8 มาสคาร่า ที่ล้างออกง่าย ติดทนยาวนาน


สวัสดีค่ะ วันนี้เรามรบทความเกี่ยวกับมาสค่าร่าที่ใช้ดี ล้างออกง่าย อยู่ทนตลอดวันมาฝากกันค่ะ

แต่สำหรับเมืองร้อนอย่างบ้านเรา มาสคาร่าที่เราใช้กันควรเป็นแบบที่กันน้ำ กันเหงื่อ ไม่ไหลเยิ้ม
ขนตาจะได้เรียงเส้นสวยเป็นแพ งอนเด้งอยู่กับเราได้ตลอดวันค่ะ
วันนี้เลยจะขอพาสาว ๆ มารู้จักกับ 8 มาสคาร่า ที่ล้างออกง่าย
แต่ติดทนทานยาวนานไม่ตกระหว่างวันมาแนะนำกันค่ะ
รับรองว่าทุกชิ้นที่เลือกมา ไม่ไหล ไม่เลอะ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรามาก ๆ
หมดกังวลเรื่องแพนด้าใต้ตาไปได้เลย




มาดูกันค่ะ แต่ละยี่ห้อที่นำมาฝากกันมีอะไรบ้าง
 

1. Maybelline Hypercurl Volum Express

ถูกและดี ล้างออกง่าย ให้ขนตายาว งอน เด้ง ได้ตลอดทั้งวัน

2. Lilybyred AM9 TO PM9 Infinite Mascara

ช่วยให้ขนตาเด้งงอนตั้งแต่เช้าจรดเย็น ติดทนยาวนานไม่ทิ้งคราบ

3. Canmake Quick Lash Curler

การันตีด้วยรางวัล Cosme 5 ปีซ้อน งัดขนตาให้งอนเด้งไม่เป็นก้อน

4. Mistine Super Model Eye Exploded Runway Mascara

มาพร้อมกันถึง 2 หัวในแท่งเดียว ปัดสวยทั้งขนตาบนและล่าง

5. Za Killer Volume Curl

ที่สุดของมาสคาร่า ให้ขนตาสวย สยบปัญหาขนตาสั้นและบาง

6. Dejavu Fiberwig Ultra Long F1

ให้ขนตางอนเด้งราวกับติดขนตาปลอม พร้อมสารบำรุงขนตา

7. Heroine Make Long & Curl Mascara Super Waterproof

ที่สุดของมาสคาร่าแห่งยุค เนรมิตขนตายาวเสมือนเป็นเจ้าหญิง

8. Clinique Lash Power Lengthening Mascara

ขนตายาวและไม่เกาะเป็นก้อนด้วยหัวแปรงปัดแบบ 2 ด้าน

เมื่อปัดมาสคาร่าจนได้ขนตาเรียงเส้นสวยแล้ว
ก็อย่าละเลยการล้างทำความสะอาดคราบมาสคาร่าออกอย่างเบามือ
เพื่อเป็นการถนอมดวงตาคู่สวยของเราด้วยนะคะ
ในการล้างนั้น ควรเทปริมาณ Remover ให้ชุ่มสำลี แล้วแปะทิ้งไว้สัก 2 – 3 นาที
ก็จะช่วยทำให้มาสคาร่าหลุดอย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องถูแรง ๆ
ซึ่งเป็นการรบกวนเปลือกตาและอาจก่อให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตาได้ 

ท้ายที่สุด อย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุของมาสคาร่าที่เราใช้กันด้วยนะคะ
มาสคาร่าจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องสำอางที่มีอายุการใช้งานสั้นที่สุด
ส่วนใหญ่จะหมดอายุภายใน 3 เดือนหลังจากเปิดใช้ครั้งแรก
อีกทั้งยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี
เราจึงควรเปลี่ยนมาสคาร่าทุก ๆ 3 เดือน
แม้ว่าจะยังใช้ไม่หมดก็ตามค่ะ 


 

เพื่อนๆสามารถแวะไปอ่านบทความนี้เพิ่มเติมแบบลงรายละเอียด
และบทความที่น่าสนใจอื่นๆด้ที่ my-best.th ค่ะ

สอนติดขนตาปลอมด้วยตัวเอง


สวัสดีค่า วันนี้มาสอนวิธีการติดขนตาปลอมกันค่ะ

อุปกรณ์มีไม่กี่ชิ้น หาซื้อไม่ยากค่ะ
ชิ้นแรกคือแหนบ จะหน้าตาแบบในรูป หรือแหนบเล็กๆก็ได้ เอาที่เราจับถนัดมือไว้ก่อน
ชิ้นที่สองคือ กรรไกรสำหรับตัดแต่งขนตาปลอม
ชิ้นที่สามคือ กาวติดขนตา ยี่ห้อที่เราแนะนำก็มี Cosluxe, D.U.P, บอกต่อ ค่ะ ติดอยู่ทนนานมาก
ชิ้นสุดท้ายคือ ขนตาปลอมแบบที่ชอบเลย จะชอบฟูๆแน่นๆ หรือแบบที่ดูเบาๆสบายๆ ก็ได้ค่ะ
เราเลือกแบรนด์บอกต่อ เบอร์ Y006 เพราะดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับชีวิตประจำวันมากๆค่ะ

อันดับแรกคือนำขนตาปลอมมาทสบกันตาของเราเพื่อดูว่าต้องตัดส่วนเกินออกหรือไม่
เนื่องจากบางคนรูปตาเล็กใหญ่เรียวยาวไม่เท่ากัน การตัดส่วนเกินออกจะทำให้เนียนมากขึ้นค่ะ

ในการตัดแต่งต้องดูแบบของขนตาปลอมด้วยว่ามาในรูปแบบไหน
อย่างอันนี้จะไล่ความยาวไปตรงกลาง เราจะตัดหัวท้ายออกอย่างละนิด
ลองดุแบบ แล้วตัดออกในแบบที่เราดูแล้วจะเข้ากับรูปตาเราเป็นหลักนะคะ
บางแบบเน้นความยาวที่หางตา เราอาจตัดหางสักหนึ่งช่อ แล้วตัดหัวสักหนึ่งช่อ
เพื่อคงรูปแบบเดิมของขนตาไว้ หรือแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคนเลยค่ะ

ได้ทรงที่ต้องการแล้ว เราจะทากาวตามแนวเส้นขนตา โดยเน้นหัวและหางด้วย
เพราะเป็นจุดที่หลุดค่อนข้างง่ายมากๆ ทิ้งไว้ให้กาวมีความหนึบสัก 30 วินาทีก่อนติดค่ะ

ในการติดขนตาปลอใ เราจะวางไปที่กึ่งกลางดวงตาโดยใช้แหนบหนีบแบบในรูปนะคะ
จากนั้นเราจะค่อยๆจัดวางโดยขยับด้านหัวตา และหางตาให้ได้ตำแหน่งที่พอดี
ไม่ควรชิดมุมใดมุมหนึ่งมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดการกดทิ่ม ณ จุดนั้นได้
จากนั้นเราจะใช้แหนบดันขนตาปลอมให้แนบสนิทกับแนวขนตามากที่สุด
ใช้นิ้วมิอช่วยจับ หรือขยับหาองศาไม่ให้ขนตาตั้งขึ้น หรือทิ่มลงจนเกินไป
แล้วใช้อายไลน์เนอร์เขียนทับรอยกาว หรือถมตรงจุดที่เป็นช่องว่างต่างๆให้ดูกลมกลืนมากขึ้น

ถ้าเราทากวาน้อยไป หัวตามักจะเอาไม่ค่อยอยู่ ค่อยใช้กาวทาแทรกเข้าไปแบบนี้
จะช่วยให้ติดแน่นขึ้น และบริเวณหัวตาไม่กระเดิดระหว่างวัน

การติดขนตาปลอม สำหรับมือใหม่อาจจะต้องใช้เวลาในการติดบ่อยๆ
เราจะสามารถจับจุดในการติดครั้งต่อไปให้ง่ายขึ้นได้ 
สามารถดูคลิปด้านล่างเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น
และในคลิปยังมีมีวิธีการดูแลรักษาขนตาปลอมที่ใช้แล้วมาแนะนำกันด้วยค่ะ

Review Clear Nose Acne Care Solution BB SPF50 PA+++


สวัสดีค่าวันนี้นุ่นมีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้มี่มีปัญหาสิว มีรอยดำและรอยแดงจากสิว
แต่ยังจำเป็นต้องแต่งหน้าในชีวิตประจำวันทุกวันมาแนะนำกันค่ะ

Clear Nose Acne Care Solution BB Spf 50 PA+++
ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสสีผิวดูสม่ำเสมอ แลดูเรียบเนียน
แม้เนื้อผลิตภัณฑ์จะบางเบาและเกลี่ยง่าย แต่ช่วยปกปิดรอยแดงบนใบหน้า
และรอยสิวเกิดใหม่ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ภาพรวมของผิวที่มีปัญหาดูสดใสและดูผิวดีขึ้น
ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันหรือเป็นคราบ และยังไม่รบกวนผิวที่เป็นสิว
ผิวแพ้ง่ายระคายเคืองด้วยเพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม
นอกจากนั้นยังมีคอลลาเจนและสารสกัดจากว่านหางจระเข้
ในการช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่นยาวนาน 24 ชั่วโมงค่ะ
ทั้งบำรุงและปกปิดในชิ้นเดียวเลยค่า

โทนสีจะออกเหลือง กลมกลืนกับผิวสาวไทยได้ดีมากๆ เกลี่ยแล้วช่วยให้ผิวดูผ่องขึ้น
และการปกปิดทำได้ดี เซ็ทตัวค่อนข้างไวด้วยค่ะ
ใครที่ลงด้วยมือ อาจจะต้องเกลี่ยให้ไวสักหน่อย จะได้ไม่เป็นคราบ
ส่วนใครที่ถนัดลงด้วยฟองน้ำก็จะง่ายขึ้น เพราะเค้าให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนดีมาก

ภาพรวมงานผิวหลังแต่งหน้า ผิวยังดูเป็นธรรมชาติ แต่ปกปิดดี และมีสารบำรุงเหมือนสกินแคร์
ทำให้เหมือนใช้ BB ที่บำรุงผิว และป้องกันสิวไปในตัวเลยค่ะ 
เค้ามีทั้งแบบซองจำหน่ายใน 7-ELEVEN และขนาด 30 g. จำหน่ายตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป

แนะนำลิปสติกโทนสีแดงที่ทาแล้วขับผิวให้ดูขาวขึ้น และดูเซ็กซี่ชวนมอง


EyeCatch.jpg

หากสาว ๆ จะต้องเลือกลิปสติกสักแท่งที่สามารถพกพาไปใช้ได้ในทุกโอกาส ทุกสถานการณ์
แนะนำเลยว่า ลิปสติกสีแดง คือสีที่ควรมีติดกระเป๋ามากกว่าสีใด ๆ
เพราะลิปสติกสีแดงสามารถเปลี่ยนบุคลิกของสาว ๆ ให้กลายเป็นคนมีเสน่ห์และดูน่าค้นหาขึ้นได้
นอกจากนั้นยังทำให้ลุคธรรมดา ๆ ในวันสบาย ๆ ดูสวยงามชวนมองมากขึ้น
เชื่อเถอะค่ะ ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวสไตล์ไหน จะเป็นสายเกามุ้งมิ้ง สายฝอดูเซ็กซี่มั่นใจ
เป็นคุณหนูแสนเรียบร้อย เป็นสาวทำงานมาดมั่นใจ หรือสาวเปรี้ยวเผ็ดเข็ดฟัน
จะมีผิวขาวหรือผิวเข้ม ก็สามารถทาลิปสติกสีแดงเพื่อเสริมบุคลิก หรือปรับเปลี่ยนสไตล์ตัวเอง
จนคนข้าง ๆ ต้องร้อง “ว้าว” กันได้เลย

นอกจากนี้ ลิปสติกสีแดงยังทำให้สาว ๆ รู้สึกมั่นใจและมีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ
รับรองว่าถ้าสาว ๆ ได้ลองทาลิปสติกสีแดงออกไปเฉิดฉายสักครั้ง
จะต้องติดใจจนอยากจะหาลิปสติกสีแดงมากกว่า 1 เฉด พกติดกระเป๋าไว้แน่นอน
และวันนี้เราได้รวบรวม 10 ลิปสติกโทนสีแดงที่ทาแล้วช่วยให้สาว ๆ ดูมีออร่า
เปล่งประกายสวยงามมั่นใจในแบบของตัวเองมาฝากกันค่ะ

1. M.A.C RETRO MATTE LIPSTICK – RUBY WOO

2. MAYBELLINE  Superstay Matte Ink™ City Edition – No.118 Dancer

3. L’OREAL PARIS ROUGE SIGNATURE – 115 I AM WORTH IT

4. BOBBI BROWN CRUSHED LIP COLOR – CHERRY

5. NYX Soft Matte Lip Cream – SMLC10 Monte Carlo

6. Revlon Super Lustrous Lipstick – 007 In The Red

7. 4U2  LOVE ME HARDER2 – No.22 BOYS’ TALK

8. Za VIBRANT MOIST LIPSTICK VIVID DARE – RD401

9. innisfree Vivid Cotton Ink – No.08 Dried Tulip Nude

10. Eglips  Velvet Fit Tint – 05 Vintage Brick

cover

สามารถอ่านรายละเอียดและคุณสมบัติเด่นๆของลิปสติกแต่ละแท่งที่เลือกมาเพิ่มเติมได้ที่ my-best.in.th พร้อมกับทริคเล็กๆน้อยในการทาลิปสติกให้ดูสวยโดดเด่น ติดทนยาวนาน ที่เอามาฝากกันที่นั่นด้วยค่ะ

สวอชสีลิปสติก moonshot x lisa


 

วันนี้มีสวอชสีลิปสติกแบรนด์ Moonshot ที่มี ลิซ่า แบล็ตพิงค์เป็นพรีเซ็นเตอร์มาให้ชมกันค่า
ปกติแบรนด์นี้เค้าก็มีคอลเลคชั่นที่ Collab กับสาวๆวง Blackpink อยู่แล้ว
ทั้งลิปสติก คุชชั่น หรือประเภทงานเตรียมผิวก่อนแต่งหน้าจำหน่ายในเกาหลี
มีมาจำหน่ายที่ไทยเฉพาะบางรุ่นที่ขายอยู่ที่เคาน์เตอร์มูนช็อทในร้านอีฟแอนบอย

ลิซ่าเป็นคนที่ทาลิปสติกสีแดงขึ้นมาก เพราะริมฝีปากที่อวบอิ่มทำให้ดูมีเสน่ห์เย้ายวนมากๆ

แต่ 3 สีใหม่ล่าสุดก็เป็น Limited Edition ที่ขายเฉพาะในไทย และเป็นสีที่ลิซ่าเลือกมานั่นเอง
ด้วยความเป็นติ่งน้อง เราก็พลาดไม่ได้จริงๆ กระทู้นี้เรามาสวอชทั้งสามสีให้ดูกัน
และด้านล่างมีคลิปวีดีโอที่เราใช้ไอเท็มในคอลฯนี้แต่งหน้าให้ชมกันด้วย ฝากชมคลิปกันด้วยน๊าา

 

Moonshot Lisa’Pick Edition นี้เราซื้อมาทุกชิ้นเลย เพราะราคาไม่แรงมาก

 

ประกอบไปด้วย
Lip & Cheek Cream Paint มีจำหน่าย 3 โทนสี แท่งละ 139 บาท
Multi Protection 3 in 1 UV CC Cream ขนาด 10 Ml. ราคา 159 บาท
Powder Fix ขนาด 5 กรัม มีจำหน่าย 2 โทนสี ตลับละ 189 บาท
สามารถหาซื้อได้ที่เซเว่นทุกสาขาค่า

 

ปาดสีชัดๆสีก็ออกมาแน่นแบบนี้เลย พิ้กเมนท์สีดีมากจริงๆ ชัดตั้งแต่รอบแรกที่ทาเลยค่ะ

 

แต่ละสีที่เราทาบนปาก เราใช้วิธีการแตะบนปากทีละนิดแล้วใช้นิ้วเบลนด์
จะได้สีออกมาดูไม่แน่นเกิน เพราะถ้าปาดไปตรงๆแบบทาลิปสติกทั่วไป
สี Ginger Coral และสี Orange Hunter จะโดดกับผิวมาก
เนื่องจากเป็นโทนส้มที่ค่อนข้างสว่างและสะท้อนแสงมาก ถ้
าไม่ขาวแบบสาวเกาหลี แตะบางๆแล้วเบลนด์จะสวยกว่าค่ะ
ส่วนสีที่เราชอบและคิดว่าเข้ากับผิวคนไทยที่ไม่ได้ขาวมากคือสี Rosy Claret
เป็นสีที่ทาแบบเต็มๆก็สวย  หรือทาเบลนด์ๆให้ดูไม่แน่นเกินไปก็น่ารัก
เป็นสีที่สีผิวไหนทาก็รอดค่ะ

 

ลองใช้ทาตากับแก้มก็ได้นะคะ สีชัดเลย และสีบนตากับแก้มก็มีความติดทนพอสมควร
เนื้อลิปหลังเซ็ทตัวให้ความรู้สึกเบา ไม่หนักปาก ให้ฟินิชแบบแมทนิดๆ
ความติดทนบนริมฝีปากเหมือนลิปสติกทั่วไป
คือต้องมีเติมระหว่างวันบ้าง ไม่ได้ติดทนยาวนานมาก
โดยรวมเรามองว่าเป็นลิปสติกคุณภาพดีในราคาที่ไม่แรงมาก
ใครชอบสีไหนก็จัดไปค่ะ
สุดท้ายนี้ หวังว่ารีวิวนี้จะมีประโยชน์กับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันอยู่นะคะ
ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกด้วยค่า

Althea A’bloom collection


บล็อกวันนี้มี A’bloom collection ผลิตภัณฑ์ใหม่จากเวบไซต์ Athea Korea มาแนะนำกันค่า

0001

A’bloom Refreshing Skin Mask Pack [10 sheet./110฿]

ชิ้นแรกเป็นมาส์กชีท 4 สูตรที่ดูแลผิวต่างกันไปตามความต้องการของผิว

มีคุณสมบัติในการให้ความชุ่ชื่นกับผิว และช่วยให้ผิวคงความอ่อนเยาว์

ด้วยส่วนผสมหลักจากพืชพรรณธรรมชาติ นอกจากนั้นยังสร้างสมดุลผิวให้มีค่า Ph ที่เป็นกลาง

และช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ ปลุกผิวให้สดชื่น ไม่หมองโทรม

 4 สูตรประกอบไปด้วย

Anti-Blamish Peach – ช่วยควบคุมน้ำมันในผิวให้เกิดสมดุลย์ และลดรูขุมขนให้ดูกระชับ

Nouriching Avocado – ช่วยลดริ้วรอยและให้ผิวที่ยืดหยุ่น ตึง กระชับ

Moisturizing Watermelon – ช่วยให้ผิวสัมผัสเนียนนุ่ม และเพิ่มความชุ่มชื่นกับผิว

Brightenning Lemon Lime – ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และฟื้นบำรุงผิวให้แข็งแรง

01A02

แผ่นมาส์กแบบทิชชู่ มีขนาดใหญ่ ปิดแล้วเกินหน้าเรานิดหน่อย แต่เนื้อมาส์กให้มาเยอะมาก

สามารถใช้ส่วนเหลือทาแขน ทาคอ ต่อได้อีกเยอะเลย

หลังจากทิ้งไว้ 10-15 นาที ผิวรู้สึกชุ่มชื้นมาก สบายผิวสุดๆ ไม่ต้องลงครีมบำรุงต่อ

ชอบมาส์กตอนก่อนนอน เพราะตื่นมาในวันถัดไปรู้สึกถึงผิวที่นุ่ม อิ่มฟู เหมือนได้รับการบำรุงเต็มที่

0304

ต่อมาคือ A’bloom BHA Blackhead Blaste [120฿] ตัวช่วยในการขจัดสิวเสี้ยน

มาในรูปแบบแท่ง ใช้งานสะดวก ส่วนผสมหลักมาจากต้น White Willow ที่มี BHA ธรรมชาติ

ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและทำให้ผิวสัมผัสเนียนลื่นขึ้น

ตัวที่สองคือ ถ่าน ที่ช่วยขจัดน้ำมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน ให้ผิวสะอาดล้ำลึก

นอกจากนั้นยังมีเม็ดสครับที่นำมาจากเม็ดแอปริคอทเป็นตัวช่วยในการสครับผิวอย่างอ่อนโยน

และสุดท้ายคือ Tea Three Oil ที่ช่วยลดปัญหาผิว สิวอุดตันต่างๆ

วิธีใช้ก็ง่ายมาก แค่ปาดไปในจุดที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นจมูก ใบหน้า หรือจุดแห้งกร้านต่างๆ

ท้งไว้เพียง 1 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวจะเรียบเนียนขึ้น

ผิวสะอาดลึกไปยังรูขุมขน ช่วยลดปัญหาสิวอุดตันต่างๆ หลังใช้ผิวไม่แห้งตึง

05

A’bloom Baby Meringue Puff [85฿] & A’bloom Giant Meringue Puff [60฿]

06

ฟองน้ำแต่งหน้าดีไซน์หน้าใช้ทั้งสองขนาดนี้ สามารถเลือกใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ต่างกันไป

เนื้อฟองน้ำนุ่ม เนียนละเอียด ไม่มีรูพรุนเพื่อให้เกิดการดูดเนื้อผลิตภัณฑ์จนเกินไป

ทำจากวัสดุที่ได้มาตราฐาน ไม่มีสารลาเท็กซ์ที่เป็นอันตรายต่อผิวและสิ่งแวดล้อม

07

การใช้ฟองน้ำแต่งหน้า ช่วยให้ได้งานผิวที่สมบูรณ์แบบ ประหยัดเวลา และลงรองพื้นได้รวดเร็ว

A’bloom Baby Meringue Puff เหมาะกับการใช้ในจุดที่เข้าถึงยาก เก็บรายละเอียดบนผิว

A’bloom Giant Meringue Puff ใช้กับผิวในบริเวณกว้าง ให้ผิวดูเนียนเรียบเสมอกัน

สามารถใช้แบบแห้งหากต้องการฟินิชลุคผิวแบบแมทท์ และผิวที่ดูแน่น เนียนกริบ

หรือใช้ชุบน้ำหมาดๆจะได้ผิวที่ดูฉ่ำ อิ่มน้ำ ผิวดูใสเป็นธรรมชาติ

ทำความสะอาดได้ง่ายด้วยสบู่เหลว หรือสบู่ก้อนทั่วไป

และควรหมั่นทำความสะอาดฟองน้ำเป็นประจำเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกหมักหมม

และช่วยืดอายุของฟองน้ำให้งานได้ยาวนานขึ้นนะคะ

ทั้งหมดนี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของเวบไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ส่งตรงจากเกาหลี Althea

สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและสั่ซื้อได้ที่ https://th.althea.kr/exclusive-brands ค่า

หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ พบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ 🙂

All My Favorites Cream Blush


สวัสดีค่า บล็อกนี้จะมาแนะนำบลัชครีมหลายๆยี่ห้อที่หยิบใช้เป็นประจำกันค่า
ไปดูกันค่ะว่ามียี่ห้อไหนมาแชร์กันบ้าง

4U2 Cosmetics Love Me More [199-] บลัชออนเนื้อครีมที่ทาแล้วจะเปลี่ยนกลายเป็นเนื้อแป้ง
ตลับนี้เป็นอีกรุ่นที่โด่งดังมากๆของแบรนด์นี้ และมีสีให้เลือกเยอะมากถึง 12 สีเลย
ซื้อมาลองใช้ 1 สีก็ค่อนข้างชอบนะคะ เพราะราคาไม่แพง และให้เม็ดสีที่ชัดเจน
รุ่นนี้เราใช้นิ้วมือเราปัดแบบแปรงเลย คือแต้มแล้วเกลี่ยออก ไม่ต้องเบลนด์เหมือนบลัชครีมทั่วไป
เพราะอาจจะกลายเป็นคราบได้ค่ะ คิดว่านิ้วมือเราเป็นแปรงแต่งหน้า
แต้มแล้วปัดออกๆได้เลย แตะสีแค่นิดเดียวก็ได้สีชัดสวยทั่วพวงแก้มเราแล้วล่ะค่ะ



AR Cushion Lip & Cheek [159-] หาซื้อได้ที่ 7-Eleven ชิ้นนี้ไม่แน่ใจว่ายังหาซื้อได้อีกไม๊
เพราะไม่ค่อยเห็นแล้ว ขอบอกว่าจิ๋วแต่แจ๋วมากๆ เพราะใช้ได้ทั้งปากและแก้มเลย
เค้ามีแปรงสำหรับทาปากมาให้แยกต่างหากด้วย อัดสีแน่นมาในฟองน้ำรูปแบบคูชั่น
พิ้กเมนท์สีแน่นมาก สีนี้เป็นสีที่อ่อนที่สุดในสามสี (แดงและชมพูบานเย็น) ยังจัดว่าสีแน่นไม่แพ้กัน
ที่สำคัญคือติดทนยันเย็นและเซ็ทตัวไว ต้องเบลนด์ด้วยความรวดเร็วจะได้ไม่เกิดคราบด่างบนแก้ม



CANMAKE Thailand Cream Cheek [280-] เค้ามีทั้งหมด 6 สี สีไม่แน่นมาก
เน้นความวาวแบบน่ารักสไตล์สาวญี่ปุ่น ได้ลุคแก้มอิ่มน้ำ ผิวสุขภาพดี สีน่ารัก
สำหรับคนผิวมันหรือผิวผสม สีอาจจะติดไม่ค่อยทนมากนะคะ
สามารถลงสีให้เข้มแล้วเซ็ทด้วยแป้งก็จะได้พวงแก้ใสีชมพูอมพีชระเรื่อๆ สุขภาพดี



Canmake Lip & Cheek [290-] มี 6 สี เช่นกัน รุ่นนี้จะแพงกว่ารุ่นที่แล้วนิดเดียว
แต่ทาได้ทั้งแก้มและปาก เนื้อมีความเบาใสกว่า แต่เม็ดสีชัดและติดทนมากกว่า
เป็นชิ้นที่ชอบมาก ใช้จนเป็นหลุมแล้ว สีอื่นๆก็น่ารักมากด้วย
รุ่นนี้ทาปากแล้วรู้สึกว่าให้ฟินิชลุคแบบไม่ชุ่มฉ่ำมาก มีควมกึ่งแมทนิดๆ สวยดีค่ะ



Kate Thailand CC Lip & Cheek Cream [450-] มี 2 สี อีกสีคือสีแดงระเรื่อ สวยมากๆ
รุ่นนี้เนื้อจะฉ่ำๆ บางๆใสๆ แต่เม็ดสีก็ยังคงเห็นอยู่ และมีความติดทนกำลังดี คืออยู่เกินครึ่งวัน
สีน่ารักมาก ตลับนี้นุ่นซื้อมาตอนงานเซลล์ได้ราคาดีสุดๆคือแค่ 74- เท่านั้น
ทั้งสองสีคือน่ารักมาก เหมาะกับคนที่อยากได้แก้มระเรื่อๆ เบาๆ ดูสุขภาพดีที่สุดค่ะ



LB DRAMATIC JELLY CHEEK & LIP [350-] อีกหนึ่งแบรนด์นำเข้าจากญี่ปุ่นคุณภาพดี
เค้ามีบลัชครีม 3 โทนสีคือแดง ส้ม และชมพู ซึ่งสวยทั้ง 3 สีเลย
ซึ่งสีแดงก็จะเข้ากับสีนุ่นมากกว่า เนื้อครีมเบลนด์ง่าย ไม่เป็นคราบ สีชัดสวย ติดทนยาวนาน
เป็นสินค้าตัวดังของแบรนด์นี้เลย ใช้งานได้คุ้มราคามาก เพราะแตะแค่นิดเดียวสีก็ชัดแล้ว



Lunasol ไฮเอนด์แบรนด์ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น บลัชเนื้อครีมสีน่ารัก
เน้นงานพวงแก้มอมชมพูดูผิวฉ่ำน้ำสุขภาพดี สามารถลงหนักมือได้เพราะสีไม่ได้จัดจ้านเกินไป
เซ็ทด้วยแป้งแล้วอาจดูสีซอฟท์ลงเล็กน้อย ติดไม่ทนมาก
จะเหมาะกับคนที่ผิวแห้ง หรือผิวที่ไม่ได้มันไว สีจะอยู่ทนมากกว่าค่ะ
ตัวนี้ทาได้ทั้งแก้มและปากเลย



SUQQU Thailand Shimmer Liquid Blush [1,500-]
เป็นบลัชที่มีส่วนผสมของน้ำถึง 50% แต่สีก็ยังแน่นมากกก
นอกจากนั้นยังมีส่วนผสมของน้ำมันจากธรรมชาติช่วยในการบำรุงผิวด้วย
กดสีออกมาแค่เมล็ดงาก็ได้พวงแก้มแน่นแล้ว คุ้มราคาสุดๆค่ะ
สีนี้คือเหมาะกับสาวๆทุกสีผิวด้วย



ทั้งหมดนี้เป็นชิ้นที่หยิบใช้เป็นประจำทุกวันสลับๆกันไปนะคะ
ทุกครั้งที่ลงก็จะเซ็ทตามด้วยแป้งฝุ่นเป็นการเซ็ทไม่ให้เค้าไหลเลือนระหว่างวันด้วย
เนื่องจากเป็นคนผิวมันไหว สำหรับคนผิวแห้ง หาอยากได้แก้มดูฉ่ำสวยอาจไม่ต้องเซ็ทแป้งตามได้
บางตัวที่บอกว่าติดทน กับสภาพอากาศร้อนอบอ้าวแบบบ้านเราถือว่าผ่านเลยนะคะ
ใครสนใจลองหาซื้อมาลองกันดูนะคะ ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกด้วยกันค่า

 

Review KATE CREAMY FIT FOUNDATION SPF47 PA+++


สัวสดีค่ะ วันนี้นุ่นมีผลการใช้รองพื้นจากแบรนด์ KATE TOKYO ที่ใช้เป็นประจำมาอัพเดทกันค่า

KATE CREAMY FIT FOUNDATION SPF47 PA+++ ราคา 600 บาท

รองพื้นที่อัดมาในตลับพกพาสะดวก มีฟองน้ำในตัวมาให้งานได้ง่าย พร้อมพกพาไปทุกที่
มีด้วยกันทั้งหมด 4 เฉดสี ที่นุ่นได้มาลองคือ No.02 และ No.04
ดูภายนอกสีมีความใกล้เคียงกัน แต่ปาดออกมาแล้วต่างกันพอสมควรค่ะ
No.01 สำหรับผิวขาว สีนี้ค่อนข้างขาวมากๆค่ะ
No.02 สำหรับผิวขาวโทนเหลือง
No.04 สำหรับผิวโทนเหลือง
N0.101 สำหรับสาวผิวเข้ม สีนี้เป็นสีที่เข้มมาก คนผิวขาวสามารถใช้คอนทัวร์กรอบหน้าได้เลย

มาดูผลการใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันบ้าง เป็นผลิตภัณฑ์เนื้อครีมที่ใช้งานง่ายมาก
ใช้ฟองน้ำแตะลงบนเนื้อผลิตภัณฑ์เพียงครั้งเดียวก็สามารถทาได้ทั่วใบหน้า การปกปิดทำได้ดี เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ ไม่เป็นปื้น ไม่หนา และให้งานผิวสุขภาพดี
เซ็ทตัวไว สามารถลงแป้งฝุ่นต่อได้โดยไม่ต้องรอนาน

ไม่คุมมันระหว่างวัน แต่ไม่ไหลเยิ้มหรือดรอปเลย ซับมันแล้วเนื้อผลิตภัณฑ์ก็ไม่หลุดติดมาด้วย
อาจมีหลุดบ้างเล็กน้อยบริเวณที่มีความมันมากๆ อย่างบริเวณซอกจมูก
และหลังซับด้วยกระดาษซับมัน เราก็จะได้ผิวเหมือนแต่งหน้าใหม่ๆกลับมา
พร้อมให้เราทัชอัพแล้วไปซิ่งต่อกับเพื่อนสาวหลังเลิกงานได้เลย

โดยรวมค่อนข้างพอใจกับตัวนี้ แม้จะไม่คุมมัน แต่อากาศร้อนๆแบบนี้ก็ไม่ไหล ไม่ลอยบนผิว
ใครสนใจลองหาซื้อมาใช้กันดูนะคะ 🙂

SUQQU 2019 Spring Color Collection


แบรนด์ดังอย่าง Suqqu (ซุคกุ) ยังคงทยอยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมาให้สาวได้ลองกันเรื่อยๆ
ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นุ่นมีโอกาสได้ไปอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ๆกับทางแบรนด์มาด้วย
ไปดูกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจมาแนะนำกันบ้างค่ะ

SUQQU 2019 Spring Color Collection
เมคอัพที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านเมฆอย่างสดใสและอ่อนโยน
รังสรรค์เป็นเครื่องสำอางที่มีโทนสีพาสเทลแสนหวานมาให้สาวๆได้ใจละลายไปตามๆกัน


ในภาพประกอบด้วย 
SUQQU Color Ink Liquid Eyeliner (฿1,500)
SUQQU Shimmer Liquid Blush (฿1,500)
SUQQU Stain Lip Lacque (฿1,400)
ไปดูรายละเอียดแต่ละชิ้นกันค่า

Suqqu Shimmer Liquid Blush No.02 Tsubaimomo
บลัชออนที่ประกอบด้วยน้ำถึง 50% และน้ำมันบำรุงผิวถึง 4 ชนิด
เพื่อคุณสมบัติติดแน่นและซึมซาบได้เร็ว มี 5 เฉดสี ราคา 1,500-
ผลิตภัณฑ์เป็นขวดแก้ว ดีไซน์เรียบหรู มาพร้อมหัวปั๊มใช้งานสะดวก

ด้วยความที่เนื้อผลิตภัณฑ์มีน้ำเป็นส่วนผสมถึง 50% จึงเกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ
และพิ้กเมนท์สีที่แน่นชัดจึงใช้ปริมาณเพียงน้อยนิด (เม็ดถั่วเขียว) ก็เกลี่ยได้ทั่วพวงแก้มแล้ว
ให้สีแก้มดูระเรื่อเหมือนเลือฝาดตามธรรมชาติ และติดทนยาวนานไม่เลือนตลอดวัน

ชิ้นต่อมา Suqqu Color Ink Liquid Eyeliner No.02 Brown มีจำหน่าย 6 เฉดสี ราคา 1,500-
หัวเรียวแหลม เขียนง่าย ได้เส้นคมชัด เซ็ทตัวแล้วติดแน่นทนนาน ให้สีสวยโดดเด่นตลอดทั้งวัน

สุดท้ายคือ Suqqu Stain Lip Lacque สี 103 Ice Pink [Limited Edition]
ลิปกลอสเนื้อสัมผัสเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ สีสันสดใส จะทาบางๆ หรือทาแน่นๆจัดเต็มก็สวย
มีจำหน่ายทั้งหมด 5 เฉดสี ในราคา 1,400- ค่ะ 

และนี่คือการแต่งหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ชิ้นจาก SUQQU 2019 Spring Color Collection ค่า
โดยรวมค่อนข้างประทับใจกับผลิตภัณฑ์ของ SUQQU เป็นอย่างมาก แม้จะราคาจะสูงไปสักนิด
แต่ก็เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพดี คุ้มค่า คุ้มราคามากๆค่ะ 

 

Review ALTHEA SKIN RELIEF CALMING CREAM & WATERFUL GREEN BAMBOO PADS


01

วันนี้นุ่นมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากประเทศเกาหลี มาแนะนำกันค่ะ
สองชิ้นนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นให้การชุ่มชื่นกับผิวด้วยส่วนผสมหลักคือ Panthenol
หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ โปรวิตามินบีห้า ที่ทำหน้าที่หลักๆคือให้ความชุ่มชื่นกับผิว
ลดการอักเสบและระคายเคืองผิว ช่วยให้ผิวมีความเรียบเนียนและยืดหยุ่นมากขึ้น
รวมถึงผู้ที่มีผิวแดงคันแพ้ง่าย แพนธีนอลก็เป็นตัวช่วยในการปลอบประโลมผิวได้เป็นอย่างดี

0203

ALTHEA WATERFUL GREEN BAMBOO PADS 80 แผ่น/420- แผ่น
โทนเนอร์ใช้เช็ดก่อนการบำรุงผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น มีกลิ่นแนวผลไม้รสเปรี้ยวเบาๆ
ช่วยให้ความรู้สึกสดชื่นและหลังเช็ดผิวสะอาดขึ้น พร้อมสัมผัสผิวที่นุ่มขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นประจำ
นอกจากนั้นช่วยเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปด้วย
โดยส่วนตัวนุ่นใช้แล้วไม่เกิดอาการระคายเคือง
นอกจาก Panthenol แล้ว ยังมีสารสกัดธรรมชาติจากต้นไผ่ที่ช่วยเสริมเรื่องความชุ่มชื้น
และเป็นเกราะป้องกันมลภาวะต่างๆให้ผิว รวมถึงเรื่องริ้วรอยต่างๆด้วย
ผลิตภัณฑ์บรรจุมาในแพคเกจที่มิดชิด มีคีมหนีบมาให้ใช้หยิบผลิตภัณฑ์แทนนิ้วมือของเราด้วย
ข้อควรระวัง คือ ต้องปิดฝาให้มิชิด ป้องกันไม่ให้แผ่นโทนเนอร์แห้ง
0405
ALTHEA SKIN RELIEF CALMING CREAM 80 ml./340-
มอยส์เจอไรซ์เซอร์เนื้อบางเบา ซึมเข้วผิวได้ดี ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนผิว
หลังใช้ให้ผิวชุ่มชื่น อิ่มน้ำ ช่วยปลอบประโลมผิวได้ดี
ผลิตภัณฑ์มีความอ่อนโยน สามารถใช้ได้บ่อยตามที่ต้องการ
สามารถหาซื้อได้ที่ https://th.althea.kr/althea-exclusives