคล้ำ
ทำหน้าที่เสมือน Makeup Base ให้ผิวดูกระจ่างใสและเป็นธรรมชาติ

Ipsa Super Sun Block (ขวดสั้น)
อิมัลชั่นกันแดดเนื้อบางเบา ไม่มันวาวเหนอะหนะ สัมผัสเบาสบาย
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ เพราะมี SPF 50 เลย
นอกจากนั้นยังสามารถทำความสะอาดได้ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไป
โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับกันแดด
เพราะผ่านการทดสอบการระคายเคืองและปราศจากน้ำหอม

ที่นี้ก็พอจะเห็นความแตกต่างของกันแดดทั้งสองขวดนี้กันแล้วนะคะ

ที่นี้เปิดฝาขวดดูด้านในกันบ้างค่ะ
รุ่น Sun Protector จะเป็นแบบฝาปั้ม ใช้งานสะดวกเลยนะคะ
แต่รุ่น Super Sun Block จะเป็นแบบเปิดฝาแล้วค่อยๆเทลงบนฝ่ามือ
ปริมาณทั้งสองขวดนี้เท่ากันนะคะ คืออยู่ที่ 30 ml. ค่ะ

สำหรับเนื้อครีมก็จะให้ความรู้สึกบางเบาทั้งสองรุ่นเลยนะคะ
โดยทั้งสองขวดนี้ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการบำรุงผิวในตอนเช้า
รุ่น Sun Protector สามารถใช้ซ้ำระหว่างวันเมื่อเมคอัพลบเลือนแล้วได้นะคะ
ส่วน Super Sun Block สามารถทาซ้ำได้ทุก 2-3 ชม.ค่ะ

สรุปความแตกต่างกันแบบสั้นๆอีกทีคือ
ขวดยาว Sun Protector เหมาะสำหรับวันทำงาน เป็นกันแดดที่เป็นเบสในตัวได้
และขวดสั้น Super Sun Block เหมาะกับวันที่มีกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องเผชิญแสงแดดกันทั้งวัน
สามารถทาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายเลยค่ะ

ใครที่ชอบกันแดดแบบบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะ ไม่หนักหน้า
สองขวดนี้ก็เป็นอีกทางเลือกให้เลือกตัดสินใจได้นะคะ

แดดแรงๆแบบบ้านเรา อย่าลืมปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดดีๆสักขวดนะคะ
ก่อนตัดสินใจซื้อ อย่าลืมทดสอบด้วยตัวเองว่าเราเหมาะกับผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นๆรึเปล่านะคะ
จบรีวิวแล้ว ก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่แวะมาทักทายค่า

Maybelline Clear Smooth B.B. Cream


หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าเจ้าบีบีครีมเนียะ คืออะไร ใช้ยังไง จำเป็นต้องมีรึเปล่า
วันนี้เลยขอมาตอบแบบสั้นๆ พอจะทำความเข้าใจกันได้ง่ายๆนะคะ

บีบีครีม (B.B Cream) ย่อมาจาก Blemish Balm Cream ค่ะ
เป็นครีมปรับสภาพสีผิว ที่มีเบสและรองพื้นในตัว

ใช้เพื่อปกปิดรอยสิว รอยกระ ทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส เรียบเนียน
ให้ความรู้สึกที่เรียบเนียนแบบครีมรองพื้น แต่เนื้อบางเบาและธรรมชาติกว่า

ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่ไม่นิยมครีมรองพื้น เบส หรือคอนซีลเลอร์
ก็อาจเลือกใช้ BB Cream ไปเลยทีเดียว ใช้ง่าย และประหยัดเวลามากกว่าค่ะ

Maybelline Clear Smooth B.B. Cream ตัวนี้ อันที่จริงๆชิ้นนี้ก็ออกมาได้สักพักแล้วนะคะ
เป็นตัวใหม่ที่น่าจะปรับปรุงมาจากรุ่นเก่าที่เคยจำหน่ายออกมาก่อนหน้านี้
รุ่นนี้มีส่วนผสมสารกันแดด SPF 26 PA+++ และยังมีส่วนผสมหลักจากแร่ธาตุธรรมชาติ 8 ชนิด

รุ่นนี้เค้าการันตีคุณสมบัติเด่นๆไว้ถึง 8 ประการเลยค่ะ คือ

1. ผิวดูกระจ่างใสขึ้น
2. ผิวดูเนียนเรียบขึ้น
3. รูขุมขนดูกระชับ
4. ผิวเนียนใส ไม่มันวาว
5. ปกปิดรอยสิว รอยแดง จุดด่างดำ
6. ให้ผิวชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง
7. ปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ
8. ช่วยลดเลือนรอยแดงจากสิว

ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดนี่ถือว่าครบกับที่สาวๆต้องการเลย

ขนาดของขวดนี้ก็เท่าฝ่ามือพอดิบพอดีเลย

สำหรับฝานั้น ก็จะเป็นฝาเกลี่ยว หมุนเปิดปิดได้ง่าย
เนื้อครีมบีบออกมาได้ในปริมาณพอดีๆกับที่เราต้องการใช้ค่ะ

บีบเนื้อครีมออกมาได้โทนสีที่ใกล้เคียงกับสีผิว เนื้อสัมผัสค่อนข้างบางเบา
แต่พอทาลงบนผิวแล้วก็กลมกลืนไปกับสีผิว ไม่วอก ไม่ลอยค่ะ ซึมเร็วด้วย
สำหรับโทนสีก็มีอยู่สองสีนะคะ คือ สีออกโทนเหลืองกับโทนชมพู
ส่วนชิ้นที่นุ่นใช้เป็นสีโทนเหลือง ซึ่งเข้ากับสีผิวนุ่นพอดีค่ะ

สำหรับรูปนี้หลังจากลงครีมบำรุงแล้ว นุ่นลงแค่บีบีครีมตัวเดียว
แล้วลงแป้งฝุ่นแบบไม่มีสี จะเห็นว่าสีผิวไม่เปลี่ยนไปจากเดิม
แต่ดูสีผิวสม่ำเสมอและดูเป็นธรรมชาตินะคะ แต่ถ้าต้องการการปกปิดมากๆ
ก็ยังไม่สามารถปกปิดได้ขนาดนั้นนะคะ คงต้องใช้ตัวอื่นร่วมด้วย

รูปนี้หลังจากทาบีบีครีมผ่านไป 12 ชม.ค่ะ
จะเห็นว่าผิวหน้าเริ่มมีความมันอยู่บ้าง แต่สีผิวยังสม่ำเสมอเหมือนเดิม
ซึ่งถือว่าคุมมันได้พอสมควร เพราะนุ่นเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน
แค่ครึ่งวันหน้าก็จะเริ่มมันแล้ว แต่ตัวนี้ก็พอช่วยได้

สำหรับผลการใช้ Clear Smooth B.B. Cream ของ Maybelline รุ่นนี้
นุ่นคิดว่าค่อนข้างให้ผลที่ดีที่เดียว สำหรับบีบีในราคาที่ไม่แพงแบบนี้นะคะ

แต่ผลการใช้ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวลดล้อมในชีวิตประจำวันของแต่ละคนด้วยค่ะ
ลองไปทดลองใช้กันดูก่อนนะคะว่าเหมาะกับสภาพผิวของเพื่อนๆรึเปล่า
หวังว่ารีวิวในวันนี้จะช่วยเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับคนที่สนใจนะคะ

Seeshell Gray


ได้ Seeshell Gray มาหลายวันแล้ว วันนี้ฤกษ์งามยามสะดวก เลยมารีวิวให้ดูกันค่ะ
แม่ค้าบอกว่าใส่แล้วจะสวยเหมือน Leah Dizon แหม..ว่าไปนั่น แค่หน้าก็ไม่ได้ครึ่งเค้าแล้ว –“

ลืมถ่ายตอนอยู่ในขวดมาให้ดูค่ะ เลยไม่มีหน้าตาเลนส์ตอนยังไม่ได้ใส่ให้ดููค่ะ
รูปนี้เปรียบเทียบระหว่างใส่ข้างหนึ่ง อีกข้างไม่ไ้ด้ใส่ และใส่ทั้งสองข้าง

เปรียบเทียบระหว่างเปิดแฟลชและไม่เปิดแฟลชค่ะ

ใส่แล้วถ่ายรูปเต็มหน้าออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ รูปเปิดแฟลชถ่ายออกมาเบลอไปเยอะเลย ขออภัยนะคะ

ความรู้สึกส่วนตัวใส่สบายตาดี แต่ไม่ชอบเท่าไหร่ รู้สึกว่าไม่เหมาะกับเราเลย ไม่ค่อยถูกใจค่ะ

อาจเป็นเพราะคาดหวังไว้ว่าจะออกมาเทาจ๋า แต่มันเข้มมาก ผ่านไป..ไม่ใช้ต่อ