Colour Swatches Urban Decay Vice Lipstick


สวัสดีค่า วันนี้หอบเอาลิปสติกกว่า 100 สีมาอวดกันค่ะ
แต่ไม่ใช่ทั้งหมดนี่ที่จะมาสวอชให้ดูกันน๊า จริงๆมีแค่ 4 สีเอ๊งงง 😀

 Urban Decay ออกคอลเลคชั่น Vice Lipstick 2016 ซึ่งวางขายในบ้านเราเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา
แต่ความไม่ธรรมดาก็คือ เค้าออกมาถึง 100 เฉดสี ที่มี Texture ต่างๆกันไปดังนี้

Sheer ลิปเนื้อบางเบา เม็ดสีไม่ชัดมาก ให้อารมณ์แบบลิปบำรุง

Metallized : ลิปสีแนวเมทาลิก สีมีความชัด วาว เล่นแสงทุกมิติ

Cream  ลิปเนื้อครีมที่ให้ริมฝีปากดูฉ่ำๆ ไปด้วยเม็ดสี ทาง่าย ไม่เป็นคราบ

Comfort Matte ลิปเนื้อกำมะหยี่เบาสบายปาก เม็ดสีชัด ไม่วาวแบบเนื้อครีม

Mega Matte ลิปแบบพิกเม้นท์ของสีชัดแน่น ไม่วาว มีความติดทน มีความแห้งแต่ไม่แห้งผาด

Sheer Shimmer ลิปเนื้อบางเบาแต่มาพร้อมความเล่นแสงในแท่งเดียว 

สำหรับ Vice Lipstick เนื้อสีเข้มข้นด้วย Pigment Infusion System
ที่ปาดเพียงแค่ครั้งเดียวก็เห็นเม็ดสีชัดสุดๆ
นอกจากนั้นเค้ายังมีส่วนผสมจากธรรมชาติที่ช่วยบำรุงริมฝีปากไปในตัวด้วย
แม้ว่าจะเป็นรุ่นเนื้อแมท แต่ก็ไม่ทำให้ริมฝีปากแห้ง ตกร่องจนไม่น่ามอง
และสีสันทั้ง 100 เฉดสีนั้นก็เรียกว่า มีครบทุกแนวจริงๆ ตั้งแต่สีนู้ดละมุนละไม

หรือสีดาร์คโทนเบอรี่เข้มๆ ไปจนถึงสีสันแปลกตา อย่างสีเขียว สีเทา สีดำ
เรียกว่ายังไง๊..ยังไง ก็ต้องถูกตาต้องใจกันสักสีแน่นอน

ซึ่งนุ่นมีโอกาสได้ไปอัพเดททั้ง 100 เฉดสีในวันงานเปิดตัวของเค้ามาด้วย
และวันนี้ก็มีมาสวอชให้ชมกันด้วยล่ะ  แต่เดี๋ยวก่อน
นุ่นมีภาพจาก Temptalia ที่เค้าอัพเดททั้ง 100 สีมาให้ดูยั่วกิเลสกันก่อนค่ะ

เหย….ทั้งหมดนี้คือละลานตาเลือกยากมากจริงๆ แค่เห็นก็ตาลายแล้วเนอะ
สาวๆหลายๆคนคงมีโอกาสได้ไปสอยมาใช้กันเรียบร้อยแล้ว เพราะเค้าออกมานานละ
แต่ก็ขอหยิบที่มีในกรุของตัวเองทั้ง 4 สี มาสวอชให้ชมกันค่ะ

สิ่งที่ชอบอีกอย่างหนึ่งของเค้าคือ ดีไซน์แท่งลิปสติกออกมาดูเท่ห์ ไม่หวาน
วัสดุดี มีความแข็งแรงทนนทาน ไม่ต้องกลัวเรื่องปลอกจะหลุดเละเทะในกระเป๋าเลยค่ะ

สี Morning After เป็นเนื้อ Sheer ที่บางเบาเหมือนลิปบำรุง สีนี้ค่อนไปทางนู้ด หยิบใช้ได้ทุกวันค่ะ

สี Wired เป็นแบบเนื้อครีม ให้ฝีปากดูฉ่ำไปด้วยเม็ดสีโทน Coral สวยงาม สีนี้ทาแล้วขับให้ผิวดูละมุน จะทาแบบปาดเดียวจบ หรือทาเป็นทินต์ข้างในแล้วค่อยๆเกลี่ยออกให้ทั่วริมฝีปากก็สวย

สี Crash เป็นสีโทนส้มสดใส เนือ Mega Matte ที่าดทีเดียวรู้เรื่อง!! ทาแล้วขับผิวให้ดูใสขั้นสุด
วันไหนรู้สึกผิวพรรณหมองโทรม ไม่สดใส จัดสีนี้โลดค่ะ

สีสุดท้ายชอบมากกกก แม้ใช้ในชีวิตประจำวันอาจจะประหลาดไปสักนิด
แต่วันไหนนึกสนุก ก็หยิบมาทาได้แบบ โนสน โนแคร์กันไป กับสี Perversion เนื้อ Comfort Matte
ด้วยความที่เป็นสีดำสนิท แต่เป็นเนื้อกึ่งแมท กึ่งครีม จะต้องทาย้ำๆหลายรอบสักนิดนะคะ

….

สำหรับ Urban Decay Vice Lipstick ราคาอยู่ที่แท่งละ 850 บาท ใครสนจควรไปลองด้วยตนเอง
เพราะ 100 กว่าสีนั้น บอกเลยเมื่ออยู่ตรงหน้า ถ้าไม่ทำการบ้านมาก่อน เลือกไม่ถูกนะจ้ะ
กิเลสจะครอบงำทำให้อยากได้ไม่ต้ำกว่า 5 สีแน่นวล ไหนจะ Texture ที่ต่างกันอี โอ้ย! จะเป็นลม
หวังว่าบล็อกนี้จะมีประโยชน์สำหรับคนที่สนใจ แต่ยังไม่เคยลอง ยังเลือกไม่ถกกันนะคะ
พบกันใหม่บล็อกหน้า สวัสดีค่าาาา

สามารถดูสีชัดๆในรูปแบบวีดีโอได้ด้วยนะคร๊าา มีฮาวทูสั้นๆมาฝากกันด้วย 😀

Review Maybelline Pure BB Mineral Oil Serum


 

สวัสดีค่ะ วันนี้ขอมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจาก Maybelline กันค่ะ

เมย์เบลลีนเค้ามีอัพเดทสินค้าใหม่ๆในหนึ่งปีเรียกว่าเยอะทีเดียว
ในต่างประเทศก็มักจะมีสินค้าใหม่ๆออกมาให้เราได้กรี้ดกร้าดรอคอยให้เข้าไทยซะที

สำหรับชิ้นที่หยิบมาอัพเดทวันนี้ เป็นสิ่งที่ทางแบรนด์เพิ่งส่งมาให้ลองไม่นานนี้เองค่ะ

Maybelline Pure BB Mineral Oil Serum [329-] มาพร้อมฉลากภาษาญี่ปุ่น
คาดว่าน่าจะมีจำหน่ายในญี่ปุ่นด้วย และเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นออยเบสแบบนี้
ก็เหมาะกับภูมิประเทศเค้าด้วย ใครเคยเจอที่นู่น เล่าสู่กันฟังได้นะคะ
ทีนี้ถ้ามาใช้กับเมืองร้อนแบบบ้านเราจะเป็นยังไง เดี๋ยวมาอัพเดทกันค่ะ
คุณสมบัติตามคำเคลมคือ ผลิตถัณฑ์เนื้อบีบีที่มอบการบำรุงอย่างล้ำลึก

ด้วยน้ำมันอาร์แกนถึง 65% ช่วยให้ผิวดูฉ่ำโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ

ฉลากด้านหลังที่เป็นภาษาไทยจะบอกคุณสมบัติหลักๆของเค้า คือ ปกปิด บำรุง และป้องกัน
โดย ปกปิด ริ้วรอยและจุดบกพร่องบนใบหน้าได้อย่างเรียบเนียน เนื้อสัมผัสเบา สบายผิว
บำรุง ด้วยสารสกัดจากอาร์แกน ออยล์ บำรุงผิวให้ดูฉ่ำโกลว์ สุขภาพดี
ป้องกัน ผิวกน้าจากความหมองคล้ำ และริ้วรอยก่อนวัน

นอกจากนั้นยังมีค่า SPF มาให้ถึง 40PA+++ ด้วย

รวมถึงอธิบายวิธีใช้ คือการเขย่าก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อให้เนื้อบีบี และออลย์เซรั่มเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

สำหรับสีที่วางจำหน่ายในบ้านเราคือ เบอร์ 01 สีเนื้ออ่อน และ เบอร์ 02 สีเนื้อ
ทั้งสองสีเป็นสีโทนเหลืองที่เหมาะกับสีผิวสาวไทยอย่างเรามากๆ
จากที่ลอง สี 02 จะดรอปลงหลังทาเล็กน้อยนะคะ แต่ไม่ถึงกับทำให้หน้าดูหมองลงไปค่ะ

เนื้อผลิตภัณฑ์มีความเหลวเป็นน้ำเลย แต่ก็สามารถเกลี่ยให้เนียนกับผิวได้ง่าย ไม่เป็นคราบ

ว่าใช้นิ้วมือเกลี่ยจะดีที่สุด เพื่อให้ความอุ่นจากนิ้วมือเราช่วยให้ผลิตภัณฑ์ติดผิวมากขึ้น
และได้ผิวที่ดูเรียบเนียน ฉ่ำสวยเป็นธรรมชาติ
เค้าเคลมมาอีกอย่างว่าไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่จริงๆด้วยความที่เป็นออยเบสก็จะเหนียวพอสมควร
คนผิวมัน หรือผิวผสมใช้ได้นะคะ แต่อาจจะต้องรอเค้าเซ็ทตัวสักพักใหญ่ๆ
ส่วนคนผิวแห้งน่าจะถูกใจเลย เพราะเค้าให้ความชุ่มชื้นดีทีเดียว

เปรียบเทียบการทาแบบครึ่งหน้า จากรูปใช้สี 01 เค้าจะปรับผิวให้ดูกระจ่างขึ้น
และปกปิดรอยกระได้ปานกลาง รอยแดงดูหายไป ได้ผิวที่ค่อนข้างดูสุขภาพดี

มาดูแบบชัดๆกับผิวหน้าทั้งสองด้าน ซึ่งก็มีสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอกัน รวมถึงรอยกระด้วย
ระดับการปกปิดอยู่ที่ปานกลาง สามารถเพิ่มเลยเยอร์เพื่อการปกปิดได้
แต่โดยรวมคิดว่าลงรอบเดียวจะได้งานผิวที่ดูเนียนสวย เป็นธรรมชาติมากกว่า

หลังจากเซ็ทด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสง ก็จะได้ผิวที่ยังดูเป็นธรรมชาติดีค่ะ ดูไม่โบ๊ะจนเกินไป

สรุปผลการใช้ MBL Pure BB Mineral Oil Serum ตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ด้วยความที่เค้าเป็นออยเบส และส่วนตัวเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน
น้ำมันบนผิวก็ผุดขึ้นตามปกติเลย คือผ่านไปสักครึ่งวันช่วง T-Zone จะเริ่มมันแล้ว
ส่วน U-Zone จะยังไม่มันมากนัก จะมันหนักๆทั้งหน้าก็ช่วงเย็นๆค่ะ
พอซับหน้าแล้ว เมคอัพจะมีหลุดตามซอกจมูกบ้าง แต่โดยรวมก็ยังดูโอเคอยู่
ทัชอัพเพิ่มได้ ไม่เป็นคราบค่ะ
แต่เนื่องจากทำงานในห้องแอร์ทั้งวัน มีอยู่ในห้องที่ไม่มีแอร์คือช่วงเที่ยง
จึงไม่สามารถบอกได้ หากอยู่ในวันที่อากาศร้อนจัดๆจะไหลเยิ้มหรือไม่นะคะ
Smiley
จัดเป็นหนึ่งไอเท็มที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับคนที่ชอบลองของใหม่
สำหรับคนผิวแห้งน่าจะถูกใจกัน เพราะผิวดูไม่แห้งกร้าน มีความฉ่ำผิวระหว่างวันแต่ไม่หมอง
ส่วนคนผิวผสม หรือผิวมันที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่เน้นการคุมมันอาจไม่ถูกใจสักเท่าไหร่ค่ะ
เพราะตัวนี้ไม่ช่วยในเรื่องการควบคุมมัน แต่เน้นเรื่องการบำรุงผิวมากกว่า
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันนะคะ
บล็อกหน้ายังมีอะไรน่าสนใจมาอัพเดทกันอีก ฝากติดตามกันด้วยค่า
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่แวะมาพูดคุยและทักทายที่บล็อกทุกคนนะคะ
บล็อกนี้ลาไปแล้ว สวัสดีค่ะ Smiley

สอวชสี + มินิรีวิว AR Mini Lip Color Set


สวัสดีค่า ไม่ได้เขียนบล็อกมาซะหลายเดือน วันนี้เลยแวะมาปัดฝุ่นที่บล็อกสักหน่อย Smiley

00

สำหรับบล็อกวันนี้ขอหยอบเอาผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ง่ายในเซเว่นเลยค่ะ
เดี๋ยวนี้ต้องยอมรับเลยว่า จะหาเครื่องสำอางใช้แบบครบเครื่องทั้งหน้า เข้าเซเว่นก็ได้ครบหมดแล้วค่ะ
ชิ้นนี้เป็นลิปสติกแท่งจิ๋วที่มีขนาดราวๆ สองข้อนิ้วก้อยนี่เองล่ะค่ะ ในหนึ่งเซ็ทมี 6 แท่ง แบบรูปนี้เลย
ส่วนราคาก็ไม่สูงเกินไปคือ เพียง 129 บาทเท่านั้นเองค่ะ

01.JPG

สีที่สวอชออกมาก็เรียงตามเบอร์แบบนี้เลย ซึ่งสีจะค่อนข้างสดทีเดียว
คนผิวขาวเรียกว่าใช้ได้หมดทุกสีเลย ส่วนคนผิวคล้ำต้องขอบอกว่าสีโทนชมพูทาแล้วจะดูลอยนะคะ
อย่างตัวเองเป็นคนผิวขาว-เหลือง โทนชมพูทาแล้วรู้สึกไม่รอดเหมือนกันนะคะ

02

มาดูแบบทาลงบนริมฝีปากกันบ้าง จะเห็นได้ชัดว่าสีไหนทาแล้วรอด สีไหนทาแล้วเอาอยู่นะคะ

สรุป โดยรวมเนื้อลิปสติกจัดว่าดีเกินกว่าที่คาดคิดไว้มากเลยล่ะค่ะ
เพราะเนื้อเค้าเนียนลื่น ทาง่ายมาก ทาตอนแรกจะเหมือนฟืดๆ แห้งๆ
แต่พอทาไปสักรอบ เนื้อจะเนียนกับริมฝีปากไปเลย มีความครีมมี่ แต่ไม่เละ
สีสุดท้ายคือสีเบอร์ 06 จะมีเนื้อที่มีชิมเมอร์เล็กๆกำลังสวยเลยค่ะ

ใครที่สนใจอยู่ แต่ลังเลว่าจะซื้อ หรือไม่ซื้อดี
ก็แนะนำว่าซื้อไม่ลองให้หายคาใจไปเลย เพราะราคาไม่แรง และคุณภาพใช้ได้เลย
ถ้าสีที่สวอชมาดูแล้วชอบ เห็นแล้วถูกใจก็จัดไปโลดค่ะ

สำหรับเพื่อนๆที่อยากดูแบบภาพเคลื่อนไหว ก็สามารถคลิ้กที่ส่วนของ Youtube ได้เลยนะคะ

 

Color Swatches in2it Nudist Liquid Matte


สวัสดีค่าาาา
บล็อกวันนี้จะมาสวอชสีลิปสติกจากแบรนด์ IN2IT ที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อไม่นานนี้ให้ชมกันค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

in2it Nudist Liquid Matte เป็นลิคควิดลิปสติกที่ใช้การจุ่มๆแล้วป้าย
เคลมมาว่าเป็นแบบเนื้อแมท แต่เอาจริงๆเค้าไม่ได้แห้งแมทไปซะทีเดียว
ยังคงมีความชุ่มฉ่ำของเนื้อลิปอยู่มากค่ะ ใครไม่โปรดลิปแบบแมทมากๆ รุ่นนี้น่าจะโดนใจกันนะคะ

 

01

ดูเผินๆจากแท่ง สีสันอาจมีความใกล้เคียงกันพอสมควร
แต่จริงๆแล้วทั้ง  5 โทนสี จะเหมาะกับสีผิวของแต่ละคน ที่มีสีผิวต่างกันไป
มีทั้งนู้ดอมส้ม อมชมพู และอมน้ำตาลให้เลือกหามาลองกันค่ะ
ส่วนใครจะเหมาะกับโทนไหนอันนี้ต้องไปลองทากันดูนะคะ
ไปดูว่าแต่ละสีทาออกมาแล้วเป็นยัไงกันบ้างค่ะ

สีแรกจะเป็นสีนู้ดที่ออกโทนส้มสว่างๆ ส้มนมๆ สีนี้คนผิวขาวทาแล้วจะดูกลมกลืนสวย
แต่คนผิวเข้มมากๆทาแล้วสีปากอาจจะดูโดด ดูลอยได้ค่ะ

สีที่สองยังมีความใกล้เคียงกับสีแรก แต่สีนี้จะเข้มกว่าสีแรกเล็กน้อยค่ะ

สีที่สามจะเป็นนู้ดอมชมพู มีความเข้มกว่าสีปากของสาวๆโดยทั่วไปเล็กน้อยน้อย
คิดว่าสีนี้ทาได้กับทุกโทนสีผิวนะคะ

สีที่สี่เป็นสีที่นุ่นชอบที่สุด จะเป็นสีออกน้ำตาลอมส้มที่ไม่เข้มมาก
ทาแล้วให้ลุคที่ดูสุภาพและเป็นทางการ สาวสีผิวไหนก็ทาแล้วรอด ทาแล้วสวยแน่นอนค่ะ

มาถึงสุดท้ายที่ชอบอีกเช่นกัน สีนี้จะอ่อนกว่าสีด้านบน และดูเป็นสีน้ำตาลนัวๆ อธิบายไม่ถูก
พอสีเริ่มเซ็ทตัวสีจะเข้มขึ้นเล็กน้อย ปากดูไม่ป่วย เป็นนู้ดอีกหนึ่งสีที่ชอบมากๆค่ะ

สำหรับ in2it Nudist Liquid Matte ราคาแท่งละ 295-
หากอยากได้ราคาถูกกว่านี้ลองเช็คโปรโมชั่นของแต่ละร้านกันดูนะคะ
เพราะหลายๆร้อนก็ลดราคากันอยู่หลายเจ้าเลย เหลือแท่งละร้อยๆปลายๆเท่านั้น
หวังว่าบล็อกนี้จะมีประโยชน์กับผู่้ที่สนใจนะคะ
ขอบคุณที่แวะมาอัพเดทบล็อกด้วยกันค่ะ

พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี


untitled

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระนามเดิมว่า “พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) และหม่อมสังวาล
(ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470
ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น (MOUNT AUBURN) รัฐเมสสาชูเขตต์ (MASSACHUSETTS)
ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร
ต่อจากนั้นทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนเมียร์มองต์ (MERRIMENT) เมืองโลซานน์ (LASAGNA) ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติและทรงได้รับประกาศนียบัตร
บาเชอลิเย เอ แลทร์ จากการศึกษา ดังกล่าว ทรงรอบรู้หลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และ ละติน
ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาใน แผนกวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมืองโลชานน์
ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราช พระบรมราชชนนี
และสมเด็จพระนางเจ้าพี่นางเธอ

k6880024-52

14716076_1090040321117116_3796389154597437654_n222222

วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตด้วยพระแสงปืน
คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระนามว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” ซึ่งขณะนั้น ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ เนื่องจากทรงมีพระชนมายุเพียง 19 พรรษา  คณะรัฐมนตรีจึงได้แต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขึ้น ประกอบด้วย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร และ พระยามานวราชเทวี ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะทรงบรรลุนิติภาวะ ทั้งยังทรงมีภารกิจในการศึกษาต่อ โดยเสด็จกลับไปศึกษาต่อในสาขาวิชากฎหมายและรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยโลซานน์ ด้วยทรงคำนึงถึงพระราชภารกิจในการปกครองประเทศเป็นสำคัญ

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2489 ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อ ณ กรุงโลซานน์ แม้พระองค์จะทรงโปรดวิชาวิศวกรรมศาสตร์แต่เพื่อประโยชน์ ในการปกครองประเทศได้ทรงเปลี่ยนมาศึกษาวิชาการปกครองแทนเช่น วิชากฎหมาย อักษรศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ภูมิศาสตร์ นอกจากนี้ ทรงศึกษา และฝึกฝนการดนตรีด้วยพระองค์เองด้วย

12119008_1638308463094772_5325122094650504129_n

ในพ.ศ. 2491 ระหว่างทรงศึกษาอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงขับรถยนต์ไปทรงร่วมงานที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้ทรงพบและมีพระราชหฤทัยสนิทเสน่หาในหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของหม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีสในปีเดียวกันนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ อย่างรุนแรงทรงบาทเจ็บที่พระพักตร์พระเนตรขวา
และพระเศียรทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมอร์เซส์ โปรดฯ ให้หม่อมเจ้าราชวงศ์สิริกิติ์มาเฝ้าฯ ถวายการดูแลอย่างใกล้ชิดพระสัมพันธภาพจึงแน่นแฟ้นขึ้น และต่อมาได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2492 โดยได้พระราชทานพระธำมรงค์วงที่สมเด็จพระบรมราชนกหมั้นสมเด็จพระราชชนนี

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงได้รับการอภิบาลอย่างดียิ่ง จากสมเด็จพระราชชนนี จึงมีพระปรีชาสามารถปราดเปรื่องและมีพระจริยวัตรเปี่ยมด้วยคุณธรรมทุกประการซึ่งน้อมนำให้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงดำรงสิริราชสมบัติ เพียบพร้อมด้วยทศพิศราชธรรม จักรวรรดิวัตรธรรมและ ราชสังคหวัตถุทรงเจริญด้วยพระเกียรติคุณบุญญาธิการเจิดจำรัส ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งปวงเพื่อประโยชน์สุขของปวงชน เป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญ
ทุกทิศานุทิศในเวลาต่อมาตราบจนปัจจุบัน

1488375_463149193806235_1236279527_n

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2493 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย
โปรดเกล้าให้ตั้งการพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม 2493

และเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 ทรงประกอบพิธีราชาภิเษกสมรส กับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ที่วังสระปทุม โดยสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีพระพันวสาอัยยิกาเจ้า พระราชทานหลั่งน้ำพระมหาสังข์
ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเช่นเดียวกับประชาชน และได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ขึ้นเป็น
สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ หลังจากนั้น ได้เสด็จไปประทับพักผ่อน ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน
และที่นี่เป็นแหล่งเกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการแรกคือ พระราชทาน “ถนนสายห้วยมงคล” ให้แก่ “ลุงรวย” และชาวบ้านที่มาช่วยกันเข็นรถพระที่นั่งขึ้นจากหล่มดิน ทั้งนี้เพราะแม้ “ห้วยมงคล” จะอยู่ห่างอำเภอหัวหิน เพียง 20 กิโลเมตร แต่ไม่มีถนนหนทางชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตมากถนนสายห้วยมงคลนี้จึงเป็นถนนสายสำคัญ ที่นำไปสู่โครงการใน พระราชดำริ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่พสกนิกรอีกจำนวนมากกว่า 4,447 โครงการในปัจจุบัน

963045_463150237139464_2055323585_n

วันที่ 5 พฤษภาคม 2493 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณี ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระมหาราชวัง เฉลิมพระปรมาภิไธยตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร” และได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการเป็นสัจวาจาว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม”

ในการนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พระอัครมเหสีเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี วันที่ 5 มิถุนายน 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ไปยังสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้ง เพื่อทรงรักษา พระสุขภาพ และเสด็จพระราชดำเนินนิวัติพระนคร เมื่อ 2 ธันวาคม 2494 ประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และพระที่นั่งอัมพรสถาน

1947809_512297395558081_161118746_n

ทั้งสองพระองค์มีพระราชธิดา และพระราชโอรส 4 พระองค์ดังนี้

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
ประสูติเมื่อ 5 เมษายน 2494 ณ โรงพยาบาลมองซัวนี่ โลซานน์

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ ประสูติเมื่อ 28 กรกฏคม 2495 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน
ต่อมาทรงได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร
เมื่อ 28 กรกฏคม 2515

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลนโสภาคย์
ประสูติเมื่อ 2 เมษายน 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ภายหลังทรงได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2520

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
ประสูติเมื่อ 4 กรกฏคม 2500 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน

14718835_1089257154528766_5485753711177679530_n

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจำพรรษา ณ พระตำหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศวิหาร ปฏิบัติพระศาสนกิจ เป็นเวลา 15 วัน
ระหว่างนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ต่อมาจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลนี้ได้ทรงพระกรุณาสถาปนาพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมชนกนาถขึ้นเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ทรงสถาปนา สมเด็จพระราชชนนี เป็น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงสถาปนาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลนาณิวัฒนา กรมหลวงนราธวาสราชนครินทร์ และทรงประกอบพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลใหม่ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2539 เพื่อให้สมพระเกียรติตามโบราณขัตติยราชประเพณี ทั้งนี้ด้วยพระจริยวัตร อันเปี่ยมด้วยพระกตัญญูกตเวทิตาธรรมอันเป็นที่แซ่ซ้องสรรเสริญพระปรมาภิไธยใหม่ที่ทรงสถาปนาคือ
“พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล อดุลยเดชวิมลรามาธิบดี จุฬาลงกรณราชปรียวรนัดดา มหิตลานเรศวรางกูร ไอศูรยสันตติวงศนิวิฐ ทศพิศราชธรรมอุกษฏนิบุณ อดุลยกฤษฏาภินิหารรังสฤษฏ์ สุสาธิตบูรพาธิการ ไพศาลเกียรติคุณอดุลพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ ธัญอรรคลักษณวิจิตร โสภาคย์สรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบงกชยุคล อเนกนิกรชนสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฏลเศวตฉัตราดิฉัตร สรรพรัฐทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร มเหศวรมหินทรมหารามาธราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวไศรย พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ วิศิษฏศักตอัครนเรษราธิบดี เมตตากรุณา สีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการ สกลไพศาลมหารัษฏาธิบดี พระอัฐมรามาธิบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”

12347859_1643742562551362_6252179596958907755_n

ตั้งแต่พุทธศักราช 2502 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินไป ทรงกระชับสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ ทั้งในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และ เอเชีย และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ทุกภาคทรงประจักษ์ในปัญหาของราษฎร ในชนบทที่ดำรงชีวิตด้วยความยากจน ลำเค็ญและด้อยโอกาส ได้ทรงพระวิริยะอุตสาหะหาทางแก้ปัญหาตลอดมาตราบจนปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่า ทุกหนทุกแห่งบนผืนแผ่นดินไทยที่รอยพระบาทได้ประทับลง ได้ทรงขจัดทุกข์ยากนำความผาสุกและทรงยกฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้นด้วยพระบุญญาธิการและพระปรีชาสามารถปราดเปรื่อง พร้อมด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎร และเพื่อความเจริญพัฒนาของประเทศชาติตลอดระยะเวลาโดยมิได้ทรงคำนึงประโยชน์สุขส่วนพระองค์เลย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานโครงการนานัปการมากกว่า 4,447 โครงการ ทั้งการแพทย์สาธารณสุข การเกษตร การชลประทาน การพัฒนาที่ดิน การศึกษา การพระศาสนา การสังคมวัฒนธรรม การคมนาคม ตลอดจนการเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท ทั้งยังทรงขจัดปัญหาทุกข์ยากของประชาชนในชุมชนเมือง เช่น ทรงแก้ปัญหาการจราจร อุทกภัย และปัญหาน้ำเน่าเสียในปัจจุบัน ได้ทรงริเริ่มโครงการการช่วยสงเคราะห์ และอนุรักษ์ช้างไทยอีกด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรากตรำพระวรกายทรงงานอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย แม้ในยามทรงพระประชวร ก็มิได้ทรงหยุดยั้งพระราชดำริเพื่อขจัดความทุกข์ผดุงสุขแก่พสกนิกร กลางแดดแผดกล้าพระเสโทหลั่งชุ่มพระพักตร์และพระวรกายหยาดตกต้องผืนปฐพี ประดุจน้ำทิพย์มนต์ชโลมแผ่นดินแล้งร้างให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์นับแต่เสด็จเถลิงถวัลย์ราชย์ตราบจนปัจจุบัน แม้ในยามประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2539 เป็นต้นมา ก็ได้พระราชทานแนวทางดำรงชีพแบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” และ “ทฤษฎีใหม่” ให้ราษฎรได้พึ่งตนเอง ใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดประกอบอาชีพอยู่กินตามอัตภาพซึ่งราษฎรได้ยึดถือปฏิบัติเป็นผลดีอยู่ในปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานความรักอันยิ่งใหญ่แก่อาณาประชาราษฎร์ พระราชภารกิจอันหนักเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์เทิดทูนพระเกียรติคุณทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวโลก จึงทรงได้รับการสดุดีและการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์เป็นจำนวนมากทุก สาขาวิชาการ ทั้งยังมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีอย่างสูงส่ง ทรงพระราชนิพนธ์เพลงอันไพเราะนับแต่พระเยาว์จนถึงปัจจุบันรวม 47 เพลง ซึ่งนักดนตรีทั้งไทย และต่างประเทศนำไปบรรเลงอย่างแพร่หลาย เป็นที่ประจักษ์ในพระอัจฉริยภาพจนสถาบันดนตรีในออสเตรเลียได้ทูลเกล้าฯ ถวายสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์ แด่พระองค์ ทรงได้รับยกย่องเป็น “อัครศิลปิน” ของชาติ พระปรีชาสามารถด้านดนตรีแล้วยังทรงสร้างสรรค์งานจิตรกรรมและวรรณกรรมอันทรงคุณค่าไว้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ เช่นทรงพระราชนิพนธ์ แปลเรื่อง ติโต นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ และพระราชนิพนธ์เรื่องชาดกพระมหาชนก พระราชทานคติธรรมในการดำรงชีวิตด้วยความวิริยอุตสาหอดทนจนพบความสำเร็จแก่พสกนิกรทั้งปวง

นอกจากนั้นยังทรงเป็นนักกีฬาชนะเลิศรางวัลเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์อีกด้วย ปวงชนชาวไทยต่างมีความจงรักภักดีเป็นที่ยิ่งดังปรากฏในวาระสำคัญ เช่น ศุภวาระเถลิงถวัลยราชครบ 25 ปี พระราชพิธีรัชดาภิเษก 9 มิถุนายน 2514 พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม 2530 พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกทรงดำรงค์สิริราชสมบัติยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ 2 กรกฎาคม 2531 มหามงคลสมัยฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี 9 มิถุนายน 2539 และในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 นี้ รัฐบาลและประชาชนชาวไทยได้พร้อมใจกัน จัดงานเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคลด้วยความกตัญญูกตเวที สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างสมพระเกียรติทุกวาระ

จึงไม่มีข้อกังขาใด หากสายตาอันเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมในพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจากชาวต่างชาติจะนำมาสู่การถวายรางวัลและเกียรติยศต่างๆ มากมายกว่าร้อยรางวัล อันเนื่องมาจากพระราชกรณียกิจและพระราชอธัยาศัยในการแสวงหาความรู้ของพระองค์ ที่สำคัญอาทิ

พ.ศ. 2514 สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยทูลเกล้าฯ ถวายเข็มทองคำศิลปะภาพถ่ายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อมาราชสมาคมถ่ายภาพแห่งสหราชอาณาจักร (The Royal Photographic Society of Great Britain) ได้กราบบังคมทูลเชิญให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์ของราชสมาคม

และสมาคมสหพันธ์ศิลปะการถ่ายภาพนานาชาติ หรือ FIAP ทูลเกล้าฯ ถวายเกียรติบัตรสูงสุดเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณว่าทรงเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ที่มีพระปรีชาสามารถเป็นเลิศในศิลปะการถ่ายภาพ (Honorary Excellent FIAP) อีกด้วย

พ.ศ. 2519 ประธานรัฐสภายุโรปและสมาชิกร่วมกันทูลเกล้าฯ
ถวาย “เหรียญรัฐสภายุโรป”

พ.ศ. 2529 ประธานคณะกรรมาธิการเพื่อสันติของสมาคมอธิการบดีระหว่างประเทศทูลเกล้าฯ
ถวาย “รางวัลสันติภาพ”

พ.ศ. 2530 สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ทูลเกล้าฯ
ถวาย “เหรียญทองเฉลิมพระเกียรติคุณในการนำชนบทให้พัฒนา”

พ.ศ. 2535 ผู้อำนวยการใหญ่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ทูลเกล้าฯ
ถวาย “เหรียญทองประกาศพระเกียรติคุณด้านสิ่งแวดล้อม“
และผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญทองสาธารณสุขเพื่อมวลชน”

พ.ศ. 2436 คณะกรรมการสมาคมนิเวศวิทยาเชิงเคมีสากล (International Society of Chemical Ecology) ทูลเกล้าฯ ถวาย “เหรียญรางวัลเทิดพระเกียรติในการสงวนรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ“
และหัวหน้าสาขาเกษตร ฝ่ายวิชาการภูมิภาคเอเชียของธนาคารโลก ทูลเกล้าฯ ถวาย “รางวัลหญ้าแฝกชุบสำริด” สดุดีพระเกียรติคุณในฐานะที่ทรงเป็นนักอนุรักษ์ดินและน้ำ

พ.ศ. 2537 ผู้อำนวยการบริหารของยูเอ็นดีซีพี (UNDCP) แห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ
ถวาย “เหรียญทองคำสดุดีพระเกียรติคุณด้านการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด“

พ.ศ. 2539 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทูลเกล้าฯ
ถวาย “เหรียญสดุดีพระเกียรติคุณในด้านการพัฒนาการเกษตร”

พ.ศ. 2549 สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ทูลเกล้าฯ
ถวาย “รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์”
จากการที่ได้ทรงอุทิศกำลังพระวรกายและทรงพระวิริยอุตสาหะในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อยังประโยชน์และความเจริญอย่างยั่งยืนมาสู่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศมาโดยตลอด

นายโคฟี่ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวในโอกาสทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลดังกล่าวไว้ว่า
“หากการพัฒนาคน หมายถึงการให้ความสำคัญประชาชนเป็นลำดับแรก ไม่มีสิ่งอื่นใดแล้วที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการพัฒนาคน ภายใต้แนวทางการพัฒนาคนขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงอุทิศพระวรกาย ทรงงาน โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ไม่เลือกเชื้อชาติ วรรณะ และศาสนา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ด้วยพระปรีชาสามารถในการเป็นนักคิดของพระองค์ ทำให้นานาประเทศตื่นตัวภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง การเดินสายกลาง รางวัลความสำเร็จสูงสุดครั้งนี้ เป็นการจุดประกายแนวคิดการพัฒนาแบบใหม่สู่นานาประเทศ”

552000000463201-300x199

ล่าสุด พ.ศ. 2551 องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล WIPO Global Leaders Award แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องด้วยงานทรัพย์สินทางปัญญาส่งเสริมและพัฒนาประเทศรวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นอย่างโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก อีกทั้งยังทรงเป็นผู้นำประเทศพระองค์แรกที่ได้รับทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลนี้ นอกจากนี้ จากการหารือกันของสหพันธ์สมาคมนักประดิษฐ์ระหว่างประเทศ (International Federal Inventor Association : IFIA) ซึ่งมีสมาชิก ๘๔ ประเทศทั่วโลก
ยังมิได้มีมติให้วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นวันที่ทรงได้รับการจดสิทธิบัตรกังหันน้ำชัยพัฒนาเป็นวันนักประดิษฐ์โลกด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะหากย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่าหลายองค์กรที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาได้เคยทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัล และประกาศนียบัตรต่างๆ แด่พระองค์มากมาย ได้แก่ IFIA ประเทศฮังการีทูลเกล้าฯ ถวายถ้วยรางวัล IFIA Cup 2007 สำหรับผลงานกังหันน้ำชัยพัฒนา เหรียญ Genius Prize สำหรับผลงานทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง และสมาคมส่งเสริมการประดิษฐ์แห่งสาธารณรัฐเกาหลี (korea Invention Promotion Association : KIPA) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล Special Prize พร้อมประกาศนียบัตร ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติของนักประดิษฐ์ในระดับโลก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรากตรำพระวรกายทรงงานอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย เสด็จฯทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท แม้ในยามทรงพระประชวร ก็มิได้ทรงหยุดยั้งพระราชดำริ เพื่อขจัดความทุกข์ผดุงสุขแก่พสกนิกร กลางแดดแผดกล้า พระเสโทหลั่งชุ่มพระพักตร์และพระวรกาย หยาดตกต้องผืนปฐพี นับแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชย์ ตราบจนเสด็จสวรรคต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 ที่โรงพยาบาลศิริราชด้วยอาการสงบ หลังจากที่ได้เข้ารับการรักษพระอาการประชวรมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัตินานถึง 70 ปี

ทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติเป็น “KING OF KING” ด้วยทรงเป็น “พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์นานที่สุดในโลก” และเทิดพระเกียรติเป็น “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก” เพื่อพสกนิกรชาวไทย.

ที่มา http://www.wrp.or.th และ http://www.thairatch.co.th

Color Swatches Maybelline New York Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection


 …
สวัสดีค่ะ ห่างหายจากการอัพเดทบล็อกไปราวสองเดือน
วันนี้มีไอเท็มออกใหม่จาก Maybelline New York มาฝากค่ะ
บล็อกวันนี้จะมาสวอชสี Vivid Matte by Colorsensational Autumn Angle Collection
ลิปสติกเนื้อแมท 5 เฉดสีที่ทำออกมาต้อนรับช่วงใบไม้ร่วงของทางเมืองนอกเค้ากันค่ะ
เมย์เบลลีนมักจะทำปลอกของแต่ละรุ่นออกมาคล้ายกันพอสมควร
สำหรับรุ่นนี้จะเป็นปลอกเนื้อด้านสีแดงขุ่นๆ ด้านก้นลิปสติกจะบอกชื่อรุ่นและเบอร์ไว้ชัดเจน
เวลาหยิบก็พลิกด้านก้นลิปสติกดูนะคะ จะได้หยิบไม่ผิด
รุ่นนี้มีวางจำหน่าย 5 เฉดสี ในโทนชมพู ส้ม แดง
โดยเนื้อสีจะให้ลุคแบบ semi-matte คือไม่ได้ดูแมทจนปากแห้ง ยังดูมีความชุ่มชื้นอยู่
เพราะเค้าใส่สารบำรุงจากนำผึ้งมาด้วย ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน เนื้อลิปไม่ตกร่อง
และเม็ดสีสดเห็นชัด ติดทนนานตลอดทั้งวัน
ทั้ง 5 สี ค่อนข้างมีความใกล้เคียงกันพอสมควร และสีส่วนใหญ่จะออก Cool Tone
ซึ่งจะเหมาะกับสาวผิวขาว หรือสาวผิวขาวอมชมพูแบบฝรั่งมากกว่าสาวเอเชียอย่างบ้านเรานะคะ
ที่ว่าเหมาะกว่าคือเค้าทาออกมาแล้วจะดูเข้ากับสีผิวเค้า ขับผิวให้ดูสวยยิ่งขึ้น
แต่ถ้าใช้กับสาวผิวโทนเหลือง หรือสาวผิวคล้ำ ผิวจะดูลอยๆนิดนึง ทาได้ แต่สีจะโดดหน่อยค่ะ
ส่วนตัวเป็นคนผิวขาวอมเหลือง แต่ยังพอทาสี Cool Tone แบบนี้ได้บ้างในบางสี
แต่เอาจริงๆบางสีก็ทาไม่รอดเหมือนกันนะคะ ไปดูสวอชทั้ง 5 สีของเมย์เบลลีนรุ่นนี้กันค่ะว่ารอดไม๊
นี่คือสีทั้งหมดที่สวอชให้ชมกันในวันนี้ค่ะ โดยส่วนตัวจะชอบสี Vivid 5 มากที่สุด
เพราะทาแล้วขับผิวให้ดูสว่างขึ้น สีอื่นๆมีความสะท้อนแสงค่อนข้างสูง ทาแล้วผิวดูหมองนิดๆ
อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านนะคะ เนื้อสีดี เกลี่ยง่าย
แต่สีที่อ่อนมากๆทาแล้วจะเป็นเรียบเนียนสวยมาก มีเป็นคราบเล็กน้อย ต้องปาดซ้ำหลายรอบสักนิด
สาวๆที่ชื่นชอบสีไหนลองไปเทสต์ด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์กันดูอีกทีนะคะ
รุ่นนี้ราคาไม่แพงเลย แท่งละ 259 บาท เท่านั้น มีจำหน่ายที่เคาน์เตอร์เมย์เบลลีนแล้วค่ะ
หวังว่าบล็อกนี้จะมีประโยชน์กับสาวๆที่แวะมาอ่านกันนะคะ
บล็อกหน้าจะมาอัพเดทเรื่องอะไร อย่าลืมแวะมาติดตามกันด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาทักทายด้วยค่า Smiley

Contact Lenses Update – Mimi by Toni & Kitty Kawaii


สวัสดีค่า กลับมาอัพเดทคอนแทคเลนส์กันอีกแล้ว
ล่าสุดที่ได้อัพเดทไปคือเมื่อช่วงตอนต้นปี นี่ก็ผ่านมาครึ่งปีแล้ว ขอมาอัพเดทกันอีกรอบค่า

สำรับเลนส์ที่มาอัพเดทช่วงนี้เป็นสองยี่ห้อนี้นะคะ
คือ Mimi bt Toni และ Kitty kawaii
ซึ่งทั้งสองยี่ห้อก็สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเลยค่ะ ไม่ว่าจะตลาดนัดกลางคืนต่างๆ
เชลฟ์ขนาดเล็กตามห้าง หรือสถานีรถไฟฟ้า ทางเชื่อมสถานนีใต้ดินต่างๆ
เรียกว่าหาซื้อได้ง่ายมากๆ ราคามีตั้ง 200-100 บาท แล้วแต่ร้านค้านั้นๆค่ะ


บล็อกนี้เอาวิธีเปิดขวดคอนแทคเลนส์มาฝากสำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่ในการใส่คอนแทคเลนส์ด้วยค่ะ
โดยขั้นแรกให้เราดูสัญลักษณ์ ^ แบบในรูป แล้วใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงดันเปิดออก
พอเปิดได้แล้ว ที่นี่เราก็จะค่อยๆหมุนตามทิศทางเพื่อเอาแผ่นสแตยเลสบางๆนี้ออกไปนะคะ
จากนั้นก็เปิดจุกยาง และใช้คอตตอนบัดในการแตะคอนแทคเลนส์มาแช่ในตลับเลย
อ้อ…เลนส์เปิดใหม่ควรแช่น้ำยาทิ้งไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก็นำมาใส่นะคะ

เข้าใจวิธีการเปิดแล้ว ก็ไปดูเลนส์แต่ละคู่ที่หยิบมาใส่ให้ดูกันในบล็อกได้เลยค่า Smiley

คู่แรกของ Kitty Kawaii – Cocoro Blue เป็นเลนส์ที่มีลวดลายการไล่สีที่ดูแฟนซีเบาๆ
ใส่แล้วตาจะดูหวานเหมือนมีประกายวิ้งๆ แต่ยังดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตาจนเกินไปค่ะ


ยังคงเป็น Kitty Kawaii เป็นรุ่น Jewel 3 Tone ที่ทำเลนส์ออกมาได้ดูเป็นธรรมชาติมาก
ตัดขอบด้วยการใช้เส้นถี่เรียงต่อกัน ไม่ทำให้ตาดูแข็งจนเกินไป เบลนด์ไล่สีได้สวยกลมกลืนค่ะ

Kitty Kawaii – Je t’aime Brown เลนส์โทนสีน้ำตาลที่ทำลายออกมาแบบโมโนโทน
ทำให้เลนส์ดูอ่อนใส เหมือนตาสีอ่อนตามธรรมชาติ

คู่สุดท้ายจาก Kitty Kawaii – Stella Gray เป็นเลนส์ที่ใส่แล้วได้ลุคสาวเปรี้ยว
สีตาให้สีเทาอ่อน ตัดขอบชัด ตาดูวิ้งแบบเห็นเส้นวงแหวน

มาต่อกันที่ Mimi by Toni บ้าง รุ่น Pastel เค้าเบลนด์โทนสีออกมาได้สวยกลมกลืนดี
มีทั้งสีเขียว สีน้ำตาล ไล่เฉดสีกันกลมกลืนกับลูกตาดำของเรา

คู่นี้จะดูเป็นสีเทาที่เน้นสี เน้นขอบชัดเจน ทำให้ดวงตาเราดูคมชัดมากขึ้น ใส่แล้วดูเป็นลูกครึ่งทันที

เปลี่ยนจากโทนสีเทา สีน้ำตาลมาเป็นโทนม่วงเก๋ๆบ้าง รุ่นนี้จะมีขนาดเท่าตาจริง
ใส่แล้วตาดูมีสีอ่อนสวย และดูเป็นธรรมชาติ แม้จะเป็นเลนส์สีสัน แต่ดูไม่เวอร์ ไม่หลอกตา


มาถึงรุ่นสุดท้ายที่ใส่แล้วตาดูเป็นธรรมชาติสุดๆ ใส่แล้วแทบดูไม่ออกว่าใส่คนแทคเลนส์
ถ้าไม่เจอไฟส่อง หรือโดนแสงแฟลชเข้าจังๆ เพราะรุ่นนี้มีขนาดเท่าตาจริง
การเบลนด์สีของเลนส์ดูเนียน กลมกลืน ใส่แล้วตาเราจะดูหวาน ดูเป็นธรรมชาติมากๆ

Smiley Smiley Smiley

ก็หมดไปแล้วกับเลนส์ทั้งสิบคู่ที่หยิบสลับใช้งานอยู่บ่อยๆในช่วงนี้
หวังว่าพอจะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่สนใจกันได้บ้างนะคะ
ในส่วนของคอนเทคเลนส์บล็อกต่อไป จะหยิบคู่โดนใจมาอัพเดทให้ชมกันอีกแน่นอนค่า
ขอไปเสาะหา ลองใส่ หาซื้อมาเพิ่มก่อนนะคะ
บล็อกนี้ลาไปแล้ว ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมกันค่า Smiley